‘MOUNTAINHEAD’ โดย ‘เจสซี อาร์มสตรอง’ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ 7 สมัย

‘MOUNTAINHEAD’ โดย ‘เจสซี อาร์มสตรอง’ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ 7 สมัย

‘MOUNTAINHEAD’ โดย ‘เจสซี อาร์มสตรอง’ เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ 7 สมัย

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Mountainhead ภาพยนตร์ HBO ออริจินัลที่เขียนบท กำกับ และอำนวยการสร้างโดย เจสซี อาร์มสตรอง (Jesse Armstrong) เจ้าของรางวัลเอ็มมี่ 7 สมัยและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ (จากซีรีส์ Succession ของ HBO) จะเข้าฉายวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน ทาง Max ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถ่ายทำเสร็จสิ้นในสัปดาห์นี้ที่พาร์คซิตี้ รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา และถือเป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของอาร์มสตรองอีกด้วย

ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนมหาเศรษฐีที่มารวมตัวกันท่ามกลางวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังเกิดขึ้น

นักแสดงประกอบด้วย สตีฟ คาเรลล์ (Steve Carell) รับบท Randall, เจสัน ชวาร์ตซ์แมน (Jason Schwartzman) รับบท Souper (Hugo Van Yalk), คอรี ไมเคิล สมิธ (Cory Michael Smith) รับบท Venis และ รามี ยูสเซฟ (Ramy Youssef) รับบท Jeff พร้อมด้วยนักแสดงสมทบเพิ่มเติม ได้แก่ แฮดลีย์ โรบินสัน (Hadley Robinson) รับบท Hester, แอนดี้ ดาลี (Andy Daly) รับบท Casper, อาลี คินเคต (Ali Kinkade) รับบท Berry, แดเนียล โอเรสเคส (Daniel Oreskes) รับบท Dr. Phipps, เดวิด ทอมป์สัน (David Thompson) รับบท Leo, เอมี่ แม็กเคนซี่ (Amie MacKenzie) รับบท Janine และ เอวา คอสเทีย (Ava Kostia) รับบท Paula

ภาพยนตร์ HBO ออริจินัลเรื่องนี้ เขียนบทและกำกับโดย เจสซี อาร์มสตรอง อำนวยการสร้างโดย เจสซี อาร์มสตรองแฟรงค์ ริช (Frank Rich), ลูซี เพรบเบิล (Lucy Prebble), จอน บราวน์ (Jon Brown), โทนี โรช (Tony Roche), วิลล์ เทรซี (Will Tracy), มาร์ค มายลอด (Mark Mylod) และ จิลล์ ฟุตลิค (Jill Footlick)

แอนิเมชันเรื่องใหม่ในจักรวาล ‘Star Wars’ จาก ‘Lucasfilm Animation’

แอนิเมชันเรื่องใหม่ในจักรวาล ‘Star Wars’ จาก ‘Lucasfilm Animation’

แอนิเมชันเรื่องใหม่ในจักรวาล ‘Star Wars’ จาก ‘Lucasfilm Animation’

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Disney+ Hotstar ปล่อยทั้งตัวอย่างใหม่ล่าสุด โปสเตอร์ รวมถึงภาพนิ่งจาก “Star Wars: Tales of the Underworld” ซีรีส์แอนิเมชันที่มาในรูปแบบเรื่องสั้นใหม่ล่าสุดจาก Lucasfilm Animation การันตีฝีมือโดย Dave Filoni

ซีรีส์ชุดนี้ต่อยอดจาก “Tales of the Jedi” ที่เปิดตัวในปี 2022 ซึ่งสานต่อมาเป็นซีรีส์ “Tales of the Empire” ในปี 2024 โดยในครั้งนี้ ผู้ชมจะได้ดำดิ่งสู่โลกของอาชญากรในเงามืดของกาแล็กซี รับรู้เรื่องราวผ่านสองวายร้ายระดับตำนานของ Star Wars อย่าง Asajj Ventress อดีตมือสังหารที่ผันตัวมาเป็นนักล่าค่าหัว ซึ่งได้รับโอกาสครั้งใหม่ในชีวิต และต้องมาหลบหนีไปพร้อมกับพันธมิตรใหม่ที่เธอไม่คาดฝัน และอีกวายร้ายอย่าง Cad Bane อาชญากรสุดอันตราย ที่ต้องเผชิญกับอดีตของตัวเองและเพื่อนเก่าผู้อยู่ฝั่งตรงข้ามของกฎหมายในฐานะ Marshal

ซีรีส์ชุดนี้นำโดย Dave Filoni ซึ่งเป็นผู้สร้างและกำกับการผลิต พร้อมทั้งยังทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์บริหารร่วมกับ Athena Yvette Portillo และ Carrie Beck โดย Josh Rimes รับตำแหน่งโปรดิวเซอร์ร่วม Alex Spotswood เป็นโปรดิวเซอร์นำ และ Matt Michnovetz คือผู้เขียนบท

พร้อมทั้งนักพากย์เสียงฝีมือดีอย่าง Nika Futterman, Corey Burton, Artt Butler, Lane Factor, AJ LoCascio, Clare Grant, Dawn-Lyen Gardner และ Eric Lopez

“Star Wars: Tales of the Underworld” พร้อมก้าวเข้าสู่จักรวาลภาพยนตร์และซีรีส์ Star Wars อย่างเต็มตัว เตรียมสตรีมรับวัน May the 4th” 4 พฤษภาคมนี้ บน Disney+ Hotstar เท่านั้น

‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

‘MARK’ วง ‘NCT’ กับอัลบั้มชุดแรก ‘The Firstfruit’ ที่ตามติดการเดินทางของเขา

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

MARK (มาร์ค) วง NCT (เอ็นซีที) ประสบความสำเร็จกับการเดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยวด้วยอัลบั้มเดี่ยวชุดแรก The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) ซึ่งหลังจากปล่อยเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา แฟนเพลงทั่วโลกก็ให้ความสนใจและความรักกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการครองอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums กว่า 17 ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตลอดจนการติดอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มและชาร์ตเพลงออนไลน์ในประเทศเกาหลีใต้, อันดับ 1 บนชาร์ต Digital Album Sales ของ QQ Music ประเทศจีน, อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time rising ของ AWA ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

อัลบั้มเดี่ยวชุดแรก The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) ได้รับแรงบันดาลใจจาก 4 เมืองที่เป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของ MARK (มาร์ค) ได้แก่ โตรอนโต บ้านเกิด, นิวยอร์ก เมืองแรกที่ย้ายไปอยู่, แวนคูเวอร์ เมืองที่ใช้ชีวิตในช่วงวัยเรียน และกรุงโซล เมืองที่ได้สานฝันในฐานะศิลปิน โดยอัลบั้มนี้ประกอบด้วยทั้งหมด 13 เพลง ซึ่ง MARK (มาร์ค) มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ทุกเพลง โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนตามอารมณ์และบรรยากาศที่เขารู้สึกในแต่ละเมือง อีกทั้งความสมบูรณ์แบบของอัลบั้มนี้ยังสูงขึ้นด้วยการมีส่วนร่วมของหลายท่าน อาทิ คุณแม่ของ MARK (มาร์ค)HAECHAN (แฮชาน) วง NCT (เอ็นซีที), CODE KUNST (โค้ด คุนส์)Crush (ครัช)LEE YOUNG JI (อี ยองจี) เรียกได้ว่า ผลงานนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการเดินทางทางดนตรีของ MARK (มาร์ค) ตั้งแต่ปีที่เขาเกิดในปี 1999, การเป็นสมาชิกของ NCT (เอ็นซีที) ไปจนถึงปัจจุบันที่ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว นับเป็นผลอันล้ำค่าที่ในที่สุดก็ออกผล เหมือนกับชื่อ The Firstfruit’ (เดอะ เฟิสต์ฟรุต) อัลบั้มที่มาจากความพยายามและความท้าทายอย่างต่อเนื่องของเขา

ส่วนแรกของอัลบั้มอย่าง โตรอนโต เกี่ยวกับบรรยากาศที่อบอุ่นและร่าเริงในบ้านเกิดของ MARK (มาร์ค) และปี 1999 ปีที่เขาเกิด ซึ่งเพลง ‘Toronto’s Window’ (โตรอนโต วินโดว์) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางนั้น บอกเล่าถึงการมองย้อนกลับไปยังชีวิตที่ผ่านมาของ MARK (มาร์ค) และคุณค่าของอัลบั้มนี้ที่มีต่อเขา สำหรับเพลงไตเติล 1999’ (ไนน์ทีนไนน์ตี้ไนน์) เป็นเพลงแนวป็อปที่ผสมผสานการเรียบเรียงดนตรีของวงออเคสตราสุดอลังการเข้ากับเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ เช่น เสียงกีตาร์ฟังก์ เครื่องเป่าทองเหลือง และเสียงผิวปาก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่าเริงสดใส โดยผู้ฟังสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์อันแปลกใหม่ที่ MARK (มาร์ค) ไม่เคยแสดงให้เห็นมาก่อน ผ่านการร้องเพลงอย่างอิสระที่สลับไปมาระหว่างการแรปแบบกระชับกับเสียงสูง เนื้อเพลงสื่อถึงความหมายของความสุข ณ ช่วงเวลานี้ที่ออกผลแรกเป็นอัลบั้มเดี่ยว ราวกับว่ากำลังย้อนเวลากลับไปในปี 1999 ซึ่งเป็นปีเกิดของ MARK (มาร์ค) และยังสื่อถึงความมุ่งมั่นที่จะกลายเป็นศิลปินแห่งปลายศตวรรษ เหมือนที่เขาเกิดในปีสุดท้ายของศตวรรษ โดยเขาได้แต่งเนื้อร้องและทำนองด้วยตัวเองเพื่อถ่ายทอดความคิดที่ตรงไปตรงมา

ส่วนที่สองของอัลบั้มอย่าง นิวยอร์ก แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกหนักหน่วงและไม่มั่นคงของการย้ายที่อยู่ครั้งแรกผ่านฮิปฮอป โดยจะมีเพลงสั้น ‘Flight to NYC’ (ไฟล์ท ทู นิวยอร์กซิตี้) เกี่ยวกับความรู้สึกบนเครื่องบินที่ออกจากบ้านเกิดโตรอนโตไปยังนิวยอร์ก, เพลงฮิปฮอปทรงพลัง Righteous’ (ไรเชิส) สื่อถึงตัวตนในฐานะศิลปินที่เดินทางไปทั่วโลก และเพลง 프락치 (Fraktsiya) (Feat. LEE YOUNG JI)’ (ฟราคชี) ที่เปรียบเทียบถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเขาในวงการเค-ป็อปและฮิปฮอป

ส่วนที่สามของอัลบั้มอย่าง แวนคูเวอร์ นำเสนอดนตรีที่ฟังง่ายโดยอิงจากความทรงจำอันอบอุ่นของเมืองที่รักดั่งบ้านเกิด ทั้งเพลงป็อป Raincouver’ (เรนคูเวอร์) ที่ให้ความรู้สึกคิดถึงตัวตนอันไร้เดียงสาในอดีตขณะมองหยดน้ำฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า, เพลงที่มีบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ ‘Loser’ (ลูเซอร์) ถ่ายทอดความรู้สึกอันละเอียดอ่อนและอารมณ์ที่จริงใจผ่านเนื้อเพลงที่สะท้อนความทรงจำและบาดแผลของความรัก และเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลง R&B ในยุค 90 อย่าง ‘Watching TV (Feat. Crush)’ (วอตชิง ทีวี) เนื้อเพลงจะเล่าเรื่องราวราวกับ MARK (มาร์ค) กลายเป็นนักเขียนบทที่กำลังเขียนบทภาพยนตร์อยู่

ส่วนที่สี่ของอัลบั้มอย่าง โซล ถ่ายทอดอย่างสดใสเกี่ยวกับปัจจุบัน ที่ความฝันในการเป็นป็อปสตาร์กำลังกลายเป็นความจริง โดยจะมีเพลง ‘+82 Pressin’ (Feat. HAECHAN)’ (+พารี เพรสซิน) พูดถึงความมั่นใจของ MARK (มาร์ค) และ HAECHAN (แฮชาน) ที่ทำกิจกรรมโปรโมตในโซลเป็นหลัก, เพลง ‘200’ (อีแบค) สื่อถึงความหมายของความรักที่คนสองคนทำให้กันและกันเปล่งประกายมากขึ้น, เพลง Journey Mercies’ (เจอร์นีย์ เมอร์ซีส์) มองย้อนวันวานยามสิ้นสุดการเดินทางอันยาวนาน, Mom’s Interlude’ (มัม อินเทอร์ลูด) เพลงที่คุณแม่ของ MARK (มาร์ค) บรรเลงเปียโนด้วยตัวเองนั้นจะมีบทสนทนาสุดอบอุ่นระหว่างคุณแม่และลูกชายอย่าง MARK (มาร์ค) ปิดท้ายอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกด้วยเพลง Too Much’ (ทู มัช) ที่มีข้อความว่า ความรักที่ได้รับคือ พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คอยหล่อเลี้ยงเราอยู่เสมอ

‘มุก วรนิษฐ์’ฟาดแรงแทนเพื่อน คลิป’โตโน่’ขอเสียงให้’ณิชา’กลางเวที (คลิป)

'มุก วรนิษฐ์'ฟาดแรงแทนเพื่อน คลิป'โตโน่'ขอเสียงให้'ณิชา'กลางเวที (คลิป)

‘มุก วรนิษฐ์’ฟาดแรงแทนเพื่อน คลิป’โตโน่’ขอเสียงให้’ณิชา’กลางเวที (คลิป)

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.07 น.

บน X (เอ็กซ์) มีชื่อของ “โตโน่ ภาคิน” ติดเทรนด์ หลังนำเรื่องราวความรักที่สั่นคลอนไปพูดบนเวทีแสดงคอนเสิร์ต โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจำนวนมากนั้น

ขณะที่ มุก วรนิษฐ์  เพื่อนซี้คนสนิทของ ณิชา ณัฏฐณิชา หลังได้เห็นคลิปนี้ก็ได้มีการแชร์คลิปพร้อมแสดงความคิดเห็นว่าสั้นๆว่า “ไม่ต้องพูดถึงกันเลยจะดีกว่าไหมคะ” โดยในคลิป โตโน่ กล่าวว่า “ส่งเสียงดังๆ เป็นกำลังใจให้กับคนที่เจ็บอยู่อย่างณิชาหน่อยได้ไหม”

กำลังใจล้น! เปิดภาพล่าสุด’ณิชา’ สวยสตรอง หลังเจอดราม่ารัก’โตโน่ ภาคิน’

กำลังใจล้น! เปิดภาพล่าสุด'ณิชา' สวยสตรอง หลังเจอดราม่ารัก'โตโน่ ภาคิน'

กำลังใจล้น! เปิดภาพล่าสุด’ณิชา’ สวยสตรอง หลังเจอดราม่ารัก’โตโน่ ภาคิน’

วันอังคาร ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.14 น.

กำลังใจล้น! เปิดภาพล่าสุด ณิชา ณัฏฐณิชา เคลื่อนไหวหลังเจอดราม่า

ต้องบอกว่ามีกำลังใจส่งให้เธอเป็นจำนวนมาก สำหรับ ณิชา ณัฏฐณิชา ที่กำลังมีประเด็นความสัมพันธ์กับนักร้องนักแสดงชื่อดังอย่าง โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ว่าตอนนี้สถานะของทั้งคู่เป็นอย่างไร หลังจากโตโน่ ถูกปล่อยคลิปเสียงกับบุคคลปริศนาพร้อมทั้งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่อนโลกออนไลน์ 

ขณะที่ล่าสุด อินสตาแกรมของ ณิชา ณัฏฐณิชา มีการโพสต์ภาพหลังเจอกระแสดราม่า ท่ามกลางคอมเมนต์เข้าไปให้กำลังใจจำนวนมาก 

“ขอส่งกำลังใจให้ณิชาแบบสุดพลัง ขอให้เป็น 29ปี ที่ต่อจากนี้เจอแต่คนดีๆ คนที่รักจริงทั้งต่อหน้าและลับหลังจริงจังจริงใจรักเราแค่คนเดียวนะผู้ที่ดีคือผู้ใหม่ไม่เกินจริงค่ะ”

“พี่ณิเก่งที่สุดในโลก รักพี่ณิเสมอมานะ” 

“รักน้า เป็นกำลังใจให้คับ”

“น่ารักมากๆเลยน้อง อยากกอดเลย”

‘ปลอดประสพ’โผล่โบ้ยเต็มๆ ขุดปมงบสร้างตึก สตง. อ้างไม่เกี่ยวนายกฯยิ่งลักษณ์

'ปลอดประสพ'โผล่โบ้ยเต็มๆ ขุดปมงบสร้างตึก สตง. อ้างไม่เกี่ยวนายกฯยิ่งลักษณ์

‘ปลอดประสพ’โผล่โบ้ยเต็มๆ ขุดปมงบสร้างตึก สตง. อ้างไม่เกี่ยวนายกฯยิ่งลักษณ์

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.40 น.

‘ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี’ อดีตรองนายกฯ โต้ข้อกล่าวหา กรณีตึกสตง. ถล่ม ชี้ต้นเรื่องเกิดในสมัย อภิสิทธิ์ แต่ได้รับการอนุมัติสร้างจริงในยุค”ประยุทธ์” 

วันที่ 16 เมษายน 2568 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “ตึกสตง.ถล่ม เสียดายเงิน เสียดายชีวิตคน” โดยมีเนื้อหาดังนี้

เพื่อนรุ่นผมจากนับแต่มัธยม มหาวิทยาลัย มาจน วปอ. ได้นำข้อมูลจากที่อื่นมาแชร์กันว่า โครงการสร้างตึกของสตง.นี้ เกิดในสมัยรัฐบาลท่านนายกยิ่งลักษณ์ ทำให้ผมพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะผมเป็นทั้งรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีมาตลอดรัฐบาลนานเกือบสามปี บัดนี้ ได้ข้อมูลมาสมบูรณ์แล้ว จึงขอนำมาชี้แจงดังนี้

1. งบประมาณสร้างตึกสตง. และสถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติ เกิดในสมัยท่านอดีตนายกอภิสิทธิ์ช่วงปี 2551-2554 โดยในปี2551-52 เป็นงบผูกพันการสร้างสถาบันธรรมาภิบาลฯ และปี 2553-54 งบผูกพันสร้างตึกสตง. ทั้งสองแห่งจะสร้างในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของจังหวัดปทุมธานี แต่ปรากฏว่า ไม่ได้สร้าง เพราะที่ดินที่จะสร้างเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์เพื่อประชาชนใช้ร่วมกัน และก็ยังไม่ได้มีการออกกฏหมายเพิกถอนแต่ประการใด จึงยังสร้างไม่ได้ แถมEIA ของตึกสูงก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการอีก ในช่วงดังกล่าวนี้ กรมบัญชีกลางได้เคยมีหนังสือให้สตง. ทำการตรวจสอบเพราะการนำงบประมาณไปกองไว้แล้วไม่ใช้ อาจเกิดความเสียหายให้กับรัฐได้ แต่จนบัดนี้ผลการตรวจสอบก็ยังไม่เคยออกมา

2. ท่านนายกยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลระหว่างปี2554-2557 ไม่ปรากฎว่าเคยทำอะไรเกี่ยวกับโครงการนี้เลย ดังนั้น ที่กล่าวหากันมาตลอดนั้นก็ถือว่า ยกเมฆทั้งสิ้น ผมก็ พลอยลอยตัวไปด้วย

3. ท่านนายกประยุทธ์มาเป็นรัฐบาล 2 ครั้งรวม 9 ปี เป็นช่วงแรก สค. 2557-2562 และเป็นช่วงที่สองต่อมายาวถึงปี 2566 ในวันที่ 24 กย. 2563 ครม. ได้อนุมัติให้รวมโครงการสร้างตึกสถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติและตึกสตง. เข้าด้วยกัน และแถมห้องประชุมขนาดใหญ่ให้อีก 1 แห่ง โดยอนุมัติงบประมาณไป 2,660 ล้านบาท และเห็นชอบให้ย้ายโครงการเดิมจากจังหวัดปทุมธานีมาที่สวนจตุจักรของการรถไฟซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ

ผมรู้เท่านี้ ซึ่งจะหาโอกาสศึกษาต่อไปว่า ขบวนการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ใครเป็นผู้อนุมัติตลอดจนถึงการแก้ไขแบบแปลนถึง 8 ครั้งโดยมีครั้งที่สำคัญที่สุดคือ การอนุมัติให้ย้ายปล่องลิฟต์ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักหรือแกนที่ใช้เป็นที่รองรับแรงกด แรงเฉือนด้านข้าง(Shear) และแรงบิด(Torque )ของอาคาร โดยย้ายจากตรงกลางตึกไปไว้ด้านริมตึก ซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิชาการขณะนี้ได้เพ่งเล็งว่า อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตึกได้พังทลายลงมาภายใน 8 วินาที ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวว่า ผู้ควบคุมงานไปแจ้งความว่า มีการปลอมลายเซ็น ตลอดจนมีการนินทากันว่า หัวหน้าคณะผู้ออกแบบมีประสบการณ์มากคือมีอายุถึง 85 ปีนั้น ผมก็จะปล่อยให้คนอื่นขุดคุ้ยไป สำหรับผมในฐานะอดีตคณะรัฐมนตรีสมัยท่านนายกยิ่งลักษณ์ก็รู้สึกโล่งใจที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่เคยพัวพันอะไรด้วย ใครเคยกล่าวหาไว้ก็อภัยให้พร้อมกับสงกรานต์ปีนี้เลยก็แล้วกันครับ

คุณดนัยช่อง 30 ใช้คำว่า ตราบาป ก็น่าจะจริงนะครับ เพราะมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นหลักร้อย สุดท้าย ผมหวังว่า เรื่องนี้จะไม่มีการเจ๊า ต้องหาคนมารับผิดชอบให้ได้ และผมก็เสียดายเงิน 2,660 ล้านบาท เพราะหากเอามาแจกชาวบ้านจนๆ ก็ได้ถึงสองล้านหกแสนคนเชียวครับ

‘ชวน’มาเอง! ลงพื้นที่ลุยช่วย ‘ลุงชิน’ เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน

‘ชวน’มาเอง! ลงพื้นที่ลุยช่วย ‘ลุงชิน’ เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน

‘ชวน’มาเอง! ลงพื้นที่ลุยช่วย ‘ลุงชิน’ เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 เมืองคอน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.12 น.

“ชวน”มาเอง ลุยเมืองคอน ช่วย “ชินวรณ์”สู้เลือกตั้งซ่อม รับเพื่อนยากเสียเปรียบ ไม่มา ไม่ใช่คนใต้ ชูเป็นคนดี -ซื่อสัตย์- ทำงานเพื่อปชช. รับ กกต.ทำงาน โดนสวดรุนแรง ขอส่งกำลังใจให้กล้าหาญ -ไม่เป็นเครื่องมือใคร 

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่อำเภอช้างกลาง พิปูน และ อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 27 เมษายน 2568

โดยนายชวน กล่าวว่า การตัดสินใจมาช่วยคุณชินวรณ์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดนครศรีธรรมราชในครั้งนี้ เพราะเห็นว่า ในยามที่เพื่อนยาก และยิ่งได้ยินว่าอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ เพราะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้น มีหลากหลายมากวิธีสารพัด ไม่มาไม่ได้ ไม่ใช่คนใต้ ต้องมาช่วย แต่อย่างไรก็ตามเหตุผลสำคัญกว่านั้น คือตนรู้จักกันมานาน 30 ปี เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเททำงาน เพื่อพี่น้องประชาชน เพื่อสังคม และพรรคมาโดยตลอด และแนวหาเสียงในทุกครั้งรวมถึงครั้งนี้ ยึดแนวที่ตนและพรรคทำมาตลอด ก็คือการต่อต้านการทุจริตซื้อเสียง ใช้วิธีการเลือกตั้งแบบสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ทันสมัยสำหรับปัจจุบัน แต่เป้าหมายในอนาคตระบบการเมืองประชาธิปไตย ต้องมาในระบบนี้ ทำให้บ้านเมืองไปรอดได้ 

“หลายคนห่วงว่าผมมาช่วยในครั้งนี้ เป็นการเปลืองตัว ผมบอกว่าไม่เลย ผมตั้งใจมาช่วย ยิ่งในยามที่เพื่อนยากอย่างนี้ ไม่ลังเล ไม่มาไม่ได้แล้ว ไม่ใช่คนใต้แล้ว ยิ่งผมถามและได้คำมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้การหาแนวผม ท่านบอกว่ายึดตามแนวท่าน คือ ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่ซื้อเสียง อาจไม่ทันสมัยในปัจจุบัน แต่อนาคตบ้านเมืองจะไปรอดได้ ส่วนในระบบการใช้เงิน ที่นิยมกันในตอนนี้ มันไม่ทำให้ประชาธิปไตยก้าวไปในสิ่งที่ดี มีแต่สร้างเงื่อนไข ลุกลาม เป็นที่มาของการทุจริต ประพฤติมิชอบในทุกระดับทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น มาจากเรื่องนี้เป็นหลัก ปัญหาของบ้านเมืองทุกวันนี้ เกิดจากความไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่โปร่งใส ผมก็อยากให้ได้คนดีๆ แบบคุณชินวรณ์ มาช่วย เชื่อมั่นได้ซื่อสัตย์ สุจริต ความรู้ความสามารถ ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วหลายต่อหลายผลงาน” นายชวน กล่าวย้ำ

นายชวน กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่พูดถึงกันมากในขณะนี้คือการซื้อเสียง เรียนว่า ตนได้ติดตามการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาโดยตลอด บวกกับการได้ยินได้ฟังคนวิพากษ์วิจารณ์ ที่ระบุว่าไม่เคยวิจารณ์ กกต.ยุคไหน รุนแรง เท่ากับยุคนี้ ตนเข้าใจว่าอาจจะมีมูลเพราะหลายเรื่องที่ กกต.ไม่สามารถชี้ขาดได้ จับคนโกงได้น้อยมาก ที่ผ่านมาตนและคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือไปเพื่อให้ข้อมูลและส่งกำลังใจให้ กกต. ให้มีความกล้าหาญ ย้ำคำว่ากล้าหาญ ทำถูกให้ถูก ทำผิดให้ผิด ไม่เป็นเครื่องมือของใคร ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง ส.ส. สว. ระดับชาติ หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น จะทำให้ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความมั่นคงยั่งยืนยาวนานได้
 

‘สงคราม’แนะรัฐบาลเร่งชี้แจงปชช. ​หวั่นเอ็นฯคอมเพล็กซ์ เป็นเหยื่อการบิดเบือน

‘สงคราม’แนะรัฐบาลเร่งชี้แจงปชช. ​หวั่นเอ็นฯคอมเพล็กซ์ เป็นเหยื่อการบิดเบือน

‘สงคราม’แนะรัฐบาลเร่งชี้แจงปชช. ​หวั่นเอ็นฯคอมเพล็กซ์ เป็นเหยื่อการบิดเบือน

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.53 น.

‘สงคราม’ แนะเร่งชี้แจงประชาชนหวั่นเอ็นฯคอมเพล็กซ์ เป็นเหยื่อการบิดเบือน อัดกลุ่มการเมืองหวังสร้างความวุ่นวายในประเทศพูดโกหกคำโตบิดเบือนใส่ร้ายโดยไม่ดูข้อเท็จจริง

วันที่ 16 เมษายน 2568 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาว แพทองธาร   ชินวัตร เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านหลายกลุ่มจงใจบิดเบือน พูดความจริงไม่หมด และใส่ร้ายรัฐบาล กล่าวหาโจมตีด้วยความเท็จว่าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นโครงการบ่อนคาสิโน โดยไม่สนใจในข้อเท็จจริง โจมตีด้วยความคิดที่เป็นอคติและอิจฉารวมทั้งกลัวว่าพรรคเพื่อไทย จะได้รับความนิยมหากสามารถดึงเงินลงทุนหลักแสนล้านจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยได้ อย่างแน่นอน

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า โครงการสถานบันเทิงครบวงจร คือ เขตพัฒนาพิเศษเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวของครอบครัวระดับโลกนำเสนอประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ส่วนที่เป็นคาสิโนมีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 จากทั้งโครงการ ทั้งนี้รัฐบาลมีแผนเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ 4 พื้นทีแต่ละพื้นที่มีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาท ดึงเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลสูงถึง 800,000 ล้านบาท จ้างงานไม่ต่ำกว่า 2-30,000 คนในแต่ละแห่ง ในขณะเดียวกันในระยะยาวยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

“หากเอาความจริงมาพูดกันโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าว รวมไปถึงในนโยบายพรรคประชาชนหรืออดีตพรรคก้าวไกลหากพรรคประชาชนในอดีตมีโอกาสเป็นรัฐบาลก็เตรียมบรรจุโครงการคาสิโนถูกกฎหมาย รัฐกำกับดูแลไว้ เป็นนโยบายรัฐบาลเช่นกัน เพราะโครงการนี้ เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคด้วยแต่หนักกว่าคือโครงการก่อสร้างบ่อนคาสิโนเลย แต่มาวันนี้สส.พรรคประชาชน รุมโจมตีรัฐบาลด้วยนโยบายนี้ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกกลุ่ม ผ่านการชี้แจงโครงการจากหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันการบิดเบือนใส่ร้ายจากกลุ่มที่หาผลประโยชน์จากสถานการณ์การเมือง การบิดเบือนที่ผ่านมาสร้างความเสียหายกับประเทศมากมาย หากรัฐบาลไม่เร่งชี้แจงหรือทำความเข้าใจกับประชาชนโครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ก็จะกลายเป็นเหยื่อของการบิดเบือนใส่ร้ายจากคนที่เสียผลประโยชน์และอคติ ไม่ต่างจากอดีตที่เคยโจมตีโครงการของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นนโยบายรถไฟความเร็วสูงและการปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมูลค่า 2 ล้านล้านบาท หรือโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งชัดเจนว่าประชาชนได้ประโยชน์ แต่ต้องล้มเหลวเพราะการบิดเบือนใส่ร้ายของคนบางกลุ่มจนทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบและสร้างความเสียหายมากมายให้ประเทศ” นายสงคราม กล่าว

‘ธนกร’ เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้แม้มีเห็นต่างร่างกม.บางฉบับ

'ธนกร' เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้แม้มีเห็นต่างร่างกม.บางฉบับ

‘ธนกร’ เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้แม้มีเห็นต่างร่างกม.บางฉบับ

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.51 น.

“ธนกร” เชื่อ เสถียรภาพรัฐบาลยังไปได้แม้มีเห็นต่างร่างกม.บางฉบับ ชี้ พรรคร่วมเดินหน้าทำงาน ลุยแก้ปัญหาให้ปชช.ต่อเนื่อง แนะ ยึดประโยชน์ปท.-ประชาชนเป็นหลัก ฝากเร่งเครื่องด้านศก.สร้างความเชื่อมั่น

วันที่ 16 เมษายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการสำรวจความเห็นประชาชนของซูเปอร์โพลที่ผลกว่า 74% ไม่มั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลและเชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังสงกรานต์ ว่า รัฐบาลต้องรับฟังทุกความเห็นของประชาชนและควรที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความมั่นใจควบคู่ไปด้วย แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาในการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลที่มีหลายพรรค แม้ว่ามีความเห็นต่างในบางเรื่อง เช่นร่างกฎหมายบางฉบับที่ยังต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้าใจให้ข้อมูลกับประชาชนให้รอบด้าน 

เมื่อถามว่า แต่ที่ผ่านมาก็มีบุคคลในพรรคร่วมออกมาแสดงท่าทีเหมือนขัดแย้งกันอยู่หลายครั้งหลายเรื่องนั้น นายธนกร กล่าวว่า การที่พรรคร่วม หรือบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาลมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ถือเป็นเรื่องที่ดีเพื่อจะช่วยทำให้รัฐบาลพิจารณากฎหมายและดำเนินนโยบายหรือโครงการต่าง ๆให้เกิดความรอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ารัฐบาลใดก็ตามที่เห็นพ้องต้องกันไปเสียหมดทุกเรื่อง ไม่มีการคัดค้านหรือไม่เห็นต่างเลย มักจะอยู่ไม่ยาวเพราะถูกมองว่าเป็นการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งขณะนี้การทำงานของรัฐบาลที่มีหลายพรรคและเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน มองว่าก็เป็นเรื่องธรรมดา เพื่อให้เกิดความรอบคอบ โดยความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ยังคงเป็นไปด้วยดี ไม่ได้แตกหัก ร้าวลึก หรือประสานกันไม่ได้ตามที่ถูกมอง ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังคุยกันได้ พร้อมเดินหน้าทำงานตามนโยบายและมุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญความเห็นต่างต้องนำมาซึ่งความรอบคอบ และต้องมาจากการที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่าจะเป็นส่วนดีของรัฐบาลชุดนี้ที่จะทำให้มีเสถียรภาพ เดินไปจนครบวาระได้ ขณะเดียวกันก็ต้องขอฝากรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้สิน ลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน พร้อมกับการสร้างความเชื่อมั่น ทั้งภายในและนักลงทุนต่างประเทศด้วย เชื่อว่า หากรัฐบาลยึดประโยชน์ประเทศและประชาชนเป็นหลักจะเดินหน้า ทำงานต่ออย่างเข้มแข็งได้” นายธนกร กล่าว

รัฐบาลตีปี๊บ! เวทีโลกชื่นชม ‘นายกฯแพทองธาร’ ผู้นำสร้างความเปลี่ยนแปลง!

รัฐบาลตีปี๊บ! เวทีโลกชื่นชม 'นายกฯแพทองธาร' ผู้นำสร้างความเปลี่ยนแปลง!

รัฐบาลตีปี๊บ! เวทีโลกชื่นชม ‘นายกฯแพทองธาร’ ผู้นำสร้างความเปลี่ยนแปลง!

วันพุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.38 น.

เวทีโลกชื่นชม !  นายกฯ แพทองธาร ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้นำโลกอายุต่ำกว่า 40 ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงโดย “YGL 2025 ”สะท้อนวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำของไทยในสายตาระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในเวทีสากล มั่นใจสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้ประเทศไทยได้

วันที่ 16 เมษายน 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 114 คน เป็นผู้นำที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปีที่สร้างการเปลี่ยนแปลง  โดย The Forum of Young Global Leaders (YGL) ประจำปี 2025 เครือข่ายที่ผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนชั้นนำ และประชาสังคมทั่วโลกร่วมกันให้คะแนน สะท้อนให้เห็นเวทีชั้นนำระดับโลกที่มีคอนเซ็ปต์ในการค้นหาผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลกที่ให้คุณค่าในการทำงานร่วมกัน มีแนวคิดลึกซึ้งและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้  โดยต้องมีอายุ ต่ำกว่า 40 ปี และบุคคลอื่นเป็นผู้เสนอชื่อ  ที่สำคัญต้องมีผลงานโดดเด่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและผลกระทบเชิงบวกในสาขาของตน โดยในปีนี้ YGL มีความหลากหลายทั้งจากสาขาต่างวัฒนธรรม ต่างประเทศ 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับการยกย่อง ในการมีภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์ ที่เชื่อว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการบริหารประเทศได้ โดยก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ก็ติดโผ 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสารไทม์ มาแล้ว

ทั้งนี้ แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีสุภาพสตรี ที่มีอายุน้อยที่สุดของไทยและของเอเชีย รวมทั้งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งบริหารประเทศไม่กี่เดือน จากภาวะผู้นำในการบริหารประเทศ ในการแก้ไขปัญหาทางสังคมทั้งกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติดและภัยพิบัติต่างๆ

และยังผลักดันนโยบายสำคัญไปสู่การปฏิบัติ เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ การร่วมประชุมในเวทีระดับผู้นำโลกเพื่อชักชวนให้นักธุรกิจระดับโลกเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ, ดิจิทัลวอลเล็ต, โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ล่าสุดในฐานะประธานคณะกรรมการซอฟพาวเวอร์ไทย ที่ส่งเสริมสงกรานต์ไทย เทศกาลของไทย กลายเป็นเฟซทีฟระดับโลก ซึ่งภาวะผู้นำของท่านนายกรัฐมนตรี และยังทำให้ศักยภาพของประเทศโดดเด่นด้วย ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอนเศรษฐกิจในปัจจุบัน นายจิรายุกล่าว

สำหรับ The Forum of Young Global Leaders (YGL) เป็นโครงการริเริ่มของ World Economic Forum (WEF) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยศาสตราจารย์ Klaus Schwab มีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ที่มีความรับผิดชอบและมุ่งมั่นในการปรับปรุงสภาพของโลก   โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมผู้นำที่มีความรับผิดชอบ สนับสนุนผู้นำรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ และอิทธิพลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในโลก ปัจจุบันมีสมาชิกและอดีตสมาชิกมากกว่า 1,400 คน จากกว่า 120 ประเทศ ครอบคลุมหลากหลายสาขาอาชีพ เช่น นักธุรกิจ นักการเมือง นักวิชาการ ศิลปิน และนักกิจกรรมทางสังคม