เปิดแคมเปญ’ธนาคารที่ดิน’ รุกช่วยชาวอีสาน ให้มีที่ทำกิน

เปิดแคมเปญ'ธนาคารที่ดิน' รุกช่วยชาวอีสาน ให้มีที่ทำกิน

เปิดแคมเปญ’ธนาคารที่ดิน’ รุกช่วยชาวอีสาน ให้มีที่ทำกิน

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.33 น.

“ธนาคารที่ดิน” เปิดแคมเปญ “ธนาคารที่ดินรุกช่วยชาวอีสาน ให้มีที่ทำกิน” เป็นมรดกส่งต่อลูกหลาน สนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น

วันที่ 19 เมษายน 2568 นายกุลพัชร ภูมิใจอวด ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน ในปีงบประมาณ 2568 “ธนาคารที่ดิน” วางแผนเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยเลือกพื้นที่ภาคอีสาน เป็นพื้นที่นำร่อง ช่วยเหลือประชาชน 20 จังหวัด ให้มีที่ทำกินเป็นมรดกส่งต่อสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ทั้งสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น

“ธนาคารที่ดิน มีแผนโรดโชว์กับส่วนราชการ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน เพื่อนำเสนอภารกิจ และผลการดำเนินงานเป็นการสร้างความรับรู้ด้านการแก้ไขปัญหาประชาชนไม่มีที่ดินทำกิน ให้แก่สาธารณชนรับทราบ และส่งต่อไปถึงผู้กำหนดนโยบายด้านที่ดินต่อไป“นายกุลพัชร กล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 22-24 เม.ย.2568 กองบริหารจัดการและพัฒนาที่ดิน จะลงพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด เพื่อจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน กับเจ้าของที่ดิน พร้อมลงนามในสัญญาเช่าที่ดิน/ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และประชุมวางแผนการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลูกพืชผักบ้านแดนสวรรค์ ต.โนนสวรรค์ อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด เนื้อที่ 112 ไร่ 2 งาน 21 ตารางวา จำนวน 32 ครัวเรือน 

จากนั้น ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ค.2568 กองส่งเสริมพัฒนาชุมชน และเครือข่าย จะดำเนินการอบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนหลุมหินเกษตรก้าวหน้า และสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน ณ “ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคก หนอง นา โมเดล” เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยวิทยากรหลักสูตรกสิกรรมธรรมชาติ 

สำหรับวิสาหกิจชุมชนหลุมหินเกษตรก้าวหน้า พื้นที่ ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เนื้อที่ 68 ไร่ 3 งาน 84.9 ตารางวา ช่วยเหลือสมาชิก 28 ครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานบ้านท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น  สมาชิก 50 ครัวเรือน

โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 เป็นต้นไป “ธนาคารที่ดิน” กำหนดให้วิสาหกิจชุมชนฯ ที่เข้าร่วมโครงการบริหารจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน จะต้องผ่านการอบรม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อสนับสนุนให้เป็นพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร เกิดการพัฒนาคนทุกคนทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน ระดับประเทศ สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ มีความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชน ที่เดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน เป็นของตนเอง หรือกำลังจะสูญเสียสิทธิในที่ดินจากการจำนอง หรือขายฝาก สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือที่ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) เลขที่ 210 อาคารเบญจสิริ ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม 10400 โทร 02-278-0992 (เวลาราชการ)

Collins Auction เปิดตัวแพลตฟอร์มประมูลรถคลาสสิคและรถสะสมออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย ยุคใหม่ของการสะสมรถที่เข้าถึงได้ง่าย

Collins Auction เปิดตัวแพลตฟอร์มประมูลรถคลาสสิคและรถสะสมออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย ยุคใหม่ของการสะสมรถที่เข้าถึงได้ง่าย

Collins Auction เปิดตัวแพลตฟอร์มประมูลรถคลาสสิคและรถสะสมออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย ยุคใหม่ของการสะสมรถที่เข้าถึงได้ง่าย

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.53 น.

หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแพลตฟอร์มการประมูลแบบอีเวนท์ในเดือนธันวาคม 2567 Collins Auction ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มประมูลรถคลาสสิคและรถสะสมออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย โดยจะเริ่มให้บริการปลายเดือนเมษายนนี้ที่ http://www.collinsauction.co.th นับเป็นการปฏิวัติวงการประมูลรถคลาสสิคครั้งสำคัญ ที่จะช่วยให้นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบทั้งในและต่างประเทศเข้าถึงรถคลาสสิคได้ง่ายขึ้น

การประมูลออนไลน์ครั้งแรกจะนำเสนอรถพิเศษหลายคัน รวมถึง

●             Austin Mini Cooper S ปี 1969 รุ่นหายาก ที่ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์และพร้อมใช้งาน

●             Morris Mini Traveller รุ่นแรก โดดเด่นด้วยกรอบไม้อันเป็นเอกลักษณ์

●             Porsche 911 Carrera (993) ปี 1996 รุ่นสุดท้ายของ 911 ระบายความร้อนด้วยอากาศ

คุณมาริษา รุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการของ Collins Auction กล่าวว่า “แพลตฟอร์มออนไลน์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วงการรถคลาสสิคของไทยทันสมัยยิ่งขึ้น เราต้องการให้นักสะสมสามารถเข้าถึงรถคลาสสิคคุณภาพได้จากทุกที่ ด้วยความมั่นใจในมาตรฐานและความโปร่งใสที่เป็นเอกลักษณ์ของ Collins Auction”

การปรับเปลี่ยนการซื้อขายรถคลาสสิคสู่ระบบดิจิทัล นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรถสะสมในประเทศไทย แพลตฟอร์มออนไลน์แห่งนี้จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการกำหนดราคาและประเมินมูลค่า อีกทั้งยังขยายโอกาสทางการตลาดให้กว้างไกลกว่าข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์แบบเดิม ทำให้ผู้สนใจสามารถเข้าถึงคอลเลกชันรถหายากได้ง่ายขึ้น การพัฒนาครั้งนี้สอดรับกับทิศทางตลาดรถคลาสสิคระดับโลก ที่แพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน

คุณรุ่งโรจน์ นาคสุข กรรมการผู้จัดการ 911 Assistant กล่าวว่า “การเปิดตัวแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถคลาสสิคในประเทศไทย นอกจากจะช่วยให้การซื้อขายรถยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังช่วยกำหนดราคาตลาดที่ชัดเจน ซึ่งแต่เดิมเป็นความท้าทายในการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง ผมเชื่อว่าข้อมูลใหม่นี้จะสร้างประโยชน์อย่างมากต่อวงการรถคลาสสิค”

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับความไว้วางใจให้จัดการประมูลรถยนต์ระดับตำนานในอนาคต อาทิ Bentley S3 Continental ปี 1963 ซึ่งมีเพียงคันเดียวในประเทศไทย และ Mercedes-Benz W111 280 SE 3.5 Coupe ปี 1970 รถยนต์ในตำนาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการดึงดูดรถยนต์ระดับพรีเมียม

นอกเหนือจากบริการแพลตฟอร์มประมูลแล้ว Collins Auction ยังได้เปิดตัวหมวด ‘Classifieds’ ซึ่งรวบรวมรถยนต์สะสมชั้นเยี่ยมมาให้เลือกชม ดังนี้

●             Mercedes-Benz 230 GE (G-wagon) ปี 1995 รถเจ้าของเดียว มีประวัติการใช้งานในกองทัพ

●             Porsche 996 Turbo ปี 2002 คันพิเศษที่โดดเด่นด้วยการกำหนดสีภายนอกและภายในด้วยโทนสีน้ำเงินทั้งคัน

●             Jaguar XK150 Roadster ปี 1958 รถสปอร์ตคลาสสิคที่มีเพียงคันเดียวในประเทศไทย

ด้วยความร่วมมือกับ 911 Assistant ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมรถยนต์ทั้งหมดได้ที่โชว์รูม 911 Assistant ระหว่างวันที่ 21-26 เมษายน 2568 โดยการประมูลออนไลน์จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 เมษายน ถึง 3 พฤษภาคม 2568

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Collins Auction และงานประมูลที่กำลังจะมาถึง สามารถติดตามได้ที่

●             เว็บไซต์: collinsauction.co.th

●             Facebook: facebook.com/collinsauctionth

●             Instagram: instagram.com/collins.auction

เซ็นทาราตอกย้ำท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สาดความสุขสุดสนุกให้แขกผู้เข้าพักทั่วโลก ตลอดสงกรานต์

เซ็นทาราตอกย้ำท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สาดความสุขสุดสนุกให้แขกผู้เข้าพักทั่วโลก ตลอดสงกรานต์

เซ็นทาราตอกย้ำท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สาดความสุขสุดสนุกให้แขกผู้เข้าพักทั่วโลก ตลอดสงกรานต์

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.08 น.

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ร่วมส่งความสุขสุดสนุกให้นักเดินทางทั่วโลก ด้วยการพร้อมใจกันจัดหลากหลายกิจกรรมเพื่อฉลองเทศกาลมหาสงกรานต์  2568 ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั่วโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งด้านประเพณี วิถีชีวิต และความอบอุ่นครอบครัว อันสอดคล้องกับค่านิยมหลักของเซ็นทารา

กล่าวได้ว่า เซ็นทารานับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเยือนช่วงสงกรานต์ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราจึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย อาทิ การสงฆ์น้ำพระ, การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์, การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่, การร่วมกันก่อเจดีย์ทราย อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมการแสดงเพื่อความบันเทิงมากมายเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็น ขบวนกลองยาว รำไทย หรือการเล่นน้ำ และการแต่งกายแบบไทย ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตานานาชาติ และเป็นสถานที่แห่งความสุขสำหรับทุกครอบครัว โดยได้รับผลตอบรับอย่างท่วมท้นจากแขกผู้เข้าพักทั้งชาวไทยและต่างชาติ

กิจกรรมหลากหลายดังกล่าวฯ จัดขึ้นที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ณ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักทั่วโลก ตั้งแต่โรงแรมในกรุงเทพฯ อย่างเซ็นทารา แกรนด์ ลาดพร้าว, เซ็นทารา ไลฟ์ บางกอก พระนคร, เซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ รวมถึงโรงแรมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างเซ็นทารา โคราช, เซ็นทารา อุดร และเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ครอบคลุมไปจนถึงรีสอร์ทสวยริมหาดตามหัวเมืองท่องเที่ยวชายทะเลต่างๆ อาทิ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย, เซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน และโคซี่ สมุย รวมถึงรีสอร์ทในจังหวัดยอดฮิตสำหรับชาวต่างชาติอย่างภูเก็ตและกระบี่ อาทิ เซ็นทารา แกรนด์ ภูเก็ต, เซ็นทารา กะรน ภูเก็ต, เซ็นทารา    กะตะ ภูเก็ต, เซ็นทารา วิลลา ภูเก็ต, เซ็นทารา อ่าวนาง กระบี่ และเซ็นทารา อันดาเทวี กระบี่

นอกจากนั้น โรงแรมเซ็นทาราที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก อาทิ เซ็นทารา มิราจ ดูไบ, เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์ และเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ก็ร่วมจัดกิจกรรมสงกรานต์ให้กับแขกผู้เข้าพักของโรงแรมให้ได้ร่วมสนุกและอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสดชื่นของวันขึ้นปีใหม่ไทยและประเพณีที่สวยงามของประเทศไทยด้วยเช่นกัน  

เซ็นทารายังคงมุ่งมั่นในการถ่ายทอดวัฒนธรรม ผ่านการบริการด้วยไมตรีจิตอันเป็นเอกลักษณ์แบบไทย พร้อมเป็นสถานที่แห่งความสุขเพื่อสร้างความทรงจำที่ตราตรึงสำหรับนักเดินทางทั่วโลกต่อไป

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และความพิเศษต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์พ.ศ. 2568 ได้ที่ http://www.centarahotelsresorts.com/songkran-and-easter

-(016)

‘STYLE Bangkok 2025’ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจการค้าโลก ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

'STYLE Bangkok 2025' ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจการค้าโลก ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

‘STYLE Bangkok 2025’ ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจการค้าโลก ตอกย้ำศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.58 น.

STYLE Bangkok 2025 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติของไทย จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สร้างมูลค่าซื้อขายตลอดงานกว่า 1.4 พันล้านบาท  ต้อนรับผู้ซื้อทั้งใน และต่างประเทศเกือบ 25,000 ราย จากเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และไทยรวมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางงานดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความสำเร็จของงานว่า “STYLE Bangkok 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่าความคิดสร้างสรรค์ ฝีมือของนักออกแบบไทย และการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานของผู้ผลิตไทย สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก แม้จะมีความท้าทายทางการค้าระหว่างประเทศ แต่ไทยยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมการส่งออกผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ และผลิตสินค้า ที่ให้ความสำคัญ กับความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก ความสำเร็จของงานนี้สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการปรับตัวและเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าโลก”

STYLE Bangkok 2025 ทำรายได้เป็นมูลค่าซื้อขายตลอดงานกว่า 1.4 พันล้านบาท ด้านผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 5 วัน เกือบ 25,000 ราย โดยประเทศ/ภูมิภาคที่เข้าชมงานสูงสุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร ผู้แสดงสินค้าหลายรายเปิดเผยว่าประสบความสำเร็จในการเจรจาการค้า และสามารถปิดดีลส่งออกได้ภายในงาน ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า STYLE Bangkok เป็นเวทีสำคัญ ของอุตสาหกรรม ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่บริษัทที่มีชื่อเสียงในเวทีโลก อย่าง ‘YOTHAKA’ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไทยที่ปรากฏในฉากซีรีส์ดังและร่วมจัดแสดงในงาน Maison & Objet ประเทศฝรั่งเศส แบรนด์ ‘KORAKOT’ อีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านสัญชาติไทย ที่มีผลงานการตกแต่งภายในให้กับ Global Brand มากมาย ขณะที่ Rati, Qualy, AmoArte และอีกหลายแบรนด์ ซึ่งใช้วัตถุดิบธรรมชาติ จากท้องถิ่นของไทย และวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อและเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้  STYLE Bangkok ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก นักออกแบบและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้มีโอกาสเจรจาการค้ากับผู้ซื้อจากนานาประเทศอีกด้วย

“ผมได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด คัดเลือกผู้ประกอบการท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ของไทยที่มีศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดสากลมาจัดแสดงในงานนี้ ซึ่งปรากฏว่ามีบริษัทและวิสาหกิจชุมชนที่ เข้าร่วมงานหลาย รายได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะสามารถช่วยเชื่อมโยง ส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทย ให้สามารถเติบโตและแข่งขันทางการค้าในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายพิชัย กล่าวเสริม

โดยภายในงาน STYLE Bangkok 2025 ยังเป็นพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในต่างจังหวัด ได้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการนำเสนอศักยภาพสินค้า โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้นำผู้ประกอบการมาร่วมจัดแสดงเกือบ 150 ราย หลายรายได้รับออร์เดอร์จำนวนมากจากลูกค้ากลุ่มโปรเจก ห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และผู้ซื้อจากต่างประเทศ เช่น ‘บริษัท ลีฟ ครีเอชั่น จำกัด’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ BCG ที่นำใบไม้มาใช้เป็นวัสดุทดแทนหนังสัตว์ ได้รับออร์เดอร์จากผู้ซื้อชาวรัสเซียและฝรั่งเศส ขณะที่ ‘วิสาหกิจชุมชนจักสานก้านจาก บ้านนายอดทอง’ จากจังหวัดตรัง ได้ออร์เดอร์จากผู้ซื้อฮ่องกง มีการสั่งซื้อสินค้าทันทีภายในงานถึง 18  ล้านบาท

นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok ถือเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ที่มุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า  ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ บนพื้นฐานของความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม โดย STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกระดับ และมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นแนวดีไซน์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน”

STYLE Bangkok 2025 นอกจากจะจัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการแล้ว ยังมีนิทรรศการไฮไลต์ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริสมเด็จ  พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการ ‘DEmark และ G-Mark’  จัดแสดงผลงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ และระดับนานาชาติ นิทรรศการ ‘ASEAN Furniture Design Award 2025’ จัดแสดงผลงาน นักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ที่ชนะเลิศและผ่านเข้ารอบ การประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 นิทรรศการ ‘Sustainable Gifts and Decorative Exhibition’ นำเสนอผลิตภัณฑ์ ของขวัญ และของตกแต่งบ้านที่สร้างสรรค์จากวัสดุ Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นิทรรศการ ‘Qurated Trend Spring/Summer 2026’ จัดแสดงแนวโน้มแฟชั่นของไทยและเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2026, นิทรรศการ ‘Excellent Domestic Sustainable Supply Chain’ นำเสนอการจัดการห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยร่วมสมัย, นิทรรศการ ‘Art Toy Thailand’ นำเสนอผลงานอาร์ตทอยสุดสร้างสรรค์จาก 30 ศิลปินอาร์ตทอยไทย, ‘STYLE Gallery’ จัดแสดงผลงานจากนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ‘Designers’ Room / Talent Thai / Creative Studio’ จัดแสดงผลงานนักออกแบบไทยรุ่นใหม่มาแรง นิทรรศ ‘The Niche Showcase’ นำเสนอสินค้าเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก สินค้ากลุ่ม Glamping และสินค้าผู้สูงอายุ 60+

ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok: Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169         

-(016)      

บางกอกแอร์เวย์ส เอาใจวัยเก๋า 60+ มอบดีลสุดคุ้ม 2 ต่อ บินสบายกับเส้นทางภายในประเทศ

บางกอกแอร์เวย์ส เอาใจวัยเก๋า 60+ มอบดีลสุดคุ้ม 2 ต่อ บินสบายกับเส้นทางภายในประเทศ

บางกอกแอร์เวย์ส เอาใจวัยเก๋า 60+ มอบดีลสุดคุ้ม 2 ต่อ บินสบายกับเส้นทางภายในประเทศ

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.10 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในโครงการ “Forever Young Holiday ยิ่งเที่ยว ยิ่ง Young” ชวนนักท่องเที่ยวกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ เติมพลังบวกเพิ่มความสุข กับโปรโมชันพิเศษ! รับส่วนลด 2 ต่อ  เมื่อซื้อบัตรโดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในเส้นทางภายในประเทศ ทั้งแบบเที่ยวเดียวหรือไป–กลับ โดยต่อที่ 1 ลดทันที 10% และต่อที่ 2 รับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาท ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.bangkokair.com/foreveryoung โดยกรอกรหัสโปรโมชัน “FLYFOREVER” ตั้งแต่วันนี้ถึง 17 พฤษภาคม 2568 สามารถเดินทางถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ผู้โดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จะได้รับบริการแบบฟลูเซอร์วิส โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ โหลดสัมภาระได้ 20 กิโลกรัมต่อท่าน บริการห้องรับรองผู้โดยสาร บูทีคเลาจน์ ณ สนามบินที่ให้บริการ  บริการเสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่มบนเที่ยวบิน และสะสมคะแนนฟลายเออร์โบนัสเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center 1771 หรือ 02-270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-20.00 น. PGLiveChat:  https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ http://www.bangkokair.com หรืออีเมล reservation@bangkokair.com และติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชันได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account : @flybangkokair

-(016)

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จับมือ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เยาวชน

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จับมือ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เยาวชน

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จับมือ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เยาวชน

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” เป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ และ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ต้องการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ทำเกษตรอินทรีย์ปลูกผักกะละมังแบบปลอดสารพิษภายในโรงเรียน เพื่อให้น้อง ๆ เยาวชนได้กินผักที่ปลอดจากสารเคมีปนเปื้อน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการสร้างอาชีพพัฒนาทักษะด้านการเกษตรให้กับน้อง ๆ โรงเรียนวัดวังน้ำขาว (จินดาประชานุกูล) อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงทั้งการปลูกผัก เพาะต้นกล้า และย้ายต้นกล้า ทางโรงเรียนสามารถนำผักที่ปลูกได้ไปใช้ในการประกอบอาหารกลางวันให้น้อง ๆ รับประทาน ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถนำไปจำหน่ายในตลาดชุมชนเพื่อสร้างรายได้นำมาดูแลการปลูกผักและโรงเรือนเพื่อความยั่งยืน ตลอดจน สามารถนำความรู้ที่ได้จากโครงการต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตต่อไป

จากความร่วมมือกับ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือ เมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ได้จัดทำและส่งมอบ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ไปแล้ว 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดหนองไม้ซุง อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา, โรงเรียนบ้านด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา และ โรงเรียนบ้านวังบูรพา อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักที่มีคุณภาพ สายพันธุ์ที่ดี พร้อมทั้งองค์ความรู้ด้านการปลูกผักที่ถูกต้องให้กับน้อง ๆ เยาวชน นอกจากนี้ ยังได้ คุณอรทัย ยางไธสง เจ้าของไอเดียการปลูกผักกะละมังจากเพจ Wakeup Vegetables เป็นที่ปรึกษาโครงการและเป็นวิทยากรให้ความรู้การทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งน้อง ๆ เยาวชนจะมีสุขภาพที่ดีจากการได้รับประทานผักปลอดสารพิษที่อุดมไปด้วยคุณค่า

พิธีส่งมอบได้รับเกียรติจาก อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ และ รานีวรรณ รามศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ร่วมกับส่งมอบ “โครงการปลูกผัก สร้างสุข สร้างรายได้” ให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดวังน้ำขาว (จินดาประชานุกูล) อ.สามพราน จ.นครปฐม ผ่าน ปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้แทนผู้ว่าฯจังหวัดนครปฐม ประธานในพิธี พร้อมด้วย อดิศักดิ์ เจี้ยงรักษา  ปลัดอำเภอสามพราน , พรสวรรค์ ตันมงคลกาญจน์ ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 และ ปรัชญาภรณ์ แตงอ่อน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวังน้ำขาว (จินดาประชานุกูล) ร่วมรับมอบ พร้อมร่วมกันปลูกผักและเยี่ยมชมโรงเรือนปลูกผักปลอดสารพิษจากฝีมือการปลูกของน้องๆ

ซีพี – ซีพีเอฟ หนุนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 44 เสริมสร้างโอกาสการศึกษา พัฒนาความคิดและทักษะอาชีพแก่เยาวชนไทยรุ่นใหม่

ซีพี – ซีพีเอฟ หนุนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 44 เสริมสร้างโอกาสการศึกษา พัฒนาความคิดและทักษะอาชีพแก่เยาวชนไทยรุ่นใหม่

ซีพี – ซีพีเอฟ หนุนโครงการ ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ รุ่นที่ 44 เสริมสร้างโอกาสการศึกษา พัฒนาความคิดและทักษะอาชีพแก่เยาวชนไทยรุ่นใหม่

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนโครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 44 มอบผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตแก่เยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งเน้นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดี พัฒนาตนเองและครอบครัว และเป็นพลเมืองดีของสังคม ณ สโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) วิภาวดีกรุงเทพมหานคร

โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 44 ได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็น ประธานในพิธีเปิดโครงการฯ พร้อมด้วย อารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ โดยมี จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้แทนบริษัท ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา ครอบครัวอุปถัมภ์ เยาวชนผู้ร่วมโครงการฯ และครูพี่เลี้ยง เข้าร่วมกิจกรรม

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวว่า โครงการฯ เกิดขึ้นจากดำริของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่มุ่งสร้างความเข้าใจระหว่างกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 20 มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่ชายแดนใต้ได้เรียนรู้ทักษะชีวิต พัฒนาทัศนคติ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศ  “ขอชื่นชมทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯ และขยายพื้นที่กิจกรรมให้เยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ในหลากหลายภูมิภาค ถือเป็นความก้าวหน้าที่ตอบรับกับสภาพสังคมปัจจุบัน และสะท้อนเจตนารมณ์ของ พลเอก เปรม ที่ว่า ‘เกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน’ ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการปลูกฝังเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ”

ด้าน จอมกิตติ ศิริกุล เปิดเผยว่า ซีพีและซีพีเอฟสนับสนุนโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยในรุ่นที่ 44 นี้ บริษัทมอบผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ไข่ไก่สดซีพี และข้าวตราฉัตร ให้แก่เยาวชนและพี่เลี้ยง เพื่อใช้ในการประกอบอาหารตลอดช่วงที่อาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ในระหว่างวันที่ 2 เมษายน – 2 พฤษภาคม การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการร่วม “ตอบแทนคุณแผ่นดิน” และเสริมสร้างโอกาสให้เยาวชนในประเทศได้พัฒนาตนเอง ทั้งในด้านความรู้ ทักษะอาชีพ และประสบการณ์ชีวิต ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” จัดขึ้น นอกจากนี้ ยังหวังว่าการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนได้พัฒนาทัศนคติและแนวคิดที่ดีในการพัฒนาตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสร้างโอกาสทางการศึกษาในอนาคต ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าและเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก โดย บ้านหมอละออง ส่งสิ่งของสนับสนุนทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก โดย บ้านหมอละออง ส่งสิ่งของสนับสนุนทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก โดย บ้านหมอละออง ส่งสิ่งของสนับสนุนทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บ้านหมอละออง จำกัด ร่วมส่งสิ่งของสนับสนุนทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยผ่าน “โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยาก ครั้งที่ 19 (เฉพาะกิจ)” ของบ้านหมอละออง ด้วยการมอบสิ่งของที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนทีมกู้ภัยและหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ปุ้ย-ศิริวิไล บัวศิริ แอนกาดิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท บ้านหมอละออง กรุ๊ป เปิดเผยถึง การสนับสนุนในครั้งนี้ถือเป็นเจตนารมณ์ของเราในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในยามวิกฤต เพื่อให้ความช่วยเหลือที่เป็นประโยชน์จากวิชาชีพของเรา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งของที่มอบให้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตครั้งนี้

บริษัท บ้านหมอละออง จำกัด และบริษัทในเครือ ได้ส่งมอบสิ่งของที่จุดประสานงาน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยการมอบสิ่งของในครั้งนี้มีมูลค่ารวม 43,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่มและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการดูแลผู้ประสบภัยและทีมช่วยเหลือ ทั้งนี้ สิ่งของที่มอบให้แก่ศูนย์ประสานงานและหน่วยงานช่วยเหลือประกอบด้วย: น้ำดื่มตราบ้านหมอละออง จำนวน 40 แพ็ค ยาดมสมุนไพรตราบ้านหมอละออง จำนวน 500 กระปุก และ พิมเสนน้ำตราบ้านหมอละออง จำนวน 200 ขวด

“การมอบสิ่งของเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่บ้านหมอละอองต้องการให้การสนับสนุนแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งทีมกู้ภัยที่ทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนและผู้ประสบภัยที่กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การมอบน้ำดื่มและเวชภัณฑ์สมุนไพรมีความสำคัญในการช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้คนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้” ปุ้ย-ศิริวิไล กล่าว

โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยากได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 6 โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหายาและเวชภัณฑ์ให้แก่ผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในการรักษา หรือการส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติต่างๆ เช่น น้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่โรงเรียนต่างๆ โครงการนี้มีการทำงานที่ครอบคลุมไปถึงการเป็นเจ้าภาพในกิจกรรมทางศาสนาและการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม

โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หมอละออง” (อาจารย์นายแพทย์แผนไทยละออง บัวศิริ) ผู้ก่อตั้งบ้านหมอละออง ผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการนำสมุนไพรไทยมาใช้ดูแลสุขภาพและบรรเทาอาการเจ็บป่วย พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักการช่วยเหลือสังคมและคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก โครงการมูลนิธิยาเพื่อนยากจึงได้เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือกันและแบ่งปันในสังคม

โครงการ “มูลนิธิยาเพื่อนยาก” ทำด้วยใจ มีแล้วให้ ได้แล้วแบ่งปัน” เชื่อมั่นในสมุนไพรไทย เชื่อใจบ้านหมอละออง สอบถามข้อมูล “โครงการยาเพื่อนยาก” ติดต่อ 095-080-7887 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ผ่าน Website : http://www.laongherbal.com หรือ Facebook: http://www.facebook.com/laongherbal

‘โพรโพลิซ’ สร้างปรากฏการณ์วันเสียงโลก จัดโรดโชว์รณรงค์กลางกรุง ปล่อยแคมเปญ ‘Propoliz Day Empower Your Voice’

‘โพรโพลิซ’ สร้างปรากฏการณ์วันเสียงโลก จัดโรดโชว์รณรงค์กลางกรุง ปล่อยแคมเปญ ‘Propoliz Day Empower Your Voice’

‘โพรโพลิซ’ สร้างปรากฏการณ์วันเสียงโลก จัดโรดโชว์รณรงค์กลางกรุง ปล่อยแคมเปญ ‘Propoliz Day Empower Your Voice’

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล หรือ TMAN ผู้นำธุรกิจเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย เดินหน้าพันธกิจ ESG สู่ความยั่งยืนเพื่อสังคม นำโพรโพลิซ (Propoliz Series) สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกเปิดตัวแคมเปญ “Propoliz Day Empower Your Voice” รับวันเสียงโลก ภายใต้แนวคิด “Propoliz Support ทุกการใช้เสียง – เพราะเราเชื่อว่าเสียงของคุณ…สำคัญเสมอ” เดินสายจัดโรดโชว์กิจกรรมในย่านสีลม รถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของเสียง การดูแลสุขภาพเสียงและใช้เสียงอย่างมั่นใจทุกบทบาท สร้างการรับรู้ขยายการใช้เม็ดอมบรรเทาอาการเจ็บคอเจาะกลุ่มคนทำงานและ Gen Z

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและลำคอ ภายใต้แบรนด์ Propoliz เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social, Governance) โดยในมิติของสังคม ได้นำวิสัยทัศน์ โพรโพลิซ (Propoliz Series) ที่มุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลและสนับสนุนทุกการใช้เสียงของทุกคน ด้วยความเชื่อมั่นว่าเสียงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราสื่อสาร ถ่ายทอดอารมณ์ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเดินหน้าเปิดตัวแคมเปญ “Propoliz Day Empower Your Voice” สร้างปรากฏการณ์ครั้งแรกผ่านโพซิชันนิ่งของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญของ “เสียง” ในทุกบทบาทของชีวิต และมุ่งสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของเสียง เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพเสียงในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การจัดแคมเปญ “Propoliz Day Empower Your Voice” ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Propoliz Support ทุกการใช้เสียง – เพราะเราเชื่อว่าเสียงของคุณ…สำคัญเสมอ” เพื่อรับกับวันเสียงโลก (Word Voice Day) ที่ตรงกับวันที่ 16 เมษายนของทุกปี โดยทั่วโลกจะมีการรณรงค์ความสำคัญของเสียงและการดูแลสุขภาพเสียง ซึ่งโพรโพลิซ (Propoliz Series) สนับสนุนให้ทุกคนใช้ “เสียง” ของตัวเองได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น การพูด เพื่อสื่อสารความคิดและสร้างความเข้าใจ การร้องเพลง เพื่อปลดปล่อยอารมณ์และสร้างความสุข หรือแม้แต่ การสื่อสารในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับผู้อื่น โดยจะจัดโรดโชว์กิจกรรม 4 แห่ง ได้แก่ ในย่านสีลม รถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง และย่านอนุสาวรีย์ฯ พร้อมแจกสินค้าตัวอย่างเม็ดอมโพรโพลิซสำหรับช่องปากและลำคอ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน Gen Z เพื่อการดูแลให้ใช้เสียงได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16-29 เมษายน 2568   

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ “Propoliz Day Empower Your Voice” แห่งแรกในย่านสีลม โดยมีไฮไลท์พิเศษนำบุคคลต้นแบบที่ใช้เสียงสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมมาร่วมงาน ได้แก่ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน นักวิชาการ ผู้ดำเนินรายการเจาะใจ และ History World, ดีเจนุ้ย-ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร ดีเจ นักร้อง พิธีกรสายเอ็นเตอร์เทน มาร่วมแชร์ประสบการณ์ชีวิตการใช้เสียงในสายอาชีพ และความท้าทายที่เผชิญ เช่น อาการเสียงแหบ เจ็บคอ หรือแม้กระทั่งการใช้เสียงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน พร้อมแชร์เทคนิคการดูแลสุขภาพเสียงและความสำคัญของการรู้จักฟังตัวเอง เพื่อรักษาพลังเสียงให้มั่นคง ยั่งยืนและเปี่ยมด้วยพลัง  และเพื่อเฉลิมฉลอง “Propoliz Day” บริษัทฯ ได้นำผลิตภัณฑ์โพรโพลิซ (Propoliz Series) จัดโปรโมชัน ในช่องทางจำหน่ายที่ร่วมรายการทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อ  ตั้งแต่วันที่ 16-29 เดือนเมษายน 2568

ทั้งนี้ ในฐานะที่โพรโพลิซ (Propoliz Series) เป็นผู้นำในตลาดสเปรย์จากธรรมชาติ  มีส่วนผสมของโพรโพลิส จึงเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งที่ต้องใช้เสียงในชีวิตประจำวัน ทั้งอาชีพที่ต้องใช้เสียงอย่างเข้มข้น เช่น นักร้อง นักแสดง ดีเจ ครู วิทยากร หรือแม้แต่คนทั่วไปที่ใช้เสียงในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันโพรโพลิซ (Propoliz Series) มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกการดูแลเสียง ทั้งในรูปแบบสเปรย์ (Propoliz Mouth Spray) เม็ดอม และยาสีฟัน จำนวน 13 รายการ (SKUs) ที่ตอบโจทย์การบรรเทาอาการระคายคอ เจ็บคอ และเสียงแหบ ซึ่งแนวโน้มของตลาดสเปรย์จากธรรมชาติโพรโพลิสยังคงมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์ความสนใจในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และการดูแลสุขภาพอย่าง

“TMAN มุ่งหวังว่าการจัดแคมเปญ“Propoliz Day Empower Your Voice” โพรโพลิซ (Propoliz Series) จะเป็นส่วนหนึ่งการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของเสียงการดูแลสุขภาพเสียงของตัวเอง ตอกย้ำถึงพลังของเสียงในทุกมิติที่โพรโพลิซ (Propoliz Series) พร้อมจะสนับสนุนเพื่อให้ทุกคนใช้เสียงได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัด นอกจากนี้แคมเปญฯ ดังกล่าวจะช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานการใช้งานกลุ่มเม็ดอมโพรโพลิซเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันโพรโพลิซ (Propoliz Series) เป็น Top of Mind ในใจผู้บริโภคในตลาดสเปรย์สำหรับช่องปากและลำคออยู่แล้ว นอกจากนี้ในปีนี้บริษัทฯ จะนำ“โพรโพลิซ พลัส” ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนปัจจุบันจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขยายสู่ช่องทางโรงพยาบาลต่อเนื่อง รวมทั้งมุ่งขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่ Regional Brand ตามเป้าหมายในปี 2569” นายประพล กล่าวในที่สุด  

คุณแหน : 19 เมษายน 2568

คุณแหน : 19 เมษายน 2568

คุณแหน : 19 เมษายน 2568

วันเสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญผู้สนใจเข้าชม งานใต้ร่มพระบารมี 243 ปี กรุงรัตนโกสินทร์…”เที่ยวงานวัด ย้อนวันวาน ยลวิถีย่านกะดีจีน-คลองสาน” ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วันที่ 23-27 เม.ย. ช่วงเวลา 17.30 น.- 22.00 น…สำหรับ วันที่ 27 เม.ย.จะมีการแสดงชุด”ฟ้อนมาลัย” โดยนางรำกิตติมศักดิ์ ส่วนใหญ่เป็นเหล่าศิษย์เก่าราชินี รุ่นต่างๆ อาทิ ตวงพร เลาหบุตร รุ่น 63…พล.อ.ต.หญิง ศ.ยลสลวย วาริทสวัสดิ์ รุ่น 64…ดาวศิริ ผลอนันต์ รุ่น 70 รวมทั้ง ศ.ดร.อังศุมาลย์ จันทราปัตย์ และ นงลักษณ์ สุขวัฒน์ ซึ่งจะแสดง 2 เวที ในเวทีแรก 19.00 น. เวทีที่ 2 เวลา 19.40 น…ขอเชิญชวนมาชมกันได้ตามอัธยาศัย…

ll เหล่า สว.จากสถาบันต่างๆ รวมตัวกันจัดกิจกรรมชมภาพยนตร์คลาสสิค แบบอมตะนิรันดร์กาล ที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ นครปฐม อย่างเช่น ชาติชาย สุทธิกลม นัดเพื่อนเตรียมอุดม 33 ไปชมภาพยนตร์เรื่อง”ดร.ชิวาโก” รอบ 13.00 น.ของ วันที่ 2 พ.ค…ส่วน จริยา อัศวรักษ์ ชวนเพื่อน มช.รุ่น รหัส 15 มาชมภาพยนตร์เรื่อง “The Lost Princess” ชีวประวัติ เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ รอบ13.00 น. ของวันที่ 26 เม.ย…น่าชมทั้ง 2 เรื่อง…

ll คุณหมอแอมป์-นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญและทีม BDMS Wellness Clinic ภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีโลก โดยได้รับรางวัล”Health and Wellness Intiative of the Year” และ “Health Promotion Initiative of the Year”-Thailand จากเวที Healthcare Asia Awards 2025 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย คุณหมอแอมป์ กล่าวว่า รางวัลนี้คือ พลังใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น”Thailand : Wellness Destination of the World”…สุขภาพดีคือ ต้นทุนชีวิตที่ยิ่งใหญ่ Wellness ไม่ใช่เรื่องของใครคนเดียว แต่คือภารกิจร่วมกันของพวกเราทุกคน…

ll ไปทำบุญวันขึ้นปีใหม่ไทย เทอดขวัญ กำภูฯ ได้พบกับนางเอกคนสวย เบลล่า ราณี ผ้สูงวัยเลยขอถ่ายภาพเป็นที่ระทึกด้วย…ที่ว่าระทึก เนื่องมาจากต้องใช้ภาพถ่ายตัดสิน เพราะความสวยเท่าเทียม ไม่มีใครน้อยกว่าใครเลยทีเดียว…

ll  ชีวิตคือการเรียนรู้ น.ต.หญิง กัลยาภรณ์ ชื่นปรีชา หญิงเก่งของ ทอท.ผ่านการอบรมหลักสูตร “เทคโนโลยีในการสื่อสารในภาวะวิกฤต (Tech with Locals)ของ สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา…ขยันจริงๆ…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ศตกมล วรกุล ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนอรุโณทัย จังหวัดลำปาง เมื่อช่วงสงกรานต์นี้…

ll อากาศเมืองไทยร้อนระอุมาก ระยะนี้ขอให้ทุกคนระมัดระวัง อาการ”ฮีทสโตรก”กันให้ดี …ฮีทสโตรก (heatstroke) ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงหน้าร้อน เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง ควรเตรียมตัวและระมัดระวังไม่ให้เกิดภาวะนี้โดยการดื่มน้ำมาก ๆ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดนาน และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเสมอ มีวิธีดูแลตัวเองในหน้าร้อนอย่างย่อๆมาฝากกัน ดังนี้ : ดื่มน้ำให้มากขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกกำลังกายหรือทำงานในที่กลางแจ้ง , หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หากต้องออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวกหรือกางร่มเพื่อป้องกันความร้อน ,ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถระบายความร้อนได้ง่ายขึ้น , พักในที่ร่มและมีลมพัดผ่าน ควรหาที่พักในที่ที่มีการระบายอากาศดี เช่น ห้องที่มีพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ , ไม่ควรออกกำลังกายหนักในช่วงที่ อากาศร้อนจัด เลือกช่วงเวลาที่อากาศเย็นลง หรือทำกิจกรรมในช่วงเช้าหรือเย็นแทน , ไม่ควรอยู่ในห้องปิด ดังนั้นให้เปิดประตู หน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก…ร้อนนี้ ขอให้อยู่รอดปลอดภัยกันทุกคนค่ะ !!…

บารอนเนส