Eastern Thailand Foodie’s Paradise “เที่ยวมันส์วันธรรมดา” ชวนคนไทยอิ่มอร่อยกับอาหารภาคตะวันออก

Eastern Thailand Foodie’s Paradise “เที่ยวมันส์วันธรรมดา” ชวนคนไทยอิ่มอร่อยกับอาหารภาคตะวันออก

Eastern Thailand Foodie’s Paradise “เที่ยวมันส์วันธรรมดา” ชวนคนไทยอิ่มอร่อยกับอาหารภาคตะวันออก

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (บัตรเครดิต ttb)  บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด (มหาชน) โรงแรมแบงค๊อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ร้านอาหารบลูเอเลเฟนท์ ชิมไทย และ 50 ร้านอาหารชื่อดังภาคตะวันออก ยกขบวนปักธงในภาคตะวันออกร่วมกันเปิดตัวโครงการ Eastern Thailand Foodie’s Paradise สวรรค์นักกิน ถิ่นบูรพา เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงอาหารในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากขึ้น ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านรสชาติอาหาร วัตถุดิบท้องถิ่น และวิธีการทำอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งช่วยส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในท้องถิ่นและเศรษฐกิจฐานรากให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ผ่านนโยบาย ‘5 Must Do in Thailand ในส่วนของ Must Taste’ และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ซึ่งมีอาหารท้องถิ่นที่โดดเด่นและหลากหลาย ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ ‘Eastern Thailand Foodie’s Paradise สวรรค์นักกิน ถิ่นบูรพา’ เส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทั้ง Fine Dining, Street Food และอาหารพื้นถิ่น พร้อมแคมเปญ ‘เที่ยวสุดมันส์ในวันธรรมดา’ มอบโปรโมชั่นพิเศษและบัตรส่วนลดดิจิทัล เพื่อความคุ้มค่าในการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 มิถุนายน 2568”

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารทั้งหมด 50 ร้าน จาก 9 จังหวัดในภาคตะวันออก ที่ครอบคลุมอาหารหลากหลายสไตล์เช่น Fine Dining, อาหารท้องถิ่น, อาหารเพื่อสุขภาพ, Street Food และอาหารทะเลสด อาทิ ร้านอาหารและเมนูเด็ดที่อยากแนะนำ :

• ร้านปลาสี่แคว จังหวัดนครนายก ที่มีเมนูเด็ดอย่าง “ปลาแดงนึ่งซีอิ๊ว” ที่รับรองว่ารสชาติอร่อยและสดใหม่แน่นอน ปลาเนื้ออ่อนเนื้อหวานนุ่ม ส่วนปลาแดงนึ่งซีอิ๊วก็เต็มไปด้วยรสชาติกลมกล่อมซึมซาบไปในเนื้อปลา เข้ากับซอสซีอิ๊วอย่างลงตัว

• ร้านแหลมเจริญซีฟู๊ด จังหวัดระยอง ที่อยากนำเสนอเมนู “แกงคั่วเนื้อปูใบชะพลู” รสชาติกลมกล่อมจากเนื้อปูสดๆ เนื้อแน่นผสมผสานกับใบชะพลูหอมๆ เข้ากันได้อย่างลงตัว พร้อมเครื่องแกงรสจัดจ้าน ที่จะทำให้คุณต้องหลงรักในรสชาติใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

• ร้าน Jimmy Family Restaurant  จังหวัดชลบุรี เป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารหลากหลายสัญชาติไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารยุโรป และอาหารญี่ปุ่นสุดพรี่เมี่ยม ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีคุณภาพ และผัดสดๆส่งตรงจาก Jimmy’s farm ซึ่งเป็นฟาร์มของทางร้านเอง

พิพัฒน์ เหล่าพิพัฒนา หัวหน้าบริหารการตลาด ความสัมพันธ์พันธมิตรทางธุรกิจผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร บัตรเครดิต ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงอาหารกำลังเป็นที่นิยมในหมู่มาก ส่วนลดพิเศษ จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองเทรนด์นี้ ประกอบกับบัตรเครดิต ttb ต้องการมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับชีวิตของลูกค้า โดยมุ่งเน้นในเรื่องสิทธิประโยชน์ในหมวดร้านอาหาร ให้ผู้ถือบัตรฯ ได้เปิดประสบการณ์การกิน เป็นแรงจูงใจหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออก สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวและการกินอย่างเต็มที่กับ โครงการ “Eastern Thailand Foodie’s Paradise เที่ยวสุดมันส์ในวันธรรมดา ผ่านกิจกรรมสุดมันส์มากมาย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษจากบัตรเครดิต ttb รับส่วนลด 50% สำหรับ E-Voucher รับประทานอาหาร ที่ 50 ร้านอาหารชั้นนำ จาก 9 จังหวัด ในภาคตะวันออก เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวเชิงอาหารในพื้นที่ภาคตะวันออก”

เพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เล็งเห็นว่า “ภาคตะวันออกมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญรวมถึง มีอุตสาหกรรมการผลิตที่เจริญเติบโต ร้านอาหารชื่อดัง นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแม่น้ำชายหาดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ จึงต่อยอดเป็นกิจกรรมเชิญชวนให้บุคคลที่ไปที่สนใจมาเช็คอินเล่าเรื่องในการเดินทางไปเที่ยวในภาคตะวันออกในแบบของตัวเองไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวิดิโอหรือการถ่ายรูปภาพ เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษกับทางสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กับแคมเปญ “Take Flight Your Vibes” สามารถติดตามรายละเอียดกติกากิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Eastern Thailand Foodie’s Paradise  Instagram: easternfoodieth และทางเพจ Bangkok Airways

เชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับประสบการณ์ “Eastern Thailand Foodie’s Paradise สวรรค์นักกิน ถิ่นบูรพา” ที่จะพาทุกท่านไปลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นภาคตะวันออกอย่างหลากหลาย พร้อมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดมันส์ในวันธรรมดาที่คุณจะไม่เคยลืม! รับสิทธิพิเศษ ส่วนลด 50% สำหรับ E-voucher รับประทานอาหาร ที่จะทำให้การเที่ยวครั้งนี้ยิ่งคุ้มค่าและอร่อยมากยิ่งขึ้น! มาร่วมสนุกและอิ่มอร่อยไปกับเรา! ติดตามรายละเอียดโปรโมชันและกิจกรรมดี ๆ ของโครงการได้ที่ www.easternthailandfoodieparadise.com and Line official : @easternfoodiesth

038

สทนช. ชวนร่วมงาน “วันน้ำโลก 2568” ย้ำแนวคิด “น้ำคือชีวิต” ชูการอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง สร้างสมดุลน้ำเพื่อโลกที่ยั่งยืน

สทนช. ชวนร่วมงาน “วันน้ำโลก 2568” ย้ำแนวคิด “น้ำคือชีวิต”  ชูการอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง สร้างสมดุลน้ำเพื่อโลกที่ยั่งยืน

สทนช. ชวนร่วมงาน “วันน้ำโลก 2568” ย้ำแนวคิด “น้ำคือชีวิต” ชูการอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง สร้างสมดุลน้ำเพื่อโลกที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.45 น.

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมจัดงาน “วันน้ำโลก ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “น้ำคือชีวิต การอนุรักษ์น้ำและธารน้ำแข็งเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น ในการนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “วันน้ำโลก ประจำปี 2568” ภายหลังการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์น้ำ  และขับเคลื่อนแผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมน้ำปิง สำนักงานทรัพยกรธรรมชาติ อาคารจุฑามาศ ถ.วิภาวดีรังสิต

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปีเป็น “วันน้ำโลก (World Water Day)” เพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมา สทนช. ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมวันน้ำโลกในนามรัฐบาลไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นเตือนทุกภาคส่วนถึงความสำคัญของน้ำและปัญหาด้านน้ำในปัจจุบัน รวมถึงเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเกิดความสนใจในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. 

“สำหรับงานวันน้ำโลกในปี 2568 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ ห้องแคทลียา ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยในงานจะมีการฉายวิดีทัศน์การแถลงสารจากนายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศนโยบายและเจตนารมณ์ในการรณรงค์ให้เกิดการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และร่วมปรับตัวต่อสถานการณ์น้ำของโลก ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม เป็นประธานในพิธี วันน้ำโลก ในปีนี้จัดขึ้นตามประเด็นที่องค์การสหประชาชาติหรือ UN กำหนด คือ ‘Glacier Preservation’ หรือ ‘การอนุรักษ์ธารน้ำแข็ง’ ภายใต้แนวคิด ‘น้ำคือชีวิต การอนุรักษ์น้ำและธารน้ำแข็งเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน’ ซึ่งเป็นวาระสำคัญระดับโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งน้ำทั่วโลก โดยเฉพาะธารน้ำแข็งซึ่งเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ราว 18,600 จุด ในพื้นที่มรดกโลก 50 แห่ง คิดเป็นพื้นที่กว่า 66,000 ตารางกิโลเมตร ที่กำลังละลายอย่างรวดเร็ว และคาดว่ากว่า 1 ใน 3 ของจำนวนธารน้ำแข็งทั้งหมด จะหายไปในอีกไม่ถึง 30 ปีข้างหน้า ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำสายสำคัญ ระดับน้ำทะเล ระบบนิเวศชายฝั่ง การเกิดอุทกภัย และการสูญเสียแหล่งน้ำจืดสำหรับการอุปโภบริโภคเกษตรกรรม ความมั่นคงทางอาหาร ไปจนถึงอุตสาหกรรมทั่วโลก”

ภายในงาน วันน้ำโลก ประจำปี 2568 ยังมี นิทรรศการซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภายในงาน ที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของน้ำและธารน้ำแข็ง รวมถึงประเด็นทรัพยากรน้ำในประเทศไทย เช่น น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและน้ำทะเลหนุนสูง ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ การจัดเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “Climate Change Adaptation” หรือ “การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองจากตัวแทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบคลุม 6 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย 1. ผลกระทบจากน้ำป่าและดินโคลนถล่ม โดย ร.ต.อ.เด่นวุฒิ จันต๊ะขัติ นายก อบต.เกาะช้าง จังหวัดเชียงราย 2. ปัญหาภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูง โดย สมปอง รัศมิทัต นายก อบต.บางยอ จังหวัดสมุทรปราการ 3. ภัยพิบัติน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก โดย ดอเล๊าะอาลี สาแม ประธานเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชายแดนใต้ 4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม 5. แนวทางการเตรียมการรับมือของประเทศไทย โดย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. และ 6. การรณรงค์ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดย เข็มอัปสร สิริสุขะ ผู้แทนประชาสัมพันธ์ (Brand Ambassador) ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ ของ สทนช. 

ทั้งนี้ สทนช. ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานวันน้ำโลก ปี 2568 หรือติดตามรับชมกิจกรรมภายในงานผ่านการถ่ายทอดสดทาง Facebook Live ของ สทนช. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เพื่อร่วมกันตระหนักถึงความสำคัญของน้ำและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมหาแนวทางปฏิบัติในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพราะ “น้ำคือชีวิต” ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันดูแลรักษา เพื่อให้โลกของเราคงความสมดุลและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

038

เข็มอัปสร สิริสุขะ แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ สทนช. 

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

ออกเดินทางแบบลักซ์ชัวรีสไตล์อิตาลีที่ FPM MILANO Pop-up Store

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.59 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระเป๋าเดินทางคุณภาพเยี่ยม คงทน ดีไซน์สวย ช่วยให้นักเดินทางสนุกกับทริปได้เต็มที่ FPM MILANO (เอฟพีเอ็ม มิลาโน่แบรนด์กระเป๋าเดินทางสุดหรูอันเก่าแก่กว่า 79 ปี จากประเทศอิตาลี  ภายใต้การนำเข้าของ ALIST (เอลิส) โดย ดนัย สรไกรกิติกูล จัดงานเปิด Pop-up Store คอนเซปต์ใหม่ Travel in Style สะท้อนไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ ผ่านดีไซน์สุดหรูผสานนวัตกรรม Butterfly Lock เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ช่วยเติมเต็มสีสันและความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก  ฯพณฯ มร.เปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วย ศิโรตม์ เสตะพันธุ, อรวรรณ เสตะพันธุ, ดิษยา สรไกรกิติกูล,อัครรัฐ วรรณรัตน์, สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง, ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, พรปวีณ์ นีระสิงห์, ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ชลธร คงยิ่งยง และ มนัสนันท์ นาคลดา ณ ชั้น 1 FPM MILANO Pop-Up Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี

FPM MILANO Pop-up Store คอนเซปต์ใหม่ Travel in Style ที่จะพาทุกคนได้สัมผัสถึงการเดินทางที่เหนือระดับ ด้วยการตกแต่งที่ให้ความเรียบหรูผนวกกับเอเลเมนต์สายหนังสุดไอคอนิก นำเสนอกระเป๋าซีรีส์ฮิตในตำนานที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทาง อย่างกระเป๋ารุ่นฮิตอย่าง BANK พร้อมด้วยรุ่น Bank Light และ Bank Zip Deluxe ในสีใหม่ คือสี Moss green

กระเป๋า FPM MILANO ทุกใบรังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมืออิตาลีผู้เชี่ยวชาญโดดเด่นด้วยงานคราฟต์สุดประณีตและวัสดุระดับพรีเมียมที่สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา ผ่านการทดสอบความแข็งแรงถึง 6 ครั้ง เพื่อรับประกันมาตรฐานคุณภาพระดับสูง หนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทำให้ FPM MILANO แตกต่างจากกระเป๋าเดินทางทั่วไป คือ ตัวล็อกแบบ Butterfly Lock นวัตกรรมเฉพาะของแบรนด์ที่ให้ความปลอดภัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่หรูหรา มาพร้อมกับด้ามจับที่ทำจากหนังแท้

FPM MILANO กระเป๋าเดินทางสุดลักซ์ชัวรี่ที่ผสานความประณีตของงานคราฟต์และนวัตกรรม
การผลิตจากอิตาลี  วางจำหน่ายแล้วที่ FPM MILANO Pop-up Store คอนเซปต์ใหม่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี โทร. 065-519-7709 Line Official: @fpmth และอัปเดตเทรนด์จาก FPM ได้ที่ Instagram @fpm_milano และ @fpm_milano_thailand

-(016)

คนดังและเซเลบฯ รุ่นใหม่ร่วมเปิดตัวแคมเปญ ‘ข้าวแช่นารา’ เสน่ห์นางเอกประจำฤดูกาล

คนดังและเซเลบฯ รุ่นใหม่ร่วมเปิดตัวแคมเปญ ‘ข้าวแช่นารา’ เสน่ห์นางเอกประจำฤดูกาล

คนดังและเซเลบฯ รุ่นใหม่ร่วมเปิดตัวแคมเปญ ‘ข้าวแช่นารา’ เสน่ห์นางเอกประจำฤดูกาล

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.27 น.

ต้อนรับฤดูร้อน นาราไทย คูซีน  ร้านอาหารไทยระดับพรีเมียมชั้นนำ  จัดงานเปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี  “ข้าวแช่นารา…The Symphony of Thai  Summer Delicacy…ท่วงทำนองเสน่ห์ฤดูคิมหันต์ ที่สุดแห่งความพิถีพิถันของสำรับไทย” เพื่อเผยแพร่เสน่ห์อาหารไทยมรดกทรงคุณค่า พร้อมเชิญนักธุรกิจคนดังในแวดวงรุ่นใหญ่ และเซเลบริตี้รุ่นใหม่ ร่วมสัมผัสประการณ์พิเศษกับข้าวแช่นาราที่รังสรรค์อย่างประณีตในฤดูร้อนนี้ ณ ร้านนาราไทย คูซีน ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก กรุงเทพฯ 

สำหรับปีนี้นารามีความตั้งใจยกระดับเมนูข้าวแช่ให้เป็นรู้จักแพร่หลาย และขยายกลุ่มไปสู่นักชิมรุ่นใหม่มากขึ้น สำหรับเมนู ข้าวแช่นารา เรียกได้ว่าเป็น “นางเอกประจำฤดูกาล”  ขายดีอันดับหนึ่งตลอดฤดูร้อนของทางร้าน  ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึง Soft Power อาหารไทยว่า เป็นหนึ่งใน 5 Must Do in Thailand นั่นคือ “MUST TASTE”  สิ่งที่นารานำเสนอถือเป็นการตอบโจทย์สอดรับกับแคมเปญใหญ่ของททท. เพราะเสน่ห์อาหารไทยเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้อย่างดี 

พร้อมกันนี้ในโอกาสเดือนมีนาคม เป็นเดือนแห่งวันสตรีสากล ทางร้านนารายังได้รับเกียรติจากบรรดาผู้บริหาร นักธุรกิจสตรีชั้นนำที่ประสบความสำเร็จระดับแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ คุณหญิงณัฐิกา วัฒนเวคิน อังอุบลกล, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ชวาลี โอสถานุเคราะห์, ทยา ทีปสุวรรณ, นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, รุจิราภรณ์ หวังหลี, ศุภจี สุธรรมพันธ์, สุภัทรา อัสสกุล, พัชรดา ซอโสตถิกุล, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, พิณทิพา เทวกุล, อลิสา พันธุ์ศักดิ์ คุนผลิน, จิตรลดี พูลวรลักษณ์, พอฤทัย ณรงค์เดช, วทานิกา ปัทมสิงห์ฯ ฯลฯ ร่วมด้วยเซเลบริตี้รุ่นใหม่ ร่วมรับประทานข้าวแช่ตำรับนารา โดยมีสองผู้บริหารหญิงแห่งนารา กรุ๊ป  ยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา และ ยีน-สิริโสภา จุลเสวก ร่วมด้วย ยูมิ-นริพร เคียงศิริ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด ต้อนรับ

ยูมิ เคียงศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัทนารา กรุ๊ป กล่าวว่า เทศกาลข้าวแช่นาราปีนี้ถือเป็นการยกระดับแคมเปญแบบยกกำลังสอง โดยได้รับเกียรติจากสองนักแสดงชื่อดังอย่าง แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช นักแสดงหญิงคุณภาพที่เป็นตำนานภาพจำของความงามสง่า และ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร นักแสดงหนุ่มในฐานะตัวแทนของคนรุ่นใหม่ มาร่วมเป็น ตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์ “ข้าวแช่” เมนูอาหารไทยโบราณที่เปี่ยม ด้วยความพิถีพิถัน และความประณีตสืบทอดเป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น ปีนี้เรามีความตั้งใจยกระดับเมนูข้าวแช่ให้เป็นรู้จักแพร่หลาย และขยายกลุ่มไปสู่นักชิมรุ่นใหม่มากขึ้น สำหรับเมนู ข้าวแช่นารา เรียกได้ว่าเป็น “นางเอกประจำฤดูกาล” ขายดีอันดับหนึ่งตลอดฤดูกาล ของทางร้านนารา  จึงอยากให้ผู้ชื่นชอบรับประทานข้าวแช่ได้ลิ้มลอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เพราะข้าวแช่ถือเป็นเมนูพิเศษ จัดเสิร์ฟเพียง ปีละหนึ่งครั้งในช่วงฤดูร้อนของไทยเท่านั้น สำหรับปีนี้นาราขยายช่วงระยะ เวลาประสบการณ์แห่งความอร่อยนานเพิ่มขึ้นถึง 4 เดือน ตั้งแต่ มีนาคมถึงกรกฎาคม 2568 

สำหรับวัตถุดิบเราคัดสรรข้าวหอมมะลิคุณภาพสูง โดยนารา จับมือกับข้าวแบรนด์สิริไท ของ เชอร์รี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ เป็นปีที่สอง ซึ่งเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษของชาวบ้านจังหวัดสกลนคร การันตีรสชาติความหอมอร่อย นำมาหุงเสิร์ฟในสำรับหรู พร้อมเครื่องเคียงต้นตำรับปรุงอย่างประณีตพิถีพิถัน กว่า 10 ชนิด ได้แก่ พริกหยวกยัดไส้หมู ลูกกะปิปั้นทอด ปลายี่สนผัดหวาน พริกแห้งบางช้างทอดสอดไส้ปลาช่อน ไข่เค็มมุกมณี กุ้งหวานไชยา ไชโป๊วแผ่นหน้าหมู หัวหอมยัดไส้ทอด ไชโป๊วเส้นผัดหวาน หมูหวานฝอย ร่วมด้วยเครื่องว่าง แตงโมปลาแห้ง  และพิเศษกับ ช่อม่วง ของว่างสูตรอร่อยหาทานยากของนารา

นอกจากนี้ เสริมความพิเศษยิ่งขึ้นด้วย Gift Box ลิมิเต็ดอิดิชั่น ออกแบบโดยจิตรกรชื่อดัง สกล มาลี ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากปลายพู่กันเบอร์ศูนย์สู่งานผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรกด้วย มีจำนวนจำกัดเพียง 500 ชุดเท่านั้น  ส่วนนักสะสมที่ชอบความพิเศษมี Gift Box ลิมิเต็ดอิดิชั่น ออกแบบโดย สกล มาลี ศิลปินชื่อดังมีผลงานจิตรกรรมฝาผังมากมายนับเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้สร้างสรรค์ผลงานจากปลายพู่กันลงบนผลิตภัณฑ์ของนาราอีกด้วย มีจำกัดเพียง 500 ชุดเท่านั้น

สำหรับเทศกาลข้าวแช่นาราปีนี้ ขยายระยะเวลานานถึง 4 เดือน เริ่มเปิดสำรับข้าวแช่หรู 18 มีนาคมนี้ ยาวไปจนถึง 31 กรกฎาคม แนะนำควรสำรองนั่งที่นั่งล่วงหน้า โทร. 0-2001-0691 หรือสั่งเดลิเวอรี่ได้ทุกช่องทาง แอดไลน์สอบถามข้อมูล @narathaicuisine

-(016)

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ เปิดตัวสารคดี ‘ยกมือพลิกชีวิต’ พร้อมหนังสือ ‘คุณหญิง Coding’ จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ เปิดตัวสารคดี ‘ยกมือพลิกชีวิต’ พร้อมหนังสือ ‘คุณหญิง Coding’ จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ เปิดตัวสารคดี ‘ยกมือพลิกชีวิต’ พร้อมหนังสือ ‘คุณหญิง Coding’ จุดประกายการเรียนรู้สู่อนาคต

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.12 น.

เต็มไปด้วยพลังแห่งแรงบันดาลใจในงานเปิดตัวหนังสือ คุณหญิง Coding: ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และภาพยนตร์สารคดี Hands Up ยกมือพลิกชีวิต ภายใต้คอนเซปต์งาน Inside the Book, Behind The Story : ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมแขกรับเชิญจากแวดวงต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง อาทิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร วิษณุ เครืองาม, องอาจ คล้ามไพบูลย์, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ฯลฯ ที่ โรงภาพยนตร์ลิโด้ 1

หนังสือ “คุณหญิง Coding: ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ได้บอกเล่าการคิดเชิงตรรกะที่เป็นเหตุเป็นผล โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Unplugged Coding เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถพัฒนาเท่าทันโลกดิจิทัล คู่ขนานไปกับตัวอย่างที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อทำให้คนอ่านเข้าใจว่าอันที่จริงแล้ว ทุกคนล้วนมีโค้ดดิ้งอยู่กับตัวเอง เพียงแค่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์   

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้รับชมภาพยนตร์สารคดี “Hands Up ยกมือพลิกชีวิต” ที่สะท้อนถึงเรื่องราวของคุณหญิงกัลยา ผ่านชีวิต และมุมมองความคิด ทั้งในด้านของความกล้าหาญในการตั้งคำถาม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ดิฉันอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า ทุกความสำเร็จเริ่มต้นจากการกล้าถามและกล้าคิด ทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากมือของเราเอง” คุณหญิงกัลยา กล่าว

ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างในงาน คือกิจกรรมเสวนา “Hands Up” to “คุณหญิง Coding”  ที่คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ร่วมพูดคุยกับแขกรับเชิญ 2 ท่าน คือ โตมร ศุขปรีชา ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และนวัตกรรมการเรียนรู้ OKMD และโอชวิน จิรโสตติกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง FutureSkill ดำเนินการเสวนาโดย พลวัชร ภู่พิพัฒน์ ผู้ประกาศช่อง TNN โดยประเด็นสนทนาในงานพูดถึงเรื่องความสำคัญของ Coding โดยเฉพาะ Unplugged Coding การคิดเชิงตรรกะ ที่นอกจากจะช่วยในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม และเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้ศตวรรษที่ 21

“Coding ไม่ใช่แค่การเขียนโปรแกรม แต่คือทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ เด็กยุคใหม่ต้องมีโค้ดดิ้งติดตัว ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนที่ไม่มีใครคาดเดาได้ ชีวิตพลิกผันได้เสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไม ‘โค้ดดิ้ง’ จึงสำคัญ เพราะโค้ดดิ้งจะทำให้เรารับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ทุกสถานการณ์” คุณหญิงกัลยา กล่างและย้ำถึงความสำคัญของ Coding  “สำหรับโลกยุคใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่า Coding นั้น ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่คือทักษะของปัจจุบันที่ทุกคนต้องมี”

หนังสือ “คุณหญิง Coding” ถอดรหัสชีวิต คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จัดจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ของสายส่งหนังสือ เคล็ดไทย รายได้จากการจำหน่ายหนังสือ “คุณหญิง Coding” มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ โรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ สพป.นครราชสีมา เขต 4  เพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป

สำหรับภาพยนตร์สารคดี Hands up ยกมือพลิกชีวิต เป็นเหมือนบทบันทึกเรื่องราวที่สำคัญของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้  ติดตามชมภาพยนตร์สารคดีได้ที่ Facebook Fanpage ‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ (https://www.facebook.com/KhunyingKalaya) และ YouTube ‘คุณหญิงCoding’ (http://bit.ly/3DE3rt4)

-(016)

มงลง ‘แอนดอย ปรียากร’ คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

มงลง ‘แอนดอย ปรียากร’ คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

มงลง ‘แอนดอย ปรียากร’ คุณครูสอนศิลปะจากชลบุรี คว้าตำแหน่ง Miss Tiffany คนที่ 26

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.50 น.

ปิดฉากไปอย่างสวยงามอีกครั้งกับการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025 : Moving Forward พุ่งทะยานสู่วันใหม่”  โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา จังหวัดชลบุรี  และ แอนดอย ปรียากร พรหรหม วัย 29 ปี ครูสอนศิลปะ สาวทรานส์จากชลบุรี คว้ามงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 คนที่ 26 ไปครองได้สำเร็จ

การประกวดฟาดฟันกันอย่างถึงพริกถึงขิง ทั้งความสวยและปฏิภาณไหวพริบ โดยเฉพาะช่วงตอบคำถามที่ท้าทายสาวงาม 3 สุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบตอบได้อย่างกลมกล่อมที่สุด  ซึ่งคำถามของ แอนดรอย ปรียากร คือ หากคุณสามารถส่งข้อความถึงรุ่นน้องทิฟฟานี่ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยบรรจุไว้ในแคปซูลเวลา เรื่องราวและบทเรียนใดที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุด ที่คุณอยากจะถ่ายทอด และเพราะเหตุผลใด” ซึ่งเธอตอบว่า  เมสเสจที่แอนดอยจะส่งไปคือคำว่าพัฒนา เพราะทุกการเริ่มต้น พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ในทุกวัน แต่ถ้าเราขาดการพัฒนา เราไม่สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ในวันข้างหน้า แต่ถ้าทุกคนอยู่กับตัวเอง พัฒนาตัวเอง แอนดอยคิดว่าไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน 1 วัน 2 วันหรือ 3 วัน ถ้าเราพัฒนา เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

แอนดอย ปรียากร พรหรหม วัย 29 ปี สาวทรานส์จากชลบุรี เป็นครูสอนศิลปะคนแรกที่คว้ามงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 ไปครองได้สำเร็จ สวยสมมงแบบรอบด้านทั้งรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ ทัศนคติ และปฏิภาณไหวพริบ ขณะที่ น้ำฟ้า ณพิชญา พิมพ์ปรุ คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 และ เอม ไอรดา เตชานุรักษ์ คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2

แอนดอย ปรียากร กล่าวถึงความสำเร็จของเธอบนเวที Miss Tiffany 2025 ว่า เธอตั้งใจมากและเต็มที่ในทุกๆ วัน และวันนี้เป็นค่ำคืนที่สวยที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา 29 ปี อยากขอบคุณทีมพี่เลี้ยง ทีมคนทำชุด ทีมองค์กรมิสทิฟฟานี่ ขอบคุณครอบครัว และที่สำคัญอยากขอบคุณหน่วยงานต้นสังกัดที่เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงอัตลักษณ์ทางเพศในกลุ่มครูที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ โดยไม่มีการกีดกัน และส่งกำลังใจ ส่งพลังบวกให้ในทุกๆ วัน  และวันนี้ประเทศไทยมี ครูที่เป็นมิสทิฟฟานี่ แล้ว

คุณครูมิสทิฟฟานี่ 2025 เป็นข้าราชการครู ที่ โรงเรียนวัดหนองยาง จ.ชลบุรี เป็นโรงเรียนขยายโอกาส  สอนวิชาศิลปะมา 5 ปีแล้ว เธอกล่าวว่า  เป็นคนที่โชคดีมากคนหนึ่ง ที่ได้เป็นครูตรงตามอัตลักษณ์ โดยที่ไม่มีการกีดกันทางเพศ

“แอนดอยไม่มีอุปสรรคกับการเป็นข้าราชการครูเลย ได้ปฏิบัติตัวเหมือนเพศปกติเลย ลูกศิษย์ก็แฮปปี้ ไม่เคยมีคำบูลลี่หรืออะไรเกิดขึ้นเลย ตลอดการเป็นข้าราชการครู ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคนแรกหรือเปล่าที่เป็นคนแรกของสาวทรานส์ที่มีบัตรข้าราชการครู แต่แอนดอยได้แต่งตัวตามอัตลักษณ์ทางเพศที่เป็นเพศหญิง ถือว่าได้รับการให้เกียรติจากหน่วยงานต้นสังกัดที่ไม่เคยกีดกั้น ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็สามารถแสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางเพศได้อย่างเต็มที่”

ภารกิจข้างหน้าที่ แอนดอย ปรียากร ผู้ครองมงกุฎ Miss Tiffany’s Universe 2025 ต้องเดินหน้าคว้ามงมาให้ได้เช่นกัน ก็คือ การเป็นสาวงามตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประกวด Miss International Queen 2025 การประกวดสาวทรานส์เจนเดอร์นานาชาติระดับโลก ที่จะมีขึ้นที่ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเธอได้ที่ ช่องทางโซเชียลของกองประกวด Miss Tiffany’s Universe ทุกแพลตฟอร์ม และช่องทาง Instagram @ ของ namfah_246, eam.ird และ andoi_ann

นอกจากนี้  การประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025 : Moving Forward พุ่งทะยานสู่วันใหม่”  ยังมีรางวัลอื่น ๆ  ให้สาวงามบนเวที ได้แก่ รางวัล Best Performance in Preliminary Round ได้แก่ MTU23 แอนดอย ปรียากร พรหรหม รางวัล Miss Photogenic ได้แก่ MTU04 เอม ไอรดา เตชานุรักษ์ รางวัล Miss Congeniality ได้แก่ MTU11 โกลด์วี่ พิชญ์นาฏ บุญแนะ รางวัล Miss Popular Vote ได้แก่ MTU01 น้ำฟ้า ณพิชญา พิมพ์ปรุ รางวัล Future of Beauty by Wansiri Hospital ได้แก่ MTU27 ซันเรย์ ณภัทร พลาสี รางวัล Best Evening Gown ได้แก่ MTU33 สไปรท์ ปกรณ์ กล้าหาญ รางวัล Miss Shiny Skin Award by Wansiri Welllness Center ได้แก่ MTU23 แอนดอย ปรียากร พรหรหม รางวัล The Aura Skin Icon by MizuMi ได้แก่ MTU13. นาราแบงค์ ณัชนารา คงพัฒนานนท์ รางวัล ???????????????? ???????????????????????????? ???????????????? ???????????????????????? ???????? ???????????????????????? ได้แก่ MTU10 หมีพูห์ กัญติชา ดีทรีส  รางวัล Best in Swimsuit ได้แก่ MTU24 การ์ฟิลด์ พิชชาภา เกษมทรัพย์ รางวัล Miss Golden Shape by Wansiri Hospital Body Center ได้แก่ MTU10 หมีพูห์ กัญติชา ดีทรีส รางวัล Best Thai Identity Costume ได้แก่ MTU27 ซันเรย์ ณภัทร พลาสี รางวัล Miss Face Niramit by Wansiri Hospital  Face Center ได้แก่ MTU04 เอม ไอรดา เตชานุรักษ์

-(016)

‘ชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก.’ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568

‘ชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก.’ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568

‘ชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก.’ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.44 น.

นายธนู มีแสงเงิน  ประธานชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. พร้อมด้วย ที่ปรึกษาคณะกรรมการชมรมฯ  ได้แก่ นายวิจิน โชลิตกุล  นางมนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ นายไพโรจน์ โลกนิยม  นางศรีประไพ เลิศวิริยจิตต์  นางพรทิพย์  อุ้ยตา นางสิริสุข สุขคันธรักษ์ ได้ประชุมใหญ่สามัญสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. ประจำปี พ.ศ.2568  ณ ห้องประชุมจำลอง อัตนโถ  ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก โดยมีสาระสำคัญเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. ,การรายงานสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. ,รายงานฐานะการเงินของชมรมฯ ,การกำหนดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ อดีตผู้บริหารข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ผู้ล่วงลับ ตลอดจนการจัดกิจกรรมนำคณะสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ส.ป ก. ไปทัศนศึกษาและร่วมกิจกรรมจิตบริการเนื่องในโอกาสสำคัญ/เทศกาลต่างๆ และการจัดกิจกรรมหารายได้สมทบทุนชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. และเรื่องอื่นๆ

โอกาสนี้ คณะกรรมการชมรม ได้แก่ นายธนู มีแสงเงิน ประธานชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก /ประธานกรรมการ  นายกมล พุทธสุวรรณ รองประธานกรรมการ และคณะกรรมการชมรมฯ คือ นางสาวฆนีรส โพธิ์เจริญ (กรรมการและเลขานุการ)  นางนภัสวรรณ ก้องเอกภพ  นางสำเนียง เมฆฉาย  นางสาวเพ็ญศรี สาระประไพนางสาวพอใจ คล้ายสวน (กรรมการและเหรัญญิก) นางสาวพรพรรณ ภูวนธรรม   (กรรมการ/ประชาสัมพันธ์และการบริการข่าวสาร)  และนางธนินท์ธร ภู่แก้ว กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ร่วมประชุมและระดมความคิดเห็น แนวทางการปฏิบัติภารกิจของชมรมฯ อันก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกและสนับสนุนก่รขับเคลื่อนภารกิจการมีส่วนรวมในกลุ่มงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ในการนี้ ขอกราบขอบพระคุณมนต์ทิพย์ รุจิกัณหะ(พี่ต้อย) และที่ปรึกษากรรมการ  ตลอดจน คณะกรรมการ สมาชิกชมรมผู้สูงอายุทุกท่าน ที่ได้มอบช่อดอกไม้และมอบกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอาสา ที่มีความเป็นจิตอาสาอยู่ในหัวใจ สละเวลาอันมีค่า มาร่วมประชุม เพื่อเตรียมการจัดงาน”พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับพี่น้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ผู้ล่วงลับ” จำนวนกว่า 512 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงรอกำหนดการการจัดงานและจะแจ้งข่าวให้ทราบในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ชมรมผู้สูงอายุ ส.ป.ก. มีสมาชิกทั้งสิ้น 224 ราย เสียชีวิตแล้ว 44 ราย  คงเหลือสมาชิก 180 ราย

-(016)

นักเรียนไทยแสดงความหวังสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านจดหมาย

นักเรียนไทยแสดงความหวังสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านจดหมาย

นักเรียนไทยแสดงความหวังสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านจดหมาย

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.38 น.

นักเรียนไทยแสดงความหวังสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านจดหมาย – พิธีรำลึกถึงการประกาศสันติภาพและการยุติสงคราม (DPCW) ประจำปีครั้งที่ 9 ของ HWPL ในประเทศไทย

ครูและนักเรียนประมาณ 625 คนรวมตัวกันที่วิทยาลัยอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อร่วมรำลึกถึงวันครบรอบ 9 ปีของการประกาศสันติภาพและการยุติสงคราม (DPCW) ซึ่งเสนอโดยองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ Heavenly Culture, World Peace, Restoration of Light (HWPL) ผู้เข้าร่วมแสดงความหวังต่อสันติภาพของโลกและการรวมกันของเกาหลีโดยเขียน “จดหมายสันติภาพ” เพื่อสนับสนุน DPCW พวกเขายังได้ถ่ายทำวิดีโอภายใต้หัวข้อ “เราเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเกาหลี” เพื่อส่งสารสันติภาพไปยังพลเมืองโลก

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2016 HWPL ได้ประกาศ DPCW ซึ่งร่างขึ้นโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจาก 15 ประเทศเข้าร่วม คำประกาศนี้ประกอบด้วย 10 บทความและ 38 วรรค มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูจิตวิญญาณที่เป็นพื้นฐานสำหรับการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติและบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนโดยส่งเสริมค่านิยมสากลของชุมชนโลก DPCW รวบรวมหลักการและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขข้อขัดแย้งและรักษาสังคมโลกที่สงบสุข

งานรำลึกดังกล่าวจัดขึ้นหลังจากโปรแกรมที่จัดอย่างดี โดยเริ่มด้วยการแนะนำเกี่ยวกับ HWPL และ DPCW จากนั้น ผู้เข้าร่วมได้บันทึกวิดีโอ “Together Challenge” เพื่อแบ่งปันข้อความแห่งสันติภาพ พวกเขายังเขียนจดหมายสันติภาพเพื่อแสดงความหวังในการรวมคาบสมุทรเกาหลีเป็นหนึ่งเดียว งานดังกล่าวสิ้นสุดลงด้วยการลงทะเบียนสมาชิกใหม่ 200 รายของ HWPL

หลังจากลงนามบันทึกความเข้าใจกับวิทยาลัยอิสลามแห่งประเทศไทยในปี 2022 HWPL ยังคงมีส่วนร่วมในกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและอาสาสมัคร เช่น ชั้นเรียนการสอนภาษาเกาหลีที่โรงเรียน เมื่อปีที่แล้ว องค์กรได้จัดการฝึกอบรมการศึกษาเพื่อสันติภาพให้กับครู และช่วยสร้างโรงเรียนให้เป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่นำการศึกษาเพื่อสันติภาพมาสู่ชั้นเรียนทุกระดับชั้น

ชลลดา ซัววงศ์ ครูจากวิทยาลัยอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เราจัดกิจกรรมต่างๆ ของ HWPL ในโรงเรียน เช่น การศึกษาเพื่อสันติภาพ เดินรณรงค์เพื่อสันติภาพ ประกวดวาดภาพเพื่อสันติภาพ และชั้นเรียนแลกเปลี่ยนภาษาเกาหลี นี่เป็นครั้งแรกที่เราเขียนข้อความเพื่อสันติภาพเพื่อการรวมประเทศเกาหลี และสนับสนุน DPCW ทำให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริง คนรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรักซึ่งกันและกัน และวิธีการสร้างสันติภาพในสังคม กิจกรรมเพื่อสันติภาพของ HWPL ถือเป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมในการส่งเสริมค่านิยมเหล่านี้ ขอบคุณมาก”

เจ้าหน้าที่ของ HWPL กล่าวว่าการสนับสนุนการรวมประเทศคาบสมุทรเกาหลีในงานรำลึกครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับเกาหลีมาโดยตลอด ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมในสงครามเกาหลี ซึ่งประเทศไทยส่งทหารประมาณ 12,000 นายเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังพันธมิตรเพื่อช่วยฟื้นฟูสันติภาพในเกาหลี

ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ โรงเรียนจะจัดงานฉลองครบรอบ 12 ปีของการประกาศสันติภาพโลกของ HWPL และงาน Peace Walk กิจกรรมเหล่านี้คาดว่าจะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติภาพในประเทศไทย

เซ็นทาราคว้ารางวัล Asian Management Excellence Awards 2025 กลุ่มธุรกิจโรงเเรมและท่องเที่ยว

เซ็นทาราคว้ารางวัล Asian Management Excellence Awards 2025 กลุ่มธุรกิจโรงเเรมและท่องเที่ยว

เซ็นทาราคว้ารางวัล Asian Management Excellence Awards 2025 กลุ่มธุรกิจโรงเเรมและท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

เซ็นทาราคว้ารางวัลระดับสากล Asian Management Excellence Awards 2025 ประเภท Thailand Team of the Year รางวัลในกลุ่มธุรกิจโรงเเรมและท่องเที่ยว จากความสำเร็จของนวัตกรรมการให้บริการลูกค้าแบบดิจิทัลคูปอง

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา คว้ารางวัลระดับนานาชาติ Asian Management Excellence Awards 2025 ประเภท Thailand Team of the Year ในกลุ่มธุรกิจโรงเเรมและท่องเที่ยว จากความสำเร็จของนวัตกรรมการให้บริการลูกค้าในรูปแบบแบบดิจิทัลคูปอง เพื่อยกระดับประสบการณ์เข้าพักและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เซ็นทาราได้รับรางวัล Asian Management Excellence Awards 2025 จากโปรเจกต์การให้บริการแขกผู้เข้าพักในรูปแบบดิจิทัลคูปอง ซึ่งจากนวัตกรรมดังกล่าวฯ เซ็นทาราจะรวบรวมข้อมูลอาหารเช้า และอาหารมื้ออื่นๆ ที่ลูกค้าจองไว้ในแพ็กเกจ เข้าไว้ในบัตรคีย์การ์ดห้องพัก ลูกค้าจึงสามารถใช้บัตรคีย์การ์ดห้องพักในการเข้ารับประทานอาหารเช้า และอาหารมื้ออื่นๆ ภายในโรงแรมได้อย่างง่ายดาย แทนรูปแบบคูปองหรือบัตรกำนัลแบบกระดาษ โปรเจกต์นี้จึงช่วยลดการใช้กระดาษ และลดขยะที่เกิดจากการบริการในรูปแบบคูปองหรือบัตรกำนัลแบบกระดาษ

โปรเจกต์ดิจิทัลคูปองนี้ เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของทีมฝ่ายเทคโนโลยี ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายบริการลูกค้า โดยนวัตกรรมใหม่นี้ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้กับเซ็นทาราถึง 10 ล้านบาท ตลอดช่วง 4 เดือนแรกของการเริ่มนำระบบนี้มาใช้ อีกทั้งยังสามารถลดการใช้กระดาษได้ถึง 500,000 แผ่นต่อปี 

“รางวัล Asian Management Excellence Awards 2025 ที่ได้รับในครั้งนี้ เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ  เซ็นทาราในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเลือกใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์เข้าพักของแขกผู้เข้าพัก อีกทั้ง ผลักดันการเติบโตธุรกิจ พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำในไทยของเซ็นทาราอย่างแท้จริง” อุดมลักษณ์ ตัณฑ์ไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว

รางวัล Asian Management Excellence Awards เป็นเวทีระดับภูมิภาคที่มอบรางวัลให้แก่องค์กรที่มีความโดดเด่นหลากหลาย ทั้งด้านความเป็นผู้นำ นวัตกรรม การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจอย่างก้าวหน้า ซึ่งการได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืนของเซ็นทารา”

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ http://www.centarahotelsresorts.com

-(016)

Exclusive Journey ไปกับ ‘VEYLA Natai Residences x Elite Havens’ เปิดโลกใหม่ให้กับการพักผ่อนระดับพรีเมียม

Exclusive Journey ไปกับ 'VEYLA Natai Residences x Elite Havens' เปิดโลกใหม่ให้กับการพักผ่อนระดับพรีเมียม

Exclusive Journey ไปกับ ‘VEYLA Natai Residences x Elite Havens’ เปิดโลกใหม่ให้กับการพักผ่อนระดับพรีเมียม

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.32 น.

VEYLA Natai Residences บ้านพักตากอากาศระดับพรีเมียมริมชายหาดนาใต้ จังหวัดพังงา ร่วมกับ Elite Havens บริษัทบริหารวิลล่าระดับโลก ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนชั้นเลิศ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ชื่นชอบการใช้ชีวิตอย่างมีระดับโดยเฉพาะ

VEYLA Natai Residences อัญมณีที่ซ่อนอยู่บนหาดนาใต้

VEYLA Natai Residences วิลล่าหรูริมทะเลที่ตั้งอยู่บนหาดนาใต้ จังหวัดพังงา หาดทรายขาวที่สงบ สวยงาม และทอดยาวถึง 110 เมตร ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง บรรยากาศรอบตัวเหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตในเมือง

วิลล่าทั้ง 15 หลังถูกออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่างประณีต ใช้โทนสีโมโนโครมที่ได้แรงบันดาลใจจากหาดนาใต้ ทำให้รู้สึกเรียบง่ายแต่หรูหรา การออกแบบอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้ VEYLA Natai Residences ได้รับรางวัล International Architecture Awards (IAA) ในปี 2020

ทุกวิลล่ามีสระว่ายน้ำส่วนตัว ห้องนอนกว้างขวาง ห้องครัวอันทันสมัย พื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งและสวนสวย ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบริการจากทีมงานมืออาชีพที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของผู้เข้าพัก

VEYLA Natai Residences อยู่ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 30 นาที ทำให้เดินทางสะดวก และยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในพังงาและภูเก็ต ทั้งยังอยู่ใกล้กับสถานที่จัดเทศกาลดนตรีและการแข่งขันกอล์ฟซึ่งมีชื่อเสียง

Elite Havens ความเป็นเลิศด้านการบริการวิลล่า

Elite Havens บริษัทบริหารวิลล่าหรูชั้นนำของเอเชีย ที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี ในการสร้างความประทับใจที่เหนือระดับให้กับผู้เข้าพักจากทั่วโลก

Elite Havens ไม่เพียงแต่ให้บริการจองที่พัก แต่ยังดูแลทุกขั้นตอนของการเดินทาง ตั้งแต่การเดินทางจนถึงการออกเดินทางกลับ รวมถึงบริการส่วนตัวที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับคุณ ด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการวิลล่า เชฟส่วนตัว พนักงานบริการ ฯลฯ

Elite Havens คัดสรรวิลล่าที่มีเอกลักษณ์และสวยงาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและการบริการระดับ 5 ดาว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าทุกคน

สวรรค์ส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อคุณ

ที่ VEYLA Natai Residences ผู้มาเยือนจะได้พบกับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และความหรูหราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทุกวิลล่าถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหลังที่สองที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความพิเศษ

ไม่ว่าคุณจะชอบการผ่อนคลาย การสำรวจธรรมชาติ หรือการสร้างความทรงจำดี ๆ กับคนที่คุณรัก ที่นี่มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น …

Beach Dinner: เพลิดเพลินกับมื้อค่ำโรแมนติกใต้แสงเทียนหน้าชายหาดในโครงการ พร้อมเมนูพิเศษ เสิร์ฟคู่กับไวน์คัดสรรพิเศษหรือค็อกเทลที่ผสมเฉพาะสำหรับคุณ

Sunset Yacht Cruise: ล่องเรือยอร์ชชมพระอาทิตย์ตกเหนือผืนน้ำอันดามัน ในบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบ (การล่องเรือยอร์ชจะเริ่มต้นจากท่าเรือในจังหวัดภูเก็ต)

Private Yoga or Meditation Session: เริ่มต้นวันใหม่ด้วยคลาสโยคะหรือการนั่งสมาธิ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล นำโดยครูผู้เชี่ยวชาญ

Luxury Spa Retreat: ดูแลร่างกายและจิตใจด้วยทรีตเมนต์สปา หรือผ่อนคลายกับนวดแผนไทย

Personalized Excursions: ทริปส่วนตัวที่ออกแบบเฉพาะสำหรับคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการดำน้ำดูปะการัง ปีนเขาชมวิว หรือล่องเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ทัวร์วัฒนธรรมสำรวจท้องถิ่น ฯลฯ

ทีมงานของ Elite Havens สามารถจัดเตรียมทุกอย่างให้คุณ เพียงแจ้งล่วงหน้า และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าที่พักตามกิจกรรมที่เลือก

เสน่ห์แห่งพังงา ที่คุณต้องมาสัมผัสสักครั้ง

แม้ว่าการพักผ่อนใน VEYLA Natai Residences จะมีทุกสิ่งครบครันจนทำให้ไม่อยากออกไปไหน แต่การมาเยือนหาดนาใต้ก็คงไม่สมบูรณ์ หากไม่ได้ออกไปรู้จักเสน่ห์ของพังงาและพื้นที่ใกล้เคียง อาทิเช่น

สะพานนาใต้ : อีกหนึ่งจุดเช็กอินอันซีนของพังงา ตั้งอยู่ใกล้หาดทรายขาวยาว 2 กิโลเมตร สะพานแห่งนี้เป็นจุดตกปลายอดนิยม นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับการดำน้ำ ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น และชิมอาหารทะเลสด ๆ ในราคาย่อมเยา

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มภูตาล : การรวมตัวของคนในชุมชนที่เห็นคุณค่าของต้นตาล โดยได้นำลำต้น ใบ และงวงตาลมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน

วัดท่าไทร หรือวัดเทสก์ธรรมนาวา : ตั้งอยู่ริมทะเลท่ามกลางป่าสนร่มรื่น อุโบสถไม้สักทั้งหลังแกะสลักอย่างประณีต บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติผ่านบานประตูและหน้าต่าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินหยกขาวปางปฐมเทศนา

อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง : หาดท้ายเหมือง ได้รับการยกย่องให้เป็นชายหาด 5 ดาว จากความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ชายหาดยาว 13 กิโลเมตร ร่มรื่นด้วยทิวสนทะเล และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล ที่นี่ยังมีซากเรือขุดแร่ลำแรกของประเทศไทย

ชุมชนบ้านท่าดินแดง : หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ล้อมรอบด้วยป่าชายเลน ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและประวัติศาสตร์เหมืองแร่ดีบุก กิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ การพายเรือคายักชมป่าโกงกาง การเรียนรู้วิถีประมงพื้นบ้าน และการชมการร่อนแร่แบบดั้งเดิม

ตลาดเช้านาใต้ : แหล่งรวมของสดจากท้องถิ่น ทั้งอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักผลไม้ และอาหารปรุงสุกพร้อมทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศตลาดท้องถิ่นในยามเช้า

และเมื่อเดินทางมาเยือนพังงา สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการลิ้มลองอาหารที่สะท้อนถึงวัตถุดิบสดใหม่และรสชาติแบบดั้งเดิมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น อาหารทะเลสด ๆ ที่ได้จากทะเลอันดามัน หรืออาหารพื้นบ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศและกลิ่นอายของวิถีชีวิตชาวใต้ ร้านอาหารแนะนำที่ต้องลองเมื่อมาเยือนพังงา อาทิเช่น

The Sea Light Cafe & Restaurant : คาเฟ่และร้านอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมวิวทะเลอันดามันที่สวยงาม เหมาะสำหรับจิบกาแฟยามเช้า หรือดื่มด่ำกับมื้อค่ำใต้แสงดาว

ครัวกลางดง : ร้านอาหารที่นำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพังงา ด้วยสูตรต้นตำรับที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติ

ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้สนใจ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม VEYLA Natai Residences และ Elite Havens มีข้อเสนอพิเศษสำหรับการเช่าวิลล่าในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการเป็นเจ้าของวิลล่าหรูในทำเลที่ดีที่สุดของพังงา

ข้อมูลการเช่าและบริการที่ VEYLA Natai Residences:

ราคาเช่าขึ้นอยู่กับฤดูกาล (Season) และประเภทของวิลล่า

Sea Villa: เริ่มต้นที่ 1,400 USD++ (ประมาณ 47,221 THB++)

Beach Villa: เริ่มต้นที่ 1,600 USD++ (ประมาณ 53,966 THB++)

หมายเหตุ: ราคาค่าเช่าอ้างอิงตามสกุลเงิน USD อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

เข้าพักได้สูงสุด ผู้ใหญ่ 6 คน และเด็ก 1 คน

เมื่อเข้าพักที่ VEYLA Natai Residences คุณจะได้รับ อาหารเช้า, WiFi ฟรี, ผลไม้ต้อนรับ, บริการส่วนตัวจากทีมงานวิลล่า ได้แก่ ผู้จัดการวิลล่า, เชฟส่วนตัว, พนักงานทำความสะอาด และพนักงานบริการ

ผู้เข้าพักสามารถใช้ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ได้อย่างเต็มที่ รวมถึง ฟิตเนส สระว่ายน้ำส่วนกลาง ห้องครัวส่วนกลาง และพื้นที่พักผ่อนกลางแจ้ง สำหรับอาหาร สามารถเลือกให้เสิร์ฟที่วิลล่าของคุณ หรือเพลิดเพลินกับมื้ออาหารที่ครัวส่วนกลาง

หากต้องการบริการเสริมอื่น ๆ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) เช่น บาร์เทนเดอร์ สปาหรือนวดที่วิลล่า บริการซักรีด เช่ารถ ทัวร์และกิจกรรมต่าง ๆ สามารถแจ้งล่วงหน้า

การจองวิลล่ากับ Elite Havens นั้นง่ายดาย เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทหรือติดต่อทีมงานโดยตรง แล้วเริ่มต้นการพักผ่อนสุดหรูได้ทันที! http://www.veylanatairesidences.com , Email: reservations@elitehavens.com , Guest Service Team Phuket: +66 818932442 หรือ https://www.elitehavens.com

-(016)