‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’เปิดตัวสารคดี‘ยกมือพลิกชีวิต’ พร้อมหนังสือ‘คุณหญิง Coding’จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’เปิดตัวสารคดี‘ยกมือพลิกชีวิต’  พร้อมหนังสือ‘คุณหญิง Coding’จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’เปิดตัวสารคดี‘ยกมือพลิกชีวิต’ พร้อมหนังสือ‘คุณหญิง Coding’จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เต็มไปด้วยพลังแห่งแรงบันดาลใจในงานเปิดตัวหนังสือ คุณหญิง Coding : ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และภาพยนตร์สารคดี Hands Up ยกมือพลิกชีวิต ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน Inside the Book, Behind The Story : ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมแขกรับเชิญจากแวดวงต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองามองอาจ คล้ามไพบูลย์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ฯลฯ ที่ โรงภาพยนตร์ลิโด้ 1

หนังสือ “คุณหญิง Coding : ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ได้บอกเล่าการคิดเชิงตรรกะที่เป็นเหตุเป็นผล โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Unplugged Coding เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถพัฒนาเท่าทันโลกดิจิทัล คู่ขนานไปกับตัวอย่างที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อทำให้คนอ่านเข้าใจว่าอันที่จริงแล้ว ทุกคนล้วนมีโค้ดดิ้งอยู่กับตัวเอง เพียงแค่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับชมภาพยนตร์สารคดี “Hands Up ยกมือพลิกชีวิต” ที่สะท้อนถึงเรื่องราวของคุณหญิงกัลยา ผ่านชีวิต และมุมมองความคิด ทั้งในด้านของความกล้าหาญในการตั้งคำถาม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ดิฉันอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากการกล้าถามและกล้าคิด ทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากมือของเราเอง” คุณหญิงกัลยา กล่าว

ไฮไลท์สำคัญอีกอย่างในงาน คือกิจกรรมเสวนา “Hands Up” to “คุณหญิง Coding” ที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน คือ โตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้OKMD และโอชวิน จิรโสตติกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FutureSkill ดำเนินการเสวนาโดย พลวัชร ภู่พิพัฒน์ ผู้ประกาศช่อง TNN โดยประเด็นสนทนาในงานพูดถึงเรื่องความสำคัญของ Coding โดยเฉพาะ Unplugged Coding การคิดเชิงตรรกะที่นอกจากจะช่วยในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21

“Coding ไม่ใช่แค่การเขียนโปรแกรม แต่คือทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ เด็กยุคใหม่ต้องมีโค้ดดิ้งติดตัว ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนที่ไม่มีใครคาดเดาได้ ชีวิตพลิกผันได้เสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไม “โค้ดดิ้ง” จึงสำคัญ เพราะโค้ดดิ้งจะทำให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ทุกสถานการณ์” คุณหญิงกัลยา กล่าวและย้ำถึงความสำคัญของ Coding “สำหรับโลกยุคใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่า Coding นั้น ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่คือทักษะของปัจจุบันที่ทุกคนต้องมี”

หนังสือ “คุณหญิง Coding” ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จัดจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ของสายส่งหนังสือ เคล็ดไทย รายได้จากการจำหน่ายหนังสือ “คุณหญิง Coding” มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ โรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ สพป.นครราชสีมา เขต 4 เพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป

สำหรับภาพยนตร์สารคดี Hands up ยกมือพลิกชีวิต เป็นเหมือนบทบันทึกเรื่องราวที่สำคัญของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ติดตามชมภาพยนตร์สารคดีได้ที่ Facebook Fanpage
“คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” (https://www.facebook.com/KhunyingKalaya) และ YouTube “คุณหญิงCoding” (http://bit.ly/3DE3rt4)

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ส่งต่อศิลปะ‘ริ้วมะปราง’อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา  ส่งต่อศิลปะ‘ริ้วมะปราง’อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา ส่งต่อศิลปะ‘ริ้วมะปราง’อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ริ้วมะปราง” นับเป็นอีกศาสตร์ในศิลปะการทำอาหารตามแบบฉบับชาววัง ที่นับวันจะหาผู้ริ้วมะปรางออกมาอย่างสวยงามได้ยาก โดยเฉพาะวิธีการริ้วมะปรางตามแบบ “ราชสกุลกุญชร” ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นต้นตำรับที่ริ้วมะปรางได้ลวดลายที่สวยงามยิ่งนัก พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด คือหนึ่งในลูกหลานที่ได้รับการถ่ายทอดตำรับอาหารชาววัง รวมถึงศิลปะการริ้วมะปราง จากคุณแม่ บุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา และถ่ายทอดวิชาริ้วมะปรางแก่ผู้สนใจเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปะอันงดงามนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

พิพัฒพงศ์ เล่าให้ฟังว่า โบราณนานมาชาววังทั้งหลายเวลาจะรับทานอะไรไม่ใช่แค่รสชาติอร่อย แต่ต้องมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามด้วย ยิ่งเป็นเครื่องเสวยของเจ้านายทุกสิ่งอย่างต้องประดิดประดอยมาอย่างวิจิตร ผลไม้ก็ต้องคว้านเมล็ดแกะสลักให้สวยงามพอดีคำ แต่ละวังแต่ละบ้านก็มีตำรับอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันไป การริ้วมะปรางก็เช่นกันของแต่ละวังเขาก็มี ที่ขึ้นชื่อมากเป็นต้นตำรับต้อง ริ้วมะปรางแบบราชสกุลกุญชร

“การริ้วมะปรางผมได้เรียนรู้มาจากคุณแม่ ซึ่งมีคุณย่า คือ หม่อมหลวงสำลี อิศรเสนา ณ อยุธยา สกุลเดิมคุณย่าท่านมาจากราชสกุลกุญชร ท่านก็สอนให้คุณแม่จนมาถึงรุ่นผม การริ้วมะปรางคนไม่รู้จะเข้าใจว่าคือการแกะสลัก แต่ไม่ใช่การริ้วก็คือการปอกเปลือกนั่นแหละ แต่เป็นการปอกเอาเปลือกออกให้บางที่สุด และทำให้เกิดริ้วไปพร้อมๆ กัน ซึ่งต้องอาศัยทักษะความชำนาญของผู้ริ้ว จึงจะริ้วมะปรางออกมาได้อย่างสวยงาม”

ด้วยความเป็นงานฝีมือชั้นสูง ที่ต้องอาศัยทักษะความชำนาญ อีกทั้งคนรุ่นเก่าก็มักจะหวงวิชา นับวันจึงหาผู้ที่ริ้วมะปรางเป็นได้น้อยคนนักด้วยเหตุนี้เอง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย จึงมีพระบัญชาให้ บุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา ช่วยถ่ายทอดศิลปะการริ้วมะปรางให้กับผู้สนใจเพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้งานฝีมือศาสตร์แขนงนี้อยู่กับประเทศไทยสืบไป

“พระองค์ท่านทรงเกรงว่าศาสตร์แขนงนี้จะสูญหายไป เพราะการทำมะปรางริ้วเลือนหายไปมากแล้ว เมื่อก่อนนี้ในแต่ละวังก็มีการทำอยู่ แต่ภายหลังมันค่อยเลือนไปเรื่อย คนริ้วเป็นก็ค่อยๆ หมดไป พระองค์ท่านก็เกรงว่าวัฒนธรรมที่เป็นของไทยแท้ๆ จะหมดไป เพราะไม่มีชาติไหนในโลกปอกมะปรางริ้วแบบนี้ ต้องเข้าใจก่อนเลยว่าไม่มีชาติไหนในโลกใช้วิธีปอกมะปรางด้วยวิธีริ้ว เมื่อคุณแม่รับพระบัญชามาในช่วงแรกท่านก็เปิดสอนที่บ้าน ท่านสอนอยู่ได้สองปีคุณแม่ก็เสีย ผมจึงรับช่วงต่อจากแม่ เปิดสอนหลังงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืองานอุทยาน ร.2 มาใช้สถานที่หอวชิราวุธานุสรณ์ ภายในหอสมุดแห่งชาติ เป็นสถานที่เรียน มาถึงปีนี้กว่า 10 ปีแล้ว รวมๆ แล้วก็มีคนมาเรียนจำนวนมากอยู่”

การเรียนริ้วมะปรางมีค่าใช้จ่ายคนละ 6,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ประกอบด้วย บริจาคให้มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ (มูลนิธิ ร.6) จำนวน 2,000 บาท บริจาคให้มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (มูลนิธิ ร.2) จำนวน 1,000 บาท ค่าอุปกรณ์ ได้แก่ มีดริ้ว
มีดคว้าน ผ้าไหมจีน ชุดละ 2,000 บาท ค่ามะปราง 300 บาท และค่ากลางวัน 700 บาท

“ค่าใช้จ่ายนี้ที่บริจาคให้มูลนิธิ ร.6 เนื่องด้วยเรามาใช้สถานที่ของสำนักงานมูลนิธิส่วนมูลนิธิ ร.2 เพราะถือเป็นต้นกำเนิดมะปรางริ้วส่วนอุปกรณ์จะได้มีดริ้ว 2 เล่ม และมีดคว้าน1 เล่ม ซึ่งมีดนี้เป็นมีดที่สั่งทำเป็นพิเศษ เมื่อก่อนจะสั่งทำที่ร้าน ส.สำราญ ไทยแลนด์ แต่ปัจจุบันเลิกไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็มีร้านที่เราสั่งทำได้แล้ว มีดนี้ผลิตจากเหล็กขาวเนื้อดีสั่งจากเยอรมนี มีดมี 3 เล่ม เล่มใหญ่ไว้สำหรับริ้วมีดเล่มกลางไว้สำหรับทำลวดลาย และมีเล่มเล็กเป็นมีดคว้าน ที่ต้องเป็นเหล็กขาวเพราะจะทำให้เนื้อผลไม้ไม่ดำ ที่สำคัญคือมีดริ้วมะปรางนี้ห้ามนำไปปอกผลไม้อื่นโดยเด็ดขาด”

ในแต่ละปี การสอนริ้วมะปราง ตามแบบราชสกุลกุญชร จะเปิดเพียง 4 วัน วันละไม่เกิน 20 คนเท่านั้น ดังนั้นผู้มาเรียนจึงต้องมีความรัก ความสนใจในศาสตร์แขนงนี้อย่างแท้จริง

“บางรุ่นก็ไม่ถึง 20 คน มีแค่คนเดียวผมก็สอน และสอนแบบไม่มีค่าตัว เพราะผมทำเพื่อสนองพระบัญชากรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ ที่ต้องการให้อนุรักษ์การริ้วมะปรางแก่คนรุ่นหลัง
ผมสอนแบบไม่หวงวิชา ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ วิธีการเลือกมะปรางหรือมะยงชิดสำหรับริ้ว การจับมีด การวางมือที่ถูกต้อง การริ้วลายเบื้องต้น การคว้านเมล็ดและการเก็บรักษามะปรางหลังริ้วเสร็จให้คงรูปสวยงามซึ่งการจะริ้วมะปรางได้สวย ริ้วได้สม่ำเสมอ ใจ มีด และมือ ต้องสัมพันธ์กัน เมื่อริ้วลายเบื้องต้นคือริ้วตรงได้สวยงามแล้ว ซึ่งเป็นทักษะสำคัญ จะทำให้การทำลายอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น”

พิพัฒพงศ์ ยังได้เล่าเกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับมะปรางเพิ่มเติมว่า มะปราง จะมี 2 สกุลหลักๆ คือ “มะปราง” กับ “กาวาง” มะปรางแท้ๆ จะมีผลขนาดเล็กเท่าหัวแม่โป้ง เมล็ดโต รสหวาน เนื้ออร่อย ส่วน กาวาง ผลโต สีส้มจัด รสเปรี้ยวมาก ว่ากันว่าอีกายังคาบเอาไปทิ้งเพราะกินไม่ลงจึงเป็นที่มาของชื่อ กาวาง

“ในความคิดของผมเองนะ คงจะมีการครอสสายพันธุ์กันระหว่างมะปรางกับกาวาง เมื่อได้ต้นพันธุ์มาแล้วแต่ละพันธุ์คงได้ยีนด้อยยีนเด่นแตกต่างกัน ถ้าผลออกมา หวานนำเปรี้ยวก็เรียกมะยงชิด แต่ถ้าผลออกมาได้เปรี้ยวนำหวาน ก็เรียกมะยง เฉยๆ ในตลาดที่วางขายกันก็บอกว่าของตัวเองเป็นมะยงชิดกันหมดจะรู้ว่าแท้ไม่แท้ต้องชิมเท่านั้น อย่างที่เอามาสอนนี่ต้องไปถึงสวนไปคัดมาเอง เอาลูกสวยๆ ขนาดพอดีๆ วางเรียงมาเป็นลูกๆ เพื่อไม่ให้ช้ำ กิโลกรัมละ 300 กว่า ให้นักเรียนได้ฝึกมือเต็มที่ไม่อั้น มะปรางที่เหมาะแก่การริ้ว ต้องมีความสุกอยู่ที่ประมาณ 80% หรือห่าม ถ้าใช้มะปรางสุกมากไปจะริ้วยากเพราะเนื้อนิ่ม เมื่อริ้วมะปรางแล้วเราจะเรียกว่า มะปรางริ้ว ซึ่งสามารถทานสดได้ นำไปทำอาหารว่างโบราณอย่าง ส้มฉุน หรือลอยแก้ว ก็ได้”

กว่าสิบปีที่ พิพัฒพงศ์ รับสนองพระบัญชา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อจากคุณแม่ในการสอนริ้วมะปราง มีลูกศิษย์นับร้อยคน ในฐานะ “ครู” จึงเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เขาภูมิใจ

“เมื่อไม่นานนี้ก็ได้เข้าเฝ้าฯ ได้กราบบังคมทูลแล้วว่า มีคนมาเรียนริ้วมะปรางจำนวนมากอยู่สิบกว่าปีที่สอนมาก็เป็นร้อยคนแล้วส่วนตัวผมเอง แม่บ้าน เด็กในบ้านผมก็สอนให้หมด คิดว่าการริ้วมะปรางยังอยู่ไปอีกนาน ที่น่าภูมิใจคือเราได้เห็นลูกศิษย์ที่เก่งๆ วันนี้ก็กลับมาช่วยผมสอน และมีคิดค้นลายมะปรางริ้วลายใหม่ๆ เป็นเรื่องที่ดีใจและภูมิใจมาก คิดว่าลูกศิษย์เหล่านี้เขาจะเป็นคนสานต่อทำให้ศิลปะการริ้วมะปรางยังคงอยู่ต่อไป ส่วนตัวก็จะสอนต่อไปจนกว่าเราจะไม่ไหว”

ด้าน พล.อ.ต.หญิง ฉัฐสินี คูณขุนทด หนึ่งในผู้ที่มาเรียนริ้วมะปรางกับ ครูพิพัฒพงศ์ กล่าวว่า มาเรียนริ้วมะปรางเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เพราะชอบงานฝีมือและการริ้วมะปรางจะหาคนทำได้น้อย คุณครูสอนให้ความรู้เต็มที่ เรียนแล้วก็ต้องหมั่นฝึกฝนกว่าริ้วได้เก่ง ต้องริ้วตรงให้สวยก่อน ถึงจะทำลายอื่นๆ ได้ วันนี้ครูให้มาเป็นผู้ช่วยสอนก็รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังต้องพัฒนาฝีมือ
ตัวเองต่อไป ทุกวันนี้พอถึงหน้ามะปรางมะยงชิดพี่จะริ้วใส่โถแก้ว หรือชามแก้ว 2-3 ลูก นำไปมอบให้ผู้ใหญ่ ท่านก็ชอบเพราะได้ทั้งอาหารตาและได้ทานของอร่อย และดีใจที่มีส่วนในการอนุรักษ์งานฝีมือของไทยด้วย”

สำหรับผู้สนใจเรียน “ริ้วมะปราง” สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : มะปรางริ้ว

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระเป๋าเดินทางคุณภาพเยี่ยม คงทน ดีไซน์สวย ช่วยให้นักเดินทางสนุกกับทริปได้เต็มที่ FPM MILANO (เอฟพีเอ็ม มิลาโน่) แบรนด์กระเป๋าเดินทางสุดหรูอันเก่าแก่กว่า 79 ปี จากประเทศอิตาลี ภายใต้การนำเข้าของ ALIST (เอลิส) โดย ดนัย สรไกรกิติกูล จัดงานเปิด Pop-up Store คอนเซ็ปต์ใหม่ Travel in Style สะท้อนไลฟ์สไตล์ของ
นักเดินทางยุคใหม่ ผ่านดีไซน์สุดหรูผสานนวัตกรรม Butterfly Lock เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ช่วยเติมเต็มสีสันและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ มร.เปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr.Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ศิโรตม์ เสตะพันธุ, อรวรรณ เสตะพันธุ, ดิษยา สรไกรกิติกูล, อัครรัฐ วรรณรัตน์, สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง,ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, พรปวีณ์ นีระสิงห์, ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ชลธร คงยิ่งยง และ มนัสนันท์ นาคลดา ณ ชั้น 1 FPM MILANO Pop-Up Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

FPM MILANO Pop-up Store คอนเซ็ปต์ใหม่ Travel in Style ที่จะพาทุกคนได้สัมผัสถึงการเดินทางที่เหนือระดับ ด้วยการตกแต่งที่ให้ความเรียบหรูผนวกกับเอเลเมนต์สายหนังสุดไอคอนิก นำเสนอกระเป๋าซีรี่ส์ฮิตในตำนานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง อย่างกระเป๋ารุ่นฮิตอย่าง BANK พร้อมด้วยรุ่น Bank Light และ Bank Zip Deluxe ในสีใหม่ คือสี Moss green

กระเป๋า FPM MILANO ทุกใบรังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมืออิตาลีผู้เชี่ยวชาญโดดเด่นด้วยงานคราฟต์สุดประณีตและวัสดุระดับพรีเมียมที่สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา ผ่านการทดสอบความแข็งแรงถึง 6 ครั้ง เพื่อรับประกันมาตรฐานคุณภาพระดับสูง หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ FPM MILANO แตกต่างจากกระเป๋าเดินทางทั่วไป คือ ตัวล็อกแบบ Butterfly Lock นวัตกรรมเฉพาะของแบรนด์ที่ให้ความปลอดภัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่หรูหรา มาพร้อมกับด้ามจับที่ทำจากหนังแท้

FPM MILANO กระเป๋าเดินทางสุดลักซ์ชัวรี่ที่ผสานความประณีตของงานคราฟต์และนวัตกรรม การผลิตจากอิตาลี วางจำหน่ายแล้วที่ FPM MILANO Pop-up Store คอนเซ็ปต์ใหม่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร.065-5197709 Line Official : @fpmth และอัปเดตเทรนด์จาก FPM ได้ที่ Instagram @fpm_milano และ @fpm_milano_thailand

ดนัย สรไกรกิติกูล

ดนัย สรไกรกิติกูล

ออท. ฯพณฯ มร.เปาโล ดีโอนีซี

ออท. ฯพณฯ มร.เปาโล ดีโอนีซี

บอย ปกรณ์ และ เฟย์ พรปวีณ์

บอย ปกรณ์ และ เฟย์ พรปวีณ์

ดิษยา สรไกรกิติกูล และ อรวรรณ เสตะพันธุ

ดิษยา สรไกรกิติกูล และ อรวรรณ เสตะพันธุ

มนัสนันท์ นาคลด

มนัสนันท์ นาคลด

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับซัมเมอร์-ปิดเทอม กับมหากาพย์ความสนุก-ความสุข

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับซัมเมอร์-ปิดเทอม กับมหากาพย์ความสนุก-ความสุข

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับซัมเมอร์-ปิดเทอม กับมหากาพย์ความสนุก-ความสุข

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนน้องๆ หนูๆ ร่วมกิจกรรมฉลองต้อนรับปิดเทอมกับหลากหลายกิจกรรมการเรียนรู้สุดสร้างสรรค์กับ “มหากาพย์ความสนุก” และ “มหากาพย์ความสุข” พร้อม
พบกับ “M Friends” 3 มาสคอตสุดคิ้วท์ มิร่า มิร่า (MIRA MIRA), “มีมี่” (ME ME) และ “เมอร์ เมอร์” (MUR MUR) ร่วมสร้างสีสันความสนุก ตั้งแต่วันนี้-23 เมษายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา

เริ่มต้นที่ “มหากาพย์ความสนุก” เติมเต็มจินตนาการและเปิดโลกการเรียนรู้ให้เด็กๆ ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค งาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง รวบรวมสัตว์แปลกหายากกว่า 300 ชีวิต ภายใต้บรรยากาศจำลองของถ้ำมหัศจรรย์และกิจกรรมความสนุกมากมาย ค่าเข้าชมเพียง 50 บาท โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะร่วมสมทบทุนให้กับมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่า ตั้งแต่วันนี้-23 มี.ค. ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และจัดต่อเนื่องในวันที่ 11-20 เม.ย. ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

การแข่งขัน THE MALL LIFESTORE PRESENTS STRIDERCUP ASIAN CHAMPIONSHIP 2025 เฟ้นหาสุดยอดนักแข่งสไตรเดอร์ระดับเอเชียสนามประจำประเทศไทย ร่วมชมและเชียร์กันได้วันที่ 26-27 เม.ย. 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

ร่วมผจญภัยในงาน “THE MALL LIFESTORE KIDSVENTURE SUMMER ISLAND 2025” เปิดโลกแห่งจินตนาการบนเกาะหรรษา ที่เด็กๆ จะได้สนุกกับสไลเดอร์โจรสลัด หาดทรายจำลอง และโซน PETS ISLAND ใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์สุดน่ารัก พร้อมพบกับ “M Friends” 3 มาสคอตทั้งมิร่า มิร่า, มีมี่, เมอร์ เมอร์ และเหล่ามาสคอตขวัญใจเด็กๆ “กุ๋งกิ๋ง, ต้นกล้าและแก๊งผองเพื่อนไดโน” สนุกกันได้ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.-2 เม.ย. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,24-30 เม.ย. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

สัมผัสประสบการณ์ความสนุกระดับโลกที่ “HARBOR ISLAND” สวนน้ำลอยฟ้าขนาดมหึมาและสนามเด็กเล่นในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สนุกกันให้สุดกับภารกิจ “HarborLand Rally 4 Free 1” เพียงเล่นครบ 4 สาขา รับฟรี Free Pass 1 Code พร้อมลุ้นรางวัลพิเศษ ตั้งแต่วันนี้-30 มิ.ย.นี้ ที่ฮาร์เบอร์ ไอส์แลนด์ ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา

สนุกกับโซนกิจกรรมสุดท้าทาย Epic Station Game ในงาน “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION” ที่ให้เด็กๆได้ประลองความสามารถกับเกมต่างๆ และกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ในงาน ตั้งแต่วันนี้-19 มี.ค. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ท่าพระ งามวงศ์วาน, 21-26 มี.ค. ที่บางแค และ 3-9 เม.ย.ที่เดอะมอลล์ โคราช

ต่อด้วย “มหากาพย์ความสุข” : ครบเครื่องทั้งแฟชั่น อาหาร และความบันเทิง เปิดรันเวย์สำหรับแฟชั่นนิสต้าตัวน้อยกับงาน “THE MALL LIFESTORE BANGKAE SUMMER KID RUNWAY” ให้เด็กๆ อายุ 6-12 ปีได้โชว์ความสามารถเดินแฟชั่นโชว์ชุดซัมเมอร์ ในวันที่ 23 มี.ค. ที่ M LIFESTYLE HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา

เอาใจกลุ่มฟู้ดเลิฟเวอร์กับงานเทศกาลอาหารซัมเมอร์ “THE MALL LIFESTORE SUMMER-CATION FOOD FEST 2025” รวมอาหารทะเลสด ของหวานและเครื่องดื่มคลายร้อนจากร้านดังมากกว่า 300 ร้าน อาทิ ร้านกุ้งแม่น้ำสดโคตรๆ @นวลจันทร์, เรื่องหอยไว้ใจเรา (ราชพฤกษ์), ร้านเจ๊หอย, ร้านกุ้งถัง, ร้าน Viya Crab, ภัตตาคาร Four Seasons, ร้าน 9 กุ้งอบ, เม้งปูดอง,หมึกย่างเจ๊นิดเยาวราช พบกับร้านที่มาออกงานครั้งแรก อาทิ ร้านพี่ขอร้องน้องอย่าปั่น-ร้านน้ำแตงโมปั่นร้านดังในโซเชียลของพ่อค้าหนุ่มหล่อ ตั้งแต่วันนี้-19 มี.ค. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ ท่าพระ งามวงศ์วาน และจัดต่อเนื่องที่บางแคในวันที่20-26 มี.ค. นี้

พลาดไม่ได้กับ Exclusive Lauch เมนูสุดพิเศษจาก OH! JUICE “WAIKIKI SKY SMOOTHIES” เปิดตัวเป็นครั้งแรกให้ชิมก่อนใครในซัมเมอร์นี้ ตั้งแต่วันนี้-31 มี.ค. เฉพาะที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เท่านั้น

เสริมความสุขด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องสุดฮอตทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา พบกับ GETSUNOVA, TILLY BIRDS, MEAN Band, KRIT, POP PONGKOOL, NO ONE ELSE และ SERIOUS BACON และเตรียมพบกับความน่ารักของขบวนทรูป “M Friends” มิร่า มิร่า, มีมี่,เมอร์ เมอร์ ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและความสุขอย่างใกล้ชิด 22-23 มี.ค. ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : The Mall Group

VIV Asia 2025 สำเร็จเกินคาด! โชว์ศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถึงอาหารระดับโลก

VIV Asia 2025 สำเร็จเกินคาด! โชว์ศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถึงอาหารระดับโลก

VIV Asia 2025 สำเร็จเกินคาด! โชว์ศักยภาพผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถึงอาหารระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.42 น.

งานแสดงสินค้าระดับโลกด้านอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ถึงอาหาร ครั้งที่ 17 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอย่างล้นหลาม

VIV Asia 2025 (วิฟ เอเชีย) ได้ตอกย้ำสถานะในฐานะเวทีเจรจาการค้าแบบ B2B ชั้นนำและน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จนถึงอาหารเพื่อการบริโภคในเอเชีย โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 51,000 คนจาก 129 ประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการจากผู้แสดงสินค้า 1,500 รายจาก 63 ประเทศทั่วโลก

งานในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือระดับโลก พร้อมดึงดูดผู้นำอุตสาหกรรม นักคิดค้นนวัตกรรม นักลงทุนและผู้ซื้อหลักจากทั่วโลก ผู้เข้าชมงานทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ การแลกเปลี่ยนความรู้ และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ตลอดระยะเวลา 3 วัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างอิทธิพลที่ไม่มีใครเทียบได้สำหรับงาน VIV Asia ผู้นำในอุตสาหกรรมนี้

ศูนย์กลางตลาดระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโปรตีนจากสัตว์ 

“ในฐานะศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการผลิตโปรตีนจากสัตว์ VIV Asia คือสถานที่ที่มืออาชีพมารวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้า และคว้าโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ” เบอร์กิต ฮอร์น กรรมการผู้จัดการ วีเอ็นยู ยุโรป และ วิฟ เวิร์ดไวด์ กล่าว “เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม เสริมสร้างความร่วมมือ และทำให้ VIV Asia เป็นงานระดับโลกที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมนี้”

คำมั่นสัญญานี้ได้รับการยืนยันผ่านการประกาศเปิดตัว VIV Select India (วิฟ ซีเล็กซ์ อินเดีย) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวในอุตสาหกรรม เพื่อให้มั่นใจว่างานนี้จะยังคงเป็นเวทีเจรจาการค้าที่มีผลกระทบและยั่งยืนในอนาคต ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ สัตว์ปีก โคนม และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศอินเดีย VIV Select India จะเป็นศูนย์กลางสำคัญที่เชื่อมโยงผู้แสดงสินค้าระดับนานาชาติกับผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตชั้นนำของอินเดีย สำหรับ VIV Asia 2025 ความยั่งยืนยังถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์หลักอีกด้วย

คุณปนัดดา ก๋งม้า รองประธานฝ่ายธุรกิจ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “เราตระหนักถึงความยั่งยืนในการจัดงานโดยดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อความยั่งยืน เช่น การใช้หมึกจากถั่วเหลืองสำหรับสื่อสิ่งพิมพ์ การใช้รถแทรกเตอร์ไฟฟ้าเพื่อการขนส่งร่วมกับ DB Schenker การลดปริมาณเอกสารที่พิมพ์ และการส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชันดิจิทัล เป้าหมายของเราคือสนับสนุนโครงการรักษ์โลกและลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ของงานแสดงสินค้าให้ได้มากที่สุด”

VIV Asia 2025 เป็นเวทีเจรจาสินค้าระดับนานาชาติที่แสดงความก้าวหน้าล่าสุดในด้านการผลิต แปรรูป และบรรจุภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 700 คนจาก 55 ประเทศมารวมตัวกัน เพื่อสานต่อความสำเร็จของงานในปีที่ผ่านมา และแสดงถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมในการทำงานร่วมกัน ตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้นำอุตสาหกรรมได้เข้าร่วมกิจกรรมเครือข่ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้เข้าถึงแนวโน้มอุตสาหกรรม ความรู้ เทคโนโลยี และพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม

Meat Pro Asia ซึ่งเป็นเวทีเจรจาการค้าอันดับหนึ่งสำหรับโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ ยังคงจัดพร้อมกันกับ VIV Asia เช่นเดิม และในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มงานใหม่ล่าสุดเข้าไปในประวัติศาสตร์ของ VIV Asia ด้วยการเปิดตัวงาน Horti Agri Next (HAN) Asia (ฮอร์ติ อะกริ เน็กซ์ เอเชีย) ทำให้งานนี้เป็นงานแสดงสินค้าระดับโลกที่ครบวงจรที่สุดในอุตสาหกรรมเดียวกัน

เวทีแห่งนวัตกรรมและความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม 

VIV Asia 2025 นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยในด้านการป้องกันโรคสัตว์ เกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู และการเลี้ยงปศุสัตว์แบบแม่นยำ ตลอดจนโปรแกรมสัมมนามากกว่า 150 เซสชั่นที่นำโดยผู้นำความคิดและนักบุกเบิกในอุตสาหกรรมกว่า 300 คน

ไฮไลท์สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ พาวิลเลียนเนเธอร์แลนด์ และการสัมมนาระหว่างไทย-เนเธอร์แลนด์เกี่ยวกับ Resilient Food Systems และนวัตกรรมปศุสัตว์ ทัวร์นำชมงานแสดงสินค้า พาวิลเลียนจากฝรั่งเศส เบลเยียม สหรัฐอเมริกา เกาหลี อินเดีย ไต้หวัน และบราซิล โครงการ SMElevate Spotlight ที่นำเสนอ SME และสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมเกี่ยวกับเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟู และการเปิดตัว AgriBITs ซึ่งเป็นโปรแกรมสองวันที่มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภาคเกษตรและอาหาร

“AgriBITs นำเสนอ AI, IoT, หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของเรา โดยมีผู้นำจาก 7 บริษัทร่วมแบ่งปันงานวิจัยและกรณีศึกษา เรารู้สึกยินดีกับผลลัพธ์และตั้งตารอที่จะพัฒนา AgriBITs ต่อไปในงาน VIV ครั้งหน้า” Natalie Taylor ผู้จัดการโครงการ AgriBITs กล่าว

สำหรับ Horti Agri Next ซึ่งเป็นส่วนร่วมใหม่ของ VIV Asia ในปีนี้ Justin Pau CEO ของ VNU Asia Pacific กล่าวว่า “Horti Agri Next Asia เป็นเวทีเจรจาการค้าแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดตั้งแต่ฟาร์มถึงอาหาร สร้างแนวทางแบบองค์รวมและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมเกษตร”

บทสรุปของ VIV Asia 2025 ด้วยความสำเร็จที่แข็งแกร่ง 

VIV Asia 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของ VIV Worldwide โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อกว่า 25 ราย และสมาคมระดับโลก 52 แห่งเพื่อเสริมสร้างความแน่นแฟ้นในความร่วมมือระดับผู้จัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ดร.มโย วิน ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยาสัตว์ในเมียนมา และเป็นผู้เข้าร่วมงาน VIV Asia อย่างต่อเนื่อง ได้แบ่งปันประสบการณ์ของเขาด้วยความกระตือรือร้นว่า “ผมเข้าร่วมงาน VIV Asia ที่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่ปี 2001 และเห็นได้ชัดว่างานนี้เติบโตขึ้นอย่างมากตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา งานนี้เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับยานานาชาติ อุปกรณ์ ฟักไข่ การเพาะพันธุ์ ครอบคลุมอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก VIV Asia มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ผมได้เชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์รายใหม่ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีอยู่ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ”

ทีมงาน VIV Worldwide และพันธมิตรขอขอบคุณผู้แสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงาน และผู้สนับสนุนทุกท่าน และตั้งตารอการจัดงาน VIV Asia ครั้งถัดไปในวันที่ 10-12 มีนาคม 2570

กลับมาแล้ว ‘GON BUFFET เทหมดตัก’ อิ่มครบไม่อั้น กินได้ทันที

กลับมาแล้ว ‘GON BUFFET เทหมดตัก’ อิ่มครบไม่อั้น กินได้ทันที

กลับมาแล้ว ‘GON BUFFET เทหมดตัก’ อิ่มครบไม่อั้น กินได้ทันที

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.43 น.

เกิดอะไรขึ้นกลางกรุง!? ผู้คนแตกตื่นกันเป็นแถว เมื่อคาราวานรถบรรทุกพี่ก้อน แล่นเข้าสู่ใจกลางเมือง งานนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณของการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ GON BUFFET ที่เตรียมเปิดตัวสุดปังกับแคมเปญที่คนทั้งประเทศตั้งตารอ GON BUFFET เทหมดตัก อิ่มครบ ALL IN ฟินไม่บวกเพิ่ม” ให้ทุกคนได้อิ่มคุ้มเกินราคา และอิ่มครบไม่มีบวกเพิ่มเพราะ ALL IN จริงๆ เปิดตัวที่เซตแรกบุฟเฟต์หมู เริ่มเพียง 399 บาท NET/คน รวมข้าว น้ำ ไอศกรีมไม่อั้นในเซต

แฟนคลับบุฟเฟต์ปิ้งย่างตัวจริงห้ามพลาด! เพราะ “บาร์บีคิวพลาซ่า” พร้อมออกสตาร์ทขนส่งวัตถุดิบสดใหม่เต็มคัน เตรียม “เทหมด Truck” เพราะบุฟเฟต์ครั้งนี้เราให้คุณ “เทหมดตัก” ทั้งเนื้อหมู เบคอน กุ้งสด แซลมอน ข้าวกระเทียม และของสดอีกเพียบ การันตีคุณภาพ ความอร่อยพร้อมบริการจากพนักงานจัดเต็มตามมาตรฐานเดิม เริ่ม 24 มีนาคม 2568 – 11 เมษายน 2568 ที่บาร์บีคิวพลาซ่าทุกสาขาทั่วประเทศ ที่สำคัญกินได้ทันที ไม่ต้องเป็นสมาชิกด้วย

รับประกันมื้อนี้อิ่มคุ้ม และอิ่มครบเกินราคา สายบุฟเฟต์เตรียมตัวมาลองให้รู้ว่า GON BUFFET แบบ ALL IN จะฟินขนาดไหน

รพ.พระรามเก้า คว้ารางวัลระดับโลก สะท้อนความสำเร็จการดูแลผิวพรรณอย่างเหนือระดับ

รพ.พระรามเก้า คว้ารางวัลระดับโลก สะท้อนความสำเร็จการดูแลผิวพรรณอย่างเหนือระดับ

รพ.พระรามเก้า คว้ารางวัลระดับโลก สะท้อนความสำเร็จการดูแลผิวพรรณอย่างเหนือระดับ

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

ปรบมือดัง ๆ ให้กับความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ โรงพยาบาลพระรามเก้า ที่ล่าสุดทีมแพทย์จากศูนย์ผิวหนังและศัลยกรรมตกแต่ง คว้ารางวัล THE STAR OF EXCELLENCE FOR ULTHERAPY TRANSDUCER 2024 ในงาน A Decade of Merz Aesthetics Gala ที่จัดขึ้น ณ Royal Paragon Hall รางวัลนี้เปรียบเสมือนเครื่องการันตีความสำเร็จในด้านการดูแลผิวพรรณอย่างมืออาชีพ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

การดูแลผิวพรรณในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการเสริมสร้างความมั่นใจและดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว โรงพยาบาลพระรามเก้า ไม่เพียงแค่ใส่ใจเรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความงามจากภายในสู่ภายนอก พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการดูแลผิวพรรณ เพื่อสร้างความมั่นใจและความสวยอย่างมีคุณภาพให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง

งานนี้ต้องขอชื่นชมทีมแพทย์ นำโดย พญ.ณัฐินี จิตครองธรรม , พญ.วิภาวี อุนสกุล และ พญ.ฤดี ผาสุกถาวร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนังและเลเซอร์ศัลยกรรมความงาม การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมแพทย์ในการส่งมอบบริการด้านความงามที่ดีที่สุดให้แก่ผู้มารับบริการ

สำหรับผู้ที่อยากมีผิวสวยเป๊ะ! ยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: http://www.praram9.com /   Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital โรงพยาบาลพระรามเก้า HEALTHCARE YOU CAN TRUST เรื่องสุขภาพ…ไว้ใจเรา #Praram9Hospital อย่าลืมชวนคนที่คุณรัก มาร่วม “โอบกอดสุขภาพดีไปด้วยกัน” เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

038

ตื่นตากองทัพไดโนเสาร์บุกใจกลางกรุง เข้าชมฟรี!! สนุกได้ทั้งวันที่ เอ็ม บี เคเ ซ็นเตอร์

ตื่นตากองทัพไดโนเสาร์บุกใจกลางกรุง เข้าชมฟรี!!  สนุกได้ทั้งวันที่ เอ็ม บี เคเ ซ็นเตอร์

ตื่นตากองทัพไดโนเสาร์บุกใจกลางกรุง เข้าชมฟรี!! สนุกได้ทั้งวันที่ เอ็ม บี เคเ ซ็นเตอร์

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.09 น.

ตื่นตากองทัพไดโนเสาร์บุกใจกลางกรุง!! เคลื่อนไหวสมจริงถูกใจคนไทย-ทัวริสต์ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์เข้าชมฟรี!! สนุกได้ทั้งวัน ขี่ไดโนเสาร์ยักษ์ อุ้มลูกไดโนจิ๋วสุดน่ารัก จัดแสดงถึง 24 มีนาคมนี้เท่านั้น

สร้างความฮือฮาเป็นที่ถูกใจของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตื่นตากองทัพไดโนเสาร์บุกใจกลางกรุงในงาน MBK Center DINOSAUR KINGDOM จัดโดย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ สวนไดโนเสาร์พัทยา ตั้งแต่วันนี้ – วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568 ซึ่ง เปิดให้เข้าชมฟรี ต้อนรับปิดเทอม เอาใจน้อง ๆ หนู ๆ ชวนมาตะลุยอาณาจักรจูราสสิค สัมผัสประสบการณ์สุดตื่นเต้นกับกองทัพไดโนเสาร์ที่เคลื่อนไหวและส่งเสียงร้องเสมือนจริง ส่งมอบประสบการณ์ความสนุกแบบจัดเต็ม 4 พื้นที่ โดยบริเวณชั้น G โซน A ได้แก่ ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว และ Meeting Point, ชั้น 2 ได้แก่ บริเวณลาน Sky Walk ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และ ทางเชื่อม A La Art

โซนเด็ดห้ามพลาดอยู่ที่ชั้น G โซน A ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว เนรมิตพื้นที่เป็นป่าดึกดำบรรพ์สุดอลัง จำลองภูเขาไฟกำลังปะทุ นำทุกท่านเข้าสู่อาณาจักรไดโนเสาร์ตัวใหญ่หลากสายพันธ์ คอสั้นคอยาว เคลื่อนไหวและส่งเสียงร้องเสมือนจริง รวมถึงเหล่าสัตว์โลกล้านปีอีกมากมาย ไฮไลท์ Giant T-REX ขนาดยักษ์ใหญ่ 12 เมตรสุดกร้าวใจ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Dino Rider ขี่ไดโนเสาร์สุดหรรษา มีให้เลือกหลายสายพันธ์ แต่ละสายพันธ์มีขนาดต่างกัน ตั้งแต่เล็กจนถึงขนาดสูงใหญ่ เป็นอีกกิจกรรมถูกใจทั้งเด็กเล็ก เด็กโต และผู้ใหญ่คนไทยและต่างชาติ อาทิ กิจกรรม Dino Hug สัมผัสสวมกอดลูกไดโนเสาร์ตัวจิ๋วสุดน่ารัก กิจกรรม บ่อขุด Fossil ไดโนเสาร์จำลอง น้อง ๆ หนู ๆ จะได้สวมบทบาทเป็นนักบรรพชีวินวิทยา ขุดหาฟอสซิลไดโนเสาร์จำลอง เรียนรู้เรื่องราวของไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ดึกดำบรรพ์มากขึ้น ซึ่งในโซนกิจกรรมสุดหรรษาเหล่านี้ พิเศษสุดสำหรับสมาชิก MBK PLUS เพียงแสดงใบเสร็จช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ครบ 300 บาทขึ้นไป เลือกรับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ฟรี!

ตลอดทั้งวันสามารถร่วมเอนจอยโมเมนต์ Dino Meet & Greet ไดโนเสาร์สุดเท่ ออกมาเดินทั่วศูนย์ฯ เซอร์ไพรส์ผู้ที่มาใช้บริการในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ส่งเสียงร้องคำรามทักทาย ถูกใจเด็ก ๆ ผู้ใหญ่ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขอถ่ายรูปเซลฟี่กันสนุกสนาน บางคนถึงกับใส่ธนบัตรในปากไดโนเสาร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้ที่ได้พบเจอ โดยจัดเป็นรอบ ๆ ในเวลา 13.00 น. / 15.00 น. / 17.00 น.

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

‘ชัย โสภณพนิช’ ส่งไม้ต่อให้ ‘ชวาล – ลสา โสภณพนิช’ สืบทอดธุรกิจกรุงเทพประกันภัย

‘ชัย โสภณพนิช’ ส่งไม้ต่อให้ ‘ชวาล - ลสา โสภณพนิช’ สืบทอดธุรกิจกรุงเทพประกันภัย

‘ชัย โสภณพนิช’ ส่งไม้ต่อให้ ‘ชวาล – ลสา โสภณพนิช’ สืบทอดธุรกิจกรุงเทพประกันภัย

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.57 น.

ชัย โสภณพนิช เตรียมความพร้อมให้ ชวาล – ลสา โสภณพนิช  สืบทอดธุรกิจ พร้อมสานความสำเร็จของกรุงเทพประกันภัยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

นับเป็นเวลากว่า 7 ทศวรรษที่กรุงเทพประกันภัยยืนหยัดเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภค การพัฒนาของเทคโนโลยี และการแข่งขันที่เข้มข้นบริษัทฯ ได้มีการปรับทิศทางกลยุทธ์ ยกระดับพัฒนาบุคลากร และปรับโครงสร้างการบริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและแข็งแกร่ง

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เตรียมพร้อมให้ 2 ทายาท ชวาล โสภณพนิช และ ลสา  โสภณพนิช สืบทอดธุรกิจในการบริหารกรุงเทพประกันภัย ด้วยการส่งเสริมให้เรียนรู้และการสั่งสมประสบการณ์ในทุกมิติขององค์กรอย่างต่อเนื่อง พร้อมสานต่อภารกิจพัฒนาบริษัทฯ ให้เติบโตไปข้างหน้า เป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเพื่อก้าวเข้าสู่ “กรุงเทพประกันภัยยุคใหม่” โดยยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “มุ่งเป็นที่สุดในใจลูกค้า” ท่ามกลางความท้าทายในธุรกิจประกันภัย

เมื่อช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา กรุงเทพประกันภัยมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง นายชวาล โสภณพนิช ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer: COO) ดูแลและพัฒนากลยุทธ์การดำเนินงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริหารแบรนด์องค์กร งานบริการลูกค้า การบริหารสินไหมทดแทนยานยนต์ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพตลอดจนได้รับความไว้วางใจกับอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญคือการดูแลมูลนิธิกรุงเทพประกันภัยที่นายชัยโสภณพนิช ให้ความใส่ใจอย่างยิ่งในการให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ที่ขาดโอกาสทางสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เส้นทางการทำงานของนายชวาลกับกรุงเทพประกันภัย เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2547 โดยตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาได้สั่งสมประสบการณ์ในด้านการบริหารงานธุรกิจลูกค้ารายย่อย การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสารองค์กร และการบริการลูกค้า หลังจบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Rochester และได้รับประกาศนียบัตรด้านบริหารความเสี่ยงและการประกันภัยจาก St. John’s University ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยในบทบาทใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้องค์กร วางระบบการบริหารจัดการภายในบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาสวัสดิการและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความก้าวหน้า ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์กรุงเทพประกันภัยให้ครองใจผู้บริโภคและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและการให้บริการลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและความพึงพอใจสูงสุด ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของกรุงเทพประกันภัยในยุคใหม่ คือ ลสา โสภณพนิช ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ (President) ดูแลและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งขยายการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า ซึ่งจะมุ่งเน้นดูแลในส่วนธุรกิจนายหน้า ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจลูกค้ารายย่อย ฝ่ายบริหารสัญญาประกันภัยต่อ รวมถึงสำนักการลงทุน ซึ่งล้วนเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพประกันภัยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ลสาเริ่มงานกับกรุงเทพประกันภัยตั้งแต่ปี 2554 และสั่งสมประสบการณ์การบริหารงานในหลากหลายด้าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดดเด่นในด้านการบริหารธุรกิจนายหน้าและการบริหารสัญญาประกันภัยต่อ โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก Columbia University และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้าน International Relations & Chinese จาก Wellesley College ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรด้านการประกันภัยจาก The Chartered Insurance Institute (CII) ซึ่งช่วยเสริมรากฐานความรู้และความเข้าใจเชิงลึกในธุรกิจประกันภัยมากยิ่งขึ้น

ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างธุรกิจและแนวโน้มตลาดประกันภัย  ลสาให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายพันธมิตร การพัฒนาทีมงานให้แข็งแกร่ง และสร้างกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่ช่วยให้หน่วยงานธุรกิจต่างๆ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด แต่โอกาสขยายตัวของธุรกิจประกันภัยยังมีอีกมาก และกรุงเทพประกันภัยพร้อมที่จะก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงเช่นกัน

นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของกรุงเทพประกันภัย ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งด้วยการมีเงินทุน เงินกองทุน และสินทรัพย์ที่มั่นคง มีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจให้ก้าวทันโลกปัจจุบัน ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การบริหารงานอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อสานต่อความสำเร็จและส่งต่อความมั่นคงให้กรุงเทพประกันภัยเติบโตอย่างยั่งยืน

‘STYLE Bangkok 2025’ เทรดแฟร์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น พื้นที่เติมแรงบันดาลใจ – อัพเดทเทรนด์โลกผ่านนิทรรศการและงานเสวนา

‘STYLE Bangkok 2025’ เทรดแฟร์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น พื้นที่เติมแรงบันดาลใจ - อัพเดทเทรนด์โลกผ่านนิทรรศการและงานเสวนา

‘STYLE Bangkok 2025’ เทรดแฟร์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น พื้นที่เติมแรงบันดาลใจ – อัพเดทเทรนด์โลกผ่านนิทรรศการและงานเสวนา

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.08 น.

“STYLE Bangkok 2025” กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 เมษายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ขนขบวนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นคอลเล็กชั่นล่าสุดจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และนักออกแบบรุ่นใหม่ มาจัดแสดงให้ผู้ซื้อ
ทั้งจากไทยและต่างประเทศได้เลือกหา โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่  2-4 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกระหว่างวันที่ 5-6 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น.

นอกจากบทบาทในการเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติ หรือ International Trade Fair แล้ว STYLE Bangkok ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 8 งานนี้ยังเป็นเวทีแสดงศักยภาพนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEsให้ได้เฉิดฉาย รวมถึงส่องสปอตไลท์เทรนด์อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของโลก ให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้มาชมงานได้อัพเดทเทรนด์ไปพร้อมๆ กัน

นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งมุ่งฟื้นคืนภูมิปัญญาการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์พื้นถิ่น นำมาซึ่งการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ช่างทอผ้า ช่างหัตถศิลป์ ครอบครัวและชุมชน สร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนและมั่นคง

นิทรรศการ Design Excellence Award DEmark) แสดงผลงานของนักออกแบบไทยที่คว้ารางวัลด้านการออกแบบยอดเยี่ยมระดับประเทศ และ Good Design Award (G-Mark)จัดแสดงผลงานการออกแบบของผู้ที่ได้รับรางวัล G-Mark ประเทศญี่ปุ่น

นิทรรศการ ASEAN Furniture Design Award Competition 2025 จัดแสดงผลงานนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ที่ผ่านเข้ารอบการประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 พร้อมการตัดสินและมอบรางวัลชนะเลิศภายในงาน STYLE Bangkok 2025

นิทรรศการ “Sustainable Gifts and Decorative Exhibition” นิทรรศการที่ผสานงานออกแบบร่วมสมัยเข้ากับภูมิปัญญาไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์ของขวัญและของตกแต่งที่สร้างสรรค์จากวัสดุ Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ดีต่อใจ ดีต่อโลก”

นิทรรศการแนวโน้มเทรนด์แฟชั่นและห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่นักออกแบบ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ รวมไปถึงผู้ผลิต สามารถไปอัพเดทความรู้เกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นและการจัดการห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมกันได้

นิทรรศการส่งเสริมอุตสาหกรรม Art Toy จัดแสดงผลงานของศิลปินอาร์ตทอยไทยมาแรง 27 ศิลปิน อาทิ MueanfuN, Bearwake, THE JUM, Greenie & Elfie, PUCK, Rama Rama Studio, MUPA TOY, HAYAK, Jwontoy และ Motmo Studio STYLE Gallery จัดแสดงผลงานศิลปะ วิจิตรศิลป์ และประติมากรรมของนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิท

ยาลัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสวนาแนวโน้มเทรนด์การค้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี Mr. Matteo Ragni ในหัวข้อ “New trends in contemporary design: opportunities and insights for Thai entrepreneurs in a  global market” ในวันที่ 4 เม.ย. 2568 เวลา 10.30 – 12.00 น. และเสวนาแนวโน้มเทรนด์กลุ่มวัสดุ วัตถุดิบในการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material ชาวญี่ปุ่น Mr. Junya KITAGAWARA ในหัวข้อ “Material trend for the future “The Potential of the Materials Business” วันที่ 3 เม.ย. 2568 เวลา 09.00 – 12.00 น.

STYLE Bangkok 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair

038