นักท่องเที่ยวแห่ออกจากเมืองอินเดีย หลังเกิดเหตุรุมโทรมหญิงอิสราเอล

นักท่องเที่ยวแห่ออกจากเมืองอินเดีย หลังเกิดเหตุรุมโทรมหญิงอิสราเอล

11 มี.ค. 2568 06:08 น.

นักท่องเที่ยวแห่ออกจากเมืองอินเดีย หลังเกิดเหตุรุมโทรมหญิงอิสราเอล

นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนแห่เดินทางออกจากเมืองมรดกโลกของอินเดีย หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายรุมโทรมผู้หญิงและฆาตกรรมนักท่องเที่ยวเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 ว่า นักท่องเที่ยวหลายร้อยคนแห่เดินทางออกจากเมืองฮัมปี (Hampi) เมืองมรดกโลกในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ไม่กี่วันหลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวหญิงชาวอิสราเอลกับหญิงชาวอินเดียเจ้าของโฮมสเตย์ ถูกกลุ่มคนร้ายรุมโทรมข่มขืน ขณะที่ชายอีกคนถูกฆาตกรรม

เมืองฮัมปี เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรวิชัยนคร ถูกยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีซากโบราณมากมายริมแม่น้ำทุงกา และได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2529 ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละมากกว่า 100,000 คน โดยเฉพาะชาวอิสราเอลและยุโรป

อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีดังกล่าวกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก สร้างความหวาดกลัวให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก โดยนายไซเยด อิสมาเอล ผู้เป็นไกด์นำเที่ยวเผยว่า นักท่องเที่ยวกว่า 90% ตัดสินใจออกจากโฮมสเตย์และเดินทางออกจากพื้นที่ ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ได้รับคำแนะนำให้เดินทางเป็นกลุ่ม และหลีกเลี่ยงพื้นที่เปลี่ยว

นายราม อราซิดดี ผู้กำกับการตำรวจเมืองฮัมปีเผยว่า เหตุโจมตีเกิดขึ้นเมื่อ 6 มี.ค. ที่หมู่บ้านซานาปูร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเข้าพักเนื่องจากอยู่ใกล้กับซากโบราณและวัดต่างๆ โดยหญิงชาวอิสราเอลกับหญิงเจ้าของโฮมสเตย์ กับผู้ตายและนักท่องเที่ยวชายอีก 2 คน กำลังดูดาวใกล้กับวัดแห่งหนึ่ง ก่อนที่ชาย 3 คนจะขี่จักรยานยนต์เข้ามาหา และถามทางไปปั๊มน้ำมัน

กลุ่มผู้เสียหายบอกทางไปแต่กลุ่มชาย 3 คนกลับเรียกร้องขอเงิน 100 รูปี ซึ่งฝ่ายผู้เสียหายพยายามปฏิเสธแต่สุดท้ายหนึ่งในนักท่องเที่ยวชายก็มอบเงินให้ชายกลุ่มนี้ไป 20 รูปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาย 3 คนไม่พอใจและเกิดการทะเลาะวิวาทขึ้น โดยกลุ่มชายทั้งสาม ผลักนักท่องเที่ยวชาย 3 คนตกลงไปในแม่น้ำ แล้วลงมือข่มขืนหญิงทั้งสอง

ด้านนักท่องเที่ยวชายสามารถว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งได้ 2 คน ส่วนอีกคนเป็นนักท่องเที่ยวจากรัฐโอดิชา จมน้ำเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 รายได้ในวันเสาร์ (8 มี.ค.) ส่วนผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 ถูกจับตัวได้ในรัฐทมิฬนาฑูซึ่งอยู่ติดกันเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนที่เขาจะถูกนำตัวไปยังรัฐกรณาฏกะในวันจันทร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐออนแทริโอสั่งขึ้นค่าไฟฟ้าที่ขายให้สหรัฐฯ อีก 25% ตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์

รัฐออนแทริโอสั่งขึ้นค่าไฟฟ้าที่ขายให้สหรัฐฯ อีก 25% ตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์

11 มี.ค. 2568 04:00 น.

รัฐออนแทริโอสั่งขึ้นค่าไฟฟ้าที่ขายให้สหรัฐฯ อีก 25% ตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์

รัฐออนแทริโอประกาศเก็บเงินค่าไฟฟ้าที่พวกเขาส่งออกให้สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 25% เพื่อตอบโต้การทำสงครามการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายดั๊ก ฟอร์ด ผู้นำรัฐบาลรัฐออนแทริโอ ในประเทศแคนาดา ประกาศในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 ว่า พวกเขาจะเก็บค่าพลังงานไฟฟ้าที่ส่งออกให้แก่ครัวเรือนกับธุรกิจอเมริกัน 1.5 ล้านแห่ง เพิ่มขึ้นอีก 25% โดยมีผลในทันที เพื่อตอบโต้การทำสงครามการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ภายใต้มาตรการใหม่ของนายฟอร์ด หน่วยผลิตไฟฟ้าใดๆ ที่ขายไฟฟ้าให้แก่สหรัฐฯ จะต้องเก็บเงินเพิ่ม 25% ซึ่งรัฐบาลออนแทริโอคาดว่ามาตรการนี้จะสร้างรายได้ประมาณ 300,000-400,000 ดอลลาร์แคนาดาต่อวัน ซึ่งจะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนแรงงาน, ครอบครัว กับธุรกิจในออนแทริโอ

“ผมจะไม่ลังเลที่จะเพิ่มค่าไฟฟ้านี้ หากสหรัฐฯ ตอบโต้ ผมก็ไม่ลังเลที่จะหยุดการจ่ายไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง” นายฟอร์ดกล่าวที่งานแถลงข่าวในเมืองโทรอนโต และย้ำด้วยว่ามาตรการของเขาจะยังคงบังคับใช้แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาบางส่วนเป็นเวลา 1 เดือน โดยระบุว่า การหยุด 1 เดือนนั้นทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ รัฐออนแทริโอส่งกระแสไฟฟ้าให้แก่ครัวเรือนกับธุรกิจในรัฐ มินนิโซตา, นิวยอร์ก และมิชิแกน

อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการไฟฟ้าในสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า มาตรการของรัฐออนแทริโอจะส่งผลกระทบไม่มากนัก โดยเฉพาะในรัฐมินนิโซตา โดยตามการเปิดเผยของ “มินนิโซตา พาวเวอร์” ผู้ให้บริการไฟฟ้าหลักในรัฐแห่งนี้ระบุว่า ในปี 2567 พวกเขานำเข้าไฟฟ้าจากออนแทริโอเพียง 4 จาก 12 เดือน คิดเป็นมูลค่า 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

ด้าน Midcontinent Independent System Operator (MISO) องค์กรผู้บริหารจัดการระบบพลังงานส่วนภูมิภาค ตั้งแต่ รัฐมานิโทบา ในแคนาดา ไปจนถึงรัฐมินนิโซตาและลุยเซียนา ก็คาดว่าผลกระทบจากมีไม่มากนัก เนื่องจาก MISO ซื้อพลังงานจากแคนาดาไม่ถึง 50% จากทั้งหมด และเป็นพลังงานจากออนแทริโอไม่ถึงครึ่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

X ล่มหลายรอบ “อีลอน มัสก์” เผย โดนโจมตีทางไซเบอร์

X ล่มหลายรอบ “อีลอน มัสก์” เผย โดนโจมตีทางไซเบอร์

11 มี.ค. 2568 02:15 น.

X ล่มหลายรอบ “อีลอน มัสก์” เผย โดนโจมตีทางไซเบอร์

อีลอน มัสก์ ชี้แจงแล้ว X โดนโจมตีทางไซเบอร์ หลังล่มหลายรอบนานหลายชั่วโมง เชื่อโดนกลุ่มใหญ่โจมตีหรืออาจมีประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า X หรือชื่อเดิมคือ ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม ประสบปัญหาระบบล่มหลายครั้งในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 โดยบางครั้งยาวนานหลายชั่วโมง สร้างความปั่นป่วนไปทั่ว และทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ผู้ใช้งาน

ล่าสุดนายอีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัท X ออกมาชี้แจงแล้ว โดยโพสต์ข้อความผ่านบัญชีผู้ใช้ของตัวเองที่มีผู้ติดตามมากกว่า 219 ล้านฟอลโลเวอร์ว่า “มีการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ (และยังเกิดขึ้นอยู่) เกิดขึ้นกับ X”

“เราถูกโจมตีทุกวัน แต่ครั้งนี้กระทำโดยหลากหลายแหล่งมาก อาจเป็นความร่วมมือของกลุ่มขนาดใหญ่ หรือมีประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง กำลังตามรอยอยู่…” นายมัสก์ระบุ

ทั้งนี้ ผู้ใช้งาน X เริ่มรายงานปัญหาในการเข้าใช้งานในเวลาประมาณ 5.30 น. วันจันทร์ตามเขตเวลาตะวันออก (ET) ซึ่งช้ากว่าไทย 12 ชั่วโมง โดยตอนแรกปัญหาดูเหมือนจะคลี่คลาย แต่ระบบก็ล่มอีกครั้งในเวลา 9.30 ET และตามด้วยการล่มครั้งที่ 3 ซึ่งกระทบผู้ใช้งานมากขึ้นในเวลาประมาณ 11.00 ET

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : variety

กลาโหมซีเรียยัน การโจมตีกลุ่มโปรอัสซาดจบแล้ว ปชช.ดับเกิน 1,000 ศพ

กลาโหมซีเรียยัน การโจมตีกลุ่มโปรอัสซาดจบแล้ว ปชช.ดับเกิน 1,000 ศพ

11 มี.ค. 2568 01:48 น.

กลาโหมซีเรียยัน การโจมตีกลุ่มโปรอัสซาดจบแล้ว ปชช.ดับเกิน 1,000 ศพ

กระทรวงกลาโหมซีเรียเผย ปฏิบัติการโจมตีกลุ่มติดอาวุธผู้ภักดีต่อผู้นำคนก่อน เสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมจัดการสืบสวน หลังมีข่าวว่าประชาชนถูกเข่นฆ่านับพันศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของซีเรียเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 ว่า พวกเขาเสร็จสิ้นปฏิบัติการทางทหารในจังหวัดบริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศแล้ว หลังเกิดการต่อสู้ติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประชาชนถูกสังหารไปมากกว่า 1,000 ศพ

ตามการเปิดเผยของนาย ฮัสซัน อับดุล กานี โฆษกกระทรวงกลาโหม กองกำลังความมั่นคงได้จัดการกับกลุ่มผู้ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ในหลายเมืองในจังหวัดลาตาเกียและจังหวัดทาร์ทุส และกำลังปูทางเพื่อให้การใช้ชีวิตกลับไปเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ซึ่งติดตามการต่อสู้ในซีเรียมานานนับสิบปี ระบุว่า เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีววิตมากกว่า 1,540 ศพ ในจังหวัดลาตาเกีย, ทาร์ทุส, ฮามา และฮอมส์ นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 6 มี.ค. โดย 1,068 ศพในจำนวนนี้เป็นพลเรือน

กลุ่มติดอาวุธฝ่ายรัฐบาลใหม่ของซีเรียถูกกล่าวหาว่า ลงมือสังหารหมู่สมาชิกชนกลุ่มน้อยชาวอลาไวต์ ซึ่งมีเชื้อสายเดียวกันกับนายอัสซาด เพื่อล้างแค้นการลอบโจมตีทหารลาดตระเวนในวันที่ 6 มี.ค.

ด้านนาย อาเหม็ด อัล-ชารา รักษาการประธานาธิบดีซีเรียยอมรับในวันจันทร์ (10 มี.ค.) ว่า เกิดความรุนแรงขึ้นมากมายหลังการต่อสู้ปะทุขึ้น และสัญญาว่าเขาจะจัดตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวการสังหารหมู่ประชาชน และยืนยันว่าคนทำผิดจะต้องถูกลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรของเขาหรือไม่ก็ตาม

ส่วนนายกานีรับปากว่า กองกำลังความมั่นคงจะให้ความร่วมมือกับการสืบสวนอย่างเต็มที่

นี่นับเป็นเหตุความรุนแรงครั้งเลวร้ายที่สุดในซีเรีย นับตั้งแต่กองกำลังติดอาวุธซึ่งนำโดยนายชารา บุกโจมตีสายฟ้าแลบโค่นอำนาจรัฐบาลอัสซาดในเดือนธันวาคม 2567 ยุติสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมานาน 13 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกส่า 600,000 ศพ และประชาชนมากกว่า 12 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีถึงซาอุฯ แต่ไม่ร่วมคุยสันติภาพกับ จนท.ยูเครน-สหรัฐฯ ในวันอังคาร

เซเลนสกีถึงซาอุฯ แต่ไม่ร่วมคุยสันติภาพกับ จนท.ยูเครน-สหรัฐฯ ในวันอังคาร

10 มี.ค. 2568 23:50 น.

เซเลนสกีถึงซาอุฯ แต่ไม่ร่วมคุยสันติภาพกับ จนท.ยูเครน-สหรัฐฯ ในวันอังคาร

(ภาพจาก HANDOUTUKRAINIAN PRESIDENTIAL PRESS SERVICEAFP)

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเดินทางถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว เพื่อเข้าพบเจ้าชายโมฮัมเหม็ด แต่เขาจะไม่เข้าร่วมการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่ยูเครนกับสหรัฐฯ ในวันอังคาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เดินทางถึงซาอุดีอาระเบียแล้ว ในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 ซึ่งเป็นการเดินทางอย่างเป็นทางการในฐานะผู้นำประเทศ เพื่อเข้าพบมกุฎราชกุมาร เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ในวันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 4 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เซเลนสกีจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพระหว่างเจ้าหน้าที่ยูเครนกับสหรัฐฯ ในวันอังคาร ซึ่งคาดกันว่าฝ่ายเคียฟจะผลักดันเรื่องการหยุดยิงกับรัสเซียทั้งทางทะเลและทางอากาศ นอกจากนั้นยังอาจมีเรื่องการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษ ซึ่งผู้นำยูเครนเคยกล่าวเอาไว้เมื่อ 24 ก.พ. ว่าควรเป็นก้าวแรกไปสู่สันติภาพด้วย

ขณะเดียวกัน ยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายสหรัฐฯ เตรียมอะไรมาเสนอให้แก่ยูเครนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการเข้าถึงแร่ธาตุหายากของยูเครน แต่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เชื่อว่ายูเครนพร้อมจะ “ก้าวไปข้างหน้า” แล้ว หลังปะทะคารมกับโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเจรจาข้อตกลงแร่ธาตุเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

แต่ก็มีสัญญาณที่ดีสำหรับฝ่ายยูเครน เนื่องจากเมื่อคืนวันเสาร์ โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า คำสั่งระงับการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้แก่ยูเครนที่เขาประกาศเมื่อ 5 มี.ค. กำลังจะถูกยกเลิกแล้ว

ด้านรัสเซีย น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ออกมาปฏิเสธข้อเสนอเกี่ยวกับการหยุดยิง โดยระบุว่า สงครามจะดำเนินต่อไปเมื่อมีการเติมกองกำลังใหม่แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายคนในมอสโกยังคงพูดว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหารนี้จะดำเนินต่อไป เพื่อยึดดินแดนของยูเครนให้มากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ด่วน เรือสินค้าชนเรือบรรทุกน้ำมันไฟลุกท่วม นอกชายฝั่ง UK เชื้อเพลิงรั่วไหล

ด่วน เรือสินค้าชนเรือบรรทุกน้ำมันไฟลุกท่วม นอกชายฝั่ง UK เชื้อเพลิงรั่วไหล

10 มี.ค. 2568 22:55 น.

ด่วน เรือสินค้าชนเรือบรรทุกน้ำมันไฟลุกท่วม นอกชายฝั่ง UK เชื้อเพลิงรั่วไหล

(ภาพจาก Bartek Smialek via PAAFP)

เกิดเหตุเรือสินค้าชนเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลนอกชายฝั่งอังกฤษ ทำให้เกิดไฟลุกท่วม เบื้องต้นช่วยลูกเรือได้แล้ว 37 คน แต่มีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วไหลลงทะเล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเรือสินค้าชนกับเรือบรรทุกน้ำมันที่นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. 2568 ทำให้เกิดไฟลุกไหม้รุนแรงบนเรือทั้ง 2 ลำ หน่วยยามฝั่งของอังกฤษต้องรีบให้การช่วยเหลือเป็นการด่วน ซึ่งล่าสุดนำตัวลูกเรือกลับเข้าฝั่งได้แล้ว 37 คน

หลังเกิดเหตุ “โครว์ลีย์” บริษัทขนส่งของสหรัฐฯ เจ้าของร่วมของเรือบรรทุกน้ำมันชื่อว่า “เอ็มวี สเตนา อิมแมคูเลท” (MV Stena Immaculate) ออกมาเปิดเผยว่า เรือลำนี้กำลังขนส่งเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น ก่อนจะโดนเรือสินค้าชื่อ “โซลอง” (Solong) ชนในเวลาประมาณ 10.00 น. ตามเวลาของอังกฤษ

โครว์ลีย์เผยอีกว่า การชนกันทำให้เกิดระเบิดบนเรือหลายครั้ง แต่ลูกเรือทั้ง 20 คนได้รับความช่วยเหลือและปลอดภัยแล้ว แต่น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเจ็ตซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ กำลังรั่วไหลลงทะเลอยู่ตอนนี้

ด้านหน่วยยามฝั่งของอังกฤษระบุว่า พวกเขาได้ส่งเฮลิคอปเตอร์กับเรือชูชีพจากเมืองใกล้เคียง รวมถึงเรือที่มีขีดความสามารถในการดับเพลิง ไปยังจุดเกิดเหตุในทะเลเหนือแล้ว

ข่าวระบุว่า เรือโซลอง ซึ่งติดธงของมาเดรา ดินแดนปกครองตนเองของโปรตุเกส เดินทางออกจากเมืองท่าเกรนจ์เมาท์ (Grangemouth) ในสกอตแลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 มี.ค.) และมุ่งหน้าไปยังเมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนที่เรือลำนี้จะไปชนกับเรือสเตนา อิมแมคูเลท ซึ่งทอดสมออยู่นอกชายฝั่งใกล้เมืองฮัลล์

ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดการชนกันครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

ต้นสังกัดแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ “ฮวีซอง” นักร้องหนุ่มเกาหลีใต้

ต้นสังกัดแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ "ฮวีซอง" นักร้องหนุ่มเกาหลีใต้

10 มี.ค. 2568 21:05 น.

ต้นสังกัดแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ “ฮวีซอง” นักร้องหนุ่มเกาหลีใต้

ต้นสังกัดแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ชเว ฮวีซอง หรือ “ฮวีซอง” นักร้องหนุ่มเกาหลีใต้ วัย 43 ปี ถูกพบเสียชีวิตที่บ้านพักของเขาในกรุงโซล

วันที่ 10 มีนาคม 2568 บริษัท Tajo Entertainment ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในการแจ้งข่าวร้ายให้ทราบว่า “ชเว ฮวีซอง” หรือ “ฮวีซอง” (Wheesung) นักร้องหนุ่มชื่อดังแนว R&B และ Ballad ได้จากไปในวันที่ 10 มีนาคม ณ บ้านพักของเขา ครอบครัวและทีมงานต่างอยู่ในความโศกเศร้า และขอให้ทุกคนร่วมกันไว้อาลัย

ขณะที่สำนักข่าวยอนฮับ รายงานอ้างคำเปิดเผยของตำรวจเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า นักร้องชื่อดัง ฮวีซอง วัย 43 ปี ถูกพบหมดสติอยู่ในอพาร์ทเมนต์ของเขาเมื่อเวลา 18.29 น. หลังจากที่แม่ของเขาโทรขอความช่วยเหลือเส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ไม่มีร่องรอยของการกระทำผิดกฎหมายหรือการฆาตกรรม

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้เขามีนัดพบกับผู้จัดการส่วนตัว แต่ไม่ได้ไปตามนัดและติดต่อไม่ได้ แม่ของเขาซึ่งอาศัยอยู่ในอาคารอพาร์ตเมนต์เดียวกันจึงไปดูและพบว่าเขาไม่ตอบสนอง

ฮวีซองเริ่มร้องเพลงครั้งแรกในปี 2002 มีชื่อเสียงโด่งดังจากบทเพลงฮิตมากมาย แต่จากนั้นในปี 2021 เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้ propofol เป็นประจำ เขาได้รับโทษจำคุก 1 ปี แต่รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่ข่าวการเสียชีวิตของฮวีซองกลายเป็นข่าวสุดช็อกของแฟนเพลงเนื่องจากเขาเพิ่งพบกับแฟนเพลงในงานแฟนมีตติ้งฉลองวันเกิดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา.

สิงคโปร์ปิดดีล จัดคอนเสิร์ต “เลดี้ กาก้า” ประเทศเดียวในเอเชีย

สิงคโปร์ปิดดีล จัดคอนเสิร์ต "เลดี้ กาก้า" ประเทศเดียวในเอเชีย

10 มี.ค. 2568 12:52 น.

สิงคโปร์ปิดดีล จัดคอนเสิร์ต “เลดี้ กาก้า” ประเทศเดียวในเอเชีย

เลดี้ กาก้า นักร้องสาวชื่อดัง เตรียมแสดงคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคมนี้ จำนวน 4 รอบ โดยสิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในเอเชีย ที่ได้จัดคอนเสิร์ตของเธอ หลังจากการประสานงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมสิงคโปร์

เลดี้ กาก้า นักร้องสาวชื่อดังเตรียมขึ้นแสดงที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยนักร้องสาวจะจัดการแสดง 4 รอบที่สนามกีฬาแห่งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ส่วนรอบการแสดงเพิ่มเติมจะจัดขึ้นในวันที่ 19, 21 และ 24 พฤษภาคม สิงคโปร์จะเป็นจุดหมายเดียวของเธอในเอเชีย

เมื่อปีที่แล้ว สิงคโปร์ได้จัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังมากมายที่สนามกีฬาแห่งชาติ รวมถึงเทย์เลอร์ สวิฟต์, โคลด์เพลย์, เอ็ด ชีแรน และบรูโน มาร์ส

ในโพสต์วิดีโอบนอินสตาแกรม นายเอ็ดวิน ตง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชุมชน และเยาวชน ระบุว่า “ทีมงานของบริษัท คัลลัง อะไลฟ์ สปอร์ต เมเนจเมนต์ (Kallang Alive Sport Management) ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งโดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดและโดยตรงกับบริษัท ไลฟ์ เนชัน ผู้จัดคอนเสิร์ต เพื่อนำเลดี้กาก้ามาที่สิงคโปร์ และเลดี้ กาก้า ก็ได้ยืนยันการจัดคอนเสิร์ตของเธอหลายรอบที่สนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นจุดเดียวที่เธอจะมาแสดงในเอเชีย”

เขากล่าวเสริมว่า “นับตั้งแต่รัฐบาลกลับมาควบคุมอุทยานกีฬาสิงคโปร์อีกครั้ง ทีมงานก็ได้มองไปข้างหน้า อสดงความกระตือรือร้น และทำงานหนักเพื่อนำกิจกรรมไลฟ์สไตล์และกีฬาที่ดีที่สุดในโลกมาสู่สิงคโปร์ นี่คือสิ่งที่เราได้คาดหวังไว้สำหรับแผนแม่บท Kallang Alive เพื่อพัฒนาศูนย์กลางกีฬา ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์ระดับชั้นนำ”

การประกาศคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์ เกิดขึ้นทันทีหลังจากการเปิดตัวอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 7 ของเธอที่มีชื่อว่า Mayhem เมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยอัลบั้มที่ประกอบด้วย 14 เพลง ถือเป็นการหวนคืนสู่แนวเพลงดาร์กป็อปในช่วงแรกๆ ของเธอ ก่อนที่จะเปิดตัวอัลบั้มนี้ เธอได้เปิดตัวซิงเกิล 3 เพลง ได้แก่ Disease, Abracadabra และ Die With A Smile.

ที่มา  CNA

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อังกฤษเตรียมจำหน่ายเนื้อสัตว์สังเคราะห์จากห้องแล็บภายใน 2 ปี

อังกฤษเตรียมจำหน่ายเนื้อสัตว์สังเคราะห์จากห้องแล็บภายใน 2 ปี

10 มี.ค. 2568 12:39 น.

อังกฤษเตรียมจำหน่ายเนื้อสัตว์สังเคราะห์จากห้องแล็บภายใน 2 ปี

อาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม และน้ำตาลที่ผลิตจากห้องทดลองอาจวางขายในสหราชอาณาจักรภายในสองปี ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

สำนักงานมาตรฐานอาหารแห่งสหราชอาณาจักร (FSA) กำลังพิจารณาวิธีการเร่งกระบวนการอนุมัติสำหรับอาหารที่ผลิตจากเซลล์ ซึ่งเติบโตขึ้นในโรงงานเคมีขนาดเล็ก หลังจากบริษัทในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ในด้านนี้ ร้องเรียนว่ากฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้ความก้าวหน้าในเรื่องนี้ต้องล่าช้าออกไป

ก่อนหน้านี้ สิงคโปร์กลายเป็นประเทศแรกที่อนุมัติ การขายเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงจากเซลล์ ในปี 2020 ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาในปี 2023 และอิสราเอลในปี 2024
อย่างไรก็ตาม อิตาลี และสองรัฐในสหรัฐฯ ได้แก่ อลาบามาและฟลอริดา ได้ออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเนื้อสัตว์จากห้องทดลอง
ขณะที่ FSA ของสหราชอาณาจักร กำลังทำงานร่วมกับ บริษัทเทคโนโลยีอาหารชั้นสูง และนักวิจัยจากสถาบันวิชาการ เพื่อพัฒนากฎระเบียบใหม่สำหรับอาหารที่เพาะเลี้ยงจากห้องแล็บ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการประเมินความปลอดภัยของอาหาร 2 รายการภายในสองปีข้างหน้าโดยเมื่อเดือนที่แล้วอาหารสัตว์จากเนื้อที่เพาะและผลิตในแล็บเริ่มขายแล้วในสหราชอาณาจักร 

อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการให้บริษัทเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบ อาจเป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพราะบริษัทที่ช่วย FSA ออกกฎเหล่านี้ เป็นบริษัทที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการลดข้อจำกัดทางกฎหมาย ซึ่งลอร์ด วัลแลนซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ของสหราชอาณาจักร โต้แย้งว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่การลดกฎระเบียบ แต่เป็นการปรับปรุงระเบียบให้สอดคล้องกับนวัตกรรม และลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน

ทั้งนี้ อาหารที่เพาะเลี้ยงจากเซลล์เป็นการเติบโตของเนื้อสัตว์หรือพืชจากเซลล์เล็กๆ ซึ่งบางครั้งอาจมีการแก้ไขพันธุกรรมเพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของอาหาร โดยข้อดีได้แก่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่ต้องใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ รวมถึงเชื่อว่าอาจดีต่อสุขภาพมากขึ้น เพราะสามารถควบคุมองค์ประกอบทางโภชนาการได้ ขณะที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอาหารเพาะเลี้ยงเติบโต เพราะเชื่อว่าจะช่วยสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เนื้อสัตว์ในห้องแล็บ

มัสก์-รูบิโอ โต้เถียงเดือด รมต.โปแลนด์ ปมดาวเทียมสตาร์ลิงก์ในยูเครน

มัสก์-รูบิโอ โต้เถียงเดือด รมต.โปแลนด์ ปมดาวเทียมสตาร์ลิงก์ในยูเครน

10 มี.ค. 2568 12:13 น.

มัสก์-รูบิโอ โต้เถียงเดือด รมต.โปแลนด์ ปมดาวเทียมสตาร์ลิงก์ในยูเครน

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายอีลอน มัสก์ ได้มีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดกับนายราโดสลาฟ ซิคอร์สกี้ รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ เกี่ยวกับการใช้ระบบดาวเทียมสตาร์ลิงค์ ของมัสก์ในยูเครน

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายอีลอน มัสก์ ได้มีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดกับนายราโดสลาฟ ซิคอร์สกี้ รัฐมนตรีต่างประเทศโปแลนด์ ในโพสต์ X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการใช้ระบบดาวเทียมสตาร์ลิงค์ ของมัสก์ในยูเครน

ซิคอร์สกี้ กล่าวในการตอบกลับโพสต์ของมัสก์ที่ระบุถึงการปิดระบบ โดยบอกเป็นนัยว่าการขู่ปิดระบบดาวเทียมสตาร์ลิงค์ อาจนำไปสู่การหาซัพพลายเออร์รายอื่น ด้านนายรูบิโอปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ามัสก์จะปิดระบบดังกล่าวอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้นายซิคอร์สกี้แสดงการขอบคุณ

ทั้งสามคนโต้เถียงกันไปมาในโพสต์ดังกล่าว ซึ่งจบลงด้วยการที่มัสก์เรียกซิคอร์สกี้ว่า “คนตัวเล็ก”

ระบบของสตาร์ลิงค์ เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของสเปซเอ็กซ์ ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่พื้นที่ห่างไกลทั่วโลก เช่น เขตสงคราม 

การโต้เถียงเริ่มต้นขึ้นเมื่อมัสก์โพสต์ว่าสตาร์ลิงค์เป็น “กระดูกสันหลังของกองทัพยูเครน” และกล่าวว่าพื้นที่แนวหน้าทั้งหมดของยูเครนจะพังทลายลงหากเขาปิดบริการดาวเทียม

จากนั้นนายซิคอร์สกี้ตอบกลับโพสต์ของมัสก์ โดยบอกว่าโปแลนด์เป็นผู้จ่ายค่าบริการ “บริการสตาร์ลิงค์สำหรับยูเครนนั้นจ่ายโดยกระทรวงการแปลงเป็นดิจิทัลของโปแลนด์ ในราคาประมาณ 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี” นอกจากจะขัดต่อจริยธรรมในการคุกคามเหยื่อของการรุกรานแล้ว หาก พิสูจน์ได้ว่าสตาร์ลิงค์เป็นผู้ให้บริการที่ไม่น่าเชื่อถือ เราอาจจำเป็นต้องมองหาซัพพลายเออร์รายอื่น”

โพสต์ของนายซิคอร์สกี้ทำให้นายรูบิโอเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยเขียนว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของโปแลนด์ “แค่แต่งเรื่องขึ้นมา” โดยระบุว่า “ไม่มีใครขู่ว่าจะตัดยูเครนออกจากสตาร์ลิงค์” “และต้องขอขอบคุณด้วย เพราะถ้าไม่มีสตาร์ลิงค์ ยูเครนคงแพ้สงครามนี้ไปนานแล้ว และตอนนี้รัสเซียคงอยู่ที่ชายแดนกับโปแลนด์”

ต่อมามัสก์ตอบกลับโพสต์ของนายซิคอร์สกี้ โดยเรียกเขาว่า “คนตัวเล็ก” โดยกล่าวว่า “เงียบไว้ไอ้หนุ่ม คุณจ่ายแค่เศษเสี้ยวของต้นทุนเท่านั้น และไม่มีอะไรมาทดแทนสตาร์ลิงค์ได้”

ดาวเทียมสตาร์ลิงค์ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปฏิบัติการของกองทัพยูเครน และถูกใช้มาตั้งแต่การรุกรานของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยมีจุดรับสัญญาณหลายหมื่นแห่งในประเทศ รวมถึง 500 แห่งที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซื้อไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2023.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign