นายสรวงศ์กล่าวว่า โมโตจีพีจะต้องมาก่อน F1 เพราะ F1 อยู่ระหว่างทำเอ็มโอยู ศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง F1 กำลังมองหา street circuit ซึ่งจากประสบการณ์ของ F1 ที่มีการพูดคุยกันที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศและบริษัท F1 เอง มันต้องเป็น street circuit เพราะการแข่งในสนามเมื่อแข่งเสร็จก็จบ ไม่ได้มีกิจกรรมต่อ โดยการพูดคุยกับ F1 ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งจะมีการขยับเวลาไปเป็นปี 2028
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงเชียร์ดังกระหึ่มเมื่อหุ่นยนต์แต่ละทีมเคลื่อนไหวทำภารกิจในการแข่งขันสุดเข้มข้นทั้ง 3 รายการ ได้แก่ RMRC (หุ่นยนต์กู้ภัย), Industrial Logistics Challenge (หุ่นยนต์ขนส่งอัจฉริยะ) และ At Home Robot (หุ่นยนต์ใช้งานในบ้าน)
ในส่วนของการแข่งขัน RMRC หุ่นยนต์กู้ภัย เหล่าผู้ชมต่างลุ้นจนนั่งไม่ติด เมื่อหุ่นยนต์กู้ภัยของแต่ละทีมต่างงัดกลยุทธ์และความสามารถในการเคลื่อนที่และสำรวจพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำลองได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะทีม Hello Vers จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ที่โชว์ศักยภาพอันโดดเด่น คว้าอันดับ 1 ไปครอง พร้อมรางวัล best in class mobility และ best in class exploration อย่างสมศักดิ์ศรี ในขณะที่ทีม EMB Robotics จากโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ก็ไม่น้อยหน้า สามารถแสดงความแม่นยำในการควบคุมจนได้รับรางวัล best in class dexterity ไปครอง ส่วนทีม อย่าให้ได้วิ่ง จากโรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ก็สามารถสร้างความประทับใจ คว้าอันดับที่ 3 ไปได้
ในส่วนของการแข่งขัน At Home Robot เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม ด้วยไอเดียสุดสร้างสรรค์ของเยาวชนในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้งานภายในบ้าน ทีม Banana จาก Kings’s College International School Bangkok, King Mongkut Institute of Technology Ladkrabang International Demonstration School และ Singapore International School Thonburi สามารถสร้างความประทับใจให้กับกรรมการ คว้าอันดับ 1 ไปครอง ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ตามมาด้วยทีม isolate จากโรงเรียนบ้านบึง”อุตสาหกรรมนุเคราะห์” ในอันดับที่ 2 และทีม hommie จากโรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ในอันดับที่ 3