‘สุริยะ’ ชง ครม. มอบของขวัญให้ ปชช. ช่วงสงกรานต์

'สุริยะ' ชง ครม. มอบของขวัญให้ ปชช. ช่วงสงกรานต์

‘สุริยะ’ ชง ครม. มอบของขวัญให้ ปชช. ช่วงสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.41 น.

“สุริยะ” ชง ครม. มอบของขวัญคมนาคมให้ ปชช. ช่วงสงกรานต์ รอ เลขาครม.บรรจุวาระ แจง พระราม 2 คนเสียชีวิตมาก อุบัติเหตุ ไม่ใช่จากการก่อสร้าง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 มี.ค.  ที่อาคารรัฐสภา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการมอบของขวัญให้ประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ของกระทรวงคมนาคมว่า ขณะนี้ได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนจะบรรจุเมื่อใดต้องรอเลขาธิการครม.

นายสุริยะ กล่าวว่า ส่วนขวัญประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 ของกระทรวงคมนาคม อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมทางพิเศษและมอเตอร์เวย์สายต่างๆ เพิ่มเที่ยวขบวนรถไฟและรถไฟฟ้า เพิ่มเที่ยวรถขนส่งบริการสาธารณะ หรือ บขส. เพิ่มเที่ยวบินจำนวน 124 เที่ยวบินหรือ 25,000 ที่นั่ง พร้อมลดราคาตั๋ว 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเดินทางทางเรือจะให้เจ้าหน้าที่คุมเข้มผู้อำนวยความสะดวก

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการขอขยายเพิ่มตั๋วเครื่องบินจาก 25,000 ที่นั่งหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า เท่าที่หารือกับภาคเอกชนเป็นจำนวนที่เหมาะสมแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ภาคเอกชนให้น้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ

เมื่อถามว่า การเดินทางสัญจรของประชาชนบนถนนพระราม 2 จะปลอดภัยหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า การที่ประชาชนรู้สึกว่าเส้นทางนี้ไม่ปลอดภัยและมีอุบัติเหตุ ซึ่งตนก็ใช้เส้นทางดังกล่าวบ่อย โดยอุบัติเหตุที่เกิดจากการก่อสร้างมีผู้เสียชีวิตไม่กี่ราย และผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้างของบริษัทรับเหมาก่อสร้างและการก่อสร้างจะทำในช่วงกลางคืน ทำให้ประชาชนที่สัญจรบนถนนไม่ได้รับผลกระทบ แต่ทำไมถึงมีการพูดถึงว่า มีการเสียชีวิตเป็น 100 คนบนถนนเส้นนี้ ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุอื่นๆ อาทิ เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ก็เหมือนกับเส้นทางสายอื่นๆ ที่มีการจราจรคับคั่ง ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเมื่อโครงการทางด่วนแล้วเสร็จ อุบัติเหตุตรงนี้ก็จะลดลงและทำให้การจราจรบนเส้นถนนพระราม 2 ลื่นไหลและดียิ่งขึ้น

‘เท้ง’จี้‘อิ๊งค์’แจงปมที่ดิน เตรียมถามสรรพากรเลี่ยงภาษี 218 ล้าน‘ธุรกรรมอำพราง’หรือไม่

‘เท้ง’จี้‘อิ๊งค์’แจงปมที่ดิน เตรียมถามสรรพากรเลี่ยงภาษี 218 ล้าน‘ธุรกรรมอำพราง’หรือไม่

‘เท้ง’จี้‘อิ๊งค์’แจงปมที่ดิน เตรียมถามสรรพากรเลี่ยงภาษี 218 ล้าน‘ธุรกรรมอำพราง’หรือไม่

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.38 น.

‘หัวหน้าเท้ง’จี้‘อิ๊งค์’แจงปมที่ดินโรงแรมวัลเลย์เขาใหญ่ หากตอบไม่ได้ ไม่ควรเป็น‘นายกฯ’ ยันชี้หลักฐานประจักษ์แล้ว ส่อผิดกฎหมาย เตรียมถาม‘อธิบดีกรมสรรพากร’เลี่ยงภาษี 218 ล้าน เป็นธุรกรรมอำพรางหรือไม่ ป้อง‘วิโรจน์’คำฮิต‘กี้กี้’เรื่องของการ์ตูน ไม่ใช่สองแง่สองง่าม

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภา กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝั่งรัฐบาลว่าข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จืดชืด ซ้ำซาก วนไปวนมา  ว่า ตนเชื่อว่าการอภิปรายเมื่อวานนี้(24 มี.ค.)มีข้อมูลที่หนักแน่น ในด้านเนื้อหาค่อนข้างดี และมีหลายเรื่องที่นายกรัฐมนตรีตอบไม่ชัดเจน เช่น เรื่องที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายในประเด็นโรงแรม เทมส์ ลัลลีย์ เขาใหญ่ ที่เป็นของครอบครัว ชินวัตร และตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ นิคมสร้างตนเอง – ต้นน้ำลำธาร ที่ห้ามออกโฉนด ซึ่งในวันนี้ก็จะเป็นโอกาสที่นายกฯต้องชี้แจง รวมถึงเรื่องอื่นๆที่ยังชี้แจงไม่เพียงพอ เช่น ประเด็นฝุ่นPM 2.5 โดยตัวเลขที่รัฐบาลนำมาชี้แจงเรื่องอ้อยนั้นเป็นตัวเลขในระบบ ซึ่งในข้อเท็จจริงยังมีการเผาอ้อยที่อยู่นอกระบบอีกจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายค้านอยากให้พิจารณาเรื่องพื้นที่การเผามากกว่า

เมื่อถามว่า กรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน อภิปรายในประเด็นการเลี่ยงภาษี 218 ล้านบาท โดยวิธีออกตั๋วPN ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่มีการซื้อขายของคนในครอบครัว น.ส.แพทองธาร ชี้แจงชัดเจนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าอยู่ที่มุมมองและสิ่งที่ต้องการอธิบาย ส่วนที่นายกฯตั้งคำถามกลับมาที่ฝ่ายค้านว่าให้ลองไปถามคนที่ทำธุรกิจดูใครๆก็ทำแบบนี้นั้น ตนคิดว่าอันนี้นายกฯตอบคำถามไม่ตรง และเชื่อว่าประชาชนก็เห็นว่าการทำแบบนี้เป็นธุรกรรมอำพราง ที่จะหลบเลี่ยงภาษี ตนคิดว่า การหลบเลี่ยงภาษีกับการบริหารภาษี มีเส้นแบ่งบางๆ ซึ่งตนมองว่าเป็นการจงใจหลีกเลี่ยงภาษีมรดก

เมื่อถามว่า การกระทำของนายกฯ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วหรือไม่ นาย ณัฐพงษ์กล่าวว่า เราจะทำความเห็น ไปสอบถามเรื่องนี้กับอธิบดีกรมสรรพากร ว่าการทำธุรกรรมแบบนี้ กรมสรรพากรว่าอย่างไร

เมื่อถามต่อว่า จะมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรมอย่างร้ายแรงกับนายกฯเมื่อไหร่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้โอกาๆ นายกฯชี้แจงในวันนี้อีกครั้ง และขอให้จับตาเรื่องโรงแรม เทมส์ ลัลลีย์ เขาใหญ่ ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ การที่เรามีนายกฯที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เป็นสิ่งที่หลักฐานเชิงประจักษ์ ถ้านายกฯตอบไม่ได้ หรือไม่สามารถหักล้างได้ ก็ถือเป็นคุณสมบัติส่วนตัวที่ไม่ควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามต่ออีกว่า การอภิปรายในวันนี้จะมีการปรับรูปแบบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การอภิปราย เมื่อวานที่ผ่านมา จบในเวลา 02.00 น. ซึ่งน้อยกว่าเวลาที่ขอไว้ คือ 05.30 น. ตนขอชื่นชมทุกฝ่าย รวมทั้งประธานในที่ประชุมที่ควบคุมเวลาได้ดี และวันนี้อยากให้ติดตามการอภิปราย เพราะยังมีไฮไลท์เป็นข้อมูลทีเด็ดดีๆ อยากให้ประชาชนติดตามจนถึงเวลาสุดท้าย และถ้ามีการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ก็คาดว่าจะอภิปรายเสร็จก่อนเวลาเที่ยงคืนวันนี้ และลงมติกันในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.)

เมื่อถามว่า มองอย่างไรกรณีคำว่า “กี้กี้” ที่ทำให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหมไม่พอใจ เพราะเป็นการสื่อความหมายสองแง่สองง่าม นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดไปในทางไม่ดี หากเมื่อวานดูกระแสของสื่อมวลชน และสังคม ส่วนใหญ่ทุกคนเข้าใจคำนี้ดี ที่นายวิโรจน์ต้องการสื่อสารนั้น เกี่ยวข้องกับการ์ตูนและภาพยนตร์ในสมัยก่อน สิ่งที่นายกฯลุกขึ้นมาตีความนั้นอาจเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด และหากสื่อสารไปทางนั้นก็ไม่สร้างผลลัพธ์ที่ดี อะไรในสังคมเลย

‘ภูมิธรรม’เปิดความหมาย‘กี้กี้’ ซัดด้อยค่าสตรี หยามฝ่ายค้านถ้ามีหลักฐานชม.เดียวก็ตายแล้ว

‘ภูมิธรรม’เปิดความหมาย‘กี้กี้’ ซัดด้อยค่าสตรี หยามฝ่ายค้านถ้ามีหลักฐานชม.เดียวก็ตายแล้ว

‘ภูมิธรรม’เปิดความหมาย‘กี้กี้’ ซัดด้อยค่าสตรี หยามฝ่ายค้านถ้ามีหลักฐานชม.เดียวก็ตายแล้ว

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.22 น.

‘ภูมิธรรม’ขอจบความหมาย‘กี้กี้’ไม่พูดแล้ว แต่ย้ำเปิดกูเกิ้ลพบเป็นภาษาตากาล็อกแปลว่า‘จิ๊มิ’ ซัดด้อยค่าสตรี ท้ามีหลักฐานเปิดเลย ไม่ต้องซักฟอกถึง 30 ชม. ชั่วโมงเดียวก็ตายแล้ว

25 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำหนินายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายหยาบโลน ใช้คำว่ากี้กี้กับ สส.สตรี ว่า เรื่องนี้จริงๆ ตนไม่อยากพูดแล้ว แต่ถ้าพูดคำว่ากี้กี้ ตนอาจไม่ทันกับยุคสมัย ตนไปเปิดดูในอินเตอร์เน็ต จริงๆ แล้วคำว่า กี้กี้ มีหลายความหมาย เป็นความหมายที่เรียกไอ้มดแดง ก็ว่าไป ถ้าคุณเปิดกูเกิ้ลดู ท่านจะรู้ว่านี่คือภาษาตากาล็อก หมายถึงอวัยวะเพศหญิง หมายถึงจิ๊มิ หมายถึงอะไรต่างๆ ตนว่า คนที่มีวุฒิภาวะ อภิปรายเนื้อหาก็อภิปรายไป อย่าเอาเรื่องอย่างนี้มาเสียดสี และพูดพาดพิงไปถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้หญิง ไม่อยากให้ใช้คำสองแง่สองง่ามแบบนี้มาทำลายด้อยค่าคนอื่น ตนว่ามันแสดงถึงวุฒิภาวะที่น้อย แต่ตนไม่อยากจะพูดแล้ว พอแล้วเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มองว่า มีมาตรฐานต่ำลงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอรอฟังให้จบทั้งหมดก่อน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.เรานั่งรอฟังตลอดจนค่ำ ขออย่างเดียวอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามความหมายมันคือ ติติง เห็นว่า ถูกผิด มีเหตุมีผลในการนำเสนอว่า จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่มานั่งไปพูดไป เสียดสีไป ด้อยค่าคนไป มันไม่สนุกหรอก คนที่มีวุฒิภาวะ มีมารยาท เขาไม่อภิปรายแบบนี้ ไม่พูดแบบนี้ จริงๆ ตนผิดหวัง คิดว่าน่าจะมีการพูดคุยที่มีประเด็น เพราะเราเพิ่งเข้ามาทำงานเพียง 6 เดือนเอง อันนี้เป็นการอภิปรายที่มีความเคียดแค้นอยู่ อยากจะเอาชนะให้ได้และรู้สึกผิดหวัง ตั้งแต่การเริ่มต้น พยายามที่จะไปขุดอดีต ตนเพิ่งฟังนายวิโรจน์ออกทีวีแล้วบอกว่า รำคาญกับพวกที่มาประท้วง ซึ่งคิดว่า หากไม่พูดอะไรที่เป็นสองแง่สองง่ามก็ไม่มีคนประท้วง อยู่ๆ พูดดีๆ มีคนประท้วงคนนั้นก็บ้าแล้ว ไม่มีหรอก มันต้องมีเหตุ คุณตั้งใจจะพูดแล้วไปกลบในสิ่งที่คนอื่นพูดทั้งหมด

“คุณด้อยค่าคนอื่น เอาผู้นำที่เป็นเพศหญิงมาพูดให้เหมือนของต่ำ มันไม่เป็นประโยชน์ เกือบทุกเรื่องวันนี้ที่พูดดีก็โอเค แต่หลายเรื่องเสียหาย เหมือนกับที่ผมพูดว่าคุณพูดไม่จริง ถ้าคุณอยากพิสูจน์ก็เอามาพิสูจน์ แล้วผมมีหลักฐานทุกอย่างให้พิสูจน์ เอาแบบนั้นดีกว่า ถ้ามีหลักฐานจริงเอามาเปิด เขาโต้ไม่ได้เขาก็ผิดไปเอง ถ้าเราโต้ไม่ได้เราก็ผิดไปเอง แต่ถ้าเราโต้ได้ เอามาดูให้ประชาชนตัดสิน ผมอยากให้การอภิปรายมีสาระ และไม่สร้างความรำคาญใจ ถ้ามีหลักฐานแล้วพูดกันได้ชัดเจน ไม่ต้องใช้เกือบ 30 ชั่วโมงนี้หรอก ชั่วโมงเดียวก็ตายแล้ว ฉะนั้น ถ้าไม่มีประเด็นก็ไม่ต้องมาเลียบค่าย แล้วทำให้เกิดการด้อยด่า เกิดความไม่เชื่อมั่นในประเทศของตัวเอง ผมว่าคนมีวุฒิภาวะเขาไม่ทำกัน” นายภูมิธรรม กล่าว

‘อินฟลูดัง’ซัด’วิโรจน์’ จะกะล่อนอย่างไร แต่ใครๆก็รู้’ไอ้หน้ากี้กี้’ ทำสภาเสื่อม

'อินฟลูดัง'ซัด'วิโรจน์' จะกะล่อนอย่างไร แต่ใครๆก็รู้'ไอ้หน้ากี้กี้' ทำสภาเสื่อม

‘อินฟลูดัง’ซัด’วิโรจน์’ จะกะล่อนอย่างไร แต่ใครๆก็รู้’ไอ้หน้ากี้กี้’ ทำสภาเสื่อม

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.32 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2568 พราหมณ์อิศรา อินทร์ยา อินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองช่อง ใน TikTok โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ช่วงหนึ่ง นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ลุกประท้วงว่า “ไม่รู้สี่รู้แปด”

ต่อมา นายวิโรจน์ จึงถามว่านางนุชนาถประท้วงตามสัญญาว่าจ้างข้อไหน ทำให้นางนุชนารถไม่พอใจ ขอให้ถอนคำพูด นายวิโรจน์ จึงยอมถอนและกล่าวว่า “ก่อนจะประท้วง ขอให้ท่านผู้ประท้วง“ร้องกี้ก่อนได้มั้ยครับ”

โดยระบุว่า  #ไอ้หน้ากีกี้ จะกะล่อนอย่างไร แต่ใครๆก็รู้ว่า #กีกี้ เป็นคำแสลงในภาษาจีน หมายถึงอวัยวะเพศหญิง การที่ สส ส้มเอามาพูดกันสนุกปากในสภา จึงทำให้เสื่อมคุณค่าในการอภิปราย กลายเป็นความ เถื่อน ถ่อย สถุน ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ สส พรรคนี้โดยมาก กากจริงๆท่าน

อาถรรพ์หมายเลข4 ‘สมชาย’แนะฝ่ายค้าน อยากมีหมัดเด็ดน็อคนายกฯ ต้องซักฟอก มาตรา 144

อาถรรพ์หมายเลข4 'สมชาย'แนะฝ่ายค้าน อยากมีหมัดเด็ดน็อคนายกฯ ต้องซักฟอก มาตรา 144

อาถรรพ์หมายเลข4 ‘สมชาย’แนะฝ่ายค้าน อยากมีหมัดเด็ดน็อคนายกฯ ต้องซักฟอก มาตรา 144

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.59 น.

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า #อาถรรพ์หมายเลข4 #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #อุ๊งอิ๊ง 

มาตรา144 ของรัฐธรรมนูญนี้มีความสำคัญยิ่ง ในการป้องกันมิให้มีการแปรญัตติตัดลด ไม่ให้นำเงินงบประมาณแผ่นดิน ไปเล่นแร่แปรธาตุใดๆ เพื่อประโยชน์ทั้งตรงและทางอ้อม  บอกใบ้ให้ฝ่ายค้าน ถ้าอยากมีหมัดเด็ดน็อคนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล จริง ลองเร่งศึกษาหาข้อมูล เปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา144  เพื่อเอาผิดได้เลยครับ   งานนี้knock out แน่นอน  #หลักฐานเพียบ #ขออย่ามวยล้มต้มคนดู

‘อดีตรมว.คลัง’ ฟันธง! ตั๋ว PN เป็นนิติกรรมอำพราง ความผิดสำเร็จไปแล้ว

'อดีตรมว.คลัง' ฟันธง! ตั๋ว PN เป็นนิติกรรมอำพราง ความผิดสำเร็จไปแล้ว

‘อดีตรมว.คลัง’ ฟันธง! ตั๋ว PN เป็นนิติกรรมอำพราง ความผิดสำเร็จไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.39 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความว่า ตั๋วสัญญาจะไม่ใช้เงิน?

เฟสบุค กรณ์ จาติกวณิช วิจารณ์เรื่องตั๋วสัญญาใช้เงินของ นรม ว่า ผู้อภิปรายคุณวิโรจน์เองยังใช้คำว่า ‘ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย’ แสดงว่าผู้อภิปรายก็ไม่ได้ฟันธงว่าผิดแบบขาวแบบดำ และอธิบายว่า ถึงแม้ตั๋ว PN ไม่มีการระบุว่าต้องชำระหนี้เมื่อใดแถมไม่มีดอกเบี้ยด้วย เหมือนกับเป็นหนี้เทียม

ในทางธุรกิจผิดปกติแน่นอน แต่ก็อาจจะอธิบายได้ว่าเป็นธุรกรรมภายในครอบครัว คือ ลูกสาวขอติดเงินไว้ก่อน ก็ไม่ผิดปกติที่จะบอกเขาว่า ‘ไม่เป็นไร มีเมื่อไรค่อยเอามาใช้‘ ส่วนการไม่คิดดอกเบี้ยกับลูกก็เข้าใจได้ (ส่วนกรณีนี้สมเหตุสมผลหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

ผมตั้งข้อสังเกตดังนี้

1 หลักกฎหมายถือ substance over form หมายความว่า ยึดเอาผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก มากกว่ารูปแบบกฎหมาย

ดังนั้น ถึงแม้กรณีนี้ จะใช้รูปแบบตั๋วสัญญาใช้เงิน แต่ถ้าเอาสามัญสำนึกของวิญญูชนมาจับ กรณีเจตนาเป็นตั๋วสัญญาที่ไม่คิดจะใช้เงิน ก็ต้องถือเป็นนิติกรรมอำพราง ต้องเริ่มต้นก่อนว่า ทรัพย์สินเดิมอาจจะซุกไว้ในที่มืด เมื่อจะเอาออกมาที่สว่าง ถ้าการโยกย้ายเกิดมีภาระภาษี ก็ควรจะต้องเสียเต็มกติกา กรณีถ้าหากจะหนีภาษี วิธีง่ายสุดก็คือ เปลี่ยนจากการให้ ที่ต้องเสียภาษี ไปเป็นการขาย ที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยทำเอกสารลวง ไม่ต้องกำหนดวันชำระเงิน ไม่ต้องกำหนดดอกเบี้ย คือเป็นตั๋วสัญญาจะไม่ใช้เงินนั่นเอง

2 ถ้าผู้รับยังไม่มีเงินจะจ่ายค่าหุ้น ก็ต้องรอไว้จนกว่าจะมีเงิน กฎหมายกำหนดว่า การรับและการให้ ผู้รับต้องเสียภาษี ดังนั้น ถ้าหากเป็นการยกให้ ก็ต้องไม่ลวงว่าเป็นการขาย ถ้าสมมุติอยากให้ผู้รับหุ้น ต้องจ่ายเงินค่าหุ้นจริง ก็จะต้องรอไว้ก่อน จนกว่าผู้รับจะมีรายได้มากพอที่จะจ่ายค่าหุ้น ไม่ใช่ไปทำนิติกรรมอำพราง นอกจากนี้ ผู้ให้หุ้นส่วนใหญ่ ก็ไม่ใช่พ่อแม่ แต่เป็นพี่สาว 2,388 ลบ, พี่ชาย 335 ลบ, ลุง 1,315 ลบ, ป้าสะไภ้ 258 ลบ มารดาเป็นผู้ให้หุ้นเพียง 136 ลบ ไม่มีเหตุผลที่วิญญูชนจะเชื่อว่า พี่สาว/พี่ชาย/ลุง/ป้าสะไภ้ จะต้องรีบร้อนขายหุ้น ทั้งที่ผู้รับยังไม่พร้อมจะจ่ายเงิน

3 อาจมีภาระภาษีก่อนหน้า พี่สาว/พี่ชาย/ลุง/ป้าสะไภ้ ที่อ้างว่า ไม่ได้ให้หุ้น แต่อ้างว่าเป็นการขายหุ้น จะต้องพิสูจน์ว่าราคาขายสมเหตุสมผลหรือไม่ และกรมสรรพากรอาจจะตีมูลค่าแท้จริงสูงกว่าราคาพาร์ก็ได้อีกทั้งกรมสรรพากรอาจสมควรมีการตรวจสอบว่า พี่สาว/พี่ชาย/ลุง/ป้าสะไภ้ ได้หุ้นมาอย่างไร ถือเป็นรายได้ที่บุคคลเหล่านี้จะต้องเสียภาษีหรือไม่รวมทั้ง ปปช อาจสมควรมีการตรวจสอบว่า หุ้นในครอบครองของบุคคลเหล่านี้ ได้มาโดยชอบ หรือเป็นขบวนการซุกหุ้นของบุคคลในครอบครัว ที่ต้องยึดหรืออายัดคืน หรือไม่

4 ความผิดสำเร็จแล้วคุณกรณ์กล่าว นายกฯได้ชี้แจงว่า ‘เดี๋ยวปีหน้าก็จะเคลียร์หนี้แล้ว’ และได้ชี้แจงว่าหนี้ส่วนนี้ก็ได้มีการรายงาน ปปช. มาตลอดผมตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากมีการกระทำนิติกรรมอำพราง ความผิดได้สำเร็จไปแล้ว การเคลียร์หนี้ไม่ได้ทำให้ลบล้างความผิดที่เกิดขึ้นไปแล้วทั้งนี้ นรม ยื่นรายงาน ปปช เป็นครั้งแรก จึงไม่สามารถอ้างว่าได้มีการรายงาน ปปช. มาตลอด และการรายงาน ปปช. ก็ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติถูกต้องตามกฎสรรพากร

5 ภาระภาษีไม่ใช่เกิดขึ้นเมื่อจ่ายเงินจริงเมื่อบุคคลหนึ่งได้รับหุ้น เป็นการให้ ภาระภาษีเกิดขึ้น ณ วันที่ได้รับหุ้น ไม่ใช่วันที่มีการจ่ายเงินสิ่งที่ นรม อ้างว่า ภาระภาษีเกิดขึ้น เมื่อมีการชำระเงิน จึงไม่ถูกต้อง

‘ทนายแจม’ โพกผ้าแดง ‘เรา รัก ทักษิณ’ ก่อนโยนทิ้ง อัด ‘นายกฯ’ แลก ‘ดีลปีศาจ’ เพื่อพ่อ

‘ทนายแจม’ โพกผ้าแดง ‘เรา รัก ทักษิณ’ ก่อนโยนทิ้ง อัด ‘นายกฯ’ แลก ‘ดีลปีศาจ’ เพื่อพ่อ

‘ทนายแจม’ โพกผ้าแดง ‘เรา รัก ทักษิณ’ ก่อนโยนทิ้ง อัด ‘นายกฯ’ แลก ‘ดีลปีศาจ’ เพื่อพ่อ

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.10 น.

ศึกซักฟอกวันแรกผ่าน! เหลือเวลาอีก15ชั่วโมงครึ่ง จ้อต่อพรุ่งนี้เช้า ด้าน ‘ทนายแจม’ โพกผ้าแดง ‘เรา รัก ทักษิณ’ ก่อนโยนทิ้งกลางสภาฯ ซัดไม่เห็นหัวคนร่วมต่อสู้ อัด ‘นายกฯ’ แลก ‘ดีลปีศาจ’ เพื่อพ่อ ตอกฝาโลง ย้ำคำ 2 มาตรฐานทั้งที่ ‘ชายคนนั้น’ ก็เคยโดน 

25มี.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี) โดยน.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่านายกรัฐมนตรีลอยตัวเหนือปัญหาไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตัวเองและครอบครัว ประพฤติตนเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดโดยมีบุคคลในครอบครัว เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง ที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา ภายตั้งรัฐบาลที่ดีลกัน บนผลประโยชน์ทับซ้อน ของชนชั้นนำ คนไทยต้องสูญเสียไปเท่าไหร่ เพื่อให้คนบางคนกลับบ้าน เพื่อให้ประเทศไทยต้องเสียหายเท่าไหน เพื่อให้ “แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และการดีลแลกประเทศในครั้งนี้ต้องแลกกับความยุติธรรม และสิทธิเสรีภาพของประชาชนขณะที่ประชาชนถูกทิ้งไว้นอกกระดาน  เพราะเป็นดีลล้มกระดาน รัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้ว การจับมือตั้งรัฐบาลราวกับว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการต่อสู้ของประชาชนมาก่อนเลย ดังสุภาษิตที่ว่า ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ เมื่อผู้มีอำนาจดีลกัน ประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสมการอีกต่อไป

น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า  นายกรัฐมนตรีเคยกล่าวไว้ว่า ทันทีที่ได้เป็นรัฐบาลจะขอความเมตตาต่อศาล ให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทางการเมือง และพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข มาตรา 112 เพราะว่า ถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมืองแต่ปรากฎว่า ปัจจุบัน รัฐบาลนี้ยังมีการฟ้องร้องคดีทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มีผู้ต้องหาทางการเมืองอย่างน้อย 39 คน และมี 23 คนในจำนวนนี้ที่ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน คือสิทธิในการประกันตัว ระหว่างการต่อสู้คดีนโยบายนิรโทษกรรมให้ประชาชน แต่พรรคเพื่อไทยกลับหายไปกับสายลม กลัวอำนาจมืดที่อยู่เบื้องหลัง กลืนน้ำลายตัวเอง ให้อดีตผู้นำจากตระกูลชินวัตรกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง คว่ำกฎหมายสำคัญเพื่อแลกกับการที่จะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด เพื่อพ่อ เพื่อครอบครัวของท่าน “คนอื่นไม่ได้มีพ่อเหมือนท่านหรือคะ”  

น.ส.ศศินันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังตีหมุด ตอกฝาโลง ย้ำความสองมาตรฐาน นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทยทำให้ความสองมาตรฐานกลับมาอีกครั้ง ในกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร หรือพ่อของท่าน ไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว 

เมื่อถึงตรงนี้นายพิเชษฐ์ ประธานในที่ประชุม ได้ขอให้ถอนชื่อนายทักษิณออก เพราะให้ออกจากญัตติไปแล้ว ทำให้น.ส.ศศินันท์ อภิปรายขอเปลี่ยน เป็น “ชายคนนั้น”  ก่อนจะระบุว่า ชายคนนั้นไม่ต้องติดคุกเลย แม้แต่วันเดียว รวมถึงได้รับการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี ซึ่งนักโทษคดีทางการเมืองทั่วไป ที่ไม่ใช่พ่อนายกรัฐมนตรี หรือชายคนนั้น ยอมให้ส่งตัวไปรักษาก็ช้ามาก ทั้งที่เป็นเคสใกล้วิกฤต เทียบกรณี การเสียชีวิตในเรือนจำ ของ “บุ้ง” น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม เดือนพ.ค.นี้ ยังไม่ได้ไตร่ สวนการตายเลย  

“กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน เกิดขึ้นในรัฐบาลของแพทองธาร ขึ้นกับคนที่เคยใช้และเกิดขึ้นกับคนที่เคยใช้คำนี้เอง เจ้าของวลี กลับเป็นคนที่ได้รับอภิสิทธิ์นั่นเอง ชายคนนั้น ที่เคยบอกไว้ว่า ตัวเองถูกกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานเล่นงาน ในวันนี้ท่านกลับได้รับอภิสิทธิ์ นั้นเอง ยังต้องถามอีกหรือไม่ว่า ดีล ครั้งนี้ชินวัตรได้อะไร”น.ส.ศศินันท์ กล่าว
น.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ตนเติบโตมาสนใจการเมือง เพราะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ท่านจุดประกายความคิดให้เด็กคนหนึ่ง 20 ปี เมื่อท่านถูกรัฐประหาร ตนก็ร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดง ด้วยความเชื่อเหลือเกินว่าประเทศของเราจะมีประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์จริงๆ เชื่อเหลือเกินว่า เราจะสามารถหยุดวงจรปฏิวัติรัฐประหาร ได้จริงๆเราจะสามารถหยุดความยุติธรรมสองมาตรฐานได้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้  น.ส.ศศินันท์ ได้หยิบผ้าแดงมาโพกหัว ระบุข้อความ “เรา รัก ทักษิณ”  ซึ่งตนเก็บไว้ตลอดไม่เคยคิดเด็กคนหนึ่งที่อยู่ในม็อบเสื้อแดง จะมายืนในสภาแห่งนี้ได้ ตนเก็บไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมต่อสู้กับคุณพ่อของท่าน เจ็บแค้นเจ็บใจ กับสิ่งที่ท่านและครอบครัวของท่านถูกกระทำ เจ็บปวด กับการสูญเสียของวีรชนประชาธิปไตยศพแล้วศพเล่า แต่สุดท้ายพวกท่านก็ดีลกัน บนความสูญเสียของประชาชน ดีลกันบนความเจ็บปวดของวีรชน ท่านดีลกัน เพื่อแลกทุกอย่างกับ ความยุติธรรมและสิทธิ เสรีภาพของประชาชนจำนวนมาก เพียงเพื่อประโยชน์ของตัวเอง และครอบครัว ก่อนที่จะดึงผ้าคาดหัวทิ้ง    

น.ส.ศศินันท์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ทุกอย่างที่เราต่อสู้มาด้วยกันจนวันนี้เกือบ 20 ปี ท่านนายกรัฐมนตรี  คุณพ่อของท่านและพรรคเพื่อไทย ทำให้ตนรู้สึกว่าการต่อสู้ที่ผ่านมา เป็นการสูญเปล่าทางการเมืองและการสูญเปล่าทางการเมืองนี้เกิดจาก “ดีลปีศาจ” ที่พวกท่านดีลกัน เพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมือง ความสูญเสียความยุติธรรม และเสรีภาพ ที่ถูกลิดรอนไปกลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย และเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดตนจึงไม่อาจไว้วางใจ ให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตรอยู่ในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี ที่ ไม่ได้สนใจความยุติธรรม และเพิกเฉยต่อสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนแบบนี้ต่อไปได้คิดได้สักที

ทั้งนี้ หลังจากอภิปรายของฝ่ายค้าน และชี้แจงโดยฝ่ายครม. กับฝ่ายรัฐบาล กันอย่างกว้างขวาง จากนั้นในเวลา02.18 น. นายพิเชษฐ์ ประธานการประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า หมดผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านแล้ว

ทำให้ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พวกตนโดยเฉพาะองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ยังไม่ง่วง เอาให้ถึง 05.30 น. ตามเวลาเลยก็ได้ และขอถามว่าตอนเช้าเราจะเริ่มกี่โมง จะได้ปิดเร็วขึ้น ตนกำลังคึกกับการนั่งฟังการอภิปราย

ด้านนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ตามข้อตกลงที่ได้มีการตกลงกันไว้ได้มีการจัดสรรเวลาของวันนี้ (25มี.ค.) ว่าประธานในที่ประชุมจะมีเวลา 1 ชั่วโมง คณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล มีเวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที และพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีเวลา 11 ชั่วโมง รวมเวลาทั้งหมด 15 ชั่วโมง 30 นาที โดยมีหมายเหตุไว้ว่า หากเวลาของในวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านใช้ไม่หมดจะไม่นำมารวมกับเวลาที่ได้รับการจัดสรรในวันที่ 25 มีนาคม และมีการบันทึกไว้ว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายได้ตามเวลาที่จัดสรร แม้ว่าจะเกินเวลา 23.59 น. ของวันที่ 25มี.ค. จะไม่มีการปิดประชุม ก่อนที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะใช้เวลาที่ได้รับการจัดสรรครบจำนวน 

นายชุติพงศ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ในวันที่ 25มี.ค. เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะพยายามควบคุมผู้อภิปราย ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด จะได้ไม่ต้องดึกจนเกินไป และจะได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในเวลา 08.00 น. จะเริ่มต้นอภิปราย โดยน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และฝ่ายค้านจะคุมเวลาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม หากเวลาที่ประธานต้องวินิจฉัยจากฝั่งประท้วงเยอะเกินไป จนทำให้เวลาหมด ทางพรรคฝ่ายค้าน เรายินดีจัดสรรเวลาเพิ่มให้ประธานได้ 

ขณะที่นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า สัดส่วนของข้อตกลงเป็นไปตามที่ฝ่ายค้านแจ้ง อยากขอความร่วมมือว่า ถ้าเราสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่อย่างวันนี้ ซึ่งหลายส่วนก็ราบรื่นไปได้ด้วยดี ตนเชื่อว่าในวันที่ 25 มีนาคมจะสามารถทำและจบให้ได้ ภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ จึงขอความร่วมมือสมาชิกทุกท่านให้เหมือนกับในวันนี้ และคำนึงประโยชน์ของประชาชนให้ดีที่สุด

ก่อนที่นายพิเชษฐ์ จะสั่งพักการประชุมในเวลา 02.21 น. โดยจะเริ่มต้นการประชุมอีกครั้ง ในเวลา 08.00 น. ของวันนี้(25มี.ค.)

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ’แพทองธาร’

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ'แพทองธาร'

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ’แพทองธาร’

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.00 น.

วันที่ 24 มีนาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎร เปิดประชุมนัดพิเศษ ระหว่างวันที่ 24 – 25 มีนาคม 2568 . รวมเวลาทั้งสิ้น 37 ชม.  เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยในปี 2568 ฝ่ายค้ายอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียง 1 บุคคล คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

‘สุชาติ’เดือด! หลุดปากสบถใส่ สส.ปชน. ปมถูกโยงพัวพันค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์

'สุชาติ'เดือด! หลุดปากสบถใส่ สส.ปชน. ปมถูกโยงพัวพันค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์

‘สุชาติ’เดือด! หลุดปากสบถใส่ สส.ปชน. ปมถูกโยงพัวพันค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.56 น.

สภาฯเดือดรอบดึก! ‘สุชาติ’ หลุดปากสบถใส่ ‘สส.ปชน.’ หลังถูกโยงเอี่ยว ‘ค้ามนุษย์’ ส่งแรงงานไป ‘ฟินแลนด์’ ด้าน‘สหัสวัต’ ลั่นไม่ไว้วางใจ ‘นายกฯอิ๊งค์’ เหตุตั้งคนขาดคุณสมบัติเป็น ‘รัฐมนตรี’

วันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงดึกของในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อพิจารณาญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมตรี ซึ่งหลังจากที่น.ส.แพทองธาร เดินทางออกจากสภาฯ แล้ว พบว่า สส.พรรคประชาชน ในฐานะฝ่ายค้านได้ลุกอภิปรายอย่างต่อเนื่อง โดยได้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินในด้านต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามการหาเสียง รวมถึงการบริหารของ น.ส.แพทองธาร ส่อว่าเอื้อผลประโยชน์ให้กับนายทุน

โดยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายถึงการตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ซึ่งพบว่าเป็นตัวการหลักของการเรียกรับผลประโยชน์กรณีแรงงาน ที่ถูกตรวจสอบในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งให้ตรวจสอบ เมื่อปี 2567 นอกจากนั้นมีส่วนพัวพันเกี่ยวกับกรณีการค้ามนุษย์ที่มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจากประเทศฟินแลนด์ เนื่องจากมีการส่งแรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่ป่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมว.แรงงาน เมื่อปี 2565 โดยมีนายหน้าคนไทยและบริษัทจากฟินแลนด์ที่ถูกฟ้องดำเนินคดีการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวมีการสืบสวนระหว่างทางการไทยและฟินแลนด์ 

“ตอนเป็น รมว.แรงงานทำตัวเป็นมาเฟีย เก็บค่าหัวคิว ตอนนี้เขามาเป็น รมช.พาณิชย์ ทั้งนี้จากเอกสารคำให้การของศาลฟินแลนด์ พบคำให้การของนางทุเรียน ในฐานะนายหน้าค้าแรงงานไทย ที่พบว่ามีการเข้าพบที่กระทรวงแรงงานและมีการขอค่าหัวคิว หัวละ 3,000 บาท และมีการต่อราคาเหลือ 2,000 บาท โดยพบว่ามีการส่งเงินให้จำนวนทั้งหมด 3 ล้านบาทอยู่ในกล่องน้ำผลไม้ ผ่านกรมการจัดหางาน จากการฝากเงินให้นางบี ซึ่งนายกฯ ตั้งคนแบบนี้เป็นรัฐมนตรีอีกได้อย่างไร” นายสหัสวัต กล่าว

นายสหัสวัต อภิปรายด้วยว่า มีแรงงานไทยที่ส่งไปเป็นแรงงานเก็บเบอร์รี่ถึง 1.2 หมื่นคน ทั้งนี้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พบการฟ้องร้องที่สวีเดน ซึ่งตำรวจสวีเดนเข้ามาตรวจสอบในประเทศไทย ทั้งนี้กรณีที่นายกรัฐมนตรี ตั้งคนที่เป็นตัวการเรียกรับสินบนการค้ามนุษย์ เป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายอาญา มีเหตุผลอะไร เป็นเพราะผลประโยชน์ของตนเองใช่หรือไม่

จากนั้นนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงอย่างมีอารมณ์พร้อมชี้หน้าว่า “ผมจะกลับบ้านแล้ว แต่มานั่งฟังละครน้ำเน่า ไหนคนที่พูดอยู่ไหนให้นั่งด้วย ขอให้นั่งฟัง ให้หันหน้ามาด้วย”  ทำให้ถูกประท้วงจาก สส.พรรคประชาชนว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม 

ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ ทักท้วงขอให้ นายสุชาติพูดกับประธานและไม่ต้องชี้หน้า

จากนั้น นายสุชาติ ชี้แจงว่า “เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับนายกฯ ทั้งนี้กรณีที่ตนมีคดีความกับ ดีเอสไอ หรือ ป.ป.ช.ต้องมีมารยาทอภิปรายในสภา ต้องรู้ญัตติ ที่ด่าตนชั่วเลว ตนเกิดมาไม่เคยเจอ แต่เพิ่งเห็น สส.ชลบุรีชั่วเลว ก็วันนี้”

นายสุชาติ ชี้แจงด้วยว่า ตนไม่เคยอยู่ในกระบวนการค้ามนุษย์ และรับเงิน ทั้งนี้ตนกล้าพร้อมรับการตรวจสอบทั้งหมดทั้งนี้ที่บอกว่ามีการฟ้องร้องจากแรงงาน พบว่าแรงงานที่ไป 3,900 คน พบคนที่มีปัญหาประมาณ 30 คน ซึ่งเป็นคนใหม่ฟ้องร้องตามกฎหมายแรงงานที่ฟินแลนด์ อย่างไรก็ตามคนที่ไปทำงานต้องมีสัญญา อย่าโง่ อย่างไรก็ตามโควตาการส่งแรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่าออกโดยสถานทูตฟินแลนด์โดยกระทรวงแรงงานเป็นแค่ตัวกลางเพื่อป้องกันการแรงงานไทยกลับมาแล้วเป็นหนี้เท่านั้น

“ที่บอกว่ามีเงินใส่กล่องมาให้ผม และบอกว่านางทุเรียนซัดทอดนั้น ผมตามหานางทุเรียนมานาน ต้องการถามว่าที่ให้การซัดทอดแบบนั้นเพราะอะไร ทั้งนี้ที่บอกว่าผมเลว ผมชั่ว ผมไม่เคยเห็นสส.ชลบุรีเลวเท่า ไอ้ห่า…ที่บอกว่าชั่วเลวอาชญากร คนที่เป็น สส.ต้องมีวุฒิภาวะ การศึกษา ทุกอย่างพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม” นายสุชาติ อภิปราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการชี้แจงของนายสุชาติและหลุดคำพูดว่า “ไอ้ห่า” นั้นปรากฏว่า  มีสส.พรรคประชาชนประท้วงและให้ถอนคำพูด ซึ่งนายสุชาติยอมถอนคำพูดดังกล่าว

นอกจากนั้นในช่วงหนึ่งนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกชี้แจงตามที่มีภาพระบุว่าเป็นคนที่ขาดคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีว่า “ ที่บอกว่าผมและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม ส่อแวววืดนั้น ไม่วืด แต่ปฏิเสธไม่ได้เป็น”

‘นายกอิ๊งค์’ไม่ตกใจกีกี้ ทำสภาวุ่น เพราะฟังไม่ออก บอกเพิ่งได้ยิน แล้วแต่จะตีความ

'นายกอิ๊งค์'ไม่ตกใจกีกี้ ทำสภาวุ่น เพราะฟังไม่ออก บอกเพิ่งได้ยิน แล้วแต่จะตีความ

‘นายกอิ๊งค์’ไม่ตกใจกีกี้ ทำสภาวุ่น เพราะฟังไม่ออก บอกเพิ่งได้ยิน แล้วแต่จะตีความ

วันอังคาร ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.49 น.

‘นายกฯอิ๊งค์’ กลับออกจากสภา บอกอภิปรายวันแรกดีค่ะ  ติดตลกเพิ่งเคยได้ยิน ‘กีกี้’  บอกไม่ตกใจ  ซักฟอกวันแรกให้กำลังใจฝ่ายค้านซึ่งกันและกัน

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 24 มี.ค.ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา ภายหลังเข้าร่วมประชุมสภาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในวันแรก โดยผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นกีกี้ ทำให้สภาเกิดความวุ่นวาย เพราะมองว่าเป็นคำสแลงจนฟังไม่ได้หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า เพิ่งได้ยินวันนี้นี่แหละค่ะ 

เมื่อถามว่าตกใจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า  ไม่ตกใจเพราะตอนแรกฟังไม่ออกก็เลยไม่ตกใจ

เมื่อถามต่อว่านายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้เปิดกูเกิ้ลดูก็จะรู้ความหมาย นายกฯ กล่าวว่า อ่อ ก็เห็นในกูเกิ้ลก็เป็นอย่างนั้น และก็มีบางสำนักข่าวลงว่ามีอีกความหมายหนึ่ง แต่ก็อ่านผ่านๆ ไม่แน่ใจ อันนี้ก็แล้วแต่เขาตีความแล้วกัน อันนี้สรุปไม่ได้

เมื่อถามอีกว่าให้คะแนนการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านในวันแรกอย่างไรนั้น นายกฯ กล่าวว่า
ก็ให้ กำลังใจซึ่งกันและกัน

เมื่อถามย้ำว่าการอภิปรายวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า “ดีค่ะ”