ELIXIR เปิดตัวกันแดดผิวสวย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์

ELIXIR เปิดตัวกันแดดผิวสวย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์

ELIXIR เปิดตัวกันแดดผิวสวย ตอกย้ำความเป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.49 น.

ELIXIR แบรนด์สกินแคร์ Anti-Aging อันดับ 1 ในญี่ปุ่น ผู้เชี่ยวชาญและได้ค้นคว้าวิจัยด้านคอลลาเจนมายาวนานกว่า 40 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Day Care Revolution SPF50+ PA++++” กันแดดผิวสวย มาพร้อม MitoRevitalizer ช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ระดับชั้นผิว โดยแบรนด์ที่เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสัญญาณแห่งวัย จากความชำนาญด้านวิทยาการคอลลาเจน ผ่านงาน ELIXIR The Powerful Collagen DUO Boost 24 Hour Skin Rejuvenation

เชิดชัย ดวนใหญ่ (Senior Brand Manager Cosmetics Division) แบรนด์ ELIXIR ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ELIXIR เป็นแบรนด์สกินแคร์น้องใหม่ในประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้เครือ Shiseido ที่เพิ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศได้ 3 ปี โดยได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยกลยุทธ์ที่จะสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการจัดกิจกรรมป๊อปอัพสโตร์ เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์และสัมผัสประสบการณ์ผิวอ่อนเยาว์ด้วยตนเอง ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 30 SKU โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย (Anti-Aging) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุด 2. ผลิตภัณฑ์เพิ่มความกระจ่างใส (Brightening) และ 3. ผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและกระชับรูขุมขน (Purifying & Smoothing) ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและอีก 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”

“หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว ELIXIR The Serum ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ใช้สูงถึง 98%* เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในปีนี้เราจึงเปิดตัว “กันแดดผิวสวย Day Care Revolution SPF50+ PA++++” ครีมกันแดดสูตรใหม่ล่าสุดในกลุ่มของผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย (Anti-Aging) เพื่อต้อนรับหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง โดยคาดหวังยอดขายเติบโต Double Digits จากปีที่แล้ว”

“ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของ ELIXIR ในตลาดออนไลน์มีมากกว่าตลาดออฟไลน์ เพราะการกระจายสินค้าที่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เรากำลังพัฒนา ร่วมกับกลยุทธ์การใช้ CRM Promotion และการจัดกิจกรรมเพื่อรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันให้มั่นคง ไปพร้อมกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ELIXIR ยังมีพันธกิจในการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายและรีไซเคิลได้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ของทุกผลิตภัณฑ์ ซึ่ง ELIXIR ปรารถนาที่จะเป็นแบรนด์สกินแคร์ Anti-Aging อันดับ 1 ในใจของชาวไทย โดยสร้างสรรค์ความงามที่ยั่งยืน เพื่อผิวสวยอ่อนเยาว์ไปพร้อมกับการสร้างโลกที่งดงาม” เชิดชัย กล่าวเสริม

ท่ามกลางปัญหามลภาวะและรังสี UV ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครีมกันแดดจึงเป็นสกินแคร์ที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทั้งแสงแดดและแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ELIXIR Day Care Revolution SPF50+ PA++++ สกินแคร์สูตรเฉพาะจาก ELIXIR ด้วยสูตรผสาน 3 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว ทั้งไพร์เมอร์ กันแดด และมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีให้เลือก 2 สูตร คือ Day Care Revolution SPF50+ PA++++ สูตร Anti-Aging เพื่อผิวอ่อนเยาว์ และ Day Care Revolution Brightening SPF50++++ และสูตร Brightening เพื่อผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ขนาด 35 มล. ราคา 1,365 บาท

สัมผัสประสบการณ์ผิวสวยอ่อนเยาว์ได้ที่…

• เซ็นทรัลลาดพร้าว, ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie

• เซ็นทรัล@เมกาบางนา, ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie

• เซ็นทรัลชิดลม, ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie

• เซ็นทรัล เฟสติวัล, เชียงใหม่ ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie

• เซ็นทรัล ขอนแก่น, ชั้น 1 แผนก Beauty Galerie

• เอ็มโพเรียม, ชั้น G แผนก Beauty Hall

• เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, ชั้น M แผนก Beauty Hall

• เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค, ชั้น M แผนก Beauty Hall

• สยามพารากอน, ชั้น G แผนก Beauty Hall

หรือสั่งซื้อช่องทางออนไลน์ได้ที่ :

• Central Online: https://www.central.co.th/th/elixir

• Lazada Flagship Store: https://s.lazada.co.th/s.FzSX2

• Shopee Flagship Store: https://th.shp.ee/r1VJKZP

“โฮปฟูล” ส่งเสริมสุขภาพช่วงสงกรานต์ แนะเติมพลัง–เสริมภูมิ พร้อมรับทุกกิจกรรม

“โฮปฟูล” ส่งเสริมสุขภาพช่วงสงกรานต์ แนะเติมพลัง–เสริมภูมิ พร้อมรับทุกกิจกรรม

“โฮปฟูล” ส่งเสริมสุขภาพช่วงสงกรานต์ แนะเติมพลัง–เสริมภูมิ พร้อมรับทุกกิจกรรม

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.40 น.

เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนไทยทั่วประเทศรอคอย ทั้งการเดินทางกลับบ้าน การพบปะญาติมิตร และกิจกรรมเฉลิมฉลองในบรรยากาศชุ่มฉ่ำ ท่ามกลางความคึกคักและอุณหภูมิที่สูงขึ้น “การดูแลสุขภาพ” กลับกลายเป็นสิ่งที่หลายคนอาจเผลอมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรือผลกระทบจากแสงแดดและความร้อน

จากรายงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์กว่า 68% ของประชาชนมีแนวโน้มพักผ่อนไม่เพียงพอ ขณะที่ มากกว่า 50% มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เกินความจำเป็น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันลดลง และปัญหาด้านระบบย่อยอาหารโดยไม่รู้ตัว

เพื่อให้คนไทยได้ใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างเต็มที่และมีความสุข บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful)  ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ แนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรเฉพาะ ที่ช่วยดูแลร่างกายแบบองค์รวม เสริมภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูร่างกายจากภายใน ที่จะทำให้ทุกช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองเต็มไปด้วยสุขภาพที่ดีและความสบายใจตลอดทั้งวัน

อรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด (Hopeful)  กล่าวว่า “โฮปฟูลเชื่อว่าสุขภาพที่ดีคือรากฐานของความสุขในทุกเทศกาล เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านโภชนาการ แต่ยังคำนึงถึงคุณภาพต่อการบริโภคในทุกช่วงวัยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ร่างกายต้องรับมือกับกิจกรรมที่หลากหลายและพักผ่อนน้อยกว่าปกติ”

ผลิตภัณฑ์จากโฮปฟูล ถูกพัฒนาขึ้นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านการวิจัยรับรองในระดับสากล ผสานกับกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP/HACCP เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพสูงสุดในทุกเม็ด ทุกสูตรออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เน้นการดูแลสุขภาพจากภายใน

ปัจจุบันโฮปฟูล จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนทั่วประเทศ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกสบาย ได้แก่ Facebook, Line Official Account (@Hopeful), TikTok Shop, Shopee และ Lazada

“สุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรถูกละเลยแม้ในช่วงเทศกาล โฮปฟูลมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างทุกคน สนับสนุนให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน” อรรคพล กล่าวทิ้งท้าย

‘ไต้หวันมะ’ มาเติมไฟให้ชีวิต ค้นพบตัวตน ผ่านภาพยนตร์สั้นสุดประทับใจจากการท่องเที่ยวไต้หวัน

‘ไต้หวันมะ’ มาเติมไฟให้ชีวิต ค้นพบตัวตน ผ่านภาพยนตร์สั้นสุดประทับใจจากการท่องเที่ยวไต้หวัน

‘ไต้หวันมะ’ มาเติมไฟให้ชีวิต ค้นพบตัวตน ผ่านภาพยนตร์สั้นสุดประทับใจจากการท่องเที่ยวไต้หวัน

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.39 น.

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันและดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางไปเยือนไต้หวันมากยิ่งขึ้น สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพ ฯ ได้ทำการโปรโมตการท่องเที่ยวโดยใช้ภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ไต้หวันมะ” (Taiwan (na) go with me?) ซึ่งใช้วิธีการถ่ายทอดที่ทำให้ผู้รับชมสามารถเข้าถึงไต้หวันได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นผ่านตัวละครอย่าง  ‘เวฟ’ (นำแสดงโดย อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ หรือ แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำปี 2568) ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิตและหมดไฟในการรังสรรค์ผลงาน

ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เริ่มต้นในขณะที่ ‘เวฟ’ ผู้ที่กำลังหมดไฟตัดสินใจออกเดินทางสู่ไต้หวัน ทว่าในช่วงเวลาวิกฤติได้มีแผนที่ลึกลับพร้อมเงาของบุคคลปริศนาปรากฏขึ้นระหว่างการเดินทางของเขา และนำพาเขาไปยังสถานที่ท่องเที่ยว unseen ต่างๆ ใน 6 เมืองใหญ่ของไต้หวัน พร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ และเริ่มค้นพบตัวตนของตนเอง ตั้งแต่การไปรับลมที่ชายฝั่งเกาะฉีจินในเมืองเกาสง แช่บ่อน้ำพุร้อนโคลนที่กวนจื่อหลิงในเมืองไถหนาน เล่นรถไฟเหาะที่สวนสนุกเจี้ยนหูซานแฟนซีเวิลด์ในเมืองหยุนหลิน ฟังดนตรีที่เทศกาลดนตรีแจ๊สในเมืองไถจง ชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติสุดพิเศษในเมืองเจียอี้ และขอพรความรักที่วัดปากั้วซานในเมืองจางฮว่า แต่ในท้ายที่สุด เมื่อเขาไล่ตามเงาของบุคคลปริศนาได้ทัน เขากลับพบว่า บุคคลปริศนานั้นคือ ตัวเขาเองในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า

ภาพยนตร์สั้น “ไต้หวันมะ”  (Taiwan (na) go with me?)  และเรื่องราวของ ‘เวฟ’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทสนทนาข้ามกาลเวลา แต่ยังสะท้อนถึงแบรนด์การท่องเที่ยวไต้หวัน “Waves of Wonder” ที่พร้อมพาทุกคนมาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของไต้หวัน และสร้างคลื่นแห่งความประทับใจไปด้วยกัน โดยแต่ละสถานที่ในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเผยเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของไต้หวัน แต่ยังเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนได้ลองค้นหาตัวเองผ่านการท่องเที่ยวอีกด้วย

การถ่ายทำภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ประกอบด้วย ฉบับเต็มความยาว 9 นาที และฉบับไฮไลต์ความยาว 30 และ 60 วินาที (ในรูปแบบ 4K 60FPS) ซึ่งนอกจากจะถูกเผยแพร่ผ่านช่อง YouTube และแฟนเพจ Facebook ทางการของสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพ ฯ แล้ว ยังมีการโปรโมตผ่านป้ายโฆษณากลางแจ้งและนิทรรศการงานท่องเที่ยวต่าง ๆ อีกด้วย เพื่อมุ่งหวังให้ชาวไทยออกไปสำรวจสถานที่ UNSEEN ของไต้หวันตามรอยหนังสั้น และเปลี่ยนไต้หวันจากจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวไปสู่ “การท่องเที่ยวที่มีจุดหมายปลายทาง”

มาร่วมตามรอย ’เวฟ’ สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในไต้หวัน และค้นพบความหมายใหม่ของชีวิตได้แล้ววันนี้ รับชมภาพยนตร์สั้น https://vthai.in/taiwanma หรือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไต้หวันได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพ ฯ (https://www.taiwantourism.org/th/)

“ศุภมาส” รมว.อว. ชู “ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand)” สร้างตระหนัก สู่ทางรอดภัยแผ่นดินไหว

“ศุภมาส” รมว.อว. ชู “ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand)” สร้างตระหนัก สู่ทางรอดภัยแผ่นดินไหว

“ศุภมาส” รมว.อว. ชู “ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand)” สร้างตระหนัก สู่ทางรอดภัยแผ่นดินไหว

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.45 น.

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการและให้ความรู้ด้านแผ่นดินไหวแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ เป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยเฉพาะทางด้านแผ่นดินไหว มีภารกิจหลักในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการป้องกันและรับมือ รวมถึงลดความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทย นอกจากนี้ ศูนย์ EARTH ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลกลางที่สนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลด้านแผ่นดินไหวสำหรับนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการจัดตั้งศูนย์และการดำเนินงานภายในศูนย์ EARTH

 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และศาสตราจารย์ ดร. เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ได้กล่าวถึงบทบาทของ ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH: Earthquake Research Center of Thailand) EARTH) ภายใต้ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge)  ที่ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับแผ่นดินไหว

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าวว่า ในบทบาทของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักวิจัย องค์ความรู้ การพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญที่อาศัยการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายและการจัดทำสหวิทยาการที่มีความหลากหลาย โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้เกิดการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากขึ้น รวมถึงการพัฒนานักวิจัยและแนวทางการวิจัย จากการเป็นศูนย์รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวของประเทศไทยที่มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศในการให้ความรู้และบริการวิชาการแก่ประชาชน

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การจัดตั้ง ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (EARTH) ภายใต้ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) ของ วช. เพื่อเป็นศูนย์รวมการศึกษาวิจัยและผู้เชี่ยวชาญในวิทยาการสาขาต่าง ๆ เช่น Earth Science, Geology, Geotechnical Engineering, Structural Engineering, Numerical Analysis, Remote Sensing, Probability and Statistics, Disaster Management, Social Sciences เป็นต้น โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะต้องมาทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องในโครงการวิจัยต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดทิศทางการดำเนินการโดยศูนย์ EARTH รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา GISTDA กรมโยธาธิการและผังเมือง สภาวิศวกร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภากาชาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย กล่าวว่า ศูนย์  EARTH เป็นศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน ทั้งเรื่องแผ่นดินไหวและภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากแผ่นดินไหว เช่น สึนามิ การเกิดเหลว ดินถล่ม เขื่อนแตก เป็นต้น เพื่อพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการพัฒนานักวิจัยและแนวทางการวิจัยและองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวของประเทศไทยที่มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และศูนย์ฯ ได้สนับสนุนให้มีการจัดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับแผ่นดินไหว เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์จากเหตุการณ์จริงแก่ผู้เกี่ยวข้อง และนำบทเรียนมาปรับใช้กับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศ ซึ่งในอนาคตศูนย์ฯ ตั้งใจจะดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกการวิจัยที่จะช่วยให้สามารถศึกษาวิจัยในระดับที่ทัดเทียมกับนานาชาติได้ เช่น การสร้าง Shaking Table ขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างแผ่นดินไหวรุนแรงได้เหมือนจริง เพื่อเขย่าแบบจำลองอาคารและโครงสร้างที่มีน้ำหนักหลายสิบตัน ในการทดสอบแผ่นดินไหว และเปิดกว้างให้ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันอื่น ๆ ได้เข้ามาใช้งานได้

ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ (Earthquake Research Center of Thailand) หรือ EARTH ภายใต้ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางด้านความรู้ (Hub of Knowledge) ของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยและถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมไทย นำไปสู่การเตรียมความพร้อมและทางรอดที่ยั่งยืนจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวในอนาคต ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผ่นดินไหวได้ที่เว็บไซต์: www.earth-th.org และ เพจ Facebook : Earthquake Research Center of Thailand-ศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ

‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ นายกฯ แพทองธาร เชิญชวนใส่ผ้าไทยร่วมกิจกรรมสงกรานต์

‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ นายกฯ แพทองธาร เชิญชวนใส่ผ้าไทยร่วมกิจกรรมสงกรานต์

‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ นายกฯ แพทองธาร เชิญชวนใส่ผ้าไทยร่วมกิจกรรมสงกรานต์

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ชื่นชมความสวยงามพร้อมสนับสนุนผ้าไหมไทย เชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทย ร่วมกิจกรรมประเพณีเทศกาลสงกรานต์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่ เข้าพบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดยมี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรับฟังวัตถุประสงค์การจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เข้าร่วมโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เดินเยี่ยมชมบูธนิทรรศการ ซึ่งได้นำเสนอการจัดแสดงผ้าไทย และผลงานผลิตภัณฑ์ผ้าไทย รวมทั้งผ้าไทยลายพระราชทาน ที่มีทั้งประเภทผ้าไหม ผ้าฝ้าย และผ้าบาติก ซึ่งเป็นผลงานของกลุ่มผู้ประกอบการที่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดผ้าลายพระราชทาน ได้แก่ กลุ่มศูนย์การเรียนรู้และออกแบบขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และกลุ่มยาริงบาติก จังหวัดปัตตานี  พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนสินค้าร้านค้าภายในนิทรรศการฯ ได้แก่ ผ้าบาติกลายพระราชทาน ผ้าบาติกลายชาติพันธุ์ ผ้าไหมบ้านลายขอเจ้าฟ้าเทคนิคการทอขิดยกดอก และผ้าไหมลายดอกบัวเทคนิคการทอขิดยกดอก โดย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมความสวยงามของลวดลายผ้าไทย

“เชิญชวนคนไทยทุกคนเลือกซื้อเลือกหาผ้าไทยมาสวมใส่เพื่อร่วมกิจกรรมประเพณีเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเทศกาลปีใหม่ของคนไทย  ทั้งในชุมชน หมู่บ้าน ในสำนักงาน หรือสวมใส่ทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ไปท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ หรือเลือกซื้อเพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพนับถือ ซึ่งเม็ดเงินจากการซื้อผ้าไทยจากฝีมือคนไทยก็จะทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ และยังไปช่วยต่อยอด ไปช่วยเสริมกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประกอบการให้มีกำลังใจในการพัฒนาผลงาน ในการถักทอผ้า ย้อมสีผ้า และตัดชุดที่มีความสวยงามมีรูปแบบที่ทันสมัยเหล่านี้ เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรม เป็น Soft Power ที่สามารถทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

ททท. สาดความสุขปีใหม่ไทย ‘เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์’ ตั้งเป้าประเทศไทยสู่ 1 ใน 10 ประเทศเฟสติวัลระดับโลก

ททท. สาดความสุขปีใหม่ไทย ‘เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์’ ตั้งเป้าประเทศไทยสู่ 1 ใน 10 ประเทศเฟสติวัลระดับโลก

ททท. สาดความสุขปีใหม่ไทย ‘เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์’ ตั้งเป้าประเทศไทยสู่ 1 ใน 10 ประเทศเฟสติวัลระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2025” และ “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ทั่วประเทศ  ชวนคนใส่กางเกงลายอัตลักษณ์ประจำถิ่นร่วมฉลองสงกรานต์ ในวันที่ 11-15 เมษายน 2568 พบสุดยอดไฮไลต์ขบวนพาเหรดและกิจกรรมอื่นๆ ณ บริเวณท้องสนามหลวง พร้อมขยายความสนุกไปทั่วประเทศกับเทศกาล “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ตลอดทั้งเดือน ตอกย้ำคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติจากยูเนสโก ย้ำความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง สะท้อนศักยภาพประเทศไทยก้าวสู่ 1 ใน 10 สุดยอดประเทศเฟสติวัลระดับโลกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกไม่ควรพลาด  

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทยเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจและ Soft Power ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก ซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการยกระดับประเพณีสงกรานต์ของไทยก้าวสู่ระดับ World Event และขับเคลื่อนให้เกิดกระจายการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในปีนี้ที่เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

“รัฐบาลขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวไทยใส่กางเกงลายอัตลักษณ์ประจำถิ่นร่วมเฉลิมฉลองสงกรานต์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวสะท้อนอัตลักษณ์และความแตกต่างของแต่ละพื้นถิ่น เผยแพร่ความงดงามของวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก พร้อมนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพร้อมให้บริการแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police เชื่อมต่อกับระบบรับแจ้งเหตุตำรวจท่องเที่ยว 1155 พร้อมฟังก์ชัน SOS และ GPS ที่สามารถแชร์โลเคชั่นแจ้งพิกัด และประสานกับศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ในการรับแจ้งเหตุและร่วมกันระงับเหตุความปลอดภัยอย่างทันท่วงที พร้อมมีบริการเจ้าหน้าที่ล่ามแปลภาษา 8 ภาษา ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะดูแลอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนชาวไทยเดินทางได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์”

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน Maha Songkran World Water Festival 2025 เป็นหนึ่งใน Grand Festivity กิจกรรมไฮไลต์ภายใต้โครงการ Thailand Summer Festival ที่มุ่งยกระดับประเพณีสงกรานต์ให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ไฮไลต์อยู่ที่ขบวนรถพาเหรดมหาสงกรานต์ ในรูปแบบขบวนแห่คานิวัลรถสงกรานต์ Soft Power จำนวน 8 ขบวน ได้แก่ ขบวนสายน้ำบันดาลสุข ขบวนสีสันแห่งฤดูกาล ขบวนสมบูรณ์พูนแซ่บ ขบวนช้างไทยแสนรู้ สัตว์มงคลคู่บ้านคู่เมืองไทย ขบวนเชิดชูค่าปลากัดไทย ขบวนมหรสพวิถี ลีลาสยาม ขบวนตุ๊กตุ๊ก รถแห่หมอลำซิ่ง และขบวนสงกรานต์วัยใส ที่นำเสนออัตลักษณ์ไทยที่เปลี่ยนผ่านจากอดีตจนถึงปัจจุบันและมุ่งสู่อนาคต โดยวันที่ 12 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. จะเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สู่ถนนราชดำเนินไปสิ้นสุดที่ท้องสนามหลวง และวันที่ 13 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. แห่รอบท้องสนามหลวง พร้อมจอดแสดงบริเวณท้องสนามหลวง ในวันที่ 12-15 เมษายน 2568

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 11-15 เมษายน 2567 ประกอบด้วย โซนสงกรานต์อัตลักษณ์ 5 ภาค, โซนเสน่ห์ไทย นำเสนอกิจกรรม 5 Must do in Thailand, โซนมหรสพงานวัดไทย ประกอบด้วย กิจกรรมบ้านผีสิง หนังกลางแปลง ชิงช้าสวรรค์ และก่อเจดีย์ทราย, กิจกรรมสรงน้ำพระ และรดน้ำผู้สูงอายุ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ไทย, โซนลานเล่นน้ำพร้อมชมการแสดงน้ำพุประกอบดนตรี สถานีบริการเติมน้ำเล่นน้ำสงกรานต์ ถังน้ำล้นยักษ์ การแสดง EDM โดย DJ ที่มีชื่อเสียง อาทิ DJ Bubblepaint, DJ Leonie, DJ Jeffy, DJ B-Bass, DJ Jay Cardi, โซนจำหน่ายอาหาร ผลิตภัณฑ์และสุดยอดของดี 5 ภูมิภาค มากกว่า 100 บูท

ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังคง DNA ขององค์กรในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านกิจกรรม GCYOUเทิร์น บริหารจัดการขยะจากพลาสติก ขวดน้ำดื่มในบริเวณงาน โดย recycle และ Upcycling รวมทั้งจัดกิจกรรม Service Design จัดทำเว็บแอปพลิเคชัน Maha Songkran World Water Festival 2025 รวบรวมข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ แผนผังงาน โซนการจัดแสดง ตารางเวลาการแสดงภายในงาน รวมถึงข้อมูลการจัดกิจกรรมสงกรานต์ทั่วประเทศ

คุณแหน : 11 เมษายน 2568

คุณแหน : 11 เมษายน 2568

คุณแหน : 11 เมษายน 2568

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ ให้การต้อนรับชาวคณะ Digital CEO #8 กว่า 40 คนไปดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร ณ วิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม ฟาร์มโคพันธุ์ดีปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ โดยมี ดร. ให้การบรรยาย..

ll ยินดีกับ ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ ที่เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย..

ll ศ.คลีนิค นพ.อภิชาติ ศิวยาธร เลี้ยงแสดงความยินดีให้ ผศ.พญ.สุวิรากร ธรรมศักดิ์ ที่ได้เป็น นายกสมาคมเวชสำอางและศัลยศาสตร์ความงาม (Thaicosderm) คนใหม่..

ll ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ร่วมรับมอบเงินบริจาค จาก สาระ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อสนับสนุนโครงการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร, โครงการศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็ง, กิจกรรม Rhythm Dance โครงการศูนย์บูรณาการรักษาโรคมะเร็ง รพ.จุฬาลงกรณ์ และเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านสภากาชาดไทย..

ll ยินดีกับ ดร.ดุสิต พิทยาธิคุณ ที่ได้เป็นนายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทยคนใหม่ วาระ 1 เมย. 68 – 31 มีค.70 โดยมีอุปนายกคือ ชุมพล ขจรเฉลิมศักดิ์, วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา, สมศักดิ์ นวบูรพากุล และ ธวัชชัย ยืนยง..

ll นิเวศ พันธุ์ขะวงศ์  ซีโอโอ บมจ.หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เอ็มเอฟซี (MFC) บริจาคเงินให้กับมูลนิธิรามาธิบดีในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยมี รศ.พญ.ฉัตรประอร งามอุโฆษ กรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ เป็นผู้รับมอบ..

ll ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ สานต่อโครงการ “NER สนับสนุนวิถีเกษตรยั่งยืน” ปี 2 มอบรถแทรกเตอร์ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 30 คัน 30 วิสาหกิจชุมชน จะเสร็จสิ้นปีนี้ เพื่อให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น..

ll มิตรสหายยินดีกับ ดร.อุษา กลิ่นหอม ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชนสาขาวิทยาศาสตร์ ในคณะกรรมการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์..

ll ดร.จิราพร ศิริคำ พร้อมด้วย สินีนาฏ คำวงค์ปิน, ดร.วรวีร์ วีรคเชนทร์, ชนวัฒน์ วาจานนท์ และ  ดร.ฉกาจ วิสัย เป็นตัวแทนชาว Digital CEO#2 ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา..

ll ข่าวน่ายินดีของ ภก.ทวีป-ภญ.อารีย์ บูรพเกียรติ ที่ลูกสาวคนสุดท้อง พญ.บงกช บูรพเกียรติ ได้ฉลองมงคลสมรสกับ นพ. ภาม พลังสินชุม บุตรชาย ตุลย์ พลังสินชุม -สุมณี ฉายศิริกุล..

ll ปีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญของศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ มช. ด้วย ศ.ดร.ภญ.สสี ปันยารชุน คณบดีคนแรกผู้วางรากฐานให้คณะฯได้เจริญก้าวหน้าตราบทุกวันนี้ ท่านจะมีอายุครบ 100 ปี ทางสมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ขอเชิญศิษย์เก่าเภสัชเชียงใหม่ทุกคนร่วมงาน “มุทิตาจิตอาจารย์สสี ผูกสามัคคีศิษย์เก่า” เสาร์ที่ 10 พ.ค. 9.00-15.30 น. ณ ห้องราชเทวี รร.เอเชีย พญาไท กทม. ธีมเสื้อ : ม่วง เขียว ขาว (60 ปี คณะ) หรือ ชุดล้านนาหล่อๆ สวยๆ งานนี้ไม่เก็บค่าบัตรเข้าร่วมงาน..

น้องใหม่

ชวนสัมผัสประสบการณ์วิ่งสุดชุ่มฉ่ำกับงาน ‘RAMAYANA RUN 2025’ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

ชวนสัมผัสประสบการณ์วิ่งสุดชุ่มฉ่ำกับงาน ‘RAMAYANA RUN 2025’  เปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

ชวนสัมผัสประสบการณ์วิ่งสุดชุ่มฉ่ำกับงาน ‘RAMAYANA RUN 2025’ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้!

วันพฤหัสบดี ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.08 น.

เหล่านักวิ่งเตรียมวอร์มร่างกายกันให้พร้อม! กับการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมแข่งขันวิ่ง “RAMAYANA RUN 2025” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสวนน้ำรามายณะ ร่วม กับบริษัทเอสอาร์อาร์ โซลูชั่น (ไทยแลนด์จำกัด และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชุมชนและบริเวณใกล้เคียง ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ณ สวนน้ำรามายณะ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยนักวิ่งที่สนใจ สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568 รีบสมัครเลยจำกัดจำนวนผู้สมัคร!

โดยระยะทางการแข่งขัน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะ FunRun 3 กิโลเมตร
  2. ระยะ FunRun 6 กิโล
  3. ระยะ Mini Marathon 10 กิโล

สำหรับรางวัลสำหรับการแข่งขัน (ถ้วยรางวัล) มีดังนี้

  • ระยะ 10 KM. OVERALL (อันดับ 1 ชาย / อันดับ 1 หญิง)
  • ระยะ 10 KM. แบ่งเป็น 6 รุ่นอายุ รุ่นละ 5 รางวัล ชาย/หญิง

– รุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี

– รุ่นอายุ 18-29 ปี

– รุ่นอายุ 30-39 ปี

– รุ่นอายุ 40-49 ปี

– รุ่นอายุ 50-59 ปี

– รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป

  • ระยะ 6 KM. Top 1-5 รางวัล (แยกชาย/หญิง)
  • ระยะ 3 KM. Top 1-5 รางวัล (แยกชาย/หญิง)
  • Fancy Top 1-5 รางวัล
  • การเเข่งขันประเภททีม (FAMILY) ระยะ 3 KM. เข้าเส้นชัย 1-5 ทีมเเรก จะได้รับถ้วยรางวัล

กติกาการเเข่งขันนักวิ่งลงเเข่งทีมละ 3 คน ซึ่งต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน อาทิเช่น พ่อ,เเม่,ลูก หรือ พ่อ,ลูก,ลูก หรือ เเม่,ลูก,ลูก หรือ คนในครอบครัวเดียวกัน

อีกทั้งยังมีรางวัลสำหรับขาแรง รับไปเลยตุ๊กตาโลมา ระยะละ 20 รางวัล (แยกชาย/หญิง) รายละเอียดดังนี้

  • ระยะ 3 KM. => ชาย 10 รางวัล | หญิง 10 รางวัล
  • ระยะ 6 KM. => ชาย 10 รางวัล | หญิง 10 รางวัล
  • ระยะ 10 KM. => ชาย 10 รางวัล | หญิง 10 รางวัล

โดยผู้ที่สนใจสมัครเข้าแข่งขัน สามารถสมัครได้ตามช่วงเวลาดังนี้

EARLY BIRD วันนี้ – 6 เมษายน 2568

  • ระยะ 3 KM. 650 บาท
  • ระยะ 6 KM. 750 บาท
  • ระยะ 10 KM. 850 บาท
  • ระยะ 3 KM. แบบ FAMILY TEAM 1,900 บาท

REGULAR วันที่ 7 เมษายน – 18 เมษายน 2568

  • ระยะ 3 KM. 790 บาท
  • ระยะ 6 KM. 990 บาท
  • ระยะ 10 KM. 1,290 บาท
  • ระยะ 3 KM. แบบ FAMILY TEAM 2,370 บาท

งานนี้นักวิ่งห้ามพลาด! เพราะนอกจากจะได้แข่งขันวิ่งชิงถ้วยรางวัลแล้ว ยังได้เล่นน้ำที่สวนน้ำรามายาณะ ฟรี! อีกด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูลการสมัครได้ที่ Line Official @Reflect (มี@) และ Page facebook: Ramayana Run หรือโทร. 090-949-6425 จันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการ 09.00 – 18.00 น. (หยุดเสาร์ – อาทิตย์)

‘โก๊ะตี๋’สานฝัน! สวมวิญญาณยอดโค้ชบอลในซีรีส์ ‘คู่เตะแข้งบิน’ลบปมในใจกับคำว่า อ้วน-เตี้ย

'โก๊ะตี๋'สานฝัน! สวมวิญญาณยอดโค้ชบอลในซีรีส์ 'คู่เตะแข้งบิน'ลบปมในใจกับคำว่า อ้วน-เตี้ย

‘โก๊ะตี๋’สานฝัน! สวมวิญญาณยอดโค้ชบอลในซีรีส์ ‘คู่เตะแข้งบิน’ลบปมในใจกับคำว่า อ้วน-เตี้ย

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.35 น.

ภาพยนตร์ซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” ผลงานการสร้างโดย บริษัทเสือสยาม สตูดิโอ กำกับการแสดงโดย “บอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท” ที่มุ่งมั่นตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ซีรีส์เรื่องนี้ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬาฟุตบอลมากขึ้น  โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

พลุ (รับบทโดย วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข – นักฟุตบอลเยาวชน ทีม การท่าเรือ)เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจาก หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา นครศรีธรรมราช เป็นเด็กที่คลั่งไคล้ฟุตบอลมาก เพราะมีความฝันที่จะติดทีมชาติและพาทีมไทยไปบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้  แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน การที่พ่อมีลูกเยอะ ทำให้พลุกับน้องจะได้ชุดนักเรียนคนละ 1 ชุด กับรองเท้า 1 คู่ ซึ่งทุกคนต้องพยายามดูแลรักษาให้ดีเพราะกว่าพ่อจะเก็บเงินซื้อได้ต้องเก็บเงินอยู่หลายเดือน    วันหนึ่งพลุทำรองเท้าหายไปหนึ่งข้าง ตั้งแต่นั้นเขาเลยเก็บอีกข้างไว้ใส่เฉพาะเวลาเตะฟุตบอล ระหว่างเดินทางไป-กลับโรงเรียน พลุจะติดบอลกากมะพร้าวไปเตะเล่น เมื่อเลิกเรียนจะใช้เวลาเตะฟุตบอลกับเพื่อนเพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้สัมผัสลูกฟุตบอลจริง พลุมีลีลาต่างจากเด็กอื่น จนเพื่อนพากันเรียกว่า “โรนัลพลุ” การที่พลุมีพรสวรรค์ในเชิงลูกหนังขั้นเทพ จึงตัดสินใจเดินตามความฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาได้รับทุนเรียนฟรีจากโรงเรียนเอกชนในตัวจังหวัดนครศรีฯ แต่ด้วยเป็นเด็กบ้านนอกทำให้พลุโดนดูถูก กลั่นแกล้ง ปัญหาใหญ่คือการปิดบังความลับ เรื่องต้องใส่รองเท้าข้างเดียวในการเตะฟุตบอล จนทำให้พลุไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้เก่งเหมือนเคย แต่ความอดทนไม่ย่อท้อ อีกทั้งได้การช่วยเหลือจาก โค้ชดำ (แสดงโดย โก๊ะตี๋) ยอดโค้ชที่เคยประสบปัญหาจนโดยไล่ออกมาก่อน  และมีความฝันว่าจะสร้างทีมหน้าพระธาตุให้เป็นทีมเยาวชนของจังหวัดให้ได้ แต่ปัญหาใหญ่ของพลุคือการต้องสวมรองเท้าสตั๊ดสองข้างเล่นฟุตบอล จึงทำให้จากเด็กมีพรสวรรค์กลายเป็นเด็กที่เล่นบอลไม่โดดเด่นเหมือนเคย จนเพื่อนในทีมต่างหาว่าพลุเป็นตัวถ่วง   และในที่สุดปัญหาที่ซ่อนไว้ของพลุนี้ ทำให้เขาก็ได้เป็นได้แต่ตัวสำรองของทีม

โดยฉากการถ่ายทำในวันที่ 3 เมษายน 2568 เป็นฉากของการแข่งขันที่จะชี้ชะตาว่า ทีม “หน้าพระธาตุ”ซึ่งเป็นทีมที่มีโค้ชดำ ที่แสดงโดย โก๊ะตี๋ ( เจริญพร อ่อนละม้าย) ต้องทุ่มสุดใจเพื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันบอลครั้งนี้ให้ได้ ถ้าไม่ชนะทีมจะต้องตกรอบการแข่งขันลีคฟุตบอลเยาวชนของจังหวัดทันทื  การคุมทีมที่เต็มไปด้วยความกดดัน และต้องพยายามดึงศักยภาพของ พลุ ที่แสดงโดย วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข(นักฟุตบอลเยาวชน จากทีมการท่าเรือ) ที่มีข้อจำกัดของพรสวรรค์ฝีเท้าขั้นเทพว่า เขาต้องใส่รองเท้าเตะบอลเพียงข้างเดียวเท่านั้น เขาจะใช้วิธีไหนเพื่อจะดึงลีลาเตะบอลด้วยรองเท้าข้างเดียวของพลุให้ออกมาพิสูจน์ความสามารถของเขาให้ได้ นอกจากนี้โค้ชดำ(โก๊ะตี๋) ที่ถึงแม้จะมีปมของชีวิตที่มักจะมีคำปรามาสว่า อ้วน-เตี้ย รวมทั้งเคยโดนไล่ออกจากโค้ชมาก่อน จะมารวมพลังเพื่อสร้างฝันกับเด็กๆทีมหน้าพระธาตุ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นแชมป์นักเตะเยาวชนของจังหวัด และก้าวต่อไปสู่การเป็นทีมชาติต่อไป ได้อย่างไร!!

โดยในการถ่ายทำวันนี้ ผู้กำกับบอมบ์ อัศจรรย์ สัตโกวิท ได้เฟ้นแคสติ้งนักแสดงทุกคนคัดจากนักฟุตบอลเยาวชนของจริง!!! ที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่าต้องมีสกิลระดับสูง ฝีเท้าขั้นเทพ ดีกรี 1 ใน 11 ตัวจริงในทีมตัวเองเท่านั้น โดยนักแสดงที่ได้มาร่วมแสดง อาทิ จากสโมสรท่าเรือ, อัสสัมชัญศรีราชาชุดแชมป์มาดามคัพ, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี, ดาวซัลโวลีก, บีจี ปทุม นอกจากนี้ถือว่าเป็นการพบกันนอกสนามแข่งของ 4 หนุ่ม 4 สถาบัน!!!!ไม่ว่าจะเป็น วีเซนเต้-จรัสรวี วุฒิเจริญสุข (พลุ) ร.ร.พระหฤทัยดอนเมือง -สโมสรการท่าเรือเอฟซี่ อคาเดมี่ , ซิม-ธนกฤต เย็นพันธ์ (เจเจ) ร.ร.ทวีธาภิเษก บางขุนเทียน สโมสร Bangkok Fc / All Star , Super Mark โนโน่-ดนยวรรธน์ สหายา (วอน) ร.ร.อัสสัมชัญศรีราชา สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ พีค-พิชญะ ชัยวรางกุล (ทีน) ร.ร.ราชวินิตบางแก้ว สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และที่สำคัญ ผู้ควบคุมการเล่นฟุตบอลในซีรีส์เรื่องนี้ ยังได้ โค้ชชุ่ม” ชยกร ถนัดเดินข่าว   อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย ยู-17  และวิทยากรของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดีกรีโค้ช AFC Pro-License (เอเอฟซี โปรไลนเซนต์)ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนานักเตะเยาวชนไทยเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของสโมสรและทีมชาติไทย  เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ก “เปิดบอล” ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลเยาวชน โดยในซีรีส์ “คู่เตะแข้งบิน” นอกจากร่วมแสดงแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ดีไซน์รูปแบบฉากการแข่งขันของเรื่องให้สมจริงที่สุด

นอกจากนี้ ในวันนี้ยังมีดาราร่วมเข้าฉากมากมาย อาทิ ไข่มุก-ชนัญญา เลิศวัฒนามงคล,จุ๊บแจง-วิมลพันธ์,จิ้ม ชวนชื่น,อิท-ขจรศักดิ์ สักกะณรงค์(นักฟุตบอลโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี),สแนค-ธีรเดช ชนะสุวรรณดำรง,ซิม-ธนกฤต เย็นพันธ์(นักฟุตบอลเยาวชน ทีม Super Mark All Stars),อาเกรียง-พันธมิตร , สนธยา ชิดมณี ,เอ-วีระชัย หัตถโกวิทฯลฯติดตามได้ในซีรีส์ คู่เตะแข้งบิน ที่จะเริ่มออนแอร์ EP แรก ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568เวลา 22.30-23.30 น. ทางช่อง 3HD

‘สิริ ณิชาวรินทร์’หวนคืนวงการเล่นหนังสั้น’Colors of Chiang Rai’กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงราย

'สิริ ณิชาวรินทร์'หวนคืนวงการเล่นหนังสั้น'Colors of Chiang Rai'กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงราย

‘สิริ ณิชาวรินทร์’หวนคืนวงการเล่นหนังสั้น’Colors of Chiang Rai’กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงราย

วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะวิทยาการจัดการและสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มรภ.เชียงราย) ร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย จัดทำหนังสั้นเรื่อง “Colours of Chiang Rai” เชียงรายเมืองแห่งสีสัน มาร่วมแต่งแต้มสีสันให้ชีวิต โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ Soft Power อัตลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงรายให้แก่นักท่องเที่ยวและหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวให้คึกคัก โดยดึงอดีตนักแสดง สิริ ณิชาวรินทร์ เพิ่มทรัพย์ (อรุณรุ่งไพศาล) มาร่วมถ่ายทอดสีสันความงดงามของเมืองเชียงราย

“Colours of Chiang Rai” แนวคิดมาจากชีวิตก็เหมือนผืนผ้าขาว ตัวเราคือจิตรกรที่จะวาดชีวิตด้วยสีต่างๆ เช่นเดียวกับ ‘แอลลี่’ ชีวิตของเธอโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงที่มีแต่สีสัน มีผู้คนรายล้อมมากมายแต่แล้ววันหนึ่งเมื่อคลื่นลูกใหม่เข้ามาเธอก็ต้องกลับมายอมรับความเป็นจริง ‘แอลลี่’ จึงเดินทางมาหาความสงบที่จังหวัดเชียงรายแต่โชคชะตาหรือความบังเอิญทำให้เธอได้พบกับ ‘ท๊อป’ หนุ่มเหนือหน้าตาดีที่คอยช่วยเหลือเธอตลอดที่อยู่เชียงราย
ท๊อปอาสาเป็นคนพาแอลลี่เที่ยวทั่วจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นวัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น วัดห้วยปลากั้ง
พระตำหนักดอยตุง สิงห์ปาร์คเชียงราย หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ร้าน Abonzo Yama Mitsu ซึ่งแต่ละสถานที่ล้วนมีสีสันที่งดงาม และในระหว่างการเดินทางของแอลลี่เพื่อค้นหาตัวเองอยู่นั้น เธอก็ได้พบกับสีสันใหม่ในชีวิตกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งที่จังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้อดีตนักแสดง สิริ-ณิชาวรินทร์ เพิ่มทรัพย์ (อรุณรุ่งไพศาล) ที่เคยฝากผลงานไม่ว่าจะเป็นละครเรื่องชาติเจ้าพระยา ชุมแพ บุญหล่นทับ หลังจากห่างหายจากหน้าจอไปสักพักได้กลับมารับโปรเจ็คหนังสั้นนี้อีกครั้งโดยเธอเผยว่า “ปัจจุบันสิริประกอบธุรกิจส่วนตัวที่จังหวัดเชียงรายจึงอยากช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดเพราะหลังจากที่เชียงรายถูกน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ไหนจะเข้าสู่ช่วงฝุ่น PM2.5 สิริก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนรู้ว่าเชียงรายมีสถานที่ที่มีสีสันงดงามมากมายรอทุกคนกลับมาสัมผัสอีกครั้งค่ะ”

“Colours of Chiang Rai” นำแสดงโดย ณิชาวรินทร์ เพิ่มทรัพย์ นักแสดงอิสระ และนายภาณุวัฒน์ อินธิศักดิ์ เดือนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ประจำปี 2024 ร่วมสัมผัสความอบอุ่นหัวใจ ฟินไปกับความน่ารักของการเล่าเรื่องผ่านการท่องเที่ยวไปตามสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ในจังหวัดเชียงรายได้ทางเพจคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย หรือยูทูปช่องคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย(https://www.youtube.com/watch?v=uWNEmlq-7Jk)