ชาวเผือกปวดกบาล! เพจดังโพสต์ใบ้ นักร้อง’รักแท้ดูแลไม่ได้’-‘รักแท้แพ้ใกล้ชิด’

ชาวเผือกปวดกบาล! เพจดังโพสต์ใบ้ นักร้อง'รักแท้ดูแลไม่ได้'-'รักแท้แพ้ใกล้ชิด'

ชาวเผือกปวดกบาล! เพจดังโพสต์ใบ้ นักร้อง’รักแท้ดูแลไม่ได้’-‘รักแท้แพ้ใกล้ชิด’

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.48 น.

วันที่ 3 มีนาคม 2568 เพจดัง อีซ้อขยี้ข่าว ออกมาโพสต์ให้ชาวเผือก ได้ปวดหัวกันอีกแล้ว โดยระบุว่า  “เรื่องของนักร้องที่คนหนึ่ง “รักแท้ดูแลไม่ได้” ส่วนอีกคน “รักแท้แพ้ใกล้ชิด”

ต่อมาได้โพสต์อีกว่า “เรื่องมันเริ่มมาตั้งแต่เม.ย. 67 แล้วยิ่งถ้าทุกคนได้เห็นอะไรบ้างอย่างจะสงสารฝ่ายชายมาก”

ทำเอาชาวเน็ตต่างเดากันสนั่น โดยคนแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

หล่อ ร้าย อันตราย สไตล์ซอมบี้ ‘ขี้หวง’ ซิงเกิลล่าสุดจาก INDIGO

หล่อ ร้าย อันตราย สไตล์ซอมบี้ ‘ขี้หวง’  ซิงเกิลล่าสุดจาก INDIGO

หล่อ ร้าย อันตราย สไตล์ซอมบี้ ‘ขี้หวง’ ซิงเกิลล่าสุดจาก INDIGO

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.06 น.

ประเดิมต้นปีด้วยความพลังความเดือดขั้นสุด พร้อมกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง! วง INDIGO วงดนตรีแนว Electronic Rock ตัวท็อปของไทย ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ขี้หวง” เพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์ของคนแอบรัก แต่ยังไม่มีสถานะชัดเจน ได้แต่เฝ้ามองเธอจากไกลๆ หวงเธอจนใจจะขาด แต่ก็ไม่มีสิทธิ์หึง!

“ขี้หวง” ถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แอบรักใครสักคน แต่ก็ยังไม่มีสถานะพอจะเรียกได้เต็มปากว่าเป็น “แฟน” ทำได้เพียงแค่ “หวง” เวลาที่มีคนอื่นเข้าใกล้ หรือแอบมองเธอไปกับใคร เป็นความรู้สึกของคนที่ อยากหึงใจจะขาด แต่ไม่มีสิทธิ์ทำอะไร ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงร้องที่มีเสน่ห์ของ บลู ทำให้เพลงนี้ยิ่งบาดใจ

นอกจาก เนื้อหาเพลงที่โดนใจ แล้ว “ขี้หวง” ยังเป็นซิงเกิลที่ INDIGO ตั้งใจโชว์พลังทางดนตรีอย่างเต็มที่ โดยแต่ละเครื่องดนตรีถูกออกแบบมาให้ มีบทบาทชัดเจนและซัพพอร์ตกันอย่างลงตัว เสียงกีตาร์ในเพลงนี้โดดเด่นด้วย ริฟฟ์กีตาร์ที่หนักแน่นและติดหู จาก บลู เสริมบรรยากาศให้เพลงมีพลังและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงโซโล่ ที่เติมความเป็น Electronic Rock ให้สมบูรณ์แบบ ส่วนจังหวะกลองจาก โดนัท เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของเพลงนี้ ด้วยการใช้ไดนามิกที่พลิกอารมณ์คนฟังไปตามท่วงทำนองของเพลง จากเบาไปหนัก จากนิ่งไปพุ่งสุดแรง ทำให้เพลงเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดันแบบ “หวงแต่ไม่มีสิทธิ์” และไลน์เบสจาก ขวัญ ในเพลงนี้ให้ความรู้สึกหนักแน่น เสริมให้จังหวะของเพลงมีความต่อเนื่องและลื่นไหล เป็นตัวเชื่อมระหว่างซาวด์กลองที่ดุดันและกีตาร์ที่ชัดเจน เพลงนี้แสดงให้เห็นว่า INDIGO ไม่ใช่แค่สร้างเพลงที่มีเนื้อหากินใจ แต่ยังเป็นวงที่เล่นดนตรีได้แน่นและมีสไตล์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงร็อกที่มีความจัดจ้านของซาวด์ดนตรีและการเรียบเรียงที่มีลูกเล่น

นอกจากตัวเพลงที่โดดเด่นแล้ว มิวสิกวิดีโอของ “ขี้หวง” ยังนำเสนอเรื่องราวสุดครีเอทของซอมบี้ขี้หวง ที่สะท้อนอารมณ์ของเพลงได้อย่างแปลกใหม่และสร้างสรรค์ โดย บลู INDIGO รับบทเป็น “ซอมบี้ขี้หวง” ที่เฝ้าติดตามหญิงสาวคนหนึ่งไปทุกที่ ไม่ว่าเธอจะไปไหน เขาก็จะคอยตามหวงแบบไม่คลาดสายตา INDIGO ไม่เพียงแต่ทำให้ “ขี้หวง” เป็นเพลงที่ฟังสนุก แต่ยังเต็มไปด้วยการแสดงพลังทางดนตรีที่จัดเต็ม และ MV ที่น่าสนใจ ทำให้ซิงเกิลนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ต้องฟังและต้องดู!

แบ่งมรดกลงตัว! ทรัพย์สินกว่า621ล้านของ’ต้าเอส’ ตกเป็นของสามีใหม่-ลูกทั้ง2คน

แบ่งมรดกลงตัว! ทรัพย์สินกว่า621ล้านของ'ต้าเอส' ตกเป็นของสามีใหม่-ลูกทั้ง2คน

แบ่งมรดกลงตัว! ทรัพย์สินกว่า621ล้านของ’ต้าเอส’ ตกเป็นของสามีใหม่-ลูกทั้ง2คน

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.01 น.

3 มีนาคม 2568 จากกรณีที่นักแสดงไต้หวันชื่อดัง ‘สวีซีหยวน’ หรือ ‘ต้าเอส’ นางเอกซีรีส์ระดับตำนาน F4 รักใสใสหัวใจสี่ดวง เสียชีวิตจากอาการปอดอักเสบจากไข้หวัดใหญ่ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเธอเสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น 

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าขณะนี้ทางครอบครัวของต้าเอส และ หวังเสี่ยวเฟย (อดีตสามี) ได้บรรลุข้อตกลงเรื่องการแบ่งมรดกกว่า 600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 621 ล้านบาทรวมถึงสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร ตามรายงาน ทรัพย์สินมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ ของต้าเอสถูกแบ่งให้กับ กูจุนยอบ (สามีปัจจุบัน) และลูกทั้งสองของเธอ 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า หวังเสี่ยวเฟย (อดีตสามี) เดินทางมาไต้หวันเพื่อเตรียมจัดการเรื่องทางกฎหมาย ตลอดจนแม่ของต้าเอสก็ได้ประกาศว่าเธอกำลังจะ “มุ่งเข้าสู่สนามรบ” ราวกับจะพร้อมเปิดสงครามกับฝั่งอดีตลูกเขย ทรัพย์สินของเธอจะถูกแบ่งระหว่างกูจุนยอบ (สามีปัจจุบัน) กับลูก 2 คนของต้าเอส ที่เกิดจากความสัมพันธ์กับ หวังเสี่ยวเฟย (อดีตสามี) แต่เนื่องจากเด็กๆยังเป็นผู้เยาว์ ดังนั้น หวังเสี่ยวเฟย จะเป็นคนจัดการดูแลทรัพย์สินในส่วนของทั้งคู่ จนกว่าลูกๆ จะบรรลุนิติภาวะ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า หวังเสี่ยวเฟย ยังไม่มีแผนพาลูก ๆ เดินทางกลับไปที่ปักกิ่ง ประเทศจีน ในตอนนี้

ก่อนหน้านี้มีการแฉว่า หวังเสี่ยวเฟย ยังติดค้าง ต้าเอส 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 258 ล้านบาท จากเงินจำนองและเงินกู้ซื้อบ้านหรูในเขตซินอี้ กรุงไทเป ซึ่งเป็นบ้านที่ต้าเอสพักอาศัย การที่เขาจะได้เป็นคนดูแลมรดก 2 ใน 3 จนกว่าลูกๆ จะบรรลุนิติภาวะ อาจจะทำให้เขาสามารถควบคุมในส่วนอสังหาริมทรัพย์ของอดีตภรรยาผู้ล่วงลับได้

‘Bedroom Audio’ ปลดล็อกความมันส์!! คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก

‘Bedroom Audio’ ปลดล็อกความมันส์!!  คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก

‘Bedroom Audio’ ปลดล็อกความมันส์!! คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.55 น.

จบลงไปด้วยความประทับใจทั้งศิลปินและแฟนเพลงสุดๆ สำหรับ “Bedroom Audio เพลงที่เธอไม่เคยฟัง คอนเสิร์ต”  ของวง Bedroom Audio  วงร็อกที่คร่ำหวอดในวงการเพลงมานานกว่า 10 ปี  ในที่สุด! ก็ถึงเวลาแล้วกับคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองครั้งแรก!!  ที่ครั้งนี้ขอเปิดเวทีต้อนรับแฟนเพลงจัดเต็มความมันส์พร้อมความอบอุ่น ไปกับบทเพลงที่ทุกคนคุ้นเคยและบทเพลงที่คุณไม่เคยฟัง  เมื่อคืนวันที่ 1 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา  The Street Hall, The Street  รัชดา 

เริ่มต้นโชว์ด้วย 4 วงเปิด จากค่าย Tero Music  อย่าง  “SUNDAY NIGHTS (ซันเดย์ไนท์)” แน็ค, ต่อ, ซอ, เอิร์ธ วงดนตรีรสจัดจ้านกับซาวน์ดนตรีสุดโมเดิร์น และส่งต่อให้วง “MOLON (โมลอน)” วงป๊อปพังก์เลือดใหม่ ที่กอดคอกันมาสาดความมันส์บนเวทีให้แฟนๆได้โยกตาม พร้อมโชว์ซิงเกิลใหม่ “ไททันวิปริต” ที่นี่เป็นที่แรก! เพิ่มดีกรีความมันส์กันต่อที่ “RAINCOVTS(เรนโคทส์)” วงร็อกมากฝีมือ ซัดใส่กันไม่ยั้งกับดนตรีเข้มข้นและหนักหน่วงNu-metal, Metalcore พร้อมโชว์ซิงเกิลใหม่ “ตัวอันตราย”  แบบสะใจสุดๆ   และส่งต่อความสะใจกันแบบไฟลุกกับวง “THE YOUNG WOLF (เดอะ ยัง วูลฟ์)”  วงดนตรีหมาป่าสไตล์Hard rock and roll งานนี้ทำเอาแฟนเพลงอึ้งทึ่งกับโชว์ที่จัดเต็มทั้งพลังเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของ “โจนาธาน-นักร้องนำ” พร้อมดนตรีที่มันส์  สะใจ พร้อมเรียกเสียงกรี๊ด ปรบมือดังสนั่นฮอลล์กันสุดๆ  

ถึงเวลาที่แฟนเพลงตั้งตารอคอยกับ Bedroom Audio ที่ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมเสียงกรี๊ดตอนรับสุดอบอุ่นจากแฟนเพลงดังสนั่นฮอลล์ งานนี้วงไม่รอช้าสาดความมันส์ ระเบิดความสนุกกับเซ็ตลิสต์เปิดหัว อย่าง หม้อรวมเพลงที่เธอไม่ฟังว่าไงว่าตาม, ใครคนนั้น พร้อมทักทายเพลงแฟนเพลงกล่าวต้อนรับสู่คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก!!  “Bedroom Audio เพลงที่เธอไม่เคยฟัง คอนเสิร์ต” ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่วงรอมานานกับการที่จะได้เจอแฟนเพลงของวง จากนั้นไปกันต่อที่โหมดเพลงช้าอย่างเพลง ตรงนั้นวันนี้ ,เพลงไม่รัก, คืนข้างแรม, ตัวสำรอง เพลงดังที่ทำให้รู้จักวงกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดนซีนนี้ทำเอา “แม่น-นักร้อง” เสียอาการ กับความตื้นตันใจ น้ำตาคลอ ขอบคุณทุกคนที่มาในงานคอนเสิร์ตและขอบคุณเพื่อนร่วมทางสมาชิกในวง “จ๊อบ-คิท-นดล” ที่เชื่อมั่นและอยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอดกว่า10ปี ได้เสียงปรบมือพร้อมกำลังใจกันจุกๆ ล้นฮอลล์กันไปเลย และไฟบนเวทีก็ดรอปลง

ทันใดนั้นก็มีเซอร์ไพรส์!! บนเวที พร้อมเปิดตัวแขกรับเชิญ “วง Jetset’er”  เรียกเสียงกรี๊ดพร้อมโยกขยับไปกับจังหวะสนุกในเพลง “จูบ” อีกไม่กี่อึดใจวง Bedroom Audio ก็ขึ้นเวทีอีกครั้งพร้อมชุดสูทวินเทจเท่ พร้อมแจมกันสุดเหวี่ยงในเพลง “ฝ่าไฟแดง” จัดได้ว่าเป็นอีกพาร์ทที่สนุกและประทับใจกันสุดๆ เพราะนี่เป็นการร่วมงานกันแรก! กับการที่อยู่ในวงการเพลงมากกว่า 10 ปี แต่ทั้ง 2 วง ที่ไม่เคยเจอกันบนเวที ซึ่งเป็นครั้งแรกได้เจอกันบนเวทีคอนเสิร์ต และต่อเนื่องความสนุกกับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ลาลารัก” และต่อด้วย บอกรัก, ภาพฝัน จากนั้นไปต่อพาร์ทเพลงที่เธอไม่เคยฟัง กับชุดสูทสีขาวเนียบฟูลทีมและเพลงตามคอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ อย่าง แข็งแรงไม่พอโรคหัวใจ พร้อมปล่อยเวทีนี้ให้กับการโชว์แบทเทิลดนตรีสุดมันส์ของ “คิท –มือกลอง”  และ  “นดล -เบส ” กับพาร์ท Instrumental ก่อนจะเข้าเพลง “สภาวะสมองไม่สั่งการ”  และเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่วงพร้อมจัดให้! กับเซ็ตลิสต์เพลงฮิตระดับความปังกว่า100 ล้านวิว อย่างเพลง รอกอดไม่ได้รักมือสอง, เพลงที่เธอไม่ฟัง, ไม่บอกเธอ  ที่แฟนเพลงต่างพากันใส่สุดตัวทั้งโดดและร้องกันดังสนั่นฮอลล์!

ตลอดโชว์กว่า 2 ชั่วโมง กับ “Bedroom Audio เพลงที่เธอไม่เคยฟัง คอนเสิร์ต”  กับคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก!! เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์แห่งความสุข สนุก ที่น่าจดจำประทับใจทั้งศิลปินและแฟนเพลงที่ต่างมาส่งมอบพลังงานดีๆให้กันและกัน กับบรรยกาศที่สุดอบอุ่นอินไซด์กันสุดๆ ไปเลย

สามย่านมิตรทาวน์แตก ! นักแสดงช่อง 3 ยกทัพแจกบัตร 4,000 ใบ หมดเกลี้ยง!

สามย่านมิตรทาวน์แตก ! นักแสดงช่อง 3 ยกทัพแจกบัตร 4,000 ใบ หมดเกลี้ยง!

สามย่านมิตรทาวน์แตก ! นักแสดงช่อง 3 ยกทัพแจกบัตร 4,000 ใบ หมดเกลี้ยง!

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.49 น.

คึกคักสมการรอคอยสำหรับมหกรรมความบันเทิง ความมันส์ที่จะกลับมา เมื่อช่อง 3 นำ เหล่านักแสดงแท็กทีมแจกบัตรงานบอล “55 ปี NEW ENERGY พลังใหม่ ไร้ขีดจำกัด” ปลุกเอนเนอร์จี้ให้แบบเต็มสูบ นำทีมโดย สมิธ ภาสวิชญ์, จ็อบ ธัชพล, จูเนียร์ กาจบัณฑิต, ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์, แฟรงกี้ วีรภัฎ, เฟรนด์   พีระกฤตย์, ภูมิ ชวัลวัฒน์, เดนิส เจลีลชา, ลิซ่า อลิซา, แคนดี้ สุภาภัสสร์,  พริกขิง สุรีย์ญะเรศ พร้อมด้วย เซ้นต์ ศุภพงษ์ และ ยูโด ธรรม์ธัช ที่รับหน้าที่พิธีกรบรรยายความสนุกกันอย่างคึกคัก ซึ่งงานนี้มีแฟน ๆ มารอรับบัตรคิวตั้งแต่เช้า พร้อมด้วยป้ายไฟของนักแสดงแต่ละคนมาต้อนรับกันอย่างหนาแน่น ณ สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G (ลานหน้า MUJI) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

งานนี้ทำเอานักแสดงแต่ละคนถึงกับปลื้มใจกันสุด ๆ ที่เห็นแฟน ๆ มารอรับบัตรเข้างานบอล 55 ปี ช่อง 3 กันอย่างล้นหลาม โดยงานนี้แจกให้ 2 ใบ ต่อ 1 คน ทำเอาบัตร 4,000 ใบ หมดเกลี้ยง! เจอสถานการณ์แบบนี้นักแสดงแต่ละคนถึงกับขิงข่าตะไคร้มาแบบยกสวนสุด ๆ  ทั้งทีมสีแดง และ ทีมสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเป็นด้านงานโชว์หรือดวลแข้ง และที่ปลุกกระแสทวีคูณหนักกว่าเดิมเห็นทีจะเป็นกัปตันคนใหม่ อย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ ที่มาประเดิมกับกัปตันฝีเท้าแน่น อย่าง เกรท วรินทร งานนี้ใครจะหมู่ ใครจะจ่า กินกันไม่ลงจริง ๆ  

สำหรับใครมีบัตรในมือแล้วกำไว้ให้แน่น เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม ก่อนเกาะขอบสนามเชียร์กันให้คอระเบิดกับ งานฟุตบอลช่อง 3 มหกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่ “55 ปี NEW ENERGY พลังใหม่ ไร้ขีดจำกัด” แล้วพบกันในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ สนามศุภชลาศัย 

‘เพื่อน – เดนิส’ ทะเลาะกันรายวัน คนดูสงสัยจะรักกันกี่โมง ?

‘เพื่อน - เดนิส’ ทะเลาะกันรายวัน คนดูสงสัยจะรักกันกี่โมง ?

‘เพื่อน – เดนิส’ ทะเลาะกันรายวัน คนดูสงสัยจะรักกันกี่โมง ?

วันจันทร์ ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.34 น.

  แต่งงานเพราะจำใจ อยู่กันไปเพราะจำทนจริงมั้ย ต้องรอดูในละคร “อีบัวกับไอ้ขวัญ” เพราะผัวอย่าง “ไอ้ขวัญ” รับบทโดย “เพื่อน คณิน ชอบประดิถ” จะทำให้เมียจ๋าอย่าง “อีบัว” รับบทโดย “เดนิส เจลีลชา คัปปุน” เปลี่ยนจากเกลียดมารักผัวจ๋าให้ได้ ไม่ว่าจะต้องฝ่าด่านพ่อตาแม่ยาย หรือเอาชนะใจเมียด้วยวิธีไหนไอ้ขวัญก็ไม่ปริปาก ยอมทนทำดีทุกอย่างเพื่อให้เมียเปิดใจยอมรับรักกัน แต่เรื่องเดียวที่ไอ้ขวัญยอมไม่ได้คือเรื่องศัตรูหัวใจอย่าง “ไอ้เทพ” รับบทโดย “ยูโด ธรรม์ธัช ธารินทร์ภิรมย์” อดีตแฟนเก่าที่เกือบได้แต่งงานกับเมียจ๋า ยังไม่เลิกวอแว แถมเมียจ๋ายังจะมีเยื่อใย เห็นแฟนเก่าดีกว่าผัวไม่หยุด “ไอ้ขวัญ” เลยไม่ขอทน จนเกิดทะเลาะกับ “อีบัว” ถึงขั้นระเบิดอารมณ์ ก่อนจะน้อยใจเมียขั้นสุดที่พูดจาทำร้ายจิตใจไม่แคร์ผัว ไอ้ขวัญเลยโมโหคว้าเมียจูบหมับ กระชับริมฝีปาก พิสูจน์กันไปเลยว่าเมียจ๋าจะไม่หวั่นไหวไร้เยื่อใยกับผัวจริงมั้ย

งานนี้ “อีบัว” โกรธผัวหูดับที่มาบังคับปล้ำจูบทั้งที่ไม่เต็มใจ แถมทำอะไรก็ไม่คิดให้ดี หลังจากอึ้งที่ถูกจู่โจมจูบ อีบัวได้สติปุ๊บ ผลักไอ้ขวัญออกอย่างแรง พร้อมฟาดมือใส่หน้าไอ้ขวัญจนสะบัดเต็มแรง ทำเอาไอ้ขวัญน้ำตารื้นน้อยใจเมียที่ใจร้ายกับผัวเหลือเกิน อีบัวก็โกรธน้ำตาคลอที่ถูกบังคับทั้งที่ไม่เต็มใจ ต่างคนต่างมีทิฐิไม่ยอมคุยกันดี ๆ

บอกเลยฉากนี้ทะเลาะกันห้องหอแทบแตก ผัวก็คิดไปทาง เมียคิดไปอีกทาง ก่อนจะรักกันดีต้องตีกันตาย จะได้เข้าใจกันมากขึ้น แต่จะเข้าใจกันเมื่อไหร่ ต้องรอลุ้นกันต่อไป ติดตามชมฉากผัวจูบเมียตบนี้ได้ในวันอังคารที่ 4 มีนาคม เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 ห้ามพลาด

สพฐ. ประชุม ผอ.เขต แนวใหม่ โชว์ผลงานสุดเจ๋งในพื้นที่

สพฐ. ประชุม ผอ.เขต แนวใหม่ โชว์ผลงานสุดเจ๋งในพื้นที่

สพฐ. ประชุม ผอ.เขต แนวใหม่ โชว์ผลงานสุดเจ๋งในพื้นที่

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568 เพื่อแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 77 จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักและบุคลากรของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า ในปี 2568 นี้ เป็นปีแห่งความท้าทายการศึกษาไทย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ โดยส่งเสริมให้คนไทย “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” ให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ โดย สพฐ. จะยังคงขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. ลงสู่ห้องเรียนให้ถึงผู้เรียนอย่างถ้วนหน้า ตามแนวทาง “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” โดยเน้นย้ำในเรื่องของสถานศึกษาปลอดภัย ต้องดูแลป้องกันนักเรียนและครูจากภัยรอบตัว ทั้งภัยอุบัติเหตุ (ภัยธรรมชาติ ภัยจากอาคารสิ่งก่อสร้าง ยานพาหนะ) ภัยทางสุขภาพกาย-ใจ(ยาเสพติด โรคระบาด) ภัยที่เกิดจากการใช้ความรุนแรง (ทะเลาะวิวาท ล่อลวงล่วงละเมิด) และภัยละเมิดสิทธิ ความไม่ยุติธรรมต่างๆ รวมถึง OBEC Zero Dropout “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” ที่มีเป้าหมายนำเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบทุกคน พร้อมทั้งการส่งเสริมความฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ด้วยโครงการโรงเรียนคุณภาพ สนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ให้เด็กได้พัฒนาสมรรถนะตามช่วงวัย และการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA โดยพัฒนาความฉลาดรู้ของผู้เรียนใน 3 ด้าน ทั้งด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์

“ในการประชุมวันนี้ได้มีการปรับรูปแบบการประชุมแนวใหม่ ที่ให้ ผอ.เขตพื้นที่ รายงานผลการขับเคลื่อนตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” จากสถานที่จริงในโรงเรียนในพื้นที่ของตนเอง เพื่อให้เห็นผลการดำเนินงานจริงๆ ว่า ในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวประสบผลสำเร็จอย่างไรบ้างซึ่งจากการสุ่มเลือก ผอ.เขต ขึ้นมารายงานแบบเรียลไทม์ จำนวนกว่า 20 เขต จากทุกภาคทั่วประเทศ พบว่า ทุกเขตสามารถทำได้ดีผลการดำเนินงานสะท้อนนโยบายได้หลายเรื่อง อาทิ โครงการ “สุขาดี มีความสุข” การขับเคลื่อน PISA การส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน การเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime การลดภาระนักเรียน ให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน (Learn to Earn) การสร้างความปลอดภัยในโรงเรียน เป็นต้น นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจในการนำนโยบายลงสู่การปฏิบัติ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเขตพื้นที่อื่นๆจึงขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารเขตพื้นที่ในการสร้างคุณภาพให้เกิดกับผู้เรียนอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการเตรียมการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2568 และหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2568, การยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET, การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมิน PISA, โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย, โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ,
กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา, การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู, การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (DLTV), นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องสถานศึกษาปลอดภัย การดูแลความปลอดภัยของนักเรียนและครูจากภัยต่างๆ อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า โดยศูนย์ความปลอดภัยฯ ในแต่ละเขตพื้นที่ต้องประสานความร่วมมือกับหน่วยต่างๆ ดูแลความปลอดภัยทุกมิติ เมื่อเกิดเหตุให้รายงานฝ่ายบริหารอย่างรวดเร็วทันที และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนร่วมพัฒนา โครงการสุขาดีมีความสุข โครงการโรงเรียนอุปถัมภ์ โรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

‘บอร์ด สกศ.’ เดินหน้าเสริมมาตรฐานการศึกษาไทย สร้างคุณภาพระดับสากล

‘บอร์ด สกศ.’ เดินหน้าเสริมมาตรฐานการศึกษาไทย สร้างคุณภาพระดับสากล

‘บอร์ด สกศ.’ เดินหน้าเสริมมาตรฐานการศึกษาไทย สร้างคุณภาพระดับสากล

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี คณะกรรมการสภาการศึกษา และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมประชุมรูปแบบผสมผสาน ออนไลน์และออนกราวด์ ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

โดยที่ประชุมพิจารณาเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ดังนี้ 1.(ร่าง) มาตรฐานการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นมาตรฐานกลางสำหรับเทียบเคียงในการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีจริยธรรม จำนวน 4 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 การเข้าถึงและความเสมอภาคทางเทคโนโลยีดิจิทัล มาตรฐานที่ 2 การออกแบบการเรียนรู้และนำตนเองเชิงสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 3 การวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้มาตรฐานที่ 4 การสนับสนุนผู้เรียน ผู้สอนผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา

2.ข้อเสนอการติดตามและประเมินผลการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของไทยในเวทีโลก เพื่อได้ข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล วิเคราะห์เป็น 5 มิติ ได้แก่ 1) ด้านคุณภาพการศึกษา การยกระดับการสอนตามแนวทาง PISA พัฒนาแพลตฟอร์มข้อสอบออนไลน์ บูรณาการเทคโนโลยีและ AI ในการเรียนการสอน ปรับปรุงหลักสูตรให้เชื่อมโยงกับโลกอาชีพและเทคโนโลยีสมัยใหม่ 2) ด้านความเสมอภาคทางการศึกษา โดยขยายโครงการเรียนฟรีและทุนการศึกษาให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบาง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่ชนบท ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 3) ด้านการเข้าถึงการศึกษา ส่งเสริมระบบ Tracking System และการศึกษาแบบยืดหยุ่น 4) ด้านประสิทธิภาพการจัดการศึกษาปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา ลดภาระงานเอกสารของครู และนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการการศึกษา และ 5) ด้านการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง บูรณาการหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ปรับปรุงการฝึกงานและการเชื่อมโยงกับสถานประกอบการ และส่งเสริมทักษะอนาคต,3.แนวทางอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนที่จัดโดยบุคคลองค์กรชุมชน องค์กรเอกชน และองค์กรวิชาชีพ ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ให้ครอบคลุม คือ 1)ระยะแรกให้กระทรวงศึกษาธิการอุดหนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานตามจำนวนผู้เรียนรายหัว แก่ศูนย์การเรียนที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุน โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม/เงินบำรุงการศึกษาจากผู้เรียน2)จัดสรรเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานในอัตราเดียวกับที่รัฐจัดสรรให้สถานศึกษาเอกชนการกุศล (ไม่รวมเงินเดือนและเงินสมทบ) ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 5 รายการ และ 3)ให้ ศธ.ติดตามประเมินผลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา การกำหนดอัตราเงินอุดหนุน และแนวทางสนับสนุนที่เหมาะสมต่อไป

สำนักวิจัยฯอาชีวะ เดินหน้าโครงการวิสาหกิจฯปี’68 เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่

สำนักวิจัยฯอาชีวะ เดินหน้าโครงการวิสาหกิจฯปี’68  เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่

สำนักวิจัยฯอาชีวะ เดินหน้าโครงการวิสาหกิจฯปี’68 เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา เป็นประธานการประชุมคัดเลือกข้อเสนอโครงการเพื่อสนับสนุนทุนวิจัย พร้อมลงพื้นที่ติดตามประเมินผลและถอดบทเรียนการต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่การใช้ประโยชน์ โครงการส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่การใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนและการพัฒนาเชิงพื้นที่ (OVEC Research & Innovation for Social Enterprise and Area-Based Development : ORSEA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2568 ณ โรงแรม Orchid Riverview และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายณรงค์ หวังอีน ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพไชยา ดร.ปณชัย เพชรปาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเวียงสระดร.สิรวิชญ์ ธนเศรษฐ์วงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ดร.ธวัชไชย ลิ้มสุวรรณ ผู้ทรงคุณวุฒิวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิจัยและนวัตกรรมจากสถานศึกษาสังกัด สอศ. ร่วมลงพื้นที่ ถอดบทเรียน และประชุมคัดเลือกข้อเสนอโครงการวิจัยในครั้งนี้

ดร.นิรุตต์ บุตรแสนลี กล่าวว่า เทรนด์การพัฒนาในโลกปัจจุบันให้ความสำคัญกับ Digital Transformation, Innovation, Green Economy และ Global Supply Chain การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อขยายพรมแดนความรู้ของสาขาวิชาหนึ่งๆ โดยตรง และการวิจัยเชิงประยุกต์ (Applied Research) ที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ในรูปแบบของเทคโนโลยีที่เหมาะสมและพร้อมใช้งาน(Appropriate Technology) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนและสังคม

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษามุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการพัฒนาทักษะกระบวนการวิจัย และทักษะการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนอาชีวศึกษาในทุกสาขาวิชา ด้วยการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา (8 Agenda) โดยมอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา ขับเคลื่อนวาระงานพัฒนาที่ 2 ปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ข้อที่ 2.7 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาชีวศึกษา เพื่อสร้างแรงกระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์อาชีวศึกษา ได้บูรณาการใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาเชื่อมโยงกับปัญหาโดยคำนึงถึงบริบทเชิงพื้นที่ (Area based Learning)
มาพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ สู่การใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ที่สามารถสร้างทั้ง “คุณค่า” ในระดับชุมชน สังคม ประเทศชาติ ตลอดจนขยายผลสู่การสร้าง “มูลค่า”
ในเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมให้มีความเข้มแข็ง เติบโต และยั่งยืน

ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์ใหม่ศึกษานิเทศก์ปฏิรูปวิชาชีพ มุ่งพัฒนาครู ผู้บริหาร พัฒนาคุณภาพการศึกษา

ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์ใหม่ศึกษานิเทศก์ปฏิรูปวิชาชีพ  มุ่งพัฒนาครู ผู้บริหาร พัฒนาคุณภาพการศึกษา

ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์ใหม่ศึกษานิเทศก์ปฏิรูปวิชาชีพ มุ่งพัฒนาครู ผู้บริหาร พัฒนาคุณภาพการศึกษา

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์สำคัญเพื่อปฏิรูปวิชาชีพศึกษานิเทศก์ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า การปฏิรูปวิชาชีพศึกษานิเทศก์ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ศึกษานิเทศก์มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาหลักเกณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติในวันนี้ จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงจากภายนอกระบบราชการได้เข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษาของประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างกลไกที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

“เราจำเป็นต้องมีศึกษานิเทศก์ที่มีคุณภาพและเพียงพอในระบบการศึกษา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา การปฏิรูปครั้งนี้จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาไทยตั้งแต่ระดับนโยบายลงไปถึงห้องเรียน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์ใหม่นี้ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด ส่วนการเปิดช่องทางให้ผู้ที่มีคุณวุฒิปริญญาโท หรือปริญญาเอก ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้สามารถเข้าสู่ตำแหน่งได้นั้น จะทำให้เรามีนักศึกษานิเทศก์ที่มีความหลากหลายทั้งด้านวิชาการและประสบการณ์ ซึ่งจะช่วยยกระดับการนิเทศการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยสาระสำคัญจาก 5 หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศึกษานิเทศก์ที่ ก.ค.ศ. ได้ให้ความเห็นชอบในครั้งนี้ ได้แก่ 1.การเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่มีวุฒิปริญญาโทหรือเอกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้สามารถเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ได้ 2.กระบวนการคัดเลือกที่ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเน้นความรู้ด้านวิจัยทางการศึกษา ภาวะผู้นำ ทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และสมรรถนะในการปฏิบัติงาน 3.การปรับปรุงวิธีการคัดเลือกบุคคลให้เหมาะสมกับมาตรฐานตำแหน่งศึกษานิเทศก์ใหม่ 4.การกำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 5.ระบบพัฒนาก่อนแต่งตั้ง ศึกษานิเทศก์ต้องผ่านการพัฒนาและประเมินสมรรถนะก่อนเข้าปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ การอนุมัติหลักเกณฑ์ดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปวิชาชีพศึกษานิเทศก์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การมีศึกษานิเทศก์ที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษา มีความเป็นผู้นำทางวิชาการ และมีสมรรถนะในการนิเทศการศึกษาจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทั่วประเทศต่อไป