ลูกชายนายตำรวจสหรัฐฯ คลั่งบุกกราดยิงกลางมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา ดับ 2 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย

ลูกชายนายตำรวจสหรัฐฯ คลั่งบุกกราดยิงกลางมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา ดับ 2 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย

18 เม.ย. 2568 05:35 น.

ลูกชายนายตำรวจสหรัฐฯ คลั่งบุกกราดยิงกลางมหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา ดับ 2 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย

วัยรุ่นอายุ 20 ปี เป็นลูกชายรองนายอำเภอ คลั่งบุกกราดยิงหน้าศูนย์นักศึกษา ม.รัฐฟลอริดา ดับ 2 ศพ บาดเจ็บ 6 ราย ตร.รวบตัวได้ทันควัน พบใช้ปืนของแม่ที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่

วันที่ 17 เมษายน 2568 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุสะเทือนขวัญที่มหาวิทยาลัยรัฐฟลอริดา (Florida State University-FSU) เมืองแทลลาแฮสซี ในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ เมื่อชายวัย 20 ปี เปิดฉากกราดยิงหน้าศูนย์นักศึกษา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยิงสกัดและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันก่อนเกิดเหตุร้ายหนักกว่านี้

ตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุคือ นายฟีนิกซ์ อิคเนอร์ อายุ 20 ปี นักศึกษาของ FSU ซึ่งเป็นบุตรชายของรองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสำนักงานนายอำเภอเขตลีออน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนประจำตำแหน่งของนางเจสสิกา อิคเนอร์ แม่ของเขาซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับราชการมานานกว่า 18 ปี

รายงานข่าวระบุว่าเหตุยิงเกิดขึ้นในช่วงเวลาพักกลางวัน ทำให้นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่ต้องหนีเอาชีวิตรอด โดยบางคนซ่อนตัวอยู่ในลิฟต์ขนของและลานโบว์ลิ่งภายในอาคาร ขณะเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุและเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุด มหาวิทยาลัยประกาศยกเลิกการเรียนการสอนตลอดวัน และยกเลิกกิจกรรมกีฬาตลอดสุดสัปดาห์ ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อยู่ระหว่างต้อนรับนายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่กเิดขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนการครอบครองอาวุธปืนตามรัฐธรรมนูญ

ด้านนายรอน เดอซานทิส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ พร้อมให้คำมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการทุกทางเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการกราดยิงครั้งรุนแรงครั้งที่สองในรอบ 10 ปี หลังจากเหตุยิงในห้องสมุดมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2014 ซึ่งครั้งนั้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ.

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ บอสใหญ่ LVMH อัดอียูแก้เกมการค้าไม่ทันเกมสหรัฐฯ

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ บอสใหญ่ LVMH อัดอียูแก้เกมการค้าไม่ทันเกมสหรัฐฯ

18 เม.ย. 2568 05:16 น.

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ บอสใหญ่ LVMH อัดอียูแก้เกมการค้าไม่ทันเกมสหรัฐฯ

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอบริษัท LVMH ยักษ์ใหญ่สินค้าแบรนด์หรูของฝรั่งเศส กล่าวถึงผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าจากสงครามภาษี ที่อาจลุกลามจนทำลายอุตสาหกรรมยุโรป พร้อมเรียกร้องการตั้งเขตการค้าเสรีข้ามทวีป


วันที่ 17 เมษายน 2568 นายเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ประธานและซีอีโอบริษัท LVMH ยักษ์ใหญ่สินค้าแบรนด์หรูของฝรั่งเศส กล่าวระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ LVMH โดยเรียกร้องให้สหภาพยุโรปและสหรัฐฯจัดตั้ง เขตการค้าเสรี (Free Trade Zone) เพื่อป้องกันผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้า ที่อาจลุกลามจนทำลายอุตสาหกรรมยุโรป ซึ่งเขากล่าวว่า หากไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น ความผิดจะตกอยู่ที่อียู 

นายอาร์โนลต์ยังกล่าววิจารณ์คณะกรรมาธิการยุโรปว่าดำเนินการช้าเกินไป และปล่อยให้อำนาจราชการ ขัดขวางผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งหากอียูไม่สามารถเจรจาอย่างชาญฉลาด บริษัทอาจจำเป็นต้องย้ายฐานการผลิตเพิ่มในสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากภาษี

โดยปัจจุบัน หนึ่งในสี่ของรายได้ LVMH มาจากตลาดสหรัฐฯ ซึ่ง LVMHเคยเปิดโรงงานผลิตกระเป๋าหรู Louis Vuitton ที่รัฐเท็กซัส ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ และเคยเชิญอดีตผู้นำสหรัฐฯ ไปเยี่ยมชมโรงงานด้วยตัวเอง

แต่ที่ผ่านมา LVMH เผชิญแรงกดดันหลังยอดขายไตรมาสแรกต่ำกว่าคาด ทำให้หุ้นร่วง 7.8% และส่งผลให้เสียตำแหน่งบริษัทหรูอันดับ 1 ของโลกให้กับ Hermès เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ทั้งนี้ นายอาร์โนลต์วัย 76 ปี ไม่ใช่ผู้นำธุรกิจรายแรกที่เรียกร้องข้อตกลงเขตการค้าเสรี ก่อนหน้านี้ อีลอน มัสก์ ก็เพิ่งออกมาสนับสนุนแนวคิด “zero-tariff zone” ระหว่างสหรัฐฯ กับอียูเช่นกัน แต่ถูกทรัมป์ปฏิเสธในอดีต

สี จิ้นผิง เดินทางถึงกัมพูชา โดยมีกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ต้อนรับที่สนามบิน

สี จิ้นผิง เดินทางถึงกัมพูชา โดยมีกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ต้อนรับที่สนามบิน

18 เม.ย. 2568 04:53 น.

สี จิ้นผิง เดินทางถึงกัมพูชา โดยมีกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ต้อนรับที่สนามบิน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เยือนกัมพูชาเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี และเป็นจุดหมายสุดท้ายของทริปเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย โดยกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ต้อนรับถึงสนามบิน

วันที่ 17 เมษายน 2568 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เดินทางถึงกรุงพนมเปญ เพื่อเริ่มต้นการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ 2 วัน ตามคำเชิญของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา โดยนับเป็นการเยือนกัมพูชาครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งเป็นจุดหมายลำดับที่ 3 ของการเยือนสามประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากเวียดนาม และมาเลเซีย

โดยพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ไปต้อนรับประธานาธิบดีของจีนด้วยพระองค์เองที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กษัตริย์กัมพูชาเสด็จฯ มารับผู้นำต่างประเทศที่สนามบิน สะท้อนถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างลึกซึ้ง

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีประชาชนชาวกัมพูชาและชาวจีนโพ้นทะเลกว่า 20,000 คน ออกมาต้อนรับขบวนรถของประธานาธิบดีสีตามท้องถนน พร้อมโบกธงชาติจีนและกัมพูชา สร้างภาพประทับใจอย่างยิ่ง

สี จิ้นผิง เดินทางถึงกัมพูชา โดยมีกษัตริย์นโรดม สีหมุนี เสด็จฯ ต้อนรับที่สนามบิน

ภายหลังเดินทางถึง สี จิ้นผิง ได้เข้าหารือทวิภาคีกับ สมเด็จฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการสร้าง ประชาคมความร่วมมือจีน-กัมพูชา พร้อมประกาศให้ปี 2025 เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยวจีน-กัมพูชา”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในโอกาสนี้ จีนและกัมพูชาได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทวิภาคีมากกว่า 30 ฉบับ ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ การค้า โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และวัฒนธรรม

โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับลายลักษณ์อักษรที่ระบุว่า ความสัมพันธ์จีน-กัมพูชา ได้ผ่านบททดสอบจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกและยังคงแข็งแกร่งดังหินผา โดยความสัมพันธ์ทวิภาคีนี้เกิดจากการหล่อหลอมบ่มเพาะของคณะผู้นำรุ่นเก่าของสองประเทศ

นอกจากนี้ยังระบุว่า จีนสนับสนุนกัมพูชาในการรักษาเอกราชเชิงยุทธศาสตร์และถือว่ากัมพูชาเป็นพันธกิจสำคัญสูงในการทูตประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมคาดหวังจะกระชับมิตรภาพและส่งเสริมความร่วมมือกับกัมพูชา เพื่อนำพาประโยชน์มาสู่ประชาชนของจีนและกัมพูชามากขึ้น รวมถึงมีส่วนส่งเสริมพลังบวกสู่สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและพื้นที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จีนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกัมพูชา ทั้ง โครงการขุดคลองฟูนันเทโช ที่เชื่อมเมืองหลวงเข้ากับท่าเรือหลักของประเทศ และ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายอาเซียน ที่จะเชื่อมจีน ลาว ไทย ผ่านกัมพูชา ลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์.

ทรัมป์เดือด เรียกร้องปลดประธานเฟด หลังออกมาเตือนผลกระทบสงครามภาษี

ทรัมป์เดือด เรียกร้องปลดประธานเฟด หลังออกมาเตือนผลกระทบสงครามภาษี

17 เม.ย. 2568 22:01 น.

ทรัมป์เดือด เรียกร้องปลดประธานเฟด หลังออกมาเตือนผลกระทบสงครามภาษี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโจมตีประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ผ่านโซเชียล ระบุว่าอยากปลดออกเร็วๆ นี้ หลังเจอโต้กลับว่านโยบายภาษีของทรัมป์ สร้างผลกระทบแรง และเสี่ยงทำเงินเฟ้อ คนตกงาน จนเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

11 เมษายน 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ จุดกระแสดราม่าทางเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โจมตี นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ว่า ช้าและผิดพลาดตลอดเวลา พร้อมเรียกร้องให้มีการปลดนายพาวเวล ออกจากตำแหน่งโดยเร็ว

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากพาวเวลล์เพิ่งออกมาเตือนว่า นโยบายการเก็บภาษีนำเข้าจากต่างประเทศของทรัมป์ซึ่งมีผลกระทบในวงกว้างกว่าที่คาด อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่นำพาเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะที่เงินเฟ้อสูง (stagflation) หรือแต่เศรษฐกิจหยุดชะงัก  หรือซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ

ทรัมป์ระบุว่า เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด มักจะช้าเกินไปและผิดตลอด และสิ่งที่เพิ่งเผยแพร่รายงานเมื่อเร็วๆนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเหมือนเคย ซึ่งการปลดนายพาวเวลล์ควรเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด

วันเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 7 ในรอบปี ทำให้ทรัมป์ยิ่งไม่พอใจที่เฟดของสหรัฐฯ ไม่ลดดอกเบี้ยตาม ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า กระทบต่อภาคการส่งออกและความสามารถในการแข่งขัน

ด้านพาวเวลล์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายภายใต้รัฐบาลทรัมป์ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีศุลกากรจากหลายประเทศ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐาน ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสร้างความไม่แน่นอนจนธนาคารกลางต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยมีแบบแผนมาก่อน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดคนอื่น ๆ และนักเศรษฐกิจหลายรายก็แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า นโยบายภาษีของทรัมป์มีแนวโน้มจะผลักดันให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อ และอาจทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น

ทางด้านเรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ยังกล่าวอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจอยู่ในภาวะถดถอยแล้วโดยไม่รู้ตัว หรือใกล้เข้าสู่จุดนั้นเต็มที

ทั้งนี้ สำหรับนายเจอโรม พาวเวลล์ เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดโดยทรัมป์ในปี 2018 และได้รับการต่ออายุโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในปี 2021 ซึ่งจะดำรงตำแหน่งจนถึงเดือนพฤษภาคม 2026.

ก.เกษตรฯช่วยชาวสวนยางถูกกดราคาไม่เป็นธรรม

ก.เกษตรฯช่วยชาวสวนยางถูกกดราคาไม่เป็นธรรม

ก.เกษตรฯช่วยชาวสวนยางถูกกดราคาไม่เป็นธรรม

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

กระทรวงเกษตรฯ รับหนังสือจากเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เร่งช่วยเหลือชาวสวนยางรับผลกระทบถูกกดราคาที่ไม่เป็นธรรม

(วันนี้ 18 เม.ย.) น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เข้าพบ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับราคายางพารา โดยมีนายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เ  เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ 123 เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาราคายางพาราให้เกษตรกรชาวสวนยางจากการที่มีผู้ประกอบการบางกลุ่มจงใจใช้โอกาสจากนโยบายการตั้งกำแพงภาษีคู่ค้าของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (นายโดนัลด์ ทรัมป์) มากดราคาการซื้อ-ขายยางพาราจนราคาต่ำลงอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบขาดทุนจากการซื้อ-ขายที่ไม่เป็นธรรม และส่งผลต่อตลาดยางพาราในภาพรวมทั้งประเทศ

ทั้งนี้ สมาคมผู้ผลิตยางแผ่นรมควันภาคใต้จึงเป็นตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางยื่นหนังสือต่อกระทรวงเกษตรฯ ช่วยเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง ตามข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1) กำหนดราคาซื้อ-ขายยางพาราให้มีราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม 2) กำหนดให้ผู้รับซื้อยางพาราแจ้งปริมาณกักเก็บยางพารา รวมถึงแผนการผลิต นำเข้า-ส่งออก การจำหน่ายต่อเจ้าพนักงาน เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการควบคุมเสถียรภาพทางราคา 3) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อป้องกันพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความผันผวนของราคายางพารา 4) ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่จงใจกดราคารับซื้อให้ต่ำมากกว่าปกติ ซึ่งอาจมีจำหน่ายไม่ตรงกับต้นทุน มีการจัดทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง อันมีเหตุให้เชื่อว่าอาจหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร 5) กำหนดมาตรการควบคุมการขนย้ายยางพาราในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า หรือสวมสิทธิเป็นยางพาราในราชอาณาจักรไทย 6) ปรับปรุง พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 7) ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการสินเชื่อเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางผ่านคณะกรรมการยางธรรมชาติ (กนย.) เพื่อขยายเวลาชำระหนี้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)

อย่างไรก็ตาม น.ส.อนงค์นาถ ให้ความมั่นใจกับเกษตรกรชาวสวนยาง ว่ากระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อเรียกร้องไปพิจารณาดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยางต่อไป

015

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมฝึกซ้อมขบวนริ้วอิสริยยศ งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมฝึกซ้อมขบวนริ้วอิสริยยศ งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมฝึกซ้อมขบวนริ้วอิสริยยศ งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.46 น.

วันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 15.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้อัญเชิญเครื่องอิสริยยศ พร้อมกับ นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ เป็นคู่เคียงพระยาแรกนา ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศ เพื่อเตรียมความพร้อมในงาน พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี 2568 ณ กรมชลประทาน (สามเสน)

ชป.ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการซักซ้อม พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

ชป.ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการซักซ้อม พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

ชป.ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการซักซ้อม พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 68

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.43 น.

ชป.ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการซักซ้อมพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568

วันที่ 17 เมษายน 2568 นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายสิทธิพร พฤฒิพิบูลธรรม เลขานุการกรม และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและความพร้อมในการซักซ้อมพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัด เข้าร่วม ณ สโมสรกรมชลประทาน ถ.สามเสน กรุงเทพฯ

โดยกรมชลประทาน ได้อำนวยความสะดวกด้านสถานที่ เพื่อให้การซักซ้อมพระราชพิธีฯเป็นไปอย่างราบรื่นและสมพระเกียรติ ซึ่งในในปีนี้ได้กำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
 

‘นฤมล’ถก’สมาคมโคเนื้อฯ-เกษตรกร’ รับปากคุย’นายกฯ’ปรับแผน เลี่ยงกระทบผู้เลี้ยงในไทย

'นฤมล'ถก'สมาคมโคเนื้อฯ-เกษตรกร' รับปากคุย'นายกฯ'ปรับแผน เลี่ยงกระทบผู้เลี้ยงในไทย

‘นฤมล’ถก’สมาคมโคเนื้อฯ-เกษตรกร’ รับปากคุย’นายกฯ’ปรับแผน เลี่ยงกระทบผู้เลี้ยงในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.58 น.

‘นฤมล’ถกตัวแทน’สมาคมโคเนื้อฯ-เกษตรกร’ หลังบุก’ก.เกษตรฯ’ยื่นค้านนำเข้าเนื้อโคจากสหรัฐฯ รับปากคุย’นายกฯ’ปรับแผนเจรจา เลี่ยงกระทบพี่น้องเกษตรกร 

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2568 ที่กระทรวงเกษตร และสหกรณณ์ สมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในประเทศ กว่า 60 องค์กร เข้ายื่นหนังสือถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อคัดค้านการนำเข้าเนื้อโคและเครื่องในโคจากสหรัฐอเมริกา ตามที่ภาคเอกชน และรัฐบาลไทย จัดทำแผนไว้เพื่อยื่นข้อเสนอเจรจามาตรการทางภาษีเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘สมาคมโคเนื้อฯ-เกษตรกร’บุก’ก.เกษตรฯ’ยื่น’นฤมล’ค้านนำเข้าโคเนื้อจากสหรัฐฯ โดยทางสมาคมฯ และเกษตรกร ได้สะท้อนความกังวลใจ หลังรัฐบาลมีแผนเปิดช่องให้สหรัฐอเมริกานำเข้าเนื้อโคเพื่อแลกกับสินค้าบางรายการที่ขาดดุลการค้า โดยยอมรับว่าหากนำเข้า ก็จะยิ่งกระทบตลาดในประเทศ ที่ปัจจุบันมีการทุ่มตลาดจากออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อยู่แล้ว ด้านนางนฤมล ได้รับหนังสือข้อเรียกร้อง เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาปรับแผนเจรจา ลดผลกระทบเกษตรกร

ทั้งนี้ นางนฤมล พร้อมด้วยนายอิทธิ ศิริลัทธยากร และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมประชุมหารือ รับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โดยในที่ประชุม ตัวแทนสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย สะท้อนว่า หากยิ่งมีการนำเข้าเนื้อโค และเครื่องในโคมากขึ้น อาจเกิดผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 1.4 ล้านครัวเรือน โคเนื้อจำนวน 9.6 ล้านตัว และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.8 แสนล้านบาท ยอมรับว่า ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการนำเข้าเนื้อแดง และเครื่องในจากการเปิดการค้าเสรี (FTA) กับประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์อยู่แล้ว สมาคมฯ จึงต้องการให้ยกเลิกการนำเข้าเนื้อ และเครื่องในโคจากสหรัฐฯ เพราะจะซ้ำเติมเกษตรกรในการผลิตเนื้อ เกรดพรีเมี่ยม และยังขัดต่อกฎหมายไทยที่ห้ามการเลี้ยงสัตว์ด้วยสารเร่งเนื้อแดง ซึ่งสหรัฐฯ มีการใช้สารดังกล่าวในการเลี้ยงโคเนื้อ

ทั้งนี้นางนฤมล กล่าวว่า ในฐานะที่กระทรวงเกษตรฯ มีหน้าที่ดูแลเกษตรกร ข้อเรียกร้องดังกล่าวจะนำส่งให้คณะทำงาน และทีมเจรจา ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย และหลังจากนี้ จะเข้าพูดคุยเพื่อสะท้อนปัญหาข้อกังวลของเกษตรกร เพื่อหาแนวทางในการปรับแผนเจรจาไม่ให้ผลส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร

นอกจากนี้ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับว่า ในเบื้องต้น หนึ่งในแผนที่จะใช้เจรจาเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ คือการนำเข้าเนื้อวัว และเครื่องในวัวจากสหรัฐ ยืนยันเป็นเพียงแนวคิดในการนำเข้ามาเพื่อผลิตอาหารสัตว์ ไม่ได้นำเข้ามาเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน และขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดปริมาณว่าจะเปิดให้มีการนำเข้ามากน้อยแค่ไหน  เป็นเพียงข้อเสนอของผู้ผลิตอาหารสัตว์ ที่มีความต้องการอยู่มาก

สงกรานต์เสี่ยง! ‘ไขมันพอกตับ’ กิน-ดื่มไม่ระวัง ตับพังไม่รู้ตัว

สงกรานต์เสี่ยง! 'ไขมันพอกตับ' กิน-ดื่มไม่ระวัง ตับพังไม่รู้ตัว

สงกรานต์เสี่ยง! ‘ไขมันพอกตับ’ กิน-ดื่มไม่ระวัง ตับพังไม่รู้ตัว

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

สงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองที่หลายคนรอคอย แต่บรรยากาศสนุกสนานในเทศกาลนี้มักมาพร้อมกับการบริโภคอาหารประเภทของทอด ปิ้งย่าง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะ “ตับ” ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

พฤติกรรมการบริโภคในช่วงเทศกาลมีผลต่อการทำงานของตับโดยตรง อาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงแอลกอฮอล์ เป็นตัวเร่งให้เกิดการสะสมของไขมันในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะ “ไขมันพอกตับ” (Fatty Liver) ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะในหน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานสูง ตับจึงทำงานหนักมากยิ่งขึ้น หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ตับอักเสบเรื้อรัง หรือพัฒนาเป็นโรคตับร้ายแรงในอนาคต

นอกจากผลกระทบต่อสุขภาพภายในแล้ว สงกรานต์ยังเป็นช่วงที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดของปี จากพฤติกรรม “เมาแล้วขับ” ซึ่งยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย ไม่เพียงสร้างความสูญเสียแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ยังเพิ่มภาระให้แก่ระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

คุณอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful) กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการใส่ใจดูแลร่างกายตั้งแต่ระดับเซลล์ โดยเฉพาะ ‘ตับ’ ที่เปรียบเสมือนโรงงานกรองของเสียของร่างกาย การเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าส่งเสริมการทำงานของตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากภายใน และลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมกินดื่มที่ไม่ระมัดระวังในช่วงเทศกาล

สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการดูแลตัวเองอย่างมีสติ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่เรามักละเลยสุขภาพ โฮปฟูลอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ที่ทั้งสนุกและปลอดภัย” คุณอรรคพล กล่าวทิ้งท้าย

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับตับ Beta Liv จากโฮปฟูล ถูกพัฒนาขึ้นโดยผสานสารสกัดจากธรรมชาติทำงานผ่าน 4 กลไกสำคัญ ได้แก่ การกระตุ้นเอนไซม์ขจัดสารพิษ, ลดการสะสมไขมัน, ลดความเสี่ยงของตับแข็ง และเสริมความแข็งแรงให้ตับทำงานได้เต็มที่ โดยมีส่วนประกอบเด่น เช่น โกลจิเบอร์รี่, ส้มขม, ดอกแดนดิไลออน, โคลีนไบทาร์เทต และขมิ้นชัน รวมถึง Coenzyme Q10 และกรดอะมิโน 9 ชนิดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูตับ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องเผชิญทั้งความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และพฤติกรรมบริโภคที่เสี่ยงต่อการเกิดไขมันสะสมในตับ

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ Hopeful พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายโดยผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook, Line@, TikTok, Shopee และ Lazada เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพ

ชวนเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2026 มุ่งเน้น Green Living พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ชวนเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2026 มุ่งเน้น Green Living พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ชวนเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2026 มุ่งเน้น Green Living พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.00 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) จัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (UDON THANI International Horticultural Expo 2026) มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลในการดำเนินชีวิต ภายใต้หลักการ Green Living และ Green City จัดเป็นงานแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวนรวมถึงเทคโนโลยีและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างครบวงจร

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้าง ตลอดจนระบบผลิตทางการเกษตรที่สัมพันธ์ต่อเนื่องกับความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ ทำให้การเป็นสังคมสีเขียว การรักษา การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการได้รับความสนใจจากนานาประเทศ รวมถึงปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เป็นอีกหนึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต และเพื่อรับมือกับปัญหานี้จำเป็นต้องมีการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเพื่อลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ และยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น

“งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” จึงมีแนวคิดในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการสร้างสรรค์เมืองสีเขียว การถนอมสมดุลระหว่างการใช้ชีวิต แหล่งน้ำ และพืชพรรณ ให้สอดคล้องกับโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ BCG Model (Bio, Circular and Green Economy) เศรษฐกิจชีวภาพ ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และระบบเศรษฐกิจสีเขียว สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นแนวทางหลักของจังหวัดอุดรธานีในการพัฒนาจังหวัดในระยะยาว ผ่านการหลอมรวมเป็นหนึ่งของวิถีชีวิตและธรรมชาติ ยกระดับวิถีชุมชนและถ่ายทอดอัตลักษณ์ของชุมชน ต่อยอดไปสู่แนวคิดวิถีชีวิตสีเขียว (Green Living) ที่มุ่งเน้นการสร้างสมดุลของ “มนุษย์” ในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่มีความหลากหลายอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวความคิด “DIVERSITY OF LIFE: วิถีชีวิต สายน้ำ และพืชพรรณ” โดยงานมหกรรมพืชสวนโลก จะเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ ได้นำเสนอวิถีการใช้ชีวิตกับพืชพรรณ และสายน้ำ การอยู่ร่วมกัน อาศัยพึ่งพากันระหว่างคนกับธรรมชาติ ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาต่อยอด ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่ในด้านพืชสวนเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอีกด้วย

เตรียมพบกับงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 –  14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสาร “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ) ได้ที่ Facebook: Udon Thani International Horticultural Expo 2026 , Tiktok: UITHE2026 , Youtube: Udon Thani International Horticultural Expo 2026 , Instagram: udonexpo2026 , Website: http://www.udonthaniexpo2026.com

-(016)