ครม.เห็นชอบ’พรก.ตลาดทุน’สร้างเชื่อมั่น-เชื่อถือนักลงทุน เล็งจัดคิวเยี่ยมตลาดหุ้น

ครม.เห็นชอบ'พรก.ตลาดทุน'สร้างเชื่อมั่น-เชื่อถือนักลงทุน เล็งจัดคิวเยี่ยมตลาดหุ้น

ครม.เห็นชอบ’พรก.ตลาดทุน’สร้างเชื่อมั่น-เชื่อถือนักลงทุน เล็งจัดคิวเยี่ยมตลาดหุ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบที่กระทรวงการคลังเสนอร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและความน่าเชื่อถือในตลาดทุน ตลอดจนมีมาตรการที่สามารถยับยั้งและปราบปรามการกระทำผิดในตลาดทุนเพื่อรักษาความมั่นคงในเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อถามว่า จะมีการพัฒนาเรื่องตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ต้องเป็นแผนเศรษฐกิจภาพรวมอีกทีหนึ่งว่าจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง เมื่อถามว่านายกฯ จะมีโอกาสไปตรวจเยี่ยมตลาดหุ้นบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีแพลน แต่เดี๋ยวก็คงต้องจัดไป

ครม.เห็นชอบกรอบงบ 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

ครม.เห็นชอบกรอบงบ 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

ครม.เห็นชอบกรอบงบ 69 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.รับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงบประมาณเสนอรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงินงบประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบปี 68 จำนวน 27,900 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 ทั้งนี้ ถึงงบประมาณจะเพิ่มขึ้นจากงบปี 68 แต่เราปรับลดค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่จำเป็นออก โดยเพิ่มเป็นงบลงทุนมากขึ้น ตลอดจนงบประมาณด้านการพัฒนามนุษย์ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมทั้งจัดสวัสดิการสังคม การพัฒนาระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงได้

เปิดรูโหว่‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ชี้เป้าจับตา‘ล็อกสเปคใบอนุญาต’

เปิดรูโหว่‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ชี้เป้าจับตา‘ล็อกสเปคใบอนุญาต’

เปิดรูโหว่‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ชี้เป้าจับตา‘ล็อกสเปคใบอนุญาต’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

จบศึกซักฟอกก็เอาเลย!‘ปชน.’ติง‘รัฐบาล’รีบไฟเขียว‘ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’เกินไป จับตาปม‘ล็อกสเปคใบอนุญาต’

27 มีนาคม 2568 เวลา 12.40 น. ที่รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า สส.ของพรรคประชาชน มีการติดตามอยู่จนคิดว่าหลายเรื่องที่เราเรียกร้องไป รัฐบาลควรสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้สังคมไม่คลางแคลงใจ เช่น ใครจะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ประโยชน์ และจะทำอย่างไรให้กระบวนการออกใบอนุญาตเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีความโปร่งใส ซึ่งประเด็นเหล่านี้ต่างคนให้ความสำคัญและรัฐบาลจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคประชาชนว่ากระบวนการให้สิทธิประโยชน์กระบวนการให้ใบอนุญาตเหล่านี้มีความโปร่งใสจริงๆ

เมื่อถามว่าเป็นการรีบไปหรือไม่เพราะเพิ่งจะจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) นายสิทธิพล กล่าวว่า “เขาอาจจะรีบมากกว่านี้ก็ได้”

เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคประชาชน ต่อร่างกฎหมายดังกล่าวนั้น นายสิทธิพล กล่าวว่า อาจจะต้องนำไปพูดคุยกันภายในพรรคอีกครั้งแต่จุดยืนของพรรคประชาชนเหมือนเดิม โดยพยายามคุยกันว่ากฎหมายที่ออกมาช่วยแก้ปัญหาหรือไม่ ปัญหาหลายอย่างที่รัฐบาลตั้งใจไว้ว่าจะช่วยแก้ได้ผ่านพ.ร.บ.นี้ เช่น ปัญหาการพนันช่วยแก้หรือไม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดการท่องเที่ยวดึงดูดได้จริงหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขคนไทยที่จะเข้าไปเล่นในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นเท่าไหร่ มีเงื่อนไขเป็นอย่างไร

“ทั้งหมดคือรายละเอียดที่พรรคประชาชนอยากเห็น ยังไม่รวมถึงใครจะเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตต่างๆซึ่งวันนี้ภาคเอกชนหรือประชาชนก็มีการบอกว่ามีการล็อกสเปคไว้แล้ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตนและพรรคประชาชนต้องตั้งคำถามต่อไปว่ารัฐบาลควรจะทำให้โปร่งใส และทำให้ประชาชนเห็นว่าถ้าจะมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์แล้วประชาชนได้ประโยชน์” นายสิทธิพล กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะยื่นร่างประกบร่างของรัฐบาลหรือไม่ นายสิทธิพล กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานกมธ. คณะกรรมาธิการ(กมธ.) พัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้

ยอมปรับแก้ข้อที่กังวลแล้ว! ภท.ไม่ขัดข้องร่าง พ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์

ยอมปรับแก้ข้อที่กังวลแล้ว! ภท.ไม่ขัดข้องร่าง พ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์

ยอมปรับแก้ข้อที่กังวลแล้ว! ภท.ไม่ขัดข้องร่าง พ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

”อนุทิน “ ยัน ภท.ไม่ขัดข้อง ร่าง พ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ หลัง ครม.ไฟเขียว เหตุยอมปรับแก้ข้อที่กังวลแล้ว

วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … (เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์) ในส่วนพรรคภูมิใจไทยต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรคหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นร่างที่ได้ผ่านการเห็นชอบจาก ครม. แล้ว ซึ่งก็มีกระบวนการตามขั้นตอนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ รัฐบาลเองก็มีการปรับรายละเอียดมาแล้ว เช่น กาสิโนเหลือแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์เรื่องคนที่เข้าที่ต้องมีรายได้ขั้นต่ำมี 50 ล้านบาท ซึ่งในส่วนกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้มีความเห็นอะไร หากเป็นไปตามนี้ก็ไม่มีปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการมองว่าพรรคภูมิใจไทยขวางกฎหมายฉบับนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เราก็ได้พูดถึงข้อกังวลของเรา แต่เมื่อไม่ได้เกิดขึ้น มีการปรับรายละเอียดลงเยอะ

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ’หวั่น‘ไทย’เสี่ยงโดน‘มะกัน’ขึ้นภาษี จากพิษส่ง‘อุยกูร์’กลับจีน

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ’หวั่น‘ไทย’เสี่ยงโดน‘มะกัน’ขึ้นภาษี จากพิษส่ง‘อุยกูร์’กลับจีน

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ’หวั่น‘ไทย’เสี่ยงโดน‘มะกัน’ขึ้นภาษี จากพิษส่ง‘อุยกูร์’กลับจีน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

‘กมธ.เศรษฐกิจฯ’หวั่น‘ไทย’เสี่ยงโดน‘มะกัน’ขึ้นภาษี จากพิษส่ง‘อุยกูร์’กลับจีน แนะ‘พาณิชย์’เร่งมาตรการช่วยเหลือ 3 ข้อ บี้รัฐบาลสื่อสารให้ชัดจะช่วยเหลือภาคเอกชนอย่างไร 

27 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ฯว่า จากที่เชิญกระทรวงการต่างประเทศ​ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่าได้พิจารณาถึงที่ประเทศไทยได้ส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน และมิติการค้าไทยกับสหรัฐอเมริกา จากคำแถลงของรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ที่แสดงออกมากังวลในเรื่องนี้เช่นเดียวกันว่ามีผลต่อการค้าไทยกับสหรัฐฯหรือไม่ โดยเฉพาะในวันที่ 2 เม.ย. นี้ สหรัฐฯจะออกบัญชีรายประเทศและรายสินค้าว่ามีประเทศไหนที่เสี่ยงโดนขึ้นภาษี และสินค้าไหนที่ถูกขึ้นภาษีบ้าง ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากไทยเกินดุลสหรัฐฯมาก เราอยู่ในลำดับที่ 21

“ดังนั้น วันที่ 2 เม.ย. นี้มีความเป็นไปได้ว่า เราจะโดนภาษี ทั้งภาษีเรียกเก็บจากสินค้าทั่วไป และภาษีเรียกเก็บรายเฉพาะประเทศ โดยเขาจะดูว่าสินค้าใดบ้างที่ประเทศไทยเก็บภาษีสูงกว่าสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตร และมีสินค้าใดบางที่ไทยเกินดุลสหรัฐฯเยอะเช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ เครื่องปรับอากาศ ถือเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าอัตราภาษีที่ไทยเรียกเก็บจากสหรัฐฯ สูงกว่าที่สหรัฐฯเรียกเก็บจากไทยประมาณ ​4-6% ถ้าเอาอัตรานี้มาคำนวณร่วมกับมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไทยส่งไปสหรัฐฯ เรามีความเสี่ยงที่ถูกขึ้นภาษี และหากคิดเป็นเงินบาทเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบอยู่ที่ 1-1.4 แสนล้านบาท”

นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการค้าไทยและสหภาพยุโรปในมุมมองของหน่วยงานที่มาชี้แจง ทั้งส่วนราชการและเอกชนมีความเห็นที่สอดคล้องกันว่าเนื่องจากไทยและสหภาพยุโรป มีความต้องการเร่งเจรจา FTA  ซึ่งในสภาพของสงครามการค้าสหภาพยุโรปจำเป็นต้องเร่งหาตลอดใหม่ๆ ในมุมของคู่เจรจา เห็นว่าน่าจะกระทบต่อการเจรจาFTA ไทย-สหภาพยุโรปไม่มากนัก แต่สิ่งที่เป็นข้อกังวลคือหลังจากที่มีการเจรจาผ่านไปแล้ว แต่ละประเทศที่อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรป จะมีการดำเนินการตามข้อตกลง FTA มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้ทางกมธ.ได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์คือ 1.เร่งพิจารณามาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ​  2.ตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าต่างๆให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันมีจำนวนมากที่สินค้าต่างประเทศใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อส่งออกไปประเทศอื่น ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย และ3. ภาคเอกชนขอให้กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อย หรือSME เพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของ FTA มากขึ้น

นายสิทธิพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมโดยเฉพาะภาคเอกชนมีความกังวลว่าในเดือนมิ.ย. ทางสหรัฐฯจะออกรายงานเกี่ยวกับเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยมีผลกระทบในเรื่องชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน อาจจะเป็นประเด็นหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการจัดลำดับของประเทศไทยหรือไม่ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลสื่อสารไปยังผู้ประกอบการว่าใครได้รับผลกระทบมากก็จะทำให้ภาคเอกชนรับมือได้ทัน และขณะเดียวกันรัฐบาลคงต้องออกแพ็คเกจเพื่อมาช่วย SME รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ว่าเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างไร ซึ่งตนเห็นว่าเป็นความเร่งด่วนที่รัฐบาลอาจจะทำน้อยไป และบอกกับภาคเอกชนน้อยไปว่าควรเตรียมตัวอย่างไร

‘เพื่อไทย’ปัดดึงงูเห่า ทสท.ซื้อตัว ปชน. ย้ำไร้สัญญาณปรับครม.

‘เพื่อไทย’ปัดดึงงูเห่า ทสท.ซื้อตัว ปชน. ย้ำไร้สัญญาณปรับครม.

‘เพื่อไทย’ปัดดึงงูเห่า ทสท.ซื้อตัว ปชน. ย้ำไร้สัญญาณปรับครม.

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.23 น.

‘สรวงศ์’ปัดดึง‘งูเห่า’ ชี้สส.โหวตหนุนนายกฯเป็นเรื่องภายใน‘ไทยสร้างไทย’ ส่วนปมแชตหลุดดูด‘เด็ก ปชน.’ไม่ใช่‘เพื่อไทย’แน่ ย้ำ‘อิ๊งค์’ยังไม่ได้ส่งสัญญาณ‘ปรับ ครม.’

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคไทยสร้างไทย 5 คน ลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา จะย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของพรรคไทยสร้างไทย ตนไม่ก้าวล่วง แต่การจะมาอยู่พรรคเราหรือไม่ หรือจะไปอยู่พรรคไหน เรื่องนี้ยังนอกเหนืออยู่ ขอให้ภายในพรรคไทยสร้างไทยจัดการกันก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับสส.พรรคไทยสร้างไทยหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี ตนคุยกับ สส. 1 คนในพรรคไทยสร้างไทยแค่ในกรรมาธิการ เพราะเคยอยู่กรรมาธิการเดียวกัน แต่ไม่ได้มีเรื่องของการชวนกันมาอยู่ หรือเขามาขออยู่

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการที่ สส.พรรคประชาชนออกมาโพสต์ภาพแชตเรื่องการซื้องูเห่า นายสรวงศ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่ดูข่าว ออกมาแล้วสรุปว่าไม่ได้มาจากพรรคที่กำลังมีจำนวน สส.อะไรอยู่ มาจากพรรคที่ไม่ได้มีตัวตนแล้วด้วยซ้ำ อันนี้ตนไม่แน่ใจ เอาตรงๆ การที่จะเอาอีก 10 เสียงไม่ได้มีประโยชน์อะไร เรามั่นใจอยู่แล้ว และการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายคนอาจจะไม่ทราบหรือไม่ได้ติดตาม อย่างแรกคือ หลักฐาน การพูดจาหรืออะไรต่างๆ มันต้องหนักแน่นกว่านี้ สิ่งที่ออกมาตอนนี้ตนมองว่า การออกข่าวมาว่ามีแชตหลุด ตามหลักความจริงมันไม่น่าเป็นไปได้ แต่ไม่เป็นไร ถ้ามีการทาบทามกันอย่างหนึ่งที่ยืนยันได้คือ ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคไทยก้าวหน้า ที่ลงมติไว้วางใจนายกฯ เป็นเพราะอยากจะมาร่วมงานกับรัฐบาลหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มีหรอก และยืนยันว่า เราไม่ได้ทาบทามอะไรเลย เราทาบทามแต่ที่เราเห็นในข่าว ตนได้รับเกียรติและได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลมาประชุมกันก่อนลงมติว่าเรายังไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งหมดทั้งปวงมีแค่นั้นเอง ส่วนเขาจะเข้ามาขออยู่ด้วยหรือไม่นั้น ขออย่าไปคิดขนาดนั้น เพราะการโหวตเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. แม้แต่พรรคก็มีมติไม่ได้ ซึ่งเป็นวิจารณญาณของแต่ละคน

เมื่อถามว่า การได้ สส.มาเพิ่ม เหมือนทำให้มีสัดส่วนรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า อันนี้ไม่ทราบและไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน เมื่อถามอีกว่า นายกฯมีการส่งสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาแล้วหรือยัง นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มีอย่างที่นายกฯกล่าวไว้ อย่างไรก็ดี โดยส่วนตัวมีชื่อในข่าวว่าจะถูกปรับ จึงอยากฝากสื่อมวลชนด้วยความเคารพจริงๆ ว่า ตัวเองไม่ได้กังวล และการจะออกข่าวโผการปรับ ครม. มันมีผลกระทบกับการทำงาน ไม่ใช่ของตน หรือไม่ใช่กับรัฐมนตรี แต่เป็นของข้าราชการ การออกข่าวแบบนี้มาช่วยคิดถึงประโยชน์ของบ้านเมืองนิดนึง ไม่ใช่ว่าได้ข่าวอะไรมาแล้วโพล่งออกมา ซึ่งบางสิ่งบางอย่างพอไม่เป็นความจริงมันมีผลต่อการทำงานของข้าราชการ การสั่งการอะไรต่างๆ มันก็มีความรู้สึกสงสัย เพราะฉะนั้น ตนฝากจริงๆ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสื่อแล้ว การพูดอะไรหรือเสนอข่าวอะไรออกมาขอให้คำนึงผลประโยชน์ประเทศชาติบ้าง อย่าสนุกปากอย่างเดียว อย่าคิดว่าตัวเองเสนอข่าวก่อนใครอื่นแล้วจะเด่นกว่าคนอื่น ตนขอแค่นี้ และทำงานปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า อาจจะมีการปรับครม.ในส่วนของพรรคเพื่อไทย นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่มี การทำงานของทุกคนมันต้องผ่านอุปสรรค ส่วนที่มีข่าวมาว่าเป็น 3 คนของพรรคเพื่อไทยนั้น นายกฯพูดกับพวกเราว่า ถ้าจะมีการปรับจะมีการบอกกับเจ้าตัวก่อน และจะบอกถึงเหตุผล ยืนยันตนไม่ได้กังวลอะไร จริงๆ เหมือนที่นายกฯบอก อำนาจการปรับ ครม.อยู่ที่นายกฯคนเดียว และนายกฯยังไม่ได้บอกอะไรมา เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าเป็นการปล่อยข่าวหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่อยากคิดแบบนั้น แต่จะได้ข่าวมาจากไหน ได้มาอย่างไรก็แล้วแต่ ในเมื่อเป็นสื่อแล้วการออกมาแบบนี้ตนก็กังวลใจจริงๆ เพราะทราบว่าสื่อมวลชนรู้ดีว่าข่าวการปรับ ครม. หรือการเปลี่ยนตัวมันมีผลต่อการทำงานจริงๆ นโยบายอะไรต่างๆ ที่เราปล่อยไปคนก็คิดได้ว่าทำไปแล้วจะอยู่อีกนานหรือไม่ จะอยู่หรือไม่ แล้วถ้าอยู่ทำอย่างไรหรือไม่ทำอย่างไร ตอนนี้ตนยังทำงานอยู่ รัฐมนตรีทุกคนยังทำงานอยู่ ฉะนั้น อยากให้คิดนิดนึง แต่ก็เต็มที่

เมื่อถามว่า ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ตัวเลขรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยจะเท่าเดิมหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของโควตาและเรื่อง ครม.เป็นอำนาจของนายกฯคนเดียว 

‘อิ๊งค์’ขอไม่ตอบปมสามีขายหุ้น หน้างงๆย้อนถามตอนนั้นเป็น‘นายกฯ’หรือยัง

‘อิ๊งค์’ขอไม่ตอบปมสามีขายหุ้น หน้างงๆย้อนถามตอนนั้นเป็น‘นายกฯ’หรือยัง

‘อิ๊งค์’ขอไม่ตอบปมสามีขายหุ้น หน้างงๆย้อนถามตอนนั้นเป็น‘นายกฯ’หรือยัง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

‘อิ๊งค์’ขอไม่ตอบปมสามีขายหุ้น หน้างงๆย้อนถามตอนนั้นเป็น‘นายกฯ’หรือยัง

เมื่อเวลา 12.15น.วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี โอนหุ้นบริษัท เอ็มดับบลิวพี จำกัด ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้กับเพื่อน แต่ยังไม่มีรายละเอียดในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน จะชี้แจงอย่างไร โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ขายหุ้นอะไรนะคะ”

ผู้สื่อข่าวถึงสอบถามเพิ่มเติมว่าเราพบว่าสามีของนายกฯขายหุ้นบริษัทไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ยืนด้านหลังได้กล่าวว่า ยังไม่ได้เป็นนายกฯ

ขณะที่น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนั้นเป็นนายกฯหรือยังคะ พร้อมทำหน้างงๆ

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า เรื่องเงินที่ไม่ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่อยากตอบเดี๋ยวเซนซิทีฟเยอะขอเว้นไปก่อน

เตรียมเสนอ’ยูเนสโก้’ ขึ้นทะเบียน’ประเพณีลอยกระทง’ มรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

เตรียมเสนอ'ยูเนสโก้' ขึ้นทะเบียน'ประเพณีลอยกระทง' มรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

เตรียมเสนอ’ยูเนสโก้’ ขึ้นทะเบียน’ประเพณีลอยกระทง’ มรดกทางวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

”รัฐบาล“ เตรียมเสนอ ”ยูเนสโก้“ ขึ้นทะเบียน “ประเพณีลอยกระทง” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ 

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงวัฒนธรรมเสนอเอกสารประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ทั้งนี้ ที่ผ่านมานประเทศไทยของเคยเสนอขึ้นทะเบียนรายการมรดกตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แล้วในหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นโขน นวดไทย ในปี 61 และ 62 โนราปี 64 สงกรานต์ ปี 66 ต้มยำกุ้ง ปี 67 กระทั่งปัจจุบันที่เรื่องของชุดไทย และมวยไทย อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก 

นายอนุกูล กล่าวต่อว่า ในคราวที่คณะกรรมการส่งเสริม และรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีมติเห็นชอบให้เสนอประเพณีลอยกระทงของประเทศไทย เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อยูเนสโก โดยให้ทำข้อมูล และพิจารณาให้ตรงกับหลักเกณฑ์ต่างๆของยูเนสโก ซึ่งเราได้ปฏิบัติเรียบร้อย คาดการณ์ว่าจะมีประโยชน์หลายอย่างให้กับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงไปทั่วโลก รวมทั้งเป็นประเพณีที่ส่งเสริมคุณค่าของศาสนาเกี่ยวกับความกตัญญูต่อแม่น้ำ ธรรมชาติ และเสริมสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการอนุรักษ์ประเพณีควบคู่กับการป้องกันสิ่งแวดล้อม สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น เนื่องจากมีการผลิต และจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับประเพณีลอยกระทงเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณภาพ : www.tqm.co.th

ยกแม่น้ำทั้งห้า! ‘อิ๊งค์’แจงยิบเหตุผลครม.ผ่านกฎหมายกาสิโน มุ่งเก็บภาษีใช้พัฒนาประเทศ

ยกแม่น้ำทั้งห้า! ‘อิ๊งค์’แจงยิบเหตุผลครม.ผ่านกฎหมายกาสิโน มุ่งเก็บภาษีใช้พัฒนาประเทศ

ยกแม่น้ำทั้งห้า! ‘อิ๊งค์’แจงยิบเหตุผลครม.ผ่านกฎหมายกาสิโน มุ่งเก็บภาษีใช้พัฒนาประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.09 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’แถลงครม.ผ่านร่างกฎหมาย‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ขอให้สังคมมองภาพกว้างสงสัยพร้อมแจง พูดชัดคุยพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ‘เสี่ยหนู’รีบเสริมเรื่องผ่านครม.แล้ว

เมื่อเวลา 12.15น.วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจน โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการสร้างการท่องเที่ยวแบบใหม่ ไม่ต้องรอการท่องเที่ยวตามฤดูกาล โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นว่า 8 หมื่นรายซึ่ง 80% เห็นด้วย เมื่อครม.เห็นชอบแล้วก็จะส่งต่อไปยังสภาฯพิจารณาต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า อยากจะอธิบายว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มีกาสิโนไม่ถึง 10% อีก90% เป็นฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ความจุ 5 หมื่นคน และอินดอร์สเตเดียม ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีสถานที่รองรับคอนเสิร์ตใหญ่ขนาดนั้นได้ นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำ โรงแรม ร้านอาหาร คาดว่าจะสร้างรายได้ 119,000 -238,000 ล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้น 5-10% ต่อปี รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 12,000 -39,000 ล้านบาทต่อปี และเก็บภาษีจากธุรกิจอื่น 8,000-35,000 ล้านบาทต่อปี ภาษีของกาสิโนขั้นต่ำ 3,264 ล้านบาทต่อปี มีการจ้างงานและอาชีพใหม่ๆในประเทศเพิ่มขึ้น รัฐบาลจะสามารถเก็บภาษีจาก กาสิโน และธุรกิจอื่นๆที่อยู่ในนั้นได้ด้วย เพื่อนำมาพัฒนาประเทศและที่สำคัญจะมีกฎหมายควบคุมป้องกันการติดการพนันและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้ถือเป็นโอกาสของประเทศอย่าไปโฟกัสที่ฟลอร์เดียว และตนก็จะเดินหน้าอธิบายต่อ

เมื่อถามว่าจะใช้ช่องทางไหนอธิบายเพิ่มเติมให้ประชาชนเข้าใจว่ากาสิโนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า ความจริงยังมีเนื้อหาเพิ่มอีก อาชีพใหม่ๆต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วเพราะ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ประกอบด้วยหลายอย่างจะมีการจ้างงาน สำหรับธุรกิจที่มีอยู่ในเมืองไทย สวนน้ำโรงแรม ประชาชนจะเข้าใจ แต่ที่จำเป็นมากคือ อินดอร์สเตเดียมที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ๆ ตนเข้ามาตรงนี้ได้ฟังหลายๆกลุ่มที่เขาอยากจัดงานที่ประเทศไทยเพราะต่างชาติชอบประเทศไทย ออแกไนซ์เซอร์ก็ชอบ แต่สถานที่ของเรายังไม่ใหญ่เพียงพอรับคอนเสิร์ตใหญ่ๆได้ ทำให้หลายครั้งเราพลาดโอกาสดีๆไป

“อันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นถ้าทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้ มีทุกอย่างครบวงจรสามารถจัดงานได้ และเอ็นเตอร์เทนสำหรับครอบครัวได้ด้วย ต้องมองเป็นภาพใหญ่ไม่ใช่เจาะเฉพาะกาสิโน ต้องมองความจริงทั้งหมดทั้งคอมเพล็กซ์ว่ามีอีกเยอะ และแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เวลานักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นซีซั่นแต่อันนี้สามารถเที่ยวได้ทั้งปีจึงขออยากให้มองภาพรวมภาพใหญ่นี้ด้วย”

เมื่อถามว่าสำหรับมิติในสภาฯพรรคร่วมรัฐบาล สว. และม็อบ คิดว่าจะเอาอยู่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราต้องอธิบายไปเรื่อยๆไม่อยากจะพูดว่าจะจัดการได้ทั้งหมดแต่ยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดและพร้อมที่จะตอบด้วยถ้ามีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมที่อยากทราบและอยากรู้อะไรจะตอบและสื่อสารให้มากขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมาได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องนี้เคลียร์หรือยังเพื่อไม่ให้มีปัญหาในสภาฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ”คุยคะคุยแล้ว แต่ในรายละเอียดให้ทางสภาฯเขาทำไปเพราะต้องแก้ให้เหมาะสมที่สุดได้อีก“ พร้อมหันไปมองนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าภูมิใจไทย ที่กล่าวเสริมว่า ”เข้าครม.ไปแล้ว“ ก่อนที่น.ส.แพทองธาร จะกระเซ้าผู้สื่อข่าวว่า ”นี้จะให้มีรายร้าวในพรรคร่วมอีกแล้ว“ ก่อนกล่าวอีกว่าตอนนี้ผ่านไปหนึ่งขั้นก่อน แต่ไม่ได้มีปัญหาอะไรในการคุยเรื่องคอนเซ็ปเนื่องจากเป็นการสร้างโอกาสให้ประเทศมากๆ

เมื่อถามว่าได้วางไทม์ไลน์ว่าเรื่องนี้จะผ่านสภาฯเมื่อไหร่อย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ได้วางไทม์ไลน์ชัดเจนเดี๋ยวต้องไปดูอีกที

เมื่อถามว่าเรื่องเงินฝาก50 ล้าน ต้องว่ากันในสภาฯใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ใช่เรื่องนี้ไปว่าในสภาฯอีกที

เบรกแตก! ‘ส.ส.ปชน.’พลิกลิ้น แถสื่อสารผิดพลาดปมปูด 20 ล้าน ซื้องูเห่า

เบรกแตก! 'ส.ส.ปชน.'พลิกลิ้น แถสื่อสารผิดพลาดปมปูด 20 ล้าน ซื้องูเห่า

เบรกแตก! ‘ส.ส.ปชน.’พลิกลิ้น แถสื่อสารผิดพลาดปมปูด 20 ล้าน ซื้องูเห่า

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

วันที่ 27 มีนาคม 2568 จากกรณีนายกฤช ศิลปชัย ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นภาพแชทไลน์ เผยเรื่องราวที่ได้รับการติดต่อจากบุคคลปริศนา โดยเสนอเงิน 10 ล้านบาท แลกกับการลงมติไว้วางใจนายกฯ ก่อนที่ข้อเสนอจะเพิ่มเป็น 15 ล้าน และ 20 ล้านบาทหากยอมย้ายพรรค พร้อมโบนัสอีก 5 ล้านบาท และ เงินเดือนอีก 250,000 บาท นอกจากนี้ นาย กฤช ยังระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบทราบว่า คือ หมายเลขโทรศัพท์ของกรรมการบริหารพรรคการเมืองหนึ่ง 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า #ทุกคนคะ  “จากงูเห่ากลายเป็นไส้เดือน” โอเค ฟังนะ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้
เมื่อคืน สส. กุด ระยอง โพสต์ แชทไลน์ ที่พูดคุยกับเพื่อนชวนเป็นงูเห่า ซื้อโหวตนายก 20 ล้าน และถ้าถูกไล่ออก ย้ายพรรคจะมีเงินเดือนให้อีก 2.5 แสน พร้อมให้เบอร์ผู้ติดต่อ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ สื่อส้มและด้อมส้มงับข่าวช่วยกันปั่น โยงมาที่พรรครัฐบาล

เช้าวันนี้ พี่กุด ให้สัมภาษณ์ “รายการเจาะลึกทั่วไทย” บอกเช็คเบอร์โทร คนที่ติดต่อขอซื้องูเห่าผ่านเพื่อน เป็น กก. บริหารพรรค เป็นพรรคที่มี สส. ในสภา เป็นพรรคที่มีงูเห่าอยู่หลายตัว ทำให้คนเดาไปว่า อาจเป็นพรรคกล้าธรรมหรือพรรคไทยสร้างไทย

ต่อมา พี่กุด ยอมรับ กับลุงยุดช่อง 3 ที่สื่อสารมาก่อนหน้านี้ผิดพลาด ตรวจสอบใหม่แล้ว คนที่เพื่อนอ้างว่าจะซื้องู เป็นคนของพรรคที่ไม่มี สส. ในสภา เป็นพรรคนูกู ที่ชื่อคล้ายพรรคไทยสร้างไทย

จากนั้น พี่กุด มาแอบเม้นต์ในโพสต์ตัวเองว่า ” ปัจจุบันพรรคนี้สิ้นสภาพพรรคไปแล้วเนื่องจากมีสมาชิกพรรคไม่ครบภายใน 4 ปี “

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ?

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ส.ส.ปชน.’ลากไส้! เปิดแชทไลน์เสนอ 20 ล้าน เป็นงูเห่า แถมมีออปชั่นจ่ายเพิ่ม ถ้าถูกขับ