เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

17 เม.ย. 2568 12:17 น.

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

เรียกว่าเป็นข่าวเศร้าวงการบันเทิง เมื่อนักแสดงตลกชื่อดัง อาฉี เสียงหล่อ เจ้าของวลีฮิตในตำนาน “บัดซบจริงๆ เลย” เสียชีวิตกะทันหันที่ร้านอาหารของตนเอง เมื่อคืนวันที่ 16 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ไทยรัฐบันเทิงขอย้อนประวัติของนักแสดงตลกมากความสามารถคนนี้มาฝากกัน

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

สำหรับ อาฉี เสียงหล่อ มีชื่อจริงว่า นายสมพงษ์ บุญกุ้มเป็นศิลปินตลกที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู โดยมีภาพจำที่แฟนๆ ตลกคุ้นเคยดีคือการใช้เสียงหล่อๆ เลียนแบบพระเอกหนังจีน-ฮ่องกง กลายเป็นจุดขายที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้คนที่เข้าไปดูในคาเฟ่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย” ที่เป็นอีกหนึ่งจุดขายของเจ้าตัวด้วย

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

ซึ่ง อาฉี เสียงหล่อ เคยเผยที่มาของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย” ผ่านทางรายการยูทูบ เหลือเฟือ Channel เมื่อปี 2565 ว่า ตนนำมาจากภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องหนึ่ง เป็นวลีฮิตจากภาพยนตร์ พอพากย์หนังแล้วก็เอามาเล่น พระเอกตัวโกงพูดเหมือนกันกันหมด เลยนำมาเช่นในรูปแบบตลก ทำให้โดนใจคนดู และมีโอกาสไปออกรายการ “ก่อนบ่ายคลายเครียด” ของ เป็ด เชิญยิ้ม ทำให้ชื่อเสียงของอาฉีเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

ซึ่งก่อนหน้านี้อาฉีเคยอยู่ในคณะตลกของ ยุ้ย ยิ้มสยาม โดยใช้ชื่อในวงการว่า เด๋อ ดาวอังคาร เพราะมีหน้าตาคล้ายกับ เด๋อ ดอกสะเดา นักแสดงตลกชื่อดัง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น อาฉี เสียงหล่อ และกลายเป็นชื่อที่จดจำของแฟนๆ ตลกไปแล้ว เพราะเข้ากับเสียงหล่อๆ ที่เจ้าตัวใช้ และสไตล์การเล่นตลกแบบเฉพาะตัว

เปิดประวัติ อาฉี เสียงหล่อ นักแสดงตลกที่สร้างเสียงหัวเราะในยุคคาเฟ่เฟื่องฟู

โดยหลังจากที่คาเฟ่เป็นข่วงขาลง เจ้าตัวก็หันมารับงานแสดงละครต่างๆ หลายเรื่อง ซึ่งส่วนมากแฟนๆ จะคุ้นหน้าคุ้นตากับการเล่นละครกับค่ายของ ฉลอง ภักดีวิจิตร รวมทั้งเปิดร้านอาหารในหลายจังหวัด ทั้ง จ.นครปฐม จ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าเคยเปิดร้านอาหารหลายที่แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่จะมาเปิดร้านอาหารครัวอาฉี เสียงหล่อ บ้านดินอุดม เขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และเสียชีวิตในร้านอาหารของตัวเองเมื่อ 16 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

นักแสดงตลก อาฉี เสียงหล่อ เสียชีวิตกะทันหัน ปิดตำนานเจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย”

นักแสดงตลก อาฉี เสียงหล่อ เสียชีวิตกะทันหัน ปิดตำนานเจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย”

17 เม.ย. 2568 10:37 น.

นักแสดงตลก อาฉี เสียงหล่อ เสียชีวิตกะทันหัน ปิดตำนานเจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย”

กลายเป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงอีกแล้ว เมื่อนักแสดงตลกชื่อดัง อาฉี เสียงหล่อ เจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย” ที่กลายเป็นภาพจำ เสียชีวิตกะทันหันที่ร้านอาหารของตนเองใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา

นักแสดงตลก อาฉี เสียงหล่อ เสียชีวิตกะทันหัน ปิดตำนานเจ้าของวลีฮิต “บัดซบจริงๆ เลย”

โดยเพจ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ได้แชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพรถพยาบาล  พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “ปิดตำนาน อาฉี เสียงหล่อ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid0jS3u5wFmpzJNMUuTsSq4KYbibX5SLTucuBL2XSpk3mL4gPyXtsyRRGTztwYNGKxDl%26id%3D100064478990438&show_text=true&width=500

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของ อาฉี เสียงหล่อ ยังไม่ทราบแน่ชัด มีเพียงรายงานว่านักแสดงตลกดังมีอาการแน่นหน้าอกก่อนจะหมดสติและปลุกไม่ตื่น โดยหลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตก็มีชาวโซเชียลร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก ไทยรัฐบันเทิงขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เพจดังเผยจับตาทริปเซี่ยงไฮ้ของครอบครัว โตโน่-ณิชา เดี๋ยวรู้ใครเป็นหมา

เพจดังเผยจับตาทริปเซี่ยงไฮ้ของครอบครัว โตโน่-ณิชา เดี๋ยวรู้ใครเป็นหมา

16 เม.ย. 2568 20:27 น.

เพจดังเผยจับตาทริปเซี่ยงไฮ้ของครอบครัว โตโน่-ณิชา เดี๋ยวรู้ใครเป็นหมา

เรียกว่ามีประเด็นให้จับตามองต่อเนื่อง สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างพระเอก-นักร้องหนุ่ม โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ และนางเอกสาวหน้าหวาน ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ซึ่งหลังจากที่โตโน่มีกระแสข่าวออกมาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ มายด์ พริตตี้สาว ก็ทำให้หลายคนจับตามองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง โตโน่-ณิชา จะเป็นยังไงต่อไป

เพจดังเผยจับตาทริปเซี่ยงไฮ้ของครอบครัว โตโน่-ณิชา เดี๋ยวรู้ใครเป็นหมา

ล่าสุดเพจ อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ ได้โพสต์ข้อความเล่าถึงทริปสองครอบครัวที่จะไปเซี่ยงไฮ้ในช่วงปลายเดือน เม.ย. 2568 โดยบอกว่า “จับตาดูปลายเดือนนี้ทริปเซี่ยงไฮ้ระหว่างสองครอบครัวของนางเอกหน้าหวานกับพ่อนักร้องข้ามโขงแล้วจะได้รู้ว่าวันนั้นใครจะเป็นหมาบ้าง” ก่อนจะคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “เรื่องนี้วงในสุดๆ ตั๊ยแล้ววว ว่าแต่ต้องรีบบอกพี่หน่วงก่อนนนน”

เพจดังเผยจับตาทริปเซี่ยงไฮ้ของครอบครัว โตโน่-ณิชา เดี๋ยวรู้ใครเป็นหมา

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น อาทิ ถ้าได้หอน รอบหน้าก็ รขพม เลยจ้า, ลาก่อนนนน, รอดูอย่างใส่ใจ, ร้านอาหารหมาใกล้ฉัน, จะเอาเปียกหรือจะเอาเม็ด 55555555555, ทริปจองไว้หมดแล้วเลยยกเลิกไม่ได้รึป่าวว, วอนคุณแม่ ดึงสติน้องด้วยนะคะ ส่วนเราเตรียมแxกข้าวหมาค่ะ, แม่ลบรูปออกหมดแล้วนี่ ยังจะไปร่วมทริปกันอีกหรอ งงใจ 555, ขอตัวนะ ไปหัดหอนก่อน ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

16 เม.ย. 2568 18:52 น.

โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

เรียกว่านับวันยิ่งเซ็กซี่เกินต้าน สำหรับนางเอกสาวหน้าใส โบว์ เมลดา สุศรี ที่พักหลังเปิดเผยความเซ็กซี่ลงในอินสตาแกรม @bow_maylada ให้ได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ทำเอาแฟนๆ แห่คอมเมนต์แซวรัวๆ รวมไปถึงหวานใจอย่างพระเอกหนุ่ม อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ ก็อดแซวแฟนสาวไม่ได้

โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

และล่าสุด โบว์ เมลดา อวดความเซ็กซี่รับซัมเมอร์ กับภาพท่อนบนใส่บิกินีลายดอกไม้สีสันสดใส เห็นความตู้มต้ามของหน้าอกหน้าใจแบบเต็มๆ แม้ท่อนล่างจะใส่กางเกงสีขาวปิดทับ แต่บอกเลยว่ายังไงก็ปิดความเซ็กซี่ไม่มิด ซึ่งสาวโบว์โพสต์ภาพพร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “เอาจิงนะ การมีแฟนที่ดี คือการมีแฟนเป็นเรา เนอะะะะะ”

ส่องคอมเมนต์ก็มีทั้งคนในวงการบันเทิงรวมถึงแฟนๆ คอมเมนต์แซว อาทิ เกินต้านงับบบบ, จิงจ่ะ, หนูอยากเกิดเป็นหมาให้พี่จูงค่ะ, ทะเลหวานนนเจี้ยบค่าลูกสาววว, ว๊ายยยย ถูก ถูก ถูกกกก, ที่สุดดดดดดด, เคเอวเอสทูโอ โคตรน่ารัก, เห็นด้วยยยยค่าาาา น่ารักจุงเบยยย, ทะเลหวาน ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ร้านอาหารลอนดอนโค่นทิ้งต้นโอ๊ก 500 ปี ขอโทษทำประชาชนไม่พอใจ

 ร้านอาหารลอนดอนโค่นทิ้งต้นโอ๊ก 500 ปี ขอโทษทำประชาชนไม่พอใจ

18 เม.ย. 2568 14:36 น.

ร้านอาหารลอนดอนโค่นทิ้งต้นโอ๊ก 500 ปี ขอโทษทำประชาชนไม่พอใจ

เครือร้านอาหารในอังกฤษได้ออกมาขอโทษ หลังจากที่เกิดกระแสความไม่พอใจ เนื่องจากร้านได้ตัดต้นโอ๊กต้นหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งเชื่อว่ามีอายุกว่า 500 ปี

เครือร้านอาหารในอังกฤษได้ออกมาขอโทษ หลังจากที่เกิดกระแสความไม่พอใจ เนื่องจากร้านได้ตัดต้นโอ๊กต้นหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งเชื่อว่ามีอายุกว่า 500 ปี

องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของอังกฤษ Woodland Trust อธิบายว่าต้นโอ๊กต้นใหญ่ต้นนี้ “เป็นต้นไม้โบราณที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดต้นหนึ่งของลอนดอน” และต้นโอ๊กต้นนี้ตั้งอยู่ด้านนอกสาขาของร้านอาหารโทบี้ คาร์เวรี  ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารย่าง ในเขตสวนป่าไวต์เว็บส์ พาร์ก ในเมืองเอนฟิลด์ ทางเหนือของกรุงลอนดอน

เจ้าหน้าที่ได้ค้นพบซากต้นโอ๊ก ซึ่งรายล้อมไปด้วยกิ่งและลำต้นที่ถูกตัด เมื่อวันที่ 3 เมษายน โดยสภาเมืองเอนฟิลด์ เป็นเจ้าของที่ดินที่ต้นไม้ตั้งอยู่ และได้ให้โทบี้ คาร์เวรีเช่าพื้นที่ บริษัทมิตเชลส์ แอนด์ บัตเลอร์ส เจ้าของโทบี้ คาร์เวรี กล่าวว่าผู้รับเหมาแนะนำให้เครือร้านอาหารตัดต้นไม้ต้นนี้ เนื่องจาก “อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย”

ต้นโอ๊คต้นนี้ มีขนาดเส้นรอบวง 6.1 เมตร และติดอันดับต้นโอ๊กขนาดใหญ่ 100 อันดับแรก จากทั้งหมด 600,000 ต้นของลอนดอน ตามข้อมูลของ Woodland Trust

เออร์จืน เออร์บิล จากสภาเมืองเอนฟิลด์ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผมรู้สึกโกรธมากที่ผู้เช่าตัดต้นโอ๊กโบราณที่สวยงามต้นนี้ทิ้งโดยไม่ได้ขออนุญาตหรือคำแนะนำใดๆ จากสภาฯ เรามีหลักฐานว่าต้นไม้ต้นนี้ยังมีชีวิตอยู่และเริ่มแตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อต้นไม้ถูกตัด” เขากล่าวว่าสภาฯ เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวละเมิดเงื่อนไขการเช่าซึ่งกำหนดให้โทบี้ คาร์เวรี ต้องดูแลและปกป้องภูมิทัศน์ที่มีอยู่

“ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ และการตัดต้นไม้ต้นนี้ดูเหมือนจะเป็นการละเมิดเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน ต้นไม้ต้นนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เชื้อรา และแมลงผสมเกสรนับไม่ถ้วน ต้นไม้ต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางนิเวศวิทยาและวัฒนธรรมของเรา” สภาฯ กล่าวว่ากำลังพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมาย

Woodland Trust กล่าวว่า ตามรายงานของสภาระบุว่า เมื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบต้นโอ๊กในเดือนธันวาคม ต้นโอ๊กนั้นถือว่า “มีสุขภาพดี” และ “ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง” ต่อที่จอดรถใกล้เคียงและผู้ใช้พื้นที่ ได้มีการออกคำสั่งคุ้มครองต้นไม้ในกรณีฉุกเฉินที่โคนตอไม้ 

โฆษกของบริษัทมิตเชลส์ แอนด์ บัตเลอร์ส กล่าวในแถลงการณ์ว่าการตัดต้นไม้ดังกล่าวเป็น “การกระทำที่สำคัญเพื่อปกป้องพนักงานและแขกของเรา รวมถึงประชาชนทั่วไป”  และเสริมว่า “เราได้ใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งหมด”

ต่อมานายฟิล เออร์แบน ซีอีโอของเครือร้านดังกล่าวได้ออกมาขอโทษสำหรับ “ความโกรธและความไม่พอใจทั้งหมดที่เกิดขึ้น” “เห็นได้ชัดว่าการตัดต้นไม้เก่าแก่ที่สวยงามเป็นประเด็นที่อ่อนไหวมาก และไม่ใช่สิ่งที่เราจะทำอย่างไม่ใส่ใจ” “เราไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ทำไปแล้วได้” และเสริมว่า “เราจำเป็นต้องเข้มงวดกับมาตรการของเรา”

เบนนี่ ฮอว์กส์บี ซึ่งอาศัยอยู่ในเอนฟิลด์และเป็นสมาชิกกลุ่ม Guardians of Whitewebbs กล่าวในแถลงการณ์ของ Woodland Trust ว่าผู้คนต้องการคำตอบ “ต้นไม้ต้นนี้เป็นของเอนฟิลด์และมรดกของชาติของเรา ผมเสียใจมาก” 

จอน สโตกส์ ผู้อำนวยการด้านต้นไม้ วิทยาศาสตร์ และการวิจัยของ Tree Council กล่าวในแถลงการณ์ของ Woodland Trust ว่าต้นโอ๊กโบราณสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 1,000 ปี

เออร์บิล กล่าวว่าแม้จะได้รับความเสียหาย แต่ต้นโอ๊ก “ยังคงแสดงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอย่างชัดเจน” และเสริมว่า “เราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อช่วยให้ต้นไม้เติบโตอีกครั้ง”

สำนักงานตำรวจนครบาลลอนดอน กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า ตำรวจกำลังดำเนินการกับกรณีการตัดต้นไม้ดังกล่าวในฐานะคดีแพ่ง และได้ยุติการสืบสวนแล้ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การตัดต้นไม้ครั้งนี้ก่อให้เกิดความโกรธแค้นต่อผู้คนในสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว ต้นซิกามอร์ที่มีชื่อเสียงในภาคเหนือของอังกฤษ ซึ่งเคยปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง “โรบินฮู้ด เจ้าชายแห่งโจร” เมื่อปี 1991 ถูกตัดโค่นลง ซึ่งทางการในขณะนั้นระบุว่าเป็น “การก่ออาชญากรรม” ส่วนในปี 2021 เกิดเหตุการณ์ตัดต้นไม้ลึกลับขึ้นหลายครั้งในภาคใต้ของอังกฤษ โดยพบว่าต้นไม้หลายสิบต้นถูกตัดโค่นลงกลางดึก.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

“ตูวาลู” ประเทศเกาะแปซิฟิก ฉลองมีตู้ ATM เครื่องแรก

"ตูวาลู" ประเทศเกาะแปซิฟิก ฉลองมีตู้ ATM เครื่องแรก

18 เม.ย. 2568 12:00 น.

“ตูวาลู” ประเทศเกาะแปซิฟิก ฉลองมีตู้ ATM เครื่องแรก

ประเทศตูวาลู ประเทศเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้เปิดตัวตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีตูวาลู กล่าวยกย่องว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญ

ประเทศตูวาลู ประเทศเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้เปิดตัวตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีตูวาลู กล่าวยกย่องว่าเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญ

ประเทศกลางมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ ถือเป็นเป็นหนึ่งในประเทศที่ห่างไกลที่สุดในโลก โดยตั้งอยู่ระหว่างออสเตรเลียและฮาวาย ทำให้เป็นประเทศที่โดดเดี่ยวมากจนกระทั่งการทำธุรกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโดยคนในพื้นที่หรือผู้มาเยือน ล้วนทำผ่านเงินสดเท่านั้น ดังนั้น เมื่อประเทศเล็กๆ แห่งนี้เปิดตัวตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกในวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา จึงถือเป็นการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมตัวกันหน้าตู้เอทีเอ็มเครื่องหนึ่งบนเกาะฟูนาฟูตี เกาะหลักของประเทศ นายกรัฐมนตรีเฟเลติ เตโอ กล่าวชื่นชม “เหตุการณ์สำคัญ” ดังกล่าว และเมื่อวันอังคาร เขาได้เปิดตัวตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของประเทศ โดยมีการตัดเค้กช็อกโกแลตขนาดใหญ่

ซิโอเซ เตโอ ผู้จัดการทั่วไปของธนาคารแห่งชาติตูวาลู ซึ่งดำเนินการตู้เอทีเอ็มดังกล่าว กล่าวว่านี่เป็น “ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่” และเป็น “การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ” ที่จะ “เปิดประตูสู่การเสริมสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจของประชาชนในตูวาลู” ซึ่งมีประชากรประมาณ 11,200 คน

นิซาร์ อาลี จากบริษัท แปซิฟิก เทคโนโลยี ซึ่งช่วยออกแบบเครื่องดังกล่าว กล่าวว่า “สิ่งนี้จะทำลายกำแพงกั้นและแนะนำผู้คนให้รู้จักกับบริการธนาคารที่ทันสมัยและเชื่อถือได้” 

ตูวาลูเป็นหนึ่งในประเทศที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีเกาะเล็ก ๆ 9 เกาะรวมกัน ครอบคลุมพื้นที่เพียง 25.14 ตารางกิโลเมตร ไม่มีผู้คนเดินทางไปที่นั่นมากนัก ตามข้อมูลของรัฐบาล มีนักท่องเที่ยวเพียง 3,000 คนเท่านั้นที่มาเยือนเกาะแห่งนี้ในปี 2023

มีสนามบินเพียงแห่งเดียวบนเกาะฟูนาฟูตี ซึ่งให้บริการเที่ยวบินเพียงไม่กี่เที่ยวต่อสัปดาห์จากฟิจิ เพื่อนบ้านในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อไม่มีเครื่องบินลงจอด รันเวย์จะถูกใช้โดยคนในท้องถิ่นเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับกิจกรรมทุกประเภท ตั้งแต่รักบี้ไปจนถึงฟุตบอล ภายในประเทศ ผู้คนเดินทางระหว่างเกาะด้วยเรือข้ามฟาก เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินภายในประเทศ

เนื่องจากจุดสูงสุดของตูวาลูอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 4.5 เมตร ตูวาลูจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากที่สุด ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้แนวชายฝั่งของประเทศถอยร่นลงเท่านั้น แต่น้ำทะเลที่ไหลเข้ามายังกัดเซาะพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศที่มีจำกัดอีกด้วย อุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลในบริเวณโดยรอบ

ประเทศนี้ตกเป็นข่าวใหญ่ในนปี 2021 เมื่อไซมอน โคฟ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสุนทรพจน์ต่อองค์การสหประชาชาติในขณะที่ยืนอยู่ใต้น้ำที่ท่วมถึงหัวเข่า.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทรัมป์ส่งสัญญาณ ภาษีตอบโต้จีนอาจใกล้สิ้นสุด ข้อตกลง TikTok ยังต้องรอ

ทรัมป์ส่งสัญญาณ ภาษีตอบโต้จีนอาจใกล้สิ้นสุด ข้อตกลง TikTok ยังต้องรอ

18 เม.ย. 2568 11:04 น.

ทรัมป์ส่งสัญญาณ ภาษีตอบโต้จีนอาจใกล้สิ้นสุด ข้อตกลง TikTok ยังต้องรอ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่วนข้อตกลงเกี่ยวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TikTok อาจต้องรอไปก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอาจยุติการขึ้นภาษีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่วน ข้อตกลงเกี่ยวกับชะตากรรมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย TikTok อาจต้องรอไปก่อน

ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่อยากขึ้นภาษีนำเข้าจากจีนอีก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 145% เขากล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ผมอาจไม่ต้องการให้สูงขึ้นกว่านี้ แต่ผมอาจต้องการให้น้อยลง เพราะคุณคงอยากให้คนซื้อ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง คนก็จะไม่ซื้อของ” 

ความคิดเห็นของทรัมป์ยังชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่ลดลงสำหรับการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายสิบประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากตลาดมีปฏิกิริยารุนแรงต่อการประกาศใช้ภาษีดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาในประเทศ 10% แต่ได้ชะลอการขึ้นภาษีเพื่อรอการเจรจาก่อน

อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งขณะนี้รวมเป็น 145% หลังจากที่จีนตอบโต้ด้วยมาตรการตอบโต้ของตนเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนกล่าวว่าจะไม่ตอบโต้กับ “เกมตัวเลขภาษีนำเข้า” ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศจะไม่เพิ่มขึ้นอีก
ทรัมป์กล่าวว่าจีนได้ติดต่อมาตั้งแต่มีการประกาศใช้ภาษีนำเข้า และแสดงความหวังดีว่าจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้

ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่รีบร้อนที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าใดๆ เนื่องจากรายรับที่ได้จากภาษีของเขานั้นสูงมาก เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีว่า เขาคิดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้ “ภายในสามหรือสี่สัปดาห์ข้างหน้า” ทรัมป์ระบุว่าอัตราภาษีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เขากล่าวว่าข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของเขาคือ “เวลาในแต่ละวันมีจำกัด”

กรอบเวลาของทรัมป์คือการทำข้อตกลงกับจีนและ “ทุกๆ คน” เขากล่าวว่าเขาได้พูดคุยกับจีนบ่อยครั้งเกี่ยวกับความตึงเครียดเรื่องภาษี แต่จะไม่บอกว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนโดยตรงหรือไม่ “มันไม่สำคัญขนาดนั้น เพราะพูดตามตรงแล้ว เราจะมีข้อตกลงกัน ผมเชื่อว่าเราจะมีข้อตกลงกับจีน”

ทรัมป์ยังได้ขยายเวลาทางกฎหมายให้บริษัท ไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ TikTok ในจีน เพื่อขายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ หลายครั้งแล้ว เขากล่าวว่าข้อตกลงแยกน่าจะต้องรอจนกว่าปัญหาการค้าจะได้รับการแก้ไข “TikTok เป็นผลดีต่อจีน และผมคิดว่าพวกเขาคงอยากให้เราทำข้อตกลง โดยเฉพาะข้อตกลงที่เราได้ทำกับบริษัทชั้นนำบางแห่งในโลก”

“เรามีข้อตกลงสำหรับ TikTok แต่จีนจะเป็นผู้รับผิดชอบ ดังนั้นเราจะเลื่อนข้อตกลงนี้ออกไปจนกว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายไปในทางใดทางหนึ่ง”.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ระทึก หนุ่มอเมริกันใช้มีดจี้กัปตันเครื่องบินเล็กพาหนีออกจากเบลีซ สุดท้ายถูกยิงสวนดับ

ระทึก หนุ่มอเมริกันใช้มีดจี้กัปตันเครื่องบินเล็กพาหนีออกจากเบลีซ สุดท้ายถูกยิงสวนดับ

18 เม.ย. 2568 10:19 น.

ระทึก หนุ่มอเมริกันใช้มีดจี้กัปตันเครื่องบินเล็กพาหนีออกจากเบลีซ สุดท้ายถูกยิงสวนดับ

พลเมืองสหรัฐฯ ก่อเหตุใช้มีดจี้เครื่องบินเล็กของสายการบิน Tropic Air ในประเทศเบลีซเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ก่อนที่เขาจะถูกยิงจนเสียชีวิต

พล.ต.ท. เชสเตอร์ วิลเลียมส์ ผู้บัญชาการตำรวจเบลีซ แถลงข่าวถึงเหตุการณ์จี้เครื่องบินเล็กของสายการบิน Tropic Air โดยชายชาวอเมริกัน โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุคือ อาคินเยลา ซาวา เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน และดูเหมือนว่าจะเคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน โดยเขาได้ชักมีดขึ้นมาระหว่างที่เครื่องบินอยู่กลางอากาศ พร้อมขู่ให้นักบินเปลี่ยนเส้นทางบินออกนอกประเทศ ส่งผลให้เครื่องบินต้องบินวนอยู่ในน่านฟ้าระหว่างภาคเหนือของเบลีซกับเมืองหลวงเบลีซซิตี จนน้ำมันใกล้จะหมด

หลังจากนั้นไม่นานเทย์เลอร์ได้ใช้มีดแทงผู้โดยสาร 3 ราย รวมถึงนักบิน ทำให้หนึ่งในผู้โดยสารซึ่งมีปืนถูกกฎหมายได้ยิงสวนใส่เขา ขณะเครื่องบินกำลังลงจอดนอกเมืองเบลีซซิตี โดยมีรายงานว่าผู้โดยสารที่ยิงได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เช่นเดียวกับเทย์เลอร์ แต่เขาเสียชีวิตจากบาดแผลกระสุนปืนในเวลาต่อมา

ระทึก หนุ่มอเมริกันใช้มีดจี้กัปตันเครื่องบินเล็กพาหนีออกจากเบลีซ สุดท้ายถูกยิงสวนดับ

เจ้าหน้าที่เผยว่ายังไม่แน่ชัดว่าเทย์เลอร์สามารถลักลอบนำมีดขึ้นเครื่องได้อย่างไร โดยยอมรับว่า สนามบินเล็กๆ ในเบลีซหลายแห่งไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอในการตรวจค้นผู้โดยสาร

จากข้อมูลของตำรวจ เทย์เลอร์เคยถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศเบลีซเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาเดินทางมายังเมืองโคโรซาลซึ่งเป็นต้นทางของเที่ยวบินนี้ได้อย่างไร โดยมีจุดหมายปลายทางคือเกาะซานเปโดรใกล้ชายฝั่ง

ซึ่งล่าสุดทางการเบลีซได้ประสานไปยังสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอความช่วยเหลือในการสอบสวนเหตุการณ์นี้แล้ว

ขณะที่ ลุค มาร์ติน เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสถานทูตสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติหรือแรงจูงใจของเทย์เลอร์ในขณะนี้

ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับจากสนามบินพบว่า เทย์เลอร์เคยเป็นครูในสหรัฐฯ และมีข้อมูลออนไลน์ว่าเขาเคยเป็นโค้ชอเมริกันฟุตบอลที่โรงเรียนมัธยมแม็คคลูเออร์ นอร์ท ไฮสคูล ในเมืองฟลอริแซนต์ รัฐมิสซูรี แต่ปัจจุบันเขาไม่ได้ทำงานอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จี้เครื่องบิน

เตือนภัย เด็กอเมริกัน 10 ขวบถูกลักพาตัวจากผู้ชายที่รู้จักในเกม Roblox

เตือนภัย เด็กอเมริกัน 10 ขวบถูกลักพาตัวจากผู้ชายที่รู้จักในเกม Roblox

18 เม.ย. 2568 08:56 น.

เตือนภัย เด็กอเมริกัน 10 ขวบถูกลักพาตัวจากผู้ชายที่รู้จักในเกม Roblox

เตือนภัยจากเกมออนไลน์ เมื่อเด็กหญิงชาวอเมริกันวัย 10 ขวบถูกผู้ชายที่รู้จักกันผ่านเกม Roblox ล่อลวงและลักพาตัว เคราะห์ดีที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือและจับกุมผู้ก่อเหตุได้

แมทธิว มาคาตูโน นาวาล ชายชาวแคลิฟอร์เนียวัย 27 ปี ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาลักพาตัวเด็กหญิงอายุ 10 ขวบ หลังเขาได้พูดคุยทำความสนิทสนมกับเด็กหญิงผ่านแอปโซเชียลมีเดีย Roblox และ Discord ตามรายงานของเจ้าหน้าที่โดยเขาถูกจับกุมเมื่อวันอาทิตย์ ในข้อหาลักพาตัวและมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับผู้เยาว์ 

สำนักข่าว CNN รายงานว่าเจ้าหน้าที่เริ่มค้นหาเด็กหญิงที่หายตัวไปจากเมืองทาฟต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังครอบครัวแจ้งว่าเธอหายตัวไปเมื่อวันอาทิตย์ และพบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเด็กอาจถูกลักพาตัว โดยนักสืบพบว่าเธอเคยพูดคุยกับนาวาลผ่านแอปโซเชียลมีเดีย และเชื่อว่าทั้งคู่น่าจะอยู่ในบริเวณเมืองเอลก์โกรฟ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเด็กประมาณ 400 กิโลเมตร จนกระทั่งตำรวจตามไปพบตัวเด็กหญิงในช่วงบ่ายวันอาทิตย์

ทั้งนี้ มีรายงานว่านาวาลถูกจับกุมและควบคุมตัวไว้ที่เขตซาคราเมนโต ก่อนถูกย้ายมาควบคุมในเรือนจำเขตเคิร์น โดยมีการตั้งวงเงินประกันตัวไว้ที่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีกำหนดขึ้นศาลในวันศุกร์นี้

สำนักงานนายอำเภอออกคำเตือนถึงผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญของความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต และควรเฝ้าติดตามการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของบุตรหลาน และรู้ว่าเด็กกำลังพูดคุยกับใคร เพราะแอปและเกมหลายตัวมีระบบแชท ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเทียบเท่าหรือมากกว่าการใช้โซเชียลมีเดีย

ขณะที่ Roblox และ Discord กล่าวกับ CNN ว่าพวกเขามีนโยบาย ไม่ยอมรับอย่างเด็ดขาดต่อการคุกคามหรือเอาเปรียบเด็ก โดยโฆษกของ Roblox ระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้น่าตกใจอย่างยิ่ง และทางบริษัทกำลังสอบสวนอย่างจริงจัง พร้อมเสริมว่าบนแพลตฟอร์มมีเครื่องมือป้องกันพฤติกรรมล่าเหยื่อหลายรูปแบบ

ขณะที่โฆษกของ Discord กล่าวว่าบริษัทจะลบเนื้อหา แบนผู้ใช้ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่หากพบว่ามีการละเมิดนโยบาย ซึ่งเมื่อบริษัทได้ทราบเหตุการณ์นี้ ก็ได้ส่งข้อมูลไปยังศูนย์แห่งชาติสำหรับเด็กสูญหายและถูกแสวงหาผลประโยชน์ทันที. 

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกมออนไลน์

สลด กระเช้าเคเบิลคาร์ที่อิตาลี ขาดร่วงพื้น นักท่องเที่ยวดับ 4 ศพ

สลด กระเช้าเคเบิลคาร์ที่อิตาลี ขาดร่วงพื้น นักท่องเที่ยวดับ 4 ศพ

18 เม.ย. 2568 07:11 น.

สลด กระเช้าเคเบิลคาร์ที่อิตาลี ขาดร่วงพื้น นักท่องเที่ยวดับ 4 ศพ

เกิดเหตุสลดเมื่อกระเช้าเคเบิลคาร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้บริการขึ้นไปชมภูเขาใกล้เมืองนาโปลี เกิดสายเคเบิลขาด กระเช้าตกดิ่งลงจากความสูงราว 1,100 เมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย

วันที่ 17 เมษายน 2568 เกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่ประเทศอิตาลี เมื่อเคเบิลคาร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้บริการขึ้นไปชมความสวยงามของ ภูเขาไฟโต (Mount Faito) เมืองคัมปาเนีย ใกล้เมืองนาโปลี สายเคเบิลขาด กระเช้าดิ่งลงจากความสูงราว 1,100 เมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกลำเลียงด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สื่อท้องถิ่นของอิตาลีรายงานว่า หนึ่งในสายเคเบิลหลักที่ใช้พยุงตัวกระเช้าเกิดขาด ทำให้กระเช้าขึ้นไปซึ่งอยู่บริเวณใกล้ถึงยอดเขา ร่วงลงมากระแทกพื้น 

นายวินเซนโซ เด ลูกา ผู้ว่าการแคว้นคัมปาเนีย ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยว และระบุว่าในช่วงเกิดเหตุมีฝนตก ลมแรง และหมอกจัด ทำให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 50 นายเข้าร่วมภารกิจกู้ภัย

นายกเทศมนตรีเมืองคัสเตลลัมมาเร ดิ สตาเบีย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเคเบิลคาร์ เปิดเผยว่า สายเคเบิลที่ขาดน่าจะเป็นสายดึง (traction cable) โดยระบบเบรกฉุกเฉินบริเวณด้านล่างทำงานได้ แต่เบรกของกระเช้าที่ใกล้ถึงยอดเขาไม่สามารถหยุดได้ทัน

บริษัทขนส่งสาธารณะ EAV ผู้ให้บริการสายเคเบิลคาร์นี้ ระบุว่า เส้นทางนี้เพิ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อ 10 วันที่แล้ว และผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเรียบร้อยก่อนเปิดใช้

ขณะที่นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี อยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ  และได้ส่งสารแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต.