แนวหน้าฟู้ดรีวิว : วัตถุดิบจากท้องทะเล และเมนูพิเศษของเดือนมีนาคม

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : วัตถุดิบจากท้องทะเล และเมนูพิเศษของเดือนมีนาคม

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : วัตถุดิบจากท้องทะเล และเมนูพิเศษของเดือนมีนาคม

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่าน
ได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ต้องหนีฝุ่นพาคุณไปพบกับอาหารที่จะช่วยผ่อนคลายด้วยเมนูหลากหลายในโรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ มื้อกลางวันและมื้อเย็น มื้อกลางวัน ท่านละ 790 บาท และมื้อเย็น (เพิ่มซีฟู้ดออนไอซ์) ท่านละ 890 บาทที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนอโปรโมชั่นลด 20% สำหรับเมนูยอดฮิต ติ่มซำคำโต แป้งบาง ไส้แน่น พร้อมเสิร์ฟร้อนๆ ทั้งฮะเก๋า ขนมจีบ ซาลาเปา และเมนูอื่นๆ เป็ดปักกิ่ง และ อาหารตามสั่ง อาทิ ปลาเงินทอดพริกเกลือ กระเพาะปลาสดตุ๋นน้ำข้นปลาหิมะนึ่งพริกมะนาว กุ้งแม่น้ำนึ่งกระเทียมวุ้นเส้น ฯลฯ ที่ ห้องอาหารจีนดรากอน โทร.02-5755599

โรงแรมแชงกรี-ลา

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอเมนูกุ้งมังกรภูเก็ต 3 เมนูสุดพิเศษ กุ้งมังกรภูเก็ตย่างเตาถ่านเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซอสมะขามและน้ำจิ้มแจ่ว,กุ้งมังกรภูเก็ตคั่วแกงใต้นครศรีธรรมราชกับมันหวานและกุ้งมังกรภูเก็ตยำมะม่วงเบาสงขลาใส่กะทิจานละ 2,500 บาท++ เฉพาะมื้อค่ำ ถึง 31 มี.ค.ที่ ห้องอาหารไทย ศาลาทิพย์ โทร.02-2367777

โรงแรมอนันตรา สยาม

โรงแรมอนันตรา สยาม นำเสนอ“Four Hands Dinner: From Venice to Sicily”มื้อค่ำที่ร่วมกันสร้างสรรค์เมนูระหว่าง เชฟประจำห้องอาหารอิตาเลียน Biscotti และเชฟจากอนันตราลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท กับ 7 ดินเนอร์คอร์สเมนูด้วยรสชาติจากเหนือจรดใต้อย่างเวนิสกับแคว้นซิซิลี ท่านละ 3,800 บาท++ ในวันที่ 7-8 มี.ค. ที่ ร้านอาหารอิตาเลียน บิสก็อตติ โทร.02-4319497

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท นำเสนอมหกรรมความอร่อยจากเชฟฝีมือดีประจำห้องอาหารทุกห้องภายในโรงแรม ที่ ห้องอาหารเจดับบลิวคาเฟ่, ห้องอาหารญี่ปุ่น สึ,ห้องอาหารนามิ เทปปันยากิ สเต็กเฮาส์, ห้องอาหารชิซานะ นามิ, ห้องอาหารจีนมาน โฮ และห้องอาหารแบงค็อก เบกกิ้งคอมพานี (บีบีโค) โทร.02-6567700

โรงแรมเดอะเซนต์ รีจิส

โรงแรมเดอะเซนต์ รีจิส นำเสนอ “10-Hand Disciples Escoffier Dinner” มื้อค่ำ 6 คอร์สสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่รังสรรค์โดย 5 เชฟ จากสมาคมเอสคอฟเฟียร์ (Disciples Escoffier International) ท่านละ 3,000 บาท++ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 6 มี.ค.ที่ ห้องอาหารวูว์ โทร.02-2077819

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯลาดพร้าว

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯลาดพร้าว นำเสนออาหารอิตาเลียน พาสต้าเส้นสดสูตรต้นตำรับ พร้อมเมนูแนะนำพิเศษที่ผสมผสานวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลกถึง 31 มี.ค. ที่ ห้องอาหารดอนจิโอวานนี โทร.02-5411234

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯเซ็นทรัลเวิลด์

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอบุฟเฟต์อาหารนานาชาติมื้อกลางวัน หลากหลายสเตชั่นเมนูอาหารสไตล์อิตาเลียน-ไทย พร้อมอาหารรสเลิศจากทั่วทุกมุมโลกมุมซีฟู้ดออนไอซ์ กุ้ง กั้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟแบบสดใหม่พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน ท่านละ 1,455 บาท++(ไม่รวมเครื่องดื่ม) ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1006255

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ นำเสนอเมนูอาหารไทยต้นตำรับ 3 คอร์ส เซตเมนูมื้อกลางวันด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย เมี่ยงปลาแซลมอนและไก่สะเต๊ะ ตามด้วยเมนูอาหารจานโปรดที่สามารถเลือกได้ 2 เมนู อาทิ แกงคั่วกุ้งใบราหมูกรอบผัดตะไคร้ และพะแนงเนื้อสันในนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย พร้อมปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ข้าวกระยาคู ท่านละ 790 บาท++ที่ ห้องอาหารเฟลอริช โทร.02-0959999

อาหารนานาชาติหลากหลายในบรรยากาศอันแสนหรู เปิดประตูสู่ความอร่อยที่สร้างความอิ่มเอมใจได้อย่างปลอดภัยไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

โรงพยาบาลวัฒโนสถ CANCER HOSPITAL ชวนคนไทยก้าวข้ามมะเร็งเต้านมด้วยวิธีรักษาแนวใหม่

โรงพยาบาลวัฒโนสถ CANCER HOSPITAL ชวนคนไทยก้าวข้ามมะเร็งเต้านมด้วยวิธีรักษาแนวใหม่

โรงพยาบาลวัฒโนสถ CANCER HOSPITAL ชวนคนไทยก้าวข้ามมะเร็งเต้านมด้วยวิธีรักษาแนวใหม่

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 20.06 น.

โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital ชวนคนไทยรู้เท่าทันโดยเฉพาะโรคมะเร็งในเดือนแห่งวันมะเร็งโลก World Cancer Awareness Month 2025 แนะวิธีก้าวข้ามและวิธีรักษาแนวใหม่ด้วยนวัตกรรม

ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital เปิดเผยว่า สถิติโรคมะเร็งของคนไทยทั้งประเทศ โดยข้อมูลจาก WHO พ.ศ. 2565 แสดงให้เห็นตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ของไทยอยู่ที่ 183,541 คน หรือ คนไทยหรือคนไทยมีโอกาสเป็นมะเร็ง 1 ใน 6 และเสียชีวิต 118,829 คน หรือมีโอกาสเสียชีวิต 1 ใน 10 หรือ 14 คนต่อชั่วโมง พบว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของหญิงไทยทั่วโลก และประเทศไทย จำนวน 37 คนต่อแสนประชากร ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเกิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย และในโอกาสเดือนแห่งวันมะเร็งโลก: World Cancer Awareness Month 2025  โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital จึงจัดกิจกรรมให้ความรู้ Beyond Breast Cancer Care ก้าวข้ามมะเร็งเต้านมด้วยวิธีรักษาแนวใหม่ของโรคมะเร็งเต้านม พร้อมเผยแพร่นวัตกรรมการเสริมสร้างเต้านมด้วยเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องหรือกล้ามเนื้อหลัง

ปัจจุบันการคัดกรองมะเร็งเต้านมสามารถทำได้จากการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เพื่อให้เกิดการตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรกเริ่ม เพื่อผลการรักษาที่ดี โดยการรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมีหลายวิธีเป็นการรักษาแบบผสมผสาน ได้แก่ การผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ฮอร์โมนบำบัด การรักษาด้วยยามุ่งเป้าการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและผลการตรวจเฉพาะ

นพ.สาธิต ศรีมันทยามาศ ผู้อำนวยการศูนย์เต้านม กล่าวว่า จากสถานการณ์มะเร็งเต้านมที่เกิดขึ้นในผู้หญิงไทยพบว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในเต้านม โดยเฉพาะเซลล์ท่อน้ำนม เซลล์จะเริ่มแบ่งตัวผิดปกติและลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง หากปล่อยไว้อาจแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่น ๆ ในร่างกายได้

ผศ.พญ.ศศิธร สุจริตธนะการ ศัลยแพทย์มะเร็งเต้านม ศีรษะ และลำคอ กล่าวว่า การรักษามะเร็งเต้านมไม่ว่าจะด้วยวิธีการผ่าตัดหรือรังสีรักษาอาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ หนึ่งในนั้นคือภาวะแขนบวมหลังการรักษา ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่และเกิดขึ้นตอนไหน โดยจะเกิดขึ้นบริเวณแขนข้างเดียวกับที่เป็นมะเร็งเต้านม หากบวมน้อยแขนสามารถใช้งานได้ปกติ แต่หากบวมมากแขนอาจใช้งานไม่ได้ ถ้ารีบรักษาทันทีจะช่วยให้อาการดีขึ้น ดังนั้นการรู้เท่าทันจะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไม่ตื่นตระหนกและรับมือได้อย่างถูกวิธี

ด้าน นพ. ศุภฤกษ์ โลหะสัมมากุล ศัลยแพทย์ตกแต่งมะเร็งเต้านม กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ป่วยที่รักษามะเร็งเต้านมในประเทศไทยมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตดีขึ้น เนื่องจากมีนวัตกรรม “เสริมเต้านมโดยใช้ซิลิโคนเต้านมเทียม” และ “เสริมเต้าใหม่ด้วยเนื้อเยื่อ”  โดยนวัตกรรมดังกล่าวเหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น  ซึ่งการ “เสริมเต้านมโดยใช้ซิลิโคนเต้านมเทียม” เป็นการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมโดยใช้ซิลิโคนเต้านมเทียม ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมโดยใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง และการ “เสริมเต้าใหม่ด้วยเนื้อเยื่อ” เป็นการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมด้วยเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้อง โดยแพทย์จะนำเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องมาเสริมแทนเต้านมที่ถูกตัดออกไป ใช้ได้กับเต้านมทุกขนาด นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมด้วยกล้ามเนื้อที่หลังเหมาะกับผู้ป่วยที่เต้านมเล็ก หย่อนคล้อยไม่มาก ซึ่งทั้งสองเทคนิคทำให้เต้านมใหม่คล้ายเต้านมจริงมากที่สุด รูปทรงของเนื้อเยื่อและสัมผัสเป็นธรรมชาติ อีกทั้งเต้านมใหม่คงทนกว่าซิลิโคนเต้านมเทียม เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต ไม่มีผลต่อการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง  

ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital พร้อมเปิดให้บริการฟื้นฟูภาวะบวมน้ำเหลือง  Lymphoma Service หลังการรักษามะเร็งเต้านม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมโดยไม่คาดคิด การรู้เท่าทันจะช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไม่ตื่นตระหนกและรับมือได้อย่างถูกวิธี

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital  ได้ที่ https://bkhos.co/TSRdJ6 หรือโทร 02-310-3016 Contact Center โทร.1719

กระทรวงการต่างประเทศร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากลผ่านการยกระดับเทศกาลไทย

กระทรวงการต่างประเทศร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากลผ่านการยกระดับเทศกาลไทย

กระทรวงการต่างประเทศร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากลผ่านการยกระดับเทศกาลไทย

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.49 น.

เมื่อเร็วๆนี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเทศกาลไทย 2568 “Thai Festival: Creative Pulse – The Pulse of Tradition, the Pulse of Tomorrow” พร้อมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากล โดยมีผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนจากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ และหน่วยงานภาคี อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงาน ป.ย.ป. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะร่วมบูรณาการจัดกิจกรรมในเทศกาลไทยในต่างประเทศในปีนี้ เข้าร่วมด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเน้นย้ำบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศในการสนับสนุนให้เทศกาลไทยเป็น “หน้าต่าง” และ “เวที” สำหรับการเปิดตลาดสินค้า บริการ และนวัตกรรมไทยสู่ตลาดระหว่างประเทศ โดยการ “ชี้ช่อง” กลุ่มเป้าหมายและแนะนำตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกแก่ผู้ประกอบการไทย ตามแผนการผลักดันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก พร้อมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 13 สาขา ให้ “รุกไปในระดับโลก” ตามยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ยังมุ่งสร้างให้เทศกาลไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างและต่อยอดความนิยมไทยในต่างประเทศเพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสถานะของคนไทยและประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญ

การปรับโฉมเทศกาลไทยของกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ นอกจาก “มิติวัฒนธรรมดั้งเดิม” ที่ได้นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดเทศกาลไทยมากว่า 30 ปี กระทรวงการต่างประเทศได้ปรับภาพลักษณ์เทศกาลไทยใหม่ให้มีความทันสมัย ก้าวหน้า และสร้างสรรค์ เพื่อให้เทศกาลไทยสามารถนำเสนอมุมมองใหม่เกี่ยวกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะร่วมสมัย อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งคำนึงถึงความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จนสามารถสร้าง Thailand’s footprint ในเวทีโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในงานนี้ “นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า “การปรับโฉมเทศกาลไทยใน 32 ประเทศ ครอบคลุมทุกทวีปทั่วโลก ภายใต้ธีม “Creative Pulse – The Pulse of Tradition, the Pulse of Tomorrow” หรือ “ชีพจรแห่งความสร้างสรรค์” ผสานมิติวัฒนธรรมดั้งเดิม เข้ากับมุมมองใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัย ก้าวหน้า  นำพาความสร้างสรรค์ของไทยไปสู่กระแสโลกครับวันนี้ เราพร้อมแล้วครับที่จะปรับโฉมเทศกาลไทยทั่วโลก กำหนด key visual ใหม่ที่สะท้อนความเป็นไทยแบบร่วมสมัย สร้างภาพจำใหม่ให้กับเทศกาลไทยทั่วโลก รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน นำเสนอประเทศไทยในมุมมองใหม่ ๆ ที่สะท้อนศักยภาพของไทยในเวทีโลกได้อย่างแท้จริงครับ”

และในปี 2568 ได้กำหนดแนวคิดหลัก (theme) สำหรับเทศกาลไทย คือ Thailand’s Creative Economy ภายใต้ชื่อ “Creative Pulse” ซึ่งสะท้อนการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยบนพื้นฐานความวิจิตรของวัฒนธรรมดั้งเดิมที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ให้มีความทันสมัยและสะท้อนการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือน การเต้นไปตาม “ชีพจรแห่งความสร้างสรรค์” ที่นำความสร้างสรรค์ไทยไปตามกระแสของโลก โดยในปี 2568 นี้ กระทรวงการต่างประเทศมีแผนการจัดเทศกาลไทย จำนวน 45 แห่ง ใน 32 ประเทศทั่วโลก และได้กำหนดเทศกาลไทย flagship เป็นตัวแทนในแต่ละภูมิภาค จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ กรุงวอชิงตัน กรุงปักกิ่ง กรุงนิวเดลี กรุงฮานอย กรุงริยาด และกรุงปารีส และเทศกาลเป้าหมายเพิ่มเติม 8 แห่ง ได้แก่ กรุงโตเกียว กรุงโซล กรุงลอนดอน กรุงมอสโก กรุงแคนเบอร์รา นครเซี่ยงไฮ้ นครคุนหมิง และไทเปพร้อมผนึกกำลังกับหน่วยงานภาคีและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรายสาขา ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ อาทิ สาขาดนตรี กีฬา อาหาร ภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ และเวลเนส เข้ามามีส่วนร่วมในเทศกาลไทยในลักษณะ “การบูรณาการอย่างเต็มรูปแบบ” เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่าง “มีพลัง” และสามารถปักหมุดอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง”

เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ‘Bravo BKK Halal Hub Center’ศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่

เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ 'Bravo BKK Halal Hub Center'ศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่

เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ‘Bravo BKK Halal Hub Center’ศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่

วันศุกร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.17 น.

เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ หลัง Bravo BKK เดินหน้าปรับปรุงพื้นที่บริเวณชั้น 5 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่ “Bravo BKK Halal Hub Center” ศูนย์รวมของอาหาร สินค้าและบริการแบบครบวงจร ตลอดจนเป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจฮาลาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “Halal For All” ล่าสุด ประกาศความพร้อมเปิดให้จองพื้นที่ทำธุรกิจ 27 กุมภาพันธ์นี้ โชว์จุดเด่นสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยสินค้าฮาลาลจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมเป็นจุดเชื่อมโยงให้กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และเป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ขยายธุรกิจไปสู่ระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าหวังผลักดันให้เป็นสุดยอดทำเลทองของตลาดฮาลาลใจกลางกรุง พร้อมทะยานขึ้นแท่นเป็น “ฮับฮาลาลระดับโลก”

คุณโกห์ ซู ซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ Bravo BKK เปิดเผยว่า ด้วยศักยภาพของตลาดฮาลาลในปัจจุบันที่สามารถกล่าวได้ว่า เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดโลก ตามความต้องการของประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบัน ในประเทศไทยเองนับว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกอาหารฮาลาลที่สำคัญเป็นอันดับที่ 11 ของโลก จากความได้เปรียบในด้านโลจิสติกส์และความหลากหลายของสินค้า ในขณะที่อุตสาหกรรม Muslim-friendly ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง การท่องเที่ยว และบริการทางการเงินแบบอิสลาม ยังมีแนวโน้มที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เห็นว่าธุรกิจฮาลาลในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราได้เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว

ล่าสุด ได้เปิดตัว Bravo BKK Halal Hub Center” ในพื้นที่ชั้น 5 ของ Bravo BKK เพื่อผลักดันให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่ ในทำเลทองย่านพระราม 9 ที่มีทั้งความสะดวกจากการเดินทางและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย โดยคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทย และนักท่องเที่ยงต่างชาติเป็นอย่างดี และกลายเป็นแลนด์มาร์คของธุรกิจฮาลาลแห่งใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ Bravo BKK Halal Hub Center เป็นมากกว่าพื้นที่การขาย หรือเป็นมากกว่าศูนย์การค้าทั่วไป แต่เราต้องการผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้เป็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม ให้ผู้ประกอบการได้ขยายธุรกิจไปสู่ระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น โดย Bravo BKK Halal Hub Center จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสในการพบปะกับลูกค้า จนถึงการหาพันธมิตรใหม่ และการจัดงาน Halal Business Fair ที่จะรวมผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาให้ความรู้ เพื่อช่วยยกระดับสินค้าฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับสากล ซึ่งเราไม่ได้มองแค่ตลาดมุสลิมในประเทศอีกต่อไป แต่เรากำลังมองถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความยั่งยืนทั่วโลก”

คุณธีระนันท์ เฉลยวิมาน ผู้บริหาร Bravo BKK กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของพื้นที่ย่านพระราม 9 ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจากตะวันออกกลาง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กลุ่มผู้บริโภคคนไทยที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ฮาลาล ตลอดจนกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เราจึงมีความมุ่งมั่นที่ต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการให้มีโอกาสขยายธุรกิจ สร้างความแข็งแกร่ง และร่วมกันผลักดันให้ Bravo BKK Halal Hub Center ได้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางใหม่” ที่ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการธุรกิจฮาลาลจากทั่วประเทศและนักลงทุนต่างชาติจากทั่วโลกให้ความสนใจ

โดย Bravo BKK Halal Hub Center จะเปิดให้จองพื้นที่อย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 นี้ ซึ่งเปิดให้เยี่ยมชมพื้นที่เช่าที่ทันสมัยและได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมกับหลากหลายธุรกิจ และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ การเสวนาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานถูกต้องตามหลักศาสนา นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโปรโมชั่น Early Bird สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจพื้นที่เช่าให้ธุรกิจสามารถนำเสนอสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง พร้อมรับข้อเสนอที่สนับสนุนธุรกิจแบบพิเศษสุดเฉพาะในงาน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสที่จะเติบโตในตลาดฮาลาล Bravo BKK Halal Hub Center คือคำตอบ ด้วยทำเลที่มีศักยภาพ แผนการตลาดครบวงจร และความพร้อมในการสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง อีเมล biz.development@bravobkk.co.th , โทร. 065-238-2216

‘โอ้ความรัก’ ซิงเกิ้ลที่ 3 จาก ‘ซิน จิรัชญา’

‘โอ้ความรัก’ ซิงเกิ้ลที่ 3 จาก ‘ซิน จิรัชญา’

‘โอ้ความรัก’ ซิงเกิ้ลที่ 3 จาก ‘ซิน จิรัชญา’

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ได้รุ่นใหญ่ “บอม สินเจริญ” และ “เอ็ดดี้ ซูซู” ร่วมแจมอยู่เบื้องหลัง หลังจากเปิดตัวซิงเกิ้ลแรกอย่าง “เรือน้อยผจญภัย”และซิงเกิ้ลที่ 2 “ไม่มีเธออีกแล้ว”ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นสำหรับ ซิน จิรัชญา กลับมาอีกครั้งกับ“โอ้ความรัก” ซิงเกิ้ลที่ 3 สไตล์ Bossa Novaฟังสบาย ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของซินในแบบที่เป็นตัวเอง โดยครั้งนี้ได้ บอม สินเจริญ (สุทธิศักดิ์ สินเจริญ) ศิลปินและนักแต่งเพลงรุ่นใหญ่มาเป็นโปรดิวเซอร์และแต่งเนื้อร้อง-ทำนอง พร้อมทั้งยังได้ เอ็ดดี้ ซูซู (สุเทพ ปานอำพัน) มาดูแลในส่วนของการเรียบเรียงและอัดไลน์เบส

“โอ้ความรัก” เป็นเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกของคนที่ได้สัมผัสถึงความรัก ราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในความฝันแต่ความรักนั้นมาอยู่ตรงหน้าจนกลายเป็นความจริงแล้วเนื้อเพลงอบอวลไปด้วยความรู้สึกอ่อนหวานและอบอุ่นจุดกำเนิดของเพลงนี้ ซิน จิรัชญา เล่าว่า “เพลงนี้
เป็นอีกเพลงที่พี่บอม สินเจริญ เเต่งไว้ จำได้ว่าเพลงนี้นั่งเเต่งกันอยู่ที่ริมทะเลคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่เล่นคอนเสิร์ตเสร็จ แต่เนื้อกันไว้คร่าวๆ เเล้วตอนเช้าอีกวันก็มานั่งเเต่งต่อกันอีกนิดหน่อย จากนั้นอัด DEMO เก็บไว้ก่อนเดินทางกลับกทม. หลังจากที่เพลงนี้ถูกแต่งเก็บไว้ได้ 1 ปี เราก็เลือกที่จะเอาเพลงนี้มาทำจริงจังให้ทุกคนได้ฟัง”

“ซินรู้สึกว่าเพลงนี้ร้องได้เป็นธรรมชาติมากที่สุด มีความเป็นตัวตนของซินอยู่ อัดร้องเสร็จเร็วกว่าเพลงอื่นในอัลบั้มเพราะเป็นแนวเพลงที่ถนัดเพลงโอ้ความรัก ถูกจัดลงอัลบั้มเป็นเพลงที่ 2 ต่อจากเพลง “เรือน้อยผจญภัย” ทุกเพลงในอัลบั้มนี้ได้รุ่นใหญ่มาช่วยกันผลิตจนได้พาร์ทดนตรีออกมาอย่างลงตัว โดยเพลงนี้พี่บอม สินเจริญ อัดกีตาร์, น้าเอ็ดดี้ ซูซู อัดเบส, อ.แมว (ชลัช ทรงวงษ์)อัดกลอง, พี่หนึ่ง สไมล์บัฟฟาโล่ อัดคีย์บอร์ด และ Mix & Mastering ทุกคนเป็นมืออาชีพกันมากๆ ทำให้บรรยากาศในห้องอัดไม่กดดัน มีความเป็นกันเอง เเละกระบวนการในห้องอัดทุกขั้นตอนรวดเร็ว ละเอียด และมีคุณภาพมากโอ้ความรัก เป็นเพลงที่เกิดจากความรักจริงๆ เพราะซินและทุกคนที่อยู่เบื้องหลังของเพลงนี้ใส่ใจ ตั้งใจทำกันทุกขั้นตอน และอยากนำเสนอให้ทุกคนได้ฟังกัน ต้อนรับวันเเห่งความรักขอบคุณผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเพลงนี้ทุกคนจาก
หัวใจค่ะ”

MV ถ่ายทอดความรักผ่านภาษากาแฟมิวสิกวีดีโอของ “โอ้ความรัก” ได้พี่เชน ราชวงศ์ จาก Spell Studio มาช่วยคิดเนื้อเรื่องเเละถ่ายทำ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนสถานที่จาก “โรงคั่วกาแฟปัญญาพาณิชย์” ทำให้พวกเราเลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านกระบวนการของกาแฟ ตั้งแต่ Fragrance คือกลิ่นหอมของกาแฟที่บดแล้ว หรือก็คือผงกาแฟนั่นเอง ถัดมา Aroma คือกลิ่นหอมเมื่อผงกาแฟนั้นสัมผัสกับน้ำร้อน หรือก็คือกาแฟที่ชงมาแล้ว ส่วน Taste คือรสชาติที่ได้รับและ Balanced คือความลงตัวของกาแฟนั้น ต้องไม่เปรี้ยวไป ไม่ขมไปเปรียบเทียบเสน่ห์ของความรักกับศิลปะการชงกาแฟที่ต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันต้อนรับวาเลนไทน์ดื่มด่ำไปกับเสียงร้องและท่วงทำนองอันอ่อนหวานของ “โอ้ความรัก”ที่จะทำให้หัวใจของคุณล่องลอยไปไกลจนคว้าไม่ทัน! “หวังว่าทุกคนจะมีความสุขไปกับเสียงเพลงและให้การต้อนรับเพลงนี้ด้วยความรักที่อบอุ่นนะคะ”

ให้เพลงฮีลใจ ‘Uncle Ben’ ปล่อย ‘วันที่ความรักเข้ามาทักทาย (Hello Love)’

ให้เพลงฮีลใจ ‘Uncle Ben’  ปล่อย ‘วันที่ความรักเข้ามาทักทาย (Hello Love)’

ให้เพลงฮีลใจ ‘Uncle Ben’ ปล่อย ‘วันที่ความรักเข้ามาทักทาย (Hello Love)’

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วงดนตรีอินดี้ป๊อป “Uncle Ben” ภายใต้สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) นำทีมโดย 3 หนุ่มสุดอบอุ่น อย่าง “นับ- เบน รักษนาเวศ” (ร้องนำ), “อดิ๊บ-ธัชพล ปานนพภา” (กีตาร์) และ “บาส-พิทิต แสนอินทร์” (กลอง) เจ้าของเพลงฮิต อย่าง “อย่าเป็นฉันเลย (Tyrion)”, “อยู่เป็นของขวัญให้ฉันก่อน (Present)”, “โตไปด้วยกัน (Dawn)” และ “สิ่งเดียวที่เราต่าง (The Only Thing)” ซิงเกิ้ลเพลงเศร้าล่าสุดที่ทำเอาแฟนเพลงเสียน้ำตาไปตามๆ กัน รวมถึงอีพีอัลบั้มอย่าง“Uncle’s Closet (ตู้เสื้อผ้าคุณลุง)”

หลังๆ มานี้ แฟนเพลงอาจจะพอได้ฟังเพลงใหม่ ลุคใหม่ ของ“Uncle Ben” ที่มาพร้อมกับการเป็นพลังบวกให้กับทุกคน สลัดคราบเพลงเศร้าดำดิ่ง สู่เพลงสุดอบอุ่นที่พร้อมเติมเต็มกำลังใจให้คนฟัง และในปี 2025 พวกเขาขอมอบอีกซิงเกิ้ลใหม่ที่จะมาส่งท้ายเดือนแห่งความรัก ไปกับเพลง “วันที่ความรักเข้ามาทักทาย (Hello Love)” เพลงรักอบอุ่นหัวใจที่เหล่าคุณลุงคนโปรดตั้งใจแต่งขึ้นเพื่ออยู่ข้างๆแฟนเพลงทุกคนในวันที่เหงา วันที่ไม่มีใคร ซิงเกิ้ลเพลงรักสุดจริงใจที่อยากให้ทุกคนเปิดใจกับความรักครั้งใหม่ที่อาจเข้ามาในสักวัน ในส่วนของดนตรีเรียกได้ว่าเป็นดนตรีในแบบฉบับของลุงเบนพาร์ทปัจจุบัน ที่ตั้งใจเพิ่มกลิ่นอายความเรโทรและเพิ่มเครื่องดนตรีอะคูสติก ซึ่งทำให้ซาวนด์มีความเพียวมากขึ้น กลับไปสู่ความเรียบง่ายในแบบback to basic อีกครั้ง

‘FrenchW’(เฟรนช์ดั๊บ)เผยมุมโรแมนติก เขียนเพลงรักอบอุ่น

‘FrenchW’(เฟรนช์ดั๊บ)เผยมุมโรแมนติก เขียนเพลงรักอบอุ่น

‘FrenchW’(เฟรนช์ดั๊บ)เผยมุมโรแมนติก เขียนเพลงรักอบอุ่น

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยังคงเดินหน้าปล่อยเพลงให้แฟนๆ ฟังอย่างต่อเนื่อง สำหรับศิลปินหนุ่มมากความสามารถ FrenchW (เฟรนช์ดั๊บ) จากค่าย Tero Music ปีนี้มาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ลำดับที่ 8 “100 (Time Space)” เพลงรักอบอุ่นสุดโรแมนติกในเดือนแห่งความรัก กับดนตรีที่ฟังสบายหูที่พร้อมจะพาคุณลอยไกลไปถึงอวกาศ ในธีม Sci-Fi กับ Concept ที่เล่นกับ “กาลเวลา” รวมเข้ากับดนตรี Lofi Pop,Soul และ R&B เหมาะที่จะเปิดฟังกับคนที่คุณรัก“100 (Time Space)” เพลงรักที่เฟรนช์ดั๊บอยากเขียนให้มีความโรแมนติกและอบอุ่นมากกว่าเดิมจากที่เคยเขียนแต่เพลงเศร้า คิดถึง หรืออกหัก อยากให้เพลงนี้สื่อสารออกมาในด้านบวกของความรัก จากความรักของคนคนหนึ่งถึงอีกคนโดยเป็นการ Capture Moments ความรักในห้วงเวลานั้นของใครสักคนให้กับคนคนนั้นได้นานเท่าที่จะนานได้

ซึ่งหนุ่ม “เฟรนช์ดั๊บ” เล่าที่มาของเพลงนี้ให้ฟังว่า “100 (Time Space)” เพลงนี้มีชื่อว่า “หนึ่งร้อย” ครับ เป็นเพลงรักที่เฟรนช์อยากได้อะไรที่มันมีความโรแมนติกขึ้นกว่าเดิม เพราะปกติส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้ก็จะเขียนแต่เพลงเศร้า คิดถึงและอกหัก อย่างโทรศัพท์เครื่องเก่า, ได้โปรดอย่าหาย,หน้าจอ, จำผิด ฯลฯ เนื้อหามันค่อนข้างออกไปทางเศร้าๆ ครับ แต่เพลง100 ก็อยากเขียนให้โพสซิทีฟหน่อย มีความอบอุ่นๆ คล้ายกับซิงเกิ้ลแรกอย่าง “Walk You Home” เอาความไม่คิดอะไรเยอะกลับมาอีกครั้ง เพราะว่าหลายๆ เพลงที่ปล่อยมา รู้สึกว่าเราคิดมากกับเพลง จนบางครั้งก็มีปวดหัว ต้องคิดว่าเพลงนี้มันเพอร์เฟกท์ไหมคนอื่นจะชอบหรือเปล่า แต่ว่าเพลงนี้อยากเล่าเรื่องความรักของคนคนหนึ่งที่มีให้กับอีกคนโดยอ้างอิงของเรื่องมิติ เวลา แฝงความเป็นSci-Fi นิดหนึ่ง เฟรนช์อยากเขียนเพลงรักที่เกี่ยวกับห้วงเวลา เพราะรู้สึกว่ากาลเวลามันเดินผ่านไปตลอด ไม่หยุดรอใครสักคน และไม่สามารถย้อนกลับมาได้ ความรักของเรามันก็เหมือนกัน ซึ่งบางครั้งเวลามันจะพาให้เรา 2 คน มาเจอกัน ไม่ว่าจะบังเอิญหรือว่าจะตั้งใจก็ตาม แต่ว่าสักวันหนึ่งเมื่อเวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ ความรักนั้นมันก็ต้องจบลง ไม่ว่าจะเลิกกัน ทะเลาะกัน หรือตายจากกันแต่ว่าเราอยากแคปเจอร์โมเมนต์ของคนคนหนึ่งที่มีความรักในช่วงเวลานั้นไว้ ซึ่งคนคนนั้น เขาอยากใช้ชีวิตกับคนที่เขารักไปตลอด บางครั้งกาลเวลาที่เดินไปตลอดมันไม่พอ เฟรนช์เลยคิดไปถึงว่า เห้ย…ถ้าเราอยากมีเวลากับคนที่เรารักเกิน 100 ปี จะได้ไหม เพราะว่าเราอุตส่าห์ได้เจอกันแล้วและตามหาเขามาตั้งนาน แล้วการที่อยู่ด้วยกันแค่ 100 ปี มันอาจจะน้อยไป ถ้าคุณมีคนคนนั้นอยู่ใกล้ๆอย่าลืมส่งเพลงนี้ให้เขาฟังนะครับ เพราะไม่รู้ว่าจะอยู่ด้วยกันได้อีกนานเท่าไหร่? ยังไงก็ขอฝากเพลงใหม่ของเฟรนช์ด้วย ขอบคุณครับ”

‘นิกกี้-โอม-โฟร์ท’ นำทัพ ‘ทีมช้างเพื่อนซี้’ แจมแมทช์ในฝันกับ ‘ทีมช้างศึก All-Stars’

‘นิกกี้-โอม-โฟร์ท’ นำทัพ ‘ทีมช้างเพื่อนซี้’ แจมแมทช์ในฝันกับ ‘ทีมช้างศึก All-Stars’

‘นิกกี้-โอม-โฟร์ท’ นำทัพ ‘ทีมช้างเพื่อนซี้’ แจมแมทช์ในฝันกับ ‘ทีมช้างศึก All-Stars’

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทำถึงจริงๆ กับ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ที่รวมทีมแก๊งเพื่อนซี้คอบอลอย่าง “ทีมช้างเพื่อนซี้” มาร่วมลงฟาดแข้งกับนักเตะแข้งทองดีกรีทีมชาติอย่าง“ทีมช้างศึก All-Stars” ในการลงปะทะแข้งกับทีม ม.รัตนบัณฑิต แชมป์เก่า ช้างยู-แชมเปี้ยน คัพ ปี 2567 ในนัดพิเศษเพื่อเปิดการแข่งขัน “ช้าง ยู-แชมเปี้ยน คัพปี 3” เพื่อชิงรางวัล Dream Prizeสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแคมเปญ “ช้างส่งแชมป์ ช้าง ยู-แชมเปี้ยน คัพไปอังกฤษ ปี 3”

โดยมีแก๊งเพื่อนซี้คอบอลอย่าง“นิกกี้ ณฉัตร”, “แจ็ค แฟนฉัน” รวมทั้ง“เกรท วรินทร” และ “ลีซอ ธีรเทพ” จากช่องแมนออฟเดอะแมทช์ จะมาแบ่งปันประสบการณ์ฟุตบอลระดับโลกที่อังกฤษซึ่งเคยไปทริปกับช้างมาแล้ว ยังนำทีม “ช้างเพื่อนซี้” ที่ได้ 3 หนุ่มฝีเท้าดี “โอม ภวัต”,“โฟร์ท ณัฐวรรธน์” และ “จีโน่ The Snack”มาเสริมทัพความหล่อ…อุ๊ย ความแข็งแกร่งให้กับทีม พร้อมด้วยแก๊งเพื่อนซี้จากช่องโคตรคูล “โอ๊ต ปราโมทย์”, “อาร์ท มารุต” และ “อุล ภาคภูมิ” มาอัพความสนุกไปอีกขั้น แจมด้วยอินฟลูสายบอลตัวท็อป“เจ วรปัฐ”, “เจ๊ ดำ” และ “แตงโม พงษ์พิสุทธิ์”ฯลฯ แล้วยังการันตีความบันเทิงกับคู่ซี้นักพากย์“ตูเต้” จากช่องตูดูบอลไทย และ “ปาล์ม” จากเพจ 3 บาท 5 บาท มาบรรยายการแข่งขันแมทช์ในฝันนี้ เพื่อต่อยอดความยิ่งใหญ่ของรายการ “ช้าง ยู-แชมเปี้ยน คัพ” การแข่งขันฟุตบอลมหาวิทยาลัยที่ขยายการแข่งขันครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเป็นสะพานต่อยอดให้กับน้องๆ นักฟุตบอลมหาวิทยาลัยได้ก้าวสู่ระดับอาชีพ

กวิน อินเตอร์เทรด เปิดตัวLicensing Show ASEAN 2025 งานประชุมและแสดงสินค้าระดับนานาชาติครั้งแรกที่เชื่อมโยงโอกาสด้านการอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น คาแร็กเตอร์ แอนิเมชั่น อี-สปอร์ตอี-เกมส์ หนังสือ สินค้าไลฟ์สไตล์ ของสะสมและสื่อบันเทิง เป็นต้น โดยงานนี้จะเป็นเวทีเชื่อมโยงแบรนด์จากทั่วโลกกับผู้รับสิทธิ์ นักธุรกิจค้าปลีก และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไว้ในงานเดียว โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ คาดมีผู้เข้าชมงานกว่า 2,000 คน จาก 15 ประเทศ ตลอด 3 วันของการจัดงาน

นอกจากการแสดงสินค้าแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมอัปสกิลผู้ประกอบการผ่านสัมมนาและเวิร์กช็อปเชิงลึก ครอบคลุมหัวข้อ Trendy of the Day, Food & Non Food Product และ Entertainment Business กว่า 30 หัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าฟังสัมมนาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสนใจร่วมออกบูธแสดงสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://aseanlicensingshow.com/ เฟซบุ๊ก https://www.
facebook.com/licensingshowasean
 หรือโทร.065-6385326 อีเมล maylinya
@kic.co.th

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’รวมศิลปิน ดารา ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’รวมศิลปิน ดารา  ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

‘มาณวิกา เดอะ มิวสิเคิล’รวมศิลปิน ดารา ท้าทายกระแสแห่งศรัทธาในยุคโลกาภิวัตน์

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพียงแค่เปิดชื่อ “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล”ก็ทำเอาคอละครเพลง จุดกระแสถกในโซเชียลเป็นวงกว้าง ว่า มาณวิกา..คือใคร? ทำไมต้องเป็น “มาณวิกา” ไม่ต้องรอให้ลุ้นนาน มาฟังไอเดียจาก พี่เต็ง-นภาดล กำปั่นทอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ เผยว่า

“เหตุที่คว้าบทเรื่อง “มาณวิกา” เป็นเรื่องราวการกลับมาของอมิตตดา และวัฏจักรแห่งมิจฉาจิตโดยได้แรงบันดาลใจจากสภาพสังคมในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกหน่วยย่อยของสังคมมนุษย์ เป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพล และส่งผลกระทบสูงกับผู้คน โดยเฉพาะการนำมาใช้ในการเผยแพร่ความเชื่อ เป็นเครื่องมือในการปลุกกระแสให้ผู้คนคล้อยตามและหลงเชื่อ เกิดเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้าง อาทิ การถูกหลอกให้เชื่อถือในลัทธิต่างๆ ที่แปลกประหลาด ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ จนเกิดความศรัทธาและบริจาคกับกลุ่มคนที่สร้างภาพลวงตา จากความเชื่อผิดๆ ที่ปรากฏในสังคมปัจจุบัน ทำให้ผู้เสนอโครงการทำการค้นคว้าข้อมูล เรื่องราวที่เกี่ยวกับความเชื่อ จนได้พบกับพระสูตรบทหนึ่งในพระไตรปิฎก ชื่อว่า มหานิบาตชาดก และขุททกนิกาย (อรรถกถา) ที่กล่าวถึงเรื่องราวของนางอมิตตดาภรรยาชูชก ที่ใช้ชูชกไปทูลขอพระราชโอรส-ธิดาจากพระเวสสันดรเพื่อมาเป็นบ่าวรับใช้ในเรือน แต่สุดท้ายพระเจ้ากรุงสญชัย พระบิดาของพระเวสสันดรได้ช่วยเหลือหลานของตนด้วยการแลกตัวกัณหาชาลีกับแก้วแหวนเงินทอง ส่วนชูชกได้บริโภคอาหารจนท้องแตกตาย แต่ด้วยโมหะจิตของนางอมิตตดาได้กล่าวโทษว่าพระเวสสันดรคือเหตุอันทำให้ชูชกต้องตาย เมื่อพ้นจากอัตภาพนั้น นางอมิตตดามาเกิดเป็นนาง“จิญจมาณวิกา” ผู้เป็นหนึ่งในพญามารสำคัญที่ตามจองเวรจองกรรมกับพระพุทธเจ้าข้ามภพข้ามชาตินางมาณวิกาหลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนเองได้ตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องของนางมาณวิกานี้ ได้แสดงให้เห็นว่ามิจฉาจิต คือความคิดไม่เป็นกุศล ประกอบด้วย โทสะ โมหะ โลภะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจคนได้เสมอ แม้ในสังคมปัจจุบันก็ไม่ต่างจากสมัยพุทธกาล ที่ผู้คนพากันหลงเชื่อศรัทธา โดยไม่ใช้สติปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง จนนำมาซึ่งความเดือนร้อน และความเสียหายกับตนเองและคนรอบข้าง รวมถึงสังคมและประเทศชาติซึ่งเป็นการตีความที่สะท้อนความเป็นจริงในโลกดิจิทัล ในทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี

“มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” เป็นการรวมตัวของเหล่าดารานักแสดงมากฝีมือประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้น อาทิ มาริลิน เคท การ์ดเนอร์, โบ๊ท ธารา ทิพา, หมอก้อง พันตรีนายแพทย์ สรวิชญ์สุบุญ, เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง, นุ่น ดารัณ ฐิตะกวิน,ตี๋ วิวิศน์ บวรกีรติขจร, ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์,ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน, ผัดไท ดีใจ ดีดีดี,ธงธง นที ธีระเสรีวงศ์, อิ๋งอิ๋ง ธุรดี อารีรอบ,จีนี่ อรนลิน ลีลาบูรณธนกูร พร้อมทีมนักแสดงประกอบเลือดใหม่ที่เข้าร่วมออดิชั่นและร่วมแสดงอย่างคับคั่ง ท่ามกลางโปรดักชั่น ฉาก แสง สี เสียงตระการตา เสื้อผ้า หน้าผม จัดเต็ม เสมือนอยู่ในดินแดนภารตะแคว้นชมพูทวีป

พร้อมท้าทายกระแสแห่งศรัทธาและความดีในยุคโลกาภิวัตน์ มีกำหนดเปิดหน้าม่านการแสดงในเดือนมิถุนายนนี้ ณ โรงละคร เอ็ม เธียเตอร์ (ถ.เพชรบุรีตัดใหม่) รายละเอียดรอบการแสดง ดังนี้ รอบปฐมทัศน์ : วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 19.00 น., รอบแสดง วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 แสดง 2 รอบ เวลา 14.30 น. และเวลา 19.00 น., รอบแสดง วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2568 เพียง 1 รอบ เวลา 14.30 น. “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” เปิดจองบัตรแล้ว วันที่ 1 มีนาคม นี้เป็นต้นไปได้ที่ @thaiticketmajor

‘The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7’ เปิดศักราชใหม่ ยิ่งใหญ่ อลังการ

‘The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7’  เปิดศักราชใหม่ ยิ่งใหญ่ อลังการ

‘The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7’ เปิดศักราชใหม่ ยิ่งใหญ่ อลังการ

วันเสาร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปรากฏการณ์แห่งความสุขที่คุณคิดถึง พร้อมบรรเลงขึ้นอีกครั้ง กับการเปิดศักราชใหม่ของรายการที่ครองใจผู้ชมมากว่าครึ่งทศวรรษ “The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7” ที่กลับมาสร้างความสุข ความอิ่มเอมในทุกเย็นวันอาทิตย์ การันตีด้วยบทเพลงทองคำจัดเต็มไม่อั้น กติกาสุดลุ้นระทึกและการแข่งขันที่เข้มข้น เพื่อค้นหานักร้องเสียงเพราะเพียง 1 เดียวเท่านั้น ที่จะได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศ ถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รังสรรค์โดย อาจารย์ภัทรชัย แสงดอกไม้ จากวิทยาลัยเพาะช่าง พร้อมด้วยครอบครัว The Golden Song ที่คุ้นเคย กับ 2 พิธีกรคู่หู เกลือ-กิตติ, คริส-พีรวัส 4 กรรมการ เม้า-สุดา, โจ้-สุธีศักดิ์, กบ-สุวนันท์, กัน-นภัทร กระหึ่มก้องดนตรีสุดไพเราะโดย Music Director หนึ่ง-จักรวาล และจักรวาลแบนด์ เสริมทัพความสนุกด้วยพิธีกรภาคสนามคนใหม่ โตโต้-ธนเดช และ พิธีกรภาคสนามสุดทะเล้น ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ

เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์นี้ กับการเปิดซีซั่นใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อลังการด้วยโชว์บทเพลงพิเศษสุดเซอร์ไพรส์ที่รับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ก่อนที่เวทีจะระอุเข้มข้นกับการแข่งขันออดิชั่นรอบแรก ที่แว่วมาว่าผู้แข่งขันซีซั่นนี้ ตัวตนโดดเด่นสไตล์การร้องหาตัวจับยาก แถมฝีมือฉกาจขึ้นอีกเป็นทวีคูณ บอกเลยดีกรีของแต่ละคนไม่ธรรมดา มีทั้งอดีตศิลปินชื่อดัง หนุ่มน้อยยอดนักสู้ แถมผู้แข่งขันบางคนเคยแข่งขันชนะ 1 ใน 6 คนสุดท้ายมาแล้วด้วย แม้งานนี้จะต้องหนักใจขึ้นอีกหลายเท่า แต่ระดับมาตรฐานการตัดสิน & เลเวลความเฮี้ยบของ 4 กรรมการรับรองไม่มีดร็อปแน่นอน!! เปิดเวทีตอนแรก ใครจะสามารถฝ่าด่านหินจากกรรมการ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้บ้าง?มาร่วมเอาใจช่วยผู้แข่งขันทุกคนไปพร้อมกัน “The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7” ออกอากาศตอนแรก วันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค.นี้ เวลา 18.00 น.ทางช่องวัน 31