‘DANCE SPACE’ งานแดนซ์สุดร้อนแรงใจกลางกรุง MBK เปิดพื้นที่ต้อนรับเหล่านักเต้นมา Random Dance ตลอดปี
วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
จบไปแล้ว สำหรับงานแดนซ์สุดร้อนแรงใจกลางกรุง DANCE SPACE ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งจัดขึ้นในธีม DANCE ON FIRE แต่ความฟินความมันส์ยังอยู่ในความประทับใจของเหล่า Random Player นักเต้นสายแดนซ์ ซึ่งรวมพลคนรักการเต้นแบบแน่น ๆ ทุกเพศทุกวัย เต้นกันแบบจัดเต็มปล่อยของโชว์สเต็ปแดนซ์กระจายกับการแรนดอมเพลงฮิตยอดนิยม จัดโดย KNIVERSE x GRAVITY MOTION บริเวณชั้น G ลานอเวนิว โซน A ซึ่งนอกจากจะมีกิจกรรม Random Dance ยังมีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจาก Busking Space มาสร้างสีสันในงานให้เหล่านักเต้นได้ฟินและสนุกยิ่งขึ้น Show Performance พิเศษจากวง Howls เป็นต้น
แหวกฟ้าหาฝัน : Claude Monet in National Museum of Western Art Tokyo
วันอาทิตย์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.
ถ้าพูดถึงแนวทางศิลปะแบบ Impressionism ศิลปินที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งก็คือ Claude Monet ดังนั้นมิวเซียมศิลปะตะวันตกทุกแห่งไม่เพียงต้องมีผลงานแนว Impressionism ยังจำเป็นต้องมีผลงานของ Claude Monet ด้วย National Museum of Western Art Tokyo จึงไม่มีข้อยกเว้น Oscar-Claude Monet เกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน 1840 ณ กรุงปารีส เมื่อบิดาซึ่งเป็นพ่อค้าขายส่งย้ายไปอยู่ที่ Le Havre ในแคว้นนอร์มังดี เขาจึงต้องเข้าเรียนชั้นมัธยมที่ Le Havre secondary school of arts แม้บิดาจะต้องการให้เขาทำธุรกิจ แต่เขากลับมีความสามารถในทางศิลปะอย่างมากจนสามารถหารายได้เองได้จากการขายงานศิลปะตั้งแต่อายุเพียงแค่ 15 ปี ปี 1858 เขาได้รู้จักกับ Eugene Boudin ศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสผู้สอนเทคนิคการวาดภาพกลางแจ้งให้กับเขาซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจและอาจารย์คาฃนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาด้วย
ต่อมาเขาย้ายมาปารีสและเข้าเรียนที่ Academie Suisse และได้พบกับ Camille Pissarro ศิลปินแนว Impressionism ที่สำคัญอีกผู้หนึ่ง ก่อนที่จะต้องไปรับราชการทหารที่ Algeria แอฟริกาอยู่ 2 ปี ระหว่างรับราชการทหารเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับแสงและสีของแอฟริกาเหนือจนกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญต่อเขาในเวลาต่อมา ความที่เขามีสุขภาพไม่ดีทำให้เขาต้องจ่ายเงินให้กับราชการเพื่อสามารถลาออกก่อนครบกำหนดได้ เขาเดินทางกลับ Le Havre เพื่อรักษาตัว หลังจากหายป่วย เขาเดินทางกลับไปปารีสใหม่ และได้ทำงานที่สตูดิโอของ Charles Gleyre ที่ซึ่งเขาได้มีโอกาสรู้จักกับ Pierre Auguste Renoir และ Frederic Bazille นับจากนั้นมาเขาก็เดินทางไปที่ต่าง ๆ ในฝรั่งเศสร่วมกับเพื่อน 2 คนนี้อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเทคนิคการเขียนภาพกลางแจ้งด้วยกัน
ปี 1867 Camille Doncieux นางแบบของเขาซึ่งเป็นภรรยาลับของเขาได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขาชื่อ Jean ส่งผลให้บิดาโกรธมากเลยตัดความช่วยเหลือทางการเงินนับจากนั้นมา เขาจึงจำเป็นต้องย้ายออกจากบ้านบิดาและไปอยู่กับน้าสาวแทน แม้ช่วงเวลานั้นเขาจะมีปัญหาสายตาจนไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้ แต่เขามีความจำเป็นต้องทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัว เขาจึงหันมาสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวกับครอบครัว อาทิ Child with a Cup, A Portrait of Jean Monet ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นต้นแบบงานแนว Impressionism ของเขาในเวลาต่อมา เมื่อเขาได้รู้จักกับ Louis Joachim Gaudibert นักสะสมงานศิลปะ เขาก็เริ่มมีฐานะดีขึ้นและได้พบกับ Camille อีกครั้ง เขาพยายามที่จะตั้งตัวเองให้เป็นจิตรกรผู้เชี่ยวชาญในการวาดภาพชนชั้นกลางจึงเปลี่ยนแปลงเทคนิคในการรังสรรค์งานใหม่โดยควบรวมการวาดแต่เฉพาะงานกลางแจ้งเดี่ยว ๆ แต่ใส่เทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเพื่อให้เป็นภาพส่งเสริมการท่องเที่ยว อีกทั้งยังควบรวมผู้คนเข้าไปในภาพด้วยจนเหมือนภาพถ่ายแนวใหม่ การสร้างสรรค์งานแนวนี้เป็นที่ถูกใจ Gaudibert นักสะสมภาพมากจึงได้จ้างเขารังสรรค์งานคนในครอบครัวขึ้นอีกหลายชิ้น
ปี 1878 เขาย้ายไปอยู่ที่ Vetheuil หมู่บ้านเล็ก ๆ ชานกรุงปารีส ภาพ Vetheuil ที่จัดแสดงใน National Museum of Western Art Tokyo ชิ้นนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นในปี 1901 เพื่อรำลึกถึงความหลังหมู่บ้านที่เขารักมากที่สุด เนื่องจากเป็นภาพแห่งความทรงจำเขาจึงไม่เน้นที่โบสถ์ซึ่งเป็นวัตถุ แต่กลับเน้นที่แสงและบรรยากาศรอบ ๆ เสมือนกับภาพในความทรงจำ ส่วน On the Boat เป็นภาพของลูกสาวสองคนของ Alice Hoschede ซึ่งต่อมาคนหนึ่งกลายมาเป็นภรรยาของเขาเป็นการรังสรรค์งานที่แปลกใหม่มากในสมัยนั้น ทั้งนี้เพราะทั้งสองนั่งอยู่ในเรือที่มีเพียงครึ่งลำ และเทคนิคเงาสะท้อนของเมฆและเงาของสาวบนพื้นน้ำเป็นการใช้แสงและเงาที่เป็นนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง นอกจากนั้นที่นี่ยังมีผลงานของ Monet อีกหลายชิ้นให้ชื่นชมอย่างจุใจ อาทิ Morning on the Seine, Poplars in the Sun, Snow in Argenteuil และ Yellow Irises