ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

13 มี.ค. 2568 13:52 น.

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการบันเทิง สำหรับเรื่องราวของพระเอกเกาหลีชื่อดัง คิมซูฮยอน จากกรณีที่ป้าของ คิมแซรน นักแสดงสาวผู้ล่วงลับ ได้ออกมาอ้างว่า คิมซูฮยอนกับคิมแซรนนั้นเคยคบกันนานกว่า 6 ปี ตั้งแต่คิมแซรนอายุ 15 และคิมซูฮยอนอายุ 27 ปี และเลิกกันไปตอนที่ฝ่ายหญิงอายุ 21 ปี ก่อนที่คิมแซรนจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในวัย 24 ปี เมื่อ 16 ก.พ. 2565 ซึ่งตรงกับวันเกิดของคิมซูฮยอนพอดี

โดยทางคุณป้าของฝ่ายหญิงออกโรงแฉเดือดผ่านทางรายการยูทูบของเกาหลีใต้ และมีการปล่อยหลักฐานต่างๆ ทั้งภาพหวานของทั้งคู่ รวมไปถึงจดหมายจากคิมซูฮยอนที่ส่งถึงคิมแซรนเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ อีกทั้งสำนักข่าว Dispatch ก็ได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่เช่นกัน พร้อมทั้งเผยหลักฐานต่างๆ ทำให้มีกระแสวิจารณ์ต่างๆ มากมายในโซเชียล

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

ล่าสุดในโซเชียลของประเทศไทย แฮชแท็ก #คิมซูฮยอน ติดเทรนด์อันดับ 1 บน X และเป็นที่ถูกพูดถึงกว่า 1 ล้านครั้ง และผู้ใช้ X (ทวิตเตอร์) รายหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวในช่วงที่พระเอกคิมซูฮยอน ได้มาจัดงานคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน โดยบอกว่า

“ลองไปถามวีรกรรมของนักแสดงชายท่านนี้ กับทีมงานที่จัดคอนเสิร์ตให้ที่สยามพารากอนดูสิ เค้าจัดที่นั่งหลายพันที่ แต่พอถึงเวลาตัวเองอยากจะตีแบดตอนกลางดึกคืนก่อนที่จะจัดงาน สั่งให้เขาโละพื้นที่ทั้งหมด แล้วไปตีเส้นคอร์ดแบด

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

หลังจากตีเสร็จค่อยให้จัดที่ใหม่ พอจัดงานเสร็จรอบแรก คืนวันถัดมา อยากจะตีแบดอีก ออแกไนซ์ขอให้ไปตีแบดที่คอร์ดโดยจะเหมาคอร์ดให้ ก็ไม่ยอม เดี๋ยวเป็นส่วนตัว จะต้องตีในพารากอนฮอลล์

อีพวกสตาฟ มองตาปริบๆ ไม่มีเงินซื้อบัตร แล้วยังต้องมาจัดสนาม จะนอนไม่ได้นอน ตีแบดเสร็จ จัดเก้าอี้กลับคืน ใช้แล็คซีนตีคอร์ดแบด ตั้งเน็ตแบด งาน ปี 2014 Kim Soo Hyun Asia Tour 1st Memories in Thailand

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ กูรอมานานมาก วันที่เขาจะตาสว่างกันซักที กูจำได้นะคะที่บอกว่า ‘เน็ตไม่ตึง ตีไม่ได้ ขึงเน็ตใหม่’”

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์
ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์
ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์
ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

นอกจากนี้ยังได้มีคลิปและรูปที่อ้างว่าเป็นคิมซูฮยอน กำลังตีแบดอยู่กลางพารากอนฮอลล์อีกด้วย นอกจากนี้ได้มีคนขุดข้อความจากแฟนคลับที่โพสต์ไว้ตั้งแต่ปี 2014 บอกว่า “คิมซูฮยอนบอกว่าสถานที่จัดมีตติ้งวันนี้ เมื่อวานเค้าเพิ่งใช้ตีแบดไป”

ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์
ขุดวีรกรรม คิมซูฮยอน อ้างสมัยจัดแฟนมีตที่ไทย เคยสั่งโล๊ะเก้าอี้เพราะจะตีแบดในฮอลล์

มิกซ์ เฉลิมศรี เคลียร์ชัดไม่โง่ให้ผู้ชายหลอก หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา

มิกซ์ เฉลิมศรี เคลียร์ชัดไม่โง่ให้ผู้ชายหลอก หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา

13 มี.ค. 2568 13:12 น.

มิกซ์ เฉลิมศรี เคลียร์ชัดไม่โง่ให้ผู้ชายหลอก หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา

จากกรณีเพจดังเล่านิทานเจ้าชายอะลาดินคลั่งรักเจ้าหญิงอินฟลูฯ แต่ติดหนี้กับกิ๊กเก่าเป็นล้าน บอกจะคืนๆ แต่เงียบกริบ เรื่องรถก็บอกว่าจะซื้อแต่สุดท้ายก็ยังไม่จ่ายเงิน

ซึ่งหลังจากนั้น ฉลามจัส ดุลยวัต แก้วศรียงค์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทย แฟนหนุ่มของ วันเฉลิม จำเนียรพล หรือ มิกซ์ เฉลิมศรี อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาเคลียร์ประเด็นนี้แบบหนังคนละม้วน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคู่กรณีว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดีที่ซัพพอร์ต และมาติดพันตน ส่วนเรื่องบัตรเครดิตอีกฝ่ายก็ทำให้ใช้เอง ซึ่งตนพยายามชำระในบางส่วน เรื่องรถอีกฝ่ายก็เอามาให้ใช้ แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่มีการซื้อต่อ และเรื่องนี้มิกซ์รู้เรื่องทั้งหมด

มิกซ์ เฉลิมศรี เคลียร์ชัดไม่โง่ให้ผู้ชายหลอก หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา

งานนี้ทำให้แฟนๆ ต่างเป็นห่วงว่ามิกซ์ เฉลิมศรี จะถูกหลอกหรือไม่ ล่าสุดมิกซ์ก็ออกมาเคลียร์ประเด็นเรื่องนี้ว่าไม่โง่ให้ผู้ชายมาหลอกแน่นอน ต่อให้หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ขอบคุณทุกคนนะคะที่เป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับแฟน คือมันไม่ได้แคลงใจอะไรเลย ก็รักกันเหมือนเดิมอะปกติ ส่วนคนที่ห่วงเรื่องที่ว่าผู้ชายจะมาหลอกเงิน คือนี่ไม่ใช่คนโง่เนาะ ก่อนเปิดตัวก็คิดมาแล้ว ทุกวันนี้เวลาแฟนได้งาน เงินที่ลูกค้าโอนเข้าบริษัทฉันหมด ทุกบาททุกสตางค์ฉันเก็บหมด!! ไม่งั้นพี่เค้าจะมาทวงที่ฉันทำไม?

แต่ก็นั่นแหละ ฉันสร้างของฉันมา ตัวแฟนฉันก็ยินยอมจะให้เงินนี้กับฉัน รักอย่างเดียวมันกินไม่ได้นะพี่ๆ หล่อให้ตาย ดีให้ตาย มาตัวเปล่านี่ก็ไม่เอาจ้า ส่วนคนที่บอกว่าดูออกอย่างงั้นอย่างงี้ อย่าเอาเรื่องที่ตัวเองเคยเจอมาตัดสินแทนจ้า ขออนุญาตลังกาหลังสามทีแบบปึ้ง!!”

มิกซ์ เฉลิมศรี เคลียร์ชัดไม่โง่ให้ผู้ชายหลอก หล่อ ดี แต่มาตัวเปล่าก็ไม่เอา

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง

ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง

13 มี.ค. 2568 12:19 น.

ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง

ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ จนต้องปล่อยโฮออกมา สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ออม เพลินศิลป์ เกตุแก้ว หรือ ออม บลูเบอร์รี่ เมื่อเจ้าตัวตั้งใจจะเล่นคอนเทนต์ ความลับไม่มีในโลก กับสามีนักธุรกิจตาน้ำข้าว แอนโทนี่ แต่เมื่อได้ฟังความลับของสามีแล้วก็ถึงกับร้องไห้ 4 วันเต็มๆ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความภาพเพื่อเล่าเรื่องราวที่ทำให้ร้องไห้กับความลับของสามีว่า 

“เมื่อทุกๆ คนมีความลับ.. แต่ฉันได้รู้ความลับจากสามีจนเกือบทรุด ความลับนั้นคือ…

สามีของฉันบอกว่า.. เขาเกิดมามีไตแค่ข้างเดียว เพราะเสียสละให้น้องสาวฝาแฝดไปหนึ่งข้าง (ตอนนี้ฝาแฝดเสียแล้ว) และเขามีปัญหาเรื่องโรคหัวใจเต้นเร็วตั้งแต่เกิด..เขาอาจจะจากเราได้ตลอดเวลา..

จากนี้ไปขอให้สามีอยู่ข้างๆ เราไปตลอด เราอยากทำทุกวินาทีหลังจากนี้ให้ดีที่สุด ขอให้ที่รักอยู่กับฉันไปตลอดและไม่มีวันนั้น” พร้อมแคปชั่นว่า “ขอให้โลกใจดีกับคู่เราไปนานๆ กะว่าจะเล่นถามขำๆ ตามเทรนด์ข่าว เจอเข้าเมื่อคืนไม่ขำเลย”

หลังจากนั้น ออม บลูเบอร์รี่ ก็ได้โพสต์คลิปที่ตัวเองร้องไห้และกอดสามี พร้อมแคปชั่นว่า “หลังจากเล่นเกมส์ เมื่อความลับไม่มีในโลก ความลับสามีคือทำชั้นร้องไห้ไป 4 วันติด ขอให้ที่รักสุขภาพแข็งแรงและอยู่ข้างๆ ฉันเป็นของขวัญที่ดีที่สุดให้ชั้นไปตลอดนะคะ”

ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง
ออม บลูเบอร์รี่ ร้องไห้ 4 วันติด หลังทำคอนเทนต์จนรู้ความลับของสามีฝรั่ง

ปธน.ไต้หวัน เรียกจีน “กองกำลังปรปักษ์” ประกาศมาตรการต่อต้าน

ปธน.ไต้หวัน เรียกจีน “กองกำลังปรปักษ์” ประกาศมาตรการต่อต้าน

14 มี.ค. 2568 13:35 น.

ปธน.ไต้หวัน เรียกจีน “กองกำลังปรปักษ์” ประกาศมาตรการต่อต้าน

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน เรียกจีนว่าเป็น “กองกำลังต่างชาติที่เป็นปรปักษ์” และเตรียมมาตรการตอบโต้ หลังจีนได้ขยายอิทธิพลและแทรกซึมเข้ามายังไต้หวันมากขึ้น

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนได้ขยายอิทธิพลและแทรกซึมเข้ามายังไต้หวันมากขึ้น พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเพื่อจัดการกับความพยายามของจีนที่จะ “ดูดซับ” ไต้หวัน ประธานาธิบดีไล่ ยังเรียกจีนว่าเป็น “กองกำลังต่างชาติที่เป็นปรปักษ์”

เขากล่าวว่าไต้หวัน “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น” เนื่องจากเขาประกาศมาตรการความมั่นคงแห่งชาติใหม่จำนวนมาก รวมถึงการนำระบบศาลทหารกลับมาใช้ใหม่ และเพิ่มเกณฑ์การพำนักอาศัยสำหรับผู้ที่มาจากจีน ฮ่องกง และมาเก๊า

ทางการจีนตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีไล่ โดยเรียกเขาว่า “ผู้ทำลายสันติภาพระหว่างช่องแคบ” และ “ผู้สร้างวิกฤต” จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตน แต่ไต้หวันมองว่าตนเองแตกต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่

นายเฉิน ปินฮวา โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน กล่าวว่าจีน “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มาตรการเด็ดขาด หากกองกำลังแบ่งแยกดินแดนเอกราชของไต้หวันกล้าข้ามเส้นแดง” “ผู้ที่เล่นกับไฟจะต้องถูกเผาอย่างแน่นอน”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายไล่ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ถูกมองว่าสนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจ ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้ก่อปัญหา” ก่อนการเลือกตั้ง และสื่อของรัฐบาลจีนยังชี้ว่าควรดำเนินคดีเขาในข้อหาแยกตัวเป็นเอกราช

หลังจากการประชุมระดับสูงด้านความมั่นคงแห่งชาติในวันพฤหัสบดี (13 มี.ค.) ประธานาธิบดีไล่ยังได้เตือนถึงความพยายามในการจารกรรมของจีนที่เพิ่มมากขึ้น ประธานาธิบดีไล่ กล่าวว่าจีน “ใช้ประโยชน์จากเสรีภาพของไต้หวัน” เพื่อเกณฑ์สมาชิกกลุ่มต่างๆ ในสังคม รวมถึงสมาชิกกองกำลังติดอาวุธในปัจจุบันและอดีต กลุ่มอาชญากรที่ก่ออาชญากรรม และสื่อ เพื่อ “แบ่งแยก ทำลาย และโค่นล้มเราจากภายใน”

นายไล่อ้างว่า ทางการไต้หวันตั้งข้อหาบุคคล 64 ราย ในข้อหาจารกรรมให้จีนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นสามเท่าจากปี 2021 และเสริมว่าส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารในปัจจุบันหรืออดีต เขากล่าวว่าเขาวางแผนที่จะฟื้นฟูระบบศาลทหารเพื่อ “ให้ผู้พิพากษาทหารได้กลับมาทำงานแนวหน้า เพื่อพิจารณาคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับทหารประจำการ” เพื่อต่อต้านความพยายามของจีนที่จะแทรกซึมและสอดส่องกองทัพ

ไต้หวันได้ยกเลิกระบบศาลทหารในปี 2013 หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดการที่ไม่โปร่งใสในกรณีการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์

นายไล่ยังเรียกร้องให้ทางการ “กำหนดแนวปฏิบัติต่อนักแสดงเกี่ยวกับความประพฤติขณะทำงานในจีน” และเสริมว่าการทำเช่นนี้จะป้องกันไม่ให้จีนกดดันดาราให้ประพฤติตนในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อศักดิ์ศรีของชาติ

ความคิดเห็นของเขามีขึ้น ในขณะที่ทางการไต้หวันวิจารณ์ดาราดังชาวไต้หวันที่แชร์โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้ “ส่ง” ไต้หวันกลับคืนสู่จีน

นักแสดงและนักร้องชาวไต้หวันที่ต้องการก้าวหน้าในอาชีพในวงการบันเทิงที่ทำกำไรมหาศาลของจีนก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนที่สนับสนุนจีนต่อประเด็นนี้.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สภายุโรปลงมติ 482 เสียง ประณามไทย ปมส่งตัว 40 อุยกูร์กลับจีน

สภายุโรปลงมติ 482 เสียง ประณามไทย ปมส่งตัว 40 อุยกูร์กลับจีน

14 มี.ค. 2568 11:32 น.

สภายุโรปลงมติ 482 เสียง ประณามไทย ปมส่งตัว 40 อุยกูร์กลับจีน

รัฐสภายุโรปได้ลงมติ 482 เสียง ประณามไทยที่ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

รัฐสภายุโรปได้มีมติประณามไทยที่ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนกลับจีน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีผู้เห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 57 เสียง และงดออกเสียง 68 เสียง

มติเมื่อวันพุธ (12 มี.ค.) ระบุว่าชาวอุยกูร์ซึ่งถูกเนรเทศในคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีความเสี่ยงที่จะถูก “กักขังโดยพลการ ทรมาน และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” และระบุว่าประเทศอื่นๆ ได้เสนอที่จะให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้กลับไปอยู่ด้วย

แถลงการณ์ของรัฐสภายุโรป ระบุว่า รัฐสภาฯ ประณามการเนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ไปยังจีน และเรียกร้องให้ไทยหยุดการส่งตัวกลับประเทศที่ชีวิตของประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง สมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการใช้ประโยชน์จากการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีเพื่อกดดันให้ไทยปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของประเทศ ปล่อยตัวนักโทษการเมือง หยุดการเนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ และให้สัตยาบันอนุสัญญาหลักทั้งหมดขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

สมาชิกรัฐสภาฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้สิทธิ์แก่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการเข้าถึงผู้ขอลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่ถูกกักขังทั้งหมดโดยไม่จำกัด และให้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของพวกเขาอย่างโปร่งใส พวกเขาต้องการให้ประเทศไทยเสริมสร้างสถาบันต่างๆ ตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และให้การนิรโทษกรรมแก่สมาชิกรัฐสภาและนักเคลื่อนไหวทุกคนที่ถูกข่มเหงหรือจำคุกภายใต้กฎหมายที่กดขี่ รวมทั้งจากการถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

สมาชิกรัฐสภายุโรปกล่าวว่าสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับจีนควรถูกระงับ โดยยืนกรานว่าจีนต้องเคารพสิทธิพื้นฐานของชาวอุยกูร์ที่ถูกเนรเทศ รับรองความโปร่งใสเกี่ยวกับที่อยู่ของพวกเขา ให้ UNHCR เข้าถึงข้อมูลได้ และปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง

ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนถูกกักตัวที่ศูนย์กักกันคนเข้าเมืองในกรุงเทพฯ มามากกว่า 10 ปี พวกเขาเข้ามาในประเทศไทยในปี 2014 ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มชาวอุยกูร์จำนวนมากที่หลบหนีจากจีน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จีนและไทยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของชาวอุยกูร์ที่ถูกเนรเทศ โดยอ้างว่าพวกเขาได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขและไม่ได้โดนลงโทษ อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีวิธีใดที่จะยืนยันสถานะของพวกเขาได้ เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านี้จากต่างประเทศได้ จากคำบอกเล่าของชาวอุยกูร์ที่เคยพยายามหลบหนีออกจากจีนในอดีต พบว่ามีแนวโน้มสูงมากที่ผู้ถูกเนรเทศเหล่านี้จะถูกลงโทษ.

ที่มา European Parliament Radio Free Asia

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อินฟลูฯ สาวอเมริกัน ที่อุ้มลูกวอมแบตถ่ายคลิป ล่าสุดออกนอกประเทศไปแล้ว หลังออสเตรเลียขู่เพิกถอนวีซา

อินฟลูฯ สาวอเมริกัน ที่อุ้มลูกวอมแบตถ่ายคลิป ล่าสุดออกนอกประเทศไปแล้ว หลังออสเตรเลียขู่เพิกถอนวีซา

14 มี.ค. 2568 11:23 น.

อินฟลูฯ สาวอเมริกัน ที่อุ้มลูกวอมแบตถ่ายคลิป ล่าสุดออกนอกประเทศไปแล้ว หลังออสเตรเลียขู่เพิกถอนวีซา

อินฟลูเอนเซอร์หญิงชาวอเมริกัน ที่อุ้มลูกวอมแบตซึ่งเป็นสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์วิ่งหนีจากแม่ของมัน มาถ่ายคลิปลงสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงขั้นทางการออสเตรเลียขู่เพิกถอนวีซ่าของเธอ ล่าสุดได้แสดงความสมัครใจเดินทางออกจากออสเตรเลียไปแล้ว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่าแซม โจนส์ อินฟลูเอนเซอร์หญิงชาวอเมริกัน ที่มีการโพสต์คลิปอุ้มลูกวอมแบตซึ่งเป็นสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์วิ่งหนีจากแม่ของมันได้แสดงความสมัครใจเดินทางออกจากออสเตรเลียไปแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีมหาดไทยของออสเตรเลีย ระบุว่าการกระทำของอินฟลูเอนเซอร์หญิงชาวอเมริกันไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้สัตว์ที่เสี่ยงสูญพันธุ์อย่างตัววอมแบตตกอยู่ในอันตราย และกำลังพิจารณาว่าจะเพิกถอนวีซ่าของเธอหรือไม่ โดยทางซีเอ็นเอ็นพยายามติดต่อเพื่อสอบถามไปยังแซม โจนส์ แต่ยังไม่ตอบรับแต่อย่างใด

กระแสความไม่พอใจนี้เกิดขึ้น ระหว่างที่อินฟลูฯ สาว ซึ่งมีผู้ติดตามในอินสตาแกรมกว่า 92,000 ราย เดินทางท่องเที่ยวในออสเตรเลีย และไปพบวอมแบต สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องชนิดหนึ่งบนท้องถนน โดยเธอจอดรถและวิ่งไปอุ้มลูกวอมแบตมาอวดหน้ากล้อง และโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ของตนเอง ขณะที่จะเห็นแม่วอมแบตวิ่งตามมาด้วยความกังวล จนมีเสียงวิจารณ์ตามมาถึงความไม่เหมาะสม และเรื่องราวใหญ่โตไปถึงระดับประเทศ โดยยังไม่แน่ชัดว่าคลิปนี้ถ่ายไว้เมื่อใด และยังไม่ทราบพิกัดที่แน่ชัด แต่จะเห็นจากในคลิปว่าเป็นช่วงเวลากลางคืนบนถนนในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของตัววอมแบต

ด้านนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย ออกมาตำหนิการกระทำของอินฟลูเอนเซอร์สาวคนดังกล่าว พร้อมระบุว่า การที่เธออุ้มลูกวอมแบตไปจากแม่ของมัน ทำให้แม่ของมันตกใจมาก และนั่นยิ่งทำให้คนออสเตรเลียโกรธแค้น โดยนายอัลบาเนซี ยังพูดประชดว่า อินฟลูฯ สาวน่าจะลองไปจับลูกจระเข้ต่อหน้าแม่มันดู จะได้รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยล่าสุด มีรายงานว่า แซม โจนส์ ได้ลบคลิปวีดีโอนี้ออกจากไอจีของเธอแล้ว.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ วอมแบต

“อเมริกัน แอร์ไลน์” เครื่องยนต์ขัดข้อง จอดฉุกเฉินไฟลุกไหม้ควันขโมง อพยพผู้โดยสารลูกเรือ 178 ชีวิต

"อเมริกัน แอร์ไลน์" เครื่องยนต์ขัดข้อง จอดฉุกเฉินไฟลุกไหม้ควันขโมง อพยพผู้โดยสารลูกเรือ 178 ชีวิต

14 มี.ค. 2568 09:52 น.

“อเมริกัน แอร์ไลน์” เครื่องยนต์ขัดข้อง จอดฉุกเฉินไฟลุกไหม้ควันขโมง อพยพผู้โดยสารลูกเรือ 178 ชีวิต

เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-800 “อเมริกัน แอร์ไลน์” มีปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องเลยต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินรัฐโคโลราโด ตอนลงจอดเกิดประกายไฟลุกไหม้และมีควันพวยพุ่งออกมา ผู้โดยสาร 172 คนและลูกเรือ 6 คนต้องรีบอพยพลงจากเครื่อง

วันที่ 14 มีนาคม 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่าเกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสาร “อเมริกัน แอร์ไลน์” (American Airlines) เที่ยวบิน 1006 ลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานนานาชาติเดนเวอร์ ในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ของสหรัฐฯ ในสภาพไฟลุกไหม้บริเวณท้องเครื่องบินและมีควันพวยพุ่งออกมา ทำให้ผู้โดยสาร 172 คน และลูกเรืออีก 6 คนต้องรีบอพยพออกจากเครื่องบิน บางส่วนใช้สไลด์เดอร์เป่าลม และบางส่วนต้องรีบปีนออกไปยืนรอบริเวณปีกเครื่องบิน บางคนถือกระเป๋า และมีเปลวไฟลุกไหม้บริเวณใกล้ด้านล่างเครื่องบิน จากนั้นผู้โดยสารทั้งหมดได้ถูกลำเลียงไปยังอาคารผู้โดยสารอย่างปลอดภัย

รายงานข่าวระบุว่า เที่ยวบินนี้ออกเดินทางจากเมืองโคโลราโดสปริงส์ ที่อยู่ใกล้เคียง และกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินนานาชาติดัลลาส-ฟอร์ตเวิร์ธในรัฐเท็กซัส แต่ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปที่เมืองเดนเวอร์ เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่ลูกเรือรายงานว่า เครื่องยนต์ของ โบอิ้ง 737-800 ประสบปัญหามีแรงสั่นสะเทือน และหลังจากเครื่องบินลงจอดได้เกิดเพลิงไหม้ขณะกำลังวิ่งอยู่บนลานจอดเครื่องบินที่สนามบิน

ทางด้านสำนักงานการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือเอฟเอเอ ยืนยันว่า ผู้โดยสาร 172 คนอยู่บนเครื่องบินพร้อมกับลูกเรืออีก 6 คน ได้รับการอพยพอย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

ตะลึง ฝนตกเป็นสีเลือดอาบชายหาดอิหร่านแดงฉาน (คลิป)

ตะลึง ฝนตกเป็นสีเลือดอาบชายหาดอิหร่านแดงฉาน (คลิป)

14 มี.ค. 2568 09:19 น.

ตะลึง ฝนตกเป็นสีเลือดอาบชายหาดอิหร่านแดงฉาน (คลิป)

นักท่องเที่ยวแห่ชมปรากฎการณ์ธรรมชาติสุดแปลกที่ชายหาดของอิหร่าน เมื่อมีฝนสีเลือดตกลงมาบริเวณชายหาด จนทำให้พื้นทรายถูกอาบไปด้วยสีแดง

ชายหาดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะสายรุ้งในช่องแคบฮอร์มุซ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของอิหร่าน ซึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติล่าสุดนี้ ยิ่งสร้างความตื่นเต้นและตกตะลึงให้กับผู้คนทั่วโลก โดยคลิปวิดีโอในโลกโซเชียลเผยให้เห็นชายหาดส่องแสงเป็นสีแดงสดหลังจากฝนตกหนัก จนหลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า “ฝนเลือด” ขณะที่บางคนรู้สึกทึ่งกับภาพที่หาชมได้ยาก

วิดีโอที่ถูกแชร์ในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นน้ำฝนที่ไหลลงมาตามพื้นดินสีแดงก่อนซึมลงสู่ชายหาด กลายเป็นภาพที่ดูเหนือจริง และเมื่อน้ำผสมกับดินสีแดง ไหลลงทะเล ก็ทำให้ทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงสดราวกับเลือดไปด้วย

คลิปชายหาดสีเลือดนี้กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็น บางคนก็อยากไปเห็นด้วยตาตัวเอง บ้างก็ว่าเป็นภาพเหตุการณ์ธรรมาชาติที่น่าทึ่งและพิเศษ รวมทั้งยังยกย่องว่าพระเจ้า ทรงเป็นจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทั้งสองโลก

ทั้งนี้ ชายหาดบน เกาะสายรุ้งในช่องแคบฮอร์มุซ นี้เป็นที่รู้จักจาก ดินสีแดงตามธรรมชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยธาตุเหล็กและแร่ธาตุอื่นๆ โดยปรากฏการณ์ทะเลแดงเลือดนี้สามารถพบเห็นได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากปริมาณเหล็กออกไซด์สูงในดินภูเขาไฟ เมื่อน้ำขึ้นสูงและซัดเข้าฝั่ง ดินสีแดงจะละลายลงไปในน้ำ ทำให้ชายฝั่งทะเลดูเหมือนถูกเทสีแดงลงไป

ตะลึง ฝนตกเป็นสีเลือดอาบชายหาดอิหร่านแดงฉาน (คลิป)

แม้จะดูแปลกตาและลึกลับ แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล และยิ่งทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมาเพื่อชมชายหาดสีเลือดของอิหร่านด้วยตัวเอง.

ตะลึง ฝนตกเป็นสีเลือดอาบชายหาดอิหร่านแดงฉาน (คลิป)

ที่มา : NDTV

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฝนเลือด

โป๊ปฟรานซิสฉลองครบ 12 ปีเป็นสันตะปาปาที่ ร.พ. อาการยังทรงตัว

โป๊ปฟรานซิสฉลองครบ 12 ปีเป็นสันตะปาปาที่ ร.พ. อาการยังทรงตัว

14 มี.ค. 2568 06:05 น.

โป๊ปฟรานซิสฉลองครบ 12 ปีเป็นสันตะปาปาที่ ร.พ. อาการยังทรงตัว

โป๊ปฟรานซิสฉลองวันครบรอบ 12 ปีที่พระองค์ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาที่โรงพยาบาล โดยอาการประชวรของพระองค์ยังคงทรงตัว

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 13 มี.ค. 2568 ระบุว่า อาการของพระองค์ยังคงทรงตัว และยังต้องรับการบำบัดทางเดินหายใจ โดยรับออกซิเจนการไหลสูงผ่านท่อทางจมูกในตอนกลางวัน และใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่สอดท่อในตอนกลางคืน

วันที่ 13 มี.ค. ยังเป็นวันครบรอบ 12 ปีที่โป๊ปฟรานซิสได้รับเลือกเป็นผู้นำแห่งคริสตจักรคาทอลิก โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมีการจัดงานฉลองเล็กๆ ด้วยการนำเค้กและเทียนมามอบให้แก่พระองค์ นอกจากนั้นพระองค์ยังร่วมพิธีฝึกปฏิบัติชีวิตจิต (spiritual exercise) ผ่านวิดีโอคอลด้วย

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลีเป็นวันที่ 28 แล้ว หลังจากพระองค์เข้าโรงพยาบาลเมื่อ 14 ก.พ. ซึ่งผลการตรวจพบว่า พระองค์มีอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง แต่พระองค์มีอาการทรงตัวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. วาติกันระบุว่า ผลตรวจเลือดและการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาของโป๊ปฟรานซิสเป็นบวก ส่งผลให้แพทย์ยกเลิกคำวินิจฉัยโรคแบบ “ระมัดระวัง” ก่อนหน้านี้ ซึ่งหมายความว่าพระองค์ไม่ได้อยู่ในอันตรายร้ายแรงอีกต่อไปแล้ว และในวันพุธที่ 12 มี.ค. แพทย์ระบุว่าผลเอ็กซเรย์ยืนยันว่าอาการของโป๊ปดีขึ้นจริงๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : vaticannews

ผู้พิพากษาสั่งรัฐบาลทรัมป์ คืนตำแหน่งงานให้ จนท.รัฐที่โดนไล่ออกหมู่

ผู้พิพากษาสั่งรัฐบาลทรัมป์ คืนตำแหน่งงานให้ จนท.รัฐที่โดนไล่ออกหมู่

14 มี.ค. 2568 04:38 น.

ผู้พิพากษาสั่งรัฐบาลทรัมป์ คืนตำแหน่งงานให้ จนท.รัฐที่โดนไล่ออกหมู่

ผู้พิพากษาในแคลิฟอร์เนีย สั่งหน่วยงานรัฐบาลกลางให้คืนตำแหน่งงานให้ลูกจ้างหลายพันคนที่โดนไล่ออกหมู่เมื่อเดือนก่อน ชี้ทำไม่ถูกต้อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย วิลเลียม อัลซุป ผู้พิพากษาศาลแขวงเขตเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายหน่วยงาน คืนตำแหน่งงานให้แก่ลูกจ้างทดลองงานจำนวนมากที่ถูกรัฐบาลทรัมป์ไล่ออกหมู่เมื่อเดือนก่อน

นายอัลซุประบุว่า การไล่ออกพนักงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ลวง ที่มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการอย่างเหมาะสม ในการลดจำนวนลูกจ้างรัฐบาลกลาง

คำสั่งดังกล่าวจะมีผลต่อพนักงานทดลองงานที่ถูกไล่ออกจากหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงการเกษตร, กลาโหม, พลังงาน, มหาดไทย, การคลัง และสำนักงานกิจการทหารผ่านศึก

ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันพฤหัสบดี ทนายความกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า การไล่ออกดังกล่าวเกิดขึ้นตามคำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่งของสำนักงานจัดการบุคคล (OPM) แต่ฝ่ายผู้พิพากษาตอบโต้คำอ้างดังกล่าว โดยระบุว่า มีหลักฐานมากมายรวมถึงจดหมายหลายฉบับที่ระบุว่า การไล่ออกเกิดขึ้นตามคำสั่งของ OPM

ด้านดานิเอลเล เลนนาร์ด อัยการฝ่ายโจทก์ผู้เป็นตัวแทนกลุ่มสหภาพลูกจ้างรัฐบาล กล่าวว่า พนักงานทดลองงานตกเป็นเป้าเพราะพวกเขามีสิทธิ์ในการโต้แย้งน้อยกว่า ขณะที่ผู้พิพากษายกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นในเมืองอัลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งพนักงานที่มีผลงานดีในระดับท็อป แต่กลับถูกเลิกจ้างด้วยเหตุผลที่ระบุในเอกสารว่าเขาทำผลงานไม่ดี

อย่างไรก็ตาม ตลอดการพิจารณาคดี ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของนาย อีลอน มัสก์ เลย ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับมอบหมายจากโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เป็นผู้คุมกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล หรือ Doge คอยดูแลเรื่องการลดจำนวนลูกจ้างรัฐบาลกลาง เพื่อลดการใช้จ่าย

อนึ่ง ทำเนียบขาวสหรัฐฯ พยายามปฏิเสธว่า นายมัสก์ไม่ได้เป็นผู้คุมกระทรวง Doge แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับพูดในการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลาผู้นี้ เป็นผู้นำกระทรวง Doge

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc