ร่วมสัมผัสเสน่ห์ตลาดริมคลอง ในงานริมคลองมาร์เกต #วันวานตำนานของอร่อย

ร่วมสัมผัสเสน่ห์ตลาดริมคลอง ในงานริมคลองมาร์เกต #วันวานตำนานของอร่อย

ร่วมสัมผัสเสน่ห์ตลาดริมคลอง ในงานริมคลองมาร์เกต #วันวานตำนานของอร่อย

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.11 น.

ร่วมสัมผัสเสน่ห์ตลาดริมคลอง ใน งาน ริมคลองมาร์เกต #วันวานตำนานของอร่อย ตั้งแต่ 5-9 มีนาคมนี้ ที่ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนชาวปทุมธานี มาจอย ช้อป ชิม ชม พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ตลาดริมคลองกับงาน  ริมคลองมาร์เกต #วันวานตำนานของอร่อย  พบกับร้านอาหารท้องถิ่นที่คัดสรร มาให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยแบบจัดเต็มรวมถึง ของใช้มากมายมาให้ช้อป อิ่มเพลินตลอดทั้งงาน  อาทิ โรตีสายใหม่ ขนมฝักบัว ซาโมซา เกี๊ยวซ่า  น้ำพริก กระเทียมดอง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ร้านปั้นเงินปั้นทอง เพชรรัตน์ร้านรองเท้าเพื่อสุขภาพ กระเป๋าผ้าบัวบาน  ในบรรยากาศริมคลองที่ร่มรื่น พร้อมสัมผัสกับจุดตกแต่งถ่ายภาพที่สวยงาม

 ระหว่างวันพุธที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 เวลา 11.00 น.- 19.00 น. ณ บริเวณ ชั้น 1 ลานนอร์ธ โซน ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

MBK เดินสายให้ความรู้ 4 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่ กับกิจกรรม ‘แยกขวด ช่วยน้อง’ ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

MBK เดินสายให้ความรู้  4 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่ กับกิจกรรม ‘แยกขวด ช่วยน้อง’ ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

MBK เดินสายให้ความรู้ 4 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่ กับกิจกรรม ‘แยกขวด ช่วยน้อง’ ลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

เอ็ม บี เค สานต่อกิจกรรม “แยกขวด ช่วยน้อง” ภายใต้โครงการ ข.ขวดรักษ์โลก ผนึก GC You เทิร์น เวสท์บาย พร้อมตัวแทนจิตอาสา MBK Care จากบริษัทในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์   ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์  ติวานนท์ จำกัด สนามริเวอร์เดล กอล์ฟ คลับ สนามบางกอก กอล์ฟ คลับ  โรงแรมทินิดี โฮเต็ล บางกอก กอล์ฟ คลับ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมเดินสายให้ความรู้ 4 โรงเรียนนำร่องในพื้นที่ของศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ โรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ โรงเรียนสุเหร่าใหม่ และโรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี ในการเสริมความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การบริหารจัดการขยะ ตอบสนองเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ พร้อมนำขวดพลาสติกที่ได้จากการคัดแยกไปทำกระเป๋านักเรียนอัพไซเคิล

นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมแยกขวด ช่วยน้อง” ภายใต้โครงการ ข.ขวดรักษ์โลก ทางเอ็ม บี เค ได้ร่วมมือกับทางสำนักงานเขตปทุมวัน เขตประเวศ เขตสวนหลวง เทศบาลเมืองบางกะดี GC You เทิร์น ของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด เพื่อจะเสริมสร้างให้เหล่าน้อง ๆ ใน 4 โรงเรียนในเขตดังกล่าว ร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรม มาสู่การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่ายั่งยืน ให้น้อง ๆ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการคัดแยกขยะอย่างรู้คุณค่า ถูกต้องเหมาะสม และช่วยกันเก็บขวดพลาสติก PET เพื่อนำไปทำกระเป๋านักเรียนอัพไซเคิล (Upcycle) ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สนองเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และเป็นการหมุนเวียนพลาสติกให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยมี นายภาคภูมิ พิทักษ์ธนางกูร ผู้จัดการส่วนหน่วยงานเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC You เทิร์น และ นายสุธี เปรมบุญ ผู้จัดการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด  ได้มาให้ความรู้การคัดแยกพลาสติกที่ใช้แล้ว กับการแยกขยะรีไซเคิลที่ถูกต้อง ให้กับน้อง ๆ ในโรงเรียนทั้ง 4 โรงเรียน อีกด้วย”

ทางด้าน เด็กหญิงภัทรวดี สังวรณ์พิทักษ์  นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดบรมนิวาส เล่าถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “จากที่พี่ ๆ เอ็ม บี เค และทีมงานทุกคน ได้ให้ความรู้และประโยชน์ในการคัดแยกขยะ ทำให้หนูสนุกและได้รับความรู้ไปกับการคัดแยกขยะเป็นอย่างมาก หนูจะเอาสิ่งที่ได้เรียนในครั้งนี้ไปใช้ในการแยกขยะในชีวิตประจำวัน เมื่อหนูแยกขยะแล้ว ก็จะสามารถช่วยโลกใบนี้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกด้วยค่ะ”

ส่วนตัวแทนจากโรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ นายวิวัฒน์ เพ็นดี ชั้นม.4 กล่าวถึงความรู้สึกในการทำกิจกรรมวันนี้ว่า “ผมรู้สึกดีใจที่มีองค์กรที่สนใจในประเด็นขยะ เพราะในปัจจุบันมีการขับเคลื่อนหลากหลายประเด็นในสังคม แต่เรื่องขยะค่อย ๆ ถูกลบเลือนและหายไป แต่ในวันนี้ได้มีองค์กรอย่าง เอ็ม บี เค ที่ต้องการปลุกประเด็นเรื่องขยะขึ้นมาอีกครั้ง และผมเชื่อว่าคนในปัจจุบันมีความรู้เรื่องขยะไม่มากเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกบขยะต่าง ๆ ภายในสังคมไทย การที่เอ็ม บี เค เข้ามาทำกิจกรรมในวันนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และพวกเราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันสร้างประโยชน์ให้กับโรงเรียนและครอบครัวของเรา และผมก็เชื่อว่าเราจะสามารถใช้ประโยชน์จากขยะได้มากขึ้นอีกด้วย”

เด็กชายชานนท์ เด่นทอง ชั้น ม.2 จากโรงเรียนสุเหร่าใหม่ กล่าวว่า “การได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้ง ผมได้รับความรู้ เกี่ยวกับวิธีการแยกขยะได้มากขึ้น ซึ่งผมสามารถเอาสิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้ มาพัฒนาชีวิตของผม ที่ผมไม่เคยรู้วิธีการคัดแยกขยะ ทำให้ผมมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น และสามารถไปบอกต่อคนรอบตัวของผมได้เช่นกัน”

ปิดท้ายที่ เด็กหญิงกัญญาณัฐ บุญเกิด นักเรียนชั้นม.3 จากโรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี เล่าถึงกิจกรรมว่า “กิจกรรมวันนี้ทำให้หนูรู้ถึงวิธีการแยกขยะ และถังขยะในการทิ้งว่ามีจำนวนถังขยะทั้งหมดกี่สี กี่ประเภท ทำให้หนูและเพื่อนสามารถทิ้งขยะได้อย่างถูกต้อง และสามารถเอาขยะเหล่านี้ไปเพิ่มมูลค่าเป็นสิ่งของอย่างอื่นได้อีกด้วยค่ะ”

-(016)

เริ่มแล้ว! งานมหกรรม ‘OTOP Chonburi Fair 2025’ ชม ช้อปสินค้า OTOP ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น

เริ่มแล้ว! งานมหกรรม ‘OTOP Chonburi Fair 2025’ ชม ช้อปสินค้า OTOP ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น

เริ่มแล้ว! งานมหกรรม ‘OTOP Chonburi Fair 2025’ ชม ช้อปสินค้า OTOP ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.12 น.

นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน“OTOP Chonburi Fair 2025” ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยมีนางสาวประภัสรา ศรีทอง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเปิดครั้งนี้

จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชลบุรี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และคณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มอาชีพ และผู้ผลิต ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จังหวัดชลบุรี จัดงานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ภายใต้ชื่องาน “OTOP Chonburi Fair 2025” โดยมีคำขวัญที่ว่า “อัตลักษณ์แห่งชล ความภูมิใจแห่งไทย” ระหว่างวันที่ 2 – 9 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 – 20.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP และเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ด้านการแข่งขันธุรกิจและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ทั้งในจังหวัดชลบุรีและต่างจังหวัด

สำหรับงาน “OTOP Chonburi Fair 2025” มีผลิตภัณฑ์ OTOP คุณภาพ ระดับ 3-5 ดาว จำนวนมากกว่า 318 ร้านค้า ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายมีความหลากหลายครอบคลุม 5 ประเภทผลิตภัณฑ์ ได้แก่1)ประเภทอาหารและอาหารชวนชิม 2)ประเภทเครื่องดื่ม 3) ประเภทผ้าเครื่องแต่งกาย 4) ประเภทของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก และ5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถ่ายทอดมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีความสวยงาม โดดเด่น เป็นที่นิยมของผู้บริโภค อาทิ อาหารทะเลเมืองชล ทองม้วนสายชล ตะวันออกหมูหยอง ไก่ย่างส้มตำเขาสวนกวาง น้ำฝรั่งหนองข้างคอก มะม่วงน้ำปลาหวานต้นหอม ชาอู่หลงเชียงราย ผ้าไทยจากเมืองเหนือ จักสานพนัสนิคม สมุนไพรไทยนานาชนิด และผลิตภัณฑ์จากโคก หนอง นา เป็นต้น

-(016)

อิ่มจุกๆ! ตลอด 2 คืน กับงาน ‘Pattaya Squid Fair 2025’ ชมเล – ตกหมึก

อิ่มจุกๆ! ตลอด 2 คืน กับงาน 'Pattaya Squid Fair 2025' ชมเล - ตกหมึก

อิ่มจุกๆ! ตลอด 2 คืน กับงาน ‘Pattaya Squid Fair 2025’ ชมเล – ตกหมึก

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.32 น.

งานของคนรักอาหารทะเลที่ทั้งสด อร่อย ของแท้จากเมืองที่ขึ้นชื่อด้านนี้ตัวจริง กับงาน เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ประจำปี 2568 (Pattaya Squid Fair 2025) พบกับ 50 กว่าร้านค้าที่คัดเน้นๆ ถึงเครื่องด้านซีฟู้ด พร้อมกิจกรรมสุดฟินที่อัดแน่นตลอด 2 วันของงาน อาทิ ล่องเรือรับประทานอาหารสุดโรแมนติกบนน่านน้ำหาดจอมเทียน การแข่งขันตกหมึก การแข่งขันกินไว โชว์พลุไฟสุดอลังพร้อมปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีที่พร้อมให้ทุกคนได้โยกกันยับ ณ หาดจอมเทียน พัทยา ชลบุรี หน้าโรงแรม The Now Hotel

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นางอัจฉรา บัณฑิตยานุรักษ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, นายเตชวัศกลิ่นภักดี รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา และ นายบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ชลบุรี ร่วมเปิดเทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ประจำปี 2568 (Pattaya Squid Fair 2025) ภายใต้ธีมงาน Pirates’ Treasure Under The Sea. ณ ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี บริเวณหน้าโรงแรม The Now Hotel ซึ่งมีคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ พร้อมคณะผู้จัดงาน และสื่อมวลชน เข้าร่วมในพิธี ท่ามกลางนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สำหรับการจัดงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด (Pattaya Squid Fair 2025) @หาดจอมเทียนในครั้งนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้ธีมงาน Pirates’ Treasure Under The Sea. โดยความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านความมีชื่อเสียงของอาหารทะเลจังหวัดชลบุรี และส่งเสริมฟื้นฟูกลุ่มอาชีพเกษตรกร ชาวประมง และผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จำหน่ายอาหารพื้นเมือง ให้ผู้ประกอบการรายย่อยให้มีแหล่งขายสินค้า โดยจัดให้มีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลกว่า 50 ร้านค้า ในราคาพิเศษให้กับผู้เข้าร่วมชมงาน ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง

อีกทั้งยังมีการจัดโซนพิเศษสำหรับให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนชายหาดแบบ Local Beach Food Experience พร้อมจัดกิจกรรมความบันเทิงบนเวที การแสดงดนตรี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรี ประกอบกับในปีนี้รัฐบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา ยังได้มีแนวทางจะส่งเสริมกิจกรรมในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม    เพื่อเป็นการสนองนโยบายและเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูการท่องเที่ยว ภายในจังหวัดชลบุรี โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น  อีกทั้งส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูพัฒนาด้านเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรี และในภาพรวมของประเทศ   รวมถึงยังเป็นการส่งเสริมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษ์สิ่งแวดล้อมของจังหวัดชลบุรี และเมืองพัทยา

ภายในงานประกอบด้วยบูธร้านค้ากว่า 50 ร้านค้าที่อุดมด้วยอาหารทะเลสด อร่อย และเป็นของดีซอฟท์เพาเวอร์ของเมืองพัทยา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมความบันเทิงภายในงานตลอด 2 วันมากมาย อาทิ การโชว์จุดพลุไฟสุดอลังการ, กิจกรรมพิเศษเชิญแขกผู้มีเกียรติขึ้นไปล่องเรือพร้อมรับประทานอาหารค่ำสุดโรแมนติกที่ได้รับการสนับสนุนจาก “เรือสถาพร” ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี, การแสดงโชว์กระบองไฟ, การแข่งขันแข่งกินไว, โชว์ไดโนเสาร์-สัตว์น้ำใต้ท้องทะเล จากสวนไดโนเสาร์พัทยาและหจก. ดี65 ครีเอชั่น, กิจกรรมแข่งตกหมึก จาก Jack’s Way กิจกรรมมอบของรางวัลสุดพิเศษ “Lucky draw treasure” , การแสดงดนตรีจากศิลปิน “ฤทธิ์ สมิหลา”

นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนอีกมากมาย เช่น เซ็นทรัล พัทยา, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา, และ บริษัท เดอะ พินพอยท์ มาร์เก็ตติ้ง เอเจนซี่ จำกัด (ผู้จัดงาน)

อย่าพลาด ร่วมสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวทางอาหารทะเลที่อร่อยและสนุกสนานไปกับกิมมิคมากมาย ภายในงานเทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ในครั้งต่อไปกันด้วย

-(016)

โปรดเกล้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปีการศึกษา 2566

โปรดเกล้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปีการศึกษา 2566

โปรดเกล้าฯ กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตร ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปีการศึกษา 2566

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.07 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม  2568 เวลา 08.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประจำปีการศึกษา 2566  (เป็นวันแรก) ในปี้มีบัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) และจากกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง สถาบันสมทบ สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 6,179 คน ขึ้นทะเบียนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 5,295 คน โดยในปีนี้ สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ ประจำปีการศึกษา 2566 แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

วันนี้มีบัณฑิตเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 2,667 คน แบ่งเป็น ดุษฎีบัณฑิต 146 คน มหาบัณฑิต 385 คน บัณฑิต 2,136 คน  6 คณะ/วิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยนานาชาติ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม  โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ  นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยศาสตราจารย์  ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ รักษาการอธิการบดี  คณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้พระราชทานพระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ใจความสำคัญว่า “ทุกวันนี้ วิทยาการต่าง ๆ เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นอันมาก ทำให้คนเราสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และกว้างขวาง ด้วยวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น แต่การรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องระมัดระวังมากขึ้นเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดโทษทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้ ทุกคนจึงต้องรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ กล่าวคือ ต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลให้ชัดเจน แล้วพิจารณาข้อมูลนั้นอย่างถี่ถ้วน ให้เห็นเหตุ เห็นผล เห็นประเด็นสำคัญและความหมายที่แท้ ตลอดจนแยกแยะความจริงความเท็จ ความถูกความผิด รวมทั้งประโยชน์และโทษ ก่อนที่จะรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมาใช้ หรือนำไปเผยแพร่ถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นต่อไป หากบัณฑิตตั้งใจพยายามฝึกฝนตนเอง ให้เป็นผู้มีวิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างแท้จริงแล้ว  ก็จะเป็นประโยชน์แก่การดำเนินชีวิตและการทำงานในสังคมปัจจุบัน รวมทั้งเป็นคุณแก่ส่วนรวมประเทศชาติอย่างยิ่ง”

เชิญช้อปบัตรบุฟเฟต์สุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 73

เชิญช้อปบัตรบุฟเฟต์สุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 73

เชิญช้อปบัตรบุฟเฟต์สุดคุ้มในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 73

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.35 น.

โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ขอเชิญชวนทุกท่านพบโปรโมชั่นสุดคุ้ม กับคูปองราคาพิเศษมากมายหลากหลายความอร่อย รวมทั้งห้องพักและศูนย์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น

•             บุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ดมื้อกลางวัน (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ราคาใบละ 599 บาท (ปกติ 900 บาท)  “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 3”

•             บุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียมมื้อเย็น ทั้งฟัวกราส์ วากิว  หอยนางรม ปูม้า ฯลฯ ราคาใบละ 1,299 บาท (ปกติ 2,001 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 3”

•             บุฟเฟต์ติ่มซำ รวมออเดิร์ฟ ผัดผัก ซุป จานหลัก ขนมหวาน และเครื่องดื่ม (วันจันทร์-พฤหัสบดี) ราคาใบละ 859 บาท (ปกติ 1,300 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 3”

•             บุฟเฟต์ติ่มซำ รวมเป็ดปักกิ่ง ปูนิ่ม หมูกรอบ เป็ดย่าง ทานได้ไม่อั้น (วันศุกร์-อาทิตย์) ราคาใบละ 1,099 บาท (ปกติ 1,700 บาท) “ซื้อ 10 แถม 1” “ซื้อ 20 แถม 3”

•             เป็ดปักกิ่ง 1 ตัว ใบละ 990 บาท (ปกติ 1,754 บาท)

•             ห้องพัก Deluxe 1 คืนรวมอาหารเช้า สำหรับ 2 ท่าน  ใบละ 2,200 บาท (ปกติ 6,474 บาท)

•             บัตรสมาชิกศูนย์สุขภาพ

-รายเดือน 3,000 (ปกติ 7,500) “ซื้อ 3 เดือน แถม 1 เดือน”

       -รายปี 23,000 (ปกติ 30,000) แถม 1 เดือนและบัตรเงินสด 2,000 บาท

       -รายปีออฟพีค 20,000 (ปกติ 22,500) แถม 1 เดือนและบัตรเงินสด 2,000 บาท

ภายในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 73 บูธ G03 ณ  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 6 – 9 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2276-4567 หรือไลน์ @theemeraldhotel และ http://www.facebook.com/theemeraldhotel

-(016)

วว. จับมือ สวทช. ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์สำคัญ…สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21

วว. จับมือ สวทช. ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯอย่างยั่งยืน  พร้อมตอบโจทย์สำคัญ...สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21

วว. จับมือ สวทช. ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์สำคัญ…สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.15 น.

วว. จับมือ สวทช.  ขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างยั่งยืน  พร้อมตอบโจทย์สำคัญ…สู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  (อว.)  โดย  ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ  ผู้ว่าการ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)   ดร.ชูกิจ  ลิมปิจำนงค์  ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงขยายกรอบความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ   จนถึงปลายน้ำ  อย่างมีประสิทธิภาพ  อาทิ  การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย  การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสังคม   สอดคล้องตามนโยบาย วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ตรงความต้องการ  โดย “เน้นประเด็นสำคัญประเทศ” ของกระทรวง อว.  มีระยะเวลาดำเนินงาน  5  ปี  โดยมี ดร.พงศธร   ประภักรางกูล   รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ  วว.   ผศ.ดร.เชาวรีย์   อรรถลังรอง  ผู้อำนวยการ  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (ไบโอเทค)  สวทช. ร่วมเป็นสักขีพยาน  ในการนี้ ดร.จิตรา   ชัยวิมล   รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม  วว. คณะผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองหน่วยงานและสื่อมวลชน ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี โดยภายในงานมีการจัดแสดงเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ  ความหลากหลายและการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์  ตลอดจนการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ทางการเกษตรและอุตสาหกรรม  รวมทั้งการเยี่ยมชมภารกิจศูนย์ความเชี่ยวชาญของ วว.  ได้แก่  ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ  (BRC) ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ  (InnoFood)  ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร  (InnoHerb)  และศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม  (InnoEN )  เพื่อบูรณาการร่วมดำเนินงานต่อไป 

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ   ผู้ว่าการ วว.  กล่าวว่า  จากความร่วมมือดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ  ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสำคัญในการดำเนินงานของ วว. ในฐานะรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีพันธกิจสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม  เพื่อเสริมความเข้มแข็งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 

โดยปัจจุบันได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 และมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมีการแก้ไขหลักการในสาระสำคัญเพื่อปรับปรุงและขยายภารกิจองค์กร ให้สามารถดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์และสามารถร่วมทุนได้มากขึ้นด้วย  โดย วว. มุ่งดำเนินงานผ่านการขับเคลื่อนด้วย “4 กลยุทธ์ : S – I – E – N”  เพื่อนำ วทน. ไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เติบโตยั่งยืน  ได้แก่  กลยุทธ์ที่ 1   S : Science  Technology  and  Innovation  เร่งสร้างผลงานวิจัย  วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีและนวัตกรรม  เพี่อตอบโจทย์ประเทศ  กลยุทธที่ 2    I : Infrastructure   การพัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   กลยุทธ์ที่ 3   E : Ecosystem  เสริมสร้างผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม ด้วยวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  และกลยุทธ์ที่ 4   N : Network   สร้างเครือข่ายตอบโจทย์เชิงพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  ซึ่งจะทำให้การเสริมสร้างผลิตภาพการผลิตดีขึ้น สร้างนวัตกรรมตามนโยบายรัฐบาลและนโยบาย ท่านศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม value added … value creation ทำให้ประเทศหลุดจากกับดักทางรายได้ คุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนมีความเท่าเทียม ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง

“การพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ  ความร่วมมือของ วว. และ สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยชั้นนำระดับประเทศ  จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการผนึกกำลังเพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม  สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตอบโจทย์สำคัญสู่การพัฒนาประเทศไทยในศตวรรษที่ 21  ที่มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาคน  การวิจัยเพื่อสร้างความรู้   การสร้างและพัฒนานวัตกรรม  ได้อย่างเต็มภาคภูมิ…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

ศ.ดร.ชูกิจ   ลิมปิจำนงค์   ผู้อำนวยการ สวทช.  กล่าวว่า  สวทช. มีเป้าหมายหลักในการสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม ของประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ สวทช. มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงการทำงานกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขยายผลการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

สวทช. และ วว. ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 5 ปี (1 กรกฎาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2567) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น ชีวภัณฑ์ราเมตาไรเซียม กำจัดไรแดง และสารชีวภัณฑ์ควบคุมวัชพืช ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สวทช. โดย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ และศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ วว. เพื่อทดสอบพิษวิทยาและพัฒนาชีวภัณฑ์ตามเกณฑ์กรมวิชาการเกษตร

และเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ทั้งสองหน่วยงานได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือต่ออีก 5 ปี (ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2568 ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2572) โดยแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไปจะดำเนินงานวิจัยร่วมกันในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ทางการเกษตรสู่เกษตรกรและชุมชน การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตพืชผักและไม้ผลปลอดภัยด้วยชีวภัณฑ์ โดยอาศัยคู่มือแบบมาตรฐานจัดการศัตรูพืช (standard operating procedure: SOP) ของทุเรียน ถั่วฝักยาว เมล่อนและกาแฟ) และระบบ DAPbot เพื่อเข้าถึงชีวภัณฑ์ที่มีคุณภาพใน Line OA ซึ่งพัฒนาโดยคณะนักวิจัย ไบโอเทค สวทช. รวมทั้งการทดสอบพิษวิทยาสำหรับพัฒนาชีวภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนต่อกรมวิชาการเกษตร และผลักดันการเพิ่มขีดความสามารถในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมของประเทศให้มีความปลอดภัยและยั่งยืน

“…สวทช. ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของประเทศ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับภาคการเกษตรของไทย สวทช. มุ่งมั่นที่จะทำให้ภาคการเกษตรของไทยประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ และพร้อมที่จะขยายผลต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยเทคโนโลยีในด้านอื่นๆ ต่อไป…” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

อนึ่ง วว. และ สวทช.  เป็นหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมบูรณาการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการต่างๆ อาทิ  โครงการเชื่อมโยงธุรกิจนวัตกรรมเวชสำอางและสมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศ   โครงการพัฒนาเชื่อมโยงระหว่างการค้า/การตลาด/การวิจัย/เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน   โครงการธัชวิทย์วิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเพื่อการผลิตบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมรรถนะสูง    โครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาความร่วมมืองานวิจัยระบบราง    โครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม   โครงการสร้างความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยเพื่อดำเนินการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเชิงระบบ   โครงการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้แก่ประเทศที่สามเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน   โครงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนและญี่ปุ่น    เป็นต้น

-(016)

Vida คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าขายดี จาก Watsons HWB Awards 2025 ตอกย้ำความสำเร็จ 7 ปีซ้อน!

Vida คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าขายดี จาก Watsons HWB Awards 2025 ตอกย้ำความสำเร็จ 7 ปีซ้อน!

Vida คว้ารางวัลสุดยอดสินค้าขายดี จาก Watsons HWB Awards 2025 ตอกย้ำความสำเร็จ 7 ปีซ้อน!

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.03 น.

แบรนด์ Vida (วีด้า) ยังคงครองตำแหน่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยอดนิยม ด้วยรางวัล Best Selling Food Supplement – Anti-Acne & Whitening Gluta for Glamorous Skin จากงาน Watsons Health, Wellness and Beauty Awards 2025 (HWB Awards 2025) ซึ่งเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการประกาศสุดยอดผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามแห่งปี โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน ที่ Vida ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา

Watsons HWB Awards 2025 จัดขึ้นเพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยพิจารณาจากยอดขายและเสียงตอบรับของลูกค้า ซึ่งรางวัลนี้สะท้อนถึงคุณภาพและความนิยมของสินค้าที่ได้รับการยอมรับทั้งในร้านวัตสันและวัตสันออนไลน์ ภายในงานมีเหล่าผู้บริหารและพันธมิตรธุรกิจเข้าร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ โดยได้รับเกียรติจาก คุณนวลพรรณ ชัยนาม Managing Director วัตสัน ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัล

จีรณินทร์ เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด ในฐานะตัวแทนของ Vida (วีด้า) ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “รางวัลนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของเรา และเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง การได้รับรางวัลนี้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เป็นข้อพิสูจน์ว่า Vida ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของผู้บริโภคในหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อผิวกระจ่างใสและลดปัญหาสิว เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของเราเสมอมา”

สำหรับ Vida การได้รับรางวัล Best Selling Food Supplement – Anti-Acne & Whitening Gluta for Glamorous Skin 7 ปีซ้อน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยดูแลสุขภาพผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-(016)

LIFE & HEALTH : ข้อควรรู้เบื้องต้นการตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์..เตรียมรถให้พร้อมเดินทางปลอดภัย

LIFE & HEALTH : ข้อควรรู้เบื้องต้นการตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์..เตรียมรถให้พร้อมเดินทางปลอดภัย

LIFE & HEALTH : ข้อควรรู้เบื้องต้นการตรวจเช็คช่วงล่างรถยนต์..เตรียมรถให้พร้อมเดินทางปลอดภัย

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.30 น.

รถยนต์ถือเป็นพาหนะคู่ใจเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน บางคนบอกว่าเป็นปัจจัยที่ 5 กันเลยทีเดียว เพราะรถยนต์ช่วยให้เราและครอบครัวไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใช้ไปทำงาน ท่องเที่ยว หรือทำธุระต่างๆ ดังนั้น การดูแลและเตรียมความพร้อมของรถยนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ทุกการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย และปราศจากปัญหากวนใจระหว่างทาง

โดยเฉพาะช่วงล่างของรถยนต์ ซึ่งเป็นระบบที่มีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยและความนุ่มนวลในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบกันสะเทือน โช้คอัพลูกหมาก หรือยางรถยนต์ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อการทรงตัวและการควบคุมรถ หากปล่อยให้ช่วงล่างมีปัญหาเสื่อมสภาพหรือชำรุด เช่น หลวม โคลงเคลง อาจนำไปสู่ปัญหาการขับขี่ที่ไม่เสถียรส่งผลให้การควบคุมรถลดลง การขับขี่ไม่นุ่มนวล รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ผู้ใช้รถจึงควรให้ความสำคัญดูแลและเตรียมความพร้อมของรถยนต์ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบด้วยตนเอง สังเกตอาการผิดปกติ รู้จักกับวิธีการดูแลตรวจเช็คเบื้องต้น หรือเข้าศูนย์บริการให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจซ่อมบำรุงรักษาตามระยะ และปรับปรุงช่วงล่างรถยนต์ให้แน่นฟิตอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจว่ารถอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมการใช้งาน รวมถึงการเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมเสมอ ช่วยให้ผู้ใช้รถขับขี่ได้อย่างมั่นใจเตรียมพร้อมสำหรับทุกการเดินทางอย่างปลอดภัยทุกเส้นทาง

ข้อมูลจาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทยที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ให้คำแนะนำว่า การตรวจเช็คและดูแลช่วงล่างของรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผู้ใช้รถควรตรวจสอบสภาพช่วงล่างของรถเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังจากเดินทางไกลหรือขับขี่บนเส้นทางขรุขระ เพื่อป้องกันความเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เนื่องจากช่วงล่างของรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่หากช่วงล่างมีปัญหา อาจทำให้รถสูญเสียการทรงตัว เกิดเสียงดัง หรือมีอาการสั่นสะเทือนขณะขับขี่ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้

10 ข้อควรรู้ในการตรวจสอบดูแลสภาพช่วงล่างรถยนต์

1.ตรวจสอบยาง : ความดันลมยาง ควรเช็คและปรับความดันลมยางให้ถูกต้องตามที่ผู้ผลิตแนะนำ ตรวจสอบดอกยาง ดูว่ามีการสึกหรอมากเกินไปหรือไม่ โดยใช้เหรียญหรือเครื่องมือวัดความลึกดอกยาง และที่สำคัญต้องเช็คสภาพยางสม่ำเสมอ เช็ครอยแตก, การบวม หรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจทำให้ยางเสียหาย

2.ตรวจสอบระบบเบรก : ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และเปลี่ยนตามที่ผู้ผลิตแนะนำที่สำคัญควร ตรวจสอบผ้าเบรก เช็คความหนาและสภาพของผ้าเบรกเพื่อป้องกันเสียงผิดปกติ หรือการสึกหรอที่ไม่สมบูรณ์

3.ตรวจสอบโช้คอัพ : ดูสัญญาณการรั่วซึม เพื่อตรวจสอบรอยน้ำมันที่อาจรั่วจากโช้คอัพ นอกจากนี้ ควรทดสอบการทำงานของโช้คอัพดูประสิทธิภาพความยืดหยุ่นโดยกดที่มุมรถแล้วปล่อยดูว่ารถกลับคืนได้เร็วหรือช้า

4.ตรวจสอบสปริง : เช็คความเสียหาย เช่น การเปลี่ยนรูปหรือการแตกของสปริงและควรทำความสะอาดจากสิ่งสกปรกเพื่อป้องกันการกัดกร่อน

5.ตรวจสอบพวงมาลัย : เช็คการตอบสนองโดยทดสอบว่าพวงมาลัยหมุนได้อย่างนุ่มนวลหรือมีเสียงผิดปกติ และควรตรวจสอบความหลวม เช็คการยึดติดของส่วนประกอบในระบบพวงมาลัย

6.ตรวจสอบข้อต่อและบูช : ตรวจสอบสภาพการใช้งาน มองหารอยแตกหรือการสึกหรอที่จุดเชื่อมต่อ และตรวจสอบการติดตั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนยึดติดอย่างแน่นหนา

7.ตรวจสอบการบาลานซ์ล้อ : การบาลานซ์ล้อ ควรทำการบาลานซ์ล้อเป็นระยะเพื่อป้องกันการสึกหรอไม่สม่ำเสมอ

8.ตรวจสอบระบบขับเคลื่อน : ตรวจดูเพลาขับ เช็คว่ามีรอยแตก หรือสัญญาณการเสียหายและน้ำมันหล่อลื่น ควรตรวจสอบระดับน้ำมันในระบบขับเคลื่อนและให้เติมตามความจำเป็น

9.ทำความสะอาดช่วงล่าง : ควรล้างโคลนและสิ่งสกปรก เพื่อลดการกัดกร่อนและช่วยให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

10.การตรวจเช็คตามระยะ : ควรตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ และให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คช่วงล่างอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรือทุก 10,000-15,000 กม.

การดูแลช่วงล่างรถยนต์อย่างละเอียดและสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้รถยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยอีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ นอกจากนี้ การเลือกใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์จะมีสมรรถนะที่ดีและปลอดภัยต่อการใช้งาน ช่วงล่างแน่นฟิตยาวนาน พร้อมขับขี่อย่างปลอดภัยทุกการเดินทาง สำหรับ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวพื้นที่อีเว้นท์สุดปัง พร้อมเสิร์ฟทุกงานประชุม งานแต่ง ปาร์ตี้แบบจัดเต็ม

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวพื้นที่อีเว้นท์สุดปัง  พร้อมเสิร์ฟทุกงานประชุม งานแต่ง ปาร์ตี้แบบจัดเต็ม

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ เปิดตัวพื้นที่อีเว้นท์สุดปัง พร้อมเสิร์ฟทุกงานประชุม งานแต่ง ปาร์ตี้แบบจัดเต็ม

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ (Moxy Bangkok Ratchaprasong) โรงแรมม็อกซี่แห่งแรกในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งอยู่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยสีสันของกรุงเทพฯ กลับมาเขย่าวงการอีเว้นท์อีกครั้งเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นลานปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่งานประชุมสุดชิค งานแต่งสุดปัง ไปจนถึงปาร์ตี้สุดมันส์ทุกโมเมนต์ต้องเป็นความทรงจำในแบบฉบับม็อกซี่

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ จัดเต็มพื้นที่อีเว้นท์แบบ Multi-purpose ที่ทั้งเก๋และยืดหยุ่นสุดๆ บนชั้น 9 The Library และ Plug-In ครีเอทีฟโซนที่มีห้องประชุมขนาด 34 ตร.ม. ตอบโจทย์ทุกอีเว้นท์ตั้งแต่ประชุมบริษัท ไปจนถึงปาร์ตี้สละโสด หรือจะเป็นงานเลี้ยงเล็กๆสุดอบอุ่นก็ได้หมด

สายชิลต้องไม่พลาด ม็อกซี่ บาร์ชั้น 9 พื้นที่แฮงเอาท์ชิคๆ กับเมนูสุดครีเอทีฟและเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม ส่วนใครอยากได้วิวฟินๆ ต้องจอง Outdoor Terrace ที่มาพร้อมวิวกรุงเทพฯ สุดปังสำหรับงานเอาท์ดอร์ และเร็วๆ นี้เตรียมพบกับ Rooftop แห่งใหม่ล่าสุด จุดเช็คอินงานแต่งวิวพระอาทิตย์ตก และปาร์ตี้สุดมันส์ที่สูงเสียดฟ้า

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ พร้อมพาเหล่าว่าที่บ่าวสาวมาเติมสีสันให้ชีวิตคู่ ที่งาน Marry Me at Marriott 2025 วันที่ 15-16 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน
ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ใครกำลังวางแผนแต่งงานหรือจัดปาร์ตี้ฉลอง ต้องแวะมาเจอม็อกซี่ ที่พร้อมเสิร์ฟแพ็กเกจสุดสนุกในแบบของคุณเอง เริ่มต้นเพียง 100,000 บาท พร้อมยกเว้นค่าเปิดขวด 10 ขวด

ระบบเสียงมาตรฐาน, ห้อง Moxy Queen สำหรับเปลี่ยนชุด (ใช้ได้ถึง 23.00 น.) อัปเกรดเป็นแพ็กเกจ 150,000 บาท รับเพิ่มห้องพัก Moxy Queen 1 คืน, เครดิตอาหารและ
เครื่องดื่ม 2,000 บาท

บอกลาประชุมสุดน่าเบื่อ แล้วเปลี่ยนมาเป็นงานประชุมที่เต็มไปด้วยพลังบวกกับแพ็กเกจจัดประชุมสัมมนาจากม็อกซี่ อาทิ แพ็กเกจประชุมเต็มวัน1,500 บาท/ท่าน (รวม 2 คอฟฟี่เบรก+อาหารกลางวัน) เวลา 08.00-17.00 น.(ขั้นต่ำ 10 ท่าน)

แพ็กเกจประชุมครึ่งวัน 1,300 บาท/ท่าน (รวม 1 คอฟฟี่เบรก+อาหารกลางวัน) เวลา 08.00-12.00 น.หรือ 13.00-17.00 น. (ขั้นต่ำ 10 ท่าน) แพ็กเกจคอฟฟี่เบรก 950 บาท/ท่าน (รวม 1 คอฟฟี่เบรก) (ขั้นต่ำ 10 ท่าน)

ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ไม่ใช่แค่เก๋แต่ใส่ใจโลกด้วย Hydroponic Garden ที่เริ่มจากการนำกล่องโฟมเหลือใช้จากการส่งของมาทำเป็นสวนผักสดตอนนี้เราเก็บเกี่ยวโหระพาอิตาเลียนได้กว่า 4 กก. และผักสลัดรวมกว่า 3 กก.สดใหม่ส่งตรงถึงครัวม็อกซี่ แบบไม่ผ่านคนกลาง

ห้ามพลาด!! Moxy x ไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73 ม็อกซี่ แบงคอกราชประสงค์ เตรียมขนความสนุกบุกงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 73 ระหว่าง วันที่ 6-9 มีนาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ฮอลล์ 5-6) บูธ C31 ห้ามพลาดกับดีลสุดพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

จองดีลสุดคุ้มได้ที่ www.marriott.com/en-us/hotels/bkkox-moxy-bangkok-ratchaprasong/overview หรือช้อปดีลกินดื่มสุดคูลผ่าน LINE Shopping ได้ที่ https://shop.line.me/@moxybangkok สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ moxybangkokratchaprasongsalesandmarketing@marriott.com หรือ
โทร.+6622095999 หรือแอดไลน์ @MoxyBangkok หรือเข้าไปที่ www.moxybangkokratchaprasong.com