‘โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล’ ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ

‘โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล’ ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ

‘โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล’ ต้นแบบตลาดสีเขียวคาร์บอนต่ำ

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

เชียงใหม่ เมืองแห่งวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้ต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกมายาวนาน และหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบคือ “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 28 ไร่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2549 เป็นตลาดชุมชนที่พลิกโฉมตลาดแบบดั้งเดิมสู่พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและเศรษฐกิจยั่งยืนที่สะท้อนความสุขในการอยู่ร่วมกัน โครงการนี้เป็นมากกว่าตลาดทั่วไป แต่คือชุมชนรักษ์โลกที่รวบรวมที่สุดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์, หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน, ร้านไอเดียสร้างสรรค์, ร้านอาหารประจำถิ่น พร้อมขับเคลื่อนแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการขยะอย่างถูกวิธี ตอบโจทย์ท่องเที่ยววิถีชุมชนยั่งยืน

ในปี 2567 ที่ผ่านมา “โครงการจริงใจมาร์เก็ต – ในย่านจริงใจเซ็นทรัล” ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.6 ล้านคน และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านร้านค้ากว่า 390 ร้าน ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดตลอดปีมากกว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีคณะเยี่ยมชมและศึกษาดูงานรวม 45 คณะ รวมถึงสามารถจัดการขยะอย่างถูกต้องได้ถึง 17,087 กิโลกรัม ในปี 2567 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 32,727.42 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 2,618 ต้น

พิชัย  จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า โครงการฯ นี้ภายใต้โครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’–ทำด้วยกันทำด้วยใจ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกลุ่มเซ็นทรัลในการสร้างพื้นที่ที่มากกว่าตลาดทั่วไป แต่เป็นศูนย์กลางในการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและเกษตรกรไทย พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืน ตลาดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นจุดหมายสำคัญของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอัตลักษณ์สินค้าไทยจากเกษตรกรตัวจริงที่มาจำหน่ายด้วยตนเอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวเชียงใหม่ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนสินค้าจากชุมชน ไม่เพียงช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโต แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไป

พิชัย  จิราธิวัฒน์  กก.บริหารกลุ่มเซ็นทรัล

โครงการจริงใจมาร์เก็ต ในย่านจริงในเซ็นทรัล

“โครงการจริงใจ มาร์เก็ต” ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก จริงใจมาร์เก็ต ศูนย์รวมเกษตรอินทรีย์ หัตถกรรมและร้านค้าสร้างสรรค์ โดยมีไฮไลต์ ดังนี้ ตลาดจริงใจ แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เชียงใหม่ ตลาดผัก-ผลไม้เกษตรอินทรีย์และปลอดสารพิษจากเกษตรกรตัวจริง ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงแห่ง และโซนรัสติคมาร์เก็ต ตลาดรวมสินค้าแฮนด์เมดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่, คาเฟ่, ร้านอาหารโฮมเมด, ร้านค้าไอเดีย และชุมชนงานคราฟต์  จริงใจวิลเลจ  คอมมูนิตี้สเปซแห่งศิลปะและไลฟ์สไตล์ที่ยังคงเอกลักษณ์บางส่วนของสถาปัตยกรรมล้านนา รวบรวมร้านค้าและบริการมากมาย  จริงใจแกลเลอรี เวทีศิลปะเพื่อทุกคน เปิดพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ที่นำเสนอผลงานศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งศิลปะ ดนตรี ภาพยนตร์ โดยมีการจัดนิทรรศการหมุนเวียนให้ผู้มาเยือนได้ชมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสนับสนุนและส่งเสริมศิลปินไทยคลื่นลูกใหม่สู่เวทีโลกที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ พร้อมเป็นพื้นที่ในการให้ความรู้และเปิดประสบการณ์ศิลปะเพื่อทุกคน

โซนรัสติคมาร์เก็ต

โซนจริงใจ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต เชียงใหม่

จริงใจวิลเลจ  คอมมูนิตี้สเปซแห่งศิลปะและไลฟ์สไตล์

นอกจากนี้ โครงการจริงใจมาร์เก็ตฯ ยังมีการจัดการด้านขยะแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นโครงการศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการขยะและแปรรูปชุมชน จริงใจมาร์เก็ต จ.เชียงใหม่  คือศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะที่มุ่งหวังให้เป็นสถานที่เรียนรู้และโมเดลการจัดการขยะเหลือศูนย์ของตลาดจริงใจเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ตลาดจริงใจก้าวสู่การเป็นตลาดชุมชนเมืองท่องเที่ยวสีเขียวแบบคาร์บอนต่ำ ภายใต้แนวคิดรักษ์โลก(Eco-Friendly) ด้วยการนำหลักระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การจัดการขยะให้เหลือศูนย์ (Zero waste) และปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) มาเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาตลาดจริงใจ ทั้งนี้ ขยะจะถูกแยกออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ ขยะอาหาร ขยะรีไซเคิล ภาชนะกระดาษเปื้อน ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste ซึ่งได้ รับความร่วมมือจาก AIS ในการจัดการขยะประเภทนี้ให้ถูกวิธี)ที่เกิดขึ้นในตลาดจริงใจทั้งหมด รวมถึงที่นำมาส่งโดยประชาชนทั่วไป ร้านค้าจากภายนอก ซึ่งจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธี

จริงใจแกลเลอรี  เวทีศิลปะเพื่อทุกคน

จุดคัดแยกขยะ ตลาดจริงใจมาร์เก็ตเชียงใหม่

เครื่องย่อยขยะอาหาร

กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งหวังว่า “โครงการนี้” จะเป็นเวทีสำคัญที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านธุรกิจและการพัฒนาสินค้า ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกษตรกรและช่างฝีมือรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ตลาดแห่งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ดีในสังคมไทยอย่างแท้จริง

V-ZUG เลือกกรุงเทพฯ เปิดสตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรก เทคโนโลยีล้ำ ดีไซน์เหนือกาลเวลา และความยั่งยืนมารวมกัน

V-ZUG เลือกกรุงเทพฯ เปิดสตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรก  เทคโนโลยีล้ำ ดีไซน์เหนือกาลเวลา และความยั่งยืนมารวมกัน

V-ZUG เลือกกรุงเทพฯ เปิดสตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรก เทคโนโลยีล้ำ ดีไซน์เหนือกาลเวลา และความยั่งยืนมารวมกัน

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.07 น.

V-ZUG (เฟา-ซูก) แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดสตูดิโอแฟล็กชิปแห่งแรกในใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อนำเสนอนิยามใหม่ของการใช้ชีวิตอันหรูหราระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่และยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  สตูดิโอแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อแสดงให้เห็นถึงค่านิยมและพันธกิจของ V-ZUG ในความเป็นเลิศด้านงานฝีมืออันประณีต นวัตกรรม และความยั่งยืน เพื่อนำเสนอประสบการณ์อันดื่มด่ำให้แก่เจ้าของบ้านหรู เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และนักออกแบบตกแต่งภายใน ที่มองหามาตรฐานใหม่แห่งความเป็นเลิศของการใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์

สตูดิโอ V-ZUG ที่กรุงเทพฯ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์ ด้วยการผสมผสานความหรูหราและความยั่งยืน พร้อมนำเสนองานฝีมือแบบสวิสสุดล้ำสมัย ที่ประสานกันได้อย่างกลมกลืนของวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และโซลูชันประหยัดพลังงาน ในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แรกที่บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563  V-ZUG ยังคงเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

แองเจลีน ยับ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “สตูดิโอ V-ZUG กรุงเทพฯ คือพื้นที่ที่นำเสนอเทคโนโลยี ดีไซน์เหนือกาลเวลา และความยั่งยืนมารวมกัน เพื่อรังสรรค์ยุคใหม่ของไลฟ์สไตล์อันหรูหรา สำหรับเจ้าของที่พักอาศัยและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สตูดิโอแห่งนี้จะพาพวกเขาไปสัมผัสประสบการณ์ของสุดยอดนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่ของสวิส ที่จะยกระดับการใช้ชีวิตประจำวันไปพร้อม ๆ กับการเอาใจใส่ในด้านสิ่งแวดล้อม”

สตูดิโอสุดหรูหราระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี่จาก V-ZUG นำเสนอผลิตภัณฑ์เหนือระดับ ประกอบไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอันล้ำสมัย ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าในการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ตู้ถนอมผ้า รีเฟรซบัตเลอร์ (RefreshButler, เตาอบไอน้ำแบบผสมแบรนด์แรก Grand 90cm Combi-Steam Oven & PowerSteam: มีขนาดเตาใหญ่ที่สุดในโลก, เครื่องล้างจาน และเครื่องซักอบผ้า รุ่น Adora: การผสมผสานอันลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความยั่งยืน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นครั้งแรกที่ V-ZUG ที่ร่วมกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ชื่อดัง เชฟตาม- ชุดารี เทพาคำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ยั่งยืนสามารถยกระดับประสบการณ์การทำอาหารได้อย่างไร โดยเชฟตามจะได้แบ่งปันความเชี่ยวชาญและความหลงใหลในอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง (Fine Dining) ผ่านการสาธิตให้เห็นว่านวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดล้ำของ V-ZUG ผสานเอาความแม่นยำเข้ากับการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับการปรุงอาหารและแนวทางความยั่งยืนได้

อย่างไร 

“ความร่วมมือกับ V-ZUG ทำให้ตามก้าวข้ามข้อจำกัดของอาหารไฟน์ไดนิ่งเพื่อความยั่งยืน เราจะร่วมกันสร้างคลื่นลูกใหม่แห่งการปรุงอาหารระดับลักซ์ชัวรี่ที่มาพร้อมความใส่ใจ ซึ่งสอดคล้องกับค่านิยมด้านความยั่งยืนที่เรามีร่วมกัน” เชฟตาม กล่าว

V-ZUG เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงจากกลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังระดับโลก รวมถึง สตีฟ ลีออง (Steve Leung) WOHA, K2LD Architects, Formwerkz Architects, SCDA Architects, DP Architects, ONG&ONG Architects และ Park+Associates เป็นต้น โดยแบรนด์ V-ZUG ดึงดูดผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากันกับการออกแบบที่อยู่เหนือกาลเวลา ด้วยความมุ่งมั่นในการนำเสนองานฝีมือและนวัตกรรมชั้นเลิศ V-ZUG จึงเป็นตัวเลือกแรกสำหรับโครงการที่พักอาศัยและโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับความภูมิฐานและฟังก์ชันการใช้งานที่เข้ากันได้อย่างกลมกลืน

Life & Health : รู้ทันโรคไตเสื่อม…ชีวิตเสี่ยงฟอกไตตลอดชีวิต

Life & Health : รู้ทันโรคไตเสื่อม…ชีวิตเสี่ยงฟอกไตตลอดชีวิต

Life & Health : รู้ทันโรคไตเสื่อม…ชีวิตเสี่ยงฟอกไตตลอดชีวิต

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.30 น.

วันไตโลก (World Kidney Day) ถูกกำหนดให้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของไตและแนวทางการป้องกันโรคไต เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นคือ หลายคนไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังป่วย จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งต้องพึ่งพาการฟอกไตหรือรอรับการปลูกถ่ายไตเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป 

ข้อมูล นายแพทย์พิชิต เบ็ญจสุพัฒนนันท์ อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า โรคไตเป็นภาวะที่ไตทำงานผิดปกติจนไม่สามารถกรองของเสียและของเหลวออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ของเสียสะสมในร่างกาย ที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ และภาวะไตวาย 

โรคไตวายแบ่งเป็น 2 ประเภท 

1.ไตวายเฉียบพลัน เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด เริ่มจากปัสสาวะน้อยลง หรือไม่ปัสสาวะเลยมีอาการบวมที่ขาและเท้า เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง อ่อนเพลีย นอกจากนี้อาจมีอาการปวดหลังบริเวณชายโครง และหายใจถี่ร่วมด้วย ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจชักหรือหมดสติ เข้าสู่ภาวะโคม่าแบบเฉียบพลัน 

2.ไตวายเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไตทำงานลดลงมาเป็นระยะเวลาหลายปีซึ่งแบ่งเป็น 5 ระยะ ดังนี้ ไตวายเรื้อรังระยะที่ 1 ไตยังทำงานได้ตามปกติ แต่พบความผิดปกติบางอย่างเช่น ตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือพบเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะไตวายเรื้อรังระยะที่ 2 หรือโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้นซึ่งไตจะทำงานได้ 60-90% ไตวายเรื้อรังระยะที่ 3 หรือโรคไตเรื้อรังระยะปานกลาง ไตจะทำงานได้ 30-60% ไตวายเรื้อรังระยะที่ 4 หรือโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง ไตจะทำงานได้แค่ 15-30% และโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ไตทำงานได้น้อยกว่า 15% ไม่สามารถขับของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น น้ำหนักลดผิดปกติ ปัสสาวะบกพร่อง โลหิตจาง ระบบประสาทผิดปกติ หรือภาวะน้ำท่วมปอดซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต 

อาการของโรคไตมักไม่แสดงอาการในระยะแรก เมื่อไตเสื่อมลง อาจมีสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น, ปัสสาวะน้อยลง,มีฟองมาก หรือมีเลือดปน อาการบวมที่ขา เท้าหรือใบหน้าเนื่องจากการคั่งของของเหลว คันตามผิวหนังโดยไม่มีสาเหตุ ปวดหลังบริเวณไต รวมถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหารหากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องพึ่งการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต 

การรักษาโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายจะไม่สามารถรักษาได้ด้วยการคุมอาหารและกินยาเหมือนโรคไตเรื้อรังระยะอื่นๆ ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตร่วมด้วย ซึ่งมี 3 วิธี ได้แก่ 

l ล้างไตทางช่องท้อง คือการใช้สายยางฝังไว้ในช่องท้องแบบถาวรและใส่น้ำยาล้างไตเข้าไปในช่องท้อง เพื่อฟอกของเสียในเลือดออก รวมถึงปรับสมดุลของน้ำ เกลือแร่ และสารเคมี
ต่างๆ โดยต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำยาทุกวัน วันละ 4-6 ครั้ง สามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีเพื่อลดโอกาสติดเชื้อในช่องท้อง 

l ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม คือการนำเลือดของผู้ป่วยออกจากร่างกายด้วยการแทงเข็มเข้าเส้นเลือดแล้วต่อกับท่อไปยังตัวกรองเพื่อให้เลือดสะอาดและปรับสมดุลแร่ธาตุต่างๆ เครื่องไตเทียมจะนำเลือดกลับเข้าสู่ร่างกายตามเดิม โดยกระบวนการฟอกเลือดนี้จะใช้เวลาครั้งละประมาณ 4  ชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะต้องมารับการฟอกเลือดที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 

l ปลูกถ่ายไต คือการผ่าตัดนำไตของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคจากผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ มาทำหน้าที่แทนไตเดิมของผู้ป่วย โดยวางไตใหม่ไว้ในอุ้งเชิงกรานแล้วต่อเข้ากับกระเพาะปัสสาวะและหลอดเลือดของผู้ป่วย ถ้าการผ่าตัดประสบความสำเร็จผู้ป่วยจะไม่ต้องบำบัดด้วยการฟอกไตอีกต่อไปแต่จำเป็นต้องรับประทานยากดภูมิไปตลอดชีวิตเพื่อป้องกันร่างกายต่อต้านไตใหม่ หรือที่เรียกว่าภาวะสลัดไต โดยวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ร่างกายแข็งแรง ไม่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะติดเชื้อและไม่มีโรคหัวใจรุนแรง 

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายแต่ละรายอาจใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน เนื่องจากผู้ป่วยมักมีโรคอื่นร่วมด้วย จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและประเมินจากอายุรแพทย์โรคไต เพื่อพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม 

สำหรับการป้องกันโรคไตเรื้อรังสามารถทำได้โดยควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็มจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอ นอกจากนี้ การหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นเวลานาน จะช่วยลดความเสี่ยงต่อไตเสื่อมได้ 

จากกรณีไฟไหม้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จนทำให้เกิดความเสียหายในตัวอาคารหลายจุด ส่งผลให้คลังเลือดเสียหายเกือบทั้งหมด ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตคืนคลังโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยช่วยเหลือผู้ป่วยโรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ทุกวันที่ห้องบริจาคโลหิต ชั้น 3 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่ เวลา 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.30 น. ได้ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-2004208, 02-2004209,02-2004209

มหกรรมกรุ๊ปฟิตเนส TUFF 2025 สุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย รวมพลคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายจากทั่วโลก

มหกรรมกรุ๊ปฟิตเนส TUFF 2025 สุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย  รวมพลคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายจากทั่วโลก

มหกรรมกรุ๊ปฟิตเนส TUFF 2025 สุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย รวมพลคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายจากทั่วโลก

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สายฟิตห้ามพลาด! เตรียมพบกับงาน “The Ultimate Fitness Force 2025” หรือ TUFF 2025 มหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์การออกกำลังกายสุดมันส์ครั้งใหม่ไม่ซ้ำใคร ด้วยโปรดักชั่นสุดอลังการ จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และเวทีสุดปัง ที่อยากชวนทุกคนมาร่วมออกกำลังกายแบบมันส์ๆ ไปด้วยกันระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้ ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM

“The Ultimate Fitness Force 2025” หรือ TUFF 2025 งานมหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสระดับนานาชาติ จัดขึ้นโดย 3 พันธมิตรใหญ่ Fitness First Thailand, ICONSIAM และ Les Mills Asia Pacific ที่ร่วมกันเนรมิตพื้นที่ TRUE ICON HALL ให้กลายเป็นจุดรวมพลคนรักสุขภาพและการออกกำลังกายจากทั่วโลก ให้มาร่วมจอยคลาสออกกำลังกายสนุกๆ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน พร้อมมอบประสบการณ์สุดมันส์ไม่เหมือนใคร จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และเวทีสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและจุดประกายไฟแห่งความฟิตให้ทุกคน

ไฮไลท์ห้ามพลาด! ปีนี้พบกับกิจกรรมพิเศษมากมายที่ขนมาเอาใจสายฟิต ไม่ว่าจะเป็น 13 คลาสสุดมันส์ จาก Les Mills และ Fitness First Thailand อาทิ BODYPUMP, BODYSTEP,BODYCOMBAT, RPM, BODYJAM, LESMILLS DANCE, BODYBALANCE,Les Mills Pilates และอีกมากมาย รวมถึงRed Hot Dance Ignition คลาสซิกเนเจอร์สุดมันจาก Fitness First ที่ออกแบบมาให้ทุกคนได้ขยับร่างกายไปกับจังหวะเพลงสุดเร้าใจ

เปิดตัว Les Mills Pilates คลาสสุดอินเทรนด์ กับโปรแกรมการออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว และปรับสมดุลร่างกาย, ท้าขีดจำกัดร่างกายไปกับ HYROX Physical Fitness Test สนามทดสอบความแข็งแกร่งระดับโลกที่ออกแบบมาให้ทั้งนักกีฬามืออาชีพและผู้ที่ต้องการท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง, Meet & Greet กับทีมเทรนเนอร์ระดับโลก พบกับเหล่าเทรนเนอร์ตัวท็อปจาก Fitness First และ Les Mills ที่พร้อมมาแบ่งปันเทคนิคสุดพิเศษและปลุกพลังใจให้ลุกโชน,โซนพาร์ทเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟพบกับบูธผลิตภัณฑ์และกิจกรรมพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Amino Vital, AIA, Adidas, Properlis, Musashi และอีกมากมาย

นอกจากคลาสออกกำลังที่จัดเต็มแล้ว TUFF 2025 ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การออกกำลังกายในบรรยากาศสุดพิเศษที่ ICONSIAM แลนด์มาร์คระดับ
โลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้การออกกำลังกายแบบจัดเต็มพร้อมโปรดักชั่นสุดอลังการ ให้ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ โดย TUFF 2025 นับเป็นมหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสสุดยิ่งใหญ่ของเอเชีย 

บัตร TUFF 2025 จะเปิดจำหน่ายตั้งแต่ 24 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป โดยสามารถเลือกซื้อบัตรเข้าร่วมคลาสได้ในราคา 900 บาทต่อคลาส และสามารถเลือกซื้อสิทธิพิเศษต่างๆ เพิ่มได้ ไม่ว่าจะเป็น Fast Track Access เพื่อเข้าจองพื้นที่ใกล้ชิดเทรนเนอร์คนโปรดหน้าเวที,Exclusive Meet & Greet และของที่ระลึกที่มีจำหน่ายเฉพาะงานนี้เท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าร่วมงานได้ที่ Eventpop Application และพิเศษสุดสำหรับ Loyalty Fan ผู้ที่เข้าร่วม TUFF 2024 จะได้รับอีเมลโค้ดส่วนลดสำหรับซื้อบัตร TUFF 2025 ระหว่างวันที่ 17-23 มีนาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Fitness First Thailand

THAIFEX ประกาศ 10 ผู้ชนะ HOREC Innovation Awards 2025

THAIFEX ประกาศ 10 ผู้ชนะ HOREC Innovation Awards 2025

THAIFEX ประกาศ 10 ผู้ชนะ HOREC Innovation Awards 2025

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

THAIFEX-HOREC Asia 2025 ประกาศ 10 ผู้ชนะรางวัล THAIFEX-HOREC Innovation Awards ที่จะมาพลิกโฉมอุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง (HoReCa) ด้วยระบบอัตโนมัติและความยั่งยืน นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและคุณภาพให้ได้ตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นโซลูชั่นที่ยั่งยืนในธุรกิจอาหารและการบริการ หรือครัวอัจฉริยะที่ฉลาดล้ำด้วย AI

รางวัล THAIFEX-HOREC Innovation Awards ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ชี้ถึงเทรนด์โลกที่กำลังเป็นที่นิยมและแหล่งสร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม HoReCa ทั่วโลก โดยจะมอบรางวัลให้กับโซลูชั่นที่มีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม สำหรับการจัดขึ้นเป็นครั้งที่สองในปีนี้ มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมากถึง 125 ผลงาน จากทั่วภูมิภาค 36 ผลงานผ่านการคัดเลือกในรอบแรก และมีเพียง 26 ผลงานเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณาผลงานจากหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ การใช้งาน ความยั่งยืน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หรือผลที่มีต่อการดำเนินงานและประสบการณ์ของลูกค้า เพื่อคัดเลือก10 ผลงานที่ดีที่สุด

หมวดหมู่เบเกอรี่และไอศกรีม : เครื่องทำเจลาโต้ Principessa จาก Lucamari-เครื่องทำเจลาโต้สไตล์อิตาเลียนอเนกประสงค์ที่ไม่เพียงแต่ทำกรานิต้า สลัชชี่ และค็อกเทลได้เท่านั้น แต่ยังใช้พลังงานต่ำและประหยัดน้ำ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสแบบดิจิทัลที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนรสชาติหลากหลายได้สะดวกช้อนส้อมกระดาษจาก Thai Paper-ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้รับการรับรองจาก PEFC ผลิตจากกระดาษอัด สามารถรีไซเคิลได้ 100% ใช้สำหรับอาหารร้อนและเย็น พร้อมพื้นผิวเรียบที่ช่วยให้การ
รับประทานอาหารสะดวกสบาย

หมวดหมู่คาเฟ่ & บาร์ : A800 จาก FRANKE-เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติระดับพรีเมียมที่มาพร้อมระบบปรับแต่งรสชาติสำหรับใส่ไซรัป เครื่องอุ่นแก้วในตัวและระบบชำระเงินแบบไร้สัมผัส เพื่อประสบการณ์กาแฟที่สมบูรณ์แบบ Rynn จาก Nanova-ระบบน้ำขับเคลื่อนด้วยนาโนเทคโนโลยีที่ขจัดสารปนเปื้อนและรักษาแร่ธาตุที่จำเป็นไว้ เพื่อโซลูชั่นการดื่มน้ำแบบยั่งยืน กาแฟไร้เมล็ดจาก Prefer-กาแฟไร้เมล็ดแห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถปรับระดับกาเฟอีนได้ตามต้องการ พร้อมกลิ่นหอมของถั่ว ช็อกโกแลต และมอลต์

หมวดหมู่การรับประทานอาหาร : Cocoon โดย Stölzle Lausitz-แก้วไวน์ดีไซน์สุดล้ำที่ช่วยเพิ่มการเติมอากาศและกระจายกลิ่นหอม เพื่อยกระดับประสบการณ์การดื่มไวน์ที่ยอดเยี่ยม

หมวดหมู่ห้องครัวและเทคโนโลยี : CHEFTOP-X จาก UNOX : เตาอบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถจดจำอาหารและเลือกโปรแกรมการปรุงอาหารที่เหมาะสมได้แบบอัตโนมัติ POP01 จาก Giorik SpA : เตาอบความเร็วสูงที่ไม่ใช้คลื่นไมโครเวฟ สามารถทำพานินี่ พิซซ่า หรือเมนูอื่นได้ในเวลาไม่ถึง 2.5 นาที โดยใช้เทคโนโลยีไอน้ำและอากาศเข้ามาช่วย Noodle and Beverage Bot by Codemax-นวัตกรรมครัวล้ำสมัยชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ จุดจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่สามารถบริหารจัดการได้ทันที ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้

หมวดหมู่เฟอร์นิเจอร์ : ผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวไฮบริดจาก Hitrade : ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอนระดับโรงแรมที่มีเทคโนโลยี TSY เพื่อการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นถึง 120-130% ทนต่อการซักและฟอกสีในอุตสาหกรรม

“การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นการยืนยันถึงความพยายาม การติดตามเทรนด์ และการกระหายความรู้ของทีมเราเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการทุ่มเทตลอดทั้งวันและทั้งคืนเพื่อคิดค้นสิ่งที่จะมาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของเรา และเรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สิ่งที่เราใช้แรงกายแรงใจไปกับมันนั้นเป็นที่ยอมรับ รางวัลนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ Preferได้ร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ลูกค้า และตลาดต่างๆ ในเอเชียและทั่วโลก”เจค เบอร์เบอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Prefer กล่าว

เตชินทร์ เหลียงพานิช ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาตลาด (ประเทศไทย) ของ UNOX กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล THAIFEX-HOREC Innovation Award ติดต่อกันเป็นปีที่สอง ที่ UNOX เรามุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของนวัตกรรมในวงการอาหาร และรางวัลนี้ยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาโซลูชั่นที่ล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนเชฟและธุรกิจทั่วโลกที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ทำครัวที่เชื่อถือได้”

โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป เผยโฉม ‘ORBIX’ มิติใหม่ของการทำงานและการใช้ชีวิต

โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป เผยโฉม ‘ORBIX’ มิติใหม่ของการทำงานและการใช้ชีวิต

โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป เผยโฉม ‘ORBIX’ มิติใหม่ของการทำงานและการใช้ชีวิต

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงานและไลฟ์สไตล์ไอเท็มมากว่า 45 ปี เปิดตัว “ORBIX” คอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์ทำงานที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แนวคิด Hybrid Work & Living อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “WORK. MOVE. MORE. เวิร์คสมูท มูฟสมาร์ท ชาร์จติดทุกไอเดีย” ที่สะท้อนถึงการทำงานที่ลื่นไหล ยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ ด้วยดีไซน์ที่ โมดูล่าร์ (Modular), คล่องตัว (Flexible), และรองรับการใช้งานแบบอัจฉริยะ (Smart Integration)

กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

กล่าวว่า “แนวคิดสำนักงานแบบเดิมกำลังถูกปรับเปลี่ยน หลายองค์กรเลือกใช้พื้นที่สำนักงานแบบยืดหยุ่นแทนการลงทุนในโครงสร้างถาวร ขณะที่พนักงานเองก็ต้องการพื้นที่ทำงานที่รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น ORBIX จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็น “Ecosystem ของพื้นที่ทำงาน” ที่สามารถเคลื่อนย้าย ปรับเปลี่ยน และต่อขยายได้ตามความต้องการ โดยไม่มีข้อจำกัดของพื้นที่อีกต่อไป รวมถึงยังสามารถ Customize ได้ตามรูปแบบของแต่ละองค์กร

ความตั้งใจของเราสำหรับคอลเลคชั่นนี้เราไม่ได้ออกแบบ Office Furniture แต่เราออกแบบ Working Furniture นั่นหมายความว่าสินค้าในคอลเลคชั่นนี้ทั้งหมด ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้ในพื้นที่ออฟฟิศ สามารถใช้งานที่ไหนก็ได้ แต่ยังคงต้องตอบโจทย์สำหรับการทำงาน”

จุดเด่นของ ORBIX คือ พลิกโฉมการทำงานแบบเดิมสู่อนาคตของ Hybrid Work & Living เพราะโมเดอร์นฟอร์มเชื่อว่า “พื้นที่ทำงานที่ดีควรออกแบบให้ยืดหยุ่น คล่องตัว และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การทำงาน” ORBIX ถูกพัฒนาให้รองรับการทำงานที่มากกว่าการนั่งโต๊ะ แต่สามารถรองรับทั้ง การประชุม, การแลกเปลี่ยนไอเดีย, พื้นที่รีแล็กซ์ และการใช้งานร่วมกัน
ในพื้นที่ส่วนกลาง เป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตของการทำงานที่สมดุลระหว่าง Productivity และ Well-being พร้อมช่วยให้องค์กร ปรับตัวตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลง คล่องตัวในการออกแบบพื้นที่ทำงาน และเติบโตไปพร้อมกับเทรนด์โลกธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สัมผัสประสบการณ์การทำงานไปกับเฟอร์นิเจอร์แห่งอนาคต กับคอลเลคชั่น ORBIX ได้แล้ววันนี้ ที่โมเดอร์นฟอร์ม สาขาเพลินจิต และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.modern
form.co.th, Facebook: Modernform Furniture,Modernform Thailand, LINE : @ModernformFurniture

ศิลปินดาวน์ซินโดรมอวดศิลปะไร้ขีดจำกัด ‘Extra Chromosome’

ศิลปินดาวน์ซินโดรมอวดศิลปะไร้ขีดจำกัด ‘Extra Chromosome’

ศิลปินดาวน์ซินโดรมอวดศิลปะไร้ขีดจำกัด ‘Extra Chromosome’

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย ชวนผู้สนใจชมนิทรรศการ Extra Chromosome เนื่องในวันดาวน์ซินโดรมโลก21 มีนาคม ซึ่งนอกจากจะนำเสนอผลงานศิลปะที่สวยงามจากฝีมือของศิลปินที่มีภาวะดาวน์ซินโดรมแล้ว นิทรรศการนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงมุมมองของสังคมที่มีต่อผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม และทำให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่แตกต่างจากศิลปินทั่วไป พร้อมส่งต่อแนวคิดสำคัญว่า “ความสามารถไม่ได้ถูกกำหนดด้วยจำนวนโครโมโซม”

Extra Chromosome จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Just like you แค่โครโมโซมหนึ่งที่เกินมา นอกนั้นไม่แตกต่าง เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่วันที่ 21-23 มีนาคม 2568 ที่ชั้น 5 เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณ Craft Studio Zone

โดยในวันเปิดงาน 21 มีนาคม 2568 นอกจากจะมีขบวนพาเหรดของน้องๆ ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม ออกไปประชาสัมพันธ์การจัดงานแล้ว ในเวลา 15.00 น. ยังมีกิจกรรมพิเศษให้ผู้ร่วมงานได้มารับรู้เรื่องราว แลกเปลี่ยนมุมมอง และสัมผัสศักยภาพที่เต็มไปด้วยพลังบวกของพวกเขา โดยมี สุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคู่รักนักแสดงชื่อดัง โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ มาร่วมพูดคุย แบ่งปันมุมมอง และรณรงค์ผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในสังคม นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปให้ผู้สนใจได้มาร่วมวาดภาพพร้อมกับศิลปินเจ้าของผลงานที่นำมาจัดแสดงด้วย

นิทรรศการ Extra Chromosome ได้รวบรวมผลงานภาพวาดสีอะคริลิกบนผืนผ้าใบรวม 40 ชิ้น มีทั้งภาพPortrait ภาพ Abstract รวมไปถึงภาพสิ่งของที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองพิเศษของศิลปินเอ็กซ์ตร้าโครโมโซม ซึ่งน้องๆ กลุ่มนี้มีมุมมองที่แตกต่าง มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถพิเศษที่น่าทึ่ง ผลงานที่ถ่ายทอดออกมานับเป็นเพียวอาร์ตมีความบริสุทธิ์ เป็นอิสระ ไม่ติดกรอบไม่ผ่านกระบวนการเลียนแบบใดๆ ซึ่งศิลปินเจ้าของผลงานทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีใจที่จะไปแสดงงาน และอยากให้มีคนเข้ามาชมงานของพวกเขามากๆ เช่นกัน

กรุงเทพประกันภัย ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

กรุงเทพประกันภัย ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล  ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

กรุงเทพประกันภัย ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Unlocking Excellence” ปลดล็อกความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน โดยรวมสุดยอดตัวแทนและนายหน้าบุคคลจากทั่วประเทศ เพื่อให้ทิศทางการทำงาน เป้าหมาย และแผนส่งเสริมการขายของปี 2568 เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ และมุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างความเป็นเลิศและก้าวไปสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน พร้อมมอบรางวัลตัวแทนและนายหน้าบุคคลดีเด่น ประจำปี 2567 และยังได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา

โดยในภาคบ่าย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร ได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “2025 จะอยู่กับความวุ่นวายในโลกที่สับสนกันอย่างไร” เพื่อให้ตัวแทนและนายหน้าบุคคลได้ทราบถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจทั่วโลก และการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยจะเป็นไปในทิศทางใด ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่มีความผันผวน ความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลา เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานรองรับความท้าทายและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่, จักรกริชชีวนันทพรชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้บริหารยังได้ร่วมให้นโยบาย ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯและเป้าหมายของปี 2568 รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัย และโครงการส่งเสริมการขายที่น่าสนใจ เพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน สอดรับกับแนวคิด Unlocking Excellence

จากนั้นในช่วงค่ำ บริษัทฯ ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณและมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ตัวแทนและนายหน้าบุคคล โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร มอบรางวัลให้แก่ตัวแทนและนายหน้าบุคคลที่มีผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละประเภท ประจำปี 2567 จำนวน 13 รางวัล โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯร่วมแสดงความยินดีท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ภายในงานยังมีกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ตจาก โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร มาร่วมส่งมอบความสุขและความประทับใจในค่ำคืนสุดพิเศษณ โรงแรม Avani+ Riverside Bangkok Hotel กรุงเทพฯ

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย

ส้มตำนัว เปิดแฟล็กชิปสโตร์ใหม่ ปักหมุดความแซ่บนัวกลางเอกมัย

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร้านอาหารอีสานชื่อดัง ส้มตำนัว เปิดตัวสาขาใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Stand Alone ที่ซอยเอกมัย 6 ด้วยคอนเซ็ปต์ Day to Night, Always Somtam! มาพร้อมประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมนั่นคือการผสานความจัดจ้านของอาหารอีสานแท้ๆ เข้ากับศิลปะของเครื่องดื่มค็อกเทลพร้อมบรรยากาศสุดชิคที่สามารถนั่งแฮงค์เอ้าท์ได้ตลอดวันจนถึงค่ำ

งานนี้เจ้าของร้านส้มตำนัวอย่าง ดี้-สุธาชล และ มี่-เนตรดาว วัฒนะสิมากร ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง โดยมีคนดังมาร่วมแสดงความยินดี นำโดย แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล, ตาม จำนงค์อาษา, ไอซ์-อมีนา กูล,โอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์, หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, ออม-นวดี โมกขะเวส ฯลฯ

สาขาเอกมัย 6 นี้ถือเป็นแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ของส้มตำนัว ที่จะมาพร้อมการยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารอีสานไปอีกขั้น นอกเหนือจากเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนคุ้นเคยอาทิ ไก่ตะกร้า ตำมั่ว และผัดขนมจีน ที่ยังคงรสชาติความอร่อยแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทางร้านยังได้สร้างสรรค์เมนูพิเศษสไตล์อีสานแท้ๆ สำหรับสาขานี้โดยเฉพาะ อาทิ จังโก้กระทะร้อน(หมู/เนื้อริบอาย) จังโก้เป็นเมนูอาหารอีสานที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ มีต้นกำเนิดมาจากจ.หนองคาย เป็นเมนูที่นำเนื้อสัตว์มาผัดกับเครื่องแกงสมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อน ลักษณะจะคล้ายๆ กับผัดกะเพราผสมผัดขี้เมา,คอหมูย่าง/เนื้อริบอายราดแจ่วกระทะร้อนรสชาติแจ่วของร้านส้มตำนัว รับประกันความแซ่บไม่เหมือนใคร, กุ้งฝอยทอด ชาวอีสานนิยมนำมาคลุกแป้งบางๆ หรือคั่วกับสมุนไพร นำมาทานแกล้มคู่กับส้มตำ, หมกหมูหม้อดิน นำสันคอหมูและเครื่องปรุงต่างๆ มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องสมุนไพร มีความข้นเล็กน้อยจากข้าวเบือ และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากการหมกในหม้อดิน และยังมีเมนูพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร

ไม่เพียงเท่านั้น “ส้มตำนัว” ยังเปิดประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการผสานความจัดจ้านของอาหารอีสานเข้ากับศิลปะของเครื่องดื่มค็อกเทล โดยมิกโซโลจิสต์มากฝีมือ ได้นำแรงบันดาลใจจากสุราพื้นบ้านของภาคอีสาน มาสร้างสรรค์ค็อกเทลสุดพิเศษ นำเสนอรสชาติที่ล้ำสมัยและน่าค้นหา ค็อกเทลแต่ละแก้ว คือการเดินทางสู่ดินแดนอีสาน ด้วยส่วนผสมที่คัดสรรมาจากวัตถุดิบเด่นๆ ของภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ สมุนไพรกลิ่นหอม หรือเครื่องเทศรสเผ็ดร้อน ทุกองค์ประกอบถูกนำมาผสมผสานอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังเอาใจสายหวานด้วยเครื่องดื่มมอกเทลสูตรเฉพาะ ที่จะมาช่วยเสริมรสชาติอาหารและสร้างบรรยากาศในการทานอาหารให้ดียิ่งขึ้น

รูปแบบใหม่ของร้านส้มตำนัวแห่งนี้ถือเป็นการยกระดับอาหารอีสาน พร้อมสร้าง Personal Branding ไปอีกขั้นของรูปแบบอาหารอีสานพื้นบ้านแบบเดิมๆ และเพิ่มความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูพิเศษ ดนตรีสด การตบแต่งร้านที่พิเศษไม่เหมือนใคร และมีมุมพิเศษสำหรับ Pet parents ซึ่งในด้านรสชาติของอาหารยังคงยึดรสชาติแบบออริจินอลอีสานแท้ๆ ที่มาจากอุดร

ร้านส้มตำนัว เอกมัย เปิดทุกวันเวลา 11.00-24.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.facebook.com/somtamnuathailand หรือ IG : somtamnua

รู้จักกับ 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่พบบ่อยที่สุด

รู้จักกับ 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่พบบ่อยที่สุด

รู้จักกับ 10 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่พบบ่อยที่สุด

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 05.00 น.

อาการเจ็บป่วย และเหตุการณ์ฉุกเฉินทางสุขภาพสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกเวลา และทุกสถานที่ การรู้จักอาการฉุกเฉินที่พบบ่อย สามารถช่วยให้เรารับมือได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที

นายแพทย์กิตติภูมิฐ์ กวินโชติไพศาล แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช ได้หยิบยกตัวอย่างเหตุการณ์ฉุกเฉิน ให้ได้เข้าใจอาการของโรคต่างๆ ที่จะต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

1.อาการหัวใจวาย (Heart Attack) อาการหัวใจวายมักเริ่มต้นด้วยอาการจุกแน่นลิ้นปี่หรือแสบแน่นหน้าอก รู้สึกแน่นบริเวณแขนซ้าย คอ หรือกราม บางคนอาจมีเหงื่อออกมาก หายใจติดขัด หรือรู้สึกคลื่นไส้ การรักษาเบื้องต้นคือ ให้ผู้ป่วยพักในท่านั่ง หรือนอนพัก และรีบติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที เนื่องจากอาการหัวใจวายมีความคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่น เช่น โรคกรดไหลย้อน จึงควรให้แพทย์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และทำการวินิจฉัยโดยเร็วเพื่อการรักษาที่เหมาะสม

2.โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อาการของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่ หน้าเบี้ยว พูดลำบาก แขนขาอ่อนแรง หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้านใดด้านหนึ่ง ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที เพราะโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่อันตราย แต่หากรู้เร็ว รักษาทันเวลาก็สามารถช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

3.อาการช็อก (Shock) ภาวะช็อกเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายไม่สามารถไหลเวียนเลือดได้เพียงพอ ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง อาการที่พบบ่อยคือหน้าซีด เหงื่อออกมาก ชีพจรเบา เร็ว และอาจถึงขั้นหมดสติ การรักษาเบื้องต้น คือให้ผู้ป่วยนอนราบ ยกขาขึ้นและติดต่อแพทย์ทันที เพื่อคัดกรองและให้สารน้ำทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไป อาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาภาวะแทรกซ้อน หรือการติดเชื้อร่วมด้วย

4.อาการสำลัก (Choking) อาการสำลักเกิดขึ้นเมื่อทางเดินหายใจถูกปิดกั้นโดยอาหารหรือวัตถุ ทำให้หายใจไม่ออก โดยมีสัญญาณ เช่น การไอแรง หน้าตาแดง และบางครั้ง
อาจมีอาการเสียงหอบเหนื่อยได้ อาการสำลักมี 2 ประเภท คือ อุดตันทั้งหมด-ผู้ป่วยจะไม่สามารถออกเสียงได้ เพราะทางเดินหายใจถูกปิดสนิทและอุดตันบางส่วน-ผู้ป่วยอาจมีเสียงหอบเหนื่อย และยังพอออกเสียงได้บ้าง หากผู้ป่วยอยู่ในภาวะวัตถุอุดตันหลอดลม ควรช่วยเหลือหรือใช้วิธี Heimlich maneuver โดยการกดแรงๆ ที่ลิ้นปี่ (ส่วนบนของกระบังลม) เพื่อดันสิ่งที่ติดออกจากทางเดินหายใจ และหากอาการยังไม่ดีขึ้นหรืออยู่ในภาวะอันตราย ควรรีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที

5.บาดเจ็บจากการหกล้ม (Falls and Injuries) การหกล้มอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้หลากหลาย ตั้งแต่ฟกช้ำ กระดูกหัก จนถึงอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ หากผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการขยับตัว และรีบติดต่อแพทย์เพื่อประเมินอาการ ในกรณีที่การหกล้มมีความรุนแรง อาจส่งผลให้เกิดเลือดคั่งในสมอง หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียน หรือมีเลือดออกที่หู, จมูก ภายหลังการหกล้ม ควรรีบพบแพทย์ทันที

6.ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง (Severe Dehydration) ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงมักเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำมาก เช่น จากการออกกำลังกายหนัก อากาศร้อนจัด หรือการเจ็บป่วยที่ทำให้สูญเสียน้ำ เช่น อาเจียนหรือ ท้องเสีย อาการของภาวะนี้ที่พบบ่อย ได้แก่ ปากแห้ง เวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว ปัสสาวะน้อยและเป็นสีเข้ม หรือไม่ปัสสาวะเลย การรักษาภาวะนี้อาจเริ่มจากการดื่มน้ำเกลือแร่ เพื่อทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไปแต่ในกรณีที่ร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำเองได้ หรือมีอาการรุนแรง จำเป็นต้องให้สารน้ำทดแทนแร่ธาตุต่างๆ ทางหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย

7.แพ้อาหารหรือยารุนแรง (Anaphylaxis) อาการแพ้รุนแรง หรือแอนาฟิแล็กซิส (Anaphylaxis)อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานอาหาร ยาหรือสารที่แพ้ อาการที่พบบ่อยคือ หายใจติดขัดผื่นขึ้น ตาบวม ปากบวม หรืออาจจะมีอาการท้องเสียอาเจียน, ได้ยินเสียงวี้ดที่ปอดขณะหายใจ,วูบหมดสติ หากพบอาการดังกล่าวควรใช้ยา Epinephrine หรือยาแก้แพ้ฉุกเฉิน และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

8.บาดแผลฉกรรจ์ (Severe Cuts or Lacerations) บาดแผลลึกที่มีเลือดออกไม่หยุดหรือบาดแผลขนาดใหญ่ ควรได้รับการรักษาโดยแพทย์โดยเร็ว การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่สำคัญคือการกดแผลด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซเพื่อช่วยหยุดเลือด และรีบนำตัวผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล ในกรณีที่เลือดไหลออกมาก การปฐมพยาบาลด้วยวิธี ขันชะเนาะ (Tourniquet) อาจช่วยลดการไหลของเลือดได้โดยห้ามปลดขันชะเนาะจนกว่าผู้บาดเจ็บจะถึงโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ดำเนินการรักษาต่อ

9.ไฟไหม้หรือสารเคมีโดนผิวหนัง (Burns or Chemical Burns) การถูกไฟไหม้หรือสารเคมีสัมผัสผิวหนัง สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นคือการล้างบริเวณที่ถูกไฟไหม้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ควรปิดแผลด้วยผ้าสะอาด และรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว หากเป็นกรณีของสารเคมีโดนผิวหนัง ให้ล้างบริเวณที่สัมผัสสารเคมีด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมากทันที หากสารเคมีเข้าสู่ปากหรือกลืนกิน ไม่ควรกระตุ้นให้อาเจียน เนื่องจากอาจทำให้สารเคมีกลับมาทำอันตรายได้อีก ควรรีบติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อการรักษาที่เหมาะสม

10.อาการชัก (Seizures) คือการที่ร่างกายมีการเกร็งและสั่นอย่างรุนแรงซึ่งสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โรคลมชักการบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือการขาดน้ำ เมื่อผู้ป่วยมีอาการชัก ควรจัดท่าให้นอนตะแคง เพื่อป้องกันการสำลัก หลีกเลี่ยงการใส่วัตถุใดๆ เข้าปาก เนื่องจากอาจทำให้เกิดบาดเจ็บเพิ่มเติม และไม่ช่วยป้องกันการกัดลิ้นตามที่หลายคนเข้าใจผิดควรติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลจากผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางโดยเร็วที่สุด

กรณีต้องการความช่วยเหลือหรือเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินโทร.02-4839944 หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์บริการผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507/Line : @navavej