‘อิ๊งค์’ควง’จิราพร-หมอมิ้ง’เดินช้อปร้านค้า-ทานอาหาร โรงอาหารทำเนียบฯ

'อิ๊งค์'ควง'จิราพร-หมอมิ้ง'เดินช้อปร้านค้า-ทานอาหาร โรงอาหารทำเนียบฯ

‘อิ๊งค์’ควง’จิราพร-หมอมิ้ง’เดินช้อปร้านค้า-ทานอาหาร โรงอาหารทำเนียบฯ

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.22 น.

‘นายกฯ อิ๊งค์’ควง’จิราพร-หมอมิ้ง’เดินช้อปร้านค้าทำเนียบฯ ซื้อ’ผลไม้-ขนมหวาน’แวะกิน’ก๋วยเตี๋ยว’มื้อเที่ยง ขรก.ขอถ่ายรูปคึกคัก 

เมื่อเวลา 11.40 น.วันที่ 11 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เยี่ยมชมโรงอาหารประจำทำเนียบรัฐบาล และรับประทานอาหารกลางวัน โดยมี น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

โดยทันทีที่นายกฯเห็นสื่อมวลชนมายืนดักรอถามว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งสื่อมวลชนตอบว่า “แม่ค้าที่โรงอาหารบอกว่านายกฯจะมาเดิน” ทั้งนี้สื่อมวลชนยังบอกอีกว่านายกฯที่มาเดินคนสุดคือพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ อดีตนายกฯ

เมื่อถามว่าวันนี้จะซื้ออะไร นายกฯ กล่าวว่า “ยังเลย แต่ก็จะไปดูเตรียมเงินไปช้อปปิ้ง ซื้อขนมเต็มที่“ พร้อมถามกลับสื่อมวลชนว่ามีอะไรอร่อยบ้าง ซึ่งสื่อมวลชนตอบว่า “อร่อยทุกร้าน” 

จากนั้นนายกฯเดินมายังโรงอาหาร ซึ่งบริเวณด้านข้างเปิดให้ขายของ ก่อนกล่าวว่า “มีหลายร้านเลย” พร้อมแวะร้านขายผลไม้ โดยแม่ค้าถามว่า นายกฯ กินมะยงชิดไหม นายกฯ บอกว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวอุดหนุน โดยนายกฯ ได้หยิบมะขามหวานโรยน้ำตาล 1 กล่อง มะยงชิดที่ปลอกแล้ว 1 กล่อง โดยในจังหวะนั้น น.ส.จิราพร ยกโทรศัพท์เพื่อสแกนจ่ายเงิน แต่นายกฯ บอกว่า “ไม่เป็นไรพร้อมหยิบเงินจ่ายเอง”

นอกจากนี้นายกฯ ยังอุดหนุนซื้อ เค้กกล้วยหอม เค้กส้ม ทอฟฟี่เค้ก กล้วยน้ำว้า กล้วยแขก ข้าวเหนียวมะม่วง 2  กล่อง ทั้งนี้ได้มีข้าราชการพักกลางวันได้เข้ามาขอถ่ายรูปกับนายกฯ ด้วยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

จากนั้นนายกฯ เดินไปที่โรงอาหารที่อยู่ติดกับร้านเซเว่น โดยนายกฯ ได้สั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเส้นเล็ก ใส่ลูกชิ้น ใส่หมู ไม่ใส่ตับไม่ใส่ถั่วงอก และสั่งร้านอาหารตามสั่ง โดยนายกฯ ได้ตักไก่ย่าง ไข่ดาว และได้สั่งผัดมาม่าไม่เผ็ด และยังมีของกินเล่นคือ ชานมไข่มุก ไส้กรอกทอด และครองแครงด้วย

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯ ได้เดินไปที่ร้านสวัสดิการทำเนียบฯ โดยได้อุดหนุนเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน ที่มีตราสัญลักษณ์ทำเนียบฯ ด้วย

‘พีระพันธุ์’ย้ำจุดยืนรทสช.หนุน’เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ รับ’ทักษิณ’เป็นกุนซือด้านพลังงาน

'พีระพันธุ์'ย้ำจุดยืนรทสช.หนุน'เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์' รับ'ทักษิณ'เป็นกุนซือด้านพลังงาน

‘พีระพันธุ์’ย้ำจุดยืนรทสช.หนุน’เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ รับ’ทักษิณ’เป็นกุนซือด้านพลังงาน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.29 น.

‘พีระพันธุ์’ขับรถ BMW ส่วนตัวเข้าทำเนียบฯ ย้ำจุดยืนรทสช.เห็นด้วย“เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”หลังได้ปรับปรุงตามข้อเสนอ  พร้อมเผยคุย “ทักษิณ”มาตลอด เรื่องพลังงานช่วย ปชช.

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพีระพันธุ์  สาลีรัฐวิภาค  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ได้ขับรถยนต์ส่วนตัว ยี่ห้อ BMW i7 XDrive 60 ทะเบียน 6 ขช 6383 กรุงเทพฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล โดยพูดถึงเหตุผลที่ต้องขับรถด้วยตัวเองว่าได้ให้คนขับรถยนต์ส่วนตัวหยุดพักผ่อน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงต้องขับรถมาเอง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)ในการเห็นชอบกับกฎหมายประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ก็เหมือนเดิม อะไรที่ไม่ผิดกฎหมาย เราก็ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า พรรคเห็นด้วยตามมติของพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่  นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และมีประเด็นที่เราเคยให้ปรับปรุง เขาก็แก้ไขปรับปรุงแล้ว ดังนั้น เราก็พอรับได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าได้พูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องพลังงาน ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันนานแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ ได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับนายทักษิณ  กันอยู่ตลอดในเรื่องพลังงาน

014

‘สภาฯ’สรุปโชว์ผลงานช่วงสมัยประชุมฯ ไฟเขียวกฎหมายประกาศใช้ไป 9 ฉบับ

‘สภาฯ’สรุปโชว์ผลงานช่วงสมัยประชุมฯ ไฟเขียวกฎหมายประกาศใช้ไป 9 ฉบับ

‘สภาฯ’สรุปโชว์ผลงานช่วงสมัยประชุมฯ ไฟเขียวกฎหมายประกาศใช้ไป 9 ฉบับ

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 13.18 น.

‘สภาฯ’สรุปโชว์ผลงานช่วงสมัยประชุมฯ ไฟเขียวกฎหมายประกาศใช้ไป 9 ฉบับ ถก 42 กระทู้ถามสดด้วยวาจา 241 กระทู้ถามทั่วไป และ 116 กระทู้ถามแยกเฉพาะ

11 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงสรุปผลงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ระหว่างวันที่ 12ธ.ค.2567 – 10เม.ย.2568ในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่2ว่า มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวม 31 ครั้งและมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวม 6 ครั้ง โดยมีร่างพระราชบัญญัติได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จำนวน 9 ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ตามมาตรา 137 ของรัฐธรรมนูญฯ จำนวน 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน จำนวน 1 ฉบับ ขณะเดียวกันมีร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร (อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร) โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 4 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ จำนวน 19 ฉบับ บรรจุระเบียบวาระการประชุมเพื่อรอการพิจารณา จำนวน 63 ฉบับ รอการบรรจุระเบียบวาระการประชุม จำนวน 12 ฉบับ(อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 77)

โฆษกประธานสภาฯ กล่าวต่อว่า มีร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างการพิจารณาให้คำรับรองของนายกรัฐมนตรีจำนวน 45 ฉบับ เนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงิน เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินที่นายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรอง จำนวน 16 ฉบับ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่สภาผู้แทนราษฎรไม่รับหลักการในวาระที่หนึ่งจำนวน 1 ฉบับ มีร่างพระราชบัญญัติที่ผู้เสนอขอถอน จำนวน 3 ฉบับ และร่างพระราชบัญญัติที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ จำนวน 6 ฉบับ รวมทั้งมีพระราชกำหนดที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จำนวน 1 ฉบับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอตามหมวด 3 หรือหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 4 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 ฉบับ บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6 ฉบับ เพื่อรอการพิจารณาอยู่ระหว่างการพิจารณาให้คำรับรองของนายกรัฐมนตรี จำนวน 10 ฉบับ

นายคัมภีร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีญัตติที่สภามีมติส่งรัฐบาลดำเนินการ จำนวน 7 เรื่อง 28 ญัตติ ญัตติที่สภามีมติตั้งหรือมอบหมายให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ซึ่งสภาได้พิจารณารายงานของ  คณะกรรมาธิการเห็นชอบกับรายงานและข้อสังเกตแล้ว จำนวน 5 เรื่อง 15 ญัตติ รวมทั้งมีญัตติที่สภามีมติตั้งหรือมอบหมายให้คณะกรรมาธิการพิจารณาอีกหลายฉบับ และยังมีญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะ ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน 1 ญัตติ อีกทั้งมีการพิจารณารายงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการสามัญหลายเรื่อง และมีกระทู้ถามสดด้วยวาจา จำนวน 42 กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปตอบในที่ประชุมสภา  จำนวน 106 กระทู้ กระทู้ถามทั่วไปตอบในราชกิจจานุเบกษา  จำนวน 135 กระทู้และ กระทู้ถามแยกเฉพาะจำนวน 116 กระทู้ ส่วนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  มีร่างแก้ไขบรรจุระเบียบวาระเพื่อรอการพิจารณา จำนวน 19 ฉบับ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา จำนวน 1 ฉบับ รัฐสภาไม่ให้ความเห็นชอบ จำนวน 1 ฉบับ รวมทั้งเห็นชอบหนังสือสัญญา  3 ฉบับ มีญัตติเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการ 3 ญัตติ

‘อนุทิน’นำทัพภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ 25 เมย.สู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ‘เมืองคอน’ ยันจะทำให้ดีที่สุด

‘อนุทิน’นำทัพภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ 25 เมย.สู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ‘เมืองคอน’ ยันจะทำให้ดีที่สุด

‘อนุทิน’นำทัพภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ 25 เมย.สู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ‘เมืองคอน’ ยันจะทำให้ดีที่สุด

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.48 น.

‘อนุทิน’เล็งนำภูมิใจไทยปราศรัยใหญ่ 25 เมย. สู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ‘เมืองคอน’ ยันจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 8 ที่พรรคภูมิใจไทยจะมีการปราศรัยใหญ่ในวันที่  25 เมษายนว่า  ตนขอเช็กกำหนดการก่อน แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยก็คงต้องไป  เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงรวมถึงแนะนำตัวเองกับประชาชน  ยืนยันว่า จะทำให้ดีที่สุด เพราะคาดเดาไม่ได้

‘อนุทิน’เผยคุย‘เนวิน’ปม‘ลูกชาย’ผิดคิวกลางสภาฯแล้ว ลั่นไม่ถอนตัว-ไม่ยุบสภา

‘อนุทิน’เผยคุย‘เนวิน’ปม‘ลูกชาย’ผิดคิวกลางสภาฯแล้ว ลั่นไม่ถอนตัว-ไม่ยุบสภา

‘อนุทิน’เผยคุย‘เนวิน’ปม‘ลูกชาย’ผิดคิวกลางสภาฯแล้ว ลั่นไม่ถอนตัว-ไม่ยุบสภา

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.46 น.

ไม่ถอน-ไม่ยุบ!‘อนุทิน’เผยคุย‘เนวิน’ปม‘ลูกชาย’ผิดคิวกลางสภาฯแล้ว​ ด้าน‘ไชยชนก’แจ้งจะมาพบช่วงสงกรานต์ แสลงหูขออย่าเรียก‘กาสิโน’ ฟังแล้วตกใจ

11 เมษายน 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีเรื่องกาสิโน​ และกระแสข่าวการถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาล ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เคลียร์กันจบแล้วใช่หรือไม่ ว่า​ ไม่เคยมีเรื่องถอนตัวหรือยุบสภาฯ เรื่องกาสิโน​ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้คำว่า​ กาสิโน ใช้คำนี้ก็รู้สึกตกใจ เพราะใช้ชื่อร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หากมองเรื่องการเสริมสร้างเศรษฐกิจ จ้างคนให้มีงานทำ การหมุนเวียนเม็ดเงิน การลงทุนจะช่วยลดความกังวลของพี่น้องประชาชนได้รายละเอียดต่างๆ  เรื่องการป้องกันการหมกมุ่นกับการพนัน หรือการป้องกันไม่ให้คนทั่วไปได้เข้ามามันมีรายละเอียดอยู่ เมื่อถึงเวลาอันควรคงจะต้องหารือกันต่อไป

เมื่อถามว่าหลังจากที่มีการปิดสมัยประชุมสภาแล้ว พรรคภูมิใจไทยจะมีการจัดระเบียบหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ไม่มี หากไม่มีการประชุมสภาฯ ก็จะมีการประชุมพรรคเดือนละ 1 ครั้ง ยกเว้นหากมีการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญก็จะมีการประชุมพรรคสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

เมื่อถามต่อว่าได้มีการพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ หลังประกาศกลางสภาฯ ไม่สนับสนุนกาสิโน นายอนุทิน กล่าวว่า มีการนัดหมายกันช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายไชยชนก​ แจ้งว่า​ จะมาหาช่วงสงกรานต์ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไร เบื้องต้นได้พูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บิดาของนายไชยชนกแล้ว ซึ่งมีการพูดคุยกันเป็นประจำทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถแข่ง หรือฟุตบอล

‘มท.1’ ยังไม่ฟันธงต้นตอตึก‘สตง.’ถล่ม ชี้ต้องได้รับการพิสูจน์ยืนยันทาง‘วิทยาศาสตร์-วิศวกรรม’ก่อน

‘มท.1’ ยังไม่ฟันธงต้นตอตึก‘สตง.’ถล่ม ชี้ต้องได้รับการพิสูจน์ยืนยันทาง‘วิทยาศาสตร์-วิศวกรรม’ก่อน

‘มท.1’ ยังไม่ฟันธงต้นตอตึก‘สตง.’ถล่ม ชี้ต้องได้รับการพิสูจน์ยืนยันทาง‘วิทยาศาสตร์-วิศวกรรม’ก่อน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.34 น.

รอคกก.ตรวจสอบฯเอาให้ชัด! ‘มท.1’ ยังไม่ฟันธงหาต้นตอตึก ‘สตง.’ ถล่ม ชี้ต้องได้รับการพิสูจน์ยืนยันทาง ‘วิทยาศาสตร์-วิศวกรรม’ ก่อน ยันรู้ผลแน่นอน  เผยปรับงบเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1 แสน

เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)  นายอนุทิน  ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวว่า  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานการช่วยเหลือฉุกเฉินซึ่งได้รับงบทดรองฉุกเฉินจากกรมบัญชีกลาง 200 ล้านบาท โดยจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากความเสียหายที่เกิดขึ้น  นอกจากนี้ อธิบดี ปภ.ได้รายงานว่า  จะมีการปรับค่าช่วยเหลือจัดงานศพกรณีผู้เสียชีวิตจากรายละ 2 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท  ซึ่งได้รับความเห็นชอบโดยหลักการจากกรมบัญชีกลางแล้ว  ขณะนี้อยู่ในเรื่องขั้นตอนเอกสารโดยจะเริ่มทำให้เร็วที่สุด  ส่วนผู้บาดเจ็บที่เข้าข่ายทุพพลภาพก็จะมีค่าตอบแทน ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่าให้ช่วยเหลือเยียวยาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ให้เกินวงเงิน และเป็นการใช้งบประมาณของรัฐให้มีประสิทธิภาพรวมถึงเป็นประโยชน์สูงสุดด้วย

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) แห่งใหม่ ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ตนได้รับรายงานเป็นรายสัปดาห์ ขณะนี้พอจะเห็นเหตุผลประกอบขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ยังไม่สามารถฟันธงอะไรได้ เพราะหากฟันธงทันทีอาจจะเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา  เพราะฉะนั้นต้องได้รับการยืนยัน และพิสูจน์ด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ หลักทางวิศวกรรมให้ชัดเจนเพื่อทำรายงานและดำเนินการตามบทกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่เคยเป็นวิศวกรมีการคาดการณ์หรือไม่ว่าสาเหตุของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ถล่มเกิดจากอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายสาเหตุ แต่ก็ต้องนำมาประกอบกัน และเป็นเรื่องคณะกรรมการตรวจสอบ หากตนพูดไปจะเป็นลักษณะในการชี้นำ  เราต้องรอให้คณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้ในแวดวงวิชาการ สังคม และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ที่ไม่สามารถมีใครโน้มน้าวหรือชี้นำได้  แต่มีการบอกเหตุเบื้องต้นมาในระดับหนึ่งแล้ว  ตนก็ได้ย้ำถามไปว่า สรุปได้เลยหรือไม่ แต่ทางคณะกรรมการตรวจสอบได้ตอบกลับมาว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ เป็นเพียงสารตั้งต้น และจะเอาประเด็นนี้ขยายผลต่อไป และรับรองว่าจะต้องเห็นสาเหตุ

“คือถ้าระดับศาสตราจารย์ทางวิศวกรรมศาสตร์ถ้าท่านเขียนรายงานออกมาก็จะต้องมีข้อพิสูจน์ วิทยาศาสตร์ก็ต้องมีข้อพิสูจน์ในการคำนวณ เพื่อที่จะไม่ให้ใครโต้แย้งหรือเห็นต่างได้  เพราะการคำนวณด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องใช้เรื่องการสันนิษฐาน จะออกมาเป็นหลักทางวิศวกรรมศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ทุกอย่าง เป็นที่ชัดเจน” นายอนุทิน กล่าว

‘อนุทิน’ลั่นพรรคร่วมฯไร้ขัดแย้ง ไม่ได้ยิน ‘ภราดร’พูดกลางสภาฯ‘อาจไม่มีสมัยประชุมหน้า’

‘อนุทิน’ลั่นพรรคร่วมฯไร้ขัดแย้ง ไม่ได้ยิน ‘ภราดร’พูดกลางสภาฯ‘อาจไม่มีสมัยประชุมหน้า’

‘อนุทิน’ลั่นพรรคร่วมฯไร้ขัดแย้ง ไม่ได้ยิน ‘ภราดร’พูดกลางสภาฯ‘อาจไม่มีสมัยประชุมหน้า’

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.32 น.

ส่งสัญญาณยุบสภา?!‘อนุทิน’ไม่ได้ยิน‘ภราดร’ลั่นกลางที่ประชุมสภาฯส่งท้าย‘อาจไม่มีสมัยประชุมหน้า’​ ยัน​‘นายกฯ’คุยหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลตลอด​ ไร้ขัดแย้ง​ พยายามร่วมมือให้สำเร็จตามนโยบาย​ เชื่อ​การเมืองหลัง‘สงกรานต์’ไม่ร้อนแรง​ มีทางออกเสมอ​

11 เมษายน 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ กล่าวถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล​ รองป​ระธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวทิ้งท้ายในวันสุดท้ายของสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร​ อาจจะไม่มีสมัยประชุมฯหน้า จะแสดงถึงการส่งสัญญาณยุบสภา หรือมีนัยยะอะไรหรือไม่​ว่า ไม่ได้ยิน​ และไม่ได้เห็นสีหน้าท่าทางของนายภราดร และก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันด้วย ส่วนจะเป็นเหตุปัจจัยให้มีการยุบสภาหรือไม่นั้น ทุกอย่างพูดคุยกันได้หมด และนายกรัฐมนตรีบอกแล้ว​ ว่า​ จะใช้เวลาพูดคุยกับหัวหน้ารัฐบาลมากขึ้น​ และทุกครั้งที่มีการหารือกับนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีอะไรที่ตกลงกันไม่ได้​ ไม่มีความขัดแย้งใดๆกัน เมื่อนายกรัฐมนตรีเชิญหารือทุกคนก็พยายามทำทุกอย่าง เพื่อจะให้เกิดความร่วมมือให้สำเร็จตามนโยบาย​

เมื่อถามว่าการเมืองหลังสงกรานต์จะชุ่มฉ่ำหรือร้อนแรง​ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ ไม่ร้องแรงอะไร ทุกอย่างมีเหตุมีผล​ มีการพูดคุยหารือกัน ทุกอย่างจะมีทางออก​ ซึ่งที่ผ่านมาก็จะมีทางออกร่วมกัน​

นายอนุทิน​ ยังกล่าวถึงช่วงปิดสมัยประชุม​สภาฯว่า​ สส.จะลงพื้นที่​ เพื่อ​ไปรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเขา​ จะเป็นช่วงที่นำสิ่งที่รับมาจากประชาชนและทำสำเร็จแล้วไปอธิบายให้ประชาชน​ฟัง และไปรับฟังสารทุกข์สุขดิบกับความต้องการใหม่ๆเพื่อทำให้เกิดผลสำเร็จเป็นวงรอบแบบนี้​ ระหว่างนี้อาจจะมีการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และร่างกฎหมายฉบับนี้​ จะทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ​ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมางบประมาณล่าช้า​ เนื่องจากมีการยุบสภาและมีรัฐบาลใหม่​

ราชกิจจาฯประกาศเลื่อน‘ธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี’เป็น ส.ว. แทน ‘สมชาย เล่งหลัก’

ราชกิจจาฯประกาศเลื่อน‘ธณัชญ์พงศ์  วงศ์มุลาลี’เป็น ส.ว. แทน ‘สมชาย  เล่งหลัก’

ราชกิจจาฯประกาศเลื่อน‘ธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี’เป็น ส.ว. แทน ‘สมชาย เล่งหลัก’

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.07 น.

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ‘ธณัชญ์พงศ์  วงศ์มุลาลี’ เป็น ส.ว. แทน ‘สมชาย  เล่งหลัก’

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เลื่อนนายธณัชญ์พงศ์  วงศ์มุลาลี  ซึ่งเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองกลุ่มที่ 19  กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2567 เป็นสมาชิกวุฒิสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง  หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของนายสมชาย  เล่งหลัก สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 ข. ลักษณะต้องห้าม (1) และมาตรา 98 (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2568 โดยให้อยู่ในตำแหน่งเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่

‘มท.1’อวยพร‘ขรก.-ประชาชน’ปีใหม่ไทยสงกรานต์ 68 จัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอเชื่อมั่นกันและกัน

‘มท.1’อวยพร‘ขรก.-ประชาชน’ปีใหม่ไทยสงกรานต์ 68 จัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอเชื่อมั่นกันและกัน

‘มท.1’อวยพร‘ขรก.-ประชาชน’ปีใหม่ไทยสงกรานต์ 68 จัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอเชื่อมั่นกันและกัน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.58 น.

‘มท.1’ อวยพร ‘ขรก.-ประชาชน’ รับวันปีใหม่ไทยสงกรานต์ 68  จัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอเชื่อมั่นกันและกัน ทำงานเพื่อประชาชน  โอ่ ‘มหาดไทย’ ยุคนี้เปิดปุ๊บติดปั๊บสว่างไสวทั่วไทย

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานงานประเพณีวันสงกรานต์ พิธีรดน้ำดำหัว ของกระทรวงมหาดไทย โดยมีน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย   น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย  นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์  ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมในพิธี

โดยนายอนุทิน กล่าวอวยพรพร้อมให้โอวาทข้าราชการว่า  ตนต้องเป็นผู้ขอพรหลายคน ในที่นี้ในเรื่องวัยวุฒิ แต่เรื่องสถานะตำแหน่ง อาจจะมีการเสียมารยาทบ้าง ที่ต้องอวยพรให้ท่าน แต่ในใจทุกคนเชื่อว่าอยากเห็นความเจริญก้าวหน้า อยากเห็นทุกคนมีความสุข ความเจริญ สมปรารถนาทุกสิ่ง มีสุขภาพแข็งแรง และขอส่งกำลังใจให้ทุกคน แต่ถ้านับอายุแล้ว ต้องขอพรจากท่าน ยกเว้นตน ที่มีอายุมากหน่อย  แต่รมช.มหาดไทยทั้ง2คน ถือเป็น Gen Y   ดังนั้น เพื่อความสบายใจ ตามหลักวปอ.จะเรียกว่าพี่เสมอกัน  ตนอยู่ที่นี่ 1 ปีเกือบ 9 เดือน ส่วนรัฐมนตรีช่วย 2 คนอยู่มา เกือบ 7 เดือน มั่นใจว่า ข้าราชการทุกคน รวมถึงรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 ท่าน มีความภาคภูมิใจ ดีใจ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการบริหารราชการแผ่นดิน  เชื่อว่า ตั้งแต่ที่พวกตนเข้ามาทำงาน ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่จนถึงวันนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับความเชื่อมั่น เชื่อถือและศรัทธาจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะประชาชนเท่านั้น แม้แต่หน่วยราชการส่วนงานต่างๆ ก็ได้ให้ความชื่นชมในประสิทธิภาพการทำงาน

“ของกระทรวงมหาดไทยที่เราปฏิบัติภารกิจเกี่ยวข้องกับทุก กิจกรรม ในระบบราชการของประเทศไทย เป็นยุคเปิดปุ๊บติดปั๊บ อีกครั้ง  เปิดปุ๊บก็สว่างไสวทั่วประเทศ ทั่วชุมชน ทุกหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนได้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขเพิ่มมากขึ้น ให้เราสามารถตอบเองได้ว่า ทำหน้าที่ตามพระปณิธานของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่นอกจากจะบำบัดทุกข์บำรุงสุขแล้ว ยังให้ประชาชนมี ความสมบูรณ์พูนสุข และ เข้าใจในเจตนารมณ์นี้อย่างแน่วแน่” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ตั้งแต่ตนเองและทีมการเมือง เข้ามาทำงานได้รับความร่วมมือ จากข้าราชการเป็นอย่างดี สนุกกับการทำงาน เป็นกระทรวงที่รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการไม่เจอกันในกระทรวง เจอกันในที่ประชุมครม. และเจอกันในเอกสารที่จะมอบหมายงาน ไปปฏิบัติหน้าที่ในนามของกระทรวง แต่เราก็มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  อีกทั้ง ข้าราชการยังไม่มีการแบ่งแยกว่าพวกตนเป็นข้าราชการทางการเมือง  

ดังนั้น ผลงานจึงเกิดขึ้น 1 + 1 จึงเท่ากับสอง แต่ไม่ใช่ 1 + 1 แล้วเป็นศูนย์เหมือนเดิม ไม่เกิดประโยชน์ใดๆต่อชาติบ้านเมือง ทำให้พวกเราอยากทำงานทุกวัน เกิดเป็นรูปธรรมที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ขอให้มั่นใจว่าตน และข้าราชการการเมือง พร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจ และความเจริญก้าวหน้าของข้าราชการทุกคน ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  และขอให้เชื่อมั่นว่าเรามีแต่ความปรารถนาดี มีแต่ความจริงใจที่มอบให้กับข้าราชการประจำ  แต่ขณะเดียวกันพวกเราก็ต้องการสิ่งเหล่านี้จากข้าราชการประจำเช่นกัน เพื่อเป็นพลังในการทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง  ถ้าเรามีความมั่นใจในกันและกัน ก็จะมีความสุขในการทำงาน

จากนั้น นายอนุทินได้กล่าวก่อนให้ข้าราชการร่วมรดน้ำดำหัวว่า  ขอให้ทุกคนมารดน้ำดำหัว โดยที่ไม่ต้องย่อหรือโค้งเป็นการให้เกียรติกันในตำแหน่ง เพื่อความสบายใจ  เพราะคนที่ลำบากใจคือพวกตน ขอความกรุณาแค่เห็นรอยยิ้มก็เพียงพอสำหรับความสุข ในวันปีใหม่ของพวกตนทุกคน และในฐานะที่ตนเป็นคณะรัฐบาล และเป็นสส.พรรคภูมิใจไทย ขอกราบอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้อำนวยพรให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนมีแต่ความสุขสำเร็จ มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง และมีกำลังใจที่ดีที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศไทยของเราให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป ไม่มีวันหยุดหย่อน

014

นายกฯประชุมติดตามท่องเที่ยว หวังดึงนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่ม ตั้งเป้าเงินสะพัด2.2ล้านล้านบาท

นายกฯประชุมติดตามท่องเที่ยว หวังดึงนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่ม ตั้งเป้าเงินสะพัด2.2ล้านล้านบาท

นายกฯประชุมติดตามท่องเที่ยว หวังดึงนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่ม ตั้งเป้าเงินสะพัด2.2ล้านล้านบาท

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.34 น.

นายกฯ ประชุมติดตามท่องเที่ยว ระดมสมองดึงนักท่องเที่ยวมาไทยแล้วพักอยู่นานขึ้น   ตั้งเป้าเม็ดเงินสะพัดเท่าช่วงก่อนโควิด 2.2 ล้านล้านบาท

เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่ตึกภักดีบดินทร์  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย  โดยมีตัวแทนสำนักงานท่องเที่ยวต่างประเทศในประเทศต่างๆ 34  ราย ร่วมประชุมผ่านระบบซูม  โดยนายกฯกล่าวว่า อย่างที่ทราบกันว่าปีนี้เราประกาศไปว่าเป็นปีAmazing Thailand  Grand Tourism and Sports Year  ซึ่งเราพยายามยกระดับเรื่องการท่องเที่ยวให้ทั่วโลกยอมรับมากขึ้น และเห็นเราในมิติใหม่ๆมากขึ้น ที่เป็นมากกว่าสถานที่ที่ว่าประเทศไทยมีแค่วัดสวย  เราพยายามจะเปลี่ยนมิติใหม่ๆให้การท่องเที่ยวมีอะไรเพิ่มขึ้น  มีทางเลือกเพิ่มขึ้น และที่สำคัญเราพยายามโปรโมทว่าประเทศไทยเราเที่ยวได้ทุกเดือน ตามฤดูต่างๆก็มีประเทศที่ชอบต่างๆกัน เช่น ฤดูฝน ประเทศทีไม่ค่อยมีฝนก็ชอบ และอยากจะมาท่องเที่ยว ฉะนั้นเราพยายามทำให้การท่องเที่ยวของเราน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

นายกฯกล่าวว่า ซึ่งหลังจากช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมายอดการท่องเที่ยวของเราก็ตกลง ซึ่งเราก็พยายามจะเร่งกลับไป แต่โชคร้ายนิดหนึ่งที่มีเรื่องของแผ่นดินไหว จริงๆต้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันโปรโมทว่ามันไม่ได้มีความเสียหายในจุดอื่นๆ นอกจากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่มที่เห็นชัด  แต่นอกเหนือจากนั้นในกรุงเทพฯก็ปลอดภัย ไม่ได้มีอะไรและไซต์งานตรงนั้นก็เริ่มเคลียร์ให้เรียบร้อยหมดแล้ว  ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

ทั้งนี้  เมื่อเราดูเข้าไปในไส้ในแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวก็เรื่องหนึ่ง  แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เงินที่เขาเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ  เราต้องให้นักท่องเที่ยวเรามีจุดหมายในการท่องเที่ยว จากที่มา 2-3 วันแล้วไป  เราทำได้ไหมให้เกิดการอยู่ยาวมากขึ้น เช่น ให้มารักษาตัว และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไปยังชาติต่างๆก็ต่างกัน นอกจากนี้ การบอกว่าอยากได้นักท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ถ้าสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ เราไม่ตอบโจทย์เขา ก็อยากให้ทำทุกรูปแบบให้ครบวงจร

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปี 2567 อยู่ที่ 1.67 ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขปี 2562 ก่อนโควิด 2.2 ล้านล้านบาท  เราไม่ขอพูดตัวเลขที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้ตัวเลขไปถึงยอดเดิมที่เราเคยได้