‘อนุทิน’ ไม่ติดใจ’เอกราช’โดดซบ’กล้าธรรม’ เข้าใจ ‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’

‘อนุทิน’ ไม่ติดใจ'เอกราช'โดดซบ'กล้าธรรม' เข้าใจ 'คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก'

‘อนุทิน’ ไม่ติดใจ’เอกราช’โดดซบ’กล้าธรรม’ เข้าใจ ‘คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.24 น.

‘อนุทิน’ ไม่ติดใจ “เอกราช” โดดซบ“กล้าธรรม” ย้ำเคลียร์ใจกันแล้ว เตรียมนำเรื่องเข้าที่ประชุมพรรค เผย ร่าง กม.พนันออนไลน์ยังไม่เข้า ครม.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 มีนาคม  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ ในส่วนกฎหมายพนันออนไลน์จะเข้าหรือไม่ว่า ยังไม่เข้าสู่ที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ที่เตรียมย้ายสังกัดพรรคกล้าธรรม ได้พูดคุยกันแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คุยแล้ว เรื่องนี้ต้องไปประชุมพรรคก่อน เพราะเป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของตนเพียงคนเดียว

ถามต่อว่า จะมีการขับนายเอกราช ออกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างถ้าทำด้วยความราบรื่นก็ดี อย่าไปคิดมาก อย่างที่ท่านบอกว่า “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก”

เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหากับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีได้อย่างไร ขับออกแล้วต้องไปอยู่กับเขา

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ติดใจใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจ เป็นเรื่องของทั้ง 2 ฝ่าย

‘นายกฯอุ๊งอิ๊งค์’นำประชุม’ครม.’ แซวสื่อ’ทำไมวันนี้เงียบๆ’ ด้านรมต.ลา6คน

'นายกฯอุ๊งอิ๊งค์'นำประชุม'ครม.' แซวสื่อ'ทำไมวันนี้เงียบๆ' ด้านรมต.ลา6คน

‘นายกฯอุ๊งอิ๊งค์’นำประชุม’ครม.’ แซวสื่อ’ทำไมวันนี้เงียบๆ’ ด้านรมต.ลา6คน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.15 น.

นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร นำประชุม “ครม.” แซวสื่อ “วันนี้เงียบ” ด้าน รมต.ลา 6 คน 

27 มี.ค.68 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อมาถึงมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย มารอรับ 

โดยเมื่อนายกฯเดินมาเจอนักข่าวที่รออยู่ ได้พูดขึ้นว่า “ทำไมวันนี้เงียบๆ ปกติจะมีเสียง วันนี้ไม่มีเสียงอะไรเลย” ซึ่งสื่อมวลชนสวนกลับว่า นายกฯอยากให้ถามอะไรหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ไม่ถามก็ได้ ตอบเหนื่อยแล้ว” จากนั้นสื่อได้กล่าว สวัสดี ทำให้นายกฯ หันมายิ้มอย่างอารมณ์ดี

ขณะที่การประชุม ครม. มีรัฐมนตรีแจ้งลาประชุม 6 คน ได้แก่ 1.นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ 2.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม 4.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย 5.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ และ 6.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์

‘ประเสริฐ’โต้ทันควัน! ปม’สส.ประชาชน’โชว์แชท ถูกซื้อตัว 20 ล้านเป็นงูเห่า

'ประเสริฐ'โต้ทันควัน! ปม'สส.ประชาชน'โชว์แชท ถูกซื้อตัว 20 ล้านเป็นงูเห่า

‘ประเสริฐ’โต้ทันควัน! ปม’สส.ประชาชน’โชว์แชท ถูกซื้อตัว 20 ล้านเป็นงูเห่า

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.13 น.

“ประเสริฐ” โต้ สส.ประชาชน โชว์แชทถูกซื้อตัวเป็นงูเห่า บอก”รัฐบาล”เสียงเกินเยอะอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องซื้อ ปัดตอบศาล รธน. รับพิจารณา “ภูมิธรรม-ทวี” ชงฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษ  อาจทำสิ้นสุดความเป็น รมต. หรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น.ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาแฉว่าถูกติดต่อซื้อตัวด้วยราคา 20 ล้านบาท เพื่อให้ยกมือไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รวมถึงถ้าย้ายพรรคก็จะได้เงินเพิ่มว่า ไม่มีๆ รัฐบาลไม่จำเป็นเลย เพราะเสียงในซีกของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ 300 กว่าเสียงก็มากแล้ว และทุกพรรคได้ให้สัตยาบันกันแล้ว

เมื่อถามว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นหรือไม่ที่ไปติดต่อทาบทาม นายประเสริฐ ยืนยันว่า ไม่มีๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสียงที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสัญญาณว่าจะมีการต่อรองขอตำแหน่งรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนไม่ได้ยินข่าวนี้ คิดว่าไม่มีมูลความจริง

เมื่อถามว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ มองว่าเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังมองไม่ออกว่าจะทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อเสียงรัฐบาลเกินอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามเสียงงูเห่าที่เพิ่มมาตนมองว่าอาจเกิดจากการได้ฟังอภิปรายของรัฐบาลแล้วเห็นว่าน่าจะโหวตให้ เพราะชี้แจงได้ตรงประเด็น

เมื่อถามว่า เป็นการทอดไมตรีเพื่อการทำงานร่วมกันในอนาคตหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า การโหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นเอกสิทธิ์ สส. จึงไม่ใช่การทอดสะพานที่จะมาอยู่ด้วย เพราะทุกคนมีสังกัดพรรคการเมือง

นายประเสริฐ ยังกล่าวด้วยว่า ไม่ทราบสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้ต้องสอบถามจากนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี 

ส่วนจะถึงเวลาที่ต้องประเมินการทำงาน และปรับ ครม. หรือยังนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามดูทุกกระทรวงอยู่แล้ว เรื่องไหนหากเห็นว่าต้องมีการพูดคุยนายกฯ ก็จะเรียกไปพบอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ ยืนยันว่า ภาพที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ หัวหน้าพรรคประชาชน และนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคประชาชน ร่วมเฟรมกับนายกฯ และรัฐมนตรีในวันลงมตินั้น ไม่ใช่มวยลมต้มคนดู เพราะอภิปรายกันขนาดนั้น การถ่ายรูปร่วมกันถือเป็นการแสดงท่าทีที่ดีต่อกัน เมื่ออภิปรายจบแล้วก็ถือว่าจบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง สว. ที่ให้วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรี ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีเสนอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. ต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายเป็นการแทรกแซง ครอบงำการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะเป็นเรื่องของการผิดจริยธรรมร้ายแรง คล้ายกับกรณีของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ขอไปดูรายละเอียดก่อน เพราะฉะนั้นตนยังพูดอะไรไม่ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ส.ส.ปชน.’ลากไส้! เปิดแชทไลน์เสนอ 20 ล้าน เป็นงูเห่า แถมมีออปชั่นจ่ายเพิ่ม ถ้าถูกขับ

‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’เริ่มใช้แน่เม.ย. แบงก์-ค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ สัดส่วนใครจ่ายมาก-น้อยอยู่ที่ศาลสั่ง

‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’เริ่มใช้แน่เม.ย. แบงก์-ค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ สัดส่วนใครจ่ายมาก-น้อยอยู่ที่ศาลสั่ง

‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’เริ่มใช้แน่เม.ย. แบงก์-ค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ สัดส่วนใครจ่ายมาก-น้อยอยู่ที่ศาลสั่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.12 น.

ประเสริฐ’ยัน‘พ.ร.ก.ไซเบอร์’ได้ใช้แน่ต้นเม.ย. แบงก์-ค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ เผยสัดส่วนใครจ่ายมาก-น้อย อยู่ที่ศาลสั่ง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 มีนาคม 2568 นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ว่า จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้แน่นอน  ซึ่งพ.ร.ก.ฉบับนี้ จะเป็นร่างที่ออกมาเพื่อกำหนดการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน บริษัทโทรคมนาคม และแพลตฟอร์ม โดยสิ้นเดือนนี้จะเรียบร้อยแน่นอน และต้นเดือนเมษายนจะสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีผลบังคับใช้แล้ว หน่วยงานต่างๆ เหล่านี้จะสามารถเข้ามาร่วมรับผิดชอบได้เลยใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราเรียกค่ายโทรศัพท์มือถือ สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มต่างๆ มาคุยร่วมกันแล้ว เพื่อทำความเข้าใจว่าเมื่อ พ.ร.ก.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ต้องปฏิบัติอย่างไร ตอนนี้มีเพียงบางประเด็นที่ยังไม่ลงตัวกัน  เช่น เรามีข้อกำหนดที่บอกให้ธนาคารดำเนินการอย่างเรื่องเปิดบัญชี จะต้องมีการเปิดให้ยากขึ้น ไม่ใช่ใครมาขอก็เปิดได้หมด ไม่มีการสอบถามอะไรเลย ซึ่งต้องสอบถามถึงลักษณะของธุรกิจ และบุคคลที่ไปยื่นเปิดว่าเป็นบุคคลที่ถูกบรรจุอยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องห้ามเปิด  แต่ถ้ายังดันทุรังไปเปิด และบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่ก่อให้เกิดความเสียหาย หลอกลวง ก็ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าใน พ.ร.ก.ฉบับนี้มีกำหนดสัดส่วนหรือไม่ว่าธนาคารจะต้องรับผิดชอบเท่าไร และค่ายมือถือจะต้องรับผิดชอบเท่าไร นายประเสริฐกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับศาลจะวินิจฉัยว่า ผลของความเสียหายนั้น มีน้ำหนักอยู่ที่ฝั่งไหน

ถามอีกว่า กระบวนการตัดสินของศาลจะใช้เวลานานหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า คิดว่าไม่นานมากนัก ซึ่งที่ผ่านมาที่นานเพราะเมื่อผ่านศาลชั้นต้นไปแล้ว ก็ไปสู้กันในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาอีกมันเลยใช้เวลามาก

‘ทวี’ลาประชุมครม. ติดภารกิจไปมาเลเซีย

‘ทวี’ลาประชุมครม. ติดภารกิจไปมาเลเซีย

‘ทวี’ลาประชุมครม. ติดภารกิจไปมาเลเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.08 น.

‘ทวี’ลาประชุมครม. ติดภารกิจไปมาเลเซีย

27 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ลาประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้(27 มี.ค.) โดยเป็นการลาล่วงหน้าในคืนวันที่ 25 มีนาคม 68 ซึ่งมีภารกิจไปราชการที่มาเลเซีย ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องของ สว. ที่ให้ วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ครอบงำการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะองค์กรอิสระผ่านทางดีเอสไอ

‘ภูมิธรรม’ตอกฝ่ายค้านจี้จัดการ‘แก๊งทุจริตยา’ บอกไม่เคยบริหารประเทศ ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ

‘ภูมิธรรม’ตอกฝ่ายค้านจี้จัดการ‘แก๊งทุจริตยา’ บอกไม่เคยบริหารประเทศ ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ

‘ภูมิธรรม’ตอกฝ่ายค้านจี้จัดการ‘แก๊งทุจริตยา’ บอกไม่เคยบริหารประเทศ ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.07 น.

‘ภูมิธรรม’ตอบฝ่ายค้าน หลังจี้จัดการ‘แก๊งทุจริตยา’ บอกไม่เคยบริหารประเทศ ไม่รู้วิธีปฏิบัติราชการ ยันต้องทำงานงานเงียบ-หลักฐานแน่น 

เมื่อเวลา 09.35 น.วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีการจับกุมเครือข่ายทุจริตยาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ว่า ฝ่ายค้านเขาเรียกร้องตนผ่านในไลน์ทุกวันว่าทำไม่ไม่จัดการเสียที ไม่เคยเห็น และตนก็ตอบไปว่าไม่เป็นไร

“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการอยู่แล้ว เขาไม่เคยบริหารประเทศ เขาไม่เข้าใจว่า ซึ่งตนก็ขอบคุณเขา แต่การที่เรามีเบาะแสที่เขาบอกมา และเรากำลังสอบสวน แต่จะเรียกให้เราเปิดเผย ซึ่งถ้าเปิดเผยหลักฐานก็หายหมด” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ฝ่ายค้านพูดมาทั้งหมด ตนได้ดำเนินการนำคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจริตในภาครัฐ(ปปท.) และสำนักงานป้องก้นและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เขามาสอบสวน ทั้งหมดเราดำเนินการอย่างเงียบๆ เอาตามข้อเท็จจริง เรื่องอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เราก็ส่งคนขึ้นไปสอบสวนคนตั้งหลายสิบคน  ฉะนั้นเราทำอะไรเราค่อยๆทำ อันนี้ชัดเจนการสอบสวนมันมีหลายอย่าง หลายส่วน สอบได้เสร็จเราก็นำไปให้ศาลออกหมายจับ

“เมื่อวานนี้(26 มี.ค.68) ผมรู้ก่อนแล้วว่าก่อนเที่ยงจะมีการบุกทุกบ้านพร้อมกัน เข้าไปกับหมายจับ อันนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทำงานสุขุมรอบคอบ และอิงตามข้อกฎหมาย ตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อิงตามอารมณ์ความรู้สึก เห็นคดีที่หลุดมาเยอะแล้ว ว่าโวยวายๆไม่มีหลักฐานเพียงพอ ศาลเขาก็พิจารณาตัดสินตามหลักฐาน ท่านที่ชี้แจงผมมา ผมอยากบอกว่าท่านเริ่มต้นได้ดีที่พยายามบอกเรา ผมอยากเห็นอย่างนั้น ให้บอกมา แต่ไม่อยากให้ใจร้อนเกินไปโดยไม่เข้าใจวิธีปฏิบัติทางราชการ แล้วก็โวยวายหาว่าเรากำลังจะฮั้ว เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว และเครือข่ายจะขยายมากกว่านี้” นายภูมิธรรม กล่าว

‘ภูมิธรรม’แนะ‘เท้ง’เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุถาม‘นายกฯ’หลังซักฟอก ฉะ‘ฝ่ายค้านการละคร’

‘ภูมิธรรม’แนะ‘เท้ง’เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุถาม‘นายกฯ’หลังซักฟอก ฉะ‘ฝ่ายค้านการละคร’

‘ภูมิธรรม’แนะ‘เท้ง’เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุถาม‘นายกฯ’หลังซักฟอก ฉะ‘ฝ่ายค้านการละคร’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

‘ภูมิธรรม’แนะ‘เท้ง’เพิ่มวุฒิภาวะมากกว่านี้ เหตุถาม‘นายกฯ’หลังซักฟอก วอน‘ฝ่ายค้าน’ลดท่าทีขึงขัง เอาเป็นเอาตาย เหมือนเล่นละคร

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาขน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯระบุว่า ตั้งใจจะถามนายกรัฐมนตรี ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น แต่นายกรัฐมนตรีเพียงแต่ถ่ายรูป ว่า นายกฯ กวักมือเรียกไปหมด แต่ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ไม่มา แต่ช่วงหนึ่งได้มีนายณัฐพงษ์ และน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินขึ้นมา นายกฯก็ยิ้มให้ นึกว่ามาถ่ายรูปด้วย แต่กลับพูดทำนองว่า เรื่องราวต่างๆ ยังไม่จบ ยังมีอะไรอีกประมาณนี้ ตนมองว่าผู้นำฝ่ายค้านควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ท่านมีหน้าที่อยู่แล้ว ถ้ารู้สึกว่ายังไม่ได้ตอบคำถามอะไร ก็มาตามต่อได้ เพราะอยู่ในสายตาสาธารณชน การขึ้นมาแบบผิดปกติที่เขาทำกัน และพูดจาเหมือนไม่พอใจ ท่านต้องมีวุฒิภาวะมากกว่านี้

“ฝ่ายค้านมีเวลาเยอะ ขอไว้ยังใช้ไม่หมด แล้วจะมาหงุดหงิดอะไร วิธีปิดการอภิปราย ต้องพูดข้อเท็จจริง อะไรผิดตรงไหนชี้ให้เห็นแล้วบอกว่าไม่สมควรไว้วางใจ แต่ไม่ใช่มาตั้งคำถาม  แล้วบอกว่า ตั้งคำถามไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่มีสิ่งใหม่ สิ่งที่เพิ่มคือวาทกรรม และความขึงขัง กิริยาที่รุนแรงน่ากลัว ตนเคยบอกไปแล้วว่าไม่ต้องแสดงท่าทีเอาเป็นเอาตาย เหมือนจะออกรบ แค่บอกปัญหาให้ชัด ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน หลายเรื่องเป็นเรื่องใหม่สำหรับตน เช่น ไอโอ พรรครัฐบาลไม่มีนโยบายเรื่องนี้ ก็จะรับมาไปตรวจสอบ แต่เวลาของรัฐบาลน้อย แต่กลับตั้งคำถาม แม้เป็นดุลพินิจของประธาน แต่ผิดธรรมเนียมที่เคยทำมา ซึ่งเราไม่อยากทำ” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า แต่ตนว่าไม่แฟร์ หยิบประเด็นมาทำขึงขังตั้งแต่ก่อนเริ่ม ว่ามีดีลแลกประเทศ ซึ่งตนว่าไม่เห็นมี การอภิปรายครั้งนี้ ถ้าไปถามประชาชนโดยรวม เขาจะบอกว่าขาดอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเรื่องคอรัปชั่น เรื่องตัวเลข รัฐบาลตายอยู่แล้ว หากมีหลักฐานที่เป็นจริง ไม่อยากให้ฟังเสียงโน้นเสียงนี้แล้วมาคาดการณ์ เพราะตอนนี้เมื่อเราฟังฝ่ายค้านแล้ว ต้องมาค้นหาว่าจริงหรือเปล่า ต้องปรับวุฒิภาวะให้มากกว่านี้ เวลาอภิปรายในสภาไม่ต้องทำท่าขึงขัง เหมือนจะฆ่ากันตาย แค่บอกว่าไปพบปัญหา แล้วให้รัฐบาลจัดการ ถ้ารัฐบาลไม่จัดการ ในสายตาประชาชนอยู่ไม่ได้ อยากให้เปลี่ยนวาทกรรมท่าที ที่เหมือนการแสดงละคร เอาข้อเท็จจริงมาแนะนำและพูดคุยกันดีกว่า

‘ภูมิธรรม’ไม่หวั่นหลังศาล รธน.รับวินิจฉัยคำร้องแทรกแซงการทำงานกกต.ปม ฮั้วเลือกสว.

https://www.naewna.com/politic/872726

'ภูมิธรรม'ไม่หวั่นหลังศาล รธน.รับวินิจฉัยคำร้องแทรกแซงการทำงานกกต.ปม ฮั้วเลือกสว.

‘ภูมิธรรม’ไม่หวั่นหลังศาล รธน.รับวินิจฉัยคำร้องแทรกแซงการทำงานกกต.ปม ฮั้วเลือกสว.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.59 น.

“ภูมิธรรม” ไม่หวั่น หลังศาล รธน.รับวินิจฉัย คำร้องแทรกแซงการทำงาน กกต. ปม ฮั้วเลือกสว. บอกรอคำวินิจฉัย ยันบริสุทธิ์ใจ-ทำตามหน้าที่ -ไม่กังวล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มีนาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ให้สัมภาษณ์หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กรณีประธานวุฒิสภา และ คณะสว. จำนวน92 คนยื่นให้วินิจฉัย ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว. ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน กคพ. สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) (5)  จากกรณีตรวจสอบกระบวนการรับฮั้วสว. เป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายครอบงำการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ว่า  ตนยังไม่ได้ตั้งทีมกฎหมายมา  เพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ เป็นเรื่องที่ปฏิบัติตามปกติ ตนก็ทำหน้าที่ทุกอย่าง และเป็นเรื่องของกฎหมายรอให้ศาลวินิจฉัย ตนไม่วิตกกังวลใดๆ ก็อยู่ดุลยพินิจของศาล และที่ตนไม่วิตกกังวล เพราะรู้ว่าเราทำอะไร เราตามหน้าที่ที่ควรจะทำ ตนเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศก็รู้ว่าตนทำอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเรื่องนี้มีเกมการเมืองอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า รอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทั้งหมดเป็นเรื่องที่อยู่ในสายตาประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนรับรู้เรื่องราวต่างๆ อาจจะรับรู้มากกว่าตนอีก

ถามว่า มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ต่อไปหรือไม่ หากผลออกมาบวกหรือลบ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และถ้าผลออก มาเป็นลบรัฐบาลจะเดินต่อไปได้ หรือจะต้องยุบสภาหรือไม่เนื่องจากนายภูมิธรรม เป็นผู้จัดการรัฐบาล   นายภูมิธรรมกล่าวว่า จริงๆ แล้วไม่ได้คิดอะไรเลย มาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเราถือว่าเราบริสุทธิ์ใจในการทำหน้าที่ของเรา ไม่มีอะไรที่กังวล เรื่องนี้เก็บไว้เลย ไปรอผลการพิจารณาซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของศาล

เมื่อถามว่า หลักฐานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังพิจารณากรณีเรื่อง สว. จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม ส่ายศรีษะก่อนจะกล่าวว่า เราดูตามข้อกล่าวหา ส่วนกระบวนการพิจารณาของดีเอสไอ ก็เป็นไปตามกระบวนการของดีเอสไอ ซึ่งไม่ได้หยุด คนละเรื่องกัน

‘พิชิต’ฟันธง! รัฐบาลอนุมัติ’กาสิโน’ผ่านแน่ ชี้เหมือนเอาเชื้อเพลิงให้ติดไฟ มอดไหม้ตัวเอง!

'พิชิต'ฟันธง! รัฐบาลอนุมัติ'กาสิโน'ผ่านแน่ ชี้เหมือนเอาเชื้อเพลิงให้ติดไฟ มอดไหม้ตัวเอง!

‘พิชิต’ฟันธง! รัฐบาลอนุมัติ’กาสิโน’ผ่านแน่ ชี้เหมือนเอาเชื้อเพลิงให้ติดไฟ มอดไหม้ตัวเอง!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.44 น.

วันที่ 27 มีนาคม 2568  นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เชื้อเพลิง” ระบุว่า วันนี้ กาสิโน จะผ่าน ครม.แน่นอน วาระที่ เลขาฯครม.นำเข้าประชุม โดยไม่สนใจเสียงคัดค้าน จะกลายเป็น เชื้อเพลิงที่ต้องออกเสียงว่า “อุ๊งอิ๊งออกไป”

เชื้อเพลิงที่รออยู่ด้านหน้าคือ แพทยสภา และ ป.ป.ช.

ผลสอบจะออกมาเช่นไร ล้วนเป็นเชื้อเพลิงทั้งสิ้น เพราะประชาชนทั้งประเทศ เขาเห็นความจริงว่า ทักษิณ ชินวัตร ป่วยทิพย์

อยู่ที่ว่า แพทยสภา และ ป.ป.ช.เลือกจะเผาตัวเองหรือไม่

ดังนั้น รัฐบาล เหมือนเอาเชื้อเพลิงมาถือไว้ในมือโดยไม่ดับเชื้อหลายเชื้อเพลิง แถมยังเป่าเชื้อให้เร่งติดไฟ มีแต่จะมอดไหม้รัฐบาลเอง

‘ซักฟอก’เอฟเฟกต์! ‘เทพไท’เปิด 4 เหตุผล ฟันเปรี้ยงมี‘ปรับ ครม.’แน่นอน

‘ซักฟอก’เอฟเฟกต์! ‘เทพไท’เปิด 4 เหตุผล ฟันเปรี้ยงมี‘ปรับ ครม.’แน่นอน

‘ซักฟอก’เอฟเฟกต์! ‘เทพไท’เปิด 4 เหตุผล ฟันเปรี้ยงมี‘ปรับ ครม.’แน่นอน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.38 น.

‘ซักฟอก’เอฟเฟกต์! ‘เทพไท’เปิด 4 เหตุผล ฟันเปรี้ยงมี‘ปรับ ครม.’แน่นอน

27 มีนาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “เอฟเฟกต์ จากศึกซักฟอก” ระบุว่า…

เอฟเฟกต์ จากศึกซักฟอก

หลังจากการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแล้ว มีผู้สื่อข่าวได้ถามนางสาวแพทองธาร เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งนางสาวแพทองธาร ยืนยันว่าไม่ปรับ และมีการวิ่งตำแหน่งกันหลายทาง ลองดูก็แล้วกันว่า วิ่งทางไหนได้ผล

โดยปกติทางการเมืองหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่มากก็น้อย  และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเชื่อว่า จะต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอน แม้ว่านางสาวแพทองธารจะออกมายืนยันว่า ไม่มีการปรับครม. แต่ผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐบาลชุดนี้ คือนายทักษิณ ชินวัตร และอำนาจการตัดสินใจทางการเมือง ก็อยู่ที่นายทักษิณ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง  เป็นผู้กำหนด และบุคคลที่ต้องการเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องวิ่งเต้นกับนายทักษิณ จนนางสาวแพทองธารถึงกับท้าทายว่า ลองดูวิ่งทางไหนจะได้ผล

ผมเห็นว่าการปรับครม.ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ น่าจะมาจากเหตุผล คือ

1.เป็นสไตล์การเมืองของพรรคเพื่อไทย ที่มีการปรับรัฐมนตรีกันบ่อยที่สุด เหมือนเก้าอี้ดนตรี หรือสมบัติผลัดกันชม

2.จะมีการปรับเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ยังไม่มีเหตุที่ต้องไปล้วงลูก และแทรกแซงการปรับรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ

3.ไม่มีการยึดกระทรวงหลักคืน หรือแลกเปลี่ยนกระทรวงกับพรรคร่วมรัฐบาล หรือปรับรัฐมนตรีสลับกระทรวงใหม่

4.ไม่มีการปรับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเอาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมออก หรือเอาพรรคใหม่เข้า จะมีเฉพาะกลุ่มงูเห่าเข้ามาสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เพื่อหวังขอโควต้า รัฐมนตรี เพิ่ม

ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองถึงขั้นยุบสภานั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ด้วยเหตุผล คือ

1.พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้งใหม่ เพราะต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และทุนในการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ยังถอนทุนได้ไม่ครบ 

2.ดีลลับระหว่างระบอบทักษิณกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม 4 ข้อ ทำได้ 2 ข้อ คือ นายทักษิณกลับมาโดยไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว กับได้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คนในครอบครัวชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี

ยังเหลือดีลลับอีก 2 ข้อ คือ พานางสาวยิ่งลักษณ์กลับบ้าน และต้องเอาชนะพรรคประชาชนให้ได้  จนถึงบัดนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ยังกลับมาไม่ได้ และถ้าหากมียุบสภาตอนนี้ ประเมินแล้วว่ายังไม่สามารถเอาชนะพรรคประชาชนได้

จึงทำให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องกอดคอกันไปอย่างทุลักทุเล จนกว่าดีลลับทางการเมืองจะประสบความสำเร็จ และพรรคร่วมรัฐบาลสะสมทุนเพื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่ได้เพียงพอแล้ว