ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวเมนูใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชื่อดัง

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.26 น.

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักของกรุงเทพฯ พร้อมนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารรูปแบบใหม่ ด้วยเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยรสชาติที่โดดเด่น ชื่อเมนูสุดสร้างสรรค์ และการนำเสนอที่แปลกใหม่ ตอกย้ำแนวคิดของโรงแรมม็อกซี่ที่มุ่งสร้างสรรค์ความสนุกให้กับทุกมื้ออาหาร

Chew, Sip & Repeat – สไตล์ม็อกซี่

ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ ตั้งอยู่บนชั้น 9 โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ไม่ได้เป็นเพียงห้องอาหารและบาร์ทั่วไป แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเลือกนั่งภายในร้านหรือบนลานด้านนอก Outdoor Terrace ที่สามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ทุกเมนูถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก มีส่วนของ Grab + Go ที่พร้อมให้บริการอาหารว่างแบบพกพา อีกทั้ง Moxy Truck ที่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่นำเสนออาหารแนวสตรีทฟู้ด ผสานเข้ากับบรรยากาศของปาร์ตี้แบบสุดมันส์ พร้อมดีเจที่มาร่วมสร้างสีสัน

เมนูใหม่ที่สร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่ซ้ำใคร

เมนูใหม่ของบาร์และห้องอาหารนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นเหมือนเพลย์ลิสต์อาหารที่สามารถรับประทานซ้ำได้ไม่มีเบื่อ โดยไฮไลต์เมนูประกอบด้วย:

•             เมนูกินเล่น Moxy Sexy Bar Bites vs Start Up อาทิ Twerk Bunny เมนูที่พลิกสูตรสลัดสมุนไพรไทย กุ้งสับไส้ชีส ยืดสะใจ ตัดรสด้วยยูซุเจล เพอร์เฟกต์กับเครื่องดื่มเย็น ๆ เมนู Funky Duck Roll หรือปอเปี๊ยะทอดกรอบไส้อกเป็ดรมควัน เสิร์ฟคู่ซอสพริกเสฉวนและเบอร์รี่สด ที่กรอบ นุ่ม ละมุน เผ็ดนิดเปรี้ยวหน่อย เมนู Charcuterie Board สไตล์ม็อกซี่ รวมฮิตแฮมและชีสสุดพรีเมียม ทั้งทรัฟเฟิลกูด้า พาร์มาแฮม และฮันนี่คอมบ์ ครบสูตรความฟินในคำเดียวและเมนูเรียกน้ำย่อยอื่น ๆ

•             เมนูซุปรสเข้มข้น Slurp Fest เช่น Truffle ซุปเห็ดแชมปิญองเข้มข้น อบอวลด้วยกลิ่นทรัฟเฟิลและปิดท้ายด้วยฟองนมเนียนนุ่ม ละมุนทุกคำ หรือ Crustacean ซุปล็อบสเตอร์และปูสุดเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมหางล็อบสเตอร์ น้ำมันพริกล็อบสเตอร์ และครีมชีสซิตรัส เข้มข้น หอมมัน มีมิติ

•             เมนูสายคาร์บแบบจัดเต็ม Carb Overload เช่น Wrapped n Roll มินิบูเกต์สุดครีเอทีฟ รวมสายเฮลตี้ ฟาลาเฟล และสลัดมะเขือเทศ ในสไตล์มังสวิรัติที่ทั้งสดชื่นและอร่อยลงตัว Melt Me แซนด์วิชแฮม & ชีสสุดกรอบ พาร์มาแฮมแน่น ๆ ขนมปังซาวร์โดว์เคลือบพาร์เมซาน อบจนกรอบ หอม มัน เพอร์เฟกต์ทั้งมื้อเช้าและกลางวัน Cheesy Chubby เมนูเด็ดขายดี แรปหมูฉีกไทยเสิร์ฟสไตล์เม็กซิกันที่เชฟจัดเต็มด้วยวัตถุดิบท้องถิ่น รสชาติแบบภูเก็ต เข้มข้น ชีสเยิ้ม อร่อยถึงใจ และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

•             เมนูไทยรสชาติจัดจ้าน Sassy & Sizzling Thai อาทิ You & Mee ผัดหมี่สุดฟิน จัดเต็มซีฟู้ดไซซ์จัมโบ้และผักกระเฉด ให้รสชาติแบบโลคอลที่ลงตัวทุกคำ Bone-In หรือมัสมั่นแบบม็อกซี่ เชฟคัดสรรซี่โครงเนื้อตุ๋นกะทิจนเปื่อยนุ่ม เสิร์ฟคู่โรตีกรอบและอาจาดมัสตาร์ดโฮมเมด เข้มข้นถึงเครื่อง Krapow Zaab กะเพราสุดแซ่บ ผัดพริกกระเทียมกับเนื้อหรือซีฟู้ด จัดเต็มใบกะเพรา เผ็ดซี้ดถึงใจ สายแซ่บต้องลอง Tom Yum ต้มยำไทยสุดคลาสสิก จัดจ้านด้วยสมุนไพรแท้ ๆ ทั้งตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด พร้อมเนื้อหรือซีฟู้ด แซ่บซี๊ดและสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

•             เมนูของหวานที่เติมเต็มความสุข Sugar Rush เช่น Naughty Choux ชูครีม 4 รสสุดซน แชร์ความฟิน ลองครบทุกไส้ อร่อยลงตัวทุกคำ Berries Pavlova เมอแรงค์กรอบนอกนุ่มใน ท็อปด้วยเบอร์รี่สด เปรี้ยวหวานลงตัว เติมความสดชื่นได้ทั้งวัน Mango Sticky Rice ข้าวเหนียวมะม่วงสุดฮิต ข้าวเหนียวมูนกะทิหอมมัน เสิร์ฟคู่มะม่วงน้ำดอกไม้สุกหวานฉ่ำ ไทยแท้ อร่อยลงตัว และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

เครื่องดื่มใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์

เมนูเครื่องดื่ม ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากฉากภาพยนตร์และตัวละครระดับตำนาน (ดื่มไป ทายชื่อภาพยนตร์ไป ทายถูกรับรางวัลไปเลยนะ) โดยมีไฮไลต์ดังต่อไปนี้:

•             The Infinity Kiss – เครื่องดื่มค็อกเทลที่มอบสัมผัสนุ่มนวลและเย้ายวน ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของความรักที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ การควบคุม และเส้นบาง ๆ ระหว่างความปรารถนาและอิสรภาพ รสชาติหวานทรอปิคอล นุ่มลึก มีมิติ ครีมมี่พอดี—จิบแล้วอินทุกซีนอารมณ์

•             The Ice Berg – เครื่องดื่มค็อกเทลที่สะท้อนเรื่องราวของโชคชะตาและความรักท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ บทเพลงแห่งความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย รสชาติสดชื่นแบบฟรุตตี้ ทรอปิคอล แฝงกลิ่นฟลอรัลละมุน—จิบแล้วเหมือนได้ล่องลอยอยู่กลางเกลียวคลื่น

•             Hunter’s Last Shot – เครื่องดื่มค็อกเทลที่หนักแน่นและทรงพลัง ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของนักล่าที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสูญเสีย รสชาติเข้มข้นของกาแฟ นุ่มละมุนแต่ซ่อนความซับซ้อน—จิบแล้วสัมผัสถึงพลังที่ค่อย ๆ ตื่นขึ้น

•             Galactic Stardust – เครื่องดื่มค็อกเทลแห่งจักรวาลสุดล้ำ แรงบันดาลใจจากการต่อสู้ระหว่างแสงและเงา ท่ามกลางพลังลี้ลับและอาณาจักรที่ต้องการครองอำนาจ รสชาติสดชื่นแต่ซับซ้อน—จิบแล้วเหมือนได้ท่องกาแล็กซีไร้ขอบเขต

•             Felix Felicis – เครื่องดื่มค็อกเทลแห่งความโชคดีที่นำพาการผจญภัยสุดมหัศจรรย์ เต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับและความท้าทาย รสชาติกรอบ สดชื่น พร้อมกลิ่นฟลอรัลและซิตรัส—จิบแล้วเหมือนมีมนตร์เสกให้โชคดีทั้งวัน

สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ โรงแรมฯ ยังมีให้บริการ Moxy Crafted Mocktails ด้วยรสชาติที่ไม่แพ้เครื่องดื่มค็อกเทล อาทิ Citrus Rose Delight สดชื่น ขมซ่า แต่มีเสน่ห์ ม็อกเทลที่ผสมผสานความหอมของกุหลาบ ความเปรี้ยวสดชื่นของเกรปฟรุต และความซ่าจากโทนิค ให้รสชาติที่ลงตัว จิบแล้วสดชื่นแบบมีสไตล์ และ Assam Serenity หอมละมุน ผ่อนคลาย และครีมมี่อย่างลงตัว ม็อกเทลที่ได้แรงบันดาลใจจากชาดำอัสสัม ผสานความหอมมันของนมและวิปครีม เติมความหวานกลมกล่อมให้ทุกจิบ—จิบแล้วเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความสงบ

เตรียมพบกับบาร์บนชั้นดาดฟ้าแห่งใหม่ล่าสุดแห่งย่านราชประสงค์ Moxy Rooftop Bar

เร็ว ๆ นี้ พบกับบาร์บนชั้นดาดฟ้าแห่งใหม่ล่าสุดของย่านราชประสงค์ Moxy Rooftop Bar บนชั้น 32 ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 จะเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่นำเสนอเครื่องดื่มสุดพิเศษ วิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและความสนุกสนาน

จองที่นั่งล่วงหน้าเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ #ATTHEMOXY

ม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ ชั้น 9 (ทั้งโซน Indoor & Outdoor) พร้อมเปิดให้สำรองที่นั่งแล้วผ่านลิงก์ด้านล่าง หรือลูกค้าสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมและลิ้มลองเมนูใหม่ได้ด้วยตัวเองเลย ดูโปรโมชันของม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ได้ที่: https://www.sevenrooms.com/experiences/moxybarrestaurantbkkox

จองม็อกซี่ บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ได้เลยที่ https://www.sevenrooms.com/reservations/moxybarrestaurantbkkox/paid-social?venues=rooftopbarbkkox,moxybarrestaurantbkkox

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อีเมล moxy.bkkox.rsvn@moxyhotels.com โทร 02 209 5804  แชททางไลน์  @MoxyBangkok เว็บไซต์ http://www.moxybangkokratchaprasong.com

โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 และเพิ่งฉลองครบรอบ 1 ปี โรงแรมแห่งนี้เป็นไลฟ์สไตล์โฮเทลที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ผสมผสานดีไซน์ทันสมัยเข้ากับบรรยากาศที่สนุกสนาน โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีน) มีห้องพัก 504 ห้อง ฟิตเนส 24 ชั่วโมง และพื้นที่ส่วนกลางดีไซน์เก๋ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อน ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ชิดลมและสยาม รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนแมริออท บอนวอย Marriott Bonvoy จากการรับประทานอาหารและการจัดงานอีเวนต์ภายในโรงแรมได้แม้ไม่ได้เข้าพัก และสามารถสมัครสมาชิกได้ฟรีที่ https://www.joinmarriottbonvoy.com/loyaltyf/s/EN-GB/ch/BKKOX

The Mesh Bar ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวัน Hangout สุดมันส์ กับโปรสุดชิค ‘Work Perks’

The Mesh Bar ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวัน Hangout สุดมันส์ กับโปรสุดชิค 'Work Perks'

The Mesh Bar ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวัน Hangout สุดมันส์ กับโปรสุดชิค ‘Work Perks’

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.10 น.

โปรโมชั่นพิเศษสุดชิค! “Work Perks” ชวนเพื่อนมาเปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวัน Hangout สุดมันส์ ที่ The Mesh โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22

The Mesh โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 จุดหมายปลายทางแห่งการใช้ชีวิตใจกลางเมือง จัดโปรโมชั่นพิเศษ “Work Perks” โดนใจคนทำงาน สายบริการ ท่องเที่ยว และโรงแรม ให้มาเติมพลังหลังเลิกงานกันแบบสุดคุ้ม! ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 รับส่วนลด 30% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มทุกเมนู ทุกวันจันทร์ เวลา 11.00 – 23.00 น.

สิทธิพิเศษสุดเอ็กคลูชีพ เอาใจแวดวงคนทำงาน แค่โชว์บัตรพนักงาน ก็รับส่วนลดไปเลย 30% เต็มๆ เปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวันชิลล์ๆ ไป Hangout สุดมันส์กับแก๊งเพื่อน! แต่ความสนุกยังไม่หมด! มา “Chill & Play” กับกิจกรรมสุดฮิต ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะพูล บอร์ดเกม หรือดูถ่ายทอดสดกีฬามันส์ๆ ได้แบบไม่มีกั๊ก ให้คุณได้ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงาน พร้อมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษกับเพื่อนร่วมงาน

The Mesh Bar โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 เป็น Lifestyle Destination ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนหลังเลิกงาน ดื่มด่ำไปกับ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ พร้อมอาหารรสเลิศ หรือมาร่วมลุ้น แมตช์กีฬาคู่สำคัญ กับเพื่อน ๆ เรามีทุกอย่างครบ จบในที่เดียว!

เตรียมตัวสัมผัสประสบการณ์วันจันทร์ที่แตกต่าง กับ “Work Perks” ที่ The Mesh โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 แล้วคุณจะรู้ว่าวันจันทร์ก็สนุกสุดเหวี่ยงได้!

รวมแก๊งเพื่อน แล้วมาสนุกกันให้สุดเหวี่ยง! เปลี่ยนวันจันทร์ให้เป็นวันแห่งความสุขของคุณที่ The Mesh Bar โรงแรมโฟร์พอยท์ส บาย เชอราตัน สุขุมวิท 22 พร้อมต้อนรับคุณทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 น. – 01:00 น. สนใจสำรองโต๊ะหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sevenrooms.com/reservations/themeshbangkok

กลับมาแล้ว! ‘ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน’ สำรับคลายร้อนระดับตำนาน ลิ้มรสความหอมหวานสดชื่นแบบพรีเมียม

กลับมาแล้ว! 'ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน' สำรับคลายร้อนระดับตำนาน ลิ้มรสความหอมหวานสดชื่นแบบพรีเมียม

กลับมาแล้ว! ‘ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน’ สำรับคลายร้อนระดับตำนาน ลิ้มรสความหอมหวานสดชื่นแบบพรีเมียม

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.59 น.

ซัมเมอร์นี้ต้อง “ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน” สำรับคลายร้อนระดับตำนานกลับมาแล้ว! ลิ้มรสความหอมหวานสดชื่นแบบพรีเมียมทั้งที่ร้านและเซตปิ่นโตกลับบ้านสุดไอคอนิก พบกันที่ “ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน” ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. – 11 พ.ค. 68 เท่านั้น

แน่นอนว่า หนึ่งในเมนูที่เหล่านักชิมตั้งตารอในช่วงหน้าร้อนคงจะหนีไม่พ้น  “ข้าวแช่” สำรับไทยโบราณหอมหวานสดชื่นที่ช่วยดับความร้อนของอากาศเมืองไทยได้เป็นอย่างดี ปีนี้ จิม ทอมป์สัน กลับมาพร้อมเสิร์ฟเมนูที่ทุกคนถามหา “ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน” ที่จัดเต็มกับเครื่องเคียงครบรสปรุงจากวัตถุดิบคัดสรรพิเศษและน้ำลอยดอกไม้หอมเย็นชื่นใจ ณ ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน โดยยังคงความพิเศษกับการเสิร์ฟเป็นเซตรับประทานที่ร้านในสำรับทองเหลืองแสนวิจิตรบรรจงแบบดั้งเดิม และ เซตกลับบ้านสุดพรีเมียม มาพร้อมปิ่นโตลิมิเต็ดเอดิชันที่ตกแต่งด้วยผ้าไหมทวิลล์ผูกปิ่นโตและถุงผ้าดีไซน์พิเศษ พร้อมคิวอาร์โค้ดนำเสนอรายละเอียดวัตถุดิบและวิธีรับประทานข้าวแช่ให้ครบรส ในสไตล์ จิม ทอมป์สัน เหมาะสำหรับเป็นของขวัญสุดพิเศษช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเซตรับประทานที่ร้านและเซตกลับบ้านพรีเมียม พร้อมให้ลิ้มลองตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม – 11 พฤษภาคม 2568 เท่านั้น

ข้าวแช่จิม ทอมป์สัน นำเสนอข้าวหอมมะลิไทยที่ต้มจนสุกพอดี ขัดขาวแล้วนึ่งด้วยวิธีการดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมน้ำลอยดอกไม้หอมจากมะลิไทยและดอกไม้ฤดูร้อนออร์แกนิกตามฤดูกาล โดยมีเครื่องเคียง 7 ชนิด ได้แก่ ลูกกะปิชุบไข่ทอด ที่ทำจากกะปิคุณภาพดีผสมสมุนไพรไทย ปลายี่สนหวาน ปลากระเบนค้างคาวแดดเดียวที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา พริกแห้งไส้ปลาหวาน ใช้พริกชี้ฟ้าแห้งยัดไส้ปลาช่อนแดดเดียวกวนหวาน ไชโป๊วหวานที่ทำจากหัวไชเท้าเชื่อมด้วยน้ำตาลมะพร้าวจนมีความหวานใส พริกหยวกสอดไส้ห่อไข่ลูกไม้ พริกหยวกเขียวยัดไส้รสชาติเข้มข้น ที่ทำจากหมูคุโรบุตะและกุ้งทะเลไทยห่อด้วยไข่ลูกไม้ออร์แกนิก ปลาหวานยัดไส้หอมแดงใช้หอมแดงคัดพิเศษยัดไส้ปลาช่อนแดดเดียวปรุง และหมูฝอยและเนื้อฝอยที่ทำจากเนื้อหมูและเนื้อวัวฉีกปรุงรสหวานด้วยน้ำตาลมะพร้าวท้องถิ่นและน้ำปลา นอกจากนี้ ยังเสิร์ฟผักและผลไม้แกะสลัก เช่น มะม่วงเขียวเปรี้ยว มะม่วงมัน กระชาย แตงกวาสด และพริกชี้ฟ้า พร้อมปิดท้ายความสดชื่นด้วยเมนูพิเศษของร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน อย่าง ส้มฉุนลิ้นจี่มะยงชิดและมัลเบอร์รี่ในน้ำเชื่อม เติมกลิ่นหอมด้วยผิวส้มซ่าและดอกมะลิ

ลิ้มรสความสดชื่นของ “ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน” ได้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม – 11 พฤษภาคม 2568 ณ ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน ตั้งอยู่ที่จิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ ซอยเกษมสันต์ 2 ในราคา 890++ บาทต่อชุดสำหรับรับประทานที่ร้าน โดยเสิร์ฟในจำนวนจำกัดเพียงวันละ 50 ชุดเท่านั้น หรือซื้อกลับบ้านและซื้อเป็นของขวัญกับเซตปิ่นโตลิมิเต็ดเอดิชันพร้อมผ้าไหมผูกปิ่นโตและถุงผ้าดีไซน์พิเศษในราคา 1,550 บาท (สำหรับ 1 ท่าน)

เพลิดเพลินข้าวแช่ให้ครบรสในสไตล์ จิม ทอมป์สัน

“ข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน” ร่วมสานต่ออัตลักษณ์ของสำรับชาววังช่วงหน้าร้อน พร้อมชวนทุกคนรับประทานข้าวแช่ดับร้อนและรับรสชาติความหอมหวานในทุกคำ เริ่มต้นด้วยการกินเครื่องคาวก่อน ไล่จากลูกกะปิ ตามด้วยปลายี่สน และเครื่องคาวอื่น ๆ โดยสลับสับเปลี่ยนกันได้ตามใจ จากนั้นตักข้าวพร้อมนํ้าลอยดอกไม้เย็นชื่นใจ สิ่งสําคัญที่สุด คือการไม่ตักเครื่องเคียงใส่ในชามข้าวแช่ เพราะจะกลบกลิ่นหอมของดอกไม้และควันเทียน นอกจากนี้ ลําดับการกินเครื่องเคียงสลับข้าว ยังสามารถกินเครื่องคาวอย่างละนิด แล้วสลับไปที่เครื่องหวานเล็กน้อย จากนั้นก็สลับกลับมากินเครื่องคาวอีกก็ทำได้เช่นกัน หรือจะกินไล่จากคาวไปหวานก็แล้วแต่คนชอบ

ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงกลางวัน: 11.30 – 16.30 น. (ออเดอร์สุดท้าย 15.30 น.) ช่วงเย็น 18.00 – 23.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 22.00 น.) สำรองที่นั่งและสั่งจองข้าวแช่ จิม ทอมป์สัน ล่วงหน้าได้ทางโทรศัพท์ 02-612-3601 หรือ 061-421-8951

-(016)

StashAway ดันนวัตกรรมขับเคลื่อนการลงทุนต่างประเทศให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีบริหารการลงทุนมาตรฐานระดับสากล

StashAway ดันนวัตกรรมขับเคลื่อนการลงทุนต่างประเทศให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีบริหารการลงทุนมาตรฐานระดับสากล

StashAway ดันนวัตกรรมขับเคลื่อนการลงทุนต่างประเทศให้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีบริหารการลงทุนมาตรฐานระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

StashAway (สแทชอเวย์) แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนด้วยเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำควาทสำเร็จปี 2024 กับภารกิจช่วยคนไทยบรรลุเป้าหมายทางการเงินและสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ลดอุปสรรคในการลงทุนต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีบริหารการลงทุนที่เพิ่มศักยภาพการสร้างผลตอบแทนและบริหารความเสี่ยงอย่างมีหลักการ  ในอัตราค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิมกว่าครึ่ง เดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 4 ในไทย ด้วยผลงานสร้างผลตอบแทนปี 2024 ในสกุลเงิน USD สูงสุด 14.6%* หรือเฉลี่ย 8.3%** ในทุกระดับความเสี่ยงสำหรับพอร์ต General Investing ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของลูกค้าเพราะช่วยให้เงินเติบโตอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเครียดเรื่องบริหารจัดการโดยมีกลยุทธ์การลงทุนมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินระดับโลกอยู่เบื้องหลัง เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการลงทุนแต่ไม่มีเวลาและอยากใช้เวลาส่วนตัวไปกับเรื่องสำคัญอื่นๆในชีวิต 

นายยศกร นิรันดร์วิชย CFA กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “StashAway พลิกโฉมการลงทุนต่างประเทศให้เป็นเรื่องง่ายกว่า ดีกว่า และประหยัดกว่าด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยการนำเสนอการลงทุนแบบ Global Asset Allocation ผ่าน ETF ในสินทรัพย์ทั่วโลกที่บริหารด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบ Data-Driven ในการตัดสินใจแทนการใช้คนที่มักมีอารมณ์มาเกี่ยวข้อง ส่งผลให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งแม้ตลาดการเงินจะเผชิญความผันผวนในปี 2024 และยังช่วยให้นักลงทุนประหยัดค่าธรรมเนียมได้เกือบเท่าตัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมแฝง ซึ่งค่าธรรมเนียมที่สูงเป็นสิ่งกัดกินเงินลงทุนแบบที่เราไม่รู้ตัวและมักมองข้ามกันมาเสมอ”

StashAway โดดเด่นในฐานะแพลตฟอร์มบริหารการลงทุนที่มีหลักการระดับสากล เข้าถึงง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำ และตอบโจทย์ Pain Points ของนักลงทุนไทยที่ต้องการเตรียมความพร้อมทางการเงินในระยะยาวด้วยการลงทุนแต่ต้อง เผชิญกับความกังวล ขาดความมั่นใจ และขาดความรู้ในการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในต่างประเทศที่ซับซ้อนทั้งด้านข้อมูล ภาษา และช่วงเวลาการเปิดตลาด ทำให้การบริหารจัดการการลงทุนด้วยตัวเองเป็นเรื่องท้าทาย นอกจากนี้ นักลงทุนจำนวนมากยังขาดคำแนะนำที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดและแบกรับความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น StashAway จึงเข้ามาเป็น “โซลูชันที่พลิกโฉมการลงทุนต่างประเทศ” ด้วยแพลตฟอร์มที่บริหารการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดี โปร่งใส ใช้งานง่าย ค่าธรรมเนียมต่ำและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถสร้างและบริหารความมั่งคั่งได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

นอกจากนี้ StashAway ยังเดินหน้าลดช่องว่างด้านการลงทุนต่างประเทศด้วยฟินเทคที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ Insights ที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพรวมพอร์ตของตัวเองได้ง่ายขึ้น พร้อมลดระยะเวลาการฝาก-ถอนลงถึง 50% เสริมศักยภาพด้านการลงทุนให้กับผู้ใช้งานทุกระดับ อีกทั้งยังร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลก Women in ETF ผลักดันโครงการ SHEconomy เพื่อให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการจัดการเงินแก่ผู้หญิงไทยผ่านแนวคิดของผู้นำหญิงแถวหน้าของเมืองไทย

ความสำเร็จของ StashAway ได้รับการการันตีจากรางวัลระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับ World’s Top 250 Fintech Companies โดยสำนักข่าว CNBC เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และถูกจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ Fintech Innovator ของ Asia ในปี 2024 โดยนิตยสาร Fortune สะท้อนถึงสถานะของแพลตฟอร์มที่กำลังพลิกโฉมอุตสาหกรรม FinTech ระดับโลก และยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงาน ก.ล.ต. จากการเข้าร่วมโครงการด้านการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความรู้ทางการเงินเพื่อคนไทยอีกทั้งยังสามารถสร้างผลกำไรในประเทศหลักจนได้รับเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจาก Venture Capital ระดับโลก

สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2025 StashAway มุ่งมั่นยกระดับแพลตฟอร์มให้เป็น “พาร์ทเนอร์การลงทุนต่างประเทศที่ยึดถือประโยชน์ของนักลงทุนเป็นหลัก” พร้อมเดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักลงทุนยุคดิจิทัล และช่วยให้การลงทุนที่ดีเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดยตั้งเป้าพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง พร้อมควบคุมความเสี่ยงได้อย่างชาญฉลาด

“เรามุ่งหวังให้ StashAway ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มการลงทุน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการบริหารความเสี่ยงที่ดี เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราอยู่รอดในตลาดที่ผันผวนและสามารถ Stay invested เพื่อรอรับผลกำไรจากการเติบโตของตลาดได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว”  นายยศกร กล่าวทิ้งท้าย

*หมายเหตุ: ผลตอบแทนในสกุลเงิน USD พอร์ต General Investing ที่มีระดับความเสี่ยง StashAway Risk Index ที่ 36%  ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2024 – 31 ธันวาคม 2024 

**หมายเหตุ: ผลตอบแทนเฉลี่ยในสกุลเงิน USD พอร์ต General Investing ในทุกระดับความเสี่ยง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2024 – 31 ธันวาคม 2024 

การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน; ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต; การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

-(016)

ปักธง! วันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 ชง 7 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ‘ยั่งยืนและเป็นธรรม’

ปักธง! วันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 ชง 7 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ‘ยั่งยืนและเป็นธรรม’

ปักธง! วันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 ชง 7 นโยบายคุ้มครองผู้บริโภค ที่ ‘ยั่งยืนและเป็นธรรม’

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.46 น.

สภาผู้บริโภค จัดงานวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม สู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน” เสนอ 7 นโยบายยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคุณภาพชีวิต

สภาผู้บริโภค นำโดย นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้บริโภคกว่า 340 องค์กร แถลงข้อเสนอเชิงนโยบาย 7 ข้อที่ รัฐบาลแก้ไข และปรับปรุงกฎหมาย เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ อาทิ การมีระเรีบบขนส่งสาธารณะ ความปลอดภัยของสินค้าบริการ รวมถึงอาหาร การจัดระเบียบบริการสาธารณะต่าง ๆ เป็นต้น “เสียงของผู้บริโภค:การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม เนื่องในวันสิทธิผู้บริโภคสากล 2568 โดยขอให้รัฐดำเนินการ เสนอหน่วยงานรัฐแก้ไข – ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อพัฒนาการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ อาทิ ออกกฏหมายให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนหรือซ่อมสินค้าใหม่ที่ชำรุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การจัดการระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงทุกพื้นที่ห่างไกลในราคาที่เป็นธรรม ให้ประชาชนสามารถหาซื้อบ้านในราคาที่เหมาะสม จัดให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย สร้างกลไกการดูแลผู้บริโภคให้กระจายไปทุกพื้นที่ เป็นต้น

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดงานครั้งนี้คือการยกระดับสิทธิผู้บริโภคไทยให้ทัดเทียมระดับสากล และส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายเอสดีจี (SDGs) หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประกาศโดยสหประชาชาติ ในข้อที่ 12 เรื่องแผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน ภายในงานมีการระดมความคิดเพื่อจัดทำข้อเสนอนโยบายด้านต่างๆ ทั้งด้านการสร้างบ้านเมืองที่เป็นธรรม ระบบอสังหาริมทรัพย์ ระบบขนส่งในเมือง การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนในโรงเรียน รวมถึงการส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืนในโรงเรียน การจัดการขยะ และการสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน

บุญยืน  กล่าวเพิ่มเติมว่า สภาผู้บริโภคกำลังผลักดันร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง หรือ ‘เลม่อน ลอว์’ ที่จะช่วยผลักดันการบริโภคที่ยั่งยืนและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเป็นความรับผิดของผู้ผลิตในการให้ผู้บริโภคนำสินค้าที่เสียหายไปขอคืนหรือเปลี่ยนสินค้ากับผู้ผลิตได้โดยตรงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งกฏหมายฉบับนี้จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคมากกว่ากฎหมายปัจจุบัน ทั้งนี้ ในขณะที่ผู้บริโภคเองต้องรับผิดชอบต่อการบริโภค ผู้ผลิตเองก็ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะอำนวยความสะดวกสนับสนุนการผลิตสินค้าที่ยั่งยืนด้วยเช่นกัน

“ผู้บริโภคต้องรวมตัวกันอย่างมีพลังเพื่อให้เกิดสังคมที่เป็นธรรม พลังของการรวมตัวของผู้บริโภคจะสามารถสร้างการเปลี่ยนผ่านได้ สังคมที่เป็นธรรมจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของผู้บริโภคทุกคน อยากให้ทุกคนเริ่มที่ตัวเองก่อนและเริ่มได้เลยในวันนี้” นางสาวบุญยืนกล่าว

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า วันที่ 15 มีนาคมของทุกปีเป็นวันสิทธิผู้บริโภคสากล ซึ่งประเด็นสำคัญในการผลักดันขององค์กรผู้บริโภคทั่วโลกในปีนี้คือ “การบริโภคที่ยั่งยืน” หลังจากการจัดงานวันสิทธิผุ้บริโภคประจำปี 2568 ในวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2568 ที่ประชุมมีความเห็นว่าประเทศไทยยังมีนโยบายที่ไม่เพียงพอในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ชีวิตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเรื่องสำคัญอย่างการลดการใช้พลังงานฟอสซิลและการหันมาใช้พลังงานทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมและเป็นธรรม

“หากเราไม่ใช้รถส่วนตัว เราแทบจะใช้ชีวิตนอกบ้านไม่ได้เลย ไม่ใช่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยปัญหาเชิงนโยบาย คือ งบประมาณส่วนใหญ่ยังคงถูกใช้ไปกับการสร้างถนน แทนที่จะเป็นการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ส่วนงบประมาณในการจัดการปัญหาฝุ่นพีเอ็มสองจุดห้า (PM2.5) ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศมีเพียง 0.003% ของงบประมาณแผ่นดิน หรือเพียง 95 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีงบประมาณเพียง 59 ล้านบาทสำหรับการจัดการปัญหาฝุ่นที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน” นางสาวสารีกล่าวและว่า ปัญหามลพิษทางอากาศนี้มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเนื่องจากขาดระบบขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึง แต่มลพิษเหล่านี้กลายเป็นปัญหาสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

นางสาวสารี กล่าวอีกว่า เสียงสะท้อนจากนำไปสู่แรงบันดาลใจว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องรอนโยบายจากภาครัฐ แต่สามารถลงมือปฏิบัติได้ด้วยตนเอง โดยเราสามารถใช้เงินของเราให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เลือกสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เงินของเราจะไปกำหนดผู้ผลิตและผู้ขายเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสาธารณะ ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมจากภาคใต้ มีการสร้างระบบเงินหมุนเวียนระหว่างกลุ่มเกษตรกรรายย่อยกับโรงพยาบาลและชุมชน ซึ่งเป็นโมเดลที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ แต่ยังขาดการสนับสนุนงบประมาณทั้งจากภาครัฐและผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคยังเสนอแนวคิดให้รัฐบาลนำงบประมาณที่ใช้จ่ายเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อยประจำเดือน ไปสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างเป็นระบบแทน อีกทั้งปัจจุบันสภาผู้บริโภคผลักดันโครงการ “ก๊วนหิวแสง” เพื่อส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในราคาที่เข้าถึงได้ หลังจากพยายามผลักดันให้รัฐบาลลดอุปสรรคในการติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหลายปีแต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงอยากชวนผู้บริโภคโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาสมัคร หากรวมกลุ่มได้หลายราย อาจจะสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ในราคาที่ถูกลง

นอกจากนี้ ภายในงานภาคีเครือข่ายผู้บริโภคจากภาคต่าง ๆ ยังร่วมกันเสนอข้อเรียกร้องนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 ข้อ ดังนี้

1) เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคผลักดันกฎหมายเลม่อนลอว์ ให้ผู้บริโภคสามารถซ่อม เปลี่ยนสินค้าที่มีความชำรุดบกพร่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และกำหนดให้สภาผู้บริโภคเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างคณะกรรมการ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ

2) เสนอให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และสินค้านำเข้าทุกประเภทให้มีความปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตสินค้าที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3) เสนอให้ภาครัฐเป็นกลไกสำคัญให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างยั่งยืนและทั่วถึงไม่กระจุกเฉพาะบางพื้นที่ อยากให้ภาครัฐสนับสนุนผู้บริโภคในพื้นที่อื่น รวมถึงช่วยผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผู้บริโภคที่ยั่งยืนลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงทั้งเรื่องอุปกรณ์ราคาถูก วัสดุสะอาดปลอดภัย เพื่อให้ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ สะอาดยั่งยืน

4) เรียกร้องให้รัฐช่วยผลักดัน พ.ร.บ.ความรับผิดชอบต่อความชำรุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน

5) เรียกร้องให้รัฐสนับสนุนนโยบายขนส่งสาธารณะให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาที่เป็นธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ยังมีเรื่องนโยบายที่อยู่อาศัยอยากให้รัฐกำหนดพื้นที่สร้างบ้านราคาถูกได้มาตรฐาน  จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อผู้มีรายได้น้อยเนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้

6) ขอให้เร่งจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆแบบไร้สายเข้ามาปรับปรุงแก้ไข เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

7) ให้มีพัฒนาเรื่องอาหารปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืน มีกระบวนการที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงการควบคุมคุณภาพตู้น้ำให้ได้มาตรฐาน พร้อมมีสถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภค

เข็มเหล็ก เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่น เพิ่มวงเงินประกัน Product Liability Insurance

เข็มเหล็ก เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่น เพิ่มวงเงินประกัน Product Liability Insurance

เข็มเหล็ก เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่น เพิ่มวงเงินประกัน Product Liability Insurance

วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมเสาเข็มเหล็ก ประกาศเพิ่มวงเงินประกันความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) จาก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และยืนยันจุดยืนของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำด้าน Green Construction ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม

ในงานรับมอบกรมธรรม์อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้น ณ นาทอง เทอเรส บาร์ แอนด์ เรสเตอรองค์ได้รับเกียรติจากผู้บริหาร บริษัทชั้นนำที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เข็มเหล็ก ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัย และผู้บริหารจาก Allianz Ayudhya  ร่วมเป็นสักขีพยานในการขยายวงเงินประกันครั้งนี้ รวมถึงการเสวนา Panel Talk จากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา อาทิ นักวิชาการด้านต้นไม้ ผู้ใช้งานจริง และตัวแทนจากบริษัทประกันภัย ซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของงานก่อสร้างสมัยใหม่

ประเสริฐ ธรรมมนุญกุล CEO บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า “ฐานรากเป็นเพียง 5% ของการก่อสร้างทั้งหมด แต่เป็น 5% ที่สำคัญที่สุด เพราะมันต้องรองรับ 95% ของโครงสร้างที่เหลือ คุณกล้าเสี่ยงใช้ฐานรากที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่? เพราะความแข็งแรงของบ้าน อาคาร หรือโครงการของคุณ ขึ้นอยู่กับสิ่งนี้” และนอกจากนั้น การเพิ่มวงเงินประกันเป็น 200 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงแค่การคุ้มครองลูกค้าในทุกต้นของการติดตั้งเข็มเหล็ก แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของเราในฐานะผู้นำ Green Construction ที่มุ่งเน้นทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืน เราต้องการให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจว่าการเลือกใช้เข็มเหล็ก คือการเลือกโซลูชันที่ปลอดภัย คุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รศ.ดร.พรเทพ เหมือนพงษ์ – นักวิชาการด้านต้นไม้ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า”พฤติกรรมการปลูกต้นไม้ของคนไทยมักนิยมปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่หรือไม้ล้อม ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าต้นไม้ที่ปลูกจากกล้า เนื่องจากไม้ล้อมไม่มีรากแก้วคอยยึดเกาะกับดิน ต้องอาศัยการค้ำยันเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับต้นไม้ จากการวิจัยและพัฒนาร่วมกับเข็มเหล็ก เราพบว่าแรงกระทำจากลมและแรงดึงต่อต้นไม้ส่งผลอย่างมากต่อความมั่นคงของต้นไม้ โดยการใช้ระบบค้ำยันที่ถูกต้องสามารถเพิ่มความแข็งแรงและอายุการใช้งานของต้นไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของเข็มเหล็กยังมาพร้อมกับการรับประกันการใช้งาน ที่มีการเพิ่มวงเงินคุ้มครองจาก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน และจากประสบการณ์ของผม แม้แต่ในต่างประเทศก็ยังไม่มีบริษัทใดที่ให้การรับประกันสินค้าในลักษณะนี้”

นนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล – ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya กล่าวว่า “การให้ประกันความรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) ไม่ได้เป็นสิ่งที่ Allianz Ayudhya จะมอบให้กับทุกบริษัทฯ แต่เป็นผลจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นและละเอียดถี่ถ้วน เราพบว่าเข็มเหล็กมีคุณสมบัติที่ผ่านมาตรฐานทุกประการ ตั้งแต่ความเป็นนวัตกรรม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ไปจนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า อีกทั้งในปีที่ผ่านมา เรายังพบว่า ไม่มีกรณีเคลมประกันจากลูกค้าของเข็มเหล็กเลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานที่สูงของผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง และการบริการ นี่คือเหตุผลสำคัญที่เราตัดสินใจเพิ่มวงเงินประกันจาก 100 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท นอกจากนี้ การที่เข็มเหล็กได้รับ ใบรับรองมาตรฐานจากสถาบันชั้นนำด้าน ESG และ Green Construction ยิ่งทำให้เรามั่นใจว่านี่ คือแบรนด์ที่เหมาะสมกับการได้รับการคุ้มครองในระดับนี้”

ทรงยศ ปีเจริญ เจ้าของบริษัท Tree Keeper Thai (ผู้ใช้งานจริงของ Flexi Tree) กล่าวว่า”ธุรกิจของเรามีความเกี่ยวข้องกับการดูแลต้นไม้ในพื้นที่เมือง ซึ่งความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราเลือกใช้ Flexi Tree จาก KEMREX เพราะมั่นใจในนวัตกรรมและหลักวิศวกรรมของผลิตภัณฑ์ และการที่ KEMREX มี Product Liability Insurance ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เรามากขึ้น ไม่เพียงแต่ในการใช้งานเอง แต่ยังช่วยให้เราสามารถแนะนำให้ลูกค้าของเราใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้นด้วย ซึ่งถือเป็นหลักประกันที่หาได้ยากในอุตสาหกรรมนี้”

นอกจากการรับประกันความมั่นคงของผลิตภัณฑ์แล้ว เข็มเหล็กยังมุ่งมั่นสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยผู้นำด้านนวัตกรรมเสาเข็มเหล็กที่ลดการขุดดิน ลดของเสียจากการก่อสร้าง และช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้โครงการก่อสร้างแข็งแรงและปลอดภัย แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสู่ การก่อสร้างที่ยั่งยืนในอนาคต

การเพิ่มวงเงินประกันครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักพัฒนาโครงการ วิศวกร ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมา ว่าเข็มเหล็กไม่เพียงเป็นตัวเลือกที่มั่นคง ปลอดภัย แต่ยังเป็นโซลูชันที่รับผิดชอบต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง

‘แหม่ม คัทลียา – ต่อ ธนภพ’ ปลื้ม ร่วมแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘ข้าวแช่นารา’

‘แหม่ม คัทลียา - ต่อ ธนภพ’ ปลื้ม ร่วมแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘ข้าวแช่นารา’

‘แหม่ม คัทลียา – ต่อ ธนภพ’ ปลื้ม ร่วมแคมเปญใหญ่แห่งปี ‘ข้าวแช่นารา’

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.40 น.

คนดังสองเจนเนเรชั่น แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช นางเอกผู้เป็นตำนานความสวยสง่าเหนือกาลเวลา และ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร พระเอกหนุ่มหล่อสุดฮอต ร่วมเป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์ข้าวแช่ เปิดตัวแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี  “ข้าวแช่นารา…The Symphony of Thai Summer Delicacy ท่วงทำนองเสน่ห์ฤดูคิมหันต์ ที่สุดแห่งความพิถีพิถันของสำรับไทย โดยนารา ไทยคูซีน ร้านอาหารไทยระดับพรีเมียมชั้นนำ เปิดบริการมากว่า 20ปี ในเครือนารา กรุ๊ป เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลข้าวแช่ เชื่อมโยงวัฒนธรรมอาหารไทยกับคนรุ่นใหม่ ได้สัมผัสอย่างเข้าถึงความประณีตแห่งศิลปะอาหาร เริ่มเปิดประสบการณ์เหนือระดับ 18 มีนาคม ถึง กรกฎาคม 2568 ณ ร้านนาราไทย คูซีน ทุกสาขา

แหม่ม-คัทลียา ในฐานะนักแสดงหญิงผู้ชื่นชอบอาหารไทย กล่าวว่า “แหม่มเป็นลูกค้าของทางนาราฯ ตั้งแต่เปิดร้าน ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยที่การันตีเรื่องคุณภาพวัตถุดิบอาหารเขาคัดสรรมาอย่างดี รสชาติอร่อย บรรยากาศดี การบริการดี และเลือกเป็นร้านรับรองแขกในโอกาสสำคัญและนัดสังสรรค์กับเพื่อน และมีโอกาสลิ้มรสข้าวแช่ของนารามาตั้งแต่เริ่ม แหม่มชอบรับประทานข้าวแช่มาก เป็นของโปรดอีกหนึ่งเมนที่เฝ้ารออยากให้ถึงเทศกาลข้าวแช่ทุกปีค่ะ ซึ่งคุณแม่เป็นคนสอนให้รู้จักและวิธีรับประทานข้าวแช่มาตั้งเด็ก ๆ ครั้งแรกที่ลองชิมรู้สึกว่า ว้าวว ในรสชาติ มีความอร่อยอย่างละมุน ข้าวสวยที่แช่ในน้ำเย็น ลอยดอกมะลิกลิ่นหอมให้ความรู้สึกชื่นใจ ช่วยคลายร้อนได้อย่างดี ขอบคุณทางนารา ที่ให้เกียรติแหม่มได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญข้าวแช่นารา เผื่อเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารไทยโบราณ  “ข้าวแช่นารา” เปรียบเหมือน นางเอกประจำฤดูกาล อยากให้ทุกคนทุกวัยได้ลองสัมผัสเสน่ห์ข้าวแช่ และอยากแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่..ที่สักครั้งในชีวิตคุณต้องลองชิมค่ะ แล้วติดใจอย่างแน่นอน โดยปีนี้ร้านนารา ไทยคูซีน ตั้งใจจัดเสิร์ฟเป็นพิเศษให้ได้ลิ้มรส พร้อมกับเพิ่มช่วงเวลาความอร่อยนานขึ้นถึง 4 เดือนตั้งแต่ 18 มีนาคมนี้ ถึงเดือนกรกฎาคมเลยค่ะ”

ด้านพระเอกหนุ่มหล่อ ต่อ-ธนภพ  ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ออกตัวว่า “ชื่นชอบอาหารไทยมาก และส่วนตัวเป็นลูกค้าประจำของนารา เป็นร้านอาหารไทยที่รสชาติอร่อย ส่วนของหวานโดยเฉพาะไอศกรีมของนารา อร่อยมากและท็อปปิ้ง เสิร์ฟมาในชุดอลังการเลยครับ”  

ต่อ เปิดมุมมองพร้อมเล่าถึงเมนูข้าวแช่ว่า… “สมัยก่อนบ้านคุณยายจัดงานข้าวแช่ทุกปี เริ่มรู้จักข้าวแช่จากตอนนั้น และรู้แค่ว่าเป็นช่วงเวลาเทศกาลที่ดี ทำให้ได้เจอญาติผู้ใหญ่ที่มารวมตัวพร้อมหน้าปีกันละครั้ง ตอนเด็กเราไม่แน่ใจว่า ข้าวแช่เป็นของกินหรือของโชว์ เพราะดูสวยงามเกิน…ผมเพิ่งจะมีโอกาสลองทานข้าวแช่แบบจริงจังช่วงก่อนโควิด ผมกินข้าวแช่ได้นะ แต่อาจจะไม่ได้เรียกว่ากินเป็นดีกว่า เพราะมีวิธีการขั้นตอนกินที่ประณีต แล้วเครื่องเคียงเยอะมาก ผมจำได้ไม่หมด และอาจจะกินไม่ครบทุกอย่างด้วย  ยอมรับอาจเคยมองว่า ข้าวแช่เป็นอาหารของผู้ใหญ่ แต่พอเราโตขึ้น เข้าใจแล้วว่า วันหนึ่งข้าวแช่ก็กลายเป็นอาหารของเรา การแบ่งวัยกับอาหารเป็นเรื่องที่ต้องหยุดคิดได้แล้ว ทุกวันนี้วัฒนธรรมอาหาร หรือแม้แต่แฟชั่นหลอมรวมยุคเข้ากันได้หมด ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่ลองเปิดใจทานก่อน ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ชอบ แต่แค่ให้รู้จัก มีประสบการณ์สักครั้ง เผื่อวันข้างหน้าคุณอาจอยู่ในสังคมที่ได้รับเชิญไปร่วมรับประทานข้าวแช่ก็ได้ เสน่ห์ของข้าวแช่ ผมมองว่า เป็นเหมือนงานศิลปะที่ไม่ใช่แค่อาหาร มีความประณีตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมไปจนถึงงานฝีมือแกะสลักผักผลไม้ รู้สึกเหมือนไป Fine Dining  “ข้าวแช่นารา ไม่ใช่แค่ข้าวแช่ทั่วไป แต่เป็นเมนูขั้นกว่า..ที่มีความมหัศจรรย์สะท้อนถึงความพิถีพิถัน ความละเมียดละไมของวัฒนธรรมอาหารไทย ถ้ามีเพื่อนต่างชาติมา ผมคงไม่เขินที่จะแนะนำเมนูนี้ เพราะมีความ “ว้าว” ที่ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจแน่นอน

“ขอบคุณทางนารา ไทยคูซีน ที่ให้เกียรติผมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญข้าวแช่นาราปีนี้ อยากทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารไทยร่วมกันครับ” 

เปิดประสบการณ์สัมผัสความพิเศษตำรับ “ข้าวแช่นารา” ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ความสุข เติมเต็มความสดชื่น คลายร้อนกว่าทุกปี ณ ร้านนารา ไทยคูซีน ทุกสาขา เริ่มตั้งแต่ 18 มีนาคม- กรกฎาคม 2568  ราคาต่อเซ็ต 890+ , 1,290+  (Takeaway)  และGift Box ลิมิเต็ดอิดิชั่น 1,890+ หรือสั่งเดลิเวอรี Grab Foods,  LineMan Foodpanda สอบถามข้อมูล Line My Shop: @narathaicuisine

‘นิวหยก’สะใจ! เฉือน ‘เฌอเอม’ ซิวมงกุฎ ‘มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา’สวยครบโดนใจกองเชียร์ที่สุด

'นิวหยก'สะใจ! เฉือน 'เฌอเอม' ซิวมงกุฎ 'มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา'สวยครบโดนใจกองเชียร์ที่สุด

‘นิวหยก’สะใจ! เฉือน ‘เฌอเอม’ ซิวมงกุฎ ‘มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา’สวยครบโดนใจกองเชียร์ที่สุด

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

เสร็จสิ้นลงอย่างสะใจกองเชียร์จริงๆ สำหรับการประกวด มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา     นิวหยก สุพรรณิการ์ นพรัตน์  มิสแกรนด์ชุมพร  สวยครบเครื่อง ทั้งรูปร่าง หน้าตา ความสง่างามในชุดพื้นเมือง ชุดราตรี รวมไปถึงการตอบคำถามที่คมและตรงใจ คว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา  เฉือนชนะตัวเต็ง เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์  มิสแกรนด์ขอนแก่น ไปแบบไม่ค้านสายตา ทางด้าน มิสแกรนด์ภูเก็ต  มิสแกรนด์สงขลา  มิสแกรนด์ลำปาง และ มิสแกรนด์พัทลุง รั้งตำแหน่งรองชนะเลิศ

“มี้ยา” คุณอารยา โต๊ะกะสูบ ผู้ถือสิทธิ์ The Host City MGT 2025 และผู้อำนวยการกองประกวด มิสแกรนด์สงขลา 2025 เมืองแห่งพหุวัฒนธรรมอันงดงามของไทย  ทุ่มงบจัดงานเต็มรูปแบบ พร้อมรับแขกคนสำคัญอย่าง บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล รวมถึง ราเชล คุปตา มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024, อิงฟ้า วราหะ ผู้จัดการกองประกวด มิสแกรนด์​ไทยแลนด์ 2025 , ชาล็อต ออสติน รองอันดับ 5 MGT 2022 , เอ็มม่า มาร์ตินี่ รองอันดับ 5 MGT 2024 และ ศิลปิน O’Daisy ร่วมเป็นคณะกรรมการ ท่ามกลางแฟนคลับ กองเชียร์ มากันแน่น เดอะ ซิกเนเจอร์ แอร์พอต คอนเวนชั่น ฮอลล์ หาดใหญ่ และที่กำลังรับอยู่ทาง Youtube : Grand TV

เปิดเวทีด้วยแฟชั่นโชว์พร้อมแนะนำตัวผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 ทั้ง 77 จังหวัด สวยงามในชุดผ้าปาเต๊ะ อันเป็นชุดพื้นเมืองของจังหวัดสงขลา สนับสนุนโดย แฟชั่นปาเต๊ะ ชญามณี จากนั้น แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ และ ใบเฟิร์น กัญภัสภร รุ่งเรือง รองอันดับ 1 MGT 2024 รับหน้าที่พิธีกร นำเข้าสู่การประกวด มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา อย่างเป็นทางการ แนะนำคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ คุณสุภาพร กำเนิดผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ฯลฯ ก่อนจะได้พบกับผู้เข้าประกวดในชุดราตรี ประกาศสาวงามผู้เข้ารอบ 22  คน สุดท้าย โดย 5 คน มาจากคะแนนโหวต  ได้แก่ มิสแกรนด์ ขอนแก่น ,ภูเก็ต , ลำปาง , ลำพูน และ เพชรบุรี และอีก 17 คนจากคณะกรรมการ ได้แก่ มิสแกรนด์นครสวรรค์ , สงขลา ,ชลบุรี , สระบุรี ,เชียงใหม่ , ปทุมธานี , พัทลุง , ชุมพร , กาฬสินธุ์ ,สุพรรณบุรี ,นครศรีธรรมราช ,นครพนม ,ฉะเชิงเทรา , กรุงเทพมหานคร , อุดรธานี , สุราษฏร์ธานี และ แพร่  สู่รอบสปีชในหัวข้อ ถ้าคุณอยากเลือกพูดเกี่ยวกับจังหวัดสงขลา ในเวลา 30 วินาที คุณอยากจะพูดอะไร? ซึ่งคำตอบของแต่ละคนก็สร้างความประทับใจให้กับเจ้าภาพ พิธีกรประกาศผู้เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย  ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต , มิสแกรนด์ชุมพร , มิสแกรนด์ลำปาง , มิสแกรนด์พัทลุง , มิสแกรนด์กาฬสินธุ์ , มิสแกรนด์อุดรธานี ,  มิสแกรนด์สุราษฏร์ธานี , มิสแกรนด์ขอนแก่น , มิสแกรนด์สงขลา , มิสแกรนด์เพชรบุรี ,มิสแกรนด์ลำพูน และ มิสแกรนด์ฉะเชิงเทรา  

สู่รอบการตอบคำถามที่ว่า ถ้าเปรียบตัวคุณเป็นอาหารหนึ่งเมนูของจังหวัดสงขลา คุณจะเป็นเมนูอะไร? และเพราะอะไร? ซึ่งคำตอบที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบ 6 คน สุดท้าย โดยผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ฟาสแทร็คเข้าไปเป็นคนแรก ได้แก่ มิสแกรนด์ภูเก็ต และอีก 5 คน ได้แก่ มิสแกรนด์สงขลา , มิสแกรนด์ลำปาง , มิสแกรนด์ชุมพร , มิสแกรนด์ขอนแก่น และ มิสแกรนด์พัทลุง  ท่ามกลางกองเชียร์ตามลุ้นแทบลืมหายใจ สู่รอบการตอบคำถามที่ว่า…การเดินทางทางรถจากกรุงเทพมหานคร มายังจังหวัดสงขลา ต้องผ่านเส้นทางถนนพระราม 2 ที่ ก่อสร้างมากว่า 55 ปี นานกว่าการสร้างปิรามิดประเทศอียิปต์เสียอีก ระหว่างการก่อสร้างทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญ คุณอยากบอกอะไรกับรัฐบาลชุดนี้ ให้แก้ไขปัญหานี้โดยเร็วทันที? ซึ่งทุกคำตอบของนางงามนั้น “ซัดแหลก ตรงไปตรงมา”….ถูกใจแฟนแกรนด์

จากนั้นพิธีกรประกาศตำแหน่ง รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา ได้แก่ มิสแกรนด์พัทลุง “มิเชล เบอร์แมนน์”  และ มิสแกรนด์ภูเก็ต “กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์” ตำแหน่งรองอันดับ 3 ได้แก่ มิสแกรนด์สงขลา “มีน่า สุชิตา อ๊อกซ์แมน” ตำแหน่งรองอันดับ 2 ได้แก่ มิสแกรนด์ลำปาง “แจน ณัฏฐ์ฑินี ธนัตพรภิญโญ” เหลือคู่จับมือ มิสแกรนด์ชุมพร และ มิสแกรนด์ขอนแก่น ถือเป็นตัวเต็งคู่หยุดโลก เสียงเชียร์กระหึ่มฮอลล์ โดยสาวงามผู้คว้าตำแหน่ง มิสแกรนด์ขวัญใจสงขลา ได้ครอบครองมงกุฎ The Iconic OF Songkhla และเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท ได้แก่ มิสแกรนด์ชุมพร “นิวหยก สุพรรณิการ์ นพรัตน์” ทำให้ตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ มิสแกรนด์ขอนแก่น “เฌอเอม ชญาธนุส ศรทัตต์” ไปอย่างน่าเสียดาย

ภาพเพิ่มเติมและข้อมูลข่าวจาก Link นี้ นะคะ : https://drive.google.com/drive/folders/1zjLyqewzc4aXWg1e__dq80YhksdJVpHk?usp=sharing

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง

YouTube Chanel : Grand TV

Facebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

#นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์ #WeAreGRANDthe1andOnly #MGT2025AStarIsBorn #MissGrandSoftPowerOfThailand #MissGrandThailand #MissGrandThailand2025

#เวทีอันดับ1ของประเทศไทย  #มิสแกรนด์เวทีเพื่อประชาธิปไตย

‘สมาร์ท-บูม’กระแสดีตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

‘สมาร์ท-บูม’กระแสดีตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

‘สมาร์ท-บูม’กระแสดีตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.19 น.

กระแสดีตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศสำหรับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ Top Form กอดกันมั้ย นายตัวท็อป” ผลงานจาก WeTV Original ที่ล่าสุด WeTv อุ่นเครื่องสร้างเซอร์ไพร์สแฟนๆ ซีรีส์ให้ได้แวะมาแปะหัวใจสองหนุ่มนักแสดงนำ “สมาร์ท-ชิษณุพงศ์“ และ ”บูม-รวีวิชญ์ กันที่สยามพารากอน งานนี้ 2 หนุ่มถูกรุมล้อมด้วยความรักจากแฟนๆ อย่างอบอุ่นเห็นทีซีรีส์ออนเมื่อไหร่ แฟนๆ ได้เตรียมรับดาเมจความฮอตของหนุ่มน่ากอดแห่งปีแน่!!ซีรีส์ “Top Form กอดกันมั้ย นายตัวท็อป” เริ่ม 20 มีนาคมนี้ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20:00น. ทาง WeTV เท่านั้น#TopFormTheSeries #กอดกันมั้ยนายตัวท็อป #WeTV #WeTVOriginal #Tailai

เปิดประสบการณ์สุดสะพรึงครั้งใหม่กับ4เรื่องเล่าสุดหลอนจาก’มโหรศพ – Mad Nightmare’

เปิดประสบการณ์สุดสะพรึงครั้งใหม่กับ4เรื่องเล่าสุดหลอนจาก'มโหรศพ - Mad Nightmare'

เปิดประสบการณ์สุดสะพรึงครั้งใหม่กับ4เรื่องเล่าสุดหลอนจาก’มโหรศพ – Mad Nightmare’

วันอังคาร ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงาน “Hong Kong International Film & TV Market (Filmart) 2025”ในการทำงานของศิลปินเพลงนอกเหนือจากการสร้างสรรค์งานของพวกเขาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือการเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อพบปะกับเหล่าแฟนเพลง ซึ่งในแต่ละสถานที่ที่ต้องเดินทางไปค้างอ้างแรมเพื่อทำการแสดงคอนเสิร์ตล้วนแต่มีความแตกต่างกันออกไป บางสถานที่ช่างสวยสดงดงามแสนโรแมนติก ในขณะที่บางแห่งกลับแฝงไปด้วยความเร้นลับ และน่าสะพรึงกลัว จึงกลายเป็นที่มาของเรื่องราวที่บอกเล่าจากประสบการณ์หลอนของเหล่าศิลปินเพลงชื่อดังที่นำมาถ่ายทอดผ่าน….“มโหรศพ” 

เตรียมพบ 4 เรื่องราว 4 ความสยองขวัญที่สร้างจากคำบอกเล่าที่มาจากเรื่องจริงต่างสถานที่ ต่างสถานการณ์ และต่างประสบการณ์สุดหลอนจากคำบอกเล่าของศิลปินชื่อดังอย่าง โป่ง ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์ (หรือ โป่ง หิน/เหล็ก/ไฟ) และศิลปินเพลงชั้นนำผ่านฝีมือการกำกับฯ ของ “เจนณรงค์ อินทเสน” ผู้กำกับฯ หนุ่มรุ่นใหม่ที่ผ่านงานด้านกำกับฯ MV ให้กับศิลปินนักร้องชื่อดังในเมืองไทยมาแล้วมากมาย “มโหรศพ – Mad Nightmare” โดย JKL Showbiz  เร็ว ๆ นี้อีกไม่นานเกินรอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น