ร้อนนี้ ระวังแสงแดดและมลภาวะ ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวหนัง

ร้อนนี้ ระวังแสงแดดและมลภาวะ ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวหนัง

ร้อนนี้ ระวังแสงแดดและมลภาวะ ศัตรูตัวร้ายทำลายผิวหนัง

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.29 น.

ผิวของเราต้องเผชิญแสงแดดและมลภาวะทุกวัน ส่งผลทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และโรคผิวหนัง หากละเลยการดูแล ผิวอาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นและแสงแดดรุนแรงขึ้น ยิ่งกระตุ้นให้ผิวถูกทำร้ายเพิ่มมากขึ้น

แพทย์หญิงดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงามโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า แสงแดดและมลภาวะเป็นปัจจัยที่อาจทำร้ายผิว โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่แสงแดดแรงขึ้น การปกป้องผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผิวของเราประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำ โปรตีน คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยารูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และยืดหยุ่น อย่างไรก็ตาม แสงแดด โดยเฉพาะรังสี UVA, UVB และแสงที่มองเห็นได้ มีพลังงานสูง (Visible Light) สามารถทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้ไฮยาลูโรนิค แอซิดในผิวเสื่อมสภาพ ลดการกักเก็บความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยก่อนวัย

การได้รับแสงแดดมากเกินไปโดยไม่มีการป้องกัน อาจนำไปสู่ปัญหาผิวที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและความหย่อนคล้อย เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำและความเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิว

นอกจากแสงแดดที่ทำลายผิวเราแล้วนั้นยังมีตัวการอย่างมลภาวะหรือมลพิษจากสิ่งแวดล้อม ซึ่งเต็มไปด้วยสารพิษต่างๆ อาทิ ฝุ่น PM2.5 ภัยเงียบที่มีอนุภาคขนาดเล็กมากและสามารถแทรกซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้โดยตรง อนุภาคฝุ่นจะกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันในผิวหนัง ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ กระตุ้นความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิว ก่อให้เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำและอาจส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ในระดับพันธุกรรม

ผลกระทบจากแสงแดดและภัยจากมลภาวะ กระทบต่อทั้งระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และสมอง อีกทั้ง ยังทำให้ผิวหนังเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคือง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง สิวอักเสบ ริ้วรอย จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ เพื่อรักษาสมดุลของผิวหนัง ควรปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนทุกเช้าและก่อนนอน ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยปรับสมดุลผิว บำรุงผิวด้วยครีมหรือเซรั่มที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ทั้งเช้าและก่อนนอน ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป รับประทานอาหารที่มีวิตามิน E, C, B และสารต้านอนุมูลอิสระ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว

นอกจากการดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันยังมีหัตถการที่ช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพผิวหน้าหลังเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะสิ่งแวดล้อม อาทิ การผลักวิตามินด้วยการใช้คลื่นเสียง หรือกระแสไฟฟ้า การใช้แสงที่มีความเข้มข้นสูง (Intense Pulsed Light) ในการรักษากระ รอยดำ รอยแดง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ
รวมถึงการใช้เลเซอร์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

แสงแดดและมลภาวะเป็นภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำลายผิว หากละเลย อาจเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ควรเริ่มดูแลผิวของคุณตั้งแต่วันนี้ ด้วยการป้องกันแสงแดด เลี่ยงมลภาวะ และบำรุงผิวอย่างเหมาะสม เพื่อผิวที่แข็งแรง สุขภาพดี ชะลอความเสื่อมของผิว ลดความเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง อีกทั้ง การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกาย ยังเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรงจากภายในอีกด้วย

คุณแหน : 18 มีนาคม 2568

คุณแหน : 18 มีนาคม 2568

คุณแหน : 18 มีนาคม 2568

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● อีกข่าวต่างประเทศที่ช็อกโลก คือการที่ DUTERTE (ดูแตร์เต) อดีตประธานาธิบดีคนดังฟิลิปปินส์และเป็นบิดาของรองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ถูกเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นำหมายจับกุมที่กรุงมะนิลา แล้วยังสามารถนำตัวบินตรงไปยังศาลโลก กรุงเฮก ในเวลาต่อเนื่องผู้สันทัดกรณีทราบความแล้วถึงกับส่ายหน้ายอมรับว่าฟิลิปปินส์เล่นการเมืองภายในรุนแรงกว่าในไทยเยอะ เอาทีละเปลาะขั้นแรกแม้แต่นักธุรกิจธรรมดาเจ้าหน้าที่ ICC จะไม่มีสิทธิ์ออกหน้าจับกุมกลางกรุงมะนิลา ICC จะต้องนำเรื่องไปยื่นขอความร่วมมือจากตำรวจฟิลิปปินส์ ซึ่งปกติแล้วถ้าเป้าหมายเป็น VIP แล้วถือว่าเลิกไปเลย หรือแม้กรณีตำรวจจะให้ความร่วมมือก็ยังต้องนำเรื่องไปขออำนาจศาลเพื่อจะทำEXTRADICTION ใช้เวลาอีกนาน มีกรณีที่ผ่านมาในอดีตจอมเผด็จการ ฯพณฯ จอมพล ปิโนเชต์ แห่งชิลีป่วยหนักแอบไปรักษาตัวในคลินิกกรุงลอนดอน ICC ติดตามมาแอบไปขอตำรวจ
นครบาลลอนดอนนำหมายเข้าจับกุมที่คลินิก แต่รัฐบาลอังกฤษเองจัดเตรียมตำรวจปฏิบัติการพิเศษให้ความคุ้มครองอยู่แล้ว จึงเกิดการเผชิญหน้าระหว่างตำรวจอังกฤษเอง ท้ายที่สุด รมว.ต้องแทรกแซงจนเจ๊ากันไป นี่แสดงให้เห็นว่าเขาคุ้มครองแม้แต่จอมพลเผด็จการต่างชาติ แต่ DUTERTE เป็นถึงอดีตประธานาธิบดี อีกทั้งปัจจุบันฟิลิปปินส์ลาออกจาก ICC มาแล้ว…

●● นักลงทุนกาสิโนรายใหญ่ทั่วโลกติดตามความคืบหน้าโครงการสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน (ENTERTAINMENT COMPLEX) ด้วยความกระวนกระวาย ปรากฏว่า ผ่านกฤษฎีกาวาระ 1 ให้มีการควบคุมการเข้า-ออก คนไทยเข้าไปเล่นเกมส์ได้ แต่ตรงนี้สิต้องมีเงินฝากประจำ 50 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับผู้สนใจลงทุนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สำหรับผู้สันทัดกรณีได้แต่ส่ายหน้า เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้พิจารณาข้อกำหนดนี้ไม่เข้าใจโลกของกาสิโนหรือแม้แต่พฤติกรรมของพ่อค้านักธุรกิจเลย ไม่มีพ่อค้านักธุรกิจคนไหนยินดีที่จะเปิดเผยฐานะการเงินของตนให้หน่วยราชการหรือสรรพากรอีกทั้งรัฐบาลเองก็ชี้ชัดว่าตามข้อเท็จจริงบุคคลที่จะมีเงินฝากเข้าตามบัญญัติดังกล่าวทั้งประเทศมีแค่หมื่นกว่าบัญชีเท่านั้น… เมื่อประมาณปี 2540 รัฐบาลเคยตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์และกาสิโนชุดที่ 1 มาแล้ว มีข้อสรุปและข้อเสนอที่ PRACTICAL มากมาย อาทิ ผู้เข้าเล่นเกมส์ที่เป็นคนไทยต้องยื่นหลักฐานการชำระภาษีเงินได้เป็นวาระติดต่อกัน 3 ปี (ข้อกำหนดในรายละเอียดตัวเลขต้องพิจารณาอีกครั้ง) ในเมื่อผู้พิจารณาเรื่องไม่มี FINESSE เกี่ยวกับกึ๋นของเรื่องก็น่าจะใช้เวลาปรึกษาหารือกับผู้มีประสบการณ์และความรู้เช่นท่าน สส. ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ก็จะเป็นประโยชน์…

●● นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบ นนทบุรี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมงานวันสถาปนาสวนกุหลาบ ครบรอบ 143 ปี โดยมอบดอกไม้แสดงความยินดีกับ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซีอีโอบริษัทบางจากฯ และนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบ ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย…

●● นายกสมาคมสตรีไทยฯ เบญจมาศ รุจิรวงศ์ ขอเชิญสมาชิกเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี วันที่ 26 มี.ค. 13.30 น. ณ ที่ทำการสมาคมฯ ถนนเพชรบุรี…

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ศุจีรัตน์ เธียรธวัช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ที่สูญเสีย คุณพ่อกวี เฉลียวศักดิ์ พิธีสวดพระอภิธรรม 15-19 มี.ค.18.00 น. ณ ศาลา 1 สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ศาลเจ้าแม่กอเหนี่ยว จ.ยะลา และ 20 มี.ค.13.30 น. เคลื่อนศพสู่ ฌาปนสถานเทศบาลนครยะลา…

●● พิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณหญิงชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์ 17- 23 มี.ค. 18.30 น. ณ ศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (21 มี.ค. 10.30 น. ถวายภัตตาหารเพล) !!…●●

 

บารอนเนส

มงลง‘แอนดอย ปรียากร’คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

มงลง‘แอนดอย ปรียากร’คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

มงลง‘แอนดอย ปรียากร’คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปิดฉากไปอย่างสวยงามอีกครั้งกับการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025 : Moving Forward พุ่งทะยานสู่วันใหม่” โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จังหวัดชลบุรี และ แอนดอย- ปรียากร พรพรหม วัย 29 ปี ครูสอนศิลปะสาวทรานส์จากชลบุรี คว้ามงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 คนที่ 26 ไปครองได้สำเร็จ

การประกวดฟาดฟันกันอย่างถึงพริกถึงขิงทั้งความสวยและปฏิภาณไหวพริบ โดยเฉพาะช่วงตอบคำถามที่ท้าทายสาวงาม 3 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบตอบได้อย่างกลมกล่อมที่สุด ซึ่งคำถามของแอนดอย ปรียากร คือ “หากคุณสามารถส่งข้อความถึงรุ่นน้องทิฟฟานี่ในอีก 10 ปีข้างหน้าโดยบรรจุไว้ในแคปซูลเวลา เรื่องราวและบทเรียนใดที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุด ที่คุณอยากจะถ่ายทอด และเพราะเหตุผลใด” ซึ่งเธอตอบว่า “เมสเสจที่แอนดอยจะส่งไปคือคำว่าพัฒนา เพราะทุกการเริ่มต้น พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ในทุกวัน แต่ถ้าเราขาดการพัฒนา เราไม่สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในวันข้างหน้า แต่ถ้าทุกคนอยู่กับตัวเอง พัฒนาตัวเอง แอนดอยคิดว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน 1 วัน 2 วันหรือ 3 วัน ถ้าเราพัฒนา เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน”

แอนดอย-ปรียากร พรพรหม วัย 29 ปี สาวทรานส์จากชลบุรี เป็นครูสอนศิลปะคนแรกที่คว้ามงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 ไปครองได้สำเร็จ สวยสมมงแบบรอบด้านทั้ง
รูปลักษณ์ บุคลิกภาพ ทัศนคติ และปฏิภาณไหวพริบ ขณะที่ น้ำฟ้า-ณพิชญา พิมพ์ปรุ คว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 และ เอม-ไอรดา เตชานุรักษ์ คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2

แอนดอย ปรียากร กล่าวถึงความสำเร็จของเธอบนเวที Miss Tiffany 2025 ว่า เธอตั้งใจมากและเต็มที่ในทุกๆ วัน และวันนี้เป็นค่ำคืนที่สวยที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา 29 ปี อยากขอบคุณทีมพี่เลี้ยงทีมคนทำชุด ทีมองค์กรมิสทิฟฟานี่ ขอบคุณครอบครัวและที่สำคัญอยากขอบคุณหน่วยงานต้นสังกัดที่เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงอัตลักษณ์ทางเพศในกลุ่มครูที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ โดยไม่มีการกีดกัน และส่งกำลังใจ ส่งพลังบวกให้ในทุกๆ วัน และวันนี้ประเทศไทยมี “ครูที่เป็นมิสทิฟฟานี่” แล้ว

คุณครูมิสทิฟฟานี่ 2025 เป็นข้าราชการครู ที่โรงเรียนวัดหนองยาง จ.ชลบุรี เป็นโรงเรียนขยายโอกาส สอนวิชาศิลปะมา 5 ปีแล้ว เธอกล่าวว่าเป็นคนที่โชคดีมากคนหนึ่ง ที่ได้เป็นครูตรงตามอัตลักษณ์ โดยที่ไม่มีการกีดกันทางเพศ

“แอนดอยไม่มีอุปสรรคกับการเป็นข้าราชการครูเลย ได้ปฏิบัติตัวเหมือนเพศปกติเลย ลูกศิษย์ก็แฮปปี้ ไม่เคยมีคำบูลลี่หรืออะไรเกิดขึ้นเลย ตลอดการเป็นข้าราชการครู ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคนแรกหรือเปล่าที่เป็นคนแรกของสาวทรานส์ที่มีบัตรข้าราชการครู แต่แอนดอยได้แต่งตัวตามอัตลักษณ์ทางเพศที่เป็นเพศหญิง ถือว่าได้รับการให้เกียรติจากหน่วยงานต้นสังกัดที่ไม่เคยกีดกั้นไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็สามารถแสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศได้อย่างเต็มที่”

ภารกิจข้างหน้าที่ แอนดอย ปรียากร ผู้ครองมงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 ต้องเดินหน้าคว้ามงมาให้ได้เช่นกัน ก็คือ การเป็นสาวงามตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Miss International Queen 2025 การประกวดสาวทรานส์เจนเดอร์นานาชาติระดับโลก ที่จะมีขึ้นที่ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเธอได้ที่ ช่องทางโซเชียลของกองประกวด Miss Tiffany’s Universe ทุกแพลตฟอร์ม และช่องทาง Instagram @ ของ namfah_246, eam.ird และ andoi_ann

นอกจากนี้ การประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025 : Moving Forward พุ่งทะยานสู่วันใหม่” ยังมีรางวัลอื่นๆ ให้สาวงามบนเวที ได้แก่ รางวัล Best Performance in Preliminary Round ได้แก่ MTU23 แอนดอย-ปรียากร พรพรหม รางวัล Miss Photogenic ได้แก่ MTU04 เอม-ไอรดา เตชานุรักษ์ รางวัล Miss Congeniality ได้แก่ MTU11 โกลด์วี่-พิชญ์นาฏ บุญแนะ รางวัล Miss Popular Vote ได้แก่ MTU01 น้ำฟ้า-ณพิชญา พิมพ์ปรุ รางวัล Future of Beauty by Wansiri Hospital ได้แก่ MTU27 ซันเรย์-ณภัทร พลาสี รางวัล Best Evening Gown ได้แก่ MTU33 สไปรท์-ปกรณ์ กล้าหาญ รางวัล Miss Shiny Skin Award by Wansiri Welllness Center ได้แก่ MTU23 แอนดอย-ปรียากร พรพรหม รางวัล The Aura Skin Icon by MizuMi ได้แก่ MTU13 นาราแบงค์-ณัชนารา คงพัฒนานนท์ รางวัล Miss Tiffany Live Seller by MizuMi ได้แก่ MTU10 หมีพูห์-กัญติชา ดีทรีส รางวัล Best in Swimsuit ได้แก่ MTU24 การ์ฟิลด์-พิชชาภา เกษมทรัพย์ รางวัล Miss Golden Shape by Wansiri Hospital Body Center ได้แก่ MTU10 หมีพูห์-กัญติชา ดีทรีส รางวัล Best Thai Identity Costume ได้แก่ MTU27 ซันเรย์-ณภัทร พลาสี รางวัล Miss Face Niramit by Wansiri Hospital Face Center ได้แก่ MTU04 เอม-ไอรดา เตชานุรักษ์

โรคเบาหวาน ไม่ใช่แค่น้ำตาลสูง แต่อันตรายกว่านั้น

โรคเบาหวาน ไม่ใช่แค่น้ำตาลสูง แต่อันตรายกว่านั้น

โรคเบาหวาน ไม่ใช่แค่น้ำตาลสูง แต่อันตรายกว่านั้น

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคเบาหวาน (Diabetes) ที่เราคุ้นเคยกันจะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นโรคที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ (60-110 mg/dL) แบบเรื้อรัง โดยปกติอินซูลิน (Insulin) จะเป็นตัวนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ แต่ถ้ามีความผิดปกติของตับอ่อน ทำให้ผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน ก็จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวานนั่นเอง

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้อธิบายเพิ่มเติมเรื่องนี้ว่า เมื่อพูดถึงโรคเบาหวาน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเรื่องน้ำตาลสูง แต่โรคเบาหวานไม่ใช่แค่น้ำตาลสูงที่เป็นอันตราย ยังมีอันตรายที่แฝงมากับค่าน้ำตาลที่สูงอีกด้วย ซึ่งการเกิดโรคเบาหวานเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม เช่น พ่อ แม่ ญาติ เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2, ความอ้วน มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 25 kg/m2 ขึ้นไป หรือรอบเอวเกินมาตรฐาน (ชาย > 90 cm. และหญิง > 80 cm.), อายุ 40 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อเบาหวานเพิ่มขึ้น, โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด มีประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์, ความเครียด กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิด และขัดขวางการทำงานของอินซูลิน, การดื่มสุรา ทำให้ตับอ่อนเสื่อมสภาพ

การมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้หลอดเลือดเกิดการอักเสบ เม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับเชื้อโรคลดลง ส่งผลต่ออวัยวะอื่นๆ ในร่างกายด้วย ได้แก่
ไตเสื่อม เนื่องจากมีการสูญเสียโปรตีนไข่ขาว (albumin) ออกมากทางปัสสาวะ ทำให้บวมและไตวายได้,ตาเสื่อม มีโอกาสเป็นต้อกระจกก่อนวัยอันควร มีเลือดออกบริเวณจอรับภาพในลูกตา ทำให้ตาบอดได้, หลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบตัน แผลหายยาก มีอาการอ่อนแรง หลอดเลือดอุดตัน

หัวใจวายและหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก, ระบบประสาทเสื่อม ชาปลายมือ ปลายเท้า ปลายประสาทอักเสบ

ดังนั้น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ก็จะช่วยลดความเสี่ยง และโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนได้ในอนาคต อีกทั้งยังช่วยให้มีสุขภาพที่ดี ไม่แก่ก่อนวัย เพราะน้ำตาลนับเป็นตัวการที่ทำให้เซลล์เสื่อม

อย่าให้คำพูดกลายเป็นยาพิษ เปิดวิธีคุยกับคนซึมเศร้าอย่างเข้าใจ

อย่าให้คำพูดกลายเป็นยาพิษ เปิดวิธีคุยกับคนซึมเศร้าอย่างเข้าใจ

อย่าให้คำพูดกลายเป็นยาพิษ เปิดวิธีคุยกับคนซึมเศร้าอย่างเข้าใจ

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คำพูด เปรียบเสมือนยาที่สามารถเยียวยาจิตใจ หรือเป็นยาพิษที่ทำร้ายจิตใจได้ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เพราะการเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยา หรือตอกย้ำความเจ็บปวดภายในจิตใจของผู้ป่วยให้แย่ลงกว่าเดิม

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่ออารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของผู้ป่วยเป็นอย่างมากสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วย โรคซึมเศร้า มีอาการที่ดีขึ้นและแย่ลงได้ก็คือคำพูดที่เราใช้ในการสื่อสารกับผู้ป่วย การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเข้าใจและได้รับการสนับสนุน แต่หากเลือกใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อาจยิ่งทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแย่และโดดเดี่ยวมากขึ้น

ประโยคที่ไม่ควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มีดังนี้

“จะกังวลทำไม ไม่เห็นจะน่าเครียดเลย” :: แต่ละคนมีความคิดความรู้สึก ให้ความสำคัญกับแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน เรื่องเล็กสำหรับเราอาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา

“ไปปฏิบัติธรรมมั้ย” :: วิธีนี้ดีในบางคนที่มีความเชื่อหรือชอบทางนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่แนวทางของใครหลายๆ คน แต่ถ้าสนิทสนมหรือรู้จักกันมากพอ และทราบว่าเขาชอบทางนี้อยู่แล้ว ก็สามารถชักชวนได้

“ไปพบหมอทำไม จะกินยาไปทำไม จัดการที่ใจตัวเองสิ” :: การที่เขาตัดสินใจรับการรักษา นั่นคือเขาไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้และต้องการความช่วยเหลือแล้ว เราควรถามด้วยคำถามอื่นแทน เช่น การพบแพทย์ทำให้เขารู้สึกอย่างไร หรือการกินยามีผลกับเขาอย่างไร

“หลายคนเค้าแย่กว่าเธอเยอะ” :: เป็นการเอาเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำให้เกิดความรู้สึกสับสนว่าตัวเขาเองหรือเปล่าที่แย่ เพราะไม่สามารถจัดการตัวเองได้ และอาจทำให้เขารู้สึกไม่ดีกับตัวเอง

“เธอจะไม่เป็นแบบนี้เลย ถ้าตอนนั้นเธอ….” :: เป็นการตัดสินว่าเขาเลือกทางผิด ผู้ป่วยหลายคนมีแนวโน้มจะคิดวนเวียน โทษตัวเอง พยายามคิดหาสาเหตุของปัญหา ซึ่งความคิดลักษณะนี้จะทำให้มีความทุกข์มากขึ้น

“เธอต้องปล่อยวาง ให้อภัย” :: การปล่อยวางไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายคำแนะนำนี้จะยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่เข้าใจเขา รู้สึกละอายที่ปล่อยวางหรือให้อภัยไม่ได้

“อย่าไปคิดถึงมัน” :: โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะคิดวนเวียน และไม่สามารถหยุดคิดหรือหยุดเศร้าได้ การบอกให้ไม่คิดเป็นสิ่งที่เขาพยายามทำอยู่แต่ทำไม่ได้ผู้ป่วยจะยิ่งทุกข์มากขึ้น

ประโยคที่ควรพูดกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

“อยากคุยเรื่องนี้มั้ย? ฉันพร้อมจะฟังเธอเสมอ” :: แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจเรื่องราวนั้นๆ แต่เราก็สามารถอยู่ตรงนั้นเพื่อให้กำลังใจ ฟังอย่างตั้งใจโดยไม่ตัดสินว่าสิ่งที่เขาทำผิดหรือถูก ทำให้เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวและรู้สึกสบายใจที่จะพูดมันออกมา

“อยากให้ฉันช่วยอะไร” :: เป็นคำถามที่เปิดกว้างให้เขาบอกสิ่งที่ต้องการ บางครั้งเขาอาจไม่ต้องการอะไรเลยนอกจากผู้รับฟังที่ดี ถ้าเขาบอกสิ่งที่ต้องการให้ช่วย พยายามช่วยเขาเท่าที่เราจะทำได้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราแคร์เขา

“พักหน่อยมั้ย” :: ถ้าเขากำลังกังวลมากจนกระสับกระส่ายทำอะไรไม่ถูก ควรช่วยให้เขาเบี่ยงเบนความสนใจไปทำเรื่องง่ายๆ บางอย่างที่สามารถทำให้ทันทีในตอนนั้น

“เราจะอยู่ข้างๆ เธอนะ” :: ย้ำเตือนว่าเราพร้อมจะดูแลเขาเมื่อเขาต้องการ

“เธออยากฟังคำแนะนำของฉันไหม หรือเธออยากเล่ามากกว่า” :: กรณีที่เรามีคำแนะนำบางอย่างแก่เขา ควรให้เขาตัดสินใจเองว่าต้องการสิ่งนั้นหรือไม่ อย่ายัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีให้เขาเพราะคนเราไม่ได้มีความคิดความเชื่อที่เหมือนกัน และถึงแม้จะแนะนำบางอย่างไปแล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะทำหรือไม่ทำตาม

“ฉันเอาขนมมาให้เธอนะ” :: หากไม่รู้จะพูดอย่างไรแต่อยากดูแลเขาสามารถดูแลเรื่องอื่นเล็กๆ น้อยๆ ให้เขาสบายตัวมากขึ้นได้ เช่น อาหาร ของว่าง หรือช่วยทำงานบ้าน

“ขอบคุณที่เล่าให้ฉันฟังนะ” :: ถ้าเขาไว้ใจเล่าเรื่องราวให้เราฟัง อย่าลืมที่จะขอบคุณความไว้วางใจที่เขามีให้ ชื่นชมความกล้าของเขาที่จะแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจกับเรา

ทั้งนี้ การเลือกใช้คำพูดที่เหมาะสมและการรับฟังอย่างจริงใจเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า คำพูดที่แสดงถึงความเข้าใจและการไม่ตัดสินจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมั่นใจและสบายใจในการเปิดใจเมื่อเราเป็นผู้รับฟังที่ดี ผู้ป่วยจะมีโอกาสฟื้นฟูได้ดีขึ้นและมีพลังใจในการก้าวข้ามความยากลำบากในชีวิตต่อไปได้

นีเวีย ประกาศจุดยืน‘NIVEA is for Skin’ พลิกโฉมการดูแลผิวพร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืน

นีเวีย ประกาศจุดยืน‘NIVEA is for Skin’  พลิกโฉมการดูแลผิวพร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืน

นีเวีย ประกาศจุดยืน‘NIVEA is for Skin’ พลิกโฉมการดูแลผิวพร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นีเวีย แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีประวัติยาวนานกว่า 114 ปี ตอกย้ำแนวคิด “NIVEA is for Skin” เดินหน้าเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ Gen Z ชูความสำคัญของการดูแลผิวเพราะ
“ผิวของคุณมีพลังมากกว่าที่คิด” ไม่ใช่แค่ปราการปกป้องร่างกาย แต่เป็นตัวแทนของความมั่นใจ บุคลิกภาพ และการแสดงออกถึงตัวตน นีเวียจึงทุ่มเทให้กับการดูแลผิว มุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อทุกสภาพผิวและทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามไปสู่แนวทางที่ยั่งยืน ใส่ใจทั้งลูกค้าและโลกของเรา

เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ ประเทศไทยกล่าวว่า ตลาดสกินแคร์และเพอร์ซันนัลแคร์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials ที่มองการดูแลผิวมากกว่าการบำรุงพื้นฐาน แต่เป็นการแสดงออกถึงตัวตนและความมั่นใจ คนรุ่นใหม่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องโปร่งใส น่าเชื่อถือ และยังต้องรักษ์โลกตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน นีเวีย เข้าใจความเปลี่ยนแปลงนี้ ตอกย้ำแนวคิด “NIVEA is for Skin” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เพียงดูแลเพื่อความงาม แต่ยังใส่ใจถึงสุขภาพผิว การแสดงตัวตน และสิ่งแวดล้อม ด้วยศูนย์วิจัยระดับโลกและความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง สร้างผลิตภัณฑ์ที่ทำงานกับผิวตามธรรมชาติ ไม่เปลี่ยนโครงสร้างผิว แต่ช่วยให้ผิวเผยศักยภาพที่ดีที่สุด

นีเวีย ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก แต่ยังเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง น่าเชื่อถือ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ ความยั่งยืนกำลังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดย 88% ของผู้บริโภคชาวไทยต้องการเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นีเวียเชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นความรับผิดชอบ จึงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผิวและเป็นมิตรต่อโลก ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ ไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

เภสัชกรหญิง วราพร กล่าวว่า นีเวียเริ่มต้นจากการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้ปราศจากไมโครพลาสติก100% ใช้ส่วนผสมที่ย่อยสลายทางชีวภาพ และปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อแนวปะการังในผลิตภัณฑ์กันแดด นอกจากสูตรผลิตภัณฑ์ นีเวียยังมุ่งมั่นพัฒนา บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ลดขยะพลาสติก และเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ซึ่งมียอดขายเกือบ 50 ล้านขวดต่อปี นีเวียจึงให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในส่วนของกระบวนการผลิต นีเวียยังเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยโรงงานผลิตที่บางพลีใช้พลังงานจาก โซลาร์ฟาร์ม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่เป็นหัวใจของการพัฒนาผลิตภัณฑ์” เพราะ “NIVEA is for Skin” ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ที่ดูแลผิว แต่เป็นแบรนด์ที่ดูแลโลกไปพร้อมกัน

“NIVEA is for Skin” ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการดูแลผิวที่มีความหมายมากกว่าที่เคย ในฐานะแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน นีเวียพร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามสู่อนาคตที่ยั่งยืน เพราะ “NIVEA is for Skin” ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา แต่คือแนวทางที่เราจะเดินหน้าต่อไป” เภสัชกรหญิงวราพร กล่าวทิ้งท้าย

องค์เดียวในโลก พระสมเด็จองค์ปฐม ‘พระพุทธเมตตา’ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๙ ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) จ.จันทบุรี

องค์เดียวในโลก พระสมเด็จองค์ปฐม ‘พระพุทธเมตตา’  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๙ ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) จ.จันทบุรี

องค์เดียวในโลก พระสมเด็จองค์ปฐม ‘พระพุทธเมตตา’ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๙ ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) จ.จันทบุรี

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” และทอดพระเนตรนิทรรศการถาวรการจัดสร้างพระฯ เมื่อวันอังคารที่ 4 มีนาคม 2568 ณ วัดเทพประทาน (อธิพร) อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีผู้ไปร่วมเฝ้าฯรับเสด็จจำนวนมาก ทุกวงการ ตั้งแต่คณะองคมนตรี รัฐมนตรี ผู้ใจบุญ เจ้าของกิจการระดับประเทศ ข้าราชการ พ่อค้าและประชาชน

พระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” ปางชนะมาร มีขนาดใหญ่มาก หน้าตัก 29 เมตร สูง 45 เมตร จัดสร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ปี 2554 และเพื่อให้เป็นสมบัติของประเทศและของโลก อีกทั้งเพื่อให้ได้พลังมหาศาลที่จะคุ้มครองประเทศชาติสืบไป

พระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” จัดสร้างด้วยวัตถุธาตุล้ำค่าทั้งองค์ ได้แก่ นิลรัตนะ พลอยนพเก้า สะเก็ดดาว หรืออีกชื่ออุลกมณี (อัญมณีศักดิ์สิทธิ์) ไข่มุกราตรี กาบหอยมุก และจัดสร้างอย่างประณีตทุกขั้นตอนรวมทั้งพื้นดาดฟ้าอาคารองค์พระ ปูด้วยหินอ่อนเช่นเดียวกับที่พระมหาเจดีย์ชเวดากองและพุทธคยา คือแม้แดดร้อน แต่พื้นไม่ร้อนสามารถดินด้วยเท้าเปล่าได้ โดยมีพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดสร้างพระฯใช้งบประมาณการจัดสร้างประมาณ 450 ล้านบาทจัดสร้างตั้งแต่ปี 2554 และแล้วเสร็จในปี 2566 รวมระยะเวลาจัดสร้าง 12 ปี

นิทรรศการถาวรการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม อยู่ในอาคารองค์พระ ชั้น 1 และ 2 เพื่อจารึกเป็นประวัติศาสตร์แห่งการก่อสร้างองค์พระสมเด็จองค์ปฐมที่สำคัญมากในรอบศตวรรษและเข้าใจว่าเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่สร้างด้วยพระรัตนขนาดใหญ่องค์เดียวของโลก เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้มาศึกษาเรียนรู้สิ่งสำคัญเช่นนี้กับทั้งได้เห็นแนวคิดการออกแบบการจัดทำนิทรรศการถาวรที่ทันสมัยและงดงามมาก ทุกบอร์ดมีคิวอาร์โค้ดสแกน อ่านเนื้อเรื่องได้ทั้งหมดซึ่งจัดทำเป็น 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีนหน้าอาคารจะประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่จัดทำด้วยกระจก เทมเปอร์อย่างดีสามารถมองทะลุเห็น 2 ด้านทั้งด้านหน้าด้านหลังและประดิษฐานบนหินอ่อน นอกจากนี้มีพระสมเด็จองค์ปฐมจำลองทั้ง 2 ชั้น ชั้น 1 จัดทำด้วยหยกและแกะมาจากประเทศเมียนมางดงามที่สุด ชั้น 2 จัดทำด้วยโลหะรมดำ

ชั้น 1 นี้ ผนัง 4 ด้าน มีภาพการจัดสร้างองค์พระอยู่บนผนังกระเบื้องทองและมีบอร์ดประวัติของวัด เมื่อเข้าอาคารด้านหน้าจะมีภาพใบโพธิ์สีทองในวงกลมบนเสา เป็น guide map คือคล้ายๆ คู่มือ แจ้งว่าในอาคารนี้มีอะไรอยู่ที่ไหน อาทิ รายนามคณะกรรมการจัดสร้างพระฯ และทางขึ้นบันได 3 ด้าน เป็นพระนาม-รายนามผู้บริจาครายใหญ่หลักล้านขึ้นไปจารึกบนใบโพธิ์ทองงดงามที่สุด ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

ชั้น 2 มีพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 ประดิษฐานเหนือลิฟต์ที่งดงามมากและมีนิทรรศการก่อสร้างองค์พระตลอด 12 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งนำตัวอย่างวัสดุล้ำค่าที่นำมาจัดสร้างองค์พระมาแสดงด้วย และมีผนังบอร์ดขนาดใหญ่เห็นทิวทัศน์รอบองค์พระจัดทำโดยบริษัทชั้นนำเช่นกันที่ได้รับรางวัลระดับโลก และภาพได้วิวงดงามขนาดนี้ด้วยความสนับสนุนของกองทัพอากาศที่ใช้โดรนบินขึ้นเก็บภาพจำนวนหลาย 10 ครั้งเพราะต้องได้ภาพที่งดงามฟ้าสวยที่สุด

ชั้น 3 ประดิษฐานองค์พระสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 29 เมตร ซึ่งสร้างด้วยวัสดุล้ำค่ามากมาย อาทิ พลอย นิล สะเก็ดดาว กาบหอยมุกและไข่มุกราตรี ชั้น 3 นี้ พื้นปูด้วยหินอ่อนพม่า เช่นเดียวกับที่ใช้ในพระมหาเจดีย์ชเวดากองและพุทธคยา คือแม้แดดร้อนจัดเดินไม่ร้อนเท้าเลย นอกจากนี้ มีป้ายหินแกรนิตที่งดงาม จารึกนามเจ้าภาพหลักรายใหญ่ คือ บริษัท CP จำกัด บริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล คุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย

นิทรรศการถาวรภายในอาคารทั้ง 2 ชั้นจัดทำโดยอาจารย์และมืออาชีพระดับประเทศที่ได้รับรางวัลระดับโลกจำนวนมาก สำหรับการปรับภูมิทัศน์ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อรองรับผู้คนในงานพิธีสมโภชครั้งประวัติศาสตร์นี้และสำหรับผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัดในอนาคต ส่วนการตกแต่งสวนลานธรรมและอื่นๆ รอบวัดได้รับความอุปถัมภ์จากสวนนงนุช

พระสมเด็จองค์ปฐมที่ศักดิ์สิทธิ์นี้สร้างด้วยพลอยรัตนะขนาดใหญ่ที่สุดองค์เดียวในโลกและมีประวัติการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์จำนวนมาก อาทิ พระอาทิตย์ทรงกลดนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งหมดทั้งปวงนี้ภายใต้การนำของพระอาจารย์ ธาตุ อธิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเทพประทาน (อธิพร) ผู้ริเริ่มโครงการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม และ พลอากาศเอกชลิตพุกผาสุข องคมนตรี ประธานจัดสร้างพระที่มีจิตศรัทธายิ่งติดตามงานด้วยตนเอง ขอความอนุเคราะห์อุปถัมภ์ แก้ไขปัญหาหน้างานและเบื้องหลังตลอดเวลา เป็นเวลามากกว่า 12 ปีนอกจากนี้คณะกรรมการได้จัดทำหนังสือที่ระลึก “พลังแห่งศรัทธา” เนื่องในโอกาสสมโภชองค์พระด้วย

หนังสือที่ระลึก “พลังแห่งศรัทธา” จัดพิมพ์จำนวน 8 พันเล่ม ออกแบบและจัดทำอย่างประณีต ร้อยเรื่องราวตำนานการก่อสร้างองค์พระฯ อย่างกระชับ ครบถ้วนและคัดสรรภาพแห่งความทรงจำตลอดระยะเวลา 12 ปีรวม 228 หน้า จัดพิมพ์ที่โรงพิมพ์จุฬาฯ โดยใช้หมึกแบบรักษ์โลก คือ ไม่ใช้ปิโตรเลียมใดๆไม่มีเคมี ไม่มีกลิ่น ปลอดภัยต่อผู้อ่าน ที่เรียกว่าCarbon Credit คือ ลดก๊าซเรือนกระจก ปลอดสารพิษ เป็นหมึกน้ำมันพืช เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศใช้ บูชาเล่มละ 299 บาท โดยสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดซึ่งอยู่หน้าสุดท้าย เพื่อนำเงินเข้าวัดเทพประทานโดยตรง และด้านหลังหนังสือ มีคิวอาร์โค้ดสามารถสแกนส่งให้ญาติมิตรอ่านหนังสือได้ทั้งเล่มเสมือนของจริง

นอกจากนี้ที่วัดเทพประทาน (อธิพร) ได้จัดทำของที่ระลึกให้เช่าบูชาในโอกาสอีก2 รายการ คือ พระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา” สร้างด้วยนิลที่ได้รับพระราชทานตราสัญลักษณ์ ภปร ชนิดหน้าตัก 9 นิ้ว 5 นิ้วบูชา 2 หมื่นบาทและ 1 หมื่นบาท พระพิมพ์ ขนาด 2 คูณ 3 ซม. บูชา 1 พันบาท และภาพมุมสูงเห็นองค์พระ เป็นดิจิทัลปรินท์ ภาพแพนโนรามาขนาดกว้าง 109 ซม. คูณ 33 ซม. เพื่อใส่กรอบประดับเป็นสิริมงคลที่บ้าน มีจำนวนจำกัด บูชาภาพละ 1 หมื่นบาท

ของที่ระลึกทั้ง 3 รายการ ติดต่อขอบูชา ได้ที่วัดเทพประทาน (อธิพร) โทร.094-8745356 และ 081-889-8155 และขอเชิญพุทธศาสนิกชนมากราบพระสมเด็จองค์ปฐมที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างด้วยพลอยรัตนะขนาดใหญ่ที่สุดองค์เดียวในโลกและมีประวัติการก่อสร้างที่น่าอัศจรรย์จำนวนมาก อาทิ พระอาทิตย์ทรงกลดนับครั้งไม่ถ้วน

happybirth คลินิกสูตินรีเวช จับมือ kintaam เผยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ลดโอกาสเสียชีวิตกว่า 80%

happybirth คลินิกสูตินรีเวช จับมือ kintaam  เผยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ลดโอกาสเสียชีวิตกว่า 80%

happybirth คลินิกสูตินรีเวช จับมือ kintaam เผยคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ลดโอกาสเสียชีวิตกว่า 80%

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

happybirth clinic คลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช ร่วมกับ kintaam ร้านไอศกรีมแซนด์วิชสุดสร้างสรรค์ ร่วมรณรงค์ให้ผู้หญิงทุกวัยตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการดูแลสุขภาพผู้หญิง ในช่วงเดือนของวันสตรีสากล (InternationalWomen’s Day)

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม โดยปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 9,100 รายต่อปี และพบว่าผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 13 คนต่อวัน 1 แต่ผู้หญิงจำนวนมากหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเนื่องจากความเขินอาย ขาดความรู้ หรือกลัวความไม่สะดวกสบาย ซึ่งการรณรงค์ครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะลดอุปสรรคเหล่านี้

พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง (คุณหมอชะเอม) สูตินรีแพทย์เฉพาะทางจาก happybirth clinic กล่าวถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกว่า “มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด และสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้กว่า 80%

happybirth clinic อยากใช้แคมเปญนี้สื่อสารให้ผู้หญิงทุกช่วงวัยได้รับรู้ถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สร้างความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพผู้หญิงโดยเล่าข้อความผ่านสื่อที่เข้าถึงผู้หญิงได้ทุกคน ทุกวัน และทุกวัย เช่น ขนม และไอศกรีม”

ถมทอง ไชยจินดา (น้ำอบ) และ น้ำทิพย์ ไชยจินดา (น้ำทิพย์) ผู้ก่อตั้ง kintaam กล่าวถึงแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์ไอศกรีมแซนด์วิช FLOWER POWER นี้ว่า“ที่ kintaam เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์จุดประกายประเด็นและบทสนทนาที่สำคัญได้ สำหรับผู้หญิงทุกคน การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นสิ่งที่ไม่ควรต้องปกปิดหรือเขินอายเราหวังว่าการรณรงค์ครั้งนี้จะช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกสบายใจและกล้าที่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และจุดประเด็นเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงทุกช่วงวัย”

อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกวัยไม่ควรมองข้าม happybirth clinic พร้อมเป็นพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบายและความเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์ผู้หญิงที่เชี่ยวชาญ และใส่ใจในรายละเอียดของสุขภาพผู้หญิงโดยเฉพาะ สามารถนัดหมายเข้ารับบริการตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ที่คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทั้ง 3 สาขา คือ อโศก รามคำแหง และลาดกระบัง ทุกวันและเวลาทำการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.happybirthclinic.com

ส่งต่อพลังใจผ่านไอศกรีมแซนด์วิชสุดพิเศษ

ไอศกรีมแซนด์วิช FLOWER POWER สื่อแทนข้อความเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย ก่อนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น ความเขินอาย ความกังวลความกลัว เรียงประกอบกันเป็นกลีบดอกไม้ที่ทำจากบิสกิตหลากรส หลายสี วางบนไอศกรีมทรงกลมที่ให้สัมผัสละมุนมีกลิ่นหอม รับประทานง่ายเป็นสัมผัสปิดท้าย แทนความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ เมื่อได้ก้าวข้ามความเขินอาย และเปิดใจพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองกับคุณหมอ

kintaam สร้างสรรค์บิสกิตรสชาติกลมกล่อมทั้ง 8 รส ได้แก่ Butter Blossom, Cocoa Embrace, Velvet Cocoa, Crimson Cocoa, Berry Kiss, Blueberry Lush, Berry Rouge และ Peach Caress ให้เลือกรับประทานคู่กับไอศกรีมนมรส “Peace” จากวานิลลา กุหลาบ และลิ้นจี่ แทนความรู้สึกเบาสบาย ผ่อนคลายใจ หรือจับคู่กับไอศกรีมซอร์เบท์รส “Paradise” จากกุหลาบ ลิ้นจี่ และเลมอน แทนความรู้สึกสดชื่น มั่นใจ และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

PAUL SMITH จับมือกับ LEE™ เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นระดับโลก

PAUL SMITH จับมือกับ LEE™ เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นระดับโลก

PAUL SMITH จับมือกับ LEE™ เปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นระดับโลก

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์คลาสสิกแบบมีลูกเล่น Paul Smith จับมือกับ Lee แบรนด์อเมริกันสุดไอคอนิก เปิดตัวคอลเลคชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากลายสไตรป์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Paul Smith และคำพูดของ Sir Paul ที่ว่า “look and see” คอลเลคชั่น 14 ชิ้น สุดลิมิเต็ดนี้ มีทั้งกางเกงยีนส์ เดนิมแจ๊กเกตเสื้อเชิ้ตสไตล์เวสเทิร์น และเสื้อยืด โดยเปิดตัวครั้งแรกในงานแสดง Paul Smith Spring/Summer 2025 ที่ Pitti Uomo

จุดเริ่มต้นของการร่วมงานกันในครั้งนี้ย้อนกลับไปตั้งแต่ที่ Paul เริ่มธุรกิจใหม่ๆ ร้านแรกของเขาตั้งอยู่เลขที่ 6 ถนนไบยาร์ดเลน เมืองนอตทิงแฮม ไม่ได้เป็นเพียงที่จัดแสดงผลงานออกแบบของเขาเท่านั้น แต่ยังนำสินค้าจากแบรนด์ที่เขาชื่นชอบมาให้ลูกค้าที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ได้เลือกสรร หนึ่งในนั้นคือกางเกงเพนเทอร์คุณภาพเยี่ยมที่เขาเริ่มนำเข้าจากแบรนด์เดนิมชั้นนำในอเมริกาอย่าง Lee ช่วงต้นยุค 70 ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คุ้นหูสำหรับคนที่ชื่นชอบเดนิม เสื้อผ้าเวิร์คแวร์ หรือสไตล์อเมริกานา

55 ปีผ่านไป Paul Smith นำดีไซน์อมตะของ Lee มาตีความใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง แคปซูลคอลเลคชั่นนี้นำเสนอยีนส์ Lee 101 และแจ๊กเกต 101 StormriderTM แจ๊กเกตชอร์ เสื้อเชิ้ตเวสเทิร์น และกางเกงคาร์เพนเตอร์ในลวดลายพิมพ์พิเศษ มาพร้อมเซตผ้าแจ็กการ์ดที่ผ่านการซักให้นุ่ม กางเกงทรงเรียว เสื้อยืดและเสื้อฮู้ดลายกราฟิกสนุกๆ ดีเทลการตกแต่งจากทั้งสองแบรนด์ช่วยเพิ่มสีสันได้อย่างลงตัว พร้อมกับลายสไตรป์สุดไอคอนิกของ Paul Smith ที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งคอลเลคชั่น

“ผมเคยขายสินค้า Lee ที่ร้านในนอตทิงแฮมช่วงยุค 70 สินค้าเหล่านี้สำคัญกับผมมากตอนที่ผมเพิ่งเริ่มต้น สมัยนั้นการนำเสื้อผ้าจากอเมริกามาอังกฤษยากกว่าตอนนี้มาก และการได้นำสินค้ามาวางขายที่ร้านเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ แบรนด์ Lee มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และการได้ร่วมงานกันในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก ความเชี่ยวชาญด้านเดนิมของ Lee กับความรู้ด้านลายพิมพ์และการออกแบบของเรา เป็นการผสมผสานกันที่สมบูรณ์แบบ”-Sir Paul Smith

“Paul Smith เป็นที่รู้จักจากสไตล์ “คลาสสิกแบบมีลูกเล่น” ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัวกับสไตล์อมตะของ Lee แฟนๆ ทั่วโลกต่างรอคอยคอลเลคชั่นนี้ตั้งแต่มีประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน พวกเราทุกคนที่ Lee ตื่นเต้นที่จะได้เห็นกระแสตอบรับจากการเปิดตัวครั้งนี้”-Jenni Broyles รองประธานบริหารและประธานแบรนด์ระดับโลก บริษัท Lee กล่าว

ความสนุกสนานของคอลเลคชั่นนี้ได้ช่างภาพฝีมืออย่าง Anton Gottlob มาถ่ายถอดเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเพื่อนๆ ทั้ง 6 คน ของ Paul Smith ซึ่งประกอบไปด้วย 2 นักดนตรี จิตรกร นักเต้นสไตลิสต์ และทนาย แต่ละคนสวมใส่คอลเลคชั่นในแบบที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

สามารถซื้อสินค้าได้ที่ Paul Smith สาขา Central Embassy, Paul Smith + Lee pop-up at Central Chidlom หรือช่องทางออนไลน์ของ
ทั้งสองแบรนด์

Tinder เผย 5 เทรนด์การออกเดทของผู้หญิงโสด เจาะลึกมุมมองผู้หญิงไทยผ่านผลสำรวจการเดทยุคใหม่

Tinder เผย 5 เทรนด์การออกเดทของผู้หญิงโสด  เจาะลึกมุมมองผู้หญิงไทยผ่านผลสำรวจการเดทยุคใหม่

Tinder เผย 5 เทรนด์การออกเดทของผู้หญิงโสด เจาะลึกมุมมองผู้หญิงไทยผ่านผลสำรวจการเดทยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล (Internation Women’s Day) นี้ Tinder® แอปหาคู่ที่ปฏิวัติวิธีในการพบปะและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ เผยแนวโน้มการออกเดทของผู้หญิงไทยยุคใหม่ ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากผลสำรวจของ Tinder ในหัวข้อ “การเดทยุคใหม่ในประเทศไทย” (Modern Day Dating in Thailand) ชี้ให้เห็นว่าผู้หญิงไทยยุคใหม่มีแนวทางการสร้าง
ความสัมพันธ์ที่แท้จริงในปัจจุบัน ขณะที่โลกเต็มไปด้วยสื่อดิจิทัลมากมาย แต่ผู้หญิงโสดที่มองหาคู่เดทมีความชัดเจนว่าต้องการอะไร และกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ด้วยความไว้วางใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และการเชื่อมต่อที่ลึกซึ้งและมีความหมาย

อาภัสสร ผาติตานนท์ นักจิตวิทยาการปรึกษา แสดงความคิดเห็นต่อความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ว่า “จากการศึกษาจิตวิทยาพัฒนาการ หรือศาสตร์แห่งการเข้าใจมนุษย์พบว่าคน Gen Z กำลังอยู่ในช่วงของการค้นหาตัวเอง ทำให้เปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ยังค้นหาอัตลักษณ์และความต้องการของตัวเองไปด้วย คนเหล่านี้จึงให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบเพื่อนและแบบคู่รัก รวมถึงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย โดยมักจะใช้เครื่องมือและแอปออนไลน์ เพื่อช่วยให้เชื่อมต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้น”

5 เทรนด์การเดทของผู้หญิงไทยยุคใหม่อ้างอิงข้อมูลจากผลสำรวจล่าสุดจาก Tinder มีดังนี้ 1) แอปหาคู่ยังฮิต เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่สาวๆ เลือกเมื่อมองหาคู่เดท : แม้ใครจะบอกว่าคนเลิกใช้แอปหาคู่กันแล้ว แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงไทยแน่นอน ผลสำรวจของ Tinder ระบุว่า 85% ของผู้หญิงไทยใช้แอปหาคู่ พบว่า เกือบ 3 ใน 4 ต่างเคยออกเดทกับคนที่พบบนแอปทั้งสิ้น และกว่า 80% มีความสัมพันธ์ที่พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมีความหมาย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าแอปหาคู่เป็นช่องทางหลักในการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงสำหรับผู้หญิงในโลกยุคดิจิทัลนี้

2) ถ้าจะรักกันต้องรักเพื่อนๆ ด้วย เพราะความเห็นของเพื่อนสำคัญไม่แพ้ใคร : ผู้หญิงไทยยุคใหม่มีความมั่นใจ กล้าหาญ และใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เกือบ 80% รู้สึกสบายใจที่จะแนะนำคนที่พบกันบนแอปหาคู่ให้เพื่อนรู้จัก และการมีเพื่อนเป็นแพทย์สนามคอยให้คำปรึกษาเรื่องความรักก็ไม่ใช่เรื่องยอดฮิตในหมู่คนไทยเท่านั้น เนื่องจาก 36% ของผู้หญิงทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มักจะขอคำปรึกษาเรื่องการออกเดทจากเพื่อนทั้งสิ้น เห็นได้ว่าพลังของแก๊งเพื่อนสาวมีอยู่จริง ดังนั้นจะชนะใจสาวๆ ได้ก็ต้องผ่านด่านของเพื่อนๆ ให้ได้ก่อน ฟีเจอร์ Matchmaker จาก Tinder เป็นตัวช่วยที่เปิดโอกาสให้เพื่อนสาวสุดซี้ได้ทำหน้าที่เป็นกามเทพส่วนตัวในการแนะนำคู่ Match ที่คิดว่าเหมาะสมให้ผู้ใช้ได้โดยตรงจากบนแอป

3) ความรัก เป็น เรื่องที่สาวๆ ในไทยให้ความสำคัญ : สาวไทยมีเป้าหมายในการออกเดทที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งและรักอิสระ แต่ก็ยังรู้สึกว่าอยากจะเป็นเจ้าหญิงของใครสักคน หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในอีกสามปีข้างหน้า ก็พบว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดอันดับที่ 1 ของสาวไทย คือการหาคู่ที่จะคบกันไปได้ยาวๆ และแม้ว่าจะมีคนเห็นตรงกันข้ามเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ แต่ผลสำรวจกลับพบว่าคน Gen Z สนใจเรื่องการแต่งงาน และสาวๆ กว่า 60% ระบุว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งในอีกเจ็ดปีข้างหน้า ในขณะที่หนุ่มๆ ที่ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญเรื่องแต่งงานเพียงอันดับที่หกเท่านั้น

4) การเป็นตัวของตัวเองสำคัญที่สุด : หากพูดถึงแอปหาคู่ คิดว่า รูปถ่าย อายุ หรือส่วนสูง อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาผู้หญิงไทยเป็นอันดับแรก ทั้งหมดที่กล่าวมาก็ยังแพ้ความเป็นตัวของตัวเอง ผลสำรวจของ Tinder พบว่า กว่า 70% ของผู้หญิงไทยชอบโปรไฟล์ที่มีการยืนยันตัวตน และชอบรูปภาพที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนและบุคลิกของอีกฝ่าย การมีไวบ์ที่เข้ากันได้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะว่าการมีความสนใจและงานอดิเรกที่คล้ายกันเป็นสิ่งที่สาวๆ ชาว Gen Z ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการหาคู่มากขึ้นเรื่อยๆ กว่า 70% ของผู้หญิงโสดพร้อมเปิดใจให้ AI ช่วยเลือกรูปภาพที่ดีที่สุดสำหรับตั้งเป็นรูปโปรไฟล์บนแอป โดย Tinder มีฟีเจอร์ AI Photo Selector เพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาเลือกรูปหรือเดาว่ารูปไหนจะโดนใจที่สุด แถมยังช่วยเลือกรูปภาพที่แสดงให้เห็นถึงบุคลิกในแบบที่เป็นตัวเองได้อย่างเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

5) ออกเดทแบบคอมพลีท  ต้องรู้สึกปลอดภัย สบายใจ และเคารพซึ่งกันและกัน : ไม่มีรถก็ไม่เป็นไร ไม่มีช่อดอกไม้ก็พอรับได้ แต่ถ้าทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย อึดอัดใจ และยังไม่เคารพกันอีกก็บายจ้า เพราะสำหรับผู้หญิงไทยแล้ว เรื่องพวกนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการออกเดทที่ไม่สามารถยอมรับได้ ผลสำรวจของ Tinder พบว่าสิ่งที่ผู้หญิงมีความกังวลมากที่สุดเป็นอันดับ 1 เมื่อนัดเดทพบปะกัน คือความปลอดภัย สิ่งที่ต้องสังเกตให้ดีคือ เมื่อถึงเวลาทบทวนว่าเดทครั้งนี้โอเคหรือไม่ ให้ดูว่า รู้สึกสบายใจและรู้สึกปลอดภัยตลอดเวลาที่ไปเดทกันหรือเปล่า รวมถึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายให้เกียรติและให้ความสำคัญกับคุณหรือไม่  

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะแชร์แผนการออกเดทให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วย Tinder จึงสร้างฟีเจอร์ Share My Date เพื่อให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลการเดท ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ วันและเวลานัดเดท รวมถึงรูปภาพของคู่เดทให้กับเพื่อนสนิทได้รับทราบโดยตรงจากบนแอปได้เลย

เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าสาวไทยยุคใหม่เปิดรับเทคโนโลยี พึ่งพาคำปรึกษาจากเพื่อนสนิท ให้ความสำคัญกับความรัก และต้องการให้คู่เดทมีความเคารพซึ่งกันและกัน แม้ว่าในโลกยุคดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนเชื่อมต่อกันไปโดยสิ้นเชิง แต่สำหรับสาวๆ รุ่นใหม่แล้ว ความสำคัญของความไว้วางใจ การเป็นตัวตนที่อย่างแท้จริง และการสานสัมพันธ์ระยะยาว ยังคงเป็นหัวใจหลักของความสัมพันธ์สำหรับความรักยุคใหม่