Dentsu Impact Thailand จับมือ แพทย์ประสาทวิทยา วชิรพยาบาล ออกแบบแอปฯ สวดมนต์ ‘PRAYKINSON’ ช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันฟื้นฟูเสียงพูด

Dentsu Impact Thailand จับมือ แพทย์ประสาทวิทยา วชิรพยาบาล  ออกแบบแอปฯ สวดมนต์ ‘PRAYKINSON’ ช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันฟื้นฟูเสียงพูด

Dentsu Impact Thailand จับมือ แพทย์ประสาทวิทยา วชิรพยาบาล ออกแบบแอปฯ สวดมนต์ ‘PRAYKINSON’ ช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันฟื้นฟูเสียงพูด

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

PRAYKINSON คือแอปพลิเคชั่นที่สร้างขึ้นจากอินไซต์ของผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน มีจุดเริ่มต้นจาก นพ.ธนทัศน์บุญมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคพาร์กินสันและกลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ สาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ที่เฝ้าสังเกตอาการของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอย่างละเอียดลึกซึ้งเป็นเวลานาน จนพบว่าหนึ่งในสิ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย คือเรื่องเสียงพูดที่ค่อยๆ เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน แต่อาการนี้สามารถฟื้นฟูได้ผ่านกายภาพบำบัดด้วยการฝึกออกเสียงพูดบ่อยๆ

ในที่สุดจึงเกิดร่วมมือระหว่างสาขาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กับ Dentsu Impact Thailand เอเจนซี่โฆษณาภายใต้เครือ Dentsu Creative Thailand นำทีมโดย พัชรินทร์ สุโกรัตน์ ผู้อำนวยการ (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์) บริษัทเดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มุ่งใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาโซลูชั่นตอบสนองผู้บริโภค สร้างสรรค์เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันสามารถฝึกบำบัดออกเสียงด้วยตัวเองได้เป็นประจำจากที่บ้านไม่ต้องลำบากเดินทางมาที่โรงพยาบาลอีกทั้ง ยังค้นพบอินไซต์ที่ว่า ผู้ป่วยพาร์กินสันซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มักมีพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำ คือ การสวดมนต์จุดประกายไอเดียการออกแบบแอปพลิเคชั่น PRAYKINSON ให้เป็นเครื่องมือช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันฝึกออกเสียงผ่านบทสวดมนต์ ผสานเทคโนโลยีการวัดระดับเสียง พร้อมระบบติดตามพัฒนาการ ให้ผู้ป่วยได้ฟื้นฟูร่างกาย สมอง และจิตใจ ในคราวเดียวทำให้สามารถกลับมาสื่อสารกับคนรอบข้างได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

พัชรินทร์ สุโกรัตน์

ที่มาที่ไปของไอเดีย PRAYKINSON?

พัชรินทร์ สุโกรัตน์ : เริ่มต้นจากการที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณหมอจากคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยพาร์กินสัน คุณหมอเล่าว่าผู้ป่วยพาร์กินสันไม่ได้เผชิญแค่ปัญหาการเคลื่อนไหวที่ช้าและสั่นเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก นั่นคือเสียงที่ค่อยๆ หายไป โดยธรรมชาติของโรคนี้ ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าเสียงของตัวเองเบาลงเรื่อยๆ จนคนรอบข้างแทบไม่ได้ยิน และหากไม่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เสียงของพวกเขาอาจหายไปอย่างถาวร ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่การสื่อสาร แต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ความสัมพันธ์กับครอบครัว และทำให้เกิดความโดดเดี่ยวทางอารมณ์ คุณหมอจึงมาปรึกษากับทีมของเราว่าจะมีวิธีไหนที่ช่วยพัฒนาและยกระดับชีวิตของผู้ป่วยได้บ้าง วิธีที่ทำให้พวกเขาสามารถฝึกพูดได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังทำกายภาพบำบัดหรือใช้ยา ซึ่งจากการศึกษาไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เราพบว่าการ “สวดมนต์” เป็นกิจวัตรที่พวกเขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อความสงบใจ หรือเพื่อยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เราจึงคิดว่าแทนที่จะให้พวกเขาฝึกออกเสียงแบบเดิมๆทำไมไม่เปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาทำทุกวัน ให้กลายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูเสียงที่มีประสิทธิภาพ

แอปฯ PRAYKINSON จะช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันได้อย่างไรบ้าง?

พัชรินทร์ สุโกรัตน์ : PRAYKINSONไม่ใช่แค่แอปฯ ที่ช่วยฝึกพูด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยแบบองค์รวม เราไม่ได้มองแค่เรื่องของการออกเสียงเท่านั้น แต่เรานำศาสตร์ทางการแพทย์มาผสานเข้ากับศรัทธาและกิจวัตรที่ผู้ป่วยทำอยู่แล้ว อย่าง “การสวดมนต์” ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ในแง่ของร่างกาย การฝึกออกเสียงผ่านบทสวดช่วยให้ผู้ป่วยได้ใช้กล้ามเนื้อเสียง ฝึกควบคุมระดับเสียงและกระตุ้นให้พวกเขาพูดออกมาให้ดังขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการพูดให้นานที่สุด ยิ่งฝึกบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งช่วยให้เสียงยังคงแข็งแรงและใช้งานได้ดี แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องของจิตใจ เราพบว่าผู้ป่วยหลายคนไม่ได้กังวลแค่เรื่องร่างกายเสื่อมถอย แต่ยังเผชิญกับความเครียดและความรู้สึกโดดเดี่ยว การที่พวกเขาได้สวดมนต์ทุกวันนอกจากช่วยฝึกพูดแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้จิตใจสงบลง รู้สึกผ่อนคลาย และมีที่พึ่งพาทางจิตใจ ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการต่อสู้กับโรคที่ต้องอยู่กับพวกเขาไปตลอดชีวิต และเพื่อให้การฝึกฝนมีประสิทธิภาพมากขึ้น PRAYKINSON จึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยติดตามพัฒนาการของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับระดับเสียง ที่ช่วยให้พวกเขารู้ตัวว่ากำลังพูดเบาไปหรือไม่ และกระตุ้นให้ฝึกพูดให้ดังขึ้น หรือระบบให้คะแนนและติดตามผลที่ช่วยให้เห็นความก้าวหน้าของตัวเอง ทำให้มีกำลังใจฝึกต่อไป รวมถึงระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Daily Reminder) ที่ช่วยเตือนให้ฝึกสวดมนต์ทุกวัน เพราะการฝึกอย่างต่อเนื่องเป็นกุญแจสำคัญของการฟื้นฟูเสียง

นพ.ธนทัศน์ บุญมงคล

อะไรคือความสำเร็จของ PRAYKINSON?

พัชรินทร์ สุโกรัตน์ : โฆษณาที่ดีไม่ใช่แค่การขายของ แต่คือการสร้างการเปลี่ยนแปลง และ PRAYKINSON คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า “ความคิดสร้างสรรค์” สามารถแก้ปัญหาในโลกจริงได้ เราไม่ได้แค่สื่อสารปัญหาของโรคพาร์กินสัน แต่เราใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาให้พวกเขาโดยตรง อีกมุมหนึ่ง การทำงานกับโครงการแบบนี้ช่วยเปิดมุมมองให้กับวงการโฆษณา ว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปใช้ในรูปแบบอื่นๆ ได้ ไม่ใช่แค่การสร้างแคมเปญให้แบรนด์ แต่ยังสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริงๆ และสุดท้าย สิ่งที่ทำให้โปรเจกท์นี้พิเศษ คือมันเกิดจากความร่วมมือของทั้งวงการแพทย์และวงการครีเอทีฟ เราได้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างศาสตร์ที่แตกต่างกันสามารถสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่มีคุณค่าได้ เราหวังว่า PRAYKINSON จะเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกท์ดีๆ แบบนี้อีกในอนาคต PRAYKINSON เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมโยงศาสตร์ทางการแพทย์เข้ากับความศรัทธา ทำให้ผู้ป่วยไม่เพียงแค่ได้ฝึกพูด แต่ยังได้ฟื้นฟูหัวใจของตัวเองไปพร้อมกัน และที่สำคัญ มันช่วยให้พวกเขายังคงเชื่อมต่อกับครอบครัว คนรอบข้างและโลกภายนอกได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

อยากเห็น PRAYKINSON ไปสู่จุดใด?

พัชรินทร์ สุโกรัตน์ : เราอยากให้ PRAYKINSON เป็นมากกว่าแอปฯ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ป่วยพาร์กินสันทั่วประเทศสามารถฝึกพูดได้ง่ายขึ้น และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากที่บ้าน เป้าหมายของเรา คือการขยายให้แอปฯ นี้เข้าถึงผู้ป่วยในทุกพื้นที่ผ่านคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและโรงพยาบาลทั่วประเทศ หนึ่งในสิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการทำให้ PRAYKINSON เป็นแอปฯ ที่ครอบคลุมผู้ป่วยจากทุกศาสนาเท่าที่จะทำได้ โดยปัจจุบันเราได้เพิ่มบทสวดใน 3 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ และอิสลาม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกฝึกผ่านบทสวดที่สอดคล้องกับความเชื่อของตนเอง และเรายังคงเดินหน้าขยายบทสวดจากศาสนาอื่นๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต เราหวังว่า PRAYKINSON จะช่วยให้คนตระหนักถึงปัญหานี้มากขึ้นว่าพาร์กินสันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเคลื่อนไหว แต่ยังส่งผลกระทบต่อ “เสียง”และ “ความสัมพันธ์” ของผู้ป่วยกับคนรอบข้างเราอยากให้ครอบครัว ลูกหลานหรือคนใกล้ตัวผู้ป่วย ได้ลองนำแอปฯนี้ ไปใช้ และช่วยให้คนที่พวกเขารักยังคงสื่อสารได้อย่างมั่นใจ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น PRAYKINSON ได้ที่ App Store :https://bit.ly/PRAYKINSONIOS และ Play Store : https://bit.ly/PRAYKINSONAndroid

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

เลี่ยงผลิตภัณฑ์แปรรูป หนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ร่วมรณรงค์สุขภาพผู้หญิงจากมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ อาหารแปรรูปกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม ด้วยความสะดวก รสชาติอร่อยถูกปาก และหาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม หรืออาหารกระป๋อง แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยสารกันบูดและสารเคมี ถ้ากินบ่อยๆ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ซึ่งรวมถึง “มะเร็งเต้านม” ได้เช่นกัน โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี พ.ศ.2563 พบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 18,000 คนต่อปี และเสียชีวิตประมาณ 4,800 คนซึ่งแนวโน้มอัตราการเกิดโรคยังคงเพิ่มขึ้นนับเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วง

พญ.จิราวดี ร่วมเจริญชัย

แพทย์หญิงจิราวดี ร่วมเจริญชัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมะเร็งเต้านม ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเต้านม คือการเจริญเติบโต
ที่ผิดปกติของเซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านม และสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ ซึ่งเมื่อเป็นจะมีอาการ เช่น คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้ รูปร่างเต้านมผิดปกติ รู้สึกเจ็บหรือมีแผลบริเวณหัวนม ทั้งนี้ มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งได้สองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งมีสาเหตุจากความผิดปกติของพันธุกรรม พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งสาเหตุไม่ชัดเจน แต่ปัจจุบันพบว่ามีบางปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม เช่น เป็นเพศหญิง มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง เคยฉายรังสีบริเวณหน้าอก เคยเป็นมะเร็งเต้านมข้างหนึ่ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ การกินอาหารแปรรูปเป็นประจำ การใช้ยาฮอร์โมน ภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยหมดประจำเดือน

มะเร็งเต้านมในระยะแรกมักไม่มีอาการ แต่ถ้าสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณเต้านมหรือคลำแล้วเจอก้อนเนื้อ ก็ควรรีบมาพบแพทย์ทันที และโดยปกติแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปมาตรวจคัดกรองแม้จะยังไม่มีอาการ เพราะยิ่งตรวจเจอไวก็ยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น การวินิจฉัยจะเริ่มจากการตรวจร่างกาย คลำเต้านมตรวจต่อมน้ำเหลือง ซักประวัติ และทำแมมโมแกรมร่วมกับอัลตราซาวด์ หากพบความผิดปกติ จะมีการเจาะชิ้นเนื้อเพื่อตรวจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ก้อนที่คลำพบอาจไม่ใช่มะเร็งเสมอไป แต่อาจเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดา หากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะแรก จะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้มากกว่า 90% ในระยะ 5 ปีแรก ซึ่งวิธีการรักษามะเร็งเต้านมจะขึ้นอยู่กับระยะและลักษณะมะเร็งของแต่ละคน มีทั้งการผ่าตัด การให้ยา และการฉายรังสี

ทุกคนสามารถลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ด้วยตนเอง ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ รวมถึงลดการกินอาหารแปรรูป และหันมาเลือกกินอาหารปรุงสดใหม่ที่มีประโยชน์เพื่อส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศหญิง ส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุไม่ชัดเจน แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงได้ เริ่มจาก
เรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ออกกำลังกายบ่อยๆ กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย พยายามลดและเลี่ยงอาหารแปรรูป ที่สำคัญคือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำทุกปี แม้จะยังไม่มีอาการใดๆ จะช่วยให้ตรวจเจอโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้

หากมีข้อกังวลหรือสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์เต้านม ชั้น 4 หรือโทรนัดหมาย 02-0790040 เวลา 08.00-20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

คุณแหน : 12 มีนาคม 2568

คุณแหน : 12 มีนาคม 2568

คุณแหน : 12 มีนาคม 2568

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จะเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานประกาศนียบัตรพยาบาลไตเทียมแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมไตเทียมรุ่นที่ 52 และ 53 และทรงเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี คณะกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตฯ ครั้งที่ 1/2568 เพื่อพิจารณาสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยโรคไตและทางเดินปัสสาวะที่ยากไร้ สนับสนุนการศึกษา วิจัย รวมทั้งให้ทุนศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ 14 มี.ค. 09.00 น ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา รพ.สงฆ์..

●● ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และ ชาย เอี่ยมศิริ ร่วมพิธีลงนามในสัญญาเที่ยวบินพิเศษขนส่งผู้แสวงบุญชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย 29 เม.ย.-20 มิ.ย. ของ บมจ.การบินไทย โดย กรกฎ ชาตะสิงห์ และ รอมดอนหะยีอาแว ผอ.สำนักกิจการความมั่นคงภายในกรมการปกครอง..

●● ชาว ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS)ได้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของ ม.มหิดล โดยเข้ารับรางวัล“มหิดลทยากร”ประจำปี 2567..

●● ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ชวน นภสร ประนิช,วิจิตรา เขมลาภ,ดร.สุวิทย์-สุภาพรรณ์ ธนียวัน และ ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ฉัตรทนานนท์ มาสังสรรค์รับทานข้าวแช่ ณ ห้องอาหารมิสสยาม รร.หัวช้าง เฮอริเทจกรุงเทพฯ โดยมี เชฟบอม-ไพโรจน์ ประไพรักษ์ต้อนรับ..

●● มรกต กุลธรรมโยธิน กก.ผจก.บมจ.อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย(INET)เตรียมออกหุ้นกู้ 2 ชุด ชูอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.20-5.75% ต่อปี เสนอขายนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ 1-3 เม.ย.นี้..

●● ปาร์ย อรรถพิสาล บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ เข้าร่วมพิธีประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target(ระยะที่ 2)จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมฯ ม.ธรรมศาสตร์..

●● รับปีใหม่จีน หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา แนะนำจิวเวลรี่แบรนด์ LUCKANA(ลัคนา)ด้วย ZEN Collection กำไลเซนพลอยแท้จากธรรมชาติ 100% ตามวันเกิด 7 วัน 7 สี มี 2 ขนาด ดีไซน์สวยงาม เสริมพลังบวกทั้งดวงและโชค ทำพิธี ณ วัดเซ็นโคจิ ไดคันจิ ประเทศญี่ปุ่น สนใจที่ Line OA @Luckanajewelry หรือ FB facebook.com/luckanajewelry..

●● จรัญญา หงษาครประเสริฐ วันเกิดปีนี้ร่วมบริจาคให้ รพ.ราชวิถี และรพ.จุฬาภรณ์ตามที่เคยบริจาคเป็นประจำทุกปี มีฉลองที่บ้านกับครอบครัวพร้อมวางแผนไปฉลองที่เกาหลีกับครอบครัวและเพื่อนๆ อาทิตย์หน้า..

●● เพื่อนๆ ยินดีกับ ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ ที่ VISTRA ครองแชมป์ 3 ปีซ้อน การันตีที่สุดของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Astaxanthin คว้ารางวัล“HWB Awards 2023-2025”จาก Watsons..

●● ดร.วิชัย สีสุด แจ้ง รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย(BCC)สร้างประวัติศาสตร์โรงเรียนแห่งแรกในประเทศไทย ที่บัตรนักเรียนติดสัญลักษณ์ VISA โดยได้รับการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ผสานเทคโนโลยี Generative AI และ Data Analytics ให้บัตรใบเดียวสามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างเพื่อสร้างแผนการพัฒนาศักยภาพเพื่อวิชาชีพของนักเรียนเป็นรายบุคคลได้..●●

น้องใหม่

ห้างเซ็นทรัลสานต่อแคมเปญ ‘SHEPOSSIBLE’ ฉลองวันสตรีสากล ส่งต่อพลังบวกเชิงรุกแก่ผู้หญิงในทุกบทบาท

ห้างเซ็นทรัลสานต่อแคมเปญ ‘SHEPOSSIBLE’  ฉลองวันสตรีสากล ส่งต่อพลังบวกเชิงรุกแก่ผู้หญิงในทุกบทบาท

ห้างเซ็นทรัลสานต่อแคมเปญ ‘SHEPOSSIBLE’ ฉลองวันสตรีสากล ส่งต่อพลังบวกเชิงรุกแก่ผู้หญิงในทุกบทบาท

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ห้างเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จับมือ ธนาคารกสิกรไทยสานต่อแคมเปญ “SHEPOSSIBLE” ส่งต่อพลังบวกเชิงรุกแก่ผู้หญิงในทุกบทบาทเปิดเวที “WOMEN’S AGENDA TALKS” สร้างแรงบันดาลใจผ่านนักคิดสตรีผู้มีวิสัยทัศน์ พร้อมส่งต่อกำลังใจแก่ผู้หญิงไทยที่ขาดโอกาสทั่วประเทศ ในโอกาสวันสตรีสากล 2025

แคมเปญเพื่อผู้หญิงแห่งปี“SHEPOSSIBLE: WOMEN’S AGENDA” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันสตรีสากลปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Elevating the Women’s Agenda for a Sustainable Future”จุดประกายพลังแห่งความเป็นไปได้ ด้วยการร่วมส่งต่อพลังบวกเชิงรุก ผ่านการสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนความเท่าเทียมและความยั่งยืนแก่ผู้หญิงในทุกบทบาท กับ 6 ไฮไลท์กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2568ที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม และสาขาที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น Women Agenda’s Talks เวทีทอล์ก ที่จะมาร่วมแชร์ไอเดียเปลี่ยนอนาคต ผ่านผู้หญิงเก่งจากหลายวงการ Women’s Art Exhibition นิทรรศการศิลปะที่สะท้อนพลังของผู้หญิงผ่านการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ Manifest your Dreams เขียนข้อความถึงตัวตนในอนาคตของคุณ พร้อมถ่ายภาพประทับใจและเติมพลังใจให้ทุกโมเมนต์ Central Beauty Playground เปิดบ้านอัปเดตเทรนด์บิวตี้ พร้อมสัมผัสบริการใหม่และเทคโนโลยีความงามสุดล้ำจาก แบรนด์ชั้นนำที่ห้างเซ็นทรัล Women’s Activities เติมเต็มพลังใจและแบ่งปันแรงบันดาลใจให้กัน ในกิจกรรมที่ให้คุณมีพื้นที่ในการแสดงออกและเชื่อมโยงกับผู้หญิงทุกคนที่มีความมุ่งมั่นเหมือนกัน Women’s CSR Program ช้อปเสื้อและกระเป๋า ผลงานจาก ฟรีน-สโรชา โดยรายได้ทั้งหมด มอบให้สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล หนึ่งในนักบริหารหญิงที่ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ
ในแคมเปญ “SHEPOSSIBLE : WOMEN’S AGENDA” กล่าวว่า ห้างเซ็นทรัลเชื่อมั่นในพลังของผู้หญิง และพร้อมเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพ ขับเคลื่อนความเท่าเทียมแก่ผู้หญิงไทยในทุกบทบาทอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งของเราในทุกๆ ปี ผ่านแคมเปญ “SHEPOSSIBLE” ซึ่งปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยการเดินหน้าส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังให้ผู้หญิงก้าวสู่บทบาทที่ยิ่งใหญ่ในทุกมิติของสังคมกับกิจกรรมไฮไลท์ Women’s Agenda Talks เวทีแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจดีๆ จากนักคิดสตรีผู้มีวิสัยทัศน์ รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมที่จะช่วยสนับสนุนผู้หญิงที่ขาดโอกาสทั่วประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นผ่านสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อร่วมกันสร้างโอกาสและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้หญิงทั่วประเทศ

“เราเชื่อว่าการเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้ถูกกำหนดโดยเพศสภาพ แต่วัดจากความสามารถและความมุ่งมั่น แนวคิดนี้คือพันธกิจที่ห้างเซ็นทรัลยึดมั่นและผลักดันมาโดยตลอด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเดินหน้าสร้างแคมเปญและโครงการที่สนับสนุนศักยภาพของผู้หญิงในทุกมิติให้มั่นใจและสวยจากภายในสู่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา การเสริมสร้างความมั่นใจผ่านแฟชั่นและความงาม การพัฒนาทักษะเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ การร่วมมือกับองค์กรเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ต้องการโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น การดำเนินงานเหล่านี้ คือรากฐานสำคัญของแนวคิด “Elevating the Women’s Agenda for a Sustainable Future” ซึ่งเป็นธีมหลักของแคมเปญนี้ และสอดคล้องกับแนวทางระดับโลกในการสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับผู้หญิงอย่างแท้จริง”

มาร่วมส่งต่อพลังบวกเชิงรุกกับแคมเปญ “SHEPOSSIBLE: WOMEN’S AGENDA” พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :
Central Department Store คลิก www.facebook.com/CentralDepartmentStore

ปลดล็อกทุกสไตล์ HACK BEAUTY LAB ศูนย์รวมแบรนด์เวชสำอางระดับโลก

ปลดล็อกทุกสไตล์ HACK BEAUTY LAB ศูนย์รวมแบรนด์เวชสำอางระดับโลก

ปลดล็อกทุกสไตล์ HACK BEAUTY LAB ศูนย์รวมแบรนด์เวชสำอางระดับโลก

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

HACK BEAUTY LAB ศูนย์รวมเวชสำอางชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก โดย บริษัท แฮค แล็บ จำกัด ภายใต้การบริหารของบอล ศรัณยวัศน์ พัฒนกุลวาณิช CEO คนเก่งแห่งวงการความงาม จัดงาน “HACK Your LOOK Unlock Your BEAUTY” เพื่อปลดล็อกทุกสไตล์ความงาม พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์คุณภาพและนวัตกรรม การดูแลผิวที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาอย่างครบวงจร ณ HACK BEAUTY LAB ชั้น 5 เซ็นทรัลพระราม 9 (ฝั่งโรบินสัน)

บอล-ศรัณยวัศน์ พัฒนกุลวาณิช CEO บริษัท แฮค แล็บ จำกัด กล่าวว่า “HACK BEAUTY LAB เกิดจากความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้เข้าถึง เวชสำอางคุณภาพระดับโลกและได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อให้ทุกคนดูดีในแบบของตัวเอง ผมเชื่อว่าความงามไม่ได้มีเพียงหนึ่งมาตรฐาน แต่เป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเองได้ เราอยากให้ทุกคนสามารถปลดล็อกความงามในแบบของตัวเองได้อย่างมั่นใจผ่านการดูแลผิว ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลผมและทีมงานได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากทั่วโลกมารวมไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับการดูแลผิวที่มีคุณภาพและตรงจุดที่สุด นอกจากนี้ HACK BEAUTY LAB ยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลผิวผ่านคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เราอยากให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางของการดูแลผิวพรรณที่ตอบโจทย์ทุกปัญหา อย่างแท้จริง และหวังว่าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา”

ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าคนดังในวงการบันเทิงและนางงาม ได้แก่ แอนโทเนียโพซิ้ว, แอนนา เสืองามเอี่ยม, จีน่า วิรายา ภัทรโชคชัยและ กันเนอร์ ณัฐสกรรจ์ ไชยโรจน์ มาร่วมแชร์เคล็ดลับความสวยมั่นใจ และร่วมกิจกรรมความสนุกมากมาย โดย แอนโทเนีย โพซิ้ว กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้มาร่วมงาน HACK Your LOOK Unlock Your BEAUTY เพราะเชื่อว่า ความสวยไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจและการดูแลตัวเอง ให้ดีที่สุด BARULAB เป็นแบรนด์ที่แอนเลือกใช้และมั่นใจว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว ใครที่อยากเริ่มต้น ดูแลผิวอย่างถูกต้อง ลองเปิดใจให้กับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแน่นอน”

HACK BEAUTY LAB ได้นำ 4 แบรนด์เวชสำอาง (Cosmeceuticals) คุณภาพระดับโลก มาตอบโจทย์ผู้ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ BARULAB, ISDIN,CURECODE และ Dr.Different พร้อมลดราคาพิเศษสูงสุด 35% ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 มีนาคม 2568

อีกทั้งในปี 2025 นี้ HACK BEAUTY LAB จะนำเข้าแบรนด์อื่นๆ เข้ามาเพิ่มอีกมากมาย นอกจากนี้จะมี close event ให้ร่วมสนุกในเร็วๆ นี้
สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ และ Promotion ต่างๆ ได้ที่ Facebook Fan Page : HACK BEAUTY LAB หรือตรวจผิวหน้าและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ HACK BEAUTY LAB ชั้น 5 เซ็นทรัลพระราม 9 (ฝั่งโรบินสัน)

ไอคอนคราฟต์เผยเสน่ห์หัตถศิลป์ร่วมสมัยผ่าน 6 แบรนด์เซรามิกไทย

ไอคอนคราฟต์เผยเสน่ห์หัตถศิลป์ร่วมสมัยผ่าน 6 แบรนด์เซรามิกไทย

ไอคอนคราฟต์เผยเสน่ห์หัตถศิลป์ร่วมสมัยผ่าน 6 แบรนด์เซรามิกไทย

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT)พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทย จัดแคมเปญพิเศษ “POTTERY CRAFT-THE ART OF CERAMIC” นำคอลเลคชั่นล่าสุดจาก 6 แบรนด์เซรามิกชั้นนำของไทย มาให้ผู้ที่หลงใหลในศิลปะเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกได้สัมผัสเสน่ห์ความงามของงานหัตถศิลป์จากศิลปินและช่างฝีมือไทย ที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์และผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เปิดให้ทุกคนได้ชมและเลือกช้อป ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันนี้-15 มีนาคม 2568

นางอุสรา ยงปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์รีเทลโฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ด้วยปณิธานของไอคอนคราฟต์ที่มุ่งจะผลักดัน Local Heroes สู่ Global Heroes ให้มากที่สุด เราจึงส่งเสริมงานหัตถกรรมไทยร่วมสมัยที่ตั้งใจนำภูมิปัญญาทางงานช่างมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดนวัตศิลป์รูปแบบใหม่และน่าสนใจให้ถูกนำเสนอสู่สายตาชาวโลก

“งาน POTTERY CRAFT-THE ART OF CERAMIC ครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแคมเปญที่เชิดชูศิลปินช่างฝีมือไทยที่เป็น Local Heroes ในด้านเครื่องปั้นและเซรามิก เพราะทุกแบรนด์ที่เข้าร่วมแคมเปญล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์คราฟต์ไทยที่มีเอกลักษณ์ สามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ เติมความทันสมัยลงไปในงานหัตถศิลป์ไทยได้อย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่ของการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน และกระบวนการผลิต ควรค่าแก่การสนับสนุนและผลักดันให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของตลาดและกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น”

ในงานพบกับ 6 แบรนด์เซรามิกชั้นนำของไทยที่นำเสนอคอลเลคชั่นสุดสร้างสรรค์ เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสื่อถึงอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมเผยเบื้องหลังผลงานให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ถึงกระบวนการรังสรรค์แต่ละชิ้นงานอย่างเจาะลึกทุกรายละเอียด

เริ่มจาก แบรนด์ “ANOTHER CUP”โดย วิทวัส ปิยะชัยวุฒิ ที่มีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์เครื่องเคลือบพอร์ซเลนสีขาว-น้ำเงิน โดยผสมผสานเทคนิคการขูดพื้นผิวด้วยมือแบบชิ้นต่อชิ้นนำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ “Blue & White Porcelain” ที่จัดทำขึ้นเพื่อนำมาร่วมแคมเปญ “POTTERY CRAFT- THE ART OF CERAMIC” โดยเฉพาะ เป็นการนำแรงบันดาลใจจากเครื่องลายครามมาเล่าใหม่ โดยใช้ดินสองสีคือ ดินสีขาว และดินสีนำเงินโคบอลมาผสมรวมกันและใช้เทคนิคการขูดสร้างลวดลายเหมือนเครื่องลายคราม จนได้เป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยที่สามารถใช้งานได้จริง

ตามด้วย “GUI.DEKK” ของ กรวิชญ์ กาญจนคูหา ศิลปินนักวาดภาพประกอบและช่างปั้นเซรามิกอิสระมาพร้อมคอลเลคชั่น “Heavy Jack Collection” ที่จะพาทุกคนไปผจญภัยในโลกของม้านิลมังกร สัตว์ในวรรณคดีไทย ลูกผสมระหว่างม้าและมังกรซึ่งศิลปินเริ่มทำตั้งแต่ปี 2022 เป็นงานเซรามิกที่ปั้นขึ้นรูปด้วยมือและผ่านกระบวนการทดลองสีเคลือบถึง 1 ปี กว่าจะได้ผลงานที่น่าประทับใจเป็น Heavy Jack ที่มีชีวิตชีวาน่าสะสมจำนวน 100 ตัว ความพิเศษคือทุกตัวทำออกมาเพียงแบบละ 1 ชิ้น และนำมาโชว์พร้อมจำหน่ายในงานนี้เพียง40 ตัวเท่านั้น

แบรนด์ “LAMUNLAMAI. CRAFTSTUDIO” แบรนด์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารและของแต่งบ้านเซรามิกของ ณพกมล อัครพงศ์ไพศาล และ นล เนตรพรหม ที่ครองใจคนรักงานคราฟต์มายาวนานกว่าสิบปี ด้วยจุดเด่นไอเท็มที่หลากหลายซึ่งล้วนแล้วแต่คำนึงถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้งาน ทั้งคู่นำผลงานที่พัฒนาขึ้นจากคอลเลคชั่น “Petals and Flora Collection 2024” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายธรรมชาติ สีลัน และรูปทรงของพรรณไม้ต่างๆ มาอวดโฉมผ่านจาน ชาม ชุดเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และของประดับตกแต่งบ้านน่าใช้โดยทุกชิ้นสร้างสรรค์ขึ้นด้วยงานปั้นเซรามิกที่ละเอียดอ่อน สะท้อนความอ่อนโยนและแข็งแกร่งของธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง

“LIVELY WARE” ที่เด่นเรื่องงานเซรามิกลายครามวาดมือแบบโบราณ เครื่องปั้นดินเผาสีขาว-น้ำเงินทรงคุณค่าในแบบ Timeless Blue & White Elegance ครั้งนี้สองศิลปินเจ้าของแบรนด์ กิตติ์ กัลยาณพงศ์ และ ณปภัช เศรษฐาวงศ์ นำเสนอผลงานเซรามิกแนวใหม่ที่ไม่จำกัดเพียงสีขาวน้ำเงิน โดยนำผลงานเดิมที่เคยทำในรูปแบบลายครามมาเพิ่มเติมสีสันให้ดึงดูดใจยิ่งขึ้น ขับเน้นให้เรื่องราวความเชื่อและวัฒนธรรมไทยที่นำเสนอผ่านลวดลายบนชิ้นงานดูมีพลังและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยมีชิ้นเด่นเป็นลำโพงโหลหมุนรูปผีกระสือ รวมถึงพระพิฆเนศที่สร้างสรรค์เป็นงานสีครั้งแรกของแบรนด์เช่นกัน

แบรนด์ “MORIMORI STUDIO” แบรนด์เซรามิกที่ใช้เทคนิค Rolling Slip สร้างลวดลายแทนการเพ้นท์ โดยทดลองเนื้อสีมามากกว่า 200 สีเพื่อให้ได้เฉดและโทนสีที่ลงตัวกับแรงบันดาลใจซึ่งได้จากธรรมชาติและเส้นขอบฟ้า มาในคอลเลคชั่น “สีสันแห่งศรัทธา Colors of Faith” โดย อรฉัตร สุหร่าย ศิลปินเจ้าของแบรนด์เผยว่าเป็นคอลเลคชั่นที่สะท้อนสีสันของวัดไทยในภาคต่างๆ อาทิวัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย ตัวแทนวัดในภาคเหนือที่สื่อผ่านสีขาว ฟ้า เทาวัดโพธิ์ ในกรุงเทพฯ ตัวแทนวัดภาคกลางเน้นโทนสีเขียวอ่อนพาสเทล และภาคอีสานใช้สีโทนน้ำเงินตัดกับเหลืองที่ได้ไอเดียจากฮูบแต้มของวัดพระธาตุประสิทธิ์ จังหวัดนครพนม ส่วนภาคใต้ใช้สีของจีวรพระและสีของวิวภูเขาในภาคใต้มาออกแบบ

สุดท้าย แบรนด์ “T_HANDCRAFTT” งานเซรามิกที่มีจุดเด่นตรงหูจับของ ภานุวัฒน์ บุญทนาวงศ์ ซึ่งแต่ละชิ้นงานมีความฟรีฟอร์มไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ชิ้นเดียว และเน้นใช้สีสันที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายทุกเพศทุกวัย มาในคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “The Spirit of Thai Roosters” สะท้อนเอกลักษณ์ “ตุ๊กตาไก่แก้บน” สัญลักษณ์ของความโชคดีและรุ่งเรือง ที่นำมาประยุกต์เข้ากับคาแร็กเตอร์และคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ โดยถ่ายทอดผ่านงานฝีมือที่ประณีตและมีเสน่ห์แบบร่วมสมัย

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ICONCRAFT

‘ชมพู่ อารยา’ ชวนแม่ๆ เตรียมพร้อมลูกเจนอัลฟา! เจาะลึก ‘EF’ ทักษะสมองที่โลกอนาคตต้องการ

‘ชมพู่ อารยา’ ชวนแม่ๆ เตรียมพร้อมลูกเจนอัลฟา!  เจาะลึก ‘EF’ ทักษะสมองที่โลกอนาคตต้องการ

‘ชมพู่ อารยา’ ชวนแม่ๆ เตรียมพร้อมลูกเจนอัลฟา! เจาะลึก ‘EF’ ทักษะสมองที่โลกอนาคตต้องการ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และน้องแอบิเกล

ในโลกยุค AI ที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนบางทีแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ตามไม่ทัน การเตรียมความพร้อมให้ลูก Gen Alphaมีทักษะที่รอบด้านเพื่อรองรับความท้าทายในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Enfa Smart Club คลับที่พร้อมอยู่ทุกช่วงเวลาของยอดคุณแม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและพัฒนาการของอัจฉริยะตัวน้อย จึงได้จัด Talk Session พิเศษขึ้นภายในงาน “Alpha Skills Summit 2025” งานเตรียมพร้อมลูกสู่อนาคตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ชวนผู้ปกครองยุคใหม่อัปเดตเทรนด์การเลี้ยงลูกที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยดึงผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช เป็นวิทยากรในหัวข้อ “เจาะลึก EF เทคนิคสร้างทักษะสมองเพื่อความสำเร็จให้ลูก” โดยมีคุณแม่ลูกสาม “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต” นักแสดงชื่อดัง เป็นตัวแทนคุณแม่ยุคใหม่ที่จะมาแชร์ประสบการณ์เลี้ยง “น้องแอบิเกล” ลูกสาวคนเล็กวัยใส พร้อมถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีสกิล EF เช่น การใส่ใจในรายละเอียดการเลี้ยงดูจนถึงการเลือกโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะการเลือกโภชนาการที่มี MFGM (Milk Fat Globule Membrane) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการกุมารแพทย์และมีงานวิจัยรองรับมากมายว่ามีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองทั้ง IQ และ EF ของลูกน้อย

รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช

รศ.นพ.เทอดพงศ์ ทองศรีราช ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านวิจัยและนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “Executive Function หรือ EF คือ สมองส่วนหน้าที่ช่วยให้เด็กควบคุม การวางแผน และการแก้ปัญหาได้ เรียกง่ายๆ ว่า “ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จ” ซึ่งสามารถสังเกตว่าลูกเรามี EF หรือไม่ จากวิธีการแก้ปัญหา และจัดการตัวเองของเขา”

“นอกจากนั้น EF ยังสามารถสร้างได้ผ่านโภชนาการที่ดี เช่น การให้นมแม่ตามธรรมชาติ เพราะนมแม่มี MFGM ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสมอง IQ และพัฒนา EF ของลูกการให้นมแม่จึงเป็นวิธีที่ดีในการส่งเสริม EF ให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีศักยภาพ สำหรับคุณแม่ที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ การเลือกโภชนาการที่มี MFGM เป็นส่วนผสมก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกันเพราะ MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane คือเยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่พบในนมแม่มีไขมันและโปรตีนที่เป็นประโยชน์สำหรับพัฒนาการของเด็กอยู่จำนวนมาก ช่วยเสริมสร้างเซลล์สมองทั้งยังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

การเสริมสร้าง EF เพียงแค่เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่น ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องฝึก EF ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะ ยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibit Control) เมื่อลูกทำพลาดหรือดื้อในระหว่างการสอนของเรา จึงจะสามารถจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้ทั้งครอบครัว”รศ.นพ.เทอดพงศ์ กล่าว

ด้าน ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกให้มีทักษะทางสมองเพื่อความสำเร็จ ว่า “สำหรับชม การเลี้ยงลูกไม่ได้มีกฎตายตัว แต่อยากให้เขาโตขึ้นเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ คิดเองเป็น และรับผิดชอบในแบบของตัวเอง อย่างที่บ้าน เราจะฝึกให้ลูกๆ มีหน้าที่ที่ต้องทำ เช่น ช่วยกันเก็บของเล่น หรือดูแลน้อง ซึ่งสิ่งเล็กๆ พวกนี้ก็คือการฝึก EF ไปในตัว อย่างแอบิเกล ตอนนี้เริ่มเห็นชัดว่าน้องมีพัฒนาการด้าน EF ที่ดีขึ้น มีวินัยและรู้จักหน้าที่ของตัวเอง อย่างครั้งหนึ่งที่ต้องขึ้นเวทีเป็นพิธีกรกับแม่ แม้ตอนแรกจะมีงอแงบ้างเล็กน้อยเพราะขนมหาย แต่สุดท้ายก็สามารถควบคุมตัวเองได้ และทำหน้าที่สำเร็จ

ชมมองว่าการพัฒนา EF ต้องมาพร้อมกับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม หนึ่งในสิ่งที่ชมให้ความสำคัญคือ “การเล่น” เพราะไม่ใช่แค่ความสนุก แต่
เป็นโอกาสให้เด็กๆ ฝึกฝนทักษะสมองไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ต้องรอคิวเพื่อเสริมการยับยั้งชั่งใจ ยั้งคิดไตร่ตรอง หรือการเล่นสมมุติที่ช่วยให้สมองจำดีและแก้ปัญหาได้ดีขึ้น ซึ่งนอกจากการเลี้ยงดู โภชนาการก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ตอนน้องเพิ่งเกิด ชมให้ลูกกินนมแม่เป็นหลัก เพราะอย่างที่คุณหมอบอกว่าในนมแม่มี MFGM ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการสมอง มีงานวิจัยรองรับว่าเด็กที่ได้รับ MFGM อย่างต่อเนื่องจะทำให้เด็กมี IQ และ EF ที่สูงกว่า และปัจจุบันชมก็ยังคงให้ความสำคัญเรื่องโภชนาการโดยการที่เสริมโภชนาการที่มี MFGM ให้เขาเป็นประจำ

สุดท้ายนี้ ชมเชื่อว่าการเลี้ยงลูกให้มี EF ไม่ใช่แค่การเน้นไปที่ตัวลูกอย่างเดียว แต่พ่อแม่เองก็ต้องมี Growth Mindset คอยเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองผิดลองถูก ฝึกคิด แก้ปัญหา และเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะในอนาคตเราไม่สามารถอยู่ข้างๆ เขาได้ตลอด แต่เราสามารถทำให้เขาสามารถพึ่งพาตัวเองในชีวิตวันข้างหน้าได้” ชมพู่ กล่าวทิ้งท้าย

คาร์เทียร์ ประกาศเปิดตัว Women’s Pavilion ฉลองวันสตรีสากล ยกย่องเชิดชูบทบาท ‘ผู้หญิง’ ขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก

คาร์เทียร์ ประกาศเปิดตัว Women’s Pavilion ฉลองวันสตรีสากล  ยกย่องเชิดชูบทบาท ‘ผู้หญิง’ ขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก

คาร์เทียร์ ประกาศเปิดตัว Women’s Pavilion ฉลองวันสตรีสากล ยกย่องเชิดชูบทบาท ‘ผู้หญิง’ ขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ขณะที่คนทั้งโลกร่วมฉลองให้กับเดือนแห่งผู้หญิง หรือ วันสตรีสากล คาร์เทียร์ได้ถือโอกาสนี้ ประกาศเปิดตัว Women’s Pavilion ด้วยความภาคภูมิใจภายใต้ความร่วมมือกับทีมจัดงาน World Expo 2025 และรัฐบาลญี่ปุ่น ร่วมด้วย กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ ในฐานะเครื่องหมายของการเดินหน้าเฉลิมฉลองให้กับผู้มีวิสัยทัศน์ที่กำลังสร้างสรรค์อนาคต และยกย่องเชิดชูบทบาทที่สำคัญยิ่งของผู้หญิงในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก ส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาค และชี้แนะแนวทางแก่คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน World Expo 2025 ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 13 เมษายน-13 ตุลาคม 2568

สำหรับคาร์เทียร์ ผู้หญิงคือที่มาของแรงบันดาลใจอันไม่สิ้นสุด ทั้งยังเป็นรากฐานสำคัญของความคิดสร้างสรรค์และค่านิยมของเมซงมาโดยตลอด ด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อผู้หญิงก้าวไปข้างหน้า มนุษยชาติก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน คาร์เทียร์จึงสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มุ่งมั่นอุทิศตนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกัน และลงมือแก้ปัญหาที่เร่งด่วนท้าทายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ความมุ่งมั่นอย่างไม่สั่นคลอนนี้คือหัวใจหลักของ Women’s Pavilion ซึ่งทำหน้าที่เป็นเวทีระดับโลกในการส่งเสริมให้เกิดบทสนทนา นวัตกรรม และการลงมือปฏิบัติร่วมกัน

หัวใจหลักของ Women’s Pavilion คือ คำประกาศที่ทรงพลัง เรียกร้องขอโลกที่สดใสกว่าเดิม โลกที่ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน อย่างเสมอภาคกลมเกลียว โดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพอย่างแท้จริง โลกที่ความเคารพซึ่งกันและกันเติบโตเบ่งบาน และทุกคนมีโอกาสที่จะบรรลุศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง

“Women’s Pavilion เชิดชูผู้หญิงทุกคน รวมทั้งบทบาทที่ผู้หญิงสามารถทำได้ ร่วมกับคนอื่นๆ ที่มุ่งมั่น เพื่อสร้างสรรค์อนาคตของพวกเราทุกคน” ซีริลล์ วิญเญอรอง (Cyrille Vigneron) ประธานกรรมการ Cartier Culture & Philanthropy กล่าว “บนเวทีสุดพิเศษแห่งนี้ คาร์เทียร์และ Expo 2025 ณ โอซาก้า ขอเชิญผู้เยี่ยมชมงานทุกคนมาร่วมการเดินทางที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเสมอภาค ทั้งในระดับบุคคลและด้วยการลงมือปฏิบัติร่วมกัน”

จาก Expo 2020 ณ ดูไบ มาสู่ Expo 2025 ณ โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น Women’s Pavilion ยังคงเดินหน้าสืบสานพันธกิจในการสร้างมรดกที่ยั่งยืน โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากประชาคมต่างๆ ทั่วโลก ถอดภูมิปัญญาแห่งมนุษยชาติ และแสดงพลังอำนาจของการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างอนาคตที่เท่าเทียมและยั่งยืนกว่าเดิม เป็นอนาคตที่สะท้อนคนทุกรุ่น

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดหลักของ World Expo ครั้งนี้ Women’s Pavilion ยึดคำขวัญ “อยู่ร่วมกัน ออกแบบร่วมกัน เพื่ออนาคต” (Living Together, Designing Together, For the Future) เพื่อเฉลิมฉลองพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและศักยภาพของผู้หญิงในการกำหนดวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม

หัวใจของวิสัยทัศน์ดังกล่าว คือ แนวคิดที่ว่า “การอยู่ร่วมกัน” (“ともに生き Living Together”) ที่ขยายขอบเขตออกไปไกลกว่าเรื่องเพศสภาพ เพื่อที่จะสำรวจความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล (symbiosis) กับความยั่งยืน (sustainability)สะท้อนให้เห็นว่าสังคม ภูมิภาค หรือบุคคล สามารถเข้ามารับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนกับโลกใบนี้ได้

และเพื่อให้สอดคล้องกับอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ World Expo 2025 ซึ่งคือ“การออกแบบร่วมกัน” (“ともに輝くDesigning Together”) Women’s Pavilion จินตนาการถึงอนาคตที่ทุกชีวิตรวมกันเป็นหนึ่งอย่างกลมเกลียว เพื่อบรรลุศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และมุ่งสร้างรากฐานให้กับวันพรุ่งนี้ที่เท่าเทียมกว่าวันนี้ ด้วยการสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันและการสร้างนวัตกรรม

เมื่อมองไปข้างหน้า แนวคิด “เพื่ออนาคต” (“未来へ〜 For the Future”) ตอกย้ำบทบาทของ Women’s Pavilion ในฐานะเวทีแลกเปลี่ยนความคิดที่ก้าวหน้า โดยไม่เพียงแต่จะเชิดชูความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา แต่ยังส่งเสริมสนับสนุนความหวังและความตั้งใจใหม่ๆ ที่ยังไม่บรรลุผล เพื่อสร้างมรดกไว้สำหรับการพัฒนาต่อยอดอนาคตต่อไป

จูน มิยาชิ (June Miyachi) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารคาร์เทียร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เป็นผู้ดูแล Women’s Pavilion อันเป็นความร่วมมือของคาร์เทียร์ ณ Expo 2025 ในโอซาก้า คันไซ ต่อเนื่องจากความร่วมมือก่อนหน้านี้ Expo 2020 ณ ดูไบ คำถามคือ เราจะสามารถทำอะไรได้อีก เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงเพศ ดิฉันหวังว่า Women’s Pavilion ที่เรานำเสนอจะช่วยจุดประกายให้ผู้เข้าชมได้ตระหนักถึง ได้ร่วมรู้สึก และนำไปสู่การร่วมกันลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้น”

LIFE & HEALTH : สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

LIFE&HEALTH : สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

LIFE&HEALTH : สัญญาณเตือนก่อนเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลายกแขนสูงๆ ถึงรู้สึกปวดไหล่ หรือปวดไหล่จนทำให้นอนไม่หลับ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด โรคที่ค่อยๆ กัดกินคุณภาพชีวิตให้แย่ลง ซึ่งบางคนอาการอาจรุนแรงจนไม่สามารถใช้แขนได้เหมือนเดิม

ข้อมูลจาก นายแพทย์รัฐภูมิ วัชโรภาสศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่และข้อเข่า โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนที่ใช้งานหัวไหล่อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาผู้ที่ต้องทำงานยกของหนัก หรือผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อและเอ็นอ่อนแอลงตามวัย หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ ปัญหานี้สามารถส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิต

อาการเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด จะทำให้ปวดไหล่เวลานอน โดยเฉพาะตอนนอนตะแคงทับ, ปวดไหล่เวลายกแขนขึ้นหรือลงในบางท่า, อ่อนแรงในขณะยกหรือหมุนหัวไหล่ และเสียงเสียดสีในขณะขยับบางท่าของไหล่

เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดมีหลายสาเหตุดังนี้

l การใช้งานไหล่ที่มากเกินไป คือ การใช้ไหล่ทำงานซ้ำๆ เช่น ยกของหนัก หรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แขนมาก เช่น เทนนิส ว่ายน้ำ แบดมินตัน

l อาการบาดเจ็บ เช่น การล้ม การสะดุด หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดท่าจนอาจทำให้เอ็นหัวไหล่ฉีกขาดทันที

l ความเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เอ็นหัวไหล่อาจเสื่อมสภาพ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดเพิ่มขึ้น

l โครงสร้างร่างกาย ความผิดปกติในโครงสร้างข้อไหล่อาจทำให้เอ็นเกิดการเสียดสีจนเสียหาย

การวินิจฉัยเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินอาการเจ็บปวดและความผิดปกติ จากนั้นแพทย์อาจพิจารณาการทำ MRI เพื่อให้ได้ภาพรายละเอียดของโครงสร้างในบริเวณไหล่อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้การรักษาเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดจะขึ้นอยู่กับอาการและระดับความรุนแรง โดยสามารถแบ่งออกเป็น2 รูปแบบหลัก ดังนี้

ระยะอักเสบหรือฉีกขาดบางส่วน แพทย์จะให้รับประทานยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด และพักการใช้งานไหล่ หากรับประทานยาและกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะแนะนำให้ฉีดสเตียรอยด์หรือยาต้านอักเสบ เพื่อลดการอักเสบ

ระยะฉีกขาดรุนแรงหรือฉีกขาดทั้งหมดแพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดด้วยการส่องกล้องเพื่อซ่อมแซมเส้นเอ็น ซึ่งผู้ป่วยจะมีแผลขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับไปใช้งานไหล่และแขนได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติเร็วขึ้น

แต่ในผู้ป่วยที่มีเส้นเอ็นขาดขนาดใหญ่ หลังเย็บซ่อมเส้นเอ็น อาจมีโอกาสฉีกขาดซ้ำได้ ปัจจุบันจึงมีวิธีการต่างๆ มากมายเพื่อลดโอกาสในการฉีกขาดซ้ำ การใช้ Biologic collagen patch มาช่วยเสริมความแข็งแรงในการเย็บซ่อมเส้นเอ็น สามารถกระตุ้นให้เกิดการสมานเส้นเอ็นกับกระดูกได้ดีขึ้น ถือเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่า สามารถช่วยลดการฉีดขาดซ้ำหลังผ่าตัด รวมทั้งช่วยลดระยะเวลาการกายภาพหลังผ่าตัด สามารถกลับไปใช้หัวไหล่ได้เร็วขึ้นส่งผลให้ผู้ป่วยได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น

หลังจากการผ่าตัดเอ็นไหล่ฉีก ขั้นตอนการฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้งานได้เต็มที่ โดยทั่วไปจะแบ่งการฟื้นฟูเป็น 3 ระยะดังนี้

1.ระยะพักฟื้นเริ่มต้น 1-6 สัปดาห์แรกในช่วงนี้ต้องให้ไหล่อยู่ในสลิงเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้แผลฉีกขาดอีก หลีกเลี่ยงการใช้งานหนัก อาจจะขยับเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เช่น การหมุนข้อมือ หรือการยืดกล้ามเนื้อเบื้องต้น

2.ระยะฟื้นฟูกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว 6-12 สัปดาห์ เมื่อแผลเริ่มสมานดีแล้ว ให้เริ่มกายภาพบำบัดฝึกการเคลื่อนไหวไหล่แบบเบา ๆ และเพิ่มการยืดหยุ่นของข้อไหล่ รวมถึงการเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ ไหล่เพื่อให้มั่นคงขึ้น

3.ระยะฟื้นตัวเต็มที่ 3-6 เดือนเน้นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว

โดยระยะเวลาฟื้นตัวทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการฉีกขาด ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ในการกลับมาใช้ชีวิตปกติ

อย่างไรก็ตาม เอ็นหัวไหล่ฉีกเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อหัวไหล่
และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยง หากคุณมีอาการเจ็บปวดหรือข้อไหล่ติดแข็ง ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะถ้าหากปล่อยไว้อาจทำให้อาการปวดเรื้อรังและเส้นเอ็นบาดเจ็บมากขึ้น กลายเป็นความทรมานที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต

ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้บริจาคโลหิตมีการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งการบริจาคโลหิต เป็นการสละโลหิตส่วนที่ร่างกายยังไม่จำเป็นต้องใช้มาให้กับผู้ป่วย โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แก่ร่างกาย ทั้งนี้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้า
ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต, โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ http://www.blooddonationthai.com

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

สุขสันต์วันเกิดครบ 78 ปี หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์

สุขสันต์วันเกิดครบ 78 ปี หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์

สุขสันต์วันเกิดครบ 78 ปี หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.37 น.

หม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์ หรือ “คุณหญิงหมัด” ทำบุญในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 78 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแจกันดอกไม้เพื่อสิริมงคลกับเจ้าของวันเกิด นอกจากนั้น ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจากเจ้านายหลายพระองค์ที่พระราชทานแจกกันดอกไม้ อาทิ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงประทานทานแจกันดอกไม้เพื่อเป็นสิริมงคลด้วย

ดอกไม้พระราชทาน ประทาน เพื่อความสิริมงคลกับเจ้าของวันเกิด ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์

ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ ทำบุญฉลองวันเกิดครบ 78 ปี โดยมี ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ (น้องสาว),นันทมาลี ภิรมย์ภักดี (ลูกสาว),บีม วรณัน ภิรมย์ภักดี (หลาน) และ คลาเดียร์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา (หลาน) ร่วมในพิธี

ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ กับน้องสาว ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์

Happy Birthday ครบรอบ 78 ปี คุณหญิงหมัด เป่าเทียนตัดเค้กฉลองวันเกิด โดยมี วุฒา ภิรมย์ภักดี มอบของขวัญให้เจ้าของวันเกิดด้วยเสียงเพลง Wooden Heart

ในงานทำบุญวันเกิดปีนี้ ก็ยังคงมีญาติสนิท มิตรสหายของคุณหญิงหมัดไปร่วมงานเหมือนเช่นเคย โดยเฉพาะน้องสาว คือ หม่อมราชวงศ์ เบญจาภา ไกรฤกษ์ (คุณหญิงน้อง) และลูกสาวของคุณหญิงหมัด คือ นันทมาลี ภิรมย์ภักดี หลานฝาแฝดของคุณยาย คือ นันทวุฒิ กับ วรณัน ภิรมย์ภักดี (ลูกฝาแฝดของนันทมาลี-วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี) รวมถึงหลานสาวอีกคน คือ คลาเดียร์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา (ลูกของหม่อมราชวงศ์ จันทิรา จักรพันธุ์) ส่วนญาติสนิทมิตรสหายที่อยู่กับคุณหญิงหมัดเสมอในทุกข์ยาม คือ วุฒา ภิรมย์ภักดี ,อนิตา วงศ์ทองศรี, ศักดิ์ทิพย์ ไกรกฤษ์ และเพื่อนสุดสนิท คือ ราศรี ปทุมมาศ ,จันทเพ็ญ (ทิวารี) ปุณศรี ,นัทธีวรรณ กลศาสตร์เสนี และเพื่อนสนิทอีกมากมายทั้งชาวไทยและต่างชาติ 

ประกายเพชร แหวนเกตุ,อนิตา วงศ์ทองศรี และ ราศี ปทุมมาศ ร่วมอวยพร

เจ้าของวันเกิดกับญาติสนิท ศักดิ์ทิพย์ ไกรกฤษ์

นัทธีวรรณ กลศาสตร์เสนี เพื่อนสนิทร่วมอวยพรพร้อมพื่อนชาวไทยและต่างชาติ

สุภาวดี พริ้งพวงแก้ว, โสมวรรณ สังคปรีชา, จันทเพ็ญ (ทิวารี) ปุณศรี และ ยุวรินทร์ พงศทัต

เมื่อทำบุญถวายภัตตาหารพระสงฆ์เรียบร้อยแล้ว ในช่วงค่ำเป็นงานรื่นเริงระหว่างคนกันเองที่รักคุณหญิงหมัดเป็นพิเศษ โดยงานเลี้ยงครั้งนี้ลูกสาวของคุณหญิงเป็นผู้เลือกสถานที่ให้เป็นของขวัญสำหรับคุณแม่ โดยมี วุฒา ภิรมย์ภักดี มอบของขวัญให้เจ้าของวันเกิดด้วยเสียงเพลง Wooden Heart และยังมีเสียงเพลงเป็นของขวัญจากคุณหญิงน้อง และ มดแดง เพิ่มศักดิ์ ไกรกฤษ์ (ลูกชายคุณหญิงน้อง) และที่ทำให้หัวใจของคุณหญิงหมัดเบิกบานมากเป็นพิเศษก็ คือ การได้รับของขวัญเป็นเสียงเพลงจากหลานยาย บีม วรณัน ภิรมย์ภักดี ที่คุณหญิงหมัดประกาศในงานว่า ตามปกติน้องบีม คือ หลานยาย แต่หญิงหมัดจะบอกกับผู้คนที่สนิทชิดเชื้อตามประสาฮาเฮว่า แท้จริงนั้น ดิฉัน คือ พี่สาวของบีม เพราะดิฉันยังไม่แก่นะคะ  แต่ต้องบอกว่าหลานยายที่ชื่อบีม วรณัน มีน้ำเสียงที่ดี และสามารถเป็นนักร้องอาชีพได้สบาย ๆ เพราะมีแรงส่งจากคุณปู่ วุฒา และคุณยาย คือคุณหญิงหมัด  ส่วนลูกเขยของคุณหญิงหมัด คือ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ก็มาแสดงความยินดีกับคุณหญิงในช่วงงานค่ำโดยบอกว่าเสียดายที่หลานชายของคุณหญิงกลับสวิตเซอร์แลนด์ไปแล้ว เลยไม่ได้มาร่วมงานด้วย แต่ก็มีเสียงบอกว่าหลานชาย คือ อนาคตนักแข่งรถระดับโลกที่จะมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะทุกวันนี้ก็รักและทุ่มเทการแข่งรถอย่างเอาจริงเอาจัง

คุณหญิงหมัด กับลูกสาว นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

เจ้าของวันเกิดอบอุ่นท่ามกลางลูกสาว นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,บีม วรณัน ภิรมย์ภักดี (หลาน) และ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี (เขย)

‘ดิฉันยังไม่แก่นะคะ’ คอนเซ็ปต์คุณหญิงหมัด เมื่อถ่ายภาพนี้กับหลานสาว บีม วรณัน ภิรมย์ภักดี

งานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบอายุ 78  ปี ของคุณหญิงหมัดจบลงด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พร้อมกับการร้องเพลง Happy Birthday หลายรอบจากญาติสนิทมิตรสหายของหม่อมราชวงศ์ มาลินี จักรพันธุ์ ผู้ที่ประกาศว่าจะจัดงานวันเกิดไปอีกจนกว่าจะไม่มีแรงจัด

เพิ่มศักดิ์ (มดแดง) – อภิชญา ไกรฤกษ์

Happy Birthday ครบรอบ 78 ปี คุณหญิงหมัด สตรีผู้มากความสามารถ และสดใสร่าเริงตลอดเวลา