การตีความใหม่ของคอลเล็กชันไอคอนิก FRED FORCE 10 RISE
วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.16 น.
ในปี 2025 เมซง FRED เริ่มบทใหม่ของคอลเล็กชันไอคอนิกอย่าง Force 10 Rise คอลเล็กชันเครื่องประดับล่าสุดที่ส่องประกายและเต็มไปด้วยความงดงามในแบบผู้หญิง ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของเมซง
เพื่อยกย่องความรักอันลึกซึ้งของผู้ก่อตั้งที่มีต่อท้องทะเล Force 10 ถ่ายทอดความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ของเมซงออกมาอย่างโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และความสง่างามเหนือกาลเวลา พร้อมจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์วงการเครื่องประดับอย่างไม่มีวันเลือนลาง คอลเล็กชันนี้ถือกำเนิดมาร่วม 60 ปี จากความหลงใหลในการเดินเรือของเฟร็ด ซามูเอล และบุตรชายของเขา และได้เติบโตจนกลายเป็นสัญลักษณ์สุดอมตะแห่งความกล้าหาญและความมุ่งมั่น ในปีนี้ FRED ยังคงสานต่อประวัติศาสตร์ของ Force 10 ด้วยการเปิดตัว Force 10 Rise โดยผลงานการสร้างสรรค์เหล่านี้สะท้อนถึงความกล้าแกร่งและความยืดหยุ่น ขับเคลื่อนด้วยพลังภายในที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน เป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวข้ามขีดจำกัด Force 10 Rise เชิญชวนทุกท่านเผชิญหน้าความท้าทายในชีวิตด้วยความสง่างาม ความหรูหรา และความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นแหล่งแรงบันดาลใจและแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
ด้วยแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์ของเครื่องประดับชั้นสูงในคอลเล็กชัน Force 10 อันเป็นเอกลักษณ์เมซงจึงได้นิยามใหม่ของสไตล์ที่สมบูรณ์แบบ Force 10 Rise ถูกถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบการออกแบบด้วยสัญลักษณ์ของความทรงพลังและแน่วแน่อย่างสายเคเบิลและบักเคิล ซึ่งในครั้งนี้ถูกนำเสนอในรูปแบบคู่ใหม่ด้วยบักเคิลประดับเพชรพาเว่และเติมเต็มด้วยเส้นสายประดับ การผสมผสานระหว่างรูปทรงธรรมชาติและเส้นตรงอย่างประณีต สามแถวของทองคำสีพิงค์โกลด์หรือทองคำสีไวท์โกลด์นี้สร้างความกลมกลืนที่สมบูรณ์
การออกแบบกราฟิกที่โดดเด่นเพิ่มมิติใหม่ให้กับแหวนวงเกลี้ยง เผยเสน่ห์อันน่าหลงใหลเมื่อสวมลงบนนิ้ว นอกจากนี้ FRED ยังเพิ่มสร้อยคอเส้นใหม่เข้าไปในคอลเล็กชัน โดยผลงานเหล่านี้สามารถสวมใส่แบบชั้นเดียวหรือสวมซ้อนกันเพื่อสร้างลวดลายที่ไหลลื่นในหลากหลายเฉดสีของทองคำให้เข้ากับอารมณ์ของคุณ ต่างหู 2 คู่ เสริมความพลิกผันที่ไม่คาดคิดให้กับการออกแบบ Force 10 Rise มีให้เลือกทั้งรูปทรงครึ่งวงกลมหรือแบบห่วง มอบความรู้สึกของรูปทรงเรขาคณิตและความงามร่วมสมัย สามารถค้นพบเครื่องประดับอื่นๆได้ในรูปแบบต่างหูแบบเอียร์คัฟซึ่งสามารถสวมใส่ในตำแหน่งที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะสวมเพียงชิ้นเดียวหรือจับคู่กัน ต่างหูคู่นี้ก็สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างสนุกสนานและเปี่ยมไปด้วยความทันสมัย
การเติมเต็มพลังที่สดใหม่และวิสัยทัศน์ร่วมสมัยให้กับคอลเล็กชันอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงผ่าน Force 10 Rise นั้นเปรียบเสมือนการเชิญชวนทุกท่านให้แสดงออกถึงตัวตนและเขียนเรื่องราวของคุณเองด้วยความสง่างามและความมุ่งมั่น ผลงานสร้างสรรค์ทั้ง 5 ชิ้นนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเกมแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้หญิงแต่ละคนสามารถสร้างกฎเกณฑ์ของตนเองโดยการสวมเครื่องประดับของ Force 10 แบบเรียงซ้อนตามใจปรารถนา แกร่งกล้า อ่อนช้อย และเฉิดฉาย Force 10 Rise เป็นสัญลักษณ์ของไอคอนที่ถูกปรับโฉมใหม่ ซึ่งเชิญชวนให้ทุกท่านเผชิญกับความท้าทายด้วยการปลุกพลังภายในตัวเรา ผลงานสร้างสรรค์ใหม่ที่เปล่งประกายและสะท้อนถึงบุคลิกของ FRED ช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวัน
ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 บทบาทของผู้หญิงในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว มหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ (Singapore Management University: SMU) จึงได้จัดงานเสวนาและบรรยายในหัวข้อ “Leadership in Tech: AI Ethics, Data Governance, and the Power of Community” ซึ่งเป็นเวทีที่มุ่งเน้นการเฉลิมฉลองความสำเร็จ และเสริมศักยภาพให้กับผู้นำหญิงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศไทย
ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำของภูมิภาคเอเชียด้านเทคโนโลยีและการบริหารธุรกิจ SMU พบว่าแนวโน้มของผู้หญิงที่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางมหาวิทยาลัยได้พบว่าอัตราส่วนของนักศึกษาหญิงที่ลงทะเบียนเรียนใน คณะคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ (School of Computing and Information Systems) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงการมองเห็นโอกาสในภาคเทคโนโลยีที่เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับผู้หญิง
ศ.ซัน ซัน ลิม
ในงานครั้งนี้ ศ.ซัน ซัน ลิม รองอธิการบดีฝ่ายความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม และศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารและเทคโนโลยี ลีคงเชียน จาก SMU ได้ทำการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “AI Ethics and Data Governance in the Asian Context” โดยได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เนื่องมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี อนาคตของการทำงาน และหลักจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนสามารถใช้ AI ให้เป็นประโยชน์และสนับสนุนผู้บริโภคที่มีมากถึง 673 ล้านคนของภูมิภาคนี้ โดยผ่านการจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลที่ให้ความสำคัญกับการมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Approach)
ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “The Power of Mentorship & Community in Thailand’s Tech Sector” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ สิริกัญญ์ เลิศศักดิ์วิมาน ผู้ก่อตั้ง KCX Earth and People Lab, กนกกร ประสงค์ธนกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Davoy.tech และศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย SMU สาขา Master of IT in Business (MITB) ที่จบการศึกษาในปี 2561 รวมถึง ภาพเพรง เลี้ยงสุข ผู้อำนวยการโครงการ Techsauce, วรนุช วรุตตมพรสุ ผู้จัดการด้านประสิทธิภาพของระบบ Salesforce ระดับโลกจากบริษัทด้านการดูแลสุขภาพระดับสากล และ ซีลิน ควอค (Celine Kuok) ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อต่างประเทศของ SMU สาขากรุงเทพฯ
ผู้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “The Power of Mentorship & Community in Thailand’s Tech Sector” สิริกัญญ์ เลิศศักดิ์วิมาน, ภาพเพรง เลี้ยงสุข, ศ.ซัน ซัน ลิม, วรนุช วรุตตมพรสุ, กนกกร ประสงค์ธนกิจ และ ซีลิน ควอค
หนึ่งในหลักสูตรที่มีความโดดเด่นของ SMU คือ หลักสูตรปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (Master of IT in Business: MITB) ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดย QS Global Master’s in Business Analytics Rankings ปี 2568 ให้เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชีย และอันดับที่ 24 ของโลก โดยหลักสูตร MITB มุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีสาขาเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งในด้านเทคโนโลยีทางการเงินและการวิเคราะห์ข้อมูล (Financial Technology & Analytics) การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation)
นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งหลักสูตรซึ่งมีความน่าสนใจคือปริญญาโทสาขาการประกอบการและนวัตกรรม (Master of Science in Entrepreneurship and Innovation: MEI) ซึ่งออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้นำด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการแห่งอนาคตของภูมิภาคเอเชียให้สามารถขับเคลื่อนความสำเร็จทางธุรกิจทั้งในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ