‘อิ๊งค์’บอกเสียดายเงิน‘ช้อปงูเห่า’ เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน‘เท้ง’ใช้วาทกรรมไม่เลิก

‘อิ๊งค์’บอกเสียดายเงิน‘ช้อปงูเห่า’ เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน‘เท้ง’ใช้วาทกรรมไม่เลิก

‘อิ๊งค์’บอกเสียดายเงิน‘ช้อปงูเห่า’ เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน‘เท้ง’ใช้วาทกรรมไม่เลิก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

‘อิ๊งค์’บอกเสียดายเงิน‘ช้อปงูเห่า’ ชี้คอมมอนเซนส์ เสียงเหลือเฟือทำไมต้องจ่าย ย้อน‘เท้ง’ใช้วาทกรรมไม่เลิก หลังถูกจวกยังเป็นนายกฯ ทำคนไทยอายุสั้น

เมื่อเวลา 12.10 น.วันที่ 27 มี.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา ให้สัมภาษณ์หากยังมีนายกฯชื่อแพทองธาร จะทำให้คนไทยอายุสั้นลงจากการบริหารประเทศ ว่า ที่อภิปรายจบไปก็มีคอมเม้นจากทั่วๆกันแล้วว่า ส่วนใหญ่ที่ฝ่ายค้านอภิปรายก็จะเป็นวาทกรรม นี่ก็เป็นหนึ่งในวาทกรรมเช่นกัน เมื่อถามว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯขอบคุณรัฐมนตรีและข้าราชการในการช่วยชี้แจงการอภิปรายที่ผ่านมา และหลังจากนี้ได้มีการกำชับการเดินหน้าการทำงานอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ในการประชุม ครม.ตนได้ขอบคุณรัฐมนตรี ข้าราชการ ที่ได้เตรียมข้อมูลชี้แจง และบอกว่าถ้ามีเรื่องไหนที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับปากท้องประชาชนก็ให้ไปดำเนินการต่อ ตนได้สั่งไปใน ครม.แล้ว

เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามในครม.หรือไม่ว่าพรรคไหนที่ไปซื้อ สส.มาให้โหวตนายกฯ ซึ่งก็มีการเปิดแชทการพูดคุยในเรื่องนี้ออกมา นายกฯ กล่าวว่า “อันนั้นเป็นแชทจริงไหมค่ะ ยังไม่ทราบเลยว่าเป็นแชทจริงไหม อยากทราบจริงๆ เพราะว่าไม่มีการจ่ายตังค์ใดๆทั้งสิ้น จริงๆแล้วมันไม่มี อย่างที่บอกเราคุยกันกับพรรคร่วมฯหมดแล้ว แถมวันก่อนอภิปรายก็คุยอีก แล้วจริงๆเสียงรัฐบาลเราเหลือเฟืออยู่แล้ว ถ้าต้องซื้อก็เสียดายตังค์เหมือนกันใช่ไหมค่ะ มันเหลือเฟือแล้วถ้าไปซื้ออีกก็เสียดายตังค์ มันไม่ใช่คอมมอนเซนส์นะ เราจะไปซื้ออีกทำไมในเมื่อเราเหลือแล้ว ก็ประหยัดตังค์ไว้ไม่ดีกว่าหรือใช่ไหมค่ะ” 

‘จตุพร-พิชิต’ปลุกม็อบบุกทำเนียบค้าน‘พ.ร.บ.กาสิโน’ ยกระดับชุมนุมไล่นายกฯ

‘จตุพร-พิชิต’ปลุกม็อบบุกทำเนียบค้าน‘พ.ร.บ.กาสิโน’ ยกระดับชุมนุมไล่นายกฯ

‘จตุพร-พิชิต’ปลุกม็อบบุกทำเนียบค้าน‘พ.ร.บ.กาสิโน’ ยกระดับชุมนุมไล่นายกฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.27 น.

‘จตุพร-พิชิต’ปลุกม็อบบุกทำเนียบค้าน‘พ.ร.บ.กาสิโน’ ยกระดับชุมนุมไล่นายกฯ

27 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมกับ กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล , นายนัสเซอร์ ยีหมะ , นายอานนท์ กลิ่นแก้ว , นายใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว) , นายใหม่เสมอ จนสุขสำราญ และนางกรองแก้ว วัฒนะกุล จัดการชุมนุมเพื่อ คัดค้านร่างพ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) โดยมีมวลชนที่เดินทางมาจากภาคใต้ และอีกหลายจังหวัด เดินขบวนเข้ามาสมทบกับกลุ่มไม่เอาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ส่วนบริเวณเวที นายพิชิต ได้ขึ้นกล่าวปราศรัย ถึงประเด็นการขับเคลื่อนเรื่องการคัดค้านคาสิโนและการพนันออนไลน์ ตอนหนึ่งว่า ตามที่รัฐบาลที่นำโดย น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินนโยบาย พนันออนไลน์ และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รวมกาสิโนเข้าไปด้วย ตามที่ นายทักษิณ ชินวัตร พ่อของนายกรัฐมนตรี ได้เป็นผู้กล่าวนำในนโยบายนี้ มาก่อนดำเนินนโยบายรัฐที่ ไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาหรือแม้แต่ไม่ใช่นโยบายที่หาเสียงไปเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการบังคับให้ประชาชนยอมรับ ในวาระอื่นที่อาจมีการซ่อนเร้น แอบแฝงของรัฐบาล

ทั้งนี้ การเร่งผลักดันอบายมุข เท่ากับเป็นการสร้างสิ่งมอมเมาให้ประชาชน ซึ่งตรงกันข้ามกับการสร้างคุณภาพชีวิต ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีเราไม่เห็นว่า การที่ประเทศไทย มีการพนันออนไลน์ถูกกฎหมายหรือจะมี กาสิโน จะทำให้ประชาชนชาวไทย “มีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”  ตามคำประกาศหาเสียงของนายกรัฐมนตรีตรงไหนตรงกันข้าม

“ตรงกันข้ามการติดพนันออนไลน์ เข้ากาสิโน มีแต่จะทำลายเกียรติ ทำลายศักดิ์ศรีระบบนี้หมดตัว ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ไร้บ้านอาศัย มากกว่า ทางกลุ่มจึงจำเป็นที่จะขับไล่รัฐบาลต่อไป” นายพิชิต กล่าว

ต่อมาเวลา 11.25 น. นายพิชิต ได้อ่านแถลงการณ์ จากนั้น ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยมี นายตรี อัญชลีสังกาศ (ที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ) พร้อมด้วยนายเอกพร รักความสุข กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง  เป็นผู้แทนรับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายพิชิต กล่าวว่า ถ้าการพิจารณาใน ครม. ให้ พ.ร.บ. นี้ผ่านมติเห็นชอบ วันต่อไปพี่น้องประชาชนจะออกมาร่วมต่อต้านกันมากขึ้น และจะไม่ใช่แค่เพียงการชุมนุมเพื่อต้านกาสิโน แต่จะเป็นการขับไล่นางสาวแพทองธาร  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาล ขอให้คุณคิดกันให้ถี่ถ้วนว่าคุณพร้อมรบกับประชาชนหรือไม่ ถ้าเอาเรื่องบ่อนกาสิโนเข้าครม.วันนี้ นั่นคือการเริ่มต้นของการขับไล่จากประชาชนอย่างเป็นทางการ ถ้าคุณพร้อมจะทำสงคราม วันนี้ก็เอาเข้าครม.ตามที่บรรจุระเบียบในร่างนั้นเอาไว้  นายทักษิณ เคยมีเสียงในสภา 377 เสียง มากกว่ารัฐบาลน.ส.แพทองธาร ยังต้องหนีออกนอกประเทศถึง17 ปี และน้ำหน้าอย่างคุณจะทนแรงเสียดสีจากประชาชนได้อย่างไร

‘สุระ’ฟันฉับนายกฯอิ๊งค์เตรียมปรับ ครม.หลังจบศึกซักฟอก จี้เขี่ย รมต.สังคมกังขาออกไป

'สุระ'ฟันฉับนายกฯอิ๊งค์เตรียมปรับ ครม.หลังจบศึกซักฟอก จี้เขี่ย รมต.สังคมกังขาออกไป

‘สุระ’ฟันฉับนายกฯอิ๊งค์เตรียมปรับ ครม.หลังจบศึกซักฟอก จี้เขี่ย รมต.สังคมกังขาออกไป

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.51 น.

“สุระ”มั่นใจจบศึกซักฟอก แพทองธาร เตรียมปรับครม. วอนเขี่ยรัฐมนตรี สังคมกังขาบริหารงานในอดีตพ้นเก้าอี้

27 มี.ค.68 นายสุระ เตชะทัต เลขาธิการพรรคพลังบูรพา กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ผ่านพ้นไปแล้ว สส.ฝ่ายค้าน ได้นำเสนอแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับการบริหารงานราชการแผ่นดินของนาวสาวแพทองธาร และคณะรัฐมนตรี แต่ผลการลงมติของสส. เสียงส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจรัฐบาลอย่างท่วมท้น หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สิ่งหนึ่งที่มักจะตามมาคือ การปรับคณะรัฐมนตรี

นายสุระ กล่าวว่า ตลอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สส.ฝ่ายค้าน ได้ตั้งข้อสังเกตุ ข้อกล่าวหารัฐมนตรีบางคน เกี่ยวกับผลการดำเนินงานในอดีต โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังโด่งดังทางโลกออนไลน์ การใช้งบประมาณไปซื้ออสังหาริมทรัพย์บางแห่งด้วยมูลค่าสูงเกินจริง การบริหารงานในหน่วยงานที่เคยกำกับดูแล ต่างถูกตั้งข้อสงสัยจาก สส.พรรคประชาชน ที่ได้อภิปรายเอาไว้เมื่อช่วงวันที่ 24-25 มี.ค.ว่า น่าจะมีผลประโยชน์อื่นใดที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่ จากปมประเด็นดังกล่าว เชื่อว่า นางสาวแพทองธาร น่าจะนำมาพิจารณาประกอบการพิจารณาต่อการปรับครม. บางบุคคลที่ถูกสังคมคลางแคลงใจต่อการบริหารงานทั้งในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐบาลแพทองธาร เพียงแต่ว่าช่วงเวลาที่เหมาะสม การปรับครม.กี่ตำแหน่ง กระทรวงใด เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครทราบได้ว่า นางสาวแพทองธาร จะปรับครม.เมื่อใด อาจจะมีการปรับเฉพาะพรรคแกนนำหรืออาจจะปรับในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในการพูดคุยของรัฐบาลด้วยกัน มั่นใจได้ว่า ในการปรับครม.ทุกครั้ง เพื่อทำให้รัฐบาลทำงานอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ โดยเลือกบุคคลให้เหมาะกับงานนั้นๆอย่างแน่นอน

‘หอการค้า’แจงกมธ.พัฒนาศก. ปม ‘อุยกูร์’ทำตามUNแนะนำ ยันไทยส่งกลับยึดกม.ระหว่างประเทศ

'หอการค้า'แจงกมธ.พัฒนาศก. ปม 'อุยกูร์'ทำตามUNแนะนำ ยันไทยส่งกลับยึดกม.ระหว่างประเทศ

‘หอการค้า’แจงกมธ.พัฒนาศก. ปม ‘อุยกูร์’ทำตามUNแนะนำ ยันไทยส่งกลับยึดกม.ระหว่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.42 น.

‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’ เชิญ ‘หอการค้า-พณ.-กต.’ แจงผลกระทบส่ง ‘อุยกูร์’ คืนจีนลามทำเศรษฐกิจชาติเสียหาย จี้‘รัฐบาล’ ทำความเข้าใจ ‘สหภาพยุโรป’ แนะกำหนดยุทธศาสตร์จริงจังหากหวัง FTA ผ่านภายในปีนี้   ด้าน ‘ตัวแทนหอการค้า’ ยันไทยปฏิบัติตามแนวทาง UN ย้ำเรื่องปกติ ‘อเมริกา-ยุโรป’ ก็มีปัญหา

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม   ที่รัฐสภา  นายสิทธิพล  วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุม กมธ.ฯว่า กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ติดตามผลกระทบนโยบายเศรษฐกิจและเศรษฐกิจด้านต่างๆซึ่งปัจจุบันสหภาพยุโรปลง มติประณามประเทศไทย จากผลกระทบที่ส่งชาวอุยกูร์กับประเทศจีน  ซึ่งวันนี้ได้เชิญกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหอการค้าและสมาพันธ์เอสเอ็มอี เพื่อมาสอบถาม  และรับทราบมุมมองว่าเหตุการณ์ส่งอุยกูร์กับประเทศจีนผลกระทบอย่างไรบ้าง  เพราะเบื้องต้นคาดว่ามีผลกระทบไม่มากก็น้อยในมิติการค้าระหว่างประเทศที่สหภาพยุโรปมีมติประณามไทย  ซึ่งจะมีการสอบถามถึงผลกระทบต่อการทำข้อตกลง  เช่น  FTA ไทย-สหภาพยุโรป ที่เดิมรัฐบาลบอกว่าจะเสร็จในสิ้นปีนี้ จะมีการชะลอการลงนามหรือไม่ และยังมีประเด็นที่ไทยกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าเป็นประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)  ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบด้วยหรือไม่

“ความเสียหายนี้จะส่งผลกระทบต่อกรณีที่ทางสหรัฐฯเตรียมออกบัญชีรายชื่อประเทศ ที่จะขึ้นภาษีอากรนำเข้าสินค้ายังมีอีกเรื่องที่การค้าระหว่างไทยกับประเทศมุสลิม และการค้าระหว่างไทยกับประเทศมุสลิมต่างๆจะมีผลกระทบอย่างไร” นายสิทธิพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลระบุว่าได้เชิญทูตยุโรปมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว สามารถช่วยได้หรือไม่ นายสิทธิพลกล่าวว่า  รัฐบาลพยายามทำให้ผลกระทบเกิดขึ้นน้อยที่สุด  แต่การที่เราเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาในวันนี้ ก็จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น และมองเห็นว่าปัจจุบันถึงขั้นตอนไหนแล้ว ส่วน OECD ไทยอาจจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ยาก เพราะติดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และทางประเทศกลุ่มยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพต่างๆก็คงต้องหารือกันว่า กลุ่มประเทศ OECD มองว่าการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนมีผลกระทบกับด้านสวัสดิภาพเขามากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำให้ทั่วโลกมั่นใจว่าไม่กระทบกับสิทธิเสรีภาพของชาวอุยกูร์

เมื่อถามว่าเรื่องการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศควรจะต้องมีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ นายสิทธิพล กล่าวว่า สมควรอย่างยิ่งแม้รัฐบาลจะพยายามย้ำว่าการส่งกลับชาวอุยกูร์ในครั้งนี้ พิจารณาอย่างรอบด้านแล้วและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทย  แต่ในอนาคตผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในมิติเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สมควรที่รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะในสงครามการค้าที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าไม่มีเรื่องนี้ สงครามการค้าก็จะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงเพราะเราเป็นคู่ค้ากับสหรัฐฯในลำดับที่ 10 เราเกินดุลมาตลอด เราอยู่ในลิสต์อยู่แล้ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มมีแนวโน้มซ้ำเติมสงครามการค้าให้รุนแรงขึ้น

นายสิทธิพลกล่าวอีกว่า  รัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์อย่างจริงจังทั้งในมิติของสงครามการค้าและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หาก FTA ไทย-สหภาพยุโรป ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้ตามที่รัฐบาลคาดหวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศในห้องประชุม ตัวแทนหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกังวลและสัญญาณที่เกิดขึ้นว่า  ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในกลุ่มเอกชน ตั้งแต่มีปัญหาเรื่อง IUU เทียร์ 3 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ได้จัดวงเสวนามีตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจเข้ามาร่วม และจากที่ทราบหน่วยงานเอกชนต่างๆของต่างประเทศไม่ได้มีข้อห่วงกังวลในเรื่องดังกล่าว   ยืนยันว่าไทยได้ทำตามแนวทางของสหประชาชาติมาโดยตลอด  ซึ่งทางหัวหน้าส่วนของ IUU เอง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศต้นแบบของประเทศในอาเซียนได้  และทางหอการค้ามั่นใจว่าสามารถตอบคำถามได้ทุกประเด็นได้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ทั้งอเมริกาและยุโรป หรือผู้ค้าด้วยกันเองก็ไม่ได้มีข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว

“หลักการหอการค้าเรื่องอุยกูร์ ทำตามยูเอ็นแนะนำ  ในการปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกประเทศ ก็มีสิทธิในการส่งชาวต่างด้าวกับประเทศเป็นปกติ ไม่ว่าที่อเมริกาหรือยุโรป เพราะในอเมริกาวันนี้ก็มีหลายเคส ปัจจุบันทางยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส เป็นประเทศต้นแบบของสิทธิมนุษยชนก็มีปัญหากับประเทศอัลจีเรีย” ตัวแทนหอการค้าฯ กล่าว

ตัวแทนหอการค้า กล่าวต่อว่า ไทยได้เดินตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ในการปกป้องมนุษยชน ส่วนตัวมองว่าไม่ควรนำประเด็นนี้มาอยู่ในกรอบของข้อตกลงเสรีทางการค้า FTA  เพราะยุโรปและไทย มีความต้องการในฐานเดียวกันใน ข้อตกลงเสรีทางการค้า 2 ฝ่าย โดยเฉพาะภาคเอกชน และสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อคืนนี้ เพิ่งมีการประกาศภาษี 25%  ทำให้กระทบหนักมาก โดยเฉพาะเยอรมนี

ด่วนที่สุด! เปิดรายละเอียด 12 ข้อ ‘ครม.’ไฟเขียวแล้ว‘ร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงฯ’

ด่วนที่สุด! เปิดรายละเอียด 12 ข้อ ‘ครม.’ไฟเขียวแล้ว‘ร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงฯ’

ด่วนที่สุด! เปิดรายละเอียด 12 ข้อ ‘ครม.’ไฟเขียวแล้ว‘ร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.05 น.

‘ครม.’เห็นชอบ.‘ร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงฯ’ตามข้อเสนอของกฤษฎีกา พร้อมส่งสภาฯพิจารณาต่อไป ยันเน้นลงทุน เพื่อการท่องเที่ยว เป็นหลัก‘กาสิโน’ต้องไม่เกิน 10% ของ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ทั้งหมด

27 มีนาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ 

เดิม ครม. มีมติ (13 ม.ค.68 ) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จัดทำโดย กระทรวงการคลัง และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาต่อไปนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ยังคงมีหลักการตามที่ ครม. อนุมัติไว้ แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น 4 ประเด็นหลักดังนี้        

1.กำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายร่วมกัน (เดิมกำหนดให้เป็นนายกรัฐมนตรี)      

2. เพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของ คกก. นโยบาย ในการพิจารณาเรื่องสำคัญที่ต้องเสนอ ครม. เช่น เสนอแนะนโยบายการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือการกำหนดพื้นที่ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อประกอบการ พิจารณาของ ครม.         

3.แก้ไขกลไกการได้มาซึ่งผู้อำนวยการ โดยให้ คกก. นโยบายแต่งตั้ง (จากเดิม คกก. นโยบายแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของ ครม.)    

4.กำหนดกรอบนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรที่ คกก. นโยบายเสนอแนะต่อ ครม.อย่างน้อยต้องประกอบด้วย

* 1.การกำหนดจำนวนใบอนุญาต

* 2.พื้นที่ที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร

* 3. หลักเกณฑ์การพิจารณาร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน

* 4. มาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร

* 5.กำหนดเพิ่มเติมให้พื้นที่ที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจรต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ประกอบด้วย

* 6. (กำหนดใหม่)   ให้กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโน โดยเฉพาะสถานที่จัดให้มีการเล่นพนันซึ่งจะต้องไม่เกินร้อยละ10 ของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน

7.(กำหนดใหม่) กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานบันเทิงถือว่าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับการก่อสร้างและใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามประเภทธุรกิจที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และให้ถือว่าผู้ได้รับใบอนุญาตที่จัดให้มีกาสิโนเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

8. (กำหนดใหม่) กำหนดให้ คกก. นโยบาย กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อควบคุมการประกอบการกาสิโนโดยต้องมี (8.1) การจัดให้มีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (8.2) ระบบควบคุมกาสิโน ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และ (8.3) มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากกาสิโน (เดิมไม่มี)

9. กำหนดให้บุคคลสัญชาติไทยซึ่งจะเล่นพนันในกาสิโนต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คกก. บริหาร กำหนด (เดิมกำหนด ห้ามเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยซึ่งยังมิได้ลงทะเบียนและชำระค่าธรรมเนียมตามที่ คกก. กำหนด)

10. (กำหนดใหม่) ห้ามผู้รับใบอนุญาตหรือบุคคลใดจ้างหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนอื่นใดแก่บุคคลอื่น หรือเพิ่มยอดหรือจำนวนคนเล่นพนันในกาสิโน หรือเพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการเล่นพนันในกาสิโน (เดิมไม่มี)

11. เพิ่มเติมมาตรการปรับเป็นพินัย เช่น ผู้รับใบอนุญาตที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการที่สั่งให้ปฏิบัติข้อกำหนด และปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้บุคคลต้องห้ามเข้าไปในกาสิโน

12. เพิ่มเติมลักษณะการกระทำความผิดที่จะได้รับโทษทางอาญา เช่น การจัดให้มีการเล่นพนันในกาสิโนผ่านการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ หรือถ่ายทอดการเล่นพนันในกาสิโน และกระทำการที่เป็นการเพิ่มยอดหรือเพิ่มจำนวนคนเล่นพนันหรือเพิ่มจำนวนเงินที่ใช้จ่ายในการเล่นพนันในกาสิโน

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน มาแล้ว 3 ครั้ง ในช่วงที่ผ่านมา โดยครั้งที่ 4 ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. –  14 มี.ค. 2568 รวมเวลา 15 วันมีผู้แสดงความคิดเห็น 71,289 คน มีผู้เห็นด้วยร้อยละ 80 จำนวน 57,000 คน  

ทั้งนี้ได้นำความเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมที่เน้นให้ความสำคัญกับการกำหนดโครงสร้างของกฎหมายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบายรัฐบาล การสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลและการป้องกันผลกระทบเชิงลบด้านสังคม การกำหนดพื้นที่สถานที่ตั้งสถานบันเทิงครบวงจรให้มีความเหมาะสม การกำหนดผู้รักษาการร่วมตามร่าง พ.ร.บ.ฯ เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาความคุ้มค่าในการจัดตั้งสำนักงานกำกับสถานบันเทิงครบวงจร ความยืดหยุ่นในหน้าที่และอำนาจของ คกก. นโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ความเหมาะสมขององค์ประกอบ คกก. บริหาร การบูรณาการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสร้างการรับรู้ต่อสังคมในวงกว้าง ต่อไป   ทั้งนี้ที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอ และ ให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป เพื่อพิจารณาในวาระรับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา และแปรญัตติภายในระยะเวลาที่สภาฯ กำหนด  

“ยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนส่งเสริมในส่วนของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่จะส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศเป็นหลัก โดยจะไม่เน้นเรื่องคาสิโนที่มีอยู่เพียงแค่ 10%  และจะดำเนินการตามพ.ร.บ. อย่างเคร่งครัด” นายจิรายุ กล่าว

หยันผู้นำฝ่ายค้านไม่มืออาชีพ 40 ปีไม่เคยเห็นตอดถามนายกฯหลังศึกซักฟอก

หยันผู้นำฝ่ายค้านไม่มืออาชีพ 40 ปีไม่เคยเห็นตอดถามนายกฯหลังศึกซักฟอก

หยันผู้นำฝ่ายค้านไม่มืออาชีพ 40 ปีไม่เคยเห็นตอดถามนายกฯหลังศึกซักฟอก

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.00 น.

“สมศักดิ์”เย้ยผู้นำฝ่ายค้าน ไม่เป็นมืออาชีพ มุ่งเล่นเกมการเมือง  ยันอยู่ 40 ปีไม่เคยเห็น  หวังตอดถามนายกฯหลังศึกซักฟอก พร้อมสอนคณิตศาสตร์ รบ.มี 300 เสียงจะซื้องูเห่าทำไม

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 มีนาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์  เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านเดินไปถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี พร้อมให้นายกฯชี้แจงเพิ่มเติมระหว่างถ่ายรูป เพราะนายกฯยังชี้แจงไม่ครบ แต่ไม่ได้รับคำตอบว่า  ต้องดูพรรคฝ่ายค้านตั้งแต่แรกว่ามีความพยายามเล่นเกมมาตลอด ตั้งแต่เรื่องเวลาอภิปรายที่พอถึงเวลาก็ใช้เวลาตามที่ขอไว้ไม่หมด  นอกจากนี้ ยังเล่นเกมการอภิปราย  ซึ่งตนอยู่ในสภามา 40 ปี ครั้งนี้เปิดอภิปรายนายกฯเพียงคนเดียว  ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของนายกฯ แต่โชคดีที่นายกฯตอบทุกคำถามประชาชนเข้าใจ และรัฐมนตรีช่วยกันตอบเรียบร้อย ทำให้เกมการทำงานของฝ่ายค้านไม่ได้ผล จึงพยายามทำอะไรนอกเกม ตนจึงอยากถามว่ามีความเป็นมืออาชีพหรือไม่

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจกับกระทู้ถามต่างกัน  การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นการกล่าวหาว่าทำอะไรผิดไม่ใช่มาถามเหมือนกระทู้ การวางเกมก็วางกันไป แต่พอมาอภิปรายรัฐบาลมี 300 กว่าเสียงไว้วางใจนายกฯ จากนั้น นายกฯก็ยินดีมาถ่ายรูป แต่สิ่งที่ผู้นำฝ่ายค้านมาถามนอกเกมหรือไม่ เป็นมืออาชีพหรือไม่ ผมไม่เคยเห็นแบบนี้ในสภามา 40 ปีแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

ส่วนที่บอกมีงูเห่าในการลงมติให้นายกฯ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนเรียนหนังสือมา นับนิ้วดูมี 300 กว่าเสียงแล้วจะเสียเงินเสียทองทำไม คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าเรียนหนังสือมาจะเห็น ถ้าพูดเล่นคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เอามาเป็นข่าวสารก็จะเป็นเกมการเมือง ซึ่งเขาวางไว้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยคิดดู

เมื่อถามว่าการซื้องูเห่าเป็นการวิ่งเต้นเพื่อต่อรองเก้าอี้เพิ่มเติมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องคอยดูต่อไปกับสิ่งที่จะแสดงออกมาว่าเป็นเกมที่เขาแสดงไว้หรือไม่

‘สว.สำรอง’ยื่นหนังสือ‘กมธ.ปปช.’ ไล่บี้คุ้ย‘กกต.-แสวง’ปม‘ฮั้วเลือกสว.’

‘สว.สำรอง’ยื่นหนังสือ‘กมธ.ปปช.’ ไล่บี้คุ้ย‘กกต.-แสวง’ปม‘ฮั้วเลือกสว.’

‘สว.สำรอง’ยื่นหนังสือ‘กมธ.ปปช.’ ไล่บี้คุ้ย‘กกต.-แสวง’ปม‘ฮั้วเลือกสว.’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

ร้องต่อเนื่อง! ‘สว.สำรอง’เข้ายื่นหนังสือถึง‘กมธ.ป.ป.ช.’สอบการทำหน้าที่‘กกต.-แสวง’ปม‘ฮั้วเลือก สว.’ เหตุมีท่าทีอิดออด-ไม่สื่อสาร 2 ทาง ด้าน‘ฉลาด’รับลูก จ่อส่งข้อมูลให้‘คณะอนุฯ’ 2 เม.ย.นี้ ก่อนทำรายงาน หาข้อเท็จจริงต่อไป

27 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา กลุ่มสว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว เข้ายื่นตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ต่อนายฉลาด ขามช่วง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่งผลให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภา เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

พล.ต.ท. คำรบ กล่าวว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภามีการกระทำการโดยมิชอบ หรือทุจริตในการเลือก สว.ครั้งนี้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กกต.และนายแสวง ได้รับแจ้งว่าจะมีการนำโพยที่ส่อทุจริตเข้าไป แต่ก็ไม่ได้ทำการแก้ไข จึงเป็นเหตุให้คนส่วนหนึ่งนำโพยดังกล่าวเข้าไปใช้ จนทำให้เกิดความไม่สุจริตเที่ยงธรรมตามมาหลายประการ และพวกเรา ก็ได้ใช้สิทธิ์ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 61 ในการร้องเรียนและคัดค้าน บอกตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการเลือก และมีการนำพยานหลักฐานเอกสารรวมถึงพยานบุคคล ไปให้ กกต. มาอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่า 8 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินการของ กกต.ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลย มีเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้อ้างว่ามีการฟ้องและเพิกถอน

พล.ต.ท. คำรบ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ เราก็ได้พยายามติดตามอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ นอกจากคำว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการ จนกระทั่งเราได้ไปร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเราทราบว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ซึ่งเมื่อเรามีการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า มีความเกี่ยวพันกับคดีอาญาที่เกี่ยวกับเรื่องอั้งยี่ ตั้งแต่กระบวนการแรกก่อนที่จะมีการจับกลุ่มนำประชาชนมาสมัคร ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ได้มีการดำเนินการ จนรับสำนวนคดีนี้เป็นคดีพิเศษ โดยใช้เรื่องการฟอกเงินเป็นคดีพื้นฐาน ขณะนี้ทราบว่า กกต.ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบสวน ในเรื่องส่วนที่เป็นความผิดของการเลือกตั้ง

“แต่เหตุที่จำเป็นต้องมาในวันนี้คือแม้ กกต. จะมีการดำเนินการในภายหลังแล้ว ก็ยังมีทีท่าอิดออด ไม่พยายามดำเนินการตามกฎหมายที่มี เมื่อเราพยายามทวงถาม และแนะนำกระบวนการทำงาน กลับไม่ได้รับการสื่อสารสองทาง แต่อย่างใดเลย จึงใช้ช่องทางนี้ หาความจริงให้ปรากฏอีกส่วนหนึ่ง ว่า กกต.ทั้งองค์กร ไม่แข็งขันเท่าที่ควร ไม่ดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ เพราะฉะนั้น เวลาที่เหลืออยู่อีกแค่ 3 เดือนนี้ ซึ่งยังเหลือเรื่องใหญ่ๆ อีกมาก กกต.ก็ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนพอ เราจึงหวั่นเกรงว่า จะทำให้เกิดความเสียหายในภาพรวม จึงหวังว่าคณะกรรมการธิการ ป.ป.ช.จะเป็นที่พึ่ง และกระตุ้นให้ กกต.กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแท้จริง” พล.ต.ท. คำรบ กล่าว

ด้านนายฉลาด กล่าวว่า พล.ต.ท. คำรบ และคณะ เป็นผู้ที่มีความสนใจต่อปัญหาประเทศชาติ โดยการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ แต่ตามข้อบังคับ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งและสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่นั้น ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยต่อประชาชน และผู้สมัคร ว่าเหตุใดการสรรหาของ กกต. ที่อ้างว่าทำตามกฎหมาย ไม่เป็นไปตามความสุจริตและเที่ยงธรรม จึงเข้ามายื่นเรื่องในวันนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.เป็นองค์กรหนึ่งของสภา แม้เราจะไม่มีอำนาจในการลงโทษบุคคลใด แต่เราจะทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงตามข้อบังคับ และเมื่อได้ความอย่างไรแล้ว จะนำส่งรายงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายฉลาด กล่าวอีกว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการฯ กลั่นกรอง ภายในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ว่าเกี่ยวเนื่องกับอำนาจของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. หรือไม่ หากเกี่ยวเนื่องก็จะมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างต่อทุกคน ว่าเป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการธิการ ป.ป.ช.ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน และจะทำให้ทันตามกำหนดเวลาที่มีอยู่ เชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากมีการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว หากยังขาดตกบกพร่องในส่วนไหน ก็จะขอเพิ่ม เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่ากระบวนการของประเทศไทยยังอยู่ภายใต้กฎหมาย และอาจจะใช้เวลาในช่วงการปิดสมัยประชุมสภา เพื่อดำเนินการตามมติ

นายกฯขอบคุณ ‘ครม.-ส่วนราชการ’ พร้อมนำข้อแนะนำ‘ฝ่ายค้าน’ร่วมแก้ไขปัญหา

นายกฯขอบคุณ 'ครม.-ส่วนราชการ' พร้อมนำข้อแนะนำ‘ฝ่ายค้าน’ร่วมแก้ไขปัญหา

นายกฯขอบคุณ ‘ครม.-ส่วนราชการ’ พร้อมนำข้อแนะนำ‘ฝ่ายค้าน’ร่วมแก้ไขปัญหา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.57 น.

นายกฯขอบคุณ ครม.-ส่วนราชการร่วมกันชี้เแจงอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมนำข้อแนะนำ‘ฝ่ายค้าน’ร่วมแก้ไขปัญหา  สั่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ-ปัญหาปากท้องปชช.เร่งด่วน 

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่ 12 ประจำปี 2568 ในวันเดียวกันนี้ นายกฯ ขอบคุณครม.ทุกท่าน  หัวหน้าส่วนราชการ ที่ช่วยกันชี้แจงทั้งในที่ประชุมสภาฯและนอกสภทฯเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งหลายคำถามที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายสอบถามหรือแนะนำนั้นขอให้ ครม.พิจารณาว่าเรื่องไหน ที่รัฐบาลต้องรับกลับมาดำเนินการ ก็ขอให้เร่งดำเนินการ เพื่อให้มีผลเป็นรูปธรรม

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า นายกฯ ยังเน้นย้ำสั่งการขับเคลื่อนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในทุกส่วนราชการ และทุกองคาพยพ ของรัฐบาล  ที่จะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขอให้ ครม. และส่วนราชการไปพิจารณาเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ และปากท้องและความเดือดร้อนของประชาชน ที่สำคัญขอเน้นย้ำให้ทุกท่านช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาในห้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทุก ๆ เรื่อง เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน.

กกต.เตือน!สมัครส.ท.ทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติผิดกม.-โทษหนัก คุก10ปีปรับ2แสน

กกต.เตือน!สมัครส.ท.ทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติผิดกม.-โทษหนัก คุก10ปีปรับ2แสน

กกต.เตือน!สมัครส.ท.ทั้งที่รู้ขาดคุณสมบัติผิดกม.-โทษหนัก คุก10ปีปรับ2แสน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

กกต.เตือนสมัครนายกเทศมนตรี-สมาชิกสภาเทศบาลทั้งที่รู้ไม่มีคุณสมบัติผิดกม.-โทษหนัก ชวนตรวจสอบข้อมูลถูกจำกัดสิทธิก่อนยื่นใบสมัคร 30มี.ค.-4เม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม  สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้ง (กกต.)ชวนให้ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา เทศบาลและนายกเทศมนตรีศึกษาข้อมูล คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง รวมถึง ตรวจสอบข้อมูลผู้ถูกจำกัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นก่อนยื่นใบสมัครในวันที่ 31 มีนาคม 2568 – วันที่ 4 เมษายน 2568  โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://borasenvices.bora.dopa.go.th/ election/absvote/ หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote ของสำนักงานกกต. หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด

ทั้งนี้ ถ้าผู้ใดลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วปรากฏว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับ เลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ดังนั้น บุคคลที่จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี  ขอให้ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562 หรือทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th และสามารถขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเทศบาลหรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444 หรือ Application Smart Vote

014

‘มังกรหยก’ภาคพิสดาร! ‘อั้งลักโลด’ไร้ปรานี ซัดฝ่ามือ‘มังกรหนีภาษี’ใส่‘ประมุขอิ๊งย้ง’

‘มังกรหยก’ภาคพิสดาร! ‘อั้งลักโลด’ไร้ปรานี ซัดฝ่ามือ‘มังกรหนีภาษี’ใส่‘ประมุขอิ๊งย้ง’

‘มังกรหยก’ภาคพิสดาร! ‘อั้งลักโลด’ไร้ปรานี ซัดฝ่ามือ‘มังกรหนีภาษี’ใส่‘ประมุขอิ๊งย้ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.29 น.

‘มังกรหยก’ภาคพิสดาร! ‘อั้งลักโลด’ไร้ปรานี ซัดฝ่ามือ‘มังกรหนีภาษี’ใส่‘ประมุขอิ๊งย้ง’

27 มีนาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ภาพและเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” ในหัวข้อ “มังกรหยกภาคพิสดาร ตอนที่ 5” ระบุว่า…

#มังกรหยกภาคพิสดาร ตอนที่ 5

งานชุมนุมวิจารณ์กระบี่เริ่มต้นขึ้นแล้ว 

ก่อนหน้าถึงวันนัดหมาย ลิ่วล้อของยอดฝีมือทั้งสอง ออกทีเซอร์และเตรียมการได้อย่างน่าตื่นเต้น

ฝ่ายอิ๊งย้ง ตั้ง 20 องค์รักษ์พิทักษ์ข้อบัญญัติ ล้วนแล้วแต่จอมยุทธ์มากฝีมือลีลา

ฝ่ายเท้งเต็งเอี๊ยง บัญญัติกระบวนท่าฝ่ามือสยบดีลปีศาจ ล้วนเร่งเร้าให้ผู้คนปรารถนาชมการประลองเป็นอย่างยิ่ง

จิวแป๊ะป้อม แม้อายุมากแต่อาศัยใจบันดาลแรง ออกกระบวนท่าสองมือขัดแย้ง หนึ่งตำหนิ หนึ่งลอบชม แถมตอนท้ายยังขอให้โชคดี เรียกเสียงปรบมือลั่นจากผู้ชมโดยรอบ

อิ๊งย้ง กลับลอบยิ้ม เหลือบดูนาฬิกาของตนที่ไม่ได้ยืมเพื่อนและปล่อยกระบวนท่าเสินเจิ้นโต้กลับนิ่ม ๆ แบบถนอมมือแต่ทำให้จิวแป๊ะป้อมกระอักเป็นเลือดออกมา

อั้งลักโลด ใช้ฝีมือ 18 มังกรพิชิตมาร ออกกระบวนท่าที่ห้า “มังกรหนีภาษี” ใส่อิ๊งย้งอย่างไร้ปราณี

อิ๊งย้งเหลือบตาดูอันตรายที่มาถึง พลันนึกถึงเคล็ดวิชา “เคลื่อนย้ายภาษี” ที่ได้รับถ่ายทอดจาก อิ๊งเอียะซือ ผู้เป็นบิดา จึงเพียงถอยหลังหนึ่งก้าว ผลักจ้าวกรมภาษีออกรับฝ่ามือแทน

ตลอดสองวันแห่งการประลองฝีมือ ฝ่ายเท้งเต็งเอี้ยงผลัดกันออกอาวุธนานับชนิดโถมเข้าใส่สตรีร่างเล็ก

ไม่ว่าจะเป็นเพลงกระบี่ 14 ชั้น

หมัดปลาหมอคางดำ 

ฝุ่นพิษ 2.5 

ดาบโรงเตี๊ยมมรณะ

คาถาสัญญาค่าไฟแพง 

กระบี่น้ำแข็งปราบคอลเซนเตอร์ 

ดาบลิซ่าล่าวุฒิภาวะ 

แต่อิ๊งย้งกลับปลอดโปร่งและตอบโต้กลับด้วยกระบวนท่าที่คาดไม่ถึง

“การออกกระบวนท่าล้วนแปลกประหลาด มิใช่คุณหนูเจนวายที่เคยเห็น”

“คุณหนูไปฝึกฝีมือจากอาจารย์ใด กระบวนท่าจึงดุดันอำมหิตผิดแผกไป” เสียงร้องเซ็งแซ่จากบรรดาผู้ชมโดยรอบ

กรงเล็บกระดูกขาว บ๊วยเถี่ยวฮวง กับฝ่ามือเบญจพิษ ลี้มกโช้ว อยู่คนละยุค ไม่เคยปะทะฝีมือเปรียบเทียบว่าใครฝีมือสูงส่งอำมหิตกว่ากัน 

แต่กระบวนท่าของประมุขอิ๊งนั้นกลับละม้ายคล้ายคลึงส่วนผสมของสองวิชาลี้ลับยิ่ง