เบิกเนตร‘แขก คำผกา’! อธิบายชัดๆทำไมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯต้องทำ‘ประชามติ’

เบิกเนตร‘แขก คำผกา’! อธิบายชัดๆทำไมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯต้องทำ‘ประชามติ’

เบิกเนตร‘แขก คำผกา’! อธิบายชัดๆทำไมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯต้องทำ‘ประชามติ’

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.22 น.

เบิกเนตร‘แขก คำผกา’! อธิบายชัดๆทำไมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯต้องทำ‘ประชามติ’

11 เมษายน 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ถ้าจะทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีโรงแรมกี่โรง โรงหนังกี่โรง สวนน้ำ มีห้องอาหารสักกี่ร้อยแห่ง ห้องประชุมใหญ่แค่ไหน ก็ไม่เห็นต้องออกกฎหมายพิเศษ

ที่ต้องออกกฎหมายพิเศษเพราะมันมีคาสิโนในนั้นใช่ไหม

อย่าทำเป็นไขสือ

พูดไปพูดมาลิ้นพันกันหมดแล้ว

มั่นใจได้ บ่อนคาสิโนไม่เกิดแน่นอน’

สำหรับโพสต์ของนายนันทิวัฒน์ สืบเนื่องจาก “แขก คำผกา” นางสาวลักขณา ปันวิชัย พิธีกรชื่อดัง ออกมาระบุว่า “เพียงแค่เราจะมีโรงแรม 2500 ห้องพร้อมกาสิโน พร้อมมิวเซียม แล้วต้องมาถามประชามติ เราไม่ต้องมีประชาธิปไตยแบบตัวแทน แล้วเราไม่ต้องทำอะไรแล้วค่ะ”

‘สรวงศ์’เผยต่อสัญญาโมโตจีพีอยู่ระหว่างเจรจา ปัดเอี่ยวการเมือง ขอเลิกพูดแลกกาสิโน

‘สรวงศ์’เผยต่อสัญญาโมโตจีพีอยู่ระหว่างเจรจา ปัดเอี่ยวการเมือง ขอเลิกพูดแลกกาสิโน

‘สรวงศ์’เผยต่อสัญญาโมโตจีพีอยู่ระหว่างเจรจา ปัดเอี่ยวการเมือง ขอเลิกพูดแลกกาสิโน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.09 น.

‘สรวงศ์’ เผยคืบหน้าต่อสัญญาโมโตจีพี  รับอยากให้เอกชนช่วยรัฐมากกว่านี้ หลังช่วยตั้งไข่มา  7  ปีแล้ว ย้ำ ไม่เกี่ยวการเมือง ขอเลิกพูดแลกกาสิโน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสรวงศ์  เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการพูดคุยการต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพจัดโมโตจีพีว่า  การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กำลังดำเนินการอยู่  ซึ่งอยากให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากกว่านี้ การเป็นกีฬาอาชีพเมื่อรัฐช่วยตั้งไข่ขึ้นมาแล้ว จัดมาแล้ว 7 ปี ภาคเอกชนต้องเข้ามา เมื่อดูจากตัวเลขยอดผู้ชมและเม็ดเงินที่ทำได้ในช่วงแข่งขันโมโตจีพี มองว่าถ้าภาคเอกชวนมีส่วนร่วมมากกว่านี้รัฐไปได้แน่นอน  แต่ทั้งหมดอยากให้เกิดขึ้น แต่รัฐต้องจ่ายเงินน้อยลงกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองเรื่องนี้เชื่อมโยงกับการเมือง  นายสรวงศ์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยว การเมืองคือการเมืองอย่าเอาไปปนกัน กีฬาคือกีฬา  สิ่งที่เป็นอีเวนต์ลักษณะนี้เหมือนกับที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พูดว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็แล้วแต่ พูดง่ายๆ เราเป็นลูกค้าเก่าจะต่อสัญญาก็ต้องคุยกันว่ามีอะไรบ้าง มีอะไรที่จะเอื้อให้กับคนไทยบ้าง ค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นปีละ 5% เราต่อรองได้หรือไม่ แค่นี้เอง ไม่มีอะไร

“ยืนยันไม่เกี่ยวจะถูกนำไปต่อรองกับกาสิโน  ไม่เกี่ยวเลย ไม่เกี่ยวหรอกครับ จริงๆ ไม่เกี่ยวเลย และเลิกพูดเสียที กฎหมายกาสิโน เพราะมันคือเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ขอให้ดูที่ 90% อย่าดูที่ 10% เพราะมันเป็นแค่กฎหมาย ซึ่งในนามรัฐบาลออกกฏหมายมาเพื่อจะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่ว่ารัฐจะไปสร้างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์  มันเป็นกรอบกฎหมายเพื่อรองรับนักลงทุนที่จะเข้ามาเสนอ ถ้านักลงทุนสนใจก็สนใจ ถ้าไม่สนใจก็ไม่มี”นายสรวงศ์กล่าว

นายสรวงศ์กล่าวว่า  โมโตจีพีจะต้องมาก่อน  F1  เพราะ F1 อยู่ระหว่างทำเอ็มโอยู ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง F1 กำลังมองหา street circuit  ซึ่งจากประสบการณ์ของ  F1 ที่มีการพูดคุยกันที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศและบริษัท  F1 เอง  มันต้องเป็น street circuit  เพราะการแข่งในสนามเมื่อแข่งเสร็จก็จบ ไม่ได้มีกิจกรรมต่อ โดยการพูดคุยกับ F1 ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งจะมีการขยับเวลาไปเป็นปี 2028

ขอโทษแล้วจบ!เลขาฯเพื่อไทยปัดกดดัน’ภูมิใจไทย’แสดงสปิริตปม’ไชยชนก’

ขอโทษแล้วจบ!เลขาฯเพื่อไทยปัดกดดัน'ภูมิใจไทย'แสดงสปิริตปม'ไชยชนก'

ขอโทษแล้วจบ!เลขาฯเพื่อไทยปัดกดดัน’ภูมิใจไทย’แสดงสปิริตปม’ไชยชนก’

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.52 น.

‘สรวงศ์’ระบุ ไม่ต้องถึงขั้นกดดันให้ “ภูมิใจไทย”แสดงสปิริตปม “ไชยชนก”  ขอโทษแล้วถือว่าจบ ปล่อยให้ภท.คุยกันภายใน  ย้ำมติพรรคสำคัญ  ส่วนกระทบปรับครม.หรือไม่ เป็นอำนาจนายกฯ  ยันสองพรรคจับมือยาวๆ

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 11 เมษายน  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสรวงศ์​  เทียนทอง​  รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายไชยชนก  ชิดชอบ สส.บุรีย์รัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ประกาศกลางสภาไม่เห็นด้วยกับกาสิโนว่า​  อย่างที่นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยพูดว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของนายไชยชนก และจะมีการพูดกันภายในพรรคภูมิใจไทย โดยให้ทางพรรคเขาพูดคุยกันเอง  ซึ่งตนก็สบายใจที่นายอนุทินออกมาพูดว่าสิ่งที่นายไชยชนกพูดไม่ใช่มติพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่คนที่พูดเป็นถึงเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นรองแค่หัวหน้าพรรค  นายสรวงศ์ กล่าวว่า แต่อย่างไรก็ยังเป็นรองกว่าหัวหน้าพรรค ​ ตนฟังหัวหน้าพรรค   ถามต่อว่า ไม่จำเป็นต้องมาเคลียร์กันอีกครั้งใช่หรือไม่ นายสรวงศ์​ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะการพูดในสภาเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. และสิ่งที่นายไชยชนกพูดก็เป็นประโยชน์  ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์  แต่ท่านอาจมีความกดดัน หรือเป็นความคิดส่วนตัวที่ไม่สนับสนุน แต่อย่างที่บอกต้องมีการพูดคุยกัน

ถามต่อว่า จะต้องมีการยื่นคำขาดไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า การอยู่ร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างพรรค​การเมือง​ ความคิดอาจไม่ได้เห็นเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้วต้องมีการพูดคุยกัน และไปในแนวทางเดียวกัน   

ถามย้ำว่า จะต้องมีการกดดันให้พรรคภูมิใจไทยแสดงสปิริตหรือไม่  นายสรวงศ์​ กล่าวว่า ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ซึ่งเหมือนพรรคเพื่อไทยเองที่มีสมาชิกบางคนออกไปแสดงความคิดเห็น ถือเป็นเอกสิทธิ์ อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในใจหรือความคิดเห็นส่วนตัว แต่ด้วยความเป็นพรรคการเมืองแล้วมติพรรคสำคัญ

เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกพรรคบางคนในพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล  นายสรวงศ์​ กล่าวว่า  ไม่หรอกครับ การอยู่ร่วมกันต้องคุยกัน​ อย่างที่บอกบางท่านอาจจะมีความคิดเห็นว่า เมื่อไม่อยากอยู่ก็ออกไปเลย แต่ด้วยเสถียรภาพของรัฐบาล อย่างไรเราต้องอยู่ด้วยกัน ย้ำว่าจะต้องมีการพูดคุยกันมากกว่า  ถามอีกว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยขอโทษ แล้วถือว่าจบหรือไม่ นายสรวงศ์​กล่าวว่า​  ท่านหัวหน้าพรรคบอกจบ​ ก็คือจบ​

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ เนื่องจากเป็นอำนาจของนายกฯ   ถามว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจะจับมือกันยาวๆหรือไม่  นายสรวงศ์กล่าวว่า  “ถ้าอย่างที่นายกฯและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคให้สัมภาษณ์ร่วมกัน ก็ใช่ครับ”   

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ทั้งนายพิชัย​ ชุณหวชิร​ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง​ และนายพิชัย​ นริพทะพันธุ์​ รมว.พาณิชย์​  นายสรวงศ์​ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ เพราะการปรับครม.ตนไม่ทราบ ส่วนจะปรับเร็วๆนี้หรือไม่  ก็ไม่ทราบเช่นกัน

‘เอกนัฏ’สั่งทีมสุดซอยนำหมายศาลเข้าค้นซิน เคอ หยวน

‘เอกนัฏ’สั่งทีมสุดซอยนำหมายศาลเข้าค้นซิน เคอ หยวน

‘เอกนัฏ’สั่งทีมสุดซอยนำหมายศาลเข้าค้นซิน เคอ หยวน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.22 น.

‘เอกนัฏ’สั่งปรับแผนจากเดิมจะเข้าเก็บหลักฐานจุดตึกถล่ม  แต่ให้ทีมสุดซอยนำหมายศาลเข้าค้น “ซิน เคอ หยวน” พร้อมดีเอสไอและสอบสวนกลาง เพื่อนำคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด มาสืบค้นหาข้อมูลให้ได้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน  นายเอกนัฏ  พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  โพสต์เฟสบุ๊คถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประเด็นการตรวจสอบเหล็กที่นำมาใช้ในการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวว่า  ขอปรับแผน ให้ชุดสุดซอยนำหมายศาลเข้าค้นบริษัท ซิน เคอ หยวน (SKY) พร้อม DSI และตำรวจสอบสวนกลาง  สำหรับตนไม่ว่าผลสอบสาเหตุของตึกถล่มโดยคณะกรรมการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร ผลทดสอบของเหล็ก SKY หรือ ซิน เคอ หยวน ถือว่าสอบตกไปแล้ว

1. ตัวอย่างเหล็กใหม่ที่เก็บจากโรงงานที่ถูกปิดช่วงธันวาคม(จนถึงวันนี้) สอบตกไปสองรอบ และไม่อนุญาตให้ทดสอบใหม่อีกเป็นรอบที่สาม

2. ตัวอย่างที่ตนได้นำทีมไปเก็บจากบริเวณตึกถล่ม ท่ามกลางสื่อฯ ซึ่งในวันนั้น  ตนไม่รู้ด้วยซํ้าว่าจะเจอเหล็กยี่ห้ออะไร ตัดเหล็กด้วยอุปกรณ์จากเหล็กท่อนยาวที่ประเมินว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการถล่ม (ได้ถ่ายคลิปเก็บไว้ด้วย) ปรากฏว่าเหล็กข้ออ้อยของ SKY สอบตกไปสองรายการ ในขณะที่เหล็กของยี่ห้ออื่นผ่าน

“สอบตกก็คือตก แม้ผลสอบสาเหตุตึกถล่มจะออกมาเป็นอย่างไร แต่ผลทดสอบของเหล็ก SKY ก็ไม่ผ่านอยู่ดี   แต่หากทางเจ้าพนักงานจะประสานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมไปร่วมเก็บหลักฐานเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ ก็ยินดีให้ความร่วมมือ”นายเอกนัฏระบุ 

และว่า  อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งสืบค้นข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเหล็กที่ถูกนำออกสู่ตลาดไปก่อนหน้าที่โรงงานจะถูกปิดในช่วงธันวาคมที่ผ่านมา ให้ปรากฏต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด ระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป  ซึ่งก่อนหน้า ทีมสุดซอยได้เข้าไปที่บริษัท SKY  เพื่อตรวจสอบโรงงาน และได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับเหล็กที่ถูกจำหน่ายออกไป  แต่กลับพบความผิดปกติเกี่ยวกับกาก“ฝุ่นแดง” ที่ปรากฏอยู่ในปริมาณมาก ราวๆ 40,000-50,000 ตัน เกินปริมาณที่เคยได้แจ้งไว้ในระบบไปหลายเท่า จึงได้มีคำสั่งให้ทางบริษัทชี้แจง  แต่จนถึงวันนี้ ข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทเกี่ยวกับการจำหน่ายเหล็กกลับไม่เป็นประโยชน์   ส่วนเรื่องฝุ่นแดง ก็ไม่ได้รับคำชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ตนจึงให้ชุดสุดซอยปรับภารกิจในวันนี้ จากเดิมจะไปร่วมเก็บหลักฐานที่บริเวณตึกถล่ม  แต่เปลี่ยนให้นำหมายศาล ไปเข้าค้นบริษัท SKY พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ DSI เพื่อนำคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด มาสืบค้นหาข้อมูลให้ได้ ซึ่งในขณะนี้ ทีมงานได้อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการแล้ว

014

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ตรวจเยี่ยม’ส.ป.ก.ชัยภูมิ’ ในวาระติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการ

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ตรวจเยี่ยม'ส.ป.ก.ชัยภูมิ' ในวาระติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ลงพื้นที่ตรวจราชการ

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ตรวจเยี่ยม’ส.ป.ก.ชัยภูมิ’ ในวาระติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.46 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก. ตรวจเยี่ยม ส.ป.ก.ชัยภูมิ ในวาระติดตามคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตรวจเยี่ยม ส.ป.ก.ชัยภูมิ ในวาระลงพื้นที่ติดตามคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยมีคณะปฏิรูปที่ดินจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ชัยภูมิให้การต้อนรับ พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ณ ห้องประชุม ส.ป.ก.ชัยภูมิ

ในการนี้ เลขาธิการ ส.ป.ก.ได้ให้ข้อเสนอแนะ แนวทางการดำเนินงาน แนวทางการแก้ไขปัญหา และกำชับให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ยุติธรรม มีความสามัคคี พร้อมทั้งให้ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานสำเร็จตามแผนงาน บรรลุเป้าหมายตัวชี้วัด เกิดประโยชน์แก่ทางราชการและเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินต่อไป

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

'อธิบดีทวีศักดิ์'ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.14 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย นายอรรถวุฒิ กรุงแสนเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 นายวิศิษฐ์ งามสม ผู้อำนวยการกองแผนงาน นายไลซันต์ ตั้งภูมิ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีแบบยั่งยืน ภายใต้โครงการสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ณ โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความเข้มแข็งยั่งยืน อีกทั้งให้มีการลดต้นทุนการผลิตข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันข้าวในตลาดโลก ซึ่งจะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัด กษ. รวมถึงการบรรยายให้ความรู้ที่สนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมถึงมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร โดยกรมพัฒนาที่ดิน ได้ร่วมจัดนิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดินที่สนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับคุณภาพข้าวในครัวเรือน พร้อมทั้งมอบป้ายโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม (N) ตาม Agri Map และมอบป้ายโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทานให้กับผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการฯ อีกด้วย

– 006

‘เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม’ ปี 10 ติวเข้มเตรียมรับนักท่องเที่ยว บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

'เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม' ปี 10 ติวเข้มเตรียมรับนักท่องเที่ยว บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

‘เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม’ ปี 10 ติวเข้มเตรียมรับนักท่องเที่ยว บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.54 น.

เดินทางมาสู่ปีที่ 10 แล้ว สำหรับกิจกรรมดีๆ อย่าง “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม” ซึ่งเป็นหนึ่งของงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ชุมชน ในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาค ที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะ ฝึกฝนการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไปสู่สากล พร้อมทั้งเผยแพร่เรื่องราวบอกเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของชุมชนที่ตนเองอาศัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้สัมผัสกลิ่นอายประเพณีอันดีงามของการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยอันแสนอบอุ่น ในงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ปีที่ 10  ที่จัดขึ้นพร้อมกัน ใน 6 จังหวัด 4 ภาค ทั่วไทย ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน 2568

ล่าสุดจัดกิจกรรมอบรมน้องๆ เยาวชนรวมกว่า 80 ชีวิต โดยนัดพบรวมตัวกันที่ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร โดยทั้งหมดจะได้เข้าอบรมก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติจริงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีรุ่นพี่จากโครงการ Beta Young Entrepreneur อาสามาเป็นพี่เลี้ยงในการทำกิจกรรมกับน้อง ๆ  เริ่มจากกิจกรรมที่เรียกว่า  Ice breaking กับเกมละลายพฤติกรรมที่ให้เยาวชนได้ทำความรู้จักกัน ซึ่งทำให้น้องๆ รู้สึกผ่อนคลาย จากนั้นแบ่งกลุ่มๆ ละ 5-7 คน เพื่อระดมความคิดไอเดียในการนำเสนอข้อมูล และฝึกฝนการเล่าเรื่องราวในพื้นที่จริง ก่อนที่น้องๆ จะต้องนำเสนอให้กับกรรมการ โดยกติกาการตัดสินจะวัดจากทักษะการพูด ความถูกต้องของภาษา การแสดงออกทางบุคลิกภาพ วิธีการเล่าเรื่องและความถูกต้อง เสน่ห์ในการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างคึกคัก และเป็นกันเอง น้องๆ ทุกคนตั้งใจและความร่วมมือเป็นอย่างดี 

สามเณรดิโอ้ – เด็กชายสุรกฤษฎิ์ ลารินทา อายุ 13 ปี ม.2 โรงเรียนมัธยมวัดนายโรง กล่าวความรู้สึกว่า “อาตมาเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นปีแรก ประจำอยู่วัดระฆัง ได้รู้จักกิจกรรมนี้ผ่านโยมแม่ของเพื่อน มีความสนใจเพราะเป็นกิจกรรมที่ได้แนะนำสถานที่ให้กับนักท่องเที่ยว และใช้เวลาช่วงปิดเทอมหาเงินค่าขนมไปให้โยมแม่เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณ สำหรับกิจกรรมวันนี้อาตมารู้สึกว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก ได้ฝึกฝนการพูด และได้รู้ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยรุ้มาก่อน  เช่น ได้รู้ประวัติของวัดระฆัง มากขึ้นเพราะอาตมาประจำจุดที่วัดนี้ อาตมาขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยว งาน “Water Festival 20-25  วิถีน้ำ…วิถีไทย” ระหว่างวันที่ 12-15 เมษายนนี้”

ซีกัส – นายกิตติพัฒน์ เกื้อรอด นักศึกษา Beta Young Entepreneur รุ่นที่13 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นตัวแทนพูดถึงการกิจกรรมครั้งนี้ว่า “กิจกรรมวันนี้พวกเราในนามนักศึกษาโครงการ Beta Young Entepreneur ได้รวมตัวกัน 6 คนครับ เพื่อมาเป็นพี่เลี้ยงและอำนวยความสะดวกให้น้อง ๆ ในระหว่างที่ทำกิจกรรมในวันนี้แทบทั้งหมดเลยครับ ทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ของกิจกรรม ดูแลเรื่องอาหาร รันกิจกรรม รวมถึง ให้คำแนะนำเวลาน้อง ๆ มีประเด็นคำถามระหว่างทำกิจกรรมครับ”

ทางด้าน คุณสุรพล เศวตเศรนี ประธานการจัดงาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เยาวชนเจ้าบ้าน สืบสานวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของงาน Water Festival 2025 ที่คำนึงถึงประโยชน์ของน้องๆ ในชุมชน โดยทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน บอกเล่าเรื่องของสถานที่ต่างๆ ประวัติความเป็นมา วิถีชีวิตอัตลักษณ์ของชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่ เป็นตัวกลางในการสื่อสารข้อมูลที่น่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในงาน Water Festival 2025 ซึ่งนอกจากเรื่องประวัติศาสตร์แล้ว ยังเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย เราทำกิจกรรมนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10  ซึ่งปีแรกมีสมาชิกประมาณ 40-50 คนแต่ละปีก็จะมีน้องใหม่เข้ามา และจะมีคนเก่าที่กลับเข้ามาช่วยทำงาน ปีนี้มีน้องๆ ที่เข้ามาใหม่และน้องๆ ที่รักที่จะทำงานอยู่รวมแล้วประมาณกว่า100 คน นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังมีน้องๆ เยาวชนที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย นอกจากนี้ได้มีการมอบทุนสนับสนุนการศึกษาให้กับน้องๆ อีกด้วย ต้องขอขอบคุณผู้ปกครอง โรงเรียนที่ให้ การสนับสนุนโดยการให้ความร่วมมือด้วยดีตลอดมา ขอบคุณครับ”

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีความรัก ความหวงแหนวัฒนธรรรมวิถีชีวิตแบบไทย ที่ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เผยแพร่เรื่องราวดี ๆ  ของชุมชนตนเองจนก่อให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนและความยั่งยืน และพร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะมาเที่ยวในงาน “Water Festival 2025” ระหว่างวันที่ 12 – 15 เมษายน 2568  ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

-(016)

พระปณิธานเพื่อปวงประชาและสรรพสัตว์…สู่การกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าที่ยั่งยืน

พระปณิธานเพื่อปวงประชาและสรรพสัตว์...สู่การกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าที่ยั่งยืน

พระปณิธานเพื่อปวงประชาและสรรพสัตว์…สู่การกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.44 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงให้ความสนพระทัยในคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ ด้วยการรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพอนามัยให้ประชาชนปลอดภัย และห่างไกลจากโรคร้ายแรงต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์มาสู่คนที่มีอันตรายร้ายแรงแก่ชีวิต เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มียารักษา หากได้รับเชื้อและแสดงอาการของโรคจะเสียชีวิตทุกราย

ด้วยเหตุนี้ องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จึงมีพระปณิธานมุ่งมั่นขับเคลื่อนดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ” นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เป็นต้นมา โดยทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ทรงทราบว่าพื้นที่ในภาคตะวันออกขณะนี้ พบการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และมีการแพร่ระบาดในสัตว์เป็นบริเวณกว้าง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยของโรคพิษสุนัขบ้าอย่างจริงจัง  จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ 4-6 เมษายน 2568  โดยทรงนำทีมสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ สำนักงานปศุสัตว์ เขต 2 และหน่วยงานอื่น ๆ ในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมออกหน่วยให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ อย่างครบวงจร ได้แก่ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การผ่าตัดทำหมันให้แก่สุนัขและแมวของประชาชน และสัตว์จรจัด ตลอดจนการจัดฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้องแก่ประชาชน เกษตรกร และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งเป็นกำลังหลักและมีบทบาทสำคัญในการนำความรู้ไปถ่ายทอดขยายผลสู่ชุมชนต่อไป อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในระดับท้องถิ่น เพื่อให้ประเทศไทยเป็นเขตปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี พ.ศ. 2573 ตามเป้าประสงค์ขององค์การอนามัยโลก

โอกาสนี้  พระราชทานวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่ปศุสัตว์จังหวัดของแต่ละพื้นที่ สำหรับนำไปฉีดให้แก่ประชากรสัตว์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สุนัขและแมวจรจัด เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่  ทั้งนี้ สัตว์ที่ได้รับวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้าเป็นระยะเวลา 1 ปี  ซึ่งมีผลในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในสัตว์และคนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

พร้อมกันนี้ ทรงงานด้านสัตวแพทย์ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเชี่ยวชาญพิเศษ สาขาศัลยศาสตร์ ด้านวิสัญญีทางสัตวแพทย์ ที่ทรงชำนาญด้านการวางยาสลบให้กับสัตว์ที่ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีทางศัลยกรรม ร่วมกับทีมสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ดำเนินการผ่าตัดทำหมัน และรักษาโรคที่พบให้กับสุนัขของประชาชน โดยทรงใส่พระทัยในการติดตามอาการของสัตว์ทุกตัวที่ทรงรักษาให้เป็นไปตามแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่ทรงวางแผนการใช้ยาสลบ การให้ยานำสลบ การเฝ้าระวังสัญญาณชีพด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทางการสัตวแพทย์ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูง  ทั้งนี้ การผ่าตัดทำหมัน ถือเป็นวิธีการคุมกำเนิดถาวรที่ให้ผลดีและปลอดภัยที่สุดแก่สุนัขและแมว อีกทั้งเป็นการควบคุมจำนวนประชาสัตว์ไม่ให้มีการขยายพันธุ์ จนกลายเป็นการสร้างปัญหาแก่ชุมชน สังคม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในภายหลัง โดยสรุปผลจากการดำเนินกิจกรรมออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ในระหว่างวันที่ 4-6 เมษายน 2568  ที่ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด มีจำนวนสุนัขและแมวที่ได้รับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ารวม 379 ตัว และเข้ารับการผ่าตัดทำหมัน รวม 465 ตัว

จากพระวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นตั้งพระทัยในการสร้างเสริมสุขภาพอนามัยทั้งของประชาชนและประชากรสัตว์ ให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ภายใต้การขับเคลื่อนดำเนินงานตามโครงการ  “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ” ได้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ถึงการดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการยกระดับการให้บริการทางการสัตวแพทย์ที่ได้มาตรฐานไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งการรณรงค์ฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมจำนวนประชากรสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า  การควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ด้วยการผ่าตัดทำหมัน  ตลอดจนส่งเสริมให้ประชาชนมีการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกวิธีและมีความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริหารจัดการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่ทรงวางรากฐานที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพของประชาชนและสรรพสัตว์ เพื่อนำไปสู่อนาคตของระบบสาธารณสุขไทยที่เข็มแข็งและยั่งยืนต่อไป

-(016)

ปิดฉาก! ‘Thailand Open ROS and Smart Robot Competition 2025’ เยาวชนไทยโชว์ศักยภาพก้าวสู่เวทีโลก

ปิดฉาก! 'Thailand Open ROS and Smart Robot Competition 2025' เยาวชนไทยโชว์ศักยภาพก้าวสู่เวทีโลก

ปิดฉาก! ‘Thailand Open ROS and Smart Robot Competition 2025’ เยาวชนไทยโชว์ศักยภาพก้าวสู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.37 น.

การแข่งขัน Thailand Open ROS and Smart Robot Competition 2025 ได้ปิดฉากลงอย่างสุดประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ตื่นเต้น และลุ้นระทึกตลอดการประลองฝีมือของเยาวชนไทยผู้เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและความสามารถด้านหุ่นยนต์และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ (ROS)

เวทีแห่งนี้ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยความร่วมมืออันแข็งแกร่งจากพันธมิตรชั้นนำด้านหุ่นยนต์อย่าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บริษัท ไอเมค อินโนเวชั่น จำกัด (iMAKE Innovation) ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่เส้นทางวิศวกรรมอย่างมั่นคง และเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับโลก

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเชียร์ดังกระหึ่มเมื่อหุ่นยนต์แต่ละทีมเคลื่อนไหวทำภารกิจในการแข่งขันสุดเข้มข้นทั้ง 3 รายการ ได้แก่ RMRC (หุ่นยนต์กู้ภัย), Industrial Logistics Challenge (หุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะ) และ At Home Robot (หุ่นยนต์ใช้งานในบ้าน)

ในส่วนของการแข่งขัน RMRC หุ่นยนต์กู้ภัย เหล่าผู้ชมต่างลุ้นจนนั่งไม่ติด เมื่อหุ่นยนต์กู้ภัยของแต่ละทีมต่างงัดกลยุทธ์และความสามารถในการเคลื่อนที่และสำรวจพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำลองได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะทีม Hello Vers จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ที่โชว์ศักยภาพอันโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ไปครอง พร้อมรางวัล best in class mobility และ best in class exploration อย่างสมศักดิ์ศรี ในขณะที่ทีม EMB Robotics จากโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ก็ไม่น้อยหน้า สามารถแสดงความแม่นยำในการควบคุมจนได้รับรางวัล best in class dexterity ไปครอง ส่วนทีม อย่าให้ได้วิ่ง จากโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ก็สามารถสร้างความประทับใจ คว้าอันดับที่ 3 ไปได้

สำหรับการแข่งขัน Industrial Logistics Challenge เป็นการประลองความสามารถในการพัฒนาระบบหุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะ ที่ต้องอาศัยทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และการวางแผนที่เป็นเลิศ ทีม SAKOLRAJ ALPHA TEAM  จาก โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยชนะอันดับ 1 ไปได้สำเร็จ ตามมาด้วยทีม FireFlyers จากวารีเชียงใหม่ ในอันดับที่ 2 และ SKR Robot ROS จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต ในอันดับที่ 3 นอกจากนี้ ทีม i-Thui ยังได้รับรางวัลชมเชย และทีม Alpha Charlie Romeo 101 คว้ารางวัล Best Design Award ไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบหุ่นยนต์

ในส่วนของการแข่งขัน At Home Robot เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม ด้วยไอเดียสุดสร้างสรรค์ของเยาวชนในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้งานภายในบ้าน ทีม Banana จาก Kings’s College International School Bangkok, King Mongkut Institute of Technology Ladkrabang International Demonstration School และ Singapore International School Thonburi สามารถสร้างความประทับใจให้กับกรรมการ คว้าอันดับ 1 ไปครอง ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ตามมาด้วยทีม isolate จากโรงเรียนบ้านบึง”อุตสาหกรรมนุเคราะห์” ในอันดับที่ 2 และทีม hommie จากโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ในอันดับที่ 3

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยในประเภท @Home ซึ่งทีม Cleaner จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถโชว์ศักยภาพ คว้าอันดับ 1 ไปได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

Thailand Open ROS and Smart Robot Competition 2025 ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดเยาวชนด้านหุ่นยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่จุดประกายแรงบันดาลใจ สร้างเครือข่าย และเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเยาวชนไทย ให้ก้าวทันเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ เพื่อเตรียมพร้อมเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะมาพลิกโฉมโลกด้วยไอเดียสร้างสรรค์และทักษะอันแข็งแกร่งอย่างแท้จริง การแข่งขันครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของเยาวชนไทย และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของวงการหุ่นยนต์ในประเทศไทยอย่างแน่นอน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook: Imagineering MakeX Thailand และ iMAKE Thailand

สงกรานต์ห้ามพลาด! สาดสุข ปลุกสีสันบนถนนสีลม

สงกรานต์ห้ามพลาด! สาดสุข ปลุกสีสันบนถนนสีลม

สงกรานต์ห้ามพลาด! สาดสุข ปลุกสีสันบนถนนสีลม

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.57 น.

สงกรานต์บ้านฉัน สีสัน สีลม 2025 จัดโดย สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร 12 – 14 เมษายนนี้! สนุกสุดมันส์กลางถนนสีลม พร้อมชมมินิคอนเสิร์ต ปอ อรรณพ   โชว์สุดแซ่บ เป็กกี้ ศรีธัญญา , DJ.Spin โดย เคน ภูภูมิ crossthy และที่พลาดไม่ได้ ขบวน Pride Parade สีลม นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย x พระจันทร์ฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม การประกวด Miss Amazing Bangkok Queen Songkran 2025 จึงเชิญชวนประชาชนมาสาดสุข ปลุกสีสัน บนถนนสีลม กับเทศกาลสงกรานต์กรุงเทพที่คุณต้องมา!

-(016)