ผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน รักษา 3 กลุ่มอาการได้ในคราวเดียว

ผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน รักษา 3 กลุ่มอาการได้ในคราวเดียว

ผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน รักษา 3 กลุ่มอาการได้ในคราวเดียว

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อน และท้องผูกเรื้อรัง 3 กลุ่มอาการที่ดูเหมือนว่าจะต้องรักษากันไปทีละส่วน แต่แท้จริงแล้ว ทั้ง 3 กลุ่มอาการนี้อาจเกิดจากสาเหตุเดียวกัน นั่นคือ “อุ้งเชิงกรานหย่อน” ซึ่งสามารถรักษาผ่าตัดอุ้งเชิงกรานหย่อนได้ในครั้งเดียว ที่สำคัญหลังผ่าตัดยังสามารถฟื้นตัวได้เร็วเพราะเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

พันโทหญิงแพทย์หญิงจรรยวรรธน์ สร้างสมวงษ์ ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า บริเวณกระดูกอุ้งเชิงกรานจะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic floor) ที่ทำหน้าที่พยุง 3 อวัยวะในช่องท้องส่วนล่าง ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะ มดลูกในผู้หญิง ต่อมลูกหมากในผู้ชาย รวมไปถึงลำไส้และทวารหนัก ดังนั้น เมื่อเกิดภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ก็จะทำให้อวัยวะเหล่านี้เคลื่อนต่ำลงมาจากตำแหน่งปกติและก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้แก่ อาการปัสสาวะเล็ด มดลูกหย่อน ปากมดลูกปลิ้น อาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายไม่ออก และลำไส้ปลิ้น

พันโทหญิงแพทย์หญิงจรรยวรรธน์ สร้างสมวงษ์ ศัลยแพทย์ชำนาญการด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี 

ทั้งนี้ อาการของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่าจะเกิดปัญหาจากส่วนใดก่อนหรือหลัง แต่ตามหลักการแล้วเมื่ออุ้งเชิงกรานหย่อนก็มักจะทยอยก่อให้เกิดอาการทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น  อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้พบได้บ่อยในเพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่เคยผ่านการคลอดบุตรหลายครั้ง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่ออุ้งเชิงกราน

การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MRI เป็นวิธีการตรวจวินิจฉัยยืนยันภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน แพทย์จะสามารถดูได้ว่าเกิดปัญหาที่อวัยวะใดบ้าง จากนั้นจะจึงจะวางแผนการรักษาต่อไป ซึ่งโดยหลักการถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาที่อวัยวะเดียว แต่ในอนาคตปัญหาอื่นก็อาจจะตามมาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน ซึ่งสามารถรักษาได้ทุกปัญหาในคราวเดียว

การผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน (Total Pelvic Organ Suspension หรือ T-POS) เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) โดยศัลยแแพทย์จะกรีดแผลขนาด 0.5 – 1 เซนติเมตร ประมาณ 3 – 5 แผล แล้วสอดกล้อง Laparoscope เข้าไป จากนั้นจะใช้แผ่นใยสังเคราะห์ไปวางยึดเข้ากับโครงสร้างของอุ้งเชิงกราน เพื่อช่วยยกและพยุงอวัยวะที่หย่อนให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

ข้อดีของการผ่าตัดแบบ Total Pelvic Organ Suspension (T-POS) ได้แก่ ช่วยแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนหลายตำแหน่งพร้อมกัน (ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และมดลูก) ลดโอกาสเกิดภาวะหย่อนซ้ำได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีการใช้แผ่นใยสังเคราะห์พยุงอวัยวะ ฟื้นตัวเร็วกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม แผลขนาดเล็ก ลดโอกาสติดเชื้อและลดความเจ็บปวด สามารถทำร่วมกับการแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ด ได้ในคราวเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแก้ไขอุ้งเชิงกรานหย่อน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่เคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อน เพราะจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผังผืดที่หน้าท้องมาขัดขวางในระหว่างผ่าตัด

ไทยเบฟ ร่วมสนับสนุนนิทรรศการ ‘รัตนแห่งจุฬาฯ’ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

ไทยเบฟ ร่วมสนับสนุนนิทรรศการ ‘รัตนแห่งจุฬาฯ’  เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

ไทยเบฟ ร่วมสนับสนุนนิทรรศการ ‘รัตนแห่งจุฬาฯ’ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในโอกาส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “รัตนแห่งจุฬา ฯ” จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน โดยได้อัญเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เกี่ยวกับดอกไม้มาจัดแสดงเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ  พร้อมจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำรายได้สมทบมูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาจัดแสดง ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ภายในนิทรรศการ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น  5 โซน ดังนี้  1.โซนนิทรรศการ ภาพถ่ายดอกไม้ฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงฉายระหว่างปี พ.ศ. 2552-2567 นำมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ 2.โซนต้นไม้ประจำพระองค์ จำปีสิรินธร และพรรณไม้พระราชทาน ได้แก่ ม่วงเทพรัตน์ ไอยริศ และ ช้องเจ้าฟ้า 3.โซนพรรณไม้เทิดพระเกียรติ อาทิ เทียนสิริธร กุหลาบพระนามสิรินธร และ เอื้องศรีอาคเนย์ 4.โซนต้นไม้ทรงปลูก ณ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เช่น ต้นรวงผึ้ง ต้นมหาพรหม ต้นสรัสวตี และ ต้นจำปีสิรินธร 5.โซนพรรณไม้สู่นวัตกรรม จัดแสดง โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สนองพระราชดำริ   โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและศูนย์แม่ข่ายประสานงาน อพ.สธ. ร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาพรรณพืชสู่การสร้างผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ ยังจัดเวทีเสวนาความรู้ “จากพรรณไม้ สู่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน” โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ การจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์จากโครงการในพระราชดำริ อพ.สธ. รวมถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ต่อยอดจากพรรณไม้หรือดอกไม้ รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปที่เกี่ยวเนื่องกับดอกไม้ และพืชพรรณต่าง ๆ อาทิ การชงชาดอกไม้ การสร้างภาพพิมพ์ธรรมชาติ

ทั้งนี้ ไทยเบฟ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์มาจัดแสดงนิทรรศการ โดยอัญเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์เกี่ยวกับดอกไม้ จำนวน 38 ภาพ ซึ่งทรงฉายทั้งในประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2567 เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป ได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ

Biore เปิดตัวแคมเปญ ‘ท้าเช็ก! กันแดดบล็อกสุด’ กับ Biore UV Aqua Rich

Biore เปิดตัวแคมเปญ ‘ท้าเช็ก! กันแดดบล็อกสุด’ กับ Biore UV Aqua Rich

Biore เปิดตัวแคมเปญ ‘ท้าเช็ก! กันแดดบล็อกสุด’ กับ Biore UV Aqua Rich

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บิโอเร (Biore) ส่งแคมเปญใหญ่ต้อนรับซัมเมอร์ ‘ท้าเช็ก! กันแดดบล็อกสุด’ กับกันแดดหลอดฟ้าในตำนาน Biore UV Aqua Rich พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ใหม่ เจฟ ซาเตอร์ – เต้ย จรินทร์พร นำเสนอภาพลักษณ์ “เก่งรอบด้าน” เหมือนกับ Biore UV Aqua Rich ที่สามารถปกป้องผิวได้อย่างรอบด้านตาม Pain Point ของคนไทย ด้วยสามคุณสมบัติหลัก บล็อกยูวีแน่น แต่ไม่หนักหน้าสบายผิว และกันน้ำกันเหงื่อนานสุงสุด 80 นาที พร้อมสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของครีมกันแดดว่าไม่ใช่แค่ของผู้หญิง แต่จำเป็นสำหรับทุกคน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์และเดือนที่ร้อนที่สุดที่กำลังจะมาถึงนี้ ให้ออกไปทำกิจกรรมได้อย่างไม่ต้องกังวล

ภัททิรา ชัชวาลย์ปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตามสถานการณ์สภาพอากาศของประเทศไทยคือมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยปีนี้จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในบางพื้นที่อาจมีโอกาสสูงถึง 43 องศาเซลเซียส  และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือแดดที่จัดขึ้น กันแดดจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวของคนไทย ดังนั้น Biore จึงได้จัดแคมเปญ ‘ท้าเช็ก! กันแดดบล็อกสุด’ ที่มีผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด Biore UV Aqua Rich ตัวฮิตของเราเป็นไฮไลท์ในงานนี้ โดยที่ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ ถูกพัฒนาเพื่ออากาศร้อนชื้น และอบอ้าวแบบบ้านเราโดยเฉพาะ สามารถตอบโจทย์ Pain Point ของคนไทยที่ต้องการกันแดดประสิทธิภาพสูงป้องกันได้ทั้ง UVA UVB กันน้ำกันเหงื่อ แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ

นอกจากนี้เรายังได้เจฟ ซาเตอร์ – เต้ย จรินทร์พร มาเป็นพรีเซนเตอร์ของ Biore UV Aqua Rich โดยเราหวังว่าทั้งคู่จะเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ และความ Genderless ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของเราอย่าง กลุ่ม GEN Y และ GEN Z รวมถึงสามารถสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของครีมกันแดดของเรา Biore UV Aqua Rich ที่มีความ ‘เก่งรอบด้าน’ อีกด้วย พร้อมแจกผลิตภัณฑ์บิโอเร ยูวี อะควาริช และโค้ดส่วนลดพิเศษให้ผู้ร่วมงานได้ไปช้อปกันแดดเจฟ-เต้ยใช้กันช่วงซัมเมอร์นี้แบบฉ่ำๆ”

บิโอเร ยูวี อะควา ริช วอเตอร์รี่ เอสเซ้นส์ เอสพีเอฟ50+ พีเอ++++ (Biore UV Aqua Rich Watery Essence SPF50+ PA++++) ครั้งแรกของโลก ด้วยสูตร Micro Defense นวัตกรรมขั้นสุดจากญี่ปุ่น อนุภาคเล็กปกปิดแดดมิดชิด มาพร้อมกับเนื้อเอสเซ้นส์สัมผัสบางเบาพิเศษ กันน้ำกันเหงื่อ ทาทับเมกอัพได้ และผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิว (Allergy Tested) ผ่านการทำสอบว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (Non-comedogenic Tested) วางจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป หรือเข้าไปดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.biorethailand.com/product-review/protect-skin-from-sun/bioreuvessencey2025

BBFAW ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์

BBFAW ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์

BBFAW ยกย่อง 150 บริษัทอาหารระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านสวัสดิภาพสัตว์

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายงานฉบับล่าสุดของสถาบันจัดอันดับระดับโลกด้านสวัสดิภาพสัตว์ Business Benchmark on Farm Animal Welfare (BBFAW) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้เผยให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคงด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มทั่วอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก รวมถึงอันดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

กลุ่มบริษัทชั้นนำแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานด้านมนุษยธรรมของสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มว่าเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ทางธุรกิจ อาทิ การจัดพื้นที่ให้สัตว์มากขึ้น หรือการใช้วิธีการเชือดที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม บริษัทอาหารขนาดใหญ่จำนวนมาก (79%) อย่าง เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) และเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ (ญี่ปุ่น) ยังคงอยู่ในอันดับที่ 5 และ 6 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมองหาโอกาสในการกำหนดนโยบายและการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับแนวทางด้านสวัสดิภาพสัตว์

BBFAW คือการประเมินประจำปีชั้นนำระดับโลกเกี่ยวกับนโยบาย แนวปฏิบัติ และผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มของอุตสาหกรรมอาหาร ที่ทำการประเมินบริษัทอาหารระดับโลก 150 แห่งตามเกณฑ์ 51 ข้อและ 5 เสาหลัก และจัดอันดับใน 6 ระดับ (ดูตารางผลลัพธ์ทั้งหมดท้ายบทความ) โปรแกรมนี้ได้รับการสนับสนุนโดยพันธมิตร Compassion in World Farming และ FOUR PAWS โดยผลลัพธ์ในปีนี้เป็นการประเมินครั้งที่สองนับตั้งแต่ BBFAW ได้นำเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นมาใช้ซึ่งให้ความสำคัญไปที่ผลการดำเนินงานด้านสวัสดิภาพของบริษัทและแนวทางในการลดการพึ่งพาอาหารจากสัตว์

คะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคในปี 2024 คือ 9% ซึ่งต่ำกว่าลาตินอเมริกา (20%) อเมริกาเหนือ (12%) ยุโรป (20%) และสหราชอาณาจักร (41%)

ในภูมิภาคดังกล่าวนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างฟอนเทียร่า (Fonterra) ประเทศนิวซีแลนด์ ได้แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่โดดเด่นจากรายงานและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ ฟอนเทียร่า (Fonterra) ได้เลื่อนจากอันดับที่ 4 เป็นอันดับที่ 3 และปรับปรุงอันดับผลกระทบจาก E เป็น B ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ ในภูมิภาคยังคงมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยหรืออยู่ในอันดับเท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของบริษัทอาหารส่วนใหญ่มีความคืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป บริษัท 118 แห่ง (79%) รวมถึงบริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ประเทศไทย) มารุฮะ นิชิโระ (ญี่ปุ่น) เมจิ โฮลดิ้งส์ (ญี่ปุ่น) อยู่ใน อันดับที่ 5 และ 6 ซึ่งบ่งชี้ถึงความคืบหน้าเล็กน้อยในการกำหนดนโยบายสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างเป็นทางการ หรือการให้รายงานที่มีความสำคัญ ซึ่งรวมถึงบริษัท 22 แห่งทั่วโลก (15%) ที่ยังไม่ได้เผยแพร่นโยบายสวัสดิภาพสัตว์โดยรวมอย่างเป็นทางการ

สถาบันจัดอันดับระดับโลกด้านสวัสดิภาพสัตว์ (The Business Benchmark on Farm Animal Welfare: BBFAW) ในปี 2023 BBFAW ได้ปรับปรุงมาตรฐานการจัดอันดับโดยการกำหนดมาตรฐานใหม่ เพื่อเน้นการส่งเสริมการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์มอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังได้ขยายชุดคำถามเกี่ยวกับ “ผลกระทบต่อประสิทธิภาพ” และนำเสนอหลักการประเมินใหม่ที่มุ่งเน้นการลดการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สำหรับการพัฒนาในปี 2024 ยังคงยึดมาตรฐานเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญประการใด

การจัดอันดับผลกระทบ ‘Impact Rating’ ของ BBFAW ให้คะแนนบริษัทตั้งแต่ ‘A’ ถึง ‘F’ ตามผลกระทบที่เป็นรูปธรรมต่อสวัสดิภาพสัตว์ คะแนนนี้อ้างอิงจากคำถามเกี่ยวกับผลกระทบด้านประสิทธิภาพ เช่น สัดส่วนของแม่ไก่ไข่ที่เลี้ยงแบบปลอดกรงในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท สัดส่วนของโคนมที่ไม่ถูกตัดเขาหรือเผาเขา และสัดส่วนของสุกรที่ไม่ถูกตัดหาง

ในปี 2567 สามบริษัทที่มีอันดับสูงสุดใน Impact Ratings (Marks & Spencer, Premier Foods และ Fonterra) ซึ่งได้รับเกรด ‘B’ เป็นครั้งแรก โดยในปีนี้มีบริษัททั้งหมด 14 แห่ง (คิดเป็น 9%) ที่ได้รับการปรับอันดับ Impact Rating ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fonterra ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมนมเป็นหลัก ได้ให้ความสำคัญกับการรายงานและผลกระทบในระดับโลกอย่างมาก ส่งผลให้ Impact Rating เพิ่มขึ้นถึงสามอันดับ (จาก ‘E’ เป็น ‘B’)

นิกกี้ อามอส ผู้อำนวยการบริหาร BBFAW กล่าวว่า “นี่เป็นปีที่สองของการประเมินนับตั้งแต่ BBFAW ได้กำหนดเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น และเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ตอบสนองในเชิงบวก โดยมี 14 บริษัทที่ได้เลื่อนอันดับ และอีก 14 บริษัทที่พัฒนา Impact Rating ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสัตว์ในด้านการมีพื้นที่มากขึ้นในการเคลื่อนไหว การลดการทำทารุณกรรม การตัดอวัยวะ หรือการขนส่งทางไกลแบบมีชีวิต แต่บริษัทเองยังได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างชื่อเสียงในหมู่ผู้บริโภค หรือการเตรียมพร้อมล่วงหน้าสำหรับกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้อาจเป็น ‘Atlantic Gap’ โดยสหราชอาณาจักรเป็นภูมิภาคที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด”

สัญญาณเตือน โรคซึมเศร้าที่พบได้ในทุกวัย

สัญญาณเตือน โรคซึมเศร้าที่พบได้ในทุกวัย

สัญญาณเตือน โรคซึมเศร้าที่พบได้ในทุกวัย

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปัจจุบันการรับรู้ของคนในสังคมเกี่ยวกับโรคซึมเศร้ามีเพิ่มมากขึ้น คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจว่าโรคซึมเศร้าเป็นอาการป่วยทางจิตอย่างหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายได้ ไม่ได้เป็นความอ่อนแอเหมือนที่ใคร ๆ เคยเข้าใจ

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่มีความรู้สึกเศร้าเป็นเวลานาน ทำให้สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำแล้วรู้สึกสนุกหรือมีความสุข และก่อให้เกิดผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันในที่สุด ซึ่งโรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและทุกช่วงวัย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital 

โรคซึมเศร้าในวัยเด็ก

พ่อแม่หลายท่านมักกังวลว่าเมื่อลูกเราโตขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่วัยเรียน อาจมีการปรับตัวเข้าสู่สังคม จนบางครั้งลูก ๆ อาจพบความเครียดสะสมและมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ซึ่งพบว่าปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าในเด็ก นอกจากเรื่องของพันธุกรรมและสารเคมีในสมองไม่สมดุลแล้ว ในวัยเด็กยังมีปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น การถูกเลี้ยงดูที่เข้มงวดจนเกินไป, การถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งหรือบูลลี่เป็นประจำ, ตัวเด็กเองขาดความมั่นใจในตัวเองจนรู้สึกกับตัวเองในแง่ลบ, และประสบการณ์ที่เลวร้ายในวัยเด็ก หรือถูกทำร้ายร่างกายในวัยเด็ก

โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น

วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง และต้องมีการปรับตัวในหลายด้านพร้อม ๆ กัน เช่น การเรียน การเข้ากันได้กับเพื่อน ความสัมพันธ์หนุ่มสาว หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว จึงทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายและมากกว่าวัยอื่น ๆ เพราะฉะนั้นในคนที่มีความสามารถในการปรับตัวน้อย จะมีความเสี่ยงเกิดโรคซึมเศร้าในง่ายกว่าคนที่มีความสามารถในการปรับตัวที่ดี นอกจากนี้ด้วยธรรมชาติของวัยรุ่นจะมีความหุนหันพลันแล่น เมื่อทำอะไรผิดพลาดก็จะเกิดอาการผิดหวังและรู้สึกเศร้าเสียใจซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ โดยยังพบว่าวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้ามีแนวโน้มในการพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่มากขึ้น

โรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงาน

วัยทำงานเป็นวัยที่พบผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากที่สุด เนื่องจากวัยทำงานเป็นวัยสร้างครอบครัวและเป็นวัยที่มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แบกรับความกดดันและความคาดหวังที่สูง อีกทั้งหลายคนอาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลสะสมโดยไม่รู้ตัว และอาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

โรคซึมเศร้าในวัยผู้สูงอายุ

วัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมถอยของสุขภาพ ผู้สูงอายุบางท่านเริ่มมีความคิดโทษตัวเองที่เป็นภาระของลูกหลาน และผู้สูงอายุหลายท่านเกิดความรู้สึกเหงาเพราะลูกหลานทำงานจนไม่มีเวลาให้ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ โดยจากงานวิจัยของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าผู้สูงอายุกว่า 70% มีภาวะซึมเศร้า และ 15% มีภาวะโรคซึมเศร้า

อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าในแต่ละช่วงวัยอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่อาการผิดปกติที่อาจพบได้ในทุกช่วงวัย ได้แก่ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย, ไม่อยากอาหารหรือรับประทานอาหารมากกว่าปกติ, นอนไม่หลับหรือนอนหลับมากกว่าปกติ, เฉื่อยชา ชอบเก็บตัว มีความสนใจจากสิ่งที่เคยชอบลดลง, ประสิทธิภาพในการเรียนหรือการทำงานลดลง, รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เป็นต้น

การรักษาโรคซึมเศร้าของแต่ละช่วงวัยจำเป็นต้องให้จิตแพทย์พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งหากมาพบแพทย์ตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงก็มีโอกาสรักษาหายขาด และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขได้อีกครั้ง

ดีใจ โกสิยพงษ์ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Resonant Abstractions’ ครั้งแรกของเธอกับที่เขียนภาษาใหม่แห่งภาพและเสียง เพื่อเห็นเสียง-ฟังสี

ดีใจ โกสิยพงษ์ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Resonant Abstractions’ ครั้งแรกของเธอกับที่เขียนภาษาใหม่แห่งภาพและเสียง เพื่อเห็นเสียง-ฟังสี

ดีใจ โกสิยพงษ์ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Resonant Abstractions’ ครั้งแรกของเธอกับที่เขียนภาษาใหม่แห่งภาพและเสียง เพื่อเห็นเสียง-ฟังสี

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Resonant Abstractions” ดีใจ โกสิยพงษ์ ลูกสาวของ บอย โกสิยพงศ์  กับนิทรรศการจิตรกรรมเดี่ยวครั้งแรก ที่เขียนภาษาใหม่แห่งภาพและเสียง เพื่อเห็นเสียง-ฟังสี เปิดให้เข้าชมแล้ว  เชิญชวนเราเข้าสู่ดินแดนที่ภาษาละลายเป็นความรู้สึกบริสุทธิ์ ส่งเสริมการไตร่ตรองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีที่เราทำความเข้าใจโลกของเรา

ดีใจ โกสิยพงษ์

เอส เอ ซี แกลเลอรี (SAC Gallery) ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกอันเป็นที่รอคอยของศิลปิน ดีใจ โกสิยพงษ์ ในชื่อ “Resonant Abstractions” ภายใต้การดูแลของภัณฑารักษ์ มิแรนด้า เค. เม็ตคาล์ฟ จัดแสดงถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 ในนิทรรศการนี้ ศิลปินได้สำรวจจุดตัดระหว่างทัศนศิลป์ เสียง ภาษา และความทรงจำอย่างเชี่ยวชาญ สร้างประสบการณ์หลากประสาทสัมผัสที่ท้าทายการรับรู้แบบดั้งเดิมของการสื่อสาร

กำลังใจสำคัญ คุณพ่อบอย โกสิยพงษ์

ดีใจ โกสิยพงษ์ ศิลปินไทยรุ่นใหม่ เป็นที่รู้จักในวงการศิลปะนานาชาติจากการแสดงผลงานในนิทรรศการกลุ่มสำคัญหลายแห่ง อาทิ นิทรรศการ “Being Human | Human Being” ที่ Carlsberg Byens Galleri ในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และนิทรรศการ “It’s Not Me. It’s My Image” ที่ Gallery House ในบรู๊กลิน นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา  ผลงานของเธอได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากผู้สะสมศิลปะทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ศิลปะที่สื่อสารข้ามพรมแดนวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง

นภ พรชำนิ,สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์,ธนชัย อุชชิน และดีใจ โกสิยพงษ์

หลังจากเข้าร่วมนิทรรศการกลุ่มมากมายในกรุงเทพฯ นิทรรศการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางศิลปะของดีใจ ผลงานที่มีลักษณะเฉพาะตัวของเธอได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงจุดสมบูรณ์ในการเปิดตัวเดี่ยวครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอผสมผสานงานเสียงเข้ากับจิตรกรรม แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางศิลปะของเธออย่างเต็มที่

“Resonant Abstractions” นำเสนอชุดผลงานจิตรกรรมนามธรรมอันโดดเด่นพร้อมกับ “เสียง” ที่ก้าวข้ามขอบเขตศิลปะแบบเดิม แนวทางอันเป็นนวัตกรรมของศิลปินเปลี่ยนรูปแบบทางภาษา ให้กลายเป็นองค์ประกอบภาพที่มีพลวัตในขณะเดียวกันก็แปลงองค์ประกอบภาพเหล่านี้ให้เป็นประสบการณ์เสียงหลายชั้น เชิญชวนผู้เข้าชมให้ “ฟังด้วยตาและเห็นด้วยหู”

แก่นของผลงานดีใจคือการสำรวจอย่างลึกซึ้ง ว่าเราประมวลผลและถ่ายทอดประสบการณ์ของเราอย่างไร โดยได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติของภาษาที่ฝังตัวทางวัฒนธรรมนิทรรศการนี้สำรวจว่าความทรงจำและการแสดงออกของเราถูกหล่อหลอมโดยกรอบภาษาร่วมที่แฝงคุณค่าทางวัฒนธรรมไว้อย่างไร

“วิธีที่เราใช้ภาษาหยั่งรากลึกจากความทรงจำของเราเพราะการระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตช่วยนำทางให้เราผ่านประสบการณ์ในปัจจุบัน” ศิลปินอธิบาย

แต่คำที่เราใช้เพื่ออธิบายอารมณ์และประสบการณ์ของเราเป็นแนวคิดที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยผู้อื่น ผลงานของเธอสะท้อนถึงวิธีที่เราต้องตระหนักถึงภาษาของเรา ที่มาของการกระทำของเรา และคุณค่าในจิตใต้สำนึกที่เราสืบทอด ผู้เข้าชมจะได้พบกับจิตรกรรมอันประณีต ซึ่งมีเครื่องหมายอันมีโครงสร้างตามกฎคล้ายกับภาษาเขียน องค์ประกอบภาพเหล่านี้ถูกแปลงเป็นเสียงผ่านกระบวนการคำนวณ สร้างบทประพันธ์เสียงที่สะท้อนรูปแบบในภาพวาด การสังเคราะห์นี้เป็นสิ่งที่ดีใจเรียกว่า “ภาษาใหม่” ที่ซึ่งภาพวาดกลายเป็นตัวอักษร และการจัดวางกลายเป็นประโยคและบทสนทนาในตัวเอง

นิทรรศการกำลังจัดแสดง ที่ชั้น 2 เอส เอ ซี แกลเลอรี  เข้าชมฟรี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อัปเดต และกิจกรรมต่างๆ กรุณาเยี่ยมชม www.sac.gallery , Facebook: SAC Gallery และ Instagram: @sacbangkok

‘พ่อตูน-แม่ก้อย’ จูงมือ ‘น้องทะเล’ ชวนท่องโลกมหัศจรรย์ ผจญภัยแดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 กว่า 300 ชนิด

‘พ่อตูน-แม่ก้อย’ จูงมือ ‘น้องทะเล’ ชวนท่องโลกมหัศจรรย์ ผจญภัยแดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 กว่า 300 ชนิด

‘พ่อตูน-แม่ก้อย’ จูงมือ ‘น้องทะเล’ ชวนท่องโลกมหัศจรรย์ ผจญภัยแดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 กว่า 300 ชนิด

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ชุ่มฉ่ำกับป่าใจกลางห้างฯ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมกับ กรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2  โดยมีครอบครัว “ตูน Bodyslam” “ก้อย-รัชวิน” นำทีมร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกกว่า 300 ชนิด ยกป่าจำลองพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.ใจกลางห้างฯ  ครั้งแรกกับการส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ ใกล้ชิดกับ “น้องบ็อบบี้ น้องเบ้บ” คาปิบาราที่โด่งดังบนโซเชียล พร้อมสนุกกับกิจกรรมขี่รถ ATVผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์ , Exotic Camp Café และอีกมากมาย งานจัดตั้งแต่วันที่ 11 – 20 เมษายน 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

ครอบครัวแอดเวนเจอร์ “ตูน Bodyslam” และ “ก้อย-รัชวิน” พร้อมน้องทะเล น้องเวลา นำทีมลุยโลกของเหล่าสัตว์แปลกหาชมยากในงาน วันที่ 11 เมษายน 2568  เวลา 17.00-18.00 น.  ครั้งแรก! ตื่นตากับกิจกรรมส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ อาทิ กวางเลชเวแดง, แมวป่าคารัลคัล และนกโทโคทูนแคน  พลาดไม่ได้ กับOpen Zoo คาปิบาร่า ใกล้ชิดเซเลบ “คาปิบารา” ที่โด่งดังบนโซเชียล “น้องบ็อบบี้-น้องเบ้บ” และผองเพื่อน สนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทาย อาทิ ขี่รถ ATV ผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์นักล่า ทั้งเหยี่ยวแฮริส ,นกฮูกไซบีเรีย, นกฮูกไวท์เฟส ฯลฯ, กิจกรรมปีนหน้าผาจำลองบนความสูงกว่า 5 เมตร  รวมทั้งใกล้ชิดกับสัตว์แปลกใน Exotic Camp Café อาทิ งูบอลไพธอน กิ้งก่าทะเลทราย เบี๊ยดดราก้อน ตุ๊กแกหางอ้วน และBest Cat Village Café สัมผัสความน่ารักของแมวหาชมยากหลากสายพันธุ์ทั้งสฟิ้งซ์, แบมปีโน่,เจเนตตาและคินคาโล

เพลิดเพลินกับกิจกรรมในงานมากมาย อาทิ เปิดโลกการเรียนรู้กับกิจกรรมพิเศษ Young Wild Explorers ไกด์นำทีมพาเด็กๆ เดินชมพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆในงาน , กิจกรรมขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์ , กิจกรรมขี่ม้า , กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น ให้อาหารนกแก้ว, เต่าซูคาต้า, กระต่าย, หนูแฮมสเตอร์, แพะ, แกะ, ม้า , กิจกรรมแจกกล้าไม้ ฟรี! จากกรมป่าไม้ พร้อมบริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงฟรี! จากโรงพยาบาล Pawsville  นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับ สมาชิก M Junior Club เฉพาะงานนี้เท่านั้น  รับส่วนลดค่าเข้า 50% , แลก 59 M Point รับสิทธิ์ Exclusive เข้าโซน Capybara Open Zoo ฟรี! และแลก 99 M Point รับสิทธิ์ ถ่ายรูปใกล้ชิดกับ “บ็อบบี้-เบ๊บ” (สิทธิ์จำนวนจำกัด)

ผจญภัยส่องสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย  บัตรเข้าชมคนละ 50 บาท (เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี) พิเศษ! เฉพาะวันที่ 13 เม.ษายน วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมงานฟรี! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook MCC HALL

ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลต้นแบบสุดยอดแห่งปี ‘Thailand’s Most Admired Company’

ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลต้นแบบสุดยอดแห่งปี ‘Thailand's Most Admired Company’

ไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลต้นแบบสุดยอดแห่งปี ‘Thailand’s Most Admired Company’

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดวงนภารัตน์ ศรีสุข ผู้อำนวยการฝ่าย สายงานสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับรางวัล “2024-2025 Thailand’s Most Admired Company” องค์กรที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุดในด้านการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อสังคม (Management & Sustainable Development) ในกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต ตอกย้ำเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิตในการเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล และการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม

รางวัล 2024-2025 Thailand’s Most Admired Company จัดโดย Brandage สื่อชั้นนำด้านธุรกิจและการตลาด ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค เพื่อคัดเลือกองค์กรที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านการบริหารงาน การมีนวัตกรรมในการดำเนินงาน มีธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อยกย่องให้เป็นต้นแบบของสุดยอดองค์กรแห่งปี

NGG JEWELLERY จับมือ CHUANG ASIA SEASON 2 เปิดตัวกังหันแห่งความฝัน ‘Windmill Dreamers’ ดีไซน์หรูหรา

NGG JEWELLERY จับมือ CHUANG ASIA SEASON 2 เปิดตัวกังหันแห่งความฝัน ‘Windmill Dreamers’ ดีไซน์หรูหรา

NGG JEWELLERY จับมือ CHUANG ASIA SEASON 2 เปิดตัวกังหันแห่งความฝัน ‘Windmill Dreamers’ ดีไซน์หรูหรา

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

NGG JEWELLERY จับมือ CHUANG ASIA SEASON 2 เอาใจแฟนคลับชาวเอเชีย เปิดตัวสินค้าใหม่ “Windmill  Dreamers กังหันแห่งความฝัน” ดีไซน์หรูหรา ประดับด้วยหิน Garnet สีแดงล้ำค่า สัญลักษณ์แห่งพลังและความรัก พร้อมด้วยความเคลื่อนไหวของกังหันที่เปรียบเสมือนพลังแห่งชีวิตหมุนไปสู่ความสำเร็จความเจริญรุ่งเรือง และ The Infinite Journey of Dream Jacket Cover บรรจุแผ่นทอง Gold ingot 0.1 กรัม พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั้งหมด 7 แบบ ที่ NGG Jewellery ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

นางสาวปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด หรือ “NGG JEWELLERY” อาณาจักรเครื่องประดับแท้ของขวัญจากธรรมชาติรวมศาสตร์และศิลป์แห่งเครื่องประดับ เปิดเผยว่าล่าสุด บริษัทได้จับมือกับรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 เปิดตัวสินค้าใหม่  Windmill Dreamers กังหันแห่งความฝัน เอาใจแฟนคลับที่ชื่นชอบรายการ ดาราศิลปิน รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าที่มีดีไซน์สวยและพิเศษไม่เหมือนใคร Windmill Dreamers กังหันแห่งความฝัน สร้อยคอพร้อมจี้รูปกังหันหมุนได้ ประดับด้วยหิน Garnet สีแดงล้ำค่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังและความรัก รวมถึงความเคลื่อนไหวของกังหันเปรียบเสมือนพลังแห่งชีวิตที่หมุนไปสู่ความสำเร็จ

ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด 

เฟสแรกได้เปิดตัวกังหันพร้อมสร้อยคอจี้กังหัน Windmill Dreamers บรรจุในกล่องสวยหรูดีไซน์พิเศษเฉพาะโปรเจคนี้ โดยวางจำหน่ายเพียง 3,990 บาท เท่านั้น และ Jacket Cover แผ่นทอง  Gold ingot 0.1 กรัม ชุด The Infinite Journey of Dream  จะมีการวางจำหน่ายทั้งหมด 7  แบบ ราคา 1,390 บาท  ทั้งนี้ราคานี้ได้รวมแผ่นทอง 0.1 กรัมแล้ว

“ความร่วมมือกับรายการ CHUANG ASIA SEASON 2 ในครั้งนี้คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนคลับทั้งในประเทศ และต่างประเทศเนื่องจาก CHUANG ASIA เป็นหนึ่งในรายการที่ประความสำเร็จเป็นอย่างสูง เป็นรายการไอดอลเซอร์ไววัลเมกะโปรเจกต์ระดับอินเตอร์ ที่ในรอบออดิชันมีผู้สมัครเข้าร่วมรายการกว่า 9,000 คนจากทั่วโลก ในซีซั่นแรก ส่งผลให้รายการครองอันดับหนึ่งคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ของ We TV ในทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลกโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มด้วยสถิติ Social Engagement ที่มากถึง 82 ล้านครั้ง จากการถูกพูดถึงผ่านแฮชแท็กต่างๆ ติดเทรนด์ทั้งในไทย และเทรนด์โลก อีกทั้ง ยังสร้างสถิติยอดผู้ชมรายการในทุกแพลตฟอร์มสูงถึง 2.5 พันล้านวิว ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงความบันเทิงที่มีคุณภาพแห่งเอเชีย

ทั้งนี้ NGG เองภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ใหญ่ในระดับเอเชีย รายการ CHUANG ASIA SEASON 2  จะเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยสร้างการรับรู้ และขยายกลุ่มลูกค้าให้รู้จักแบรนด์ NGG JEWELLERY ครอบคลุมทั่วทั้งตลาดเอเชีย โดยหวังผลเพื่อเป็นการขยายตลาดเอเชีย ทั้งไทย จีน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทย ”ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ กล่าว

นอกจากนี้ เป็นการนำกลยุทธ์การตลาดด้วยพรีเซนเตอร์ที่เป็น Influencer ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งกระจายช่องทางสินค้าครอบคลุม ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศจีนและตลาดเอเชียอื่นๆ การร่วมมือกับ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งมีสื่อประชาสัมพันธ์ครอบคลุมในทุกช่องทางทั้งสื่อในประเทศ และสื่อต่างประเทศ ทำให้โอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งหลังจากการประกาศผลรอบชนะเลิศ ก็จะมีการทำ Exclusive Collection โดยได้รับเกียรติจาก Massimo Zucchi  ดีไซเนอร์ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบกับแบรนด์ระดับโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับผู้ชนะเลิศทั้ง 7 คน ซึ่งสินค้าทุกชิ้นจะใช้พลอยธรรมชาติ สีต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบอีกด้วย

สัมผัสความพิเศษของ Windmill Dreamers กังหันแห่งความฝัน และ Jacket Cover แผ่นทอง  Gold ingot 0.1 กรัม ชุด The Infinite Journey of Dream ได้แล้วที่ NGG Jewellery อาณาจักรเครื่องประดับ ทอง เพชร อัญมณี และนาฬิกา ทุกสาขาทั่วประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสามารถสั่งซื้อ และสอบถามเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทาง LINE OA: @NGG Jewellery และ http://www.nggjewellery.com

LIFE & HEALTH : การดูแลผิวสวย..ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด รับซัมเมอร์นี้

LIFE & HEALTH : การดูแลผิวสวย..ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด รับซัมเมอร์นี้

LIFE & HEALTH : การดูแลผิวสวย..ป้องกันผิวเสียจากแสงแดด รับซัมเมอร์นี้

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

-ในแต่ละวัน ผิวของเราต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะที่เป็นตัวการสำคัญของปัญหาผิว เช่น ริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และโรคผิวหนังต่างๆ โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่แสงแดดรุนแรงและอุณหภูมิสูงขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ผิวถูกทำร้ายได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเราดูแลผิวอย่างถูกวิธีก็สามารถลดผลกระทบและปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี เผยว่า แสงแดดและมลภาวะเป็นปัจจัยที่อาจทำร้ายผิว โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่แสงแดดแรงขึ้น การปกป้องผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผิวของเราประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำ โปรตีน คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูโรนิก แอซิด ซึ่งช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และยืดหยุ่น อย่างไรก็ตามแสงแดด โดยเฉพาะรังสี UVA, UVB และแสงที่มองเห็นได้ มีพลังงานสูง สามารถทำลายโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ส่งผลให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น นอกจากนี้แสงแดดยังทำให้ไฮยาลูโรนิค แอซิดในผิวเสื่อมสภาพ ลดการกักเก็บความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน สูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดริ้วรอยก่อนวัย

การได้รับแสงแดดมากเกินไปโดยไม่มีการป้องกัน อาจนำไปสู่ปัญหาผิว ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและความหย่อนคล้อย เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ ความเสื่อมของคอลลาเจนในชั้นผิว และเมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นจนร่างกายมีการขับ “เหงื่อ” เพื่อระบายความร้อนออกมา เหงื่ออาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังในช่วงหน้าร้อน ซึ่งมีโรคที่พบได้บ่อย คือ

1. ผด เกิดจากความผิดปกติของท่อเหงื่อ เมื่อมีเหงื่อเพิ่มขึ้น หนังขี้ไคลที่บวมอาจทำให้เกิดการอุดตันของท่อเหงื่อ ทำให้เกิดผด ซึ่งมีลักษณะเป็นผื่นแดงเล็กกระจายสม่ำเสมอ หรือบางครั้งจะเป็นเม็ดใส ๆ

2. ผื่นผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา เช่น เกลื้อน และกลาก

-เกลื้อน มีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลาย ๆ วง มีขุยละเอียด สีต่างกัน เช่น สีจางหรือสีขาว แดง  น้ำตาล หรือดำ มักเกิดขึ้นบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ และคอ มักไม่มีอาการคัน พบมากในผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก อยู่ในที่ร้อนมาก ๆ สวมเสื้อผ้ารัดแน่นหรือเสื้อผ้าที่อับชื้น เนื่องจากการเกิดความอับชื้น ทำให้เกิดการติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น
กลาก ผื่นมีลักษณะเป็นวง มีขอบเขตชัดเจน เป็นขุย เริ่มต้นด้วยอาการคันแล้วตามด้วยผื่นแดง ต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อย ๆ และมักจะคันมาก ส่วนใหญ่มักพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า หนังศีรษะ

3. ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดจากบนผิวหนังมีเชื้อแบคทีเรียอยู่ ซึ่งแบคทีเรียจะมีการเปลี่ยนแปลงสารที่อยู่ในเหงื่อ ทำให้มีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น รักแร้และในร่มผ้า

4. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ในช่วงฤดูร้อนผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีโอกาสเกิดมากขึ้น เพราะมีเหงื่อเป็นตัวกระตุ้น สังเกตได้ว่าบริเวณที่เหงื่อออกเยอะ ก็จะมีผื่นเยอะเช่นกัน เช่น ข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา ซอกคอ

5. ผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน ผื่นแดงมีสะเก็ดเป็นมัน ขอบเขตชัดเจน ผื่นชนิดนี้มักอยู่บริเวณร่องข้างจมูก หว่างคิ้ว หน้าหู หลังหู หนังศีรษะ มีโอกาสเกิดได้มากขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดจัด หรือโดนความร้อนมาก ๆ

6. ผิวไหม้แดด มักเกิดขึ้นเมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวไหม้แดดและลอก ผิวจะดำคล้ำขึ้นและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

ผลกระทบจากแสงแดดและภัยจากมลภาวะ รวมถึงโรคจากผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเกิดปัญหาต่างๆ เช่น ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคือง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง สิวอักเสบ  ริ้วรอย จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผิวหนังและโรคผิวหนัง ควรปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันดังนี้คือ ล้างหน้าอย่างอ่อนโยนทุกเช้าและก่อนนอน, ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยปรับสมดุลผิว, บำรุงผิวด้วยครีมหรือเซรั่มที่มีมอยส์เจอไรเซอร์ทั้งเช้าและก่อนนอน, ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป, รับประทานอาหารที่มีวิตามิน E, C, B และสารต้านอนุมูลอิสระ, ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว, หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดหรือชื้นมาก, รักษาความสะอาดของผิวหนังและทำให้แห้งอยู่เสมอ

นอกจากการดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้ว ปัจจุบันยังมีหัตถการที่ช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาพผิวหน้าหลังเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น การผลักวิตามินด้วยการใช้คลื่นเสียง หรือกระแสไฟฟ้า การใช้แสงที่มีความเข้มข้นสูง (Intense Pulsed Light) ในการรักษากระ รอยดำ รอยแดง และสีผิวไม่สม่ำเสมอ รวมถึงการใช้เลเซอร์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

เพราะผิวคือด่านแรกในการปกป้องร่างกาย การดูแลและป้องกันผิวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคผิวหนังและป้องกันผิวจากมลภาวะต่าง ๆ ให้พร้อมเผยผิวสุขภาพดีได้อย่างมั่นใจในทุกฤดูกาล

เทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีไทย ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนา และร่วมกิจกรรมตามประเพณีกับครอบครัว ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดลอยลงแต่ความต้องการใช้โลหิตในการรักษาพยาบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลับสูงขึ้น และมากกว่าช่วงปกติถึงร้อยละ 30 เนื่องจากมีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2567 พบว่า อุบัติเหตุสะสมที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 11 – 14 เมษายน 2567 จำนวน 2,044 ครั้ง บาดเจ็บ 2,060 ราย และเสียชีวิต 287 ราย เป็นที่มาของความต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วนและจำนวนมาก โรงพยาบาลต่างๆ จึงต้องเตรียมแผนการสำรองโลหิต เพื่อให้สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ชวนคนไทยร่วมทำบุญบริจาคโลหิตต้อนรับปีใหม่ไทย ในโครงการ “แล้งนี้ ไม่แล้งน้ำใจ ด้วยการให้โลหิต” ระหว่างวันที่ 8 – 16 เมษายน 2568 เตรียมความพร้อมสำรองโลหิตรับมือหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาดโลหิตประจำที่ (Fixed Station) ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร รับเสื้อยืด “Give Blood Save Life” เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ บริจาคโลหิตในโครงการ ฯ ได้ที่ : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค สาขาบางกะปี สาขางามวงศ์วาน และสาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียมและบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 8 แห่งในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และ คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหานวมินทราธิราช

ผศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ