DITP จับมือสภาหอการค้าฯ เตรียมจัด STYLE Bangkok 2025 โชว์พลังสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น งานดีไซน์ จากผู้ผลิตไทยอวดสายตาผู้ซื้อทั่วโลก

DITP จับมือสภาหอการค้าฯ เตรียมจัด STYLE Bangkok 2025 โชว์พลังสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น งานดีไซน์ จากผู้ผลิตไทยอวดสายตาผู้ซื้อทั่วโลก

DITP จับมือสภาหอการค้าฯ เตรียมจัด STYLE Bangkok 2025 โชว์พลังสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น งานดีไซน์ จากผู้ผลิตไทยอวดสายตาผู้ซื้อทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จับมือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงาน STYLE Bangkok 2025 ที่สุดของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นคุณภาพเยี่ยม จากผู้ผลิต ผู้ส่งออก และนักออกแบบรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ 7 กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น พร้อมเป็นเวทีเจรจาการค้าระดับนานาชาติ ให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการไทย รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมูลค่าส่งออก โดยงานจะจัดระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (7 มีนาคม 2568) ณ กระทรวงพาณิชย์ มีนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยร่วมแถลงข่าวการจัดงานฯ และเสวนากับผู้แทนหน่วยงาน/สมาคมผู้ร่วมจัด ได้แก่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นายกสมาคมเครื่องหนังไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธำมรงค์ จำกัด และนายอมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ ในหัวข้อ “STYLE Bangkok: งานแสดงสินค้านานาชาติและการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย”

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “STYLE Bangkok 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘The InternationalTrade Fair for Visionary Design, Lifestyle, Fashion and Experience’ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์อันดีในฐานะงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่ครบวงจร เป็นที่ยอมรับทั้งจากผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า และผู้แสดงสินค้าในระดับนานาชาติ STYLE Bangkok ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชิงรุกของกรมฯ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออก นักออกแบบไทย รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ได้แสดงศักยภาพ รวมถึงเจรจาธุรกิจ กับผู้ซื้อจากทั่วโลก รวมทั้งช่วยผลักดันให้เกิดการขยายตัวของการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยทั้งในด้านปริมาณและมูลค่าอีกด้วย”

“อุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ และยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายส่งเสริมซอฟท์เพาวเวอร์ของรัฐบาล ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย มีศักยภาพและจุดแข็งที่การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ และมีการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล โดยกรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในภูมิภาคอาเซียน” อธิบดีสุนันทา กล่าวเสริม

สถานการณ์การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และกลุ่มสินค้าแฟชั่น ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 9,744.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าไลฟ์สไตล์ ขยายตัว +6.97% สินค้าแฟชั่น ขยายตัว +2.86% โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่ตลาดต่างประเทศอื่นๆ มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า “สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรภาคเอกชน ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมจัดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน รวมทั้งเครือข่ายสภาหอการค้าประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการบูรณาการที่สำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์และแฟชั่นให้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยในเวทีโลก เป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น”

ประธานกรรมการสภาหอการค้าฯ เสริมว่า นโยบายของตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าไลฟ์สไตล์และชั่นของไทยอย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบเชิงบวก โดยหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าจากจีน ทำให้ผู้ผลิตจีนย้ายฐานการผลิตไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย จากข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคการผลิตของอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 9,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 ส่งผลดีทำให้การผลิตไทยขยายตัว   เกิดการจ้างงานและกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ

“การจัดงาน STYLE Bangkok ในครั้งนี้ สภาหอการค้าฯ ได้เชิญชวนไปยังสมาชิกให้เข้าร่วมเป็น Exhibitor นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนพันธมิตรสภาหอการค้าในประเทศต่างๆ ให้มาร่วมจัดแสดงสินค้า และได้เชิญ Visitor และ Buyer จากหอการค้าจังหวัดและหอการค้าต่างประเทศในไทย และสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศเข้าชมงานเพื่อชมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับในสายตาชาวโลก” นายสนั่นกล่าวทิ้งท้าย

STYLE Bangkok จัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และสินค้ามีดีไซน์ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการผู้ส่งออกไทย นักออกแบบหน้าใหม่จากไทยและนานาชาติ โดยรวบรวมสินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าแฟชั่น และของเล่น โดยมุ่งเจาะตลาดผู้ซื้อจากกลุ่มตลาดศักยภาพ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป และอาเซียน

ในปีนี้ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (DEmark) และนิทรรศการ Good Design Award (G-Mark) นิทรรศการผลงานผู้เข้ารอบการประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 นิทรรศการสินค้าของขวัญ ของชําร่วยและของตกแต่งบ้านที่มีดีไซน์และงานออกแบบเพื่อความยั่งยืน นิทรรศการแนวโน้มเทรนด์แฟชั่นและ Supply Chain ในอุตสาหกรรมแฟชั่น นิทรรศการ STYLE Gallery ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมฯ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิทรรศการส่งเสริมอุตสาหกรรม Art Toy ของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาแนวโน้มเทรนด์การค้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี และแนวโน้มเทรนด์กลุ่มวัสดุ/วัตถุดิบในการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น

STYLE Bangkok 2025 จะจัดระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568  เวลา 10.00 – 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair

“งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ชูจุดเด่น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland)’ ครั้งแรกของโลก

“งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ชูจุดเด่น 'พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland)' ครั้งแรกของโลก

“งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ชูจุดเด่น ‘พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland)’ ครั้งแรกของโลก

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2549 และปี พ.ศ. 2554 และล่าสุดสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ได้ประกาศให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเป็นครั้งที่ 3 โดยมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 –  14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

งานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ The International Horticultural Exhibition มหกรรมการจัดแสดงพืชสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิต ภายใต้หลักการ Green Living และ Green City จัดเป็นงานแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวนรวมถึงเทคโนโลยีและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างครบวงจร

สำหรับจังหวัดอุดรธานี ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยและอยู่ในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง มีลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นคือเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) หรือที่ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “ป่าบุ่ง ป่าทาม” เป็นพื้นที่บริเวณรอยต่อระหว่างพื้นที่บกและพื้นที่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศที่มีความหลากหลายของพืชและสัตว์นานาชนิด อาศัยทรัพยากรน้ำและทรัพยากรชีวภาพที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดํารงชีวิต มีวิวัฒนาการของพืชและสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน สร้างความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่าในบริเวณอื่นและให้ผลิตผลที่มนุษย์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ป้องกันน้ำท่วม ลดการพังทลายหน้าดิน ช่วยควบคุมการไหลเวียนของน้ำไปยังแหล่งน้ำใต้ดิน และรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ เรียกได้ว่าพื้นที่ชุ่มน้ำมีบทบาทสำคัญในระดับท้องถิ่นของประเทศ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่า 900 จุด กว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติและมีชื่อเสียงจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ หนองบัวแดง และพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน) จึงขอเชิญคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลก มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและนำเสนออัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานีและประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก พบกับ “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 –  14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สามารถติดตาม “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ได้ที่  Facebook: Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ,Tiktok: UITHE2026 และYoutube: Udon Thani International Horticultural Expo 2026

กลุ่มพลเมืองดีพานักท่องเที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและธรรมชาติหนองบัวลำภู

กลุ่มพลเมืองดีพานักท่องเที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและธรรมชาติหนองบัวลำภู

กลุ่มพลเมืองดีพานักท่องเที่ยวญี่ปุ่น สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมและธรรมชาติหนองบัวลำภู

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

กลุ่มพลเมืองดี นำโดย คุณธนพนธ์ นันทวรากร ประธานกลุ่มฯ ได้พาคณะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเดินทางมายัง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเปิดประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติของท้องถิ่น โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทริปนี้คือ การเข้าชมการประกวดควายสวยงาม ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใต้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นของจังหวัด โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมืองที่จัดขึ้นภายในงาน

นอกจากกิจกรรมด้านวัฒนธรรมแล้ว คณะนักท่องเที่ยวยังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเดินทางไปยัง โรงเรียนบ้านหินลับศิลามงคล เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของจำเป็นแก่เด็กนักเรียนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยเหลือและสนับสนุนเด็กในพื้นที่ห่างไกล

ทริปนี้ยังได้พานักท่องเที่ยวเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเรียนรู้ประเพณีทางศาสนาและวัฒนธรรมไทย โดยเริ่มจาก วัดป่ากุดฉิม เพื่อฟังพระธรรมเทศนาจาก หลวงปู่บุญจันทร์ จากนั้นเดินทางไปยัง วัดถ้ำกลองเพล เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ขาวอนาลโย ก่อนปิดท้ายด้วยการสักการะ พระบางคู่และพระธาตุหลวงกาบแก้วบัวบาน พร้อมทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว และสักการะอนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์อันล้ำค่าให้แก่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดหนองบัวลำภูให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในระดับนานาชาติ

038

มธ. ร่วมส่งเสริมบทบาทสตรี สู่ ‘ผู้นำหญิง’ พร้อมสร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มธ. ร่วมส่งเสริมบทบาทสตรี สู่ ‘ผู้นำหญิง’ พร้อมสร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มธ. ร่วมส่งเสริมบทบาทสตรี สู่ ‘ผู้นำหญิง’ พร้อมสร้าง ‘โรลโมเดลเอฟเฟกต์’ ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.29 น.

บทบาทของสตรีในสังคมไทยได้ก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ภาวะผู้นำหญิง” ที่มีทั้งจำนวน อิทธิพล และคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นในยุคที่มีการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศในสังคม    มากขึ้น โดยยังได้เห็นการสอดแทรก “บทบาทสตรี” ในช่องทางการสื่อสาร รวมถึงสื่อบันเทิงเพื่อชี้ให้สังคมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังกล่าว พร้อมกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าและพร้อมที่จะสวมบทบาทผู้นำ ในแวดวงต่าง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม

เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความเท่าเทียม และการกระจายบทบาทผู้นำไปสู่กลุ่มสตรีเพศ วันนี้ ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมาเปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้นำหญิงที่สะท้อนผ่านตัวละครในสื่อภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และซีรีส์ ซึ่งเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและอิทธิพลของผู้นำหญิงในโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งจุดประกายให้ประชาคมมองเห็นศักยภาพของสตรีในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า

 ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์ 

ดร. โกสุม ให้ข้อมูลว่า ภาวะผู้นำหญิงในสังคมไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าสังคมยังคงมีมุมมองที่ผูกติดกับภาพลักษณ์ของผู้นำที่มีลักษณะเฉพาะเช่น ความมั่นใจ ความกล้าตัดสินใจ และมีวิสัยทัศน์ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติที่เชื่อมโยงกับความเป็นชาย แต่ปัจจุบันก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการรับรู้ภาวะผู้นำหญิงที่สามารถแสดงออกด้วยความฉลาดทางอารมณ์และภาวะผู้นำที่เน้นการมีส่วนร่วม ความสามารถในการฟังและการทำงานร่วมกับทีม ถือเป็นจุดแข็งที่ผู้นำหญิงสามารถใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียมและครอบคลุม โดยเน้นการสร้างความร่วมมือและการบริหารที่อิงกับความเห็นอกเห็นใจ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้

“ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะมีการพัฒนาทางด้านภาวะผู้นำหญิง แต่ยังคงมีความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญ เช่น อคติทางเพศที่แฝงอยู่ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงตำแหน่งบริหารระดับสูง นอกจากนี้ ผู้หญิงยังต้องเผชิญกับความคาดหวังต่อบทบาทตามเพศสถานะที่ยึดโยงผู้หญิงกับการดูแลลูกและครอบครัว ผู้หญิงถูกคาดหวังให้ทำงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและการทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้ไปพร้อมกัน เป็นภาระงานสองด้าน ที่ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กร”

ดร. โกสุม เล่าต่อว่า สื่อภาพยนตร์หรือซีรีส์ร่วมสมัยสามารถเป็นกระจกสะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในชีวิตจริงนั้น ส่วนตัวมองว่า ‘อาจยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์’ เพราะ ‘ชีวิตจริง’ คือสิ่งที่หลากหลายและไม่สามารถถูกจับมาวัดโดยตรงจากสิ่งที่ปรากฏในสื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวละครหญิงในสื่อสามารถเป็น ‘กระจกสะท้อน’ ให้เห็นภาพของการต่อสู้และการพัฒนาในบทบาทผู้นำในหลาย ๆ ด้านได้ และบางครั้งอาจเป็น ‘แรงผลักดัน’ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ ตัวอย่างเช่น ซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่นำเสนอผู้หญิงในฐานะนักการเมือง นักธุรกิจ หรือผู้นำกระบวนการเปลี่ยนแปลง มักสะท้อนเสียง อำนาจ และการต่อสู้ของผู้หญิง การพิสูจน์ความสามารถในระบบที่มีอุปสรรคสำหรับผู้หญิง รวมถึงการแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายในการดำเนินชีวิต

“ถึงแม้ว่าจะมีตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งมากขึ้นในสื่อ แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา เช่น ตัวละครหญิงที่มีอำนาจมักถูกทำให้เป็นตัวร้าย หรือมักจะต้องเผชิญกับการลงโทษในตอนจบ ซึ่งสะท้อนถึงการยึดติดกับอคติทางเพศที่มองว่าอำนาจของผู้หญิงไม่สามารถอยู่ได้ในแบบที่เป็นธรรมชาติ หรือมีความสมดุล ในขณะเดียวกัน ตัวละครเหล่านี้มักจะถูกนำเสนอในกรอบของ ‘Superwoman’ ที่ต้องมีความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ทั้งในแง่การทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงในชีวิตของผู้นำหญิงที่สามารถล้มลุกคลุกคลานและยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีการเน้นความขัดแย้งระหว่างผู้หญิงด้วยกันเอง มากกว่าการสนับสนุนกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่เสริมสร้างการทำงานร่วมกันในสังคม”

ดร. โกสุม กล่าวเพิ่มเติมว่า อิทธิพลของตัวละครหญิงที่มีอำนาจและความสามารถในการตัดสินใจในสื่อมีผลต่อการรับรู้และการยอมรับภาวะผู้นำของสตรีในสังคมอย่างลึกซึ้ง เมื่อสื่อแสดงภาพของผู้หญิงที่สามารถตัดสินใจได้อย่างมี           กลยุทธ์และมีอำนาจในการกำหนดทิศทาง ผู้ชมจะเริ่มมองเห็นว่าผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำได้ ซึ่งส่งผลให้ความเชื่อเรื่องผู้นำหญิงมีความสามารถได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น กระบวนการนี้เรียกว่า ‘Role Model Effect’ ซึ่งจะช่วยให้ผู้หญิงในชีวิตจริงเห็นต้นแบบของความเป็นผู้นำของผู้หญิง มีแรงบันดาลใจ และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำมากขึ้น และทำให้สังคมเริ่มเปิดใจยอมรับผู้นำหญิงในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นในภาคสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ

ส่วนในแง่ของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในภาคสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ สื่อสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน เมื่อผู้คนเริ่มเห็นผู้นำหญิงในสื่อ พวกเขาจะเริ่มตั้งคำถามว่า ‘ทำไมในชีวิตจริงเราถึงไม่มีผู้นำหญิงมากกว่านี้?’ สิ่งนี้สามารถผลักดันให้เกิดนโยบายที่สนับสนุนผู้นำหญิงมากขึ้น เช่น โควตาเพศในการเลือกตั้ง หรือการสนับสนุนให้ผู้หญิงลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ  อีกทั้งสื่อยังสามารถช่วยท้าทาย ‘เพดานแก้ว’ (Glass Ceiling) โดยแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้จริง ซึ่งช่วยลดอคติทางเพศและส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้หญิงมากขึ้น แต่เราต้องตระหนักว่า ในบางครั้งสื่อยังคงมีการนำเสนอตัวละครหญิงในกรอบที่จำกัด อย่างการทำให้ผู้หญิงที่มีอำนาจกลายเป็นตัวร้าย ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงต้องมาจากการสร้างสื่อที่สะท้อนความเป็นจริงอย่างหลากหลายและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น

 รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ 

ยุคสมัยของความเท่าเทียมทางเพศนี้ ภาวะผู้นำหญิงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสังคมที่เคยเห็นว่าผู้ชายคือผู้นำเพียงเพศเดียว เพราะผู้นำหญิงไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในองค์กรและสังคม โดยการนำแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Leadership) ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมงานและการร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงการเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในยุคที่มีความรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีและสังคม ผู้นำหญิงยุคใหม่ไม่เพียงแค่สนับสนุนการพัฒนาในองค์กร แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศในทุกภาคส่วน

 รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในต้นแบบที่น่าเรียนรู้ของผู้นำที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยใช้แนวคิด Inclusive Leadership เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรผ่านวิกฤตต่าง ๆ เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เพื่อช่วยเหลือสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลักดันมหาวิทยาลัยเข้าสู่ยุคดิจิทัล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำหญิงในปัจจุบันไม่เพียงแค่มีความสามารถในการบริหารจัดการ แต่ยังสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมและสร้างความยั่งยืนได้ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและการพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุม

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาวะผู้นำหญิงก้าวหน้าในสังคมไทย คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม การศึกษา และการยอมรับของสังคมต่อแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เราต้องผลักดันให้มีนโยบายและโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้นำหญิง ไม่ใช่แค่การให้ที่นั่งในโต๊ะประชุม แต่ต้องสร้างพื้นที่ที่เสียงของผู้หญิงมีความหมายจริง ๆ และผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อแสดงตัว แต่คือผู้ที่ยืนเคียงข้างและยกมือให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าไปด้วยกัน”

038

happybirth จับมือ kintaam ชวนผู้หญิงตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ต้อนรับวันสตรีสากล

happybirth จับมือ kintaam ชวนผู้หญิงตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ต้อนรับวันสตรีสากล

happybirth จับมือ kintaam ชวนผู้หญิงตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ต้อนรับวันสตรีสากล

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.09 น.

happybirth clinic คลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช ร่วมกับ kintaam ร้านไอศกรีมแซนด์วิชสุดสร้างสรรค์ ร่วมรณรงค์ให้ผู้หญิงทุกวัยตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และการดูแลสุขภาพผู้หญิง ในช่วงเดือนของวันสตรีสากล (International Women’s Day)

มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทยรองจากมะเร็งเต้านม โดยปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 9,100 รายต่อปี และพบว่าผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 13 คนต่อวัน  แต่ผู้หญิงจำนวนมากหลีกเลี่ยงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเนื่องจากความเขินอาย ขาดความรู้ หรือกลัวความไม่สะดวกสบาย ซึ่งการรณรงค์ครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะลดอุปสรรคเหล่านี้

พญฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง สูตินรีแพทย์เฉพาะทางจาก happybirth clinic กล่าวถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกว่า มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ และการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่ดีที่สุด และสามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้หญิงจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้กว่า  80% happybirth clinic อยากใช้แคมเปญนี้สื่อสารให้ผู้หญิงทุกช่วงวัยได้รับรู้ถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สร้างความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพผู้หญิงโดยเล่าข้อความผ่านสื่อที่เข้าถึงผู้หญิงได้ทุกคน ทุกวัน และทุกวัย เช่น ขนม และไอศกรีม

ถมทอง – น้ำทิพย์ ไชยจินดา ผู้ก่อตั้ง kintaam กล่าวถึงแรงบันดาลใจของการสร้างสรรค์ไอศกรีมแซนด์วิช FLOWER POWER นี้ว่าที่ kintaam เราเชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์จุดประกายประเด็นและบทสนทนาที่สำคัญได้ สำหรับผู้หญิงทุกคน การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นสิ่งที่ไม่ควรต้องปกปิดหรือเขินอาย เราหวังว่าการรณรงค์ครั้งนี้จะช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกสบายใจและกล้าที่จะให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และจุดประเด็นเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงทุกช่วงวัย

ไอศกรีมแซนด์วิช FLOWER POWER สื่อแทนข้อความเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย ก่อนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น ความเขินอาย ความกังวล ความกลัว เรียงประกอบกันเป็นกลีบดอกไม้ที่ทำจากบิสกิตหลากรส หลายสี วางบนไอศกรีมทรงกลมที่ให้สัมผัสละมุน มีกลิ่นหอม รับประทานง่ายเป็นสัมผัสปิดท้าย แทนความรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ เมื่อได้ก้าวข้ามความเขินอาย และเปิดใจพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองกับคุณหมอ

โดย kintaam สร้างสรรค์บิสกิตรสชาติกลมกล่อมทั้ง 8 รส ได้แก่ Butter Blossom, Cocoa Embrace, Velvet Cocoa, Crimson Cocoa, Berry Kiss, Blueberry Lush, Berry Rouge และ Peach Caress ให้เลือกรับประทานคู่กับไอศกรีมนมรส ‘Peace’ จากวานิลลา กุหลาบ และลิ้นจี่ แทนความรู้สึกเบาสบาย ผ่อนคลายใจ หรือจับคู่กับไอศกรีมซอร์เบท์รส ‘Paradise’ จากกุหลาบ ลิ้นจี่ และเลมอน แทนความรู้สึกสดชื่น มั่นใจ และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้หญิงทุกวัยไม่ควรมองข้าม happybirth clinic พร้อมเป็นพื้นที่ที่ให้ความสะดวกสบายและความเข้าใจ ด้วยทีมแพทย์ผู้หญิงที่เชี่ยวชาญ และใส่ใจในรายละเอียดของสุขภาพผู้หญิงโดยเฉพาะ สามารถนัดหมายเข้ารับบริการตรวจภายในคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ที่ คลินิกสูตินรีเวชแฮปปี้เบิร์ธ ทั้ง สาขา คือ อโศก รามคำแหง และลาดกระบัง ทุกวันและเวลาทำการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.happybirthclinic.com

038

 ถมทอง - น้ำทิพย์ ไชยจินดา และ  พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง

ถมทอง – น้ำทิพย์ ไชยจินดา และ พญ. ฐิติพรรณ ชยวงศ์รุ่งเรือง

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ เตรียมฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ เตรียมฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ เตรียมฉลองก้าวสู่ทศวรรษที่ 10

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.55 น.

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนอ) นำโดย ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายกสมาคม จัดประชุมคณะกรรมการสมาคม เพื่อเตรียมจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสที่ พ.ศ.2568 นี้ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษฯ ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 10 ในการนี้ได้รับพระกรุณาจาก พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล องค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสมาคมฯ ทรงรับเป็นองค์ประธานจัดงานและทรงร่วมประชุมคณะกรรมการ พร้อมเสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับคณะกรรมการสมาคม อาทิ ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, นท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. เลขาธิการ, บุรินทร์ นาคเจริญ, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, นท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน.,   ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ม.ล.รังษิธร ภาณุพันธุ์, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล และ ดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องอาหารอิตาเลี่ยน บั๊คโค

038

พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล

พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึก ยุคล

คณะกรรมการสมาคมฯ เฝ้ารับเสด็จ ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก สนอ, 
                  นท.สวพัศ สถิตย์เสถึยร รน. และ บุรินทร์ นาคเจริญ

คณะกรรมการสมาคมฯ เฝ้ารับเสด็จ ศุภาพิชญ์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ศุภนิดา สกุลตั้งไพศาล, ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์, ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก สนอ, นท.สวพัศ สถิตย์เสถึยร รน. และ บุรินทร์ นาคเจริญ

ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, นท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. เลขาธิการ และ ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก สนอ

ผศ.ศิรธัช ศิริชุมแสง ที่ปรึกษาฝ่ายประสานงานระดับสูง, นท.สวพัศ สถิตย์เสถียร รน. เลขาธิการ และ ดร.ชินวัฒน์ สกุลตั้งไพศาล นายก สนอ

‘ซินเจนทา ประเทศไทย’ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตร เนื่องในวันสตรีสากล

‘ซินเจนทา ประเทศไทย’  ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตร เนื่องในวันสตรีสากล

‘ซินเจนทา ประเทศไทย’ ร่วมขับเคลื่อนบทบาทสำคัญของผู้หญิงในภาคการเกษตร เนื่องในวันสตรีสากล

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เกษตรกรรมที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่คือเป้าหมายที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องก้าวไปให้ถึงในอนาคต และหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือบทบาทผู้หญิงในภาคเกษตรกรรม พวกเธอไม่เพียงแค่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมการเกษตร  ยกระดับอุตสาหกรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรและสังคมโดยรวม

นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด หนึ่งในบุคคลที่สะท้อนถึงบทบาทของผู้หญิงในอุตสาหกรรมการเกษตรนี้และเป็นแม่ทัพหญิงผู้เป็นแรงบันดาลใจและผู้นำหญิงที่โดดเด่นในอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเธอไม่เพียงเป็นผู้นำขององค์กรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์การเกษตร แต่ยังเป็นผู้ผลักดันแนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยยกระดับภาคการเกษตรไทย สนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เธอได้มุ่งมั่นนำนวัตกรรมเทคโนโลยีให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเพื่อคุณภาพที่ดีและเพิ่มปริมาณผลผลิต และทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเกษตรไทย สร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย

นางสาวกล้วยไม้ กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ เราสนับสนุนเกษตรกรหญิงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำขององค์กรที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตร เราเชื่อมั่นว่าเกษตรกรหญิงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยให้เติบโดยอย่างยั่งยืน เราทำงานร่วมกันในหลายมิติ เกษตรกรหญิงในประเทศไทยล้วนมีความรู้ ความสามารถ ความมุ่งมั่น ความอดทน และมีมุมมองที่เปิดรับทักษะความรู้ใหม่ๆ พร้อมที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับครอบครัวและชุมชน เราได้เห็นพัฒนาการเหล่านี้ผ่านการทำงานร่วมกันในหลายๆ โครงการ อาทิ โครงการเพาะดีกินดี ที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรให้เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP และมีการวางแผนการผลิตตามความต้องการของตลาด โดยเราเชื่อว่าการสนับสนุนเกษตรกรหญิงไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เป็นพันธกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทย และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างโอกาสและสนับสนุนเกษตรกรหญิงให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

นางสาวกล้วยไม้ นุชนิยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น

นอกจากนี้ เบื้องหลังการพัฒนาพันธุ์พืชที่แข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพแวดล้อม คือทีมงานวิจัยที่นำโดย วีณา อุปรา ผู้อำนวยการสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์ผัก จังหวัดขอนแก่น ผู้นำหญิงที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับเกษตรกรไทย เธอเชื่อว่าผู้หญิงสามารถมีบทบาทสำคัญในวิทยาศาสตร์การเกษตรได้อย่างเท่าเทียม และมีความสามารถในการทำงานร่วมกับทีมวิจัยระดับนานาชาติ ผลงานของเธอและทีมไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่ดีขึ้น แต่ยังขยายขีดความสามารถของไทยในตลาดเกษตรระดับโลก 

วรรณิดา สุวรัตนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย

“งานขายของเราไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่คือการเป็นที่ปรึกษา ให้ความรู้ที่ถูกต้อง แก้ปัญหาให้เกษตรกร ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แม้จะจบด้านการเงิน แต่เราเรียนรู้งานเกษตรอย่างจริงจังและเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนทำได้ เพียงมุ่งมั่นเปิดใจเรียนรู้ และให้กำลังใจตัวเอง จากประสบการณ์ในด้านการเงินสู่การเป็นผู้นำทีมขายในอุตสาหกรรมเกษตร ทำให้เรียนรู้ว่าการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญ ความท้าทายคือการทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และตลาดเกษตร ซึ่งแตกต่างจากตลาดการเงิน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทีมงานที่แข็งแกร่ง เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในทีมและลูกค้า วิธีการของเราคือการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง มีการสื่อสารที่ดี การให้เกียรติ และการทำงานเป็นทีม ที่สำคัญการเป็นผู้นำต้องมีความเข้าใจในความแตกต่างและสนับสนุนให้ทุกคนแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่” นางสาววรรณิดา กล่าว

วีณา อุปรา ผู้อำนวยการสถานีวิจัยและพัฒนาพันธุ์ผัก จังหวัดขอนแก่น

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมนี้ ซินเจนทา ประเทศไทย ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองพลังของผู้หญิงและความสามารถของพวกเธอที่มีต่ออุตสาหกรรมเกษตรไทย ผู้นำหญิงเหล่านี้ไม่เพียงแต่กำหนดทิศทางอนาคตของภาคการเกษตร แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วประเทศ ให้กล้าลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าพวกเธอจะอยู่ในบทบาทใด

‘เชอ-ซี’ (Cher’Z) เฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี สุดยิ่งใหญ่ เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

'เชอ-ซี' (Cher’Z) เฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี สุดยิ่งใหญ่ เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

‘เชอ-ซี’ (Cher’Z) เฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี สุดยิ่งใหญ่ เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

พร้อมให้เหล่าหญิงสาวรังสรรค์สไตล์ที่โดดเด่นและมั่นใจในทุกโอกาสด้วยเสื้อผ้าดีไซน์สวยจากแบรนด์ “เชอ-ซี” (Cher’Z) ที่ล่าสุด กรรณิการ์ วนะเกียรติกุล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์สาวฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “เชอ-ซี” (Cher’Z) เฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี สุดยิ่งใหญ่ เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นสุดพิเศษที่ชื่อว่า “นิว แชปเตอร์” (New Chapter) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการหวนรำลึกถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ โดยหยิบยกเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นการจับเดรป การตกแต่งดอกไม้ด้วยมือ รวมถึงการออกแบบแพทเทิร์นที่สะท้อนถึงความไทม์เลส ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าที่มีดีไซน์โก้หรูเหนือกาลเวลา พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก 2 นักแสดงสาวสวยร่วมเดินแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ ได้แก่ มิ้นท์-รัญชน์รวี              เอื้อกูลวราวัตร ในลุคเดินเปิดโชว์ และแอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ในลุคฟินาเล่สุดโดดเด่น

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และนักแสดงแฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ปิติภัทร สารสิน, วิลาสินี ธัญญวิเศษศิลป์, ศศิวิสาข์ วิสุทธิ ณ อยุธยา, นวพร จงเร่งเพียร, รุจนี ตั้งศรีเจริญศีล, น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์, ฐิสา-วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร, เกรซ-พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์, แจ็คกี้-ชาเคอลีน มึ้นช์, เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์, จอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์, จั๊กจั้น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข, เนย-ปภาดา                      กลิ่นสุมาลย์, แพรว-เฌอมาวีร์ สุวรรณภาณุโชค, ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ, เดนิส-เจลีลชา คัปปุน, พิ้งค์พลอย-ปภาวดี ชาญสมอน, ปูเป้-เกศรินทร์ น้อยผึ้ง, กานต์-ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์, เอล่า-นีรชา ดอร์ลิ่ง, ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์, นิ้ง-ศรัณยา จำปาทิพย์, มิ้ม-รัตนวดี วงศ์ทอง, แก้ม-ญาณิศา ธีราธร, เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, เฟิร์น-เกษรา วัฒนสังข์, ยูบิน ซิน และอีกมากมาย

แบรนด์ “เชอ-ซี” (Cher’Z) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ กว่า 12 ปี ที่ได้รังสรรค์ชุดสวยที่โดดเด่นด้วยซิลลูเอทของชุดจากงานศิลปะการเดรปปิ้ง (Draping) ที่บรรจงตัดเย็บอย่างประณีต โดยช่างฝีมือมากประสบการณ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เดรสซิ่ง เพอร์เฟคชั่น’ (Dressing Perfection) ที่รังสรรค์ออกมาเป็นชุดสวยดีไซน์เรียบโก้ที่เน้นความงดงามเหนือกาลเวลา พร้อมขับบุคลิกของหญิงสาวผู้สวมใส่ให้ดูโดดเด่น เพิ่มความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กรรณิการ์ วนะเกียรติกุล กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เราได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปีของแบรนด์เสื้อผ้าเชอ-ซี (Cher’Z) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์มาอย่างยาวนาน โดยครั้งนี้เราพร้อมนำเสนอเสื้อผ้าคอลเลกชั่นสุดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อในวาระครั้งนี้ ซึ่งมาใน                    คอลเลกชั่นที่ว่า “นิว แชปเตอร์” (New Chapter) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากจุดเริ่มต้นของแบรนด์ โดยเราได้หวนย้อนรำลึกถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการจับเดรป การตกแต่งดอกไม้ด้วยมือ และการขึ้นแพทเทิร์นที่สะท้อนความไทม์เลส (Timeless) ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าที่ยังคงความร่วมสมัยและสง่างามเหนือกาลเวลา ให้ผู้หญิง     ทุกคนได้เสริมความมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองผ่านการเลือกสรรชุดเสริมสไตล์ของตนเอง”

โดยคอลเลกชั่น “นิว แชปเตอร์” (New Chapter) เป็นคอลเลกชั่นสุดพิเศษในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 12 ปี   แห่งแบรนด์ “เชอ-ซี” (Cher’Z) ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ โดยยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่เลือกใช้เทคนิคการตกแต่งบนผืนผ้าที่หลากหลาย ทั้งเทคนิคการจับเดรป งานตกแต่งดอกไม้ด้วยมือ รวมถึงการออกแบบแพทเทิร์นชุดที่ช่วยเสริมรูปร่างให้สง่างาม ถ่ายทอดสู่ชุดสวยไม่ว่าจะเป็นชุดเดรสจับเดรปเกาะอก, เดรสจับเดรปปาดไหล่,    แม็กซี่เดรส, เสื้อเบลาส์ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบทำมือเข้าคู่กับกางเกงขายาวทรงขาบานหรือจะแมทช์กับกระโปรงสั้น  จับเดรปทิ้งชายผ้า ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ทางทีมได้เลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย เช่น ผ้าออร์แกนซ่า, ผ้าตาข่าย, ผ้าเจอร์ซีย์   และผ้าแจ็คการ์ด เพื่อเพิ่มมิติให้กับงานออกแบบ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโทนสีแนวเอิร์ธโทน เช่น สีเขียวมะกอก, สีน้ำตาล อีกทั้งโทนสีสันสดใสทั้งฟ้าพาสเทล, ชมพูพาสเทล, สีครีม รวมไปถึงโทนสีเบสิคอย่างสีขาวและสีดำ ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการลุคหรูหรา สง่างาม สามารถปรับเปลี่ยนและมิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส  โดยคอลเลกชั่น “นิว แชปเตอร์” (New Chapter) ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของ เชอ-ซี (Cher’Z) แต่ยังเป็นก้าวใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ไร้กาลเวลา สง่างาม และยืดหยุ่นกับทุกบทบาทของชีวิต

นอกจากนี้ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์สาว กรรณิการ์ วนะเกียรติกุล ได้แนะนำเคล็ดลับการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดในแต่ละโอกาสว่า “แน่นอนว่าชุดสวยๆ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาวๆ ในหลากหลายโอกาส ซึ่งการเลือกชุด  สามารถเลือกจากรูปร่างของตนเอง โดยการเน้นเผยจุดเด่นปกปิดจุดด้อย หรือจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับลุคด้วยเครื่องประดับดีไซน์สวย รวมถึงเลือกสีสันให้เหมาะสมกับตนเองและดูเหมาะสมตามกาลเทศะด้วย สำหรับสาวๆ วัยทำงาน ควรเลือกชุดที่ช่วยเสริมลุคให้ดูภูมิฐาน โดยสามารถเลือกสวมเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อเบล้าส์โทนสีสุภาพ แมทช์กับกางเกงขายาวเอวสูงสีดำเน้นความเรียบโก้ หากมีประชุมหรือพบปะลูกค้าก็สามารถหยิบเบลเซอร์โทนสีเข้มมาสวมทับเพิ่มความน่าเชื่อถือ หรืออย่างลุคออกงานสังคมที่เน้นความเรียบหรูดูน่าจับตามอง อาจจะเลือกเป็น  ชุดเดรสยาวหรือแม็กซี่เดรสในโทนสีเอิร์ธโทนหรือพาสเทล พร้อมเพิ่มความโก้หรูด้วยเครื่องประดับโทนสีทองมาช่วยคอมพลีทลุคให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

พร้อมกันนี้ 2 นักแสดงสาวสวยยังได้ร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกชุดสวยมิกซ์แอนด์แมทช์ในสไตล์ของตนเอง เริ่มที่ นักแสดงสาวยิ้มสวย มิ้นท์-รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร เล่าว่า “ด้วยความที่เราเป็นนักแสดงต้องมีออกงานอยู่บ่อยๆ จึงให้ความสำคัญกับการแต่งตัวเป็นอย่างมาก โดยจะเลือกชุดที่มีดีไซน์ให้เหมาะสมกับรูปร่าง อย่างแบรนด์เชอ-ซี (Cher’Z) เองเป็นแบรนด์ที่เราชอบในดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยเฉพาะการจับเดรปที่เพิ่มน่าสนใจให้กับชุดมากยิ่งขึ้น อย่างในงานวันนี้เลือกสวมชุดมินิเดรสสั้นสีสันสดใสโทนสีฟ้าพาสเทลน่ารักที่สามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาสทั้งออกงาน หรือเที่ยวเล่น สามารถมิกแอนด์แมทช์กับแอคเซสซอรี่ช่วยเพิ่มความโก้หรูให้กับลุคได้เป็นอย่างดี”

ปิดท้ายที่นักแสดงสาวสวย แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ เผยว่า “ส่วนตัวเราเป็นคนที่มีสไตล์การแต่งตัวที่ค่อนข้างเรียบง่าย จะเน้นเลือกเสื้อผ้าที่มีดีไซน์ไทม์เลส สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์สวมใส่ได้หลากหลายโอกาส ซึ่งแบรนด์เชอ-ซี (Cher’Z) เป็นแบรนด์ที่เราชอบ เพราะมีดีไซน์ที่โดดเด่น และในคอลเลกชั่นล่าสุด นิว แชปเตอร์ (New Chapter) เรารู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นชุดที่มีดีไซน์ที่แตกต่างออกไปจากคอลเลกชั่นก่อนๆ อย่างการเล่นโทนสีที่มีการเพิ่มสีสันที่สดใสทั้งพาสเทลและเอิร์ธโทน ทำให้เราสนุกไปกับการแต่งตัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น และในงานวันนี้มาในลุคชุดฟินาเล่ กับชุดเดรสเกาะอกยาวที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี เพราะมีการใช้เทคนิคการปักประดับลวดลายดอกไม้ในโทนสีขาว และยังมีเพิ่มดีเทลปักแซมด้วยขนนกเพิ่มความหรูหรา เสริมให้ลุคมีความโก้หรูน่าจับตามอง”

ร่วมยลโฉมเสื้อผ้าคอลเลกชั่นสุดพิเศษจากแบรนด์ “เชอ-ซี” (Cher’Z) กับคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า “นิว แชปเตอร์” (New Chapter) ได้แล้ววันนี้ที่ Cher’Z Flagship Store ซอยสุขุมวิท 26 และ Cher’Z Shop ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม หรือติดตามได้ที่ Instagram: cherz_brand หรือ https://www.facebook.com/cherzbrand

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘มีนา มีสุข ลดจุก 888’ รับสิทธิ์ส่วนลด ประกันรถเปิดปิด

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 'มีนา มีสุข ลดจุก 888' รับสิทธิ์ส่วนลด ประกันรถเปิดปิด

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘มีนา มีสุข ลดจุก 888’ รับสิทธิ์ส่วนลด ประกันรถเปิดปิด

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.49 น.

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ผู้นำนวัตกรรมด้านการประกันภัย และผู้พัฒนาประกันรถเปิดปิด ขับมาก ขับน้อย หรือไม่ค่อยได้ขับ ก็ประหยัดสูงสุด 80% ค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2,700 บาท มอบดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟรับเดือนมีนาคม กับโปรโมชัน “มีนา มีสุข ลดจุก 888” รับสิทธิ์ส่วนลด ประกันรถเปิดปิด แผนความคุ้มครองที่ร่วมรายการ สูงสุด 888 บาท สำหรับลูกใช้งานครั้งแรกหรือขาดต่ออายุเกิน 365 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ต้อนรับเดือนมีนาคม จัดโปรโมชันพิเศษ ‘มีนา มีสุข ลดจุก 888’ มอบสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 888 บาท สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ประกันรถเปิดปิด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ลูกค้าจ่ายเบี้ยตามการใช้งานจริง ไม่ว่าจะขับมาก ขับน้อย หรือไม่ค่อยได้ขับ ก็ประหยัดสูงสุด 80%  รวมถึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความคุ้มค่า และสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ที่ไม่เคยใช้ประกันรถเปิดปิดมาก่อน หรือผู้ที่เคยใช้แต่ขาดต่ออายุนานเกิน 365 วัน ได้กลับมาใช้ความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ยังต้องการส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทาง และต้องการให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไร้กังวล และได้รับการดูแลที่ดีที่สุดจากประกันภัยไทยวิวัฒน์ โปรโมชันนี้เป็นอีกหนึ่งสิทธิพิเศษที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์ต้องการส่งต่อความสุขให้กับลูกค้าในเดือนมีนาคม ให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมรับสิ่งดี ๆ ตลอดทั้งปี”

สำหรับผู้ที่สนใจซื้อประกันรถเปิดปิดครั้งแรก หรือขาดต่ออายุเกิน 365 วัน และต้องการกลับมาใช้งานอีกครั้ง สามารถรับสิทธิ์ส่วนลดดังกล่าว โดยกรอกรหัสส่วนลดค่าเบี้ยผ่านช่องทางการขายได้ทั้ง เว็บไซต์ http://www.thaivivat.co.th หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ Call Center โทร 02-200-7000 ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2568 รายละเอียดดังนี้

▪ เมื่อซื้อประกันรถเปิดปิด หรือประกันรถเปิดปิด EV แบบ Package แผน 4 เดือน

กรอกรหัสโปรโมชัน 25FMTVI288  รับส่วนลดค่าเบี้ย 288 บาท

▪ เมื่อซื้อประกันรถเปิดปิด หรือประกันรถเปิดปิด EV แบบ Package แผน 6 เดือน

กรอกรหัสโปรโมชัน 25FMTVI388   รับส่วนลดค่าเบี้ย 388 บาท

▪ เมื่อซื้อประกันรถเปิดปิด หรือประกันรถเปิดปิด EV แบบ Package แผน 12  เดือน หรือ แบบ Top-up แผน 1 ปี    กรอกรหัสโปรโมชัน 25FMTVI588 รับส่วนลดค่าเบี้ย 588 บาท

▪ เมื่อซื้อประกันรถเปิดปิด หรือประกันรถเปิดปิด EV แบบ Top-up แผน 2  ปี

กรอกรหัสโปรโมชัน 25FMTVI888  รับส่วนลดค่าเบี้ย 888 บาท

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังคงเดินหน้าส่งมอบนวัตกรรมด้านการประกันภัยและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือติดตามโปรโมชันและสิทธิพิเศษอื่น ๆเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaivivat.co.th หรือ Facebook Official page ประกันภัยไทยวิวัฒน์  หรือโทร.02-200-70000 

‘เล้ง-แสตมป์’ รับเชิญพิเศษรำละครนอก ‘สังข์ทอง’ ตอน ‘รจนาเลือกคู่’

‘เล้ง-แสตมป์’ รับเชิญพิเศษรำละครนอก ‘สังข์ทอง’ ตอน ‘รจนาเลือกคู่’

‘เล้ง-แสตมป์’ รับเชิญพิเศษรำละครนอก ‘สังข์ทอง’ ตอน ‘รจนาเลือกคู่’

วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตั้งใจผลิตซีรี่ส์ที่มีเนื้อหาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะสาขา นาฎศิลป์ ด้วยเหตุนี้สองผู้จัดฯ หน้าใหม่ไฟแรง คุณบรรจง จันทร์เทพ และ คุณอังคาร ปะระทัง จากค่าย “เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ” ผู้ผลิตซีรี่ส์น้ำดี “วัยซ่าส์ท้ามิติ” ที่มี ดร.วโรดม ศิริสุข หรือชายแฮ็คส์ รับหน้าที่ ควบคุมการผลิต และครูหมู วลงกรณ์ จับใจ รับหน้าที่กำกับการแสดง 

“วัยซ่าส์ท้ามิติ” เรื่องราวความรักความผูกพันของเพื่อนนักเรียนสองกลุ่มในสถาบันสอนการแสดง The Little Bee’s Club ที่เริ่มต้นจากความไม่ถูกกันของกลุ่ม AnnYeong Bee และกลุ่ม Strom Bee ที่มักจะทะเลาะกันเป็นประจำ แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กทั้งสองกลุ่มย้อนเวลากลับไปยังอดีต ได้พบกับพ่อครูจอมเจ้าของโรงเรียนสอนรำ ซึ่งเด็กๆ ในอดีตก็คิดว่าพวกที่มาจากอนาคตคือผี…ด้วยต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้าใจ เด็กๆ จากอนาคตได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในแบบโบราณ และเริ่มเห็นคุณค่าของวิถีชีวิตแบบติดดิน และคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย โดยมีพี่ลอยกับพี่แก้ว คอยให้กำลังใจในการฝึกรำละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดเด็กในอนาคตได้กลับมาในปัจจุบันโดยมี เด็กในอดีตติดมายังโลกอนาคต!!!  เนื้อหาในซีรี่ส์ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” จะเผยฉากที่ ลอย (เล้ง-ณัฐพล) กับ แก้ว (แสตมป์ พรวศิน) จะต้องฝึกรำละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ซึ่งสองผู้จัดฯทุ่มทุนสร้าง จัดส่งครูนาฏศิลป์มาสอนรำให้สองหนุ่มแบบตัวต่อตัวด้วย คุณบรรจงเผยถึงเรื่องราวในครั้งนี้ว่า “เราอยากสอดแทรกวัฒนธรรมความเป็นไทยลงไปในซีรี่ส์เรื่องนี้ ไม่อยากให้เป็นแค่ซีรี่ส์ ครอบครัว ความผูกพันของครอบครัวเพียงอย่างเดียว เลยปรึกษากับ พี่ชายแฮ็คส์  ก็เลยมาสรุปกัน ใส่การรำละครนอกลงไป โดยให้ เล้ง กับ แสตมป์ เรียนรำกับทางอาจารย์นาฏศิลป์โดยตรง  ซึ่งทั้งสองคนก็ตั้งใจมาก และรำออกมาได้งดงามมาก ในรูปแบบที่เรามองว่า เค้าทำได้ดี ถึงแม้ไม่เคยมีพื้นฐานมาเลย  อยากให้ทุกคนให้กำลังใจ และไม่อยากให้เปรียบเทียบกับนักรำมืออาชีพค่ะ” ติดตามชมการรำละครนอกเรื่อง “สังข์ทอง” ของสองหนุ่ม “เล้ง-แสตมป์” ในซีรี่ส์ “วัยซ่าส์ท้ามิติ” เวลา 24.00 น. ทางช่อง 9 MCOTHD