ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

ส.ป.ก.มุ่งหน้าสู่ทศวรรษที่5 มอบโฉนดฯเพิ่มโอกาสเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด“5 ทศวรรษ ส.ป.ก.ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ว่า ส.ป.ก.ได้พลิกโฉมการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ให้พี่น้องเกษตรกรนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ส.ป.ก.ในย่างก้าวทศวรรษใหม่ที่เกิดขึ้น โดยยังสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร มีการสำรวจพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร เพื่อจัดทำโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังคงตรึงความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก.ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่และจัดสรรให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป

นายอิทธิ ได้กล่าวถึงผลงานโดดเด่นของ ส.ป.ก.ในรอบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ว่าได้จัดที่ดินให้เกษตรกร 3 ล้านราย 36.6 ล้านไร่ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร 335,943 ฉบับ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 4.6 แสนไร่ 8.2 หมื่นราย ตรวจรับรอง GAP 1,709 ราย 12,355 ไร่ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งสถาบันเกษตรกร ให้แก่ วิสาหกิจชุมชน 648 แห่ง และสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน 109 แห่ง สร้าง Smart Farmer ต้นแบบ 2,303 ราย พัฒนาองค์ความรู้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ 167,120 ราย สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน (สินเชื่อรายบุคคล 11,958.67 ล้านบาท และสินเชื่อสถาบัน449.48 ล้านบาท) และสนับสนุนเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (ระหว่างปี 2563 – 2567) รวม 61 โครงการ วงเงิน 339.69 ล้านบาท อาทิ สร้างถนน สร้างบ่อบาดาล สร้างสระเก็บน้ำสาธารณะ และสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว เป็นต้น

“ส.ป.ก.เดินหน้าแก้ปัญหาของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่มุ่งเน้นในปี 2568 คือผลักดันการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนพัฒนาอาชีพ มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่เพื่อยกระดับรายได้ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรแบบมืออาชีพ มีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของปัญหาการนำที่ดิน ส.ป.ก.ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือปัญหาการรุกล้ำต่างๆ ขอยืนยันว่าเรายึดหลักตามกฎหมาย เพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และย้ำว่ากฎหมายต้องอยู่เหนือผู้มีอิทธิพลตลอดจนต้องยึดประโยชน์ของเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้ได้มีที่ดินทำกินอย่างเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน” รมช.เกษตรฯ กล่าว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า1ล้านตัว

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ จ.พะเยา ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ้ม หมู่ 6 ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งกรมประมง มีแนวทางในการเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรประมง มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน ให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำในชุมชนที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี โดยภายในงานมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมด 1,076,000 ตัว ประกอบด้วย พันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจทั้ง 7 ชนิด เช่น ปลาบึก และกุ้งก้ามกราม เป็นต้น รวม 76,000 ตัว และพันธุ์ปลาตะเพียนที่ได้จากการเพาะพันธุ์ด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ (Mobile hatchery) 1,000,000 ตัว

ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2568 กรมประมง ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพของประชาชน โดยคัดเลือกแหล่งน้ำชุมชนที่มีศักยภาพเหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และจัดตั้งคณะกรรมการประจำแหล่งน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้หลักการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของชุมชน มีแผนดำเนินการในแหล่งน้ำชุมชนที่เป็นแหล่งน้ำปิด ขนาด 10–60 ไร่ รวม 1,500 แห่งทั่วประเทศ จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยแหล่งละ 77,600 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม ปลาเกล็ดเงิน (ปลาจีน) ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียน ปลาบ้า และปลานิล พร้อมส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาหารสัตว์น้ำจากธรรมชาติ คาดว่าจะช่วยลดการเผาฟางข้าวได้ถึง 1,500 ตัน ตลอดการดำเนินงาน และสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้มากกว่า 10,100 ตัน

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

‘นฤมล’เปิดงาน เสริมพลังผู้หญิง ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในระบบเกษตร

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมการสัมมนาของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังผู้หญิงและเด็กหญิงเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม” โดยมีนางลิน หยาง รองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก นายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) กทม.ว่าประเทศไทย มุ่งมั่นส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและเสริมสร้างบทบาทของสตรีในภาคเกษตรและอาหาร โดยตระหนักถึงคุณูปการอันล้ำค่าของสตรีเหล่านี้ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาที่ยั่งยืน

รมว.เกษตรฯกล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่สามารถขยายผลได้เพื่อประโยชน์ของสตรีในระบบเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไทยพร้อมสนับสนุนระหว่างรัฐสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกันเพื่อปิดช่องว่างทางเพศตามแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

'กษ.'เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

วันอาทิตย์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.48 น.

‘กษ.’เผยโครงสร้างอาคารกระทรวงยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมประกาศให้ทำงานปกติจันทร์นีั

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2568 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยว่าภายหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2568 จุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา ซึ่งได้ส่งผลกระทบมายังประเทศไทย ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอแจ้งให้ทราบว่า กรมโยธาธิการ และผังเมืองร่วมกับกรมชลประทานเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เบื้องต้นเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2568แล้ว ปรากฏว่า ไม่พบความเสียหายในส่วนของโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น คาน เสา และพื้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตัวอาคาร และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานภายในอาคาร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงขอประกาศให้ทราบ ดังนี้ 1.ให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตร
และสหกรณ์ มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2568 เป็นต้นไปตามปกติ 2.ห้ามการใช้ลิฟต์ในการขึ้นลงทุกอาคาร จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จ 3.ห้ามนำรถมาจอดบริเวณด้านหน้าอาคารของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตลอดแนว เนื่องจากจะมีการตรวจสอบหลังคาอาคารเพิ่มเติมอึกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ต่อไป

รพ.จุฬาภรณ์ฯ รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เพื่อคนไทย ‘ลำไส้ต้องดี’

รพ.จุฬาภรณ์ฯ  รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เพื่อคนไทย ‘ลำไส้ต้องดี’

รพ.จุฬาภรณ์ฯ รณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เพื่อคนไทย ‘ลำไส้ต้องดี’

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

มีนาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรม ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร เพื่อคนไทย “ลำไส้ต้องดี” โดยมี รศ.พญ.ชนิสา  โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานการเปิดงาน พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ นำโดย นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ระบบทาง เดินอาหารและตับ พญ.ชญานี สำแดงปั้น แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา พญ.ณัฐภาณี สุขผล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ลำไส้ ใหญ่และทวารหนัก นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ พร้อมด้วย เพียงพิศ กมลผัน นักกำหนดอาหาร และ ณัฐกานต์ อินทประเทศ นักกายภาพบำบัด โรงพยา บาลจุฬาภรณ์ ร่วมให้ความรู้ผ่านการเสวนาในหัวข้อ ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร…เพื่อคนไทย “ลำไส้ต้องดี” ที่สรุปสถานการณ์ของคนไทยกับโรคมะเร็งลำไส้ รวมถึงวิธีการรับมือและการแนะนำการออกกำลังกายบริหารหน้าท้อง กระตุ้นการเคลื่อน ไหวของลำไส้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมบริการจากทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และภาคีเครือข่ายที่มาร่วมรณรงค์ต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงภายในงาน จัดขึ้น ณ ห้องประชุม Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รศ.พญ.ชนิสา โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ มีพันธกิจในด้านบริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพแก่สังคม โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานหลักในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน การจัดงานครั้งนี้ เรามุ่งส่งเสริมความรู้และการดูแลเชิงป้องกัน เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของระบบทางเดินอาหาร ตลอดจนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมตามพระปณิธานของ ศ.ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญจึงได้จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพด้านกลุ่มโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ลำไส้ใหญ่อยากบอกอะไร เพื่อคนไทย “ลำไส้ต้องดี” ให้บริการวิชาการความรู้แก่ผู้ป่วยในกลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร และตับและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมทั้งวิธีการ ลด ละ เลิก พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำ ไส้ และร่วมดูแลรักษาสุขภาพในเชิงป้องกัน โดยมุ่งหวังในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืนต่อไป”

นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร หัวหน้างานอายุรกรรมทางเดินอาหารและตับ กล่าวว่า “มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ของโลก คิดเป็นประมาณ 10% ของผู้ป่วยมะเร็งใหม่ทั้งหมด และเป็นสาเหตุการเสีย ชีวิตอันดับ 2 จากโรคมะเร็งทั่วโลก ข้อมูลสถิติล่าสุด (Globocan 2022) ระบุว่าในปี 2022 มีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ประมาณ 1.93 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 904,000 คน ซึ่งคิดเป็น 9% ของการตายด้วยโรคมะเร็งทั้ง หมด  กล่าวคือ ในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดขึ้นใหม่เกือบสองล้านรายทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิตเกือบหนึ่งล้านรายจากโรคนี้ ซึ่งสะท้อนภาวะโรคที่สูงมากในระดับนา นาชาติ สัดส่วนดังกล่าวทำให้มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่วินิจฉัยบ่อยเป็นอันดับสาม และเป็นสาเหตุการตายอันดับสองของโรคมะเร็งทั่วโลกในปัจจุบัน  สำหรับอัตราการเสียชีวิต (mortality rate) ทั่วโลก เมื่อปรับตามอายุแล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8-9 คนต่อประชากรแสนคนต่อปี (ขึ้นอยู่กับภูมิภาค) ในประเทศไทย มะเร็งลำไส้ใหญ่ถือเป็นปัญหาสำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามสถิติ Globocan ปี 2022 ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่ประมาณ 20,173 คน ภายในปีเดียว (คิดเป็นประมาณ 11% ของผู้ป่วยมะเร็งใหม่ทั้ง หมดในประเทศ) และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 10,158 คน ในปีเดียวกัน (คิดเป็นประมาณ 8.5% ของการตายด้วยโรคมะเร็งทั้งหมด) มะ เร็งลำไส้ใหญ่จัดว่าเป็นมะเร็งที่พบบ่อย อันดับ 3 ในประชากรไทย (รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอดสำหรับทั้งสองเพศรวมกัน) และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็ง อันดับ 3 ของประเทศเช่นกัน กล่าวคือ มะเร็งชนิดนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสิบของทั้งจำนวนผู้ป่วยมะเร็งและผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งในไทย นอกจากนี้ มีรายงานว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งเพียงชนิดเดียวที่มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในทั้งผู้ชายและผู้หญิงของไทย เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆ ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่น่ากังวลในอนาคตหากไม่มีมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ โดยอัตราการเกิดและการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่แตกต่างกันตามภูมิภาคของโลกและประเทศต่างๆ อย่างมาก โดยประเทศที่พัฒนาแล้วมักพบอุบัติการณ์ของโรคสูงกว่า (เนื่องจากทั้งปัจจัยด้านวิถีชีวิตและโครงสร้างอายุประ ชากร) ขณะที่หลายประเทศที่กำลังพัฒนามีอุบัติการณ์ต่ำกว่าแต่แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในประเทศไทยเอง แม้อุบัติการณ์รวมจะยังต่ำกว่าประเทศตะวันตก แต่ก็ถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีสัดส่วนผู้ป่วยใหม่และผู้เสีย ชีวิตในระดับสูงเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งชนิดอื่นในประเทศ

ทั้งนี้ แนวโน้มของมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั่วโลกแบ่งออกเป็นสองลักษณะ คือ 1.ในประเทศพัฒนาแล้ว แนวโน้มลดลงหรือนิ่งเนื่องจากมาตรการป้องกัน/คัดกรองที่ได้ผล และ 2.ในประเทศกำลังพัฒนา แนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการขาดมาตรการคัดกรองที่ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยรวมทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยประ ชากร อนึ่ง การคาดการณ์อนาคตชี้ว่าโรคนี้จะเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ขึ้น เว้นแต่มนุษย ชาติจะสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงและเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้อย่างมีนัยสำคัญในทุกภูมิภาค”

พญ.ชญานี สำแดงปั้น แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา กล่าวว่า “มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากการที่เซลล์ของลำไส้ใหญ่เกิดการกลายพันธุ์ในดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งหน้าที่ของ DNA ในเซลล์คือการควบคุมเซลล์ต่างๆ ให้มีการแบ่งตัวและทำงานอย่างเป็นระบบ แต่เมื่อเซลล์เกิดการกลายพันธุ์ เซลล์จะเริ่มแบ่งตัวมากเกินกว่าความจำเป็น และมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้  ทำให้มีเนื้องอกเกิดขึ้นและหลังจากเวลาผ่านไปจะเกิดเป็นเซลล์ร้าย ที่จะแบ่งแยกแผ่ขยายและเริ่มทำลายเนื้อเยื่อปกติบริเวณใกล้เคียง  ท้ายที่สุดเซลล์มะเร็งเหล่านี้จะแยกออกมาจากเนื้องอกและก่อตัวที่อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่แน่ชัด แต่พบว่าอาจมีปัจจัยมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม โดยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน ไขมันและน้ำตาลสูง ผู้ที่มีดัชนีมวลกายเกินมาตรฐานหรือโรคอ้วน เป็นปัจ จัยสำคัญต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ยังพบปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่า 2 คนขึ้นไป เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ เคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อัก เสบเรื้อรัง และการสูบบุหรี่ ทั้งนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่อาจไม่มีอาการผิดปกติบ่งชี้ ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือบางครั้งอาการที่พบอาจคล้ายกับอาการของโรคอื่น ดังนั้นจึงควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ ท้องเสีย ท้องผูก หรือรู้สึกท้องอืด อุจจาระปนเลือดสดๆ หรือเลือดสีคล้ำมาก ลักษณะอุจจาระมีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น เรียวยาวกว่าปกติ หรือเป็นเม็ดๆ หรือการที่น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ”

พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ กล่าวเสริมว่า  “ประชาชนทั่วไปควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุ 45-50 ปี ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ควรเริ่มตรวจก่อนอายุ 40 ปี หรือก่อนอายุของญาติที่เป็นมะเร็งลำไส้ 10 ปี”

พญ.ณัฐภาณี สุขผล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กล่าวถึง วิธีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ว่า “การผ่าตัดเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคได้โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้นหรือมีการลุกลามเฉพาะที่ หรือในกรณีที่มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น การผ่าตัดก็ยังมีบทบาทในผู้ป่วยบางราย ทั้งนี้ การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ศัลยแพทย์ยังเป็นผู้ที่ทำการผ่าตัดอยู่ แต่ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เพิ่มเข้ามาช่วยให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยที่สามารถกลับมาสู่กิจวัตรประจำวันได้เร็วขึ้นด้วย ทั้งนี้ การเปิดให้บริการทางการแพทย์ด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัด แต่ยังช่วยลดความเจ็บปวดและระยะเวลาการพักรักษาตัวของผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและนำนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นความหวังและกำลังใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งทุกคน”

ด้าน นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ระบบทางเดินอาหารและตับ กล่าวถึง ความสำคัญของการดูแลสุขภาพลำไส้และข้อควรปฏิบัติว่า “ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง วันละ 25–38 กรัม จากผัก ผลไม้และธัญพืช เพื่อช่วยลดการอักเสบในลำไส้และทำให้ขับถ่ายดีขึ้น  ลดอาหารประเภทเนื้อแดงและอาหารแปรรูป จำกัดเนื้อแดงไม่เกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงไส้กรอก แฮม เบคอน ฯลฯ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที  4–5 วันต่อสัปดาห์ และควบคุมน้ำหนัก BMI ให้อยู่ระหว่าง 18–23 งดการสูบบุหรี่–ลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เริ่มแนะนำที่อายุ 50 ปี หรือเร็วกว่านั้นหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีคัดกรองที่เหมาะสม” เสริมท้ายด้วย เพียงพิศ กมลผัน นักกำหนดอาหารซึ่งได้ให้คำแนะนำในการเลือกอาหารและการปรับพฤติ กรรมเพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดีของทุกคน

ปิดท้ายกับกิจกรรม “ออกกำลังกาย บริหารหน้าท้อง” โดย ณัฐกานต์ อินทประเทศ นักกายภาพบำบัดที่มาสอนการออกกำลังกายง่ายๆ เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการส่งเสริมสุขภาพลำไส้ที่สา มารถทำได้ง่ายๆทุกวัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบริการให้คำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ แนะนำการส่องกล้องทางเดินอาหาร รวมถึงการแนะนำโภชนาการ “อาหารเซฟลำไส้” โดยนักกำหนดอาหารและการออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้โดยนักกายภาพบำบัด พร้อมกันนี้    ยังได้รับการสนับสนุนจากผลิตภัณฑ์ดัชชี่ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพลำไส้ให้ดีขึ้น โดยการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน และช่วยเผย แพร่ความรู้เกี่ยวกับการดูแลลำไส้ให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับรู้และสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจเข้ารับการปรึกษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 7 โถงลิฟต์ B อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร 1118 ต่อ 5175 และสำหรับผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษา หรือ HN เพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store

040

CATHY DOLL X EVEANDBOY COLOR CARE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดปฏิวัติวงการความงาม

CATHY DOLL X EVEANDBOY COLOR CARE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดปฏิวัติวงการความงาม

CATHY DOLL X EVEANDBOY COLOR CARE เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดปฏิวัติวงการความงาม

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

Cathy Doll แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของไทย จับมือกับ EVEANDBOY จัดงานสุดยิ่งใหญ่ “CATHY DOLL X EVEANDBOY COLOR CARE” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่จะมาปฏิวัติทุกกฎเกณฑ์ของเมคอัพ พร้อมขนทัพกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย ณ EVEANDBOY The Underground SQ1 ชั้น LG (Flagship)

โดยมีผู้บริหารแม่ทัพอย่าง นายพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาด และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการว่า “วันนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ Cathy Doll ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่เราตั้งใจพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกท่าน เราเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ ของ Cathy doll จะสร้างความตื่นเต้นและปฏิวัติวงการความงามอย่างแน่นอน และขอขอบคุณ EVEANDBOY ที่เป็นพันธมิตรที่ดีเสมอมาในการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงขอขอบคุณเหล่าพรีเซนเตอร์ทุกท่านที่มาร่วมสร้างสีสันและความพิเศษให้กับงานในวันนี้”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเซอร์ไพรส์ เริ่มต้นด้วยโชว์สุดมันส์เต็มไปด้วยความคึกคักและสีสัน จากโชว์สุดพิเศษจาก ตูน – Alie Blackcobra บิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ ที่มาพร้อมกับเพลงฮิตติดหูอย่าง “แอ่นระแน่ง” ทันทีที่เสียงเพลงดังขึ้น แฟนๆ ที่มารอชมต่างส่งเสียงกรี๊ดและเต้นตามอย่างสนุกสนาน สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ

จากนั้นตามด้วยเหล่าพรีเซนเตอร์ของ Cathy Doll มาร่วมสร้างสีสันและพูดคุยถึงผลิตภัณฑ์ที่ตนเองชื่นชอบ เริ่มต้นด้วย เอม – สรรเพชญ์ คุณากร ที่มาแนะนำขั้นตอนการดูแลผิวหน้าอย่างหมดจดด้วย CATHY DOLL CLEANSING & CLEANSER SERIES ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่อ่อนโยนแต่ทรงประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้ผิวสะอาดใส ไร้สิ่งตกค้าง

ภายในงาน เอม สรรเพชญ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี และความประทับใจที่มีต่อ CATHY DOLL CLEANSING & CLEANSER SERIES ว่า “ผมให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้ามากๆ ครับ เพราะต้องเจอทั้งแสงแดด และเมคอัพอยู่ตลอดเวลา ซึ่ง CATHY DOLL CLEANSING & CLEANSER SERIES ตอบโจทย์ผมได้ดีมากๆ ครับ เพราะอ่อนโยนต่อผิว แต่ก็สามารถทำความสะอาดได้อย่างหมดจดจริงๆ หลังใช้รู้สึกเลยว่าผิวสะอาดใสขึ้น สิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ตกค้าง ทำให้มั่นใจมากขึ้นครับ”

เอาใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่หลงใหลในความหล่อเท่ ด้วยการปรากฏตัวของ เก่ง – หฤษฎ์ บัวย้อย ก็นักแสดงหนุ่มสุดฮอต ที่มาเผยลุคหล่อเนี๊ยบไร้ที่ติ ด้วยตัวช่วยสำคัญอย่าง Cathy Doll CC Cream Speed Cover SPF50+PA++++ ซีซีครีมที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด ที่มาพร้อมกับหนุ่มหน้าขวัญใจสาวๆ น้ำปิง – นภัสกร ปิงเมือง ที่มาพร้อมเคล็ดลับการสร้างคิ้วสวยเป๊ะคมชัดเป็นธรรมชาติ Cathy Doll Skinny Brow Pencil ดินสอเขียนคิ้วหัวเล็กพิเศษเขียนง่าย ติดทนนาน ที่ช่วยให้วาดคิ้วได้คมชัดเป็นธรรมชาติ และพิเศษสุดๆ กับมินิคอนเสิร์ตโชว์สุดพิเศษในเพลง ฤดูของเธอ (Your Season) Prod. by The TOYS ที่ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดสนั่น

จากนั้นเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ ด้วย เบลล่า – ราณี แคมเปน นางเอกสาวมากความสามารถ ที่มาในลุคสวยสง่า พร้อมเผยเคล็ดลับผิวสวยเนียนกริบ ตบเดียวอยู่ ด้วย Cathy Doll One Tap Cover Matte Cushion SPF 50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อแมตต์ที่ให้การปกปิดขั้นสุด แต่บางเบาสบายผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด

เบลล่ากล่าวถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ว่า “ชอบคุชชั่นตัวนี้มากค่ะ เพราะปกปิดได้ดีมาก แต่ไม่หนักหน้าเลย แถมยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย ตอบโจทย์สาวๆ ที่อยากได้ผิวสวยเป๊ะตลอดวันจริงๆ ค่ะ”

นอกจากนี้ เบลล่า ยังได้สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับ 30 ผู้โชคดี ที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยได้ใกล้ชิดกับพรีเซนเตอร์สาวสวย พร้อมรับของขวัญสุดพิเศษจากมือของเบลล่าเอง ซึ่งเป็นเค้กรูป Cathy Doll One Tap Cover Matte Cushion สร้างความดีใจและตื่นเต้นให้กับเบลล่าเป็นอย่างมากที่ได้พบกับแฟนๆ ทุกคน

ภายในงานยังมีความพิเศษให้แฟนๆ ได้ฟินกันแบบใกล้ชิด กับกิจกรรม กระทบไหล่ เก่ง-น้ำปิง โดยมีผู้โชคดี 60 ท่านที่ได้เข้าร่วมงาน และผู้โชคดี 20 ท่าน จะได้รับสิทธิ์ ได้สิทธิ์ Fan sign และ Hi-bye กับคู่จิ้นสุดฮอตอย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจและความฟินให้กับแฟนคลับแบบเต็มอิ่ม

เท่านั้นยังไม่พอ Cathy Doll ยังจัดเต็มกับบูธกิจกรรมสุดสนุกและน่าสนใจมากมาย ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมสนุก พร้อมรับของรางวัลสุดพิเศษ และโปรโมชั่นสุดคุ้มสำหรับผลิตภัณฑ์ Cathy Doll ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

ใครที่กำลังมองหาคุชชั่นสุดปัง ต้องห้ามพลาด Cathy Doll POP-UP Event พบกับบูธเปิดตัวสินค้าใหม่ล่าสุด Cathy Doll Cushion Series มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดปังและของแถมสุดน่ารัก โปรโมชั่นดี ๆ ตลอด 14 วันเต็ม! ราคาดีที่สุดต้องห้ามพลาด!ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 68 – 10 เม.ย. 68  ที่หน้าร้าน EVEANDBOY The Underground SQ1 ชั้น LG (Flagship)

อย่ารอช้า รีบไปสัมผัสประสบการณ์ความงามกับ Cathy Doll หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เฟชบุ๊ค Cathy Doll ( https://www.facebook.com/cathydollclub/ )

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก’บ้านหมอละออง’ครั้งที่ 18’รำลึกถึงบุญคุณและสานต่อสังคมแห่งการให้’

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก'บ้านหมอละออง'ครั้งที่ 18'รำลึกถึงบุญคุณและสานต่อสังคมแห่งการให้'

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก’บ้านหมอละออง’ครั้งที่ 18’รำลึกถึงบุญคุณและสานต่อสังคมแห่งการให้’

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

บริษัท บ้านหมอละออง จำกัด และบริษัทในเครือ ขอแสดงความขอบคุณกับทุกท่านที่ได้มาร่วมกิจกรรมสำคัญในโครงการ “มูลนิธิยาเพื่อนยาก ครั้งที่ 18” ซึ่งจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ท่าพระจันทร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรำลึกถึงบุญคุณของโรงเรียนแพทย์ที่ “หมอละออง” หรือ “อาจารย์นายแพทย์แผนไทย ละออง บัวศิริ” ได้ศึกษาเล่าเรียนจนจบทุกแขนง รวมถึงคุณปุ้ย-ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ที่เคยได้รับการศึกษาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในวัยเยาว์จากการติดตามท่านไปด้วย

ในปีนี้ โครงการยังคงดำเนินการตามแนวทางของ “หมอละออง” ในการช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลนผ่านการมอบสิ่งของจำเป็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักของบริษัท บ้านหมอละออง จำกัด ที่สืบสานเจตนารมณ์ของท่านในทุกๆ ด้าน

กิจกรรมสำคัญในงานประกอบด้วย ถวายอาหารเพล เป็นชุดหิ้วกลับให้แก่พระสงฆ์  ถวายสังฆทานและถวายปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมของวัด ถวายยาดมสมุนไพรบ้านหมอละออง จำนวน 500 กระปุก เพื่อให้วัดนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ที่มาร่วมกิจกรรม และแจกชุดยาต่างๆ ที่ผลิตโดยบ้านหมอละอองให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน จำนวน 100 ชุด 

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยากได้รับการขับเคลื่อนและสานต่อโดยบริษัทในกลุ่มบ้านหมอละออง กรุ๊ป ซึ่งมีการลงพื้นที่มอบเงินสมทบทุนและสิ่งของที่จำเป็นตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ การประสานงานกับมูลนิธิ ชุมชน หมู่บ้าน และหน่วยงานต่างๆ ทำให้โครงการสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการการช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง

“ทำด้วยใจ มีแล้วให้ ได้แล้วแบ่งปัน” สโลแกนของโครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก เป็นคำขวัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทในการทำประโยชน์ให้กับสังคมและช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ตามปณิธานจาก “แพทย์แผนไทยละออง บัวศิริ (หมอละออง)” สืบทอดต่อมาถึงปัจจุบัน ผ่านบริษัทในกลุ่มบ้านหมอละออง กรุ๊ป

ในโอกาสนี้ บริษัท บ้านหมอละออง จำกัด ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและร่วมมือในการดำเนินโครงการอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นผ่านการแบ่งปันและความห่วงใยต่อกัน

โครงการ “มูลนิธิยาเพื่อนยาก” ทำด้วยใจ มีแล้วให้ ได้แล้วแบ่งปัน” เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง สอบถามข้อมูล “โครงการยาเพื่อนยาก” ติดต่อ 095-080-7887 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website : http://www.laongherbal.com หรือ Facebook: http://www.facebook.com/laongherbal

‘สุทธิพงษ์ – ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ’ ร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้นำสตรีดีเด่นโลก

'สุทธิพงษ์ - ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ' ร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้นำสตรีดีเด่นโลก

‘สุทธิพงษ์ – ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ’ ร่วมแสดงความยินดีแก่ผู้นำสตรีดีเด่นโลก

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ และ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้นำสตรีดีเด่นโลก“Global Summit of Women – GSW” ให้ วทันยา อมตานนท์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ชฎาทิพ จูตระกูล และ ดร. ณ ฤดี เคียงศิริ โดยมี ชาลอต โทณวณิก ร่วมแสดงความยินดีด้วย เมื่อ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ณ บ้านจิม ทอมป์สัน

-(016)

ปลุกพลังเพื่อดูแลสุขภาพ ปรนนิบัติกาย ปรนนิบัติใจ ที่ STYLE Bangkok 2025

ปลุกพลังเพื่อดูแลสุขภาพ ปรนนิบัติกาย ปรนนิบัติใจ ที่ STYLE Bangkok 2025

ปลุกพลังเพื่อดูแลสุขภาพ ปรนนิบัติกาย ปรนนิบัติใจ ที่ STYLE Bangkok 2025

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.32 น.

STYLE Bangkok 2025 จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ผลงานคุณภาพจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย ที่คัดสรรมาเพื่อความงามและสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ ออร์แกนิกโปรดักส์ เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์ที่คิดและพัฒนาเพื่อสุขภาพครบวงจร ให้คุณมีสุขภาพกายสดชื่น สุขภาพใจสดใส ดูดีจากภายในสู่ภายนอก มาดูกันว่ามีสินค้าแบรนด์ชั้นนำอะไรบ้าง ไปจัดแสดงที่ STYLE Bangkok 2025 ระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ฮอลล์ 1-3

Mamagreen Organic (มามากรีนออร์แกนิก) ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติไร้สารเคมี  เพื่อสมดุลแห่งสุขภาพดี โดย กนกวรรณ อัศวกิจพานิช  Marketing Manager ของแบรนด์ เผยว่า “จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจของมามากรีน เริ่มจากความเป็นแม่ ที่ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพคนในครอบครัว ตั้งแต่เรื่องอาหารการกินซึ่งเราเลือกอาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพ รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนที่เรารัก เพราะทุกวันนี้ของใช้ในท้องตลาดมีส่วนผสมของสารเคมีค่อนข้างเยอะ จึงเริ่มศึกษาและผลิตมาใช้เองก่อน จากนั้นก็ส่งต่อให้คนใกล้ชิดได้ลองใช้ ก่อนจะเริ่มผลิตโลชั่นบำรุงผิว สบู่ แชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ฯลฯ ออกมาจำหน่าย ด้วยความตั้งใจที่อยากให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากธรรมชาติที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี และได้มาตรฐานสากล ซึ่ง Mamagreen Organic ได้การรับรอง ‘มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand – ACT)’ ซึ่งเทียบเท่ากับมาตรฐานสากล”

rati (รติ) ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย ที่คิดค้นมาจากจุดเริ่มต้นแห่งความรัก ด้วยความเชื่อที่ว่าสิ่งที่สัมผัสร่างกายต้องปลอดภัยที่สุด สินค้าทุกชิ้นของ rati จึงเลือกสรรแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติและปลอดภัย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายที่ใช้เคมีสังเคราะห์ให้น้อยที่สุดในระดับเดียวกับที่ใช้ในอาหารและยา เป็นการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้แก่ลูกค้า “ผลตอบรับจากการเข้าร่วมงาน STYLE Bangkok ในปีที่แล้ว เราได้ขยายช่องทางการวางจำหน่ายในประเทศเยอะพอสมควร ปีนี้ตั้งเป้าหมายที่การขยายตลาดต่างประเทศและส่งออกมากขึ้น” รุจจิ์ จุลชาต ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร rati เล่า พร้อมเผยว่าในงาน STYLE Bangkok 2025 rati จะนำคอลเล็กชันใหม่มาแนะนำ นั่นคือ ‘rati Multi-Purpose Dry Oil’ ออยล์บำรุงผิวที่เนื้อบางเบาที่สุด ซึมเข้าสู่ผิวทันที บำรุงผิวได้ล้ำลึก เหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น อ่อนโยน ไม่ทำ ให้แพ้หรือระคายเคืองผิว ใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย พร้อมบำรุงเส้นผมให้เงางาม อุดมด้วยน้ำมันบำรุงผิวออร์แกนิกธรรมชาติ 10 ชนิด และน้ำมันบำรุงผิวจากตำรับไทยโบราณ พร้อมด้วยกลิ่นหอมจากพืชพรรณไม้ไทยที่รติได้พัฒนาขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน

SKIN&TONIC (สกิน แอนด์ โทนิค) พิลโล่สเปรย์ เพื่อ “Beauty Sleep” ของผิวคุณ สกิน แอนด์ โทนิค เป็นแบรนด์เพื่อสุขภาพและความงาม ที่ใช้สมุนไพรจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบหลัก ปราศจากสารเคมีและสารสัง เคราะห์ที่ทำร้ายผิว พิชญา กาญจนพิมลกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เล่าว่า สกิน แอนด์ โทนิค เป็นผลิตภัณฑ์สเปรย์น้ำมันหอมระเหยสำหรับฉีดหมอน ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ นั่นคือดอกไม้ โดยนำมาผ่านกระบวนการผลิตที่เน้นแนวคิด Zero Waste ซึ่งใช้ประโยชน์ในทุกๆ ส่วน ตั้งแต่ราก ใบ ก้าน และตัวดอก ไม่ให้มีส่วนไหนที่ต้องทิ้งเลย เพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม สินค้าของเราสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไรฝุ่น 99.99% ช่วยป้องกันและไม่มีสารก่อให้เกิดสิว และเป็นสูตรปราศจากน้ำหอมหรือสารเคมี จึงเหมาะสําหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวที่แพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้ และเราไม่มีการทดลองในสัตว์ พิชญายังมองว่า ที่ผ่านมา สกิน แอนด์ โทนิค จะเน้นจำหน่ายเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ การร่วมงาน STYLE Bangkok จึงเป็นการเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น และจะช่วยเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

พบกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่ครอบคลุม ครบครัน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์สำนักงาน ของเล่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม และอื่นๆ อีกมากมาย จากผู้ผลิต ผู้ส่งออกกว่า 400 บริษัท ร่วม 700 คูหา ที่ STYLE Bangkok 2025 จัดระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุร กิจ ระหว่างวันที่ 2 –4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก 5 – 6 เมษายน 2568 เวลา10.00 – 21.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com และ Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair

040

กนกวรรณ อัศวกิจพานิช

กนกวรรณ อัศวกิจพานิช

รุจจิ์ จุลชาต

รุจจิ์ จุลชาต

ซัมเมอร์นี้มาค้นหาสไตล์ที่ใช่ในงาน ‘Summer Palette by Garnier Color Mix’ไปกับ’เน่เน่ พรนับพัน’และ ‘DICE’

ซัมเมอร์นี้มาค้นหาสไตล์ที่ใช่ในงาน 'Summer Palette by Garnier Color Mix'ไปกับ'เน่เน่ พรนับพัน'และ 'DICE'

ซัมเมอร์นี้มาค้นหาสไตล์ที่ใช่ในงาน ‘Summer Palette by Garnier Color Mix’ไปกับ’เน่เน่ พรนับพัน’และ ‘DICE’

วันจันทร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.58 น.

Garnier Color Naturals ชวนวัยรุ่น Gen Z มาค้นหาสีสันที่งาน Summer Palette by Garnier Color Mix ปลุกกระแสเทรนด์สีผมรับซัมเมอร์ พร้อมเปิดตัวเฉดสีใหม่ Brilliant Pink ชมพูพาสเทล แมทช์กับลุคสุดปัง พบกับโชว์เซอร์ไพรส์จาก เนเน่-พรนับพัน พรเพ็ญพิพัฒน์ Garnier Color Naturals Spokesperson และ 10 หนุ่มสมาชิกวง DICE ขวัญใจ T-Pop ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์มิกซ์เฉดสีผมให้เข้ากับสไตล์ OOTD (Outfit of the day) สุดจี๊ด ณ ลานสยามสแควร์ BLOCK K ในวันที่ 4 – 5 เมษายน ที่จะถึงนี้

แค่มิกซ์สีผมใหม่ก็ปลดล็อกความเป็นตัวคุณได้ Garnier Color Naturals มาพร้อม 10 สีผมสุดปังรับซัมเมอร์ เพิ่มเฉดใหม่ล่าสุด! Brilliant Pink ชมพูพาสเทล ที่เหล่า Gen Z ต้องกดไลก์ ช่วยให้สีผมสวยเด่นชัด ติดทนนาน และ​เงางามเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า*

มาอวดสีผมสวยรับซัมเมอร์ที่งาน Summer Palette by Garnier Color Mix พบกับกิจกรรมสุดล้ำอีกมากมายภายในงาน ห้ามพลาด! มาร่วมมิกซ์สีผมที่ใช่ แมทช์ลุคให้เริ่ดด้วยกัน ณ บริเวณ ลานสยามสแควร์ BLOCK K วันที่ 4 – 5 เม.ย. 68

ซัมเมอร์นี้มาปลดล็อกความเป็นตัวเองไปด้วยกันกับ Garnier Color Naturals!*ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยสถาบันวิจัย ลอริอัล ประเทศอินเดีย มิถุนายน 2567