ขอทุกคนทำงานเต็มที่! ‘นายกฯอิ๊งค์’ยันเหมือนเดิมยังไม่ปรับครม.

ขอทุกคนทำงานเต็มที่! 'นายกฯอิ๊งค์'ยันเหมือนเดิมยังไม่ปรับครม.

ขอทุกคนทำงานเต็มที่! ‘นายกฯอิ๊งค์’ยันเหมือนเดิมยังไม่ปรับครม.

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.13 น.

“นายกฯอิ๊งค์”บอกก่อนเป็น ครม.ตรวจประวัติหนักมาก ยันเหมือนเดิมยังไม่ปรับ ครม. แถมแซว”บิ๊กอ้วน”นั่ง 2 กระทรวง

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ถูกร้องเรื่องการถือหุ้นบริษัทเอกชน กังวลว่าจะมีผลกับรัฐบาล และอาจซ้ำรอยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ว่า อันนี้ทราบ แต่ความจริงแล้วกระบวนการต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น อย่างที่ผ่านมาก็ตรวจสอบอย่างเข้มข้นมากๆ ต้องผ่านขั้นตอนของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าไม่มีลักษณะต้องห้าม อันนี้คือผ่านมาแล้ว ฉะนั้น ตนต้องอาศัยหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันตรวจสอบ และความจริงทุกคนที่ผ่านการรับรองเข้ามาผ่านการตรวจแล้ว รวมถึงตัวดิฉันก็ผ่านกันหมด

เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายพีระพันธุ์ ในเรื่องนี้แล้วหรือยัง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย ยังไม่ได้เจอกัน แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแน่นอน เพราะท่านทราบอยู่แล้ว เพราะผ่านเข้าใน ครม.ต้องเข้มข้นขึ้น หลังผ่านเหตุการณ์ที่เกิดกับนายเศรษฐา

เมื่อถามว่า ได้ย้ำกับคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี หรือไม่ เพื่อลดกระแสข่าวลือ เพราะรัฐมนตรีบางท่านออกมาตัดพ้อว่ามีผลต่อการทำงาน น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “เราเซอร์ไพรส์มากกับข่าว ครม.ที่ออกมา ท่านบิ๊กอ้วน รองภูมิธรรม โดนย้ายกระทรวงเรียบร้อยแล้ว งงเหมือนกัน ความจริงเรื่องแบบนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นในกระบวนความคิดของดิฉัน ดิฉันเลยงงว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ทราบว่าตรงไหนอย่างไรที่ต้องการจะทำข่าวเหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งน่าสงสารรัฐมนตรีทุกคน เพราะยังไม่ทันพูดว่าจะปรับเลย กลับกลายว่าการทำงานได้รับผลกระทบ และดิฉันไม่อยากพูดอะไร เพราะรู้สึกว่าบอกไปแล้วเมื่อการประชุม ครม.ครั้งที่แล้ว ว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ก็ยังไม่มีการย้ายกระทรวงใครหรืออะไรทั้งสิ้น ขอให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ตัวดิฉันเองต้องพึ่งคณะรัฐมนตรีทุกท่าน เพราะทุกท่านมีกระทรวงที่มีความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง ต้องพึ่งพาทุกท่าน ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนให้กำลังใจ ครม.ชุดนี้ เพราะไม่ใช่แค่เจอวิกฤตประเทศธรรมดา แต่เจอวิกฤตโลกด้วยซ้ำ”

เมื่อถามอีกว่า หากมีการปรับ ครม.จะยึดหลักอะไร และพรรคร่วมรัฐบาลได้ขอปรับในสัดส่วนของพรรคร่วมหรือไม่ น.ส.แพทองธาร จึงกล่าวสวนกลับว่า “นี้ถามถึงเรื่องอนาคตหรือเปล่า บอกว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อันนี้คงต้องถามหมอดูก่อน” ทำให้บรรดารัฐมนตรีที่ยืนด้านหลังต่างหัวเราะ ก่อนหยอกล้อกับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ว่าอยู่กระทรวงอะไรนะตอนนี้ โดยนายภูมิธรรม ชูสองนิ้วก่อนบอกว่า “กระทรวงพาณิชย์ กับมหาดไทย” น.ส.แพทองธาร เลยบอกว่า “อ๋อเตรียมตัวจะย้ายไปมหาดไทยกับพาณิชย์” ก่อนหัวเราะพร้อมกับบรรดาคณะรัฐมนตรี และหันไปชี้ที่ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พร้อมแซวว่า “อะแฮ่มดังมาก”

‘อิ๊งค์’ยังไม่แน่ใจ หายป่วยหรือยัง ขณะที่ช่วงบ่ายรุดถกการค้าชายแดน ตามงาน One Stop Service

'อิ๊งค์'ยังไม่แน่ใจ หายป่วยหรือยัง ขณะที่ช่วงบ่ายรุดถกการค้าชายแดน ตามงาน One Stop Service

‘อิ๊งค์’ยังไม่แน่ใจ หายป่วยหรือยัง ขณะที่ช่วงบ่ายรุดถกการค้าชายแดน ตามงาน One Stop Service

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.04 น.

‘อิ๊งค์’ยังไม่แน่ใจ หายป่วยหรือยัง ขณะที่ช่วงบ่ายรุดถกการค้าชายแดน ตามงาน One Stop Service บอกวันนี้ไม่ต้องห่วง แข็งแรงดี 

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 29 เม.ย.2568 ที่มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงอาการป่วยหายดีหรือยัง ว่า “หายแล้วค่ะ ๆ ขอบคุณค่ะ” พร้อมกล่าวอีกว่า “ตอบได้แค่นี้ ไม่แน่ใจตัวเอง”

ต่อมาเวลา 13.20 น. ที่ด่านศุลกากรนครพนม ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม น.ส.แพทองธาร เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนในพื้นที่ โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า วันนี้อยากมาอัพเดทหน้างาน และดูเรื่องที่เราสั่งการตั้งแต่สมัย นายกเศรษฐา ทวีสิน ในเรื่อง One Stop Service และทราบว่ายังมีปัญหาเล็กน้อย เดี๋ยวจะคุยกันในรายละเอียดอีกทีว่าเอาอะไรยังไง สามารถกระตุ้นตรงไหนได้บ้าง ติดปัญหาอะไร มาคุยกันในที่ประชุมนี้ต่อ ว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้ One Stop Service ถูกผลักดัน และดำเนินการได้ 

“วันนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ดิฉันแข็งแรงดี ไม่ต้องให้ใครสังเกต โอเคอยู่ค่ะ ต้องขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง เดินเข้าห้องมาทุกคนถาม ว่าวันนี้โอเคไหม วันนี้โอเคแล้วนะคะ” นายกฯ กล่าว

‘นายกฯ’ปัดข่าวลือ! สหรัฐฯปิดทางไทยเจรจา’ภาษีทรัมป์’ วอนอย่าเล่นการเมือง

'นายกฯ'ปัดข่าวลือ! สหรัฐฯปิดทางไทยเจรจา'ภาษีทรัมป์' วอนอย่าเล่นการเมือง

‘นายกฯ’ปัดข่าวลือ! สหรัฐฯปิดทางไทยเจรจา’ภาษีทรัมป์’ วอนอย่าเล่นการเมือง

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.03 น.

“นายกฯ”ปัดข่าวลือ! สหรัฐฯปิดทางไทยเจรจา”ภาษีทรัมป์” วอนอย่าเล่นการเมือง รับยังไม่คิวคุยอเมริกา โยน”กต.-พณ.-คลัง”ดูปมเจรจาพวง”พอล แซมเบอร์ส”

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่หอประชุมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาภาษีสหรัฐอเมริกา ขอให้ขยายความว่าจะร่วมมืออย่างไรกับอาเซียน ว่า ล่าสุดที่ได้ไปคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้คุยนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียด้วย ซึ่งพูดคุยกันว่าจะเน้นในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้ว เป็นจุดขายของแต่ละประเทศมารวมพลังกัน เพื่อเป็นข้อต่อรองที่สำคัญ ซึ่งเรื่องของแต่ละประเทศ ทุกคนก็ทำประเทศของตัวเองไป แต่ในกลุ่มของอาเซียน เราจะมีการรวบรวมว่าเรามีอะไรที่เป็นจุดพิเศษสำหรับกลุ่มอาเซียนที่เราจะร่วมมือกันเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ ได้ ซึ่งเมื่อเรารวมกลุ่มอาเซียนก็จะมีประชากรเยอะขึ้น และเราก็สามารถเป็นน้ำหนักที่มากขึ้นในการต่อรองกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ จะมีการประชุมกันนอกรอบอีก ซึ่งไทยและกัมพูชาจะมีการจัดการประชุมร่วมกันกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (Joint Cabinet Retreat: JCR) ระหว่าง 2 ประเทศ ที่ จ.สระแก้ว ด้วย

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเงื่อนใหม่เป็นคดีที่ไทยฟ้อง นายพอล แซมเบอร์ส ที่สหรัฐฯ จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในการเจรจาครั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศก็ดำเนินการไป รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ ทั้งหมดจะเป็นการเจรจาเป็นภาพรวม อะไรที่เกี่ยวข้อง ก็คุยหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องวันในการไปเจรจากับสหรัฐฯ แล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องวันยังไม่ได้มีการระบุออกมา แต่เราคุยกันเรื่องกรอบของอาเซียนที่จะร่วมมือกัน ซึ่งเรามาดูกันว่าเรื่องความเร็วมันไม่ใช่ประเด็น แต่เป็นเรื่องของความแม่นยำ ซึ่งเรื่องที่เราคุยกันก็ได้กลับมาพิจารณาในข้อมูลให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ตรงนี้เป็นความแม่นยำที่เราจะไปเจรจากับสหรัฐว่า มีอะไรที่ทำเพิ่มได้ก็คุยกัน ซึ่งกระทรวงการคลังก็คุยอยู่ต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า ล่าสุดมีการบิดเบือนว่าการที่สหรัฐฯ เลื่อนการเจรจากับไทย เป็นเพราะไม่ต้องการเจรจากับทางการไทย นายกฯ ย้อนถามว่า “อันนี้เอามาจากไหน ข่าว” พร้อมกล่าวต่อว่า เป็นข่าวลือใช่ไหม จริงๆ ถ้าเป็นข่าวลือในประเทศ ตนไม่อยากให้ลืออะไรแบบนี้ เพราะเรากับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอดระยะเวลายาวนาน การจะลือเพื่อเล่นประเด็นทางการเมือง มันไม่ควร เพราะจริงๆ เราต้องผนึกกำลังกันไว้ ประเทศไทยทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทำให้การเจรจาต่อรองของเราเข้มแข็ง ไม่ใช่มามัวแต่คิดถึงประเด็นการเมืองแล้วยิงกันเอง แต่ในประเทศต้องแข็งแรงก่อน ก็ไม่อยากให้ปล่อยข่าวเรื่องแบบนี้

เมื่อถามว่า อยากให้มีการเจรจากับสหรัฐฯ ในยกแรกก่อน เพื่อเห็นความต้องการของสหรัฐฯ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราคุยกันหลังไมค์อยู่แล้ว เรื่องความต้องการของสหรัฐฯ ต้องบอกว่า ก่อนที่จะมีการแถลงออกไมค์แบบนี้เราต้องคุยกันข้างหลังก่อน เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบระหว่างประเทศ การแบ่งกลุ่มเพื่อทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าที่นายพิชัย รองนายกฯ เป็นคนรับผิดชอบอยู่ตอนนี้ก็ต้องคุยกันทุกแง่มุมมุมข้างหลังให้เรียบร้อยก่อน ไม่อย่างนั้นไม่สามารถที่จะมีหัวข้อออกมาพูดได้ แต่เราก็ทำงานกันอยู่ตลอด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกันตลอด ไม่ได้หายไปไหน และติดต่อกับทางสหรัฐฯ ตลอด

ครม.ไฟเขียว! แต่งตั้ง’สุพจน์’นั่งผู้ว่าฯยะลา-‘มงคล’ขึ้นผู้ว่า กฟภ.

ครม.ไฟเขียว! แต่งตั้ง'สุพจน์'นั่งผู้ว่าฯยะลา-'มงคล'ขึ้นผู้ว่า กฟภ.

ครม.ไฟเขียว! แต่งตั้ง’สุพจน์’นั่งผู้ว่าฯยะลา-‘มงคล’ขึ้นผู้ว่า กฟภ.

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.47 น.

ครม.แต่งตั้ง”สุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย”นั่งผู้ว่าฯยะลา ส่วน”มงคล ตรีกิจจานนท์”ขึ้นเป็นผู้ว่า กฟภ.

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่หอประชุมอนุภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนม นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้ง นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เพื่อทดแทน สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายอำพล พงศ์สุวรรณ อดีตผู้ว่าฯ ยะลา ถึงแก่อนิจกรรมเนื่องจากป่วยจากโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ครม.อนุมัติแต่งตั้ง นายมงคล ตรีกิจจานนท์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ขึ้นเป็นผู้ว่า กฟภ.โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.68

‘ประเสริฐ’ย้ำชัด! ‘กล้าธรรม’ไม่ใช่สาขา’พรรคเพื่อไทย’

'ประเสริฐ'ย้ำชัด! 'กล้าธรรม'ไม่ใช่สาขา'พรรคเพื่อไทย'

‘ประเสริฐ’ย้ำชัด! ‘กล้าธรรม’ไม่ใช่สาขา’พรรคเพื่อไทย’

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.32 น.

“ประเสริฐ”แจง”กล้าธรรม”ไม่ใช่สาขา”พรรคเพื่อไทย” ระบุบวกเก้าอี้ สส.เพิ่มไม่กระทบโควตาครม. ยันรอบหน้า พท.ส่งครบทุกเขต

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ที่มหาวิทยาลัยนครพนม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีสัญญาณมาหรือยังว่า นายกฯ ให้สัมภาษณ์ไปแล้วยืนยันว่าไม่มี ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีอะไร ทุกคนก็ทำงานตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแรงกระเพื่อมจาก สส.ในพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ กล่าวว่า เวลาอยู่ในที่ประชุมพรรค สส.เขามีปัญหาที่รับฟังมาจากประชาชนและมาสะท้อน ไม่ได้หมายความจะปรับ ครม.แค่อยากให้รัฐมนตรีเข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อถามว่า การสะท้อนแบบนี้จะทำให้เรื่องไปถึงนายกฯ ว่าไม่สนองต่อนโยบายหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นความคิดเห็นของ สส.ซึ่งรัฐมนตรีได้เข้าชี้แจงในที่ประชุมพรรคแล้ว

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้จำนวน สส.เพิ่มขึ้นมา จะเป็นแรงกระเพื่อมให้มีการปรับ ครม.หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่สัดส่วนของรัฐบาลยังเหมือนเดิม เพราะเขายังอยู่ในซีกรัฐบาลแค่เพิ่มมาอีก 1 เสียง คิดว่าไม่น่ามีอะไร เมื่อถามย้ำว่า ในอนาคตจะสามารถนำเก้าอี้ สส.ที่เพิ่มขึ้น มาเพิ่มโควตารัฐมนตรีได้หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย ที่คอยสู้ศึกเลือกตั้งในเขตที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่ง นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมมีแนวทางของเขาอยู่แล้ว คงไม่ใช่สาขาของพรรคเพื่อไทย ต้องเข้าใจว่าสมาชิกส่วนหนึ่งของพรรคกล้าธรรมมาจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเขามี สส.ในภาคใต้อยู่แล้ว ฉะนั้น การช่วงชิงพื้นที่ตรงนั้น เป็นเรื่องการแข่งขันทางการเมือง เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมถือเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ทุกพรรค ไม่ใช่แค่พรรคกล้าธรรม

เมื่อถามว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัคร สส.ครบทุกเขตใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ครั้งที่แล้วเราก็ส่งครบทุกเขต เมื่อถามอีกว่า ไม่กลัวเป็นการตัดคะแนนกันเองกับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ในทางการเมืองทุกพรรคอยากได้ สส.มากที่สุดอยู่แล้ว และทุกพรรคก็หวัง สส.บัญชีรายชื่อด้วย และเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่การส่งทุกพื้นที่ก็เป็นไปได้

โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ กรณีพิเศษ แก่กำลังพลที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่พื้นที่ จ.ยะลา

โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ กรณีพิเศษ แก่กำลังพลที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่พื้นที่ จ.ยะลา

โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ กรณีพิเศษ แก่กำลังพลที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่พื้นที่ จ.ยะลา

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.07 น.

‘ในหลวง‘ โปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเป็นกรณีพิเศษแก่กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.ยะลา

วันที่ 29 เมษายน 2568  เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายสุพจน์ รอดเรือง  ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว  พวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปวางที่หน้าหีบศพ นายหมู่เอกธีรวุฒิ  พุทธรัตน์ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง และวางเพลิงเผารถยนต์ เหตุเกิดบริเวณร้านค้า ตรงข้ามมัสยิดบูกิตบาโจ ถนนสาย 410  อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดเนรัญชราวาส อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทร  กิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทาน วางที่หน้าหีบศพด้วย

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเป็นกรณีพิเศษและพระราชทานพระมหากรุณาในการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแก่ นายหมู่เอกธีรวุฒิ  ฯ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของนายหมู่เอกธีรวุฒิฯ อย่างหาที่สุดมิได้
 

‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ไทย-ภูฏานปีติสุขทุกเขตคาม รักงอกงามเรืองรองสองแผ่นดิน

‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ไทย-ภูฏานปีติสุขทุกเขตคาม รักงอกงามเรืองรองสองแผ่นดิน

‘ดร.อภิชาติ ดำดี’ร่ายบทกลอน ไทย-ภูฏานปีติสุขทุกเขตคาม รักงอกงามเรืองรองสองแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.04 น.

วันที่ 29 เมษายน 2568 ดร.อภิชาติ ดำดี นักพูด นักประพันธ์ชื่อดัง และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

#เสด็จเยือนภูฏาน #เสด็จกลับ

ส่งเสด็จ

๐ สุดเกริกไกรอลังการงานต้อนรับ
จนถึงวันเสด็จกลับแผ่นดินสยาม
ไทย-ภูฏานปีติสุขทุกเขตคาม
รักงอกงามเรืองรองสองแผ่นดิน

๐ สายสัมพันธ์ประมุขชาติสองราชวงศ์
จะยืนยงคงอยู่มิรู้สิ้น
สองพระองค์น้อมส่งองค์ทศมินทร์
จนเครื่องบินลับหายจากสายตา…

อภิชาติ ดำดี
๒๘ เม.ย. ๒๕๖๘

‘โสภณ ซารัมย์’ ชี้แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กถูกยุบ-แนะถ่ายโอนให้ท้องถิ่น

‘โสภณ ซารัมย์’ ชี้แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กถูกยุบ-แนะถ่ายโอนให้ท้องถิ่น

‘โสภณ ซารัมย์’ ชี้แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กถูกยุบ-แนะถ่ายโอนให้ท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.51 น.

ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ชี้แก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะถูกยุบ แนะถ่ายโอนภารกิจหน้าที่บางส่วน ให้กับท้องถิ่นบริหารจัดการ เผยท้องถิ่นมีความพร้อมทั้งงบประมาณและบุคลากรเพียงพอ จี้รัฐบาลรีบนำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเป็นการด่วน เพื่อให้เกิดการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเสริมสร้างคุณภาพให้กับผู้เรียน 

วันที่ 29 เม.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายศักดิ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ นางสวีณา พลพืชน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร นายรังสรรค์ วรรณเสน ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดเตรียมความทั้งด้านการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา การจัดการเรียนการสอน และความพร้อมของอาคารสถานที่ พร้อมต้อนรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา  2568 ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ ของโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดกะทิง) ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ สังกัดเทศบาลเมืองลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

พร้อมให้คำแนะนำทิศทางการพัฒนาการศึกษา นโยบายการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษา หลังจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 (สพป.บุรีรัมย์ เขต 1) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ถ่ายโอนโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดกะทิง) ชื่อเดิมโรงเรียนวัดกะทิง ให้แก่เทศบาลเมืองลำปลายมาศ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.68 โดยมี พันจ่าโท ทวี พิมพ์อุบล นายอำเภอลำปลายมาศ น.ส.มารศรี เค้าไธสง ปลัดเทศบาลเมืองลำปลายมาศ คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับ โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดกะทิง) แต่เดิมชื่อโรงเรียนวัดกะทิง เป็นโรงเรียนขนาดเล็กเปิดทำการเรียนการสอน 2 ระดับ คือ ระดับปฐมวัย และระดับปฐมศึกษา ตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีเด็กนักเรียน 26 คน และมีครูผู้สอน 2 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนจำเป็นต้องนำเรียนมาเรียนรวมกัน และกำลังจะถูกยุบรวมโรงเรียน ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง หากยุบโรงเรียนวัดกะทิง จะต้องนำเด็กนักเรียนไปเรียนที่โรงเรียนในเขตตัวอำเภอลำปลายมาศ 

ต่อมาคณะครู ผู้ปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกับ สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 และเทศบาลเมืองลำปลายมาศ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครู และไม่ให้โรงเรียนถูกยุบ จึงได้ทำเรื่องโอนย้ายให้โรงเรียนวัดกะทิง ให้แก่เทศบาลเมืองลำปลายมาศ สังกัดหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ 25 มี.ค.67 ซึ่งเทศบาลเมืองลำปลายมาศ ได้แก้ปัญหาดังกล่าวเบื้องต้นโดยการปรับปรุงเพิ่มกรอบอัตรากำลังในสายงานบริหารการศึกษาเพิ่มขึ้น ทำให้ปัจจุบันโรงเรียนเทศบาล 1 (วัดกะทิง) มีผู้อำนวยการ 1 อัตรา มีครูผู้สอน 5 อัตรา และคาดว่าในปีการศึกษา 2569 จะสามารถจัดสรรบุคลากรทางการศึกษาได้ครบทุกตำแหน่ง จึงทำให้บรรดาผู้ปกครองเกิดความมั่นใจในการบริหารจัดการศึกษา จึงได้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเพิ่มจาก 26 คน เป็น 67 คน อีกทั้งยังได้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของอาคารสถานที่โดยรอบใหม่ มีการซ่อมแซมอาคารเรียนไม้เดิมให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมเหมาแก่การจัดการเรียนการสอนและเกิดความปลอดภัยแก่ผู้เรียน โดยการปรับปรุงห้องเรียนให้มีความสะอาด สวยงาม มีการติดแอร์กับพัดลมทุกห้องเรียน และมีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยทุกห้องเรียนด้วย

นายโสภณ กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความสนใจและอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาแก่โรงเรียน เพราะจากเดิมที่โรงเรียนมี่ครูเพียง 2 คน มีเด็กนักเรียน 26 คน ทางหน่วยงานราชการก็ไม่ให้อัตรากำลังเพิ่มทั้งผู้บริหาร และครูผู้สอน รวมถึงงบประมาณที่เพียงพอต่อการเรียนการสอน จึงต้องอยู่กันตามมีตามเกิด และส่อจะถูกยุบโรงเรียนด้วย จึงได้แก้ไขปัญหาโดยการถ่ายโอนย้ายจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ.มาเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลฯ ทำให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจในศักยภาพของโรงเรียน ทั้งมีครูผู้สอนที่พร้อม อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนที่พร้อม อาคารห้องเรียนที่ดี เพราะมีทั้งแอร์และพัดลม ผู้ปกครองจึงส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนเพิ่มจาก 26 คน เป็น 67 คน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แล้วจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังจะถูกยุบได้อย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมันต้องบูรณาการร่วมกันทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน เอกชน และหน่วยงานท้องถิ่นต้องมีส่วนในการที่จะดูแลร่วมกัประชาชน และรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่านี้ ถ้าอย่างนั้นโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศจำนวน 15,000 กว่าโรงเรียนก็รอเวลาถูกยุบทิ้ง  

นายโสภณ กล่าวต่อว่า การสร้างคนมันไม่เหมือนสร้างถนน สร้างถนนมันต่อไปมันก็เป็นถนน มันก็เป็นเส้นทางของมันอยู่ แต่สร้างคนมันขาดตอนไม่ได้ วันนี้ถ้าเด็ก 26 คนถ้าเราไม่ได้รับการดูแลเยียวยาอย่างที่เห็นเด็ก 26 คนก็เป็นเด็กไม่มีคุณภาพ จึงอยากเห็นโรงเรียนขนาดเล็กได้รับการพัฒนา มีผู้บริหารสถานศึกษามีครูตามสมควร แล้วก็ผ่องถ่ายภารกิจบางเรื่องให้หน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำกับดูแลอยู่บางท้องถิ่นเขามีความพร้อม มีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอ แต่ยังติดอยู่ที่กฎหมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็ถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นที่เขามีความพร้อมให้เขาได้จัดการดูแลลูกหลานเขา 

นายโสภณ กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.การศึกษาฉบับที่ตนกำลังเสนอต่อสภาที่รอการพิจารณาฉบับนี้เขาเปิดโอกาส ซึ่งอุปสรรคส่วนหนึ่งคือการที่เรายังไม่ยอมแก้กฎหมาย ปัญหามันง่ายนิดเดียว แต่ผมก็ไม่รู้เขาว่าทำไมถึงยังไม่ยอมแก้กฎหมายตัวนี้ ตนเองก็ไม่มีอำนาจอะไรมาก ก็ได้ได้แต่เรียกร้องว่าถึงเวลาแล้วถึงเวลาที่จะต้องนำ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ไม่ว่าฉบับไหนล่ะคุณต้องเอาเข้าสู่สภาโดยด่วน เป็นเรื่องด่วนด้วยซ้ำไป ด่วนเลยไม่รู้จะไปด่วนเปรียบเทียบกับอะไรต้องด่วนเลย เพราะการศึกษาในยุคนี้อยู่ในยุคสุญญากาศ เพราะว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาตินี้ มันเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญปี 60 บังคับให้ทำจากปี 60 จนมาถึง 68 แล้วเราก็ยังไม่ได้แก้ นี่แหละปัญหาอยู่ตรงนี้ผมก็เลยบอกว่า ถ้าไม่แก้กฎหมายจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็ได้เชิญชวนท้องถิ่นเชิญชวนโรงเรียน และทุกภาคส่วน มาพูดคุยหารือกัน อันไหนพอที่จะถ่ายโอนให้ท้องถิ่นมาดูแลก็ถ่ายโอนมาเลย เพื่อลดภาระหน้าที่ของครู และครูจะได้เป็นครูผู้สอนอย่างเต็มที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ครูผู้สอน แก่ผู้เรียนซึ่งถือเป็นการพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริง ///-026

‘สุรศักดิ์’ยัน’ศธ.’ไม่ได้ยกเลิกชุดลูกเสือเนตรนารี แค่เพิ่มทางเลือก ผ้าพันคอ-หมวก-ชุดนร.หรือชุดพื้นเมืองได้

'สุรศักดิ์'ยัน'ศธ.'ไม่ได้ยกเลิกชุดลูกเสือเนตรนารี แค่เพิ่มทางเลือก ผ้าพันคอ-หมวก-ชุดนร.หรือชุดพื้นเมืองได้

‘สุรศักดิ์’ยัน’ศธ.’ไม่ได้ยกเลิกชุดลูกเสือเนตรนารี แค่เพิ่มทางเลือก ผ้าพันคอ-หมวก-ชุดนร.หรือชุดพื้นเมืองได้

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.53 น.

‘สุรศักดิ์’ยัน ศธ. ไม่ได้ยกเลิก ชุดลูกเสือเนตรนารี แค่เพิ่มทางเลือก สำหรับผู้ไม่พร้อม ใส่ผ้าพันคอ-หมวก กับชุดนักเรียนหรือชุดพื้นเมืองได้ เผยกฎกระทรวงใกล้เสร็จแล้ว โรงเรียนพิจารณาได้เลยก่อนเปิดเทอมนี้

29 เม.ย.2568 ที่ จ.นครพนม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้มีนโยบายยกเลิกชุดลูกเสือเนตรนารี แต่อยู่ในระหว่างการแก้กฎกระทรวงเรื่องเครื่องแบบและการแต่งกายลูกเสือเนตรนารี ซึ่งตามระเบียบใหม่จะมีชุดให้เลือกมากขึ้น ทั้งชุดแบบทางการและชุดลำลอง ดังนั้น โรงเรียนจะสามารถพิจารณาว่าจะให้นักเรียนใส่ชุดลำลองหรือชุดลูกเสือปกติ 

ทั้งนี้ หากโรงเรียนไหนที่มีอุปสรรคเรื่องสภาพอากาศและความพร้อมของผู้ปกครอง ก็สามารถใช้ชุดลำลองได้ คือ เป็นการใส่ผ้าพันคอ วอกเกิ้ลและหมวกลูกเสือกับชุดนักเรียน ชุดพละ หรือใส่กับชุดชนเผ่าพื้นเมือง ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยขึ้นอยู่กับโรงเรียนเป็นผู้ตัดสินใจ เนื่องจากไม่สามารถบังคับได้ เพราะบางโรงเรียนก็ไม่เห็นด้วย ที่จะยกเลิกการสวมใส่ชุดลูกเสือเนตรนารี เพราะการตัดสินใจแทนโรงเรียนจะเป็นการบังคับมากเกินไป พร้อมยืนยันว่า มีหลายโรงเรียนที่อยากใส่ชุดลูกเสือเนตรนารี ยังรักในยูนิฟอร์มที่แสดงออกถึงการเป็นลูกเสือ

ทั้งนี้ รมช. ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กฤษฎีกาใกล้จะพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงเสร็จแล้ว ซึ่งหลังจากพิจารณาเสร็จแล้วก็จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้ แต่กระทรวงศึกษาฯ ได้ประกาศไปก่อนแล้ว เพราะตอนนี้ใกล้จะเปิดภาคเรียนจึงเกรงว่าหากประกาศทีหลังจะเกิดกระแสสังคม ซึ่งกฤษฎีกาก็ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา ที่จะเพิ่มทางเลือกการแต่งกายชุดลูกเสือเนตรนารี จึงอยากฝากไปถึงโรงเรียนว่าตอนนี้พิจารณาได้เลยว่าจะให้แต่งกายแบบไหน 

‘ทรู คลิกไลฟ์’เปิดปฏิบัติการ Reshaping Education for Gen Alpha เสริมแกร่งโรงเรียนเอกชน

‘ทรู คลิกไลฟ์’เปิดปฏิบัติการ Reshaping Education for Gen Alpha เสริมแกร่งโรงเรียนเอกชน

‘ทรู คลิกไลฟ์’เปิดปฏิบัติการ Reshaping Education for Gen Alpha เสริมแกร่งโรงเรียนเอกชน

วันอังคาร ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.38 น.

‘ทรู คลิกไลฟ์’เปิดปฏิบัติการ Reshaping Education for Gen Alpha ชูกลยุทธ์ปูทางการเรียนรู้ตอบโจทย์เด็กยุคดิจิทัล เสริมแกร่งโรงเรียนเอกชนไทยทุกมิติ พร้อมก้าวทันโลกอนาคต

29 เมษายน 2568 การศึกษายุคใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา วิธีการสอน การประเมินผลและการจัดการเรียนรู้ห้องเรียนในอนาคต หรือแม้แต่บทบาทของครูและผู้เรียน ด้วยเหตุนี้ ทรู คลิกไลฟ์ นำโดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและด้านการศึกษา บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทรู คลิกไลฟ์ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ในหัวข้อ ในหัวข้อ  “Reshaping Education for Gen Alpha ก้าวสู่อนาคตแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนเอกชนไทยยุคเจนอัลฟา” ยกระดับการศึกษาในยุค AI สู่การเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด

ทั้งนี้ เพื่อเสริมทักษะใหม่ๆ ในทุกมิติเกี่ยวกับการศึกษาแห่งอนาคต ให้แก่บุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมหลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ อย่างต่อเนื่อง กว่า 500 คน ทั่วประเทศ ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น เสริมการบริหารองค์กรให้ผู้บริหารสถานการศึกษาและคุณครูผู้ใช้หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่บุคลากรทางการศึกษา นำนวัตกรรมทรู คลิกไลฟ์ ซึ่งมี 5 หลักสูตร ได้แก่ เทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน โรโบติกส์ และดนตรี ครอบคลุมตั้งระดับชั้นอนุบาล ประถม จนถึงมัธยม ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงาน ยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ครูดีเด่นโดยพิจารณาจากคุณภาพการสอน ความสามารถในการควบคุมชั้นเรียนและใช้นวัตกรรมสื่อการสอนให้เข้ากับบริบทของโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2567 อีกด้วย ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ทรู คลิกไลฟ์ จัดทัพวิทยากรชั้นนำหลากหลายสาขา ทั้งด้านเทคโนโลยี จิตวิทยาเด็ก มีการจัดเสวนาเรื่อง “Digital Learning พลิกโฉมการเรียนรู้ Gen Alpha” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและนักเศรษฐศาสตร์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่อนาคตศาสตร์และสินทรัพย์ดิจิทัล บริษัท ฟิวเจอร์เทลส์แล็บ โดย MQDC และผศ.พญ. จิราภรณ์ อรุณากูร อาจารย์แพทย์ด้านเวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี  เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการพัฒนาการศึกษา โดยเน้นไปที่การเรียนรู้ของเด็กยุค Gen Alpha ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีและโลกออนไลน์  เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและแนวทางในการปรับตัวให้กับโรงเรียนเอกชนไทย เพื่อให้สามารถ “ก้าวทันโลก ทันเด็ก ทันอนาคต” อย่างแท้จริง  ขณะเดียวกันยังได้มีการอบรมให้แนะนำเทคนิคที่จำเป็นในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้เพื่อสร้างชั้นเรียนคุณภาพ โดยฝ่ายวิชาการของทรู คลิกไลฟ์ และวิทยากรรับเชิญอีกมายมาย

#เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง เพื่อก้าวทันการศึกษายุค AI

โรงเรียนเอกชนไทยกว่า 100 โรงเรียนให้การยอมรับ ทรู คลิกไลฟ์ หนึ่งในผู้นำนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แบบครบวงจร ภายใต้การดำเนินงานของ ทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดย ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและด้านการศึกษา กล่าวให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริหารและคุณครู ถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง พร้อมพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน นำพาโรงเรียนเอกชนก้าวข้ามทุกการเปลี่ยนแปลง ด้วยมั่นใจว่าโรงเรียนเอกชนจะเป็นต้นแบบที่ทำให้การศึกษาเปลี่ยนทันโลก โดยให้ความสำคัญกับเรื่อง AI ที่จะต้องปรับตัวเราให้ตามทันเหตุการณ์โลก รวมถึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมต้องควบคู่ไปด้วย เพราะเชื่อว่าอย่างไรคนก็สำคัญที่สุด “ทรู คลิกไลฟ์ ปรับหลักสูตรใช้ AI อย่างมีประโยชน์สูงสุด รู้ทันเทคโนโลยี หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ มีนวัตกรรมสื่อมัลติมีเดียที่ใส่ใจทุกขั้นตอน กลั่นกรองจากภาควิชาการ ทั้งในและต่างประเทศ จึงอยากให้ทุกโรงเรียนมั่นใจในคุณภาพของหลักสูตรเรา เด็กจะต้องได้รับประโยชน์มากที่สุด และในปีนี้เราได้พัฒนาแพลตฟอร์ม G-CONNECT เพิ่มฟังก์ชันเพื่อใช้ในการบริหารจัดการชั้นเรียนและบุคลากรในโรงเรียนได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น อาทิ แผนการเรียนการสอน ระบบข้อมูลบุคลากร ห้องสมุดดิจิทัล เป็นต้น และเป็นที่น่ายินดีที่เรากำลังจะเปิดหลักสูตรการเงิน (Mini Millionaire Financial for School) เป็นพื้นฐานการเงินที่เด็กๆ ควรเรียนรู้ รวมถึงวิธีการออมเงินสู่ความมั่นคงในอนาคต

นี่คือสิ่งที่หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ ได้เตรียมปูพื้นฐานให้กับเด็กยุคอัลฟา ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ที่จะช่วยโรงเรียนเอกชนเตรียมพร้อมเด็กทุกคนสู่ยุคใหม่ของการศึกษาอีกด้วยค่ะ” 

#ผลสัมฤทธิ์ที่ทางโรงเรียนภูมิใจที่สุด

ว่าที่ร้อยตรีหญิง เยาวลักษณ์ ทศช่วย ผู้บริหารโรงเรียนไตรนิธิวิทยา จ.ระยอง เล่าถึงความรู้สึกว่า “โรงเรียนมีความเชื่อมั่นตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ได้เข้าร่วมหลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ ประทับใจในวิสัยทัศน์ของผู้บริหารของทรู คลิกไลฟ์มาก ๆ มั่นใจว่าหลักสูตรก้าวทันเทคโนโลยีแน่นอน เป็นหลักสูตรที่น่าสนใจมาก เพราะทรู คลิกไลฟ์ ไม่ได้ออกแบบมาแค่ให้เด็กเรียนแล้วจบ แต่สิ่งที่สำคัญยังสอดแทรกเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมเข้าไปด้วย เหมาะกับนำไปสอนเด็ก ๆ ยุคเจนอัลฟามาก คุณครูมีกังวลเรื่องเทคโนโลยีด้วยว่าถ้าเรียนแล้วเด็ก ๆ จะติดจอเกินไปหรือเปล่า จะเกิดผลกระทบหรือไม่ แต่ไม่ใช่เลยค่ะ ทรู คลิกไลฟ์ ออกแบบหลักสูตรดีมากที่จะไม่ให้เด็กติดจอ และยังมีกิจกรรมออฟไลน์ต่าง ๆ เข้ามาช่วย สิ่งที่ครูภูมิใจ คือผลสัมฤทธิ์ของทางวิชาเทคโนโลยีที่ทางโรงเรียนได้เป็นตัวแทนของจังหวัดไปแข่งระดับภาคตะวันออกและได้รับรางวัล ในส่วนของหลักสูตรดนตรี ก็ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดไปแข่งระดับภาคตะวันออกมาอีกเช่นกัน เด็ก ๆ ได้สนุกกับการเรียนมากกว่าที่เราคาดไว้ นี่คือสิ่งที่เราได้จากโปรแกรมการเรียนการสอนจากทรู คลิกไลฟ์ค่ะ”

#ร.ร. วิระถาวอน สปป.ลาว มั่นใจใช้หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์

นางสาวสุนิตตา พิมมะสอน หัวหน้าหมวดภาษาต่างประเทศจากโรงเรียนวิระถาวอน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปครั้งนี้ว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้มาเข้าร่วมอบรม รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มาเรียนรู้อบรมเพิ่มเติม และฟังเสวนาจากวิทยากรได้ความรู้มากมาย ด้วยปัจจุบันเป็นยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท คุณครูจึงอยากมาอัปเดตเทรนด์แนวทางเกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีให้มากที่สุด เพราะจะได้นำไปปรับใช้สอนนักเรียน เพื่อให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และดีใจที่จะได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนความรู้กับโรงเรียนอื่น ๆ ทางโรงเรียนวิระถาวอน ใช้หลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ จัดการเรียนการสอนครบ 1 ปีแล้ว เด็กๆ ค่อนข้างตื่นเต้นกับหลักสูตรใหม่ ๆ ที่ได้เรียน เพราะมีทั้งสื่อการเรียนการสอนแบบใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนการเรียนในรูปแบบเดิม เด็กๆ สนุกทุกชั่วโมงในการเรียน มีหลายคนชอบวิชาจีนมาก ก็จะหัดพูดสื่อสารภาษาจีนกัน เราเป็นคุณครูก็ตื่นตันที่เด็กๆ ให้การตอบรับและสนุกกับการเรียนมากขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าหลักสูตรทรู คลิกไลฟ์ จะมีบทบาทในการพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ ค่ะ”

ทรู คลิกไลฟ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างทักษะที่จำเป็นในอนาคตให้กับเยาวชน เตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยมีเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม  ทั้งนี้ โรงเรียนเอกชนที่สนใจเข้าร่วมหลักสูตรการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แบบครบวงจรของทรู คลิกไลฟ์ ทั้ง 5 หลักสูตร ได้แก่ เทคโนโลยีวิทยากรคำนวณ อังกฤษ จีน โรโบติกส์ และดนตรี สามารถติดต่อ 089-116-0239 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.trueclicklife.com

#TrueClickLife #ทรูคลิกไลฟ์ #หลักสูตร #นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้