‘ลำไย’ยอมรับ! เคยคุยแดนซ์เซอร์ชายในวง แต่ตอนนี้เคลียร์ใจ’ปุ้ย L ก.ฮ.’แล้ว

'ลำไย'ยอมรับ! เคยคุยแดนซ์เซอร์ชายในวง แต่ตอนนี้เคลียร์ใจ'ปุ้ย L ก.ฮ.'แล้ว

‘ลำไย’ยอมรับ! เคยคุยแดนซ์เซอร์ชายในวง แต่ตอนนี้เคลียร์ใจ’ปุ้ย L ก.ฮ.’แล้ว

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.54 น.

4 มีนาคม 2568 นักร้องสาวลำใย ไหทองคำ หลังจากโพสต์จบความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม ปุ้ย L ก.ฮ. ล่าสุดออกมาโพสต์ยอมรับ เคยคุยแดนซ์เซอร์ชายในวงจริง แต่ตอนนี้กลับมาปรับความเข้าใจกับแฟนหนุ่ม ปุ้ย L ก.ฮ. แล้ว

ระบุว่า“สวัสดีค่ะ

-ประเด็นเรื่องที่โพสเลิกกับพี่ปุ้ยยืนยันว่าไม่ได้มีมือที่สามค่ะ ปัญหาเรื่องจุกจิกเล็กน้อยที่เป็นปัญหากันมานานไม่เกี่ยวกับเรื่องแดนซ์ชาย

-เรื่องที่เพจต่างๆโพสเรื่องลำไยกับแดนซ์ชาย คือคุยกันจริงค่ะ แต่คุยช่วงที่ตกลงกับพี่ปุ้ยว่าลองไปใช้ชีวิตแบบไม่มีกันดูค่ะ และเรื่องนี้จบไปพักใหญ่แล้วค่ะ

-สาเหตุที่โพสเลิกกันมาจากปัญหาสะสมเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่ปรับแก้กันไม่ลงตัวซักที ตามที่เราเคยพูดกันหลายครั้งเกี่ยวกับปัญหาเล็กๆน้อย แต่ก็ยังไม่ลงตัว จนมีช่วงที่พี่ปุ้ยไปทัวคอนเสริต แล้วลงไปอยู่ใต้ เราได้ตกลงกันว่าเราลองใช้ชีวิตแบบไม่มีกันดูมั้ย จะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเรายังต้องการกันอยู่หรือป่าว หรือว่าเราจะคิดถึงกันมั้ยเราอยู่ได้มั้ย ถ้าไม่มีกันอยู่ได้มั้ย ตอนนี้เราอยู่กันเพราะความรักหรือความเคยชินที่มีกันเฉยๆ แล้วถ้าช่วงที่เราห่างกันไป มีคนเข้ามาแล้วเรารู้สึกโอเคกว่าตอนที่เรามีกันก็บอกกัน เราตกลงกันแบบนี้ ช่วง5-6เดือนที่พี่ปุ้ยอยู่ใต้ ไปๆมาๆบ้าง ถ้าเข้าบ้านส่วนมากจะมาช่วงที่หนูไปงาน ตจว ระหว่างนี้เราคุยกันน้อยลงจากเดิม แต่ก็ยังถามสารทุกข์สุขดิบกัน และอัพเดทชีวิตกันอยู่เรื่อย

****ช่วงนี้คือช่วงที่ลองคุยกับบอสค่ะ*****

แต่ก่อนจะคุยหนูได้ถามย้ำไปกับพี่ปุ้ยว่าตกลงเรายังไง พี่จะกลับมาอยู่บ้านมั้ย แต่ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนค่ะ ตอบแค่ว่ายังไม่รู้เลย ตอนนี้ปุ้ยกำลังทำบ้านที่ใต้อยู่ หนูก็เลยบอกไปว่างั้นหนูจะลองคุยกับคนอื่นนะคะ พี่ปุ้ยบอกว่าถ้าลองคุยแล้วโอเคหรือไม่โอเคก็บอกนะครับ ตอนนี้ปุ้ยไม่ได้มีใครแต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นและไม่ได้โหยหา ปุ้ยเข้าใจขีวิตวัยรุ่น หลังจากนั้นเราก็คุยกับบอส แต่ก็อัพเดทพี่ปุ้ยบ้างว่าเป็นยังไง พี่ปุ้ยก็รับรู้ค่ะ

*****บอสมีแฟนอยู่แล้วทำไมถึงไปคุยได้*****

เริ่มต้นจากที่บอสเข้ามาทำงานซักพักแล้วเวลากินข้าว หรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันในวงด้วยกันแล้วน้อง มักจะทะเลาะกับแฟนทางโทรศัพย์บ่อยๆ จนเกิดการถามกันขึ้นในวง น้องก็เล่าให้ฟังบ้างเรื่องปัญหาที่ทะเลาะกัน และมีวันนึงน้องทักมาหาส่วนตัวจะปรึกษาเรื่องการเต้นบนเวที เพราะมีบางช่วงที่ทะเลาะกับแฟนเพราะการหึงหวงการแสดงบนเวที เราก็รับฟังและให้คำปรึกษา เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้พูดคุยกันทางแชท หลังจากนั้นเวลามีอะไรบอสก็จะมาปรึกษาเรื่อยๆทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว และจะบ่นตลอดว่าเวลาทะเลาะกันชอบโดนแฟนด่าว่าแรงๆไม่โอเคเลย ไม่ไหวแล้ว ประมานนี้ เราก็มีปรึกษาเรื่องความรักของเราไปบ้าง หลังจากนั้นน้องบอกว่าตอนนี้ เลิกกับแฟนแล้ว แต่ยังอยู่คอนโดเดียวกันเพราะยังตกลงกันไม่ได้เรื่องแมว และยังไม่ได้บอกครอบครัว หลังจากนี้เราก็ได้ลองคุยๆกันมากขึ้น (เราเข้าใจว่าน้องเลิกกันแล้ว แต่จริงๆไม่ได้เลิกกัน) หลังจากนั้นไม่นานแฟนบอสมาเห็นแชทที่คุยกับเราเลยเป็นปัญหา วันนั้นต้องเรียกคนมาเต้นแทนกระทันหัน ตอนนั้นเรางงๆ ว่าเกิดไรขึ้น หลังจากนั้นบอสก็ได้มาบอกความจริงของเรื่องทั้งหมด หนูเลยไปปรึกษาพี่ปุ้ยและทางค่าย ว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำยังไงดี และทางแฟนของบอสได้ติดต่อมาที่ค่ายพอดี ก็คุยกันหาตรงกลางกันว่าจะเอายังไงดี จะให้บอสออกจากวง ให้อภัยกันแล้วคบกันต่อ หรือว่าจะเลิกกัน แล้วให้ทางเราทำยังไงได้บ้างให้ซอพต่อความรู้สึกของทุกฝ่าย สรุปได้ว่าแฟนบอสขอเรียกเงิน10ล้าน ทางค่ายคิดว่ามันเยอะเกินไปเลยเสนอใหม่ว่าสามารถจ่ายให้ได้2ล้านน้องผู้หญิงโอเคมั้ย น้องก็ตกลงว่ารับเงิน2ล้านไปแล้วต่างคนต่างอยู่น้องก็จะไปเรียนต่างประเทศ ไม่ได้ติดใจอะไรกันก็แยกย้ายกันไป ส่วนบอสที่ต้องทำงานต่อเพราะต้องทำงานใช้หนี้ที่ทางค่าย หลังจากนั้น หนู พี่ปุ้ย บอส ก็มาคุยกัน พี่ปุ้ยก็คุยกับบอสว่าให้ทำงานใช้หนี้ต่อได้ เป็นอันว่าจบปัญหาตรงนี้ไป

หลังจากเรื่องบอสจบไป หนูกับพี่ปุ้ยก็มาเปิดใจคุยกันอีกครั้ง สรุปได้ว่าตอนอยู่ด้วยกันน่าจะโอเคกว่าเลยลองมาปรับกันอีกทีเพราะเดินด้วยกันมาไกลแล้ว และก็ยังมีความผู้พันธ์ห่วงใยกันอยู่ หลังจากนั้นพี่ปุ้ยก็กลับมาอยู่บ้าน เราก็พยายามปรับกันให้มากขึ้น แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ทำให้เราน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดปล่อยผ่านไปบ้าง เพราะเรื่องดีๆเราก็มีร่วมกันเยอะมาก จนมาถึงช่วงวันเกิดที่ผ่านมา พี่ปุ้ยรับปากว่าจะมางาน เตรียมชุดเตรียมของเรียบร้อย พอถึงช่วงเป่าเค้กหนูยังไม่เห็นคนที่บ้านมาถึงงานเลย ทั้งแม่ทั้งพี่ปุ้ย หนูเลยโทรไปถามสรุปว่าพี่ปุ้ยบอกว่าปุ้ยไม่ไปแล้ว แล้วก็บอกว่าจะให้คนมาส่งแม่ ซึ่งถึงเวลาเป่าเค้กแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่าโกรธมากๆ แต่แขกก็มางานเยอะก็เลยปล่อยผ่านไปก่อน หลังจากวันนั้นเราก็เริ่มตึงๆกัน คุยกันน้อยลง ทำอะไรนิดหน่อยก็ทะเลาะกันบ่อยขึ้น จนวันที่ได้โพสข้อความลงเฟสก่อนจะโพสได้ถามกันอีกทีว่าเราจะเอายังไง สรุปคือเราปรับกันไม่ได้แล้วใช่มั้ย ต่างคนก็ต่างไม่ยอมกัน น่าจะด้วยอารมณ์บวกกันการประชดประชันกัน พอได้คำตอบก็เลยโพสไปตอนนั้นเลย

หลังจากโพสไปไม่นาน พี่ปุ้ยก็โทรมาขอปรับความเข้าใจอีกครั้ง ซึ่งเราทั้งคู่ก็อารมณ์เย็นลงแล้ว สรุปได้ว่าเราขอลองปรับตัวเข้าหากันอีกรอบค่ะ

.012
 

‘ดิว-ปิ่นกมล’ คว้าผู้จัดละครยูริยอดนิยมแห่งปี นำช่อง 3 กวาด 15 รางวัล

‘ดิว-ปิ่นกมล’ คว้าผู้จัดละครยูริยอดนิยมแห่งปี นำช่อง 3 กวาด 15 รางวัล

‘ดิว-ปิ่นกมล’ คว้าผู้จัดละครยูริยอดนิยมแห่งปี นำช่อง 3 กวาด 15 รางวัล

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับรางวัลอันทรงคุณค่า “กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 10” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อตระหนักถึงคุณค่าของบุคคลที่คิดดี ทำดี และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมไทยงานนี้ผลงานจากทางช่อง 3 รวมถึงทัพนักแสดง-ผู้จัดละคร ตบเท้าเข้ารับรางวัลกันอย่างคับคั่ง

เริ่มต้นด้วย ขอแสดงความยินดีกับ คุณดิว-ปิ่นกมล มาลีนนท์ ที่ได้รับรางวัล ผู้จัดละครยูริยอดนิยมแห่งปีจากซีรี่ส์แซฟฟิกเรื่องแรกของช่อง 3 “ใจซ่อนรัก” ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ฟีเวอร์ไปทั่วประเทศ โดยมี “นาย-สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร” ผู้กำกับมากฝีมือเป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลในครั้งนี้

ทางด้านละครพีเรียดรักโรแมนติก “หนึ่งในร้อย” ที่ทำเอาหญิงสาวทั่วประเทศอยากเป็นอนงค์กันถ้วนหน้า กวาดรางวัลไปถึง 3 รางวัลได้แก่ รางวัลละครพีเรียด ดราม่าโรแมนติก คอเมดี้ยอดเยี่ยม พร้อมด้วย ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และนางเอกสาว ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ได้รับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

ขณะที่ละคร Coming of age “โลกหมุนรอบเธอ” โดย แอน ทองประสม ได้รับรางวัลละครสะท้อนสังคมยอดนิยม รวมถึงผู้กำกับคนเก่งแอ้ว-อำไพพร จิตต์ไม่งง คว้ารางวัล ผู้กำกับละครยอดเยี่ยม และนักแสดงสาวที่มาแรงที่สุดในตอนนี้อย่าง ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์ ได้รับรางวัล นักแสดงสมทบหญิงดาวรุ่ง ทั้งนี้ผู้จัดละครอย่าง แอน ทองประสม แห่งบริษัท ทองสตูดิโอ จำกัด คว้ารางวัล ผู้จัดละครยอดนิยมแห่งปี จากละครโลกหมุนรอบเธอและหนึ่งในร้อยไปครองได้สำเร็จ ฟากละครค่ำเรตติ้งแรง “นางนาคพระโขนง” ได้รับรางวัล ทีมนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม โดยมี แคร์-วงศ์วชิรา เพชรแก้ว, ดะ-ดนู ชุตินาวี, อาร์ต-ศิลป์ รุจิรวนิช และ แก๊ป-จักริน ภูริพัฒน์ ขึ้นรับรางวัลในครั้งนี้

ปิดท้ายด้วยความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์แห่งปี ธี่หยด ซึ่งช่อง 3 จับมือกับ M Studio ผนึกกำลังสร้างโปรเจกท์หนังฟอร์มยักษ์ที่ครองใจแฟนภาพยนตร์ทั่วประเทศ คว้ารางวัลไปอย่างล้นหลาม เริ่มด้วยแป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ได้รับรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ดีเด่นยอดนิยม ทางด้าน คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา คว้ารางวัล ผู้กำกับภาพยนตร์ดีเด่นยอดนิยม 

ขณะที่พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ คว้ารางวัล นักแสดงนำชายยอดนิยมพร้อมด้วย หนึ่ง-ณรงค์วิทย์  เตชะธนะวัฒน์ ได้รับรางวัล เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเพลง ธี่เดินทางกลับมา รวมถึงพราวเพลิน ตั้งมิตรเจริญ ได้รับรางวัลแต่งหน้าเทคนิคพิเศษและออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และศราวุธ นะคะจัด คว้ารางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม ไปครอง ขอแสดงความยินดีกับทุกผลงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ทางช่อง 3 จะยังคงมุ่นมั่นสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพออกสู่สายตาคนไทยต่อไป

‘แหม่ม-จินตหรา’ นำทีมนักแสดง บวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยเสริมความปัง ‘ชะตาหงส์’

‘แหม่ม-จินตหรา’ นำทีมนักแสดง  บวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยเสริมความปัง ‘ชะตาหงส์’

‘แหม่ม-จินตหรา’ นำทีมนักแสดง บวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยเสริมความปัง ‘ชะตาหงส์’

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลุยเดินหน้าถ่ายทำกันมาพักใหญ่ ละครดราม่าเข้มข้น “ชะตาหงส์” ที่กำลังจะออกอากาศเร็วๆ นี้ ทางช่องวัน 31 ก็ได้ฤกษ์ดีช่วงเช้า (27 ก.พ. 2568) เวลา 09.59 น. ทำพิธีบวงสรวงเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย โดยมีเหล่านักแสดงและทีมงานพร้อมใจกันมาร่วมพิธีคับคั่ง

นำทีมโดยผู้กำกับ ตั้ม-บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์ พร้อมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่ฝีมือเก๋า แหม่ม-จินตหรา, ดอม เหตระกูล, พิมพ์-พิมพ์มาดา, เข็ม-ลภัสรดา และ 2 พระ-นาง ปลื้ม-ธยศทรณ์, ผิงผิง-ณิชา ร่วมด้วย อู๋-นวพล, อิสร์-อิสรพงศ์, แป้งร่ำ ศิวนารี, โย-ทัศน์วรรณ, แอ๊ว-อำภา,เจสสิกา สมปอง, อ้วน รีเทิร์น, กล้วย เชิญยิ้ม, จอย ชวนชื่น ฯลฯ โดยบรรยากาศภายในงานเหล่านักแสดงต่างตั้งใจส่งจิตอธิฐานให้ละครดังเรตติ้งปัง ก่อนจะจบงานด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ราบรื่นไปได้ด้วยดี ณ แอ็กซ์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี

‘ซาร่า สรัลลักษ์’ บัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ป้ายแดง ชิมลางคอเมดี้เต็มตัวรับท้าทาย ต้องใช้สมาธิ

‘ซาร่า สรัลลักษ์’ บัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ป้ายแดง  ชิมลางคอเมดี้เต็มตัวรับท้าทาย ต้องใช้สมาธิ

‘ซาร่า สรัลลักษ์’ บัณฑิต ม.ธรรมศาสตร์ ป้ายแดง ชิมลางคอเมดี้เต็มตัวรับท้าทาย ต้องใช้สมาธิ

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สวย เก่ง ครบเครื่อง สำหรับนางเอกสาว “ซาร่า สรัลรักษ์ เจริญจันทร์” หรือ “ว่าที่ร้อยตรีหญิงซาร่า สรัลรักษ์ เจริญจันทร์” บัณฑิต ป้ายแดงจากคณะวิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานละคร “ไอ้หนุ่มรถไถ” ทางช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ด้วยบทบาท ครูกระแต ครูสาวสุดก๋ากั่นสู้คนจะเป็นคาแร็กเตอร์ที่ไม่ได้ไกลตัวของซาร่านัก แต่สิ่งที่ทำให้เธอหนักใจและกดดันก็คือ การที่ต้องเล่นกับนักแสดงที่เป็นตัวพ่อตัวแม่คอเมดี้ โดยเฉพาะพระเอก “เบิ้ล ปทุมราช” ที่เธอยอมรับว่า ต้องฝึกจิตให้แข็ง สมาธิต้องมั่น ถึงขั้นพึ่งธรรมะเลยทีเดียว โดย ซาร่า เผยถึงความรู้สึกว่า

“การแสดงในแนวคอเมดี้เป็นความท้าทายใหม่ที่หนูอยากลองมาตลอด แต่เมื่อได้ลองจริงๆ กลับพบว่าไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยค่ะ แน่นอนว่าหนูอาจจะเคยมีประสบการณ์ในการเล่นละครคอเมดี้มาแล้วบ้าง และหลายคนน่าจะคิดว่า ละครแนวคอเมดี้เหมือนจะเบา สนุกสนาน แต่จริงๆ แล้วมันยากมาก ต้องใช้สมาธิและการจับจังหวะที่แม่นยำ โดยเฉพาะเวลาต้องเล่นมุขหรือตอบสนองกับคู่แสดงให้ทัน ยิ่งละครเรื่องนี้ มีนักแสดงเก่งๆ เยอะมาก โดยเฉพาะกับพี่เบิ้ล หนูต้องมีสมาธิตั้งรับกับพี่เค้ามากๆ เพราะพี่เค้าเป็นคนเก่งแล้วบางทีพี่เค้าก็จะชอบหยอกเรา แกล้งเรา ให้เราจะหลุดตลอด มันเลยเป็น ความท้าทายในการถ่ายทำ ทำให้บางครั้งเอาจริงๆ เรื่องนี้ไม่เคยบอกใคร เราถึงกับต้องพึ่งธรรมะเพื่อช่วยจัดการอารมณ์และสมาธิ ซาร่าเริ่มนั่งสมาธิทุกเช้าก่อนออกกองค่ะ เพื่อให้จิตใจนิ่งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เพราะเวลาอยู่หน้ากล้อง เราต้องโฟกัสทั้งบทบาทตัวเองและปฏิกิริยาของคนรอบข้าง มันเหมือนการเล่นปิงปอง
ที่ต้องโต้ตอบกันอย่างรวดเร็ว ถ้าเราเผลอแค่เสี้ยววินาที มุขหรืออารมณ์ของฉากอาจพลาดได้เลย ในเรื่องการทำงาน เรื่องนี้สนุกมากได้ร่วมงานกับทีมงานและนักแสดงสายคอเมดี้มากประสบการณ์ ที่ช่วยให้หนูเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ ทางการแสดง หรือแม้กระทั่งการฝึกปล่อยตัวปล่อยใจให้สนุกไปกับฉาก ซึ่งช่วยซาร่าได้เยอะจริงๆ ท้ายที่สุด ซาร่าขอฝากถึงแฟนละครว่า อยากให้ทุกคนติดตาม ละครไอ้หนุ่มรถไถ เพราะนอกจากจะได้เห็นซาร่าในบทบาทใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมแล้ว ยังมีความสนุกและความอบอุ่นจากเนื้อหาของละครที่ทุกคนจะต้องหลงรัก หวังว่าคนดูจะสนุกไปด้วยกัน และได้รอยยิ้มกับละครเรื่องนี้นะคะ สามารถติดตามละคร ไอ้หนุ่มรถไถ ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ค่ะ”

รายการดัง ‘ช่อง 7HD’ สุดปัง คว้ารางวัล กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568

รายการดัง ‘ช่อง 7HD’ สุดปัง  คว้ารางวัล กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568

รายการดัง ‘ช่อง 7HD’ สุดปัง คว้ารางวัล กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปเรียบร้อย สำหรับงานประกาศผลรางวัล กินรีทอง มหาชน ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 ที่จัดโดย องค์กรส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ชมรมปันน้ำใจ อุ่นไอรัก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาณ INFINICITY HALL ชั้น 5 สยามพารากอน ซึ่งมอบให้กับบุคคล บันเทิง สื่อสารมวลชน และคนดีที่เป็นต้นแบบที่ดีต่อสังคมไทย

โดยรายการวาไรตี้ รายการกีฬา ต่างตบเท้าเข้ารับรางวัลกันคึกคัก ได้แก่ รายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ออกอากาศทุกวันพุธ เวลา 13.25 น. ทางช่อง 7HD รับรางวัลสาขา รายการประกวดร้องเพลงขวัญใจเด็กมัธยม โดยมี 2 พิธีกร โหน-ธนากร ศรีบรรจง และ อ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ เป็นผู้แทนรับรางวัล ขณะที่รายการ หนุ่มแท่ง อารามทัวร์ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 13.20 น. ทางช่อง 7HD ได้รับรางวัลสาขารายการวาไรตี้ท่องเที่ยววัดแนวใหม่ยอดนิยม ด้าน แอดเต้-พัชร สมสกุล และ แอดอาท-สุริยะ ศรีรักษา 2 ผู้บรรยายตัวตึงจากการแข่งขันฟุตบอลแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2024 ได้รับรางวัลสาขา ผู้บรรยายภาคสนามสายกีฬาตัวตึงสุดเฟี้ยว นอกจากนี้ สถานีวิทยุ GOODTIME RADIO 88.5 FM ได้รับรางวัลสาขา คลื่นวิทยุยอดนิยม รวมถึงเชฟวิลแมน ลีออง เชฟชาวสิงคโปร์หัวใจไทยจากรายการ TOP CHEF THAILAND ช่อง 7HD ได้รับรางวัล คอมเมนเตเตอร์ดีเด่นเชฟระดับโลก อีกด้วย

งานนี้ โหน-ธนากร พิธีกรจากรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม กล่าวถึง ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลว่า “ในนามทีมรายการ“ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” ต้องขอขอบคุณผู้จัดงานที่เล็งเห็นคุณค่าของรายการครับ ร่วมส่งเสริมเปิดโอกาสและมอบโอกาสให้กับเยาวชนคนมีฝัน ได้โชว์ศักยภาพทางดนตรีและเสียงเพลง ผู้ชมเองจะได้รับทั้งความบันเทิงและสาระความรู้ เชียร์น้องๆในรายการ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” ด้วยนะครับ”

ด้านพิธีกรคู่หู อ้น-อัครวัฒน์ เสริมต่ออีกว่า “ผมดีใจและเป็นเกียรติมากๆขอเป็นตัวแทนมอบความสำเร็จในครั้งนี้ให้ทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคนด้วยครับ และอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ น้องๆ ผู้เข้าแข่งขันทุกคน กล้าฝันและสานฝันของตัวเองจนสำเร็จ ทุกคนเก่งมากๆ ขอเชิญชวนมาร่วมส่งกำลังใจให้กับน้องคนเก่งเหล่านี้กันต่อไปนะครับ” สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์
BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ www.ch7.com

น้ำตาหยดสุดท้ายของ ห้าแม่มดสาว ‘Wizzle’ กับเพลง ‘เจ็บไม่จำ (Fool me)’

น้ำตาหยดสุดท้ายของ ห้าแม่มดสาว ‘Wizzle’  กับเพลง ‘เจ็บไม่จำ (Fool me)’

น้ำตาหยดสุดท้ายของ ห้าแม่มดสาว ‘Wizzle’ กับเพลง ‘เจ็บไม่จำ (Fool me)’

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินทางมาถึงบทสรุปความช้ำกับน้ำตาหยดสุดท้ายสำหรับ“VALENCRY PROJECT” ของห้าแม่มดสาว “Wizzle” เกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของ BRIQ Entertainment ในเครือ RS Music อย่าง “สิตา-ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม, เกรซซี่-พัทธนันท์ อำนาจเจริญยิ่ง, แองจี้-ณิชชาวีณ์ ไตรอิสราวิชญ์, ใบเตย-ณิชชา ตรีวรวงษ์ และ เพลง-ภูธิชา สีตวรรณมาศ” ที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดมุมมองของคนอกหักกับรักที่ไม่สมหวัง ตั้งแต่มิวสิกซีรี่ส์เพลงแรก “ย้อนไม่กลับ (Too late)” ตามด้วย“ลบไม่เลือน (Cursed)” จนบทส่งท้ายปลายเทศกาลแห่งความรักกับเพลง “เจ็บไม่จำ (Fool me)” ที่ตอกย้ำความเจ็บของคนที่ต้องเก็บความรู้สึก เมื่ออยู่ในสถานะที่รักไม่ได้ คิดไกลได้แค่คำว่า..เพื่อน โดยห้าสาว Wizzle เผยการทำงานว่า

“สำหรับพวกเราแล้ว ทั้งสามซิงเกิ้ลถือว่ายากในแง่ของการถ่ายทอดอารมณ์เพลง ที่มีทั้งความรู้สึกรัก ความเสียใจ แต่กับ“เจ็บไม่จำ (Fool me)” ถือว่ายากที่สุดในการร้อง ต้องใช้เทคนิคเยอะ แบบท่อนแรกใช้เสียงต่ำมาก แต่พอมาท่อนฮุคต้องขึ้นคีย์สูงเลย เรียกว่ามีเรนจ์เสียงที่กว้างมาก ซึ่ง “พี่เอิร์ท โลลิป๊อป” (EARTHLOLLIPOP) โปรดิวเซอร์ของเพลงนี้ก็ช่วยแนะช่วยปรับการออกเสียงร้องจนลงตัว และทำให้เพลงดูมีหลายมิติ ยิ่งมาประกอบกับเรื่องราวในมิวสิกซีรี่ส์ภาคจบ ที่เฉลยความรู้สึกของหนุ่มนักเขียนผู้อ่อนโยน “เน-ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์ หรือ NAY PERSES” ที่มีต่อห้าสาวปริศนาแล้ว ก็ยิ่งทำให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ที่ไม่อาจย้อนกลับ ได้แต่จมอยู่ในความทรงจำที่ลบไม่เลือน และเตือนตัวเองว่าเจ็บกี่ครั้ง…ก็ไม่เคยจำ”

‘ส้มเช้ง สามช่า’เปิดใจครั้งแรก! เคลียร์ดราม่าอาหารแพง ให้น้อยเหมือนไหว้เจ้าที่

'ส้มเช้ง สามช่า'เปิดใจครั้งแรก! เคลียร์ดราม่าอาหารแพง ให้น้อยเหมือนไหว้เจ้าที่

‘ส้มเช้ง สามช่า’เปิดใจครั้งแรก! เคลียร์ดราม่าอาหารแพง ให้น้อยเหมือนไหว้เจ้าที่

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.51 น.

ส้มเช้ง สามช่า เคลียร์ดราม่าอาหารแพง – ให้น้อยเหมือนไหว้เจ้าที่ ด้านลูกสาว น้องหยก ปล่อยโฮพ่อไม่สนใจ!

นักแสดงตลกสาวสุดแซ่บ ส้มเช้ง สามช่า ที่วันนี้จะมาเปิดใจครั้งแรก หลังเจอดราม่าชาวเน็ตแซะ ร้านอาหารให้น้อย เหมือนไหว้เจ้าที่ แถมราคายังแพงเกินไป ทำเอาเจ้าตัวท้อหนัก ถึงขั้นคิดอยากจะปิดร้าน ทั้งนี้เจ้าตัวยังควงลูกสาวคนโต น้องหยก มาเผยความในใจหลังพูดตัดพ้อเรื่องพ่อแท้ๆ จนลูกสาวเสียน้ำตา ผ่านทางรานการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี บูม สุภาพร และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

จุดเริ่มต้นของดราม่ามายังไง ?

ส้มเช้ง : มาจากคลิปคลิปนึง ซึ่งปกติเราอยู่ที่ร้าน เราจะกินก๋วยเตี๋ยวทุกวัน ทุกครั้งที่เราสั่งก๋วยเตี๋ยวมา น้องจะทำให้ในปริมาณที่มันเยอะมาก แล้วเราต้องฝืนกินให้หมด แล้ววันนั้นเราก็บอกว่าไม่อยากกินแล้ว เพราะกินแล้วมันจะอ้วก คือมันเยอะสำหรับเรา เราอายุเยอะแล้วกินแป้งน้อย 

คือน้องที่ร้านทำตามปริมาณที่ขาย แต่พี่ส้มบอกฉันขอลดเส้นหน่อย?

ส้มเช้ง : ถูก ลุกไปทำเอง ซึ่งคลิปนั้นบอกว่าวันนี้ส้มเช้งสามช่า ขอเข้าครัวทำผัดไทยกินหน่อย ทำกินเอง ชิมเอง แล้วก็ผัดใส่เส้นน้อย ทุกอย่างน้อย เอาที่เราชอบ แค่นั้นแหละค่ะ

ก็เป็นดราม่าเลย คือมันไม่สมดุลกับราคา คือทำทานเอง ไม่ได้ทำให้ลูกค้าทาน?

ส้มเช้ง : ใช่ 

ผัดไทยจานเท่าไหร่?

ส้มเช้ง : เริ่มต้น 69 บาท เราพยายามบอกบ่อยๆ ร้านเราสไตล์ร้านอาหาร ไม่ใช่ร้านก๋วยเตี๋ยวแบบข้างทาง เป็นร้านที่วิวหลักล้าน อาหารหลักสิบ อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เราต้องการขายคุณภาพและความอร่อย ซึ่งผัดไทยถ้าคนปกติทั่วไปกิน จะบอกว่าอิ่ม ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยที่ขาย เส้นมาก เส้นน้อย บอกได้เลย เพิ่มเส้น เพิ่มผักไม่มีคิดตังค์เพิ่ม

วันนั้นที่ถ่ายคลิปเราได้บอกไหมว่าเราทำกินเอง?

ส้มเช้ง : เราพูดว่าเราทำผัดไทยกินเอง แล้วภาพที่เรานั่งกินแล้วตัดไป คนก็มาคอมเมนต์ว่าน้อยจังเลย ที่เรารู้สึกเสียใจมาก และนอยไม่อยากสู้แล้ว คือ อย่างนี้คือทำไหว้เจ้าที่เหรอค่ะ ต้องเคาะโลงช่วยไหม ซึ่งคุณไม่ได้ฟังเหรอ เราบอกว่าเราทำกินเอง ไปที่ร้านเรามีแม่ครัว 2 คน พ่อครัว 2 คน มีทั้งหมด 4 คน

คอมเมนต์หนักๆ ที่ทำให้พี่ส้มโกรธมากคือ?

ส้มเช้ง : เคาะโลง คือมันแช่งให้เราตาย ตรงนี้มันทนไม่ได้ รับไม่ไหววะ หรือว่าพอ

พี่ส้มได้เข้าไปดูคนที่เข้ามาคอมเมนต์ไหม?

ส้มเช้ง : มีที่จำได้คือ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวตำลึง แล้วอีกอัน ที่ร้านผมให้เยอะกว่านี้ครับ ลูกค้ากินอิ่ม และมีร้านอาหารตามสั่ง ซึ่งเราก็มองว่ามันเป็นอาชีพพ่อค้า แม่ค้าเหมือนกัน ทำไมคุณมาพิมพ์แบบนี้

น้องหยกให้กำลังใจคุณแม่ยังไง?

น้องหยก : จริงๆ หนูไม่ค่อยไปให้กำลังใจ แต่หนูไปเก็บฟีดแบคว่าเขาด่าอะไรบ้างที่ด่าแล้วเรารับได้เอาไปปรับปรุง เลยมาคิดแผนกันหลังบ้านเราจะปรับปรุงพัฒนาร้านไปยังไงมากกว่า แต่พวกคอมเมนต์ที่ไม่หวังดี คอมเมนต์ที่มาเพื่อด่าจริงๆ ก็บอกแม่ปล่อยบ้าง เราก็ปล่อยกัน

คอมเมนต์ไม่ดีแค่ไม่กี่อันมันส่งผลให้ร้านได้รับผลกระทบโดยตรง?

ส้มเช้ง : เอาชัดๆ เลย ทันทีก็อยู่ประมาณ 4 วัน ที่ยอดมันลดลงทันทีเลย ถ้าเปรียบว่าเราขายได้ 100% มันหายไป 70% เลย จริงๆ พี่ไม่ได้ว่าคนที่เล่นโซเชียลนะ บางทีคนที่คอมเมนต์อะไรต่อ ถ้าคุณมาทานแล้ว คุณเห็นแล้ว คุณชิมแล้ว แล้วไปคอมเมนต์เรื่องรสชาติหรือว่าอะไร เราน้อมรับ เราขอโทษนะ เดี๋ยวเราเพิ่มให้ สงสัยคุณไม่รู้ว่าที่ร้าน เพิ่มเส้น เพิ่มผัก โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่นี่เหมือนพอรถทัวร์มันจ่อกันอยู่ คนนี้คอมเมนต์ว่าน้อยนะ นี่ก็มาต่อว่าแพง พอพี่มาเล่าแบบนี้คนก็จะมาว่าพี่อีก ว่าโทษแต่คนอื่นไม่โทษตัวเอง เราโทษตัวเอง และพยายามแก้ไข เราก็ถ่ายคลิปให้ดู ที่ร้านเป็นแบบนี้ คุณสามารถเพิ่มเส้น เพิ่มผักได้ เราไม่ได้คิดเงิน แม้กระทั่งน้ำที่เราใส่ขัน พี่พยายามสื่อถึงสุโขทัยที่เขาต้อนรับแขก พี่ก็ใช้ขันและหลอด ก็มีคอมเมนต์บอกว่าทำไมไม่ใช้แก้ว ทำไมใช้ขันน้ำแข็งมันละลายเร็ว การตลาดหรือเปล่า คือร้านเราเติมน้ำแข็งกี่รอบก็ได้เราไม่เคยคิดเงิน เราอยากให้บรรยากาศเป็นสุโขทัย

น้องหยกเห็นคลิปคุณแม่ลงไหม ?

น้องหยก : หนูมาเห็นทีหลังพอมันเริ่มเป็นข่าว ตอนนั้นหนูอยากให้คนตัดเน็ตที่บ้าน อยากให้แม่เลิกตอบคอมเมนต์ คือหนูอยากเถียงเรื่องตอบคอมเมนต์มาก ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่าแม่คือชะนีวัย 58 ปี เรื่องโซเชียลคือเขาไม่ได้พิมพ์เก่งเหมือนเรา เขาจะพิมพ์ห้วนๆ  แล้วเขาไม่ได้พิมพ์เองด้วย เขาพูดให้โทรศัพท์มันพิมพ์ คนมาบอกว่า คุณแม่ตอบคอมเมนต์แบบปากแจ๋วมาก คือเขาไม่ได้มีเจตนาปากแจ๋วใส่ลูกค้า เขาแค่แก่แล้ว

ส้มเช้ง : พอดีว่าเราไม่ใช่คนพูดเพราะ ไม่ใช่คนพูดห้วน เราเป็นคนกลางๆ คนนึง แล้วเป็นคนตรงคนนึง ถ้าไม่ชอบ เราก็บอกว่าไม่ชอบนะแบบนี้

ในมุมของลูก แม่ควรทำยังไงดีในเรื่องการตอบคอมเมนต์?

น้องหยก : เลิกตอบดีกว่า มันจะได้ไม่ต้องเสียสายตาด้วย บอกแม่ไปแล้วว่าไม่ต้องตอบ ถ้ามีอะไร เดี๋ยวให้แอดมินร้านเข้าไปตอบดีกว่า

ส้มเช้ง : เขาไปให้อารมณ์ในตัวหนังสือเอง เขาไปปรุงกันเอง

นอกจากออกมาชี้แจงแล้ว ยังลดราคาให้อีก?

ส้มเช้ง : วันนั้นพอเป็นกระแสปุ๊บ ลูกค้าเริ่มมา พอลูกคเฃ้ากลับมาปุ๊บ เราทำกระแสไปแล้ว ลดราคาเลย ก๋วยเตี๋ยวจาก 59 บาท เหลือ 49 บาท ก็ขายเอาสังคม แต่จริงๆ มันมีกำไร ถ้าตรงนั้นไม่มีกำไร เราก็ไปเอากำไรอย่างอื่น

น้องหยก : เรามองแค่ว่าราคามันเหมาะสมกับปริมาณที่ไม่ได้ เพราะว่าร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้านขาย 40 แต่ต้นทุนเขามาถูกกว่าเรา ก๋วยเตี๋ยวทั่วไปอาจจะมีลูกชิ้นหมู 3 ชิ้น แล้วก็ถั่วงอกแล้วก็เส้นอยู่ในจาน อาจจะดูให้เยอะกว่า แต่ร้านหนูอาจจะดูให้น้อย แต่คุณต้องมานับว่าเครื่องในถ้วยมีกี่อัน มันมีต้นทุนแฝงอีกเยอะที่คนมองว่าแพงไว้ก่อน

ส้มเช้ง : ยกตัวอย่างร้านเพื่อนกันแต่อยู่ข้างถนน ค่าเช่าตีไปสัก 20,000 ร้านพี่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปตีความกันเองว่าค่าเช่าเท่าไหร่ เด็กทั้งหมดเลย 20 คน

อะไรที่ทำให้พี่ตัดสินใจลดราคา?

ส้มเช้ง : พี่เป็นคนละเอียดอ่อนกับที่เขาคอมเมนต์ บอกแพงใช่ไหม ลดราคาเลย ซึ่งวันนั้นพี่ประกาศในร้านเลย เชื่อไหมลูกค้าน่ารักมาก คุณส้มไม่ต้องลดค่ะ โต๊ะพี่คิดราคา 59 บาท คือส้มไม่อยากให้มีสักคอมเมนต์ว่าก๋วยเตี๋ยวส้มแพง ส้มอยากให้ทุกคนเปิดใจมาลองชิมดูก่อน

พี่น้องในวงการมีใครบ้างที่ไปช่วยซัพพอร์ต?

ส้มเช้ง : วันแรก แก้ว มณีทรัพย์ วันที่2 จ๊ะ มา วันที่3 พี่เท่งกับโหน่งมา

น้องหยก : จริงๆ มีเยอะเลยค่ะ มีตลกรุ่นเก่าๆ ด้วย

ส้มเช้ง : บางคนก็มาคอมเมนต์ให้กำลังใจ เปิดตอนกี่โมง แล้วมีตลกมากันหลายคน อย่างจ๊ะบอกว่าใครบอกก๋วยเตี๋ยวร้านพี่ไม่อร่อย อร่อยมาก กิน 2 ชาม แล้วที่อร่อยที่สุด หนูไม่เคยกินเลยคือไส้ทอด 

พอเกิดดราม่าก็จะมีคนมากินเพื่อพิสูจน์ มันมีฟีดแบ็กยังไงบ้าง?

ส้มเช้ง : อันดับแรกเลยพี่ถามว่ารสชาติเป็นยังไงบ้าง เขาบอกอร่อย พี่เดินหาลูกค้าทุกโต๊ะ ลูกค้า 10 โต๊ะ พี่เดิน 9 โต๊ะ พี่ถามทุกโต๊ะ บางคนอาจจะตอบด้วยมารยาท อร่อยค่ะ แต่อันดับแรกพี่ต้องมองที่โต๊ะก่อน คือทุกอย่างเกลี้ยง แล้วลูกค้าตอบแบบน่ารักมาก คุณรู้ไหมคุณส้มถ้าใบตองกินได้ ผมกินแล้ว น่ารักมาก พี่บอกเลยนะผัดไทยเป็นสูตรสุโขทัย ไม่ใช่อยู่ๆ มาขาย นี่ขายมานับ 100 ปี ตอนนี้ร้านที่ขายอยู่ก็ยังขายอยู่สุโขทัย ไม่ใช่อยู่ๆ มาทำเลยนะ เรามีสูตรของเรา

สุดท้ายคนก็มาบอกว่าที่เป็นเรื่องทั้งหมดคือสร้างกระแส ที่คอมเมนต์ เราไม่ได้เอาแอคหลุมมาคอมเมนต์เองใช่ไหม?

ส้มเช้ง : ต้องบอกว่ามันมีอยู่คลิปนึงที่มันมาเจอกันพอดี คือคลิปนั้นพี่อยู่ที่ศรีลังกาไปทัวร์แสวงบุญ เจอกระแสตรงนี้ เปิด TikTok มาเจอลูกพอดี เลยโทรหาลูก แล้วถ่ายลง TikTok ตอนที่ถ่ายพี่พูด แต่อาจจะพูดเบา เพราะอยู่บนรถ แล้วตอนที่ส่งเสียงมันไม่ออก พี่ก็ร้องไห้ เขาก็เลยคิดว่าดราม่าเรื่องร้านก๋วยเตี๋ยวเหรอ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ลูกโพสต์เพียงแต่ว่าเสียงมันไม่ออก

น้องหยก : แต่มีแคปชั่นอยู่นะคะ แม่รักลูก 2 คน ประมาณนี้

ส้มเช้ง : แต่เขาไม่ได้อ่าน

หลายคนเข้าใจผิดที่พี่ส้มร้องไห้เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวแน่เลย แต่จริงๆ มันไม่ใช่ สิ่งที่ทำพี่ส้มร้องไห้ได้นั่นคือลูก?

ส้มเช้ง : ใช่แล้วค่ะ มีคลิปอยู่ 1 คลิปที่น้องหยกลง เปิดไป TikTok ก็เด้งมา พี่เห็นคลิป พี่พูดอะไรไม่ออกเลย พี่จุกอก โทรหาลูก ลูกก็ร้องไห้ พี่คุยไม่กี่นาทีก็วางหู พี่เก็บความรู้สึกไม่ได้เลย พี่ก็ร้องไห้ พี่ก็เลยถ่ายคลิปแล้วก็พูด ที่มันจุกอกคือ ชาตินี้ป๊าเลือกเขากับลูกใหม่แล้ว ชาติหน้าป๊าเลือกหนูกับน้องบ้างนะ

มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำให้น้องหยกตัดสินใจโพสต์แบบนั้น?

น้องหยก : วันนั้นหนูเลื่อนไปเจอคอนเทนต์นี้ หนูรู้สึกว่ามันตรงกับใจเราจัง แล้วหนูก็ร้องไห้กับคลิปคนอื่น มันมีเรื่องในใจอยู่แล้ว หนูก็เลยโพสต์ออกมาแบบนั้น เรื่องของเรื่องคือ ตอนหนูรับปริญญาโท หนูไลน์ไปบอกป๊าว่า มาหาหนูได้ไหม วันที่ 7-8 ธันวาคม วันไหนก็ได้ ป๊าก็บอกว่า ครับ จะพยายามนะครับ หนูรู้สึกว่าหนูขอเวลาแค่ 1 วัน จริงๆ ไม่กี่ชั่วโมงที่ขับรถมายินดีกับหนูไม่ได้เลยเหรอ หรือมันต้องใช้ความพยายามมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขั้นป๊าบอกว่าป๊าจะพยายามนะ แล้วหลังจากนั้นก็ 3 เดือนแล้ว ป๊าก็หายไปเลย

ส้มเช้ง : วันนั้นเขาก็มาบอกว่าแม่ ดูป๊าพูด เขาไม่มีตัวตนเลยเหรอ ทั้งๆ ที่เขาเป็นลูก ใช้คำว่าป๊าจะพยายาม แค่ขับรถจากบ้านหรือจากร้านไปหาเนี่ย ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

น้องหยก : ไม่เจอกันมา 10 ปีแล้วค่ะ

ส้มเช้ง : มันไม่ไกลเลยนะ

วันนั้นพี่ส้มปลอบลูกว่ายังไง?

ส้มเช้ง : ให้กำลังใจเขา ลึกๆ พี่ไม่อยากให้ลูกเกลียดพ่อ เพราะว่ามันจะเป็นบาป ยังไงเขาก็คือผู้ให้กำเนิดเรา ก็ถามเขาความรักที่แม่มีให้มันเป็นยังไง หนูรู้สึกขาดไหม เขาก็บอกว่าหนูไม่ได้รู้สึกขาด แต่หนูรู้สึกน้อยใจทำไมป๊าไม่มองเห็นหนู ไม่มองเห็นน้องบ้างเลย ผู้ใหญ่เลิกกันไม่เป็นไร แต่หนูเป็นลูกแท้ๆ แล้วที่บอกลูกใหม่ก็ไม่ใช่ลูกเขานะ เป็นลูกติดด้วย ลูกแท้ๆ คืออยู่ที่นี่ 2 คน แต่เขาไม่เคยสนใจเลย

น้องหยก : หนูเลื่อนไอจีแล้วมันขึ้นเพื่อนแนะนำ แบบคนที่คุณอาจจะรู้จัก แล้วเป็นรูปป๊ากับเด็กคนนึงที่เป็นใครก็ไม่รู้ที่หนูไม่รู้จัก ก็เลยรู้ว่าเขาคือลูกใหม่

หลังจากที่คุยกันวันที่7-8 มีได้คุยกันอีกไหม?

น้องหยก : หลังจากนั้นน้องสาวหนูเข้าโรงพยาบาล หนูก็พิมพ์ไปบอกป๊าว่าน้องเข้าโรงพยาบาล ป๊าก็บอกว่า พักผ่อนเยอะๆ ครับ หนูพยายามไปเรียกร้องแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้รับเลย

ถ้าคุณพ่อดูอยู่หนูมีอะไรอยากจะบอกไหม?

น้องหยก : จริงๆ หนูไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก แค่รู้สึกว่าตอนเด็กๆ เขาเคยมาหา มาเจอกัน ยังเลี้ยงดู ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันบ้าง แล้ววันนึงคนที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด เขาไม่อยากเห็นวันที่เขาประสบความสำเร็จเหรอ วันนี้หนูยืนได้แล้ว หนูโตแล้ว หนูหาเงินใช้เอง หนูเรียนจบปริญญาโท หนูแค่อยากให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวหนู

พี่ส้มมีอะไรอยากบอกลูกสาวของตัวเองไหม?

ส้มเช้ง : จริงๆ น้องหยกเป็นคนเก่งมาก  ตั้งแต่หยกจบปริญญาตรี หยกไม่เคยขอเงินพี่ใช้เลย หยกทำงาน หาเงินได้ก็ให้แม่ด้วย ให้น้องด้วย ซัพพอร์ตตัวเอง ซัพพอร์ตพี่ ซัพพอร์ตน้อง ที่เขาโพสต์ พี่เข้าใจเลย อารมณ์แค่น้อยใจ เขาเป็นลูกนะ อย่างน้อยป๊ามาแสดงความยินดีหน่อย ตอนปริญญาตรีไม่เท่าไหร่ พอ ป.โท หนูจบแล้ว ป๊ามาแสดงความยินดีกับหนูหน่อย แค่นั้นเอง

น้องหยก : ก็คิดว่าเขาน่าจะดีใจ

ส้มเช้ง : ลูกมีหน้าที่การงานที่ดี เลี้ยงดูตัวเองได้ จบป.โทแล้ว ทุกคนมีความก้าวหน้าหมดเลย ไม่ได้ทำให้เสื่อมเสียเลย แต่ทำไมเขามองไม่เห็นเลยเหรอ พูดหยาบๆ หมามันยังรักลูกเลย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’เติบโตอย่างมั่นคง ปิดรายได้จากการดำเนินงานที่ 6,165.4 ล้านบาท กำไรรวม 195.6 ล้านบาท

'จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่'เติบโตอย่างมั่นคง ปิดรายได้จากการดำเนินงานที่ 6,165.4 ล้านบาท กำไรรวม 195.6 ล้านบาท

‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’เติบโตอย่างมั่นคง ปิดรายได้จากการดำเนินงานที่ 6,165.4 ล้านบาท กำไรรวม 195.6 ล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.39 น.

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เติบโตอย่างมั่นคง ปิดรายได้จากการดำเนินงานที่ 6,165.4 ล้านบาท กำไรรวม 195.6 ล้านบาท โดยมีกำไรงบเฉพาะกิจการ 2,660.7 ล้านบาท 

บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY ผู้นำธุรกิจบันเทิงครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย เผยผลประกอบการปี 2567 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานที่ 6,165.4 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับปี 2566 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการเติบโตทางธุรกิจและประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
 
คุณบุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า  “สำหรับปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม อยู่ที่ 6,165 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% เทียบกับปี 2566 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ อยู่ที่ 405.9 ล้านบาท เติบโตขึ้น 100.2% และมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมอยู่ที่ 195.6 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนที่บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นจากการลงทุนในหุ้น บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) หรือ (“KISS”)  ทั้งนี้ผลการดำเนินงานรายธุรกิจในปี 2567 สามารถสรุปรายละเอียดแบ่งออกได้ ดังนี้

1. รายได้ธุรกิจเพลงปิดรายได้ที่ 4,063.4 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 133.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.4%YoY จากการดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ นำโดยธุรกิจ Digital และธุรกิจโชว์บิซซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของการสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพและมีความมั่นคง

2. รายได้ธุรกิจภาพยนตร์ปิดรายได้ที่ 695.8 ล้านบาท เติบโต เพิ่มขึ้น 341.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 96.4%YoY จากภาพยนตร์เรื่องหลานม่า ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีทั้งในและต่างประเทศ

3. รายได้ธุรกิจโฮมช้อปปิ้งปิดรายได้ที่ 1,166.3 ล้านบาท ลดลงราว 203.2 ล้านบาท หรือลดลง 14.8%YoY เนื่องจากยอดขายทางทั้งช่องทางดาวเทียมและทีวีดิจิตัลที่ลดลง

4. รายได้ธุรกิจจัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีปิดรายได้ที่ 127.5 ล้านบาท ลดลง 24.7 ล้านบาท หรือลดลง 16.2%YoY จากยอดขายกล่องทีวีดาวเทียมที่ลดลงซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

5. ส่วนแบ่งกำไรจาก The ONE Enterprise 140.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7.3 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 5.5% YoY 

และนอกเหนือจากการเติบโตในธุรกิจปกติแล้ว ในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังได้ขยายความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดธุรกิจเพลงให้เติบโต โดยบริษัทฯ ได้ขายจำหน่ายหุ้นสามัญของ GMM Music ให้แก่นักลงทุนเชิงกลยุทธ์จำนวน 2 ราย ได้แก่ (1) Black Serenade Investment Limited (“Black Serenade”) (ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งร่วมกันระหว่าง Tencent Music Entertainment Group และ Tencent Holdings Limited) และ (2) Warner Music Hong Kong Limited (“WMHK”) (ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ Warner Music Group Corp. (“WMGC”)) ในสัดส่วนร้อยละ 10.0 และร้อยละ 1.5 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ GMM Music ตามลำดับ
 
จากธุรกรรมดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ สามารถปิดงบเฉพาะกิจการบริษัทฯด้วยกำไร 2,660.7 ล้านบาทหลังบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนใน GMM Music มูลค่า 2,815.4 ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตอกย้ำธุรกิจเพลงที่ยังคงสามารถเติบโตได้ จากการให้มูลค่าของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก รวมถึงโอกาสในการสร้างความเติบโตในอนาคต โดยในส่วนของเงินที่ได้จากการขายเงินลงทุนดังกล่าวราว 2,000 ล้านบาท บริษัทฯได้มีการนำไปชำระคืนหนี้พร้อมดอกเบี้ยที่มีกับธนาคารทั้งหมด  854.4 ล้านบาท และนำไปลงทุนเพิ่มในหุ้น ONEE มูลค่าราว 899.5 ล้านบาท โดยในส่วนที่เหลือได้นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนบริษัทฯ

จะเห็นได้ว่าผลประกอบการของบริษัทโดดเด่นรับกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมเพลง โดยจะเห็นได้จากที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกเติบโตเฉลี่ย 11% ต่อปี ในขณะที่ อุตสาหกรรมเพลงไทย เติบโตสูงกว่า ที่เฉลี่ย 26% ต่อปี โดยมีแรงผลักดันสำคัญจากดิจิตอลสตรีมมิ่ง ซึ่งในปัจจุบันตลาดสตรีมมิ่งและ Music subscription ทั่วโลกสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้นตลาดยังมีศักยภาพเติบโตขึ้นอีกอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดการเติบโตนี้ มาจากสินทรัพย์ทางดนตรี (Music IP : Music Intellectual Property) ซึ่งคือ ลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์เพลงซึ่ง นับเป็น หัวใจสำคัญของการสร้างรายได้จากการเผยแพร่ การนำไปใช้ การทำซ้ำ ดัดแปลง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบริษัทฯ มีความแข็งแรงด้านสินทรัพย์ทางดนตรีของไทยที่ใหญ่ที่สุด สั่งสมและมีการพัฒนาต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง และยาวนานกว่า 40 ปี ผนวกกับการมี Music Infrastructure ที่ครบวงจรที่สุดในไทย จึงเป็นจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ทำให้มีรายได้เข้ามาแบบต่อเนื่อง (Recurring Income) อย่างยั่งยืน

ตอบจึ้ง! ‘ป๊อก ปิยธิดา’เผยแล้วทำไมไม่มีลูก ลั่นไม่ยุติธรรมถ้าหวังลูกมาดูแลตอนแก่

ตอบจึ้ง! 'ป๊อก ปิยธิดา'เผยแล้วทำไมไม่มีลูก ลั่นไม่ยุติธรรมถ้าหวังลูกมาดูแลตอนแก่

ตอบจึ้ง! ‘ป๊อก ปิยธิดา’เผยแล้วทำไมไม่มีลูก ลั่นไม่ยุติธรรมถ้าหวังลูกมาดูแลตอนแก่

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.52 น.

3 มีนาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งคู่รักของวงการบันเทิงที่ใช้ชีวิตคู่กันมาอย่างยาวนาน 22 ปี สำหรับ ป๊อก ปิยธิดา และ ตั๊ก นภัสกร มิตรธีรโรจน์ แม้จะเป็นสามี-ภรรยา กันมานาน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่ทั้งสองจะมีทายาท เพราะทั้งคู่ดูเหมือนจะใช้เวลาทุ่มเทไปกับงาน รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆ 

ล่าสุด ป๊อก ปิยธิดา มาเป็นแขกรับเชิญคนที่ 2 ของรายการ ฤกษ์เล่าทางช่องยูทูบ หก หนึ่ง สอง ก็ได้มาร่วมตั้งวง พูดคุยในหลายๆ เรื่องที่คนสงสัย ไปกับ 2 พิธีกร พิชญ์ กาไชย และ ปั้นจั่น ปรมะ อย่างเป็นกันเอง ซึ่งหลาย ๆ เรื่อง เป็นเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน โดยในช่วงหนึ่ง ปั้นจั่น ปรมะ ก็ได้ถาม ป๊อก ปิยธิดา ในเรื่องที่ตนเองสงสัยว่า ไม่คิดมีน้องบ้างเลยเหรอ ซึ่ง ป๊อก ปิยธิดา ให้เหตุผลไว้ว่า

“เอาแบบจริงจังหรือบ้าๆ บอๆ ถ้าบ้าๆ บอๆ คือ พี่อยากใช้เงินของพี่อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่แบ่งใคร คือคนชอบคิดว่ามีลูกเพื่อเผื่อไว้ให้เขาดูแล พี่ไม่อยากมอบหน้าที่นี้ให้เขาตั้งแต่เขายังไม่เกิด ถ้าเขาเกิดมาด้วยความหวังว่าจะต้องกลับมากตัญญูฉัน พี่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมกับเขา แต่ถ้าสมมุติเกิดมีมาแล้ว เขาอยากตอบแทนเพราะรัก เขาไม่อยากให้เรากะง่องกะแง่งคนเดียว เขาอยากมาประคอง เขาอยากมาโอบกอด ให้เขาทำด้วยตัวเขาเอง อย่าไปพุตเขาตั้งแต่วันแรก พี่เลยรู้สึกว่า ณ วันนี้ ถ้าถามว่าใครจะดูแลตอนแก่ ตัวพี่ปัจจุบันไงคะ ตอนนี้พี่กำลังดูแลตัวเองตอนแก่อยู่ เพราะว่าพี่กำลังสะสมเงิน เพื่อที่จะได้ดูแลตัวเองตอนแก่ พี่ใช้ตัวเองในการเทคแคร์ตัวเองตอนนั้น พี่ไม่ได้ใช้ลูกที่คิดว่าในอนาคต เขาจะมีใจกับเราหรือไม่มีใจก็ไม่รู้ เพราะขนาดเราตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ดูพ่อแม่เลย เรายังออกมาข้างนอกเลย”

วงการบันเทิงเศร้า! อดีตพระเอกดัง’ยอดชาย เมฆสุวรรณ’เสียชีวิตในวัย 82 ปี

วงการบันเทิงเศร้า! อดีตพระเอกดัง'ยอดชาย เมฆสุวรรณ'เสียชีวิตในวัย 82 ปี

วงการบันเทิงเศร้า! อดีตพระเอกดัง’ยอดชาย เมฆสุวรรณ’เสียชีวิตในวัย 82 ปี

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.15 น.

3 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตพระเอกชื่อดังของวงการบันเทิงไทย ‘ยอดชาย เมฆสุวรรณ’ เสียชีวิตอย่างสงบด้วยภาวะหัวใจขาดเลือด สิริอายุ 82 ปี ครอบครัวได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 1 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร

ยอดชาย เมฆสุวรรณ อดีตพระเอกภาพยนตร์ไทยและศิลปินประติมากร ผู้บุกเบิกการปั้นหุ่นรูปเหมือนคนบันเทิง จากไปอย่างสงบเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21:39 น. ด้วยภาวะหัวใจขาดเลือด ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ สิริอายุ 82 ปี 8 เดือน

กำหนดสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา1 วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหารเขตพระนคร พิธีรดน้ำศพ วันอังคารที่ 4 มีนาคม เวลา 16:00 น. กำหนดสวด 5 คืน วันที่ 4-5-6-7 และคืนสุดท้าย วันที่ 9 มีนาคม 2568 สวดพระอภิธรรม เวลา 18:30 น. กำหนดพิธีฌาปนกิจ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ประวัติ ยอดชาย เมฆสุวรรณ #พระเอกตัวจริงศิลปินประติมากรตลอดกาล

ยอดชาย เมฆสุวรรณ เกิดเมื่อปี พ.ศ.2485 เมื่ออายุ 7 ขวบ ถูกคุณพ่อนำมาฝากให้เรียนหนังสือที่วัดหงษ์รัตนาราม กับหลวงพ่อกล้าย วัดหงษ์ ศิษย์ของหลวงปู่เนียม วัดน้อย และเริ่มการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนหอทะเบียนที่ดิน (ปัจจุบันคือโรงเรียนเทศบาลนครนนท์ 3 วัดท้ายเมือง)

จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนทวีธาภิเศก และจบปริญญาตรี จากคณะบริหารการตลาด วิทยาลัยการค้า (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) แต่ด้วยที่มีใจรักในงานศิลปะ จึงได้เริ่มทำงานที่บริษัท บาจา ในตำแหน่งออกแบบตกแต่งตู้โชว์จัดดิสเพลย์

ชีวิตพลิกผันเมื่อ ดาวตลกชื่อดัง สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม มาพบเจอและชักนำเข้าสู่วงการ หลังการเสียชีวิตแล้วของพระเอกอมตะนิรันดร์กาล มิตร ชัยบัญชา และได้แสดงเป็นพระเอกในภาพยนตร์เรื่องแรกคือ

“น้ำใจพ่อค้า” และแจ้งเกิดได้สำเร็จ โดยมีผลงานทางด้านการแสดงภาพยนตร์และละคร จนกระทั่งปัจจุบันรวมทั้งสิ้นกว่า 300 เรื่อง

#ชีวิตครอบครัว คู่สมรสคือ คุณสมถวิล เมฆสุวรรณ (ถึงแก่กรรม)

มีบุตรชาย 3 คน

วงศ์สมรรถ เมฆสุวรรณ (นนท์)

วรรธนศม เมฆสุวรรณ (โน๊ต)

ชมวิชัย เมฆสุวรรณ (หนุ่ม)

ยอดชายเป็นประติมากร เป็นคนริเริ่มที่คิดปั้นหุ่นขี้ผึ้งของนักแสดงไทยและบุคคลสำคัญของวงการบันเทิง โดยมีผลงานปั้นรูปหล่อสำริด ของคุณจำนง รังสิกุล ผู้บุกเบิกโทรทัศน์ไทย ซึ่งจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์การกระจายเสียง กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อ พ.ศ.2556

และด้วยใจรักและหลงใหลในการทำงานศิลปะ พร้อมความมุ่งมั่นและปณิธานอันแน่วแน่ว่าจะตอบแทนวงการบันเทิง คุณแผ่นดิน และพระพุทธศาสนา จึงได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นสัจธรรมจากช่วงชีวิต ช่วงหนึ่งของลมหายใจ ผ่านช่องทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และประติมากรรมรูปเหมือน เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่อุดมไปด้วยทรัพย์ทางปัญญาที่จะช่วยพัฒนาจิตใจของกัลยาณชนคนไทย จึงได้สร้าง “ศิลปะสถาน ยอดชาย เมฆสุวรรณ“ ในช่วงสุดท้ายของลมหายใจได้สำเร็จ

#ผลงานภาพยนตร์

– งานแสดงหนังเรื่องแรก น้ำใจพ่อค้า (2514) คู่กับดีเสวต นางเอกกัมพูชา

– นางเอกคู่ขวัญคือ ภาวนา ชนะจิต เริ่มจากเรื่อง พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ (2515)

– นางเอกอีกคนที่แสดงด้วยกันหลายเรื่องคือ สุภัค ลิขิตกุล (เนื่องจากความสูงพอเหมาะกัน สุภัคเป็นนางเอกที่สูงมาก)

– ผลงานเด่น สวนสน (2515), อ้อมอกเจ้าพระยา (2515), แม่นาคพระโขนง (2516), วิวาห์เงินผ่อน (2518)