รมช.เกษตรฯหนุนส้มโอทับทิมสยาม

รมช.เกษตรฯหนุนส้มโอทับทิมสยาม

รมช.เกษตรฯหนุนส้มโอทับทิมสยาม

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร และติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การปลูกส้มโอทับทิมสยาม บ้านแสงวิมาน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศูนย์เรียนรู้ดังกล่าว อยู่ภายใต้พื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีนายอิมรอนแสงวิมาน หมอดินอาสา เป็นเจ้าของซึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยประสบปัญหาการระบายน้ำในหน้าฝน ทำให้น้ำท่วมขังในแปลง และมีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพและปัญหาดินเปรี้ยวจัด กรมพัฒนาที่ดิน จึงแก้ปัญหาโดยจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น วัสดุหินปูนฝุ่น ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนนโยบายการจัดหาทรัพยากรทางการเกษตร ให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อการเกษตร และการยกระดับสินค้าเกษตร ด้วยการต่อยอดโครงการ1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ส่งผลให้ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้รับการปรับปรุงและพัฒนา ทำให้ผลผลิตส้มโอมีคุณภาพและได้มาตรฐาน และเกิดการรวมกลุ่มการปลูกส้มโอทับทิมสยาม โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการส่งเสริมทั้งด้านการผลิตและการตลาด จนสามารถส่งผลผลิตไปจำหน่ายให้บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้จากผลผลิต 2,142,888 บาทต่อปี

สำหรับส้มโอทับทิมสยาม ถือเป็นพื้นเศรษฐกิจที่สำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เป็นสินค้าอัตลักษณ์ของ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการรับรองเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคาผลผลิตค่อนข้างสูง จูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่นาหรือนาร้าง มาปลูกส้มโอทับทิมสยามกันมากขึ้น ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 6,093 ไร่ ปลูกมากที่สุดใน อ.ปากพนัง รวม 4,243 ไร่ เกษตรกร 841 ครัวเรือน ผลผลิตส้มโอกว่า 40% ส่งออกไปตลาดจีน ส่วนที่เหลือบริโภคภายในประเทศ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดมากกว่าปีละ 1,200 ล้านบาท

‘อิทธิ’ตรวจด่านฯ คุมเข้มมาตรการ ปราบสินค้าเถื่อน มุ่งเพิ่มการส่งออก

‘อิทธิ’ตรวจด่านฯ  คุมเข้มมาตรการ  ปราบสินค้าเถื่อน  มุ่งเพิ่มการส่งออก

‘อิทธิ’ตรวจด่านฯ คุมเข้มมาตรการ ปราบสินค้าเถื่อน มุ่งเพิ่มการส่งออก

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การส่งออก-นำเข้า และการป้องกันปราบปรามการลักลอบและทำสงครามสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายที่ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ว่าได้ขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ทั้งด้านพืชประมงและปศุสัตว์ รวมทั้งกำกับดูแลการนำเข้าส่งออกและนำผ่านสัตว์-ซากสัตว์ ตลอดจนบูรณาการกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ และกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามกฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมกับคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

“ด่านศุลกากรสะเดา ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคใต้ เป็นด่านชายแดนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมาก การลงพื้นที่ครั้งนี้มีความตั้งใจมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งทุ่มเทปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะการปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนที่เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ นอกจากนี้ด่านศุลกากรสะเดา ยังเป็นจุดบริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service-OSS) จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการนำเข้า ส่งออกสินค้าเกษตรให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนและค่าใช้จ่าย ตลอดจนผลักดันมาตรการเพิ่มขีดความสามารถด้านส่งออกทั้งสินค้าประมงพืชและปศุสัตว์ ให้มีศักยภาพเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร” รมช.เกษตรฯ กล่าว

เกษตรฯมอบโฉนดที่ดินฯ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

เกษตรฯมอบโฉนดที่ดินฯ  เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

เกษตรฯมอบโฉนดที่ดินฯ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอบโฉนด : นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน อ.นาทวี จ.สงขลา 100 ราย รวม 100 แปลง ที่ อบต.สะท้อน อ.นาทวี เป็นการสานต่อนโยบายปรับปรุงเอกสารสิทธิฯให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาอาชีพ

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสตรวจราชการในพื้นที่ จ.สงขลา และมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน อ.นาทวี จ.สงขลา 100 ราย พื้นที่รวม 100 แปลง ที่ อบต.สะท้อน อ.นาทวี ว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้สานต่อนโยบายสำคัญในการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ทำให้เกษตรกรสามารถต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าให้ครบ 22 ล้านไร่ทั่วประเทศ ในปี 2568 – 2569

“โฉนดเพื่อการเกษตร เป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ เพื่อสร้างโอกาสในการมีอาชีพ มีรายได้และมีความมั่นคงในชีวิต อีกทั้งเพื่อพัฒนาสิทธิและเพิ่มมูลค่าในที่ดินรัฐให้แก่เกษตรกร สิทธิประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับเพิ่มขึ้น ตลอดจนสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ทำประโยชน์นอกเหนือจากทายาท แต่ต้องเป็นเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสในการมีอาชีพ มีรายได้ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว” นายอิทธิ กล่าว

ส.ป.ก. มุ่งพัฒนาโครงการ กว่า 27 ล้านบาท เพื่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ส.ป.ก. มุ่งพัฒนาโครงการ กว่า 27 ล้านบาท เพื่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ส.ป.ก. มุ่งพัฒนาโครงการ กว่า 27 ล้านบาท เพื่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.10 น.

ส.ป.ก. มุ่งพัฒนาโครงการ กว่า 27 ล้านบาท เพื่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.) ครั้งที่ 1/2568 ในวันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมไชยยงค์ ชูชาติ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ 

ในการประชุม อกก.คง. ครั้งที่ 1/2568 มีวาระการประชุมที่สำคัญในการขอความเห็นชอบอนุมัติโครงการและใช้เงินกองทุนฯ ดังนี้

(1) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์บริการประชาชนออนไลน์ One Stop Service จำนวนเงิน 23,496,200 บา

(2) โครงการก่อสร้างหอถังสูงทรงแชมเปญพร้อมระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินแปลงเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค (สระ9) ตำบล กลัดหลวง และตำบลเข้ากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จำนวนเงิน 3,636,195 บาท

(3) โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หลักสูตร “เทคนิคการบริหารจัดการหนี้สินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ” จำนวนเงิน 42,260 บาท

นอกจากนั้นยังมีการขอความเห็นชอบคู่มือบริหารความเสี่ยงของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีบัญชี 2568 และแผนบริหารความเสี่ยงของกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีบัญชี 2568 และรายงานผลการปฏิบัติงานตามกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปีบัญชี 2568 ไตรมาสที่ 1 (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) เพื่อให้การดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด 

นายเศรษฐเกียรติ เลขาธิการ ส.ป.ก. เผยว่า “ส.ป.ก. มุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องสาธารณูปโภคและเพิ่มประสิทธิภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จึงมีมติอนุมัติโครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์บริการประชาชนออนไลน์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน นอกจากนั้น ยังอนุมัติโครงการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค เช่น โครงการก่อสร้างหอถังสูงทรงแชมเปญพร้อมระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินแปลงเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค (สระ9) รวมถึงพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หลักสูตร “เทคนิคการบริหารจัดการหนี้สินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ” ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างยั่งยืน

UFM ฉลองครบรอบ 60 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ แป้งสาลีเจ้าแรกของไทย

UFM ฉลองครบรอบ 60 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ แป้งสาลีเจ้าแรกของไทย

UFM ฉลองครบรอบ 60 ปี ตอกย้ำความสำเร็จ แป้งสาลีเจ้าแรกของไทย

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.43 น.

บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ตำนานความผูกพันที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน จากรุ่นสู่รุ่น ฉลองครบรอบ 60 ปี จัดงาน “UFM Food Fair” ชุมชนเบเกอรี่และอาหารแห่งความทรงจำ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่อยู่เคียงข้าง UFM เสมอมา

วันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ UFM ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแป้งสาลีรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดเผยว่า UFM เป็นแบรนด์แป้งสาลีเจ้าแรกของไทย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา UFM มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จนได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการและลูกค้าทั่วไป ดังนั้น เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปี จึงได้จัดงาน UFM Food Fair ขึ้น ซึ่งนับได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีร้านเบเกอรี่และอาหารจากทั่วประ เทศร่วมออกบูธถึง 60 ร้านค้า ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้รู้จักแบรนด์ UFM มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านการทำเบเกอรี่และอาหารให้กับองค์กร ผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการสร้างงานและสร้างอาชีพให้กับคนไทย

สำหรับบรรยากาศภายในงานมีการจำลองโซนนิทรรศการถ่ายทอดเรื่องราวประวัติความเป็นมาของ UFM ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ย้อนรอยประวัติศาสตร์ 60 ปี ของการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปแป้งสาลี  “ของคนไทย เพื่อคนไทย” มีร้านเบเกอรี่และอา หารจากทั่วประเทศ ที่รังสรรค์เมนูด้วยแป้งสาลี UFM อาทิ ขนมฝรั่งแม่ไน้, คุณปุ๊ กะหรี่ปั๊บ, อาม้าเบเกอรี่, ปาท่องโก๋เสวย เยาวราช, เต้าส้อกันตัง จ.ตรัง และ รุ่งเรือง บะหมี่ฮกเกี้ยน เป็นต้น รวมทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายให้ได้ร่วมสนุกและรับรางวัลแทนคำขอบคุณจาก UFM ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมแชะแอนด์แชร์ ลุ้นตุ๊กตาลิมิเต็ดจาก UFM กิจกรรมสาธิตการทำขนมจากโรงเรียนสอนทำ ขนมอบและอาหารยูเอฟเอ็ม กิจกรรม “ภารกิจกินให้สุด อย่าหยุดที่คำว่าอิ่ม” จากคุณแนทกินจุ Nat vs Food รวมถึงมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องชื่อดัง ว่าน ธนกฤต และ อะตอม ชนกันต์ อีกด้วย

040

วันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์

วันทนา ทองไทย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์

สกาย-นานิ เผยโฉม Emporio Armani Spring/Summer 2025

สกาย-นานิ เผยโฉม Emporio Armani Spring/Summer 2025

สกาย-นานิ เผยโฉม Emporio Armani Spring/Summer 2025

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.09 น.

Emporio Armani ชวนสองหนุ่มสุดฮอต สกาย วงศ์รวี และ นานิ หิรัญกฤษฎิ์  เผยโฉมคอลเลกชัน Spring/Summer 2025 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Freedom in Nature” ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านดีไซน์ที่ผสมผสานความอ่อนโยนและความเท่ได้อย่างลงตัว ผ่าน 3 ลุค 3 สไตล์ที่สะท้อนจิตวิญญาณของฤดูกาลนี้

เริ่มต้นด้วยลุคแรก สกายและนานิเลือกสวมแจ็กเก็ตโทนสีอ่อนพอดีตัวและเบลเซอร์ทรงโอเวอร์ไซส์ จับคู่กับกางเกงทรงตรงที่เข้ากันอย่างลงตัว ถัดมาคือลุคที่สอง ซึ่งนำเสนอเสื้อบลูซงเอวจั๊มและเบลเซอร์จับคู่กับกางเกงสีดำ ให้ลุคที่ดูเรียบโก้แต่ยังคงแฝงเสน่ห์อ่อนโยนด้วยเสื้อตัวในโทนสีอ่อน และปิดท้ายด้วยลุคสุดคลาสสิก—สกาย ในเชิ้ตสีดำคู่กับกางเกงยีนส์พิมพ์ลายโลโก้ all-over ขณะที่ นานิ เลือกสวมเสื้อคอวี พร้อมเพิ่มเลเยอร์ด้วยสเวตเตอร์พาดไหล่

คอลเลกชัน นี้ Spring/Summer 2025 ได้แรงบันดาลใจจากการสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงาม ผ่านการใช้โทนสีธรรมชาติ อ่อนโยน สีโทนสดใส และสีเฟดจากแสงแดด ประสานเข้ากันอย่างดีกับโทนสีของข้าวสาลี ทราย หญ้าแห้ง และสีอ่อนของหินชอล์ก ไปจนถึงสีม่วงลาเวนเดอร์และดอกเฟื่องฟ้าสะดุดตา วัสดุที่ใช้สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ทั้งผ้าขนสัตว์ทอผสมผ้าไหมบางเบา ผ้าลินิน ผ้าป่านทอเนื้อดี ผ้าหนังกลับ ผ้าตาข่ายโปร่ง ผ้าเดนิมฉลุลายอย่างมีศิลปะ รวมไปถึงผ้าคาดี้เนื้อพลิ้ว ช่วยสร้างลุคที่ดูสบายตาและพลิ้วไหว

นอกจากไอเทมที่สกายและนานิสวมใส่ในแคมเปญแล้ว คอลเลกชันนี้ยังมีแจ็กเก็ตทรงไหล่ดร็อปกระดุมต่ำ เสื้อบลูซงเอวจั๊มที่เบาสบายเหมือนใส่เสื้อเชิ้ต หรือในบางครั้งยังสามารถนำเสื้อกั๊กมาสลับใส่แทนได้ เสื้อทูนิคผ้าลินินทอหลวมให้ความรู้สึกเย็นสบาย เบลเซอร์ปกคู่หรือทรงโอเวอร์ไซส์ที่มีขนาดใหญ่เกือบเท่าเสื้อโอเวอร์โค้ทเป็นการนำไอเทมคลาสสิกมานำเสนอใหม่

แต่ที่ขาดไม่ได้คือกางเกงเนื้อผ้านุ่มทรงตรง ปลายขามีกระดุมและซิป พร้อมเอวสูงพับทบช่วยเพิ่มดีเทลให้กับลุค และเทคนิคงานแพทช์ที่บ่งบอกถึงความพิเศษในการตัดเย็บ สวมคู่กับรองเท้าทรงมอคคาซิน หรือรองเท้าบู้ทช่วยเสริมกลิ่นอายคันทรีและลุคคาวบอยขี่ม้าในซีซั่นนี้ และถ้าอยากได้ลุคสบายๆ เรียบง่าย ต้องยกให้กางเกงขาสั้นเบอร์มิวด้าทำจากหนัง โดดเด่นเมื่อจับคู่กับหมวกฟาง กระเป๋าคาวบอยหนังแยกชิ้น และกระเป๋าใส่ช่อลาเวนเดอร์ที่ช่วยเติมเต็มความโรแมนติกของฤดูกาล

040

เปิดตัว ‘เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์’ แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์คนใหม่

เปิดตัว ‘เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์’  แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์คนใหม่

เปิดตัว ‘เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์’ แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์คนใหม่

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ ตอกย้ำผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ระดับโลก ด้วยงาน “Best Foods Good Choice 2025” พร้อมเปิดตัว เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์ แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์คนใหม่

ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions: UFS) เผยข้อมูลตลาดและเทรนด์เบเกอรี่ เพื่อผู้ประกอบการ  ในงาน “Best Foods Good Choice 2025”  เพื่อแบ่งปันทักษะความรู้สำคัญ แบบเจาะลึกทิศทางการดำเนินธุรกิจ และแนวโน้มตลาด การนำเสนอไอเดียและโซลูชันใหม่ๆ ตอบโจทย์ทุกมิติ ทั้งผลิตภัณฑ์ บริการที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ระดับโลก

สุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ ประเทศไทยและกัมพูชา กล่าวว่า  “หนึ่งในพันธกิจของยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์  (Unilever Food Solutions: UFS)  คือการสร้างแรงบันดาลใจแก่เชฟและผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเบเกอรี่  พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการในงานครัว  ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในธุรกิจ ตลอดจนช่วยสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ  เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการทั้งในครัวและภายในร้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แบรนด์สินค้าที่ได้รับความนิยมระดับโลกอย่างคนอร์และเบสท์ฟู้ดส์

“เราต้องการสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เมนูเบเกอรี่ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ทันยุคสมัย  พร้อมเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จการดำเนินธุรกิจฉบับมืออาชีพแบบจัดเต็มผ่านวัตถุดิบเบเกอรี่คุณภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร โดยมีเชฟเบเกอรี่ชื่อดัง  เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์  แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์คนใหม่ และกูรูตัวท็อปธุรกิจร้านเบเกอรี่ เบียร์ สมพบ กาศยปนันทน์ ร้านนนท์เบเกอรี่, อิ๋ว รัตนา ปาละพงศ์ ร้านผึ้งน้อยเบเกอรี่ และ  แม็กซ์ กัลยาพร สาธรณ์ ร้านปังเว้ย…เฮ้ย!!!” มาร่วมให้ถ่ายทอดความรู้ เพื่อเสริมแกร่งผู้ประกอบการได้ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่ต้องเผชิญในอนาคต”

ความพิเศษของงาน “Best Foods Good Choice 2025”   คือ “เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์”  แบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์ ในฐานะยูทูปเบอร์ชื่อดังด้านการทำเบเกอรี่และเจ้าของเพจ เชฟนุ่น So Sweet..By ChefNun  ยังแชร์ความรู้หัวข้อ “เทคนิคการทำคอนเทนต์ให้ปัง  การปั้นตัวเองให้โด่งดังบนโลกออนไลน์” เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจใหม่ ต่อให้ไม่มีพื้นฐานก็สามารถทำได้

เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์  กล่าวว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์ผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ระดับโลก อย่าง ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions: UFS)  ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เบสท์ฟู้ดส์   พร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและเทคนิคเล็กๆน้อยๆ แบบจัดเต็ม ที่สั่งสมตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำธุรกิจเบเกอรี่ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มธุรกิจใหม่”

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้จากเว็บไซต์ https://www.unileverfoodsolutions.co.th/th.html หรือ เพจเฟสบุ๊ก Best Foods เพื่อนรักนักอบ

040

สุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์ และ เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์

สุรีรัตน์ ลีลาศิริวณิชย์ และ เชฟนุ่น-ณัฐนรี จันทเปรมจิตต์

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025 ‘UN ÉTÉ FRANÇAIS’

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025 ‘UN ÉTÉ FRANÇAIS’

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025 ‘UN ÉTÉ FRANÇAIS’

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.51 น.

CELINE เผยโฉมคอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025 ในชื่อ UN ÉTÉ FRANÇAIS  โดย Hedi Slimane เริ่มสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ในเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเรื่อง “La Chamade” ของ Francoise Sagan อีกครั้ง ควบคู่ไปกับเสียงเพลงของวงดนตรีร็อคสัญชาติอเมริกัน The Velvet Underground & Nico เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่การจากไปของ Françoise Hardy ศิลปินและนักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศส

คอลเลคชั่น UN ÉTÉ FRANÇAIS ถูกออกแบบให้เน้นย้ำถึงบุคลิกและภาพลักษณ์ของ Françoise Hardy ผ่านนางเอกของเรื่อง ที่สวมผ้าคาดศรีษะจากผ้าไหมเจอร์ซี่สีดำ จับคู่กับผมหน้าม้าสั้นและทรงผมบ็อบทั้งยาวและสั้น อายไลเนอร์เส้นคมกริบลากยาว เป็นการเน้นย้ำถึงการกลับมาของชุดกระโปรงโรงเรียนแบบพลีต ซึ่งตัดเย็บจากผ้าแคชเมียร์เนื้อบางเบาพร้อมผสานเทคนิคการปักด้วยมือ ควบคู่กับเสื้อโค้ทแบบสั้นทำจากหนังกลับหรือหนังแกะแวววาว ชุดทวินเซ็ท (Twinsets) ปักเลื่อมที่สวมทับกระโปรงทรงดินสอ (suspended pencil skirt) หรือกระโปรงทรงเอแบบสั้น (Mini A-Line Skirt) คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของยุค 60s ได้เป็นอย่างดี  

ขณะที่ Silhouette และดีเทลการประดับตกแต่งๆ บนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ารวมไปถึงเครื่องประดับ นอกจากจะนำความคลาสสิคของยุคแฟชั่นกลับมาให้หวนคิดถึงแล้ว การออกแบบในคอลเลคชั่นนี้ยังเน้นย้ำในเรื่องของงานปักประดับคริสตัลและหินสี อันถือเป็นจุดเด่นที่แสดงออกถึงความสามารถในงานฝีมือของแบรนด์ได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ

040

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี ‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’ สร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี ‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’  สร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี ‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’ สร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.23 น.

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล บทบาทของสตรีในสังคมไทยก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ได้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ซึ่งที่เห็นได้ชัดคือ  “ภาวะผู้นำหญิง” ที่มีทั้งจำนวน อิทธิพล และคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นในยุคที่มีการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศในสังคมมากขึ้น เรายังได้เห็นการสอดแทรก “บทบาทสตรี” ในช่องทางการสื่อสาร รวมถึงสื่อบันเทิงเพื่อชี้ให้สังคมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังกล่าว พร้อมกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าและพร้อมที่จะสวมบทบาทผู้นำในแวดวงต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม

เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความเท่าเทียม และการกระจายบทบาทผู้นำไปสู่กลุ่มสตรีเพศ ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ได้เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้นำหญิงที่สะท้อนผ่านตัวละครในสื่อภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และซีรีส์ ซึ่งเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและอิทธิพลของผู้นำหญิงในโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งจุดประกายให้ประชาคมมองเห็นศักยภาพของสตรีในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า

แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำหญิงในสังคมไทย

ดร.โกสุม ให้ข้อมูลว่า ภาวะผู้นำหญิงในสังคมไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าสังคมยังคงมีมุมมองที่ผูกติดกับภาพลักษณ์ของผู้นำที่มีลักษณะเฉพาะเช่น ความมั่นใจ ความกล้าตัดสินใจ และมีวิสัยทัศน์ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติที่เชื่อมโยงกับความเป็นชาย แต่ปัจจุบันก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการรับรู้ภาวะผู้นำหญิงที่สามารถแสดงออกด้วยความฉลาดทางอารมณ์และภาวะผู้นำที่เน้นการมีส่วนร่วม ความสามารถในการฟังและการทำงานร่วมกับทีม ถือเป็นจุดแข็งที่ผู้นำหญิงสามารถใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียมและครอบคลุม โดยเน้นการสร้างความร่วมมือและการบริหารที่อิงกับความเห็นอกเห็นใจ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้

“ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะมีการพัฒนาทางด้านภาวะผู้นำหญิง แต่ยังคงมีความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญ เช่น อคติทางเพศที่แฝงอยู่ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงตำแหน่งบริหารระดับสูง นอกจากนี้ ผู้หญิงยังต้องเผชิญกับความคาดหวังต่อบทบาทตามเพศสถานะที่ยึดโยงผู้หญิงกับการดูแลลูกและครอบครัว ผู้หญิงถูกคาดหวังให้ทำงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและการทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้ไปพร้อมกัน เป็นภาระงานสองด้าน ที่ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนเว ลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กร”

ตัวละครสตรีในสื่อกับการฉายภาพผู้นำหญิง

ดร.โกสุม กล่าวว่า สื่อภาพยนตร์หรือซีรีส์ร่วมสมัยสามารถเป็นกระจกสะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในชีวิตจริงนั้น ส่วนตัวมองว่า “อาจยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์” เพราะ “ชีวิตจริง” คือสิ่งที่หลากหลายและไม่สามารถถูกจับมาวัดโดยตรงจากสิ่งที่ปรากฏในสื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวละครหญิงในสื่อสามารถเป็น “กระจกสะท้อน” ให้เห็นภาพของการต่อสู้และการพัฒนาในบทบาทผู้นำในหลายๆ ด้านได้ และบางครั้งอาจเป็น “แรงผลักดัน” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ ตัวอย่างเช่น ซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่นำเสนอผู้หญิงในฐานะนักการเมือง นักธุรกิจ หรือผู้นำกระบวนการเปลี่ยนแปลง มักสะท้อนเสียง อำนาจ และการต่อสู้ของผู้หญิง การพิสูจน์ความสามารถในระบบที่มีอุปสรรคสำหรับผู้หญิง รวมถึงการแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายในการดำเนินชีวิต

ถึงแม้ว่าจะมีตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งมากขึ้นในสื่อ แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา เช่น ตัวละครหญิงที่มีอำนาจมักถูกทำให้เป็นตัวร้าย หรือมักจะต้องเผชิญกับการลงโทษในตอนจบซึ่งสะท้อนถึงการยึดติดกับอคติทางเพศที่มองว่าอำนาจของผู้หญิงไม่สามารถอยู่ได้ในแบบที่เป็นธรรมชาติ หรือมีความสมดุล ในขณะเดียวกัน ตัวละครเหล่านี้มักจะถูกนำเสนอในกรอบของ Superwoman ที่ต้องมีความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ทั้งในแง่การทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงในชีวิตของผู้นำหญิงที่สามารถล้มลุกคลุกคลานและยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีการเน้นความขัดแย้งระหว่างผู้หญิงด้วยกันเอง มากกว่าการสนับสนุนกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่เสริมสร้างการทำงานร่วมกันในสังคม

มุมมองผู้นำหญิงยุคใหม่ในโลกแห่งความเท่าเทียมทางเพศ

ดร.โกสุม มองว่า ยุคสมัยของความเท่าเทียมทางเพศนี้ ภาวะผู้นำหญิงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสังคมที่เคยเห็นว่าผู้ชายคือผู้นำเพียงเพศเดียว เพราะผู้นำหญิงไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในองค์กรและสังคม โดยการนำแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Leadership) ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมงานและการร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงการเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในยุคที่มีความรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีและสังคม ผู้นำหญิงยุคใหม่ไม่เพียงแค่สนับสนุนการพัฒนาในองค์กร แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศในทุกภาคส่วน

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ หนึ่งในต้นแบบผู้นำที่น่าเรียนรู้

ดร.โกสุม กล่าวว่า รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในต้นแบบที่น่าเรียนรู้ของผู้นำที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยใช้แนวคิด Inclusive Leadership เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรผ่านวิกฤตต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เพื่อช่วยเหลือสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลักดันมหาวิทยาลัยเข้าสู่ยุคดิจิทัล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำหญิงในปัจจุบันไม่เพียงแค่มีความสามารถในการบริหารจัดการ แต่ยังสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมและสร้างความยั่งยืนได้ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและการพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุม

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาวะผู้นำหญิงก้าวหน้าในสังคมไทย คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม การศึกษา และการยอมรับของสังคมต่อแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เราต้องผลักดันให้มีนโยบายและโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้นำหญิง ไม่ใช่แค่การให้ที่นั่งในโต๊ะประชุม แต่ต้องสร้างพื้นที่ที่เสียงของผู้หญิงมีความหมายจริงๆ และผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อแสดงตัว แต่คือผู้ที่ยืนเคียงข้างและยกมือให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าไปด้วยกัน

040

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ

ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์

ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์

‘พญ.ณัศรัตน์’ เผย ‘ศัลยกรรม’ ทางเลือกเพื่อดึงความมั่นใจด้านความงาม

‘พญ.ณัศรัตน์’ เผย ‘ศัลยกรรม’ ทางเลือกเพื่อดึงความมั่นใจด้านความงาม

‘พญ.ณัศรัตน์’ เผย ‘ศัลยกรรม’ ทางเลือกเพื่อดึงความมั่นใจด้านความงาม

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัจจุบัน “ศัลยกรรม” เป็น 1 ในทางเลือกที่ผู้คนให้ความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในจุดต่างๆ หรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างในส่วนที่ต้องการ รวมทั้งการทำเพื่อให้ดูอ่อนวัย ซึ่งในแต่ละยุคจะเห็นได้ชัดถึงเทรนด์การทำศัลยกรรมที่มีความแตกต่างกันไปซึ่งมาพร้อมกับอิทธิพลในหลายปัจจัยที่เสริมในการตัดสินใจการทำศัลยกรรม อาทิ คนดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ, สื่อในโซเชียลมีเดีย,เทคนิคในการผ่าตัดหรือเสริมความงาม, ความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ชำนาญ และเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่

พญ.ณัศรัตน์ กุลเกียรติประเสริฐหรือ “คุณหมอน้ำ” ซีอีโอ EMMA CLINIC กล่าวว่า การเลือกให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง เปรียบเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและมีประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพ การออกกำลังกาย การทานอาหาร รวมถึงด้านความงามในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวและช่วงวัยเพื่อช่วยบำรุงและฟื้นฟู การเลือกใช้เทคโนโลยีและเทคนิคทางการแพทย์เข้ามาเติมความสมบูรณ์แบบให้กับใบหน้ารวมถึงร่างกาย รวมถึงความนิยมล่าสุดอย่างการทำศัลยกรรมที่ซึ่งนับเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและส่งเสริมให้ดูดีมากยิ่งขึ้น

“อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญอย่างมากในการทำศัลยกรรม ก็คือ เน้นความเป็นธรรมชาติเพื่อให้เข้ากับตัวแต่ละบุคคล และต้องปลอดภัย
เจ็บตัวน้อย ใช้เวลาพักฟื้นไว ได้ผลลัพธ์เป็นที่พึงพอใจ ภายใต้ความมั่นใจในฝีมือของศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีประสบการณ์ ซึ่งนับว่าเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตจากการปรับโครงสร้าง รวมถึงการเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พิจารณาในการทำศัลยกรรม”

คุณหมอน้ำกล่าวอีกว่า การทำศัลยกรรม มีทั้งการทำแบบไม่ต้องผ่าตัด เช่น การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดูแลความงามทั้ง เลเซอร์เครื่องยกกระชับ เพื่อการรักษาและปรับรูปหน้า ที่ได้รับความนิยมมีทั้ง Botox, Filler, HIFU และ Ultheraรวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อปรับในส่วนต่างๆ อาทิ การเสริมจมูก, การเสริมหน้าอก, การเสริมคาง, การทำตาสองชั้น, การทำปากกระจับ ซึ่งการผ่าตัดมีหลายส่วนที่ต้องออกแบบประกอบกัน ทั้งทรงที่ต้องการ ซิลิโคนที่เลือกใช้ รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่มีความแตกต่างกันไป เช่น การศัลยกรรมจมูกแบบเปิด และ แบบปิด รวมถึงการเสริมคาง-การทำปากกระจับ ที่มีเทคนิคในการผ่าตัดเพื่อซ่อนไหม

“เห็นได้ชัดว่าการทำศัลยกรรมในไทยได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลมาจากสังคมไทยให้การยอมรับเรื่องการทำศัลยกรรมมากยิ่งขึ้น โดยทาง EMMA CLINIC ที่เปิดให้บริการครบ 8 ปี มีผู้เข้ารับบริการที่หลากหลายเพื่อเสริมความมั่นใจ เราภูมิใจในความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่มารับคำปรึกษาพร้อมการออกแบบใบหน้าและโครงสร้างต่างๆ ภายใต้ความใส่ใจในทุกดีไซน์ โดยมุ่งเน้นการออกแบบใบหน้าในแบบที่เหมาะสมกับลูกค้า มีความเป็นธรรมชาติ เน้นย้ำเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในทุกขั้นตอนรวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ดูแลทุกเคสด้วยความจริงใจ เสมือนเพื่อนที่ดูแลกัน”

พญ.ณัศรัตน์ กุลเกียรติประเสริฐ

สำหรับ EMMA CLINIC เป็นคลินิกเสริมความงามที่มุ่งเน้นการออกแบบใบหน้าในแบบที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ในการทำศัลยกรรมแต่ละด้าน ทั้งการเสริมจมูก : โดยมีการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยเทคนิค Closed, Soft Open, และ Open พร้อมทั้งมีการออกแบบทรงจมูกที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในทรง Teardrop Signature

การทำตาสองชั้น : การออกแบบชั้นตาให้สวย ละมุน ด้วยเทคนิค Milli Eyes ด้วยการวัดองศาอย่างละเอียด แก้ไขปัญหาตรงจุดเส้นตาคมชัดแต่ยังคงความธรรมชาติ บวมช้ำน้อย การทำปากกระจับ : เพิ่มเสน่ห์ให้กับภาพรวมของใบหน้า ด้วยเทคนิคยกมุมปากแผลในซ่อนปมไหม หมดห่วงเรื่องรอยแผลเป็น ร่วมกับเทคนิค Lip Graft ปรับแต่งทรงปากเพื่อให้ทรงปากดูเข้ารูปมากขึ้น ลดโอกาสการคลายตัวในระยะยาว โดยทรงปากที่ได้รับความนิยมด้วยทรงปากกระจับ Friendly Lip การเสริมคาง : ด้วยเทคนิค Chin Design Locked แผลเล็กเพียง 1-1.5 เซนติเมตร พร้อมซ่อนแผลในปาก ไร้รอยแผล โดยทรงคาง Soft V ช่วยเพิ่มมิติและความละมุนให้ใบหน้าดูเรียว สวยเป็นธรรมชาติ การเสริมหน้าอก : ให้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติด้วยเทคนิคเย็บแผล Pencil Line ที่มีการเย็บแผลถึง 4 ชั้น เป็นการเย็บแบบซ่อนปมไหม รอยแผลขนาดเพียง 1.5-3 เซนติเมตร ช่วยลดโอกาสการเกิดแผลคีลอยด์ โดยการเสริมหน้าอกทรง Boom Chic เน้นขนาดและทรงที่สวยสมส่วนเข้ากับสรีระของแต่ละบุคคล

ปัจจุบัน EMMA CLINIC มีทั้งสิ้น 10 สาขา ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ได้แก่ สาขาแพรกษา, สาขาพระราม 2, สาขาพระราม 9, สาขาอโศก, สาขาลาดพร้าว, สาขารังสิต, สาขาชลบุรี, สาขาพิษณุโลก, สาขาขอนแก่น, สาขาโคราช และสาขาที่ 11 มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2568 นี้ ที่ภูเก็ต สนใจสามารถดูรายละเอียดการให้บริการต่างๆ ได้ที่ https://emmaclinicthailand.com/