ระทึก เกาหลีใต้ยิงปืนเตือนทหารเกาหลีเหนือ รุกล้ำข้ามพรมแดน

ระทึก เกาหลีใต้ยิงปืนเตือนทหารเกาหลีเหนือ รุกล้ำข้ามพรมแดน

8 เม.ย. 2568 21:54 น.

ระทึก เกาหลีใต้ยิงปืนเตือนทหารเกาหลีเหนือ รุกล้ำข้ามพรมแดน

ทหารเกาหลีใต้ต้องยิงปืนเตือน หลังทหารเกาหลีเหนือซึ่งบางนายติดอาวุธและใส่ชุดเกราะกันกระสุน รุกล้ำเข้าเขตปลอดทหาร

เมื่อวันอังคารที่ 8 เม.ย. 2568 กองทัพของประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ทหารของพวกเขาต้องยิงปืนเตือน หลังจากทหารเกาหลีเหนือประมาณ 10 นาย เดินข้ามพรมแดนเข้ามาภายในเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งแบ่งแยกเกาหลีทั้งสองออกจากกัน เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

“ทหารของเราดำเนินการกระจายเสียงเตือน และยิงปืนเตือน แล้วทหารเกาหลีเหนือกลุ่มนั้นก็เดินทางกลับขึ้นเหนือไป” คณะเสนาธิการทหารร่วม (JCS) ของเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ และเสริมว่า “ทหารของเราติดตามความเคลื่อนไหวของทหารเกาหลีเหนือกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด และใช้มาตรการต่างๆ ที่จำเป็น”

กองทัพเกาหลีใต้ระบุด้วยว่า ทหารบางนายที่รุกล้ำเข้ามาติดอาวุธและสวมเสื้อเกราะกันกระสุน

อย่างไรก็ตาม สำนักยอนฮัปรายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่กองทัพนายหนึ่งว่า การรุกล้ำเขตแดนนี้อาจเป็นความผิดพลาดขณะที่ทหารเกาหลีเหนือกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ดังกล่าว โดยในปี 2567 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งตอนนั้นกองทัพเกาหลีใต้ก็ระบุว่าอาจเป็นอุบัติเหตุเช่นกัน

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนืออยู่ในจุดต่ำสุดในรอบหลายปี และรัฐบาลเปียงยางมักดำเนินการทดสอบขีปนาวุธ หรือการยั่วยุอื่นๆ ในตอนที่เกิดเหตุการณ์สำคัญในเกาหลีใต้

โดยเหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ตัดสินยืนตามมติรัฐสภา ให้ถอดถอนนาย ยุน ซ็อกยอล ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี โทษฐานประกาศกฎอัยการศึกอย่างไม่ถูกต้อง และให้จัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘19 องค์กรกุ้ง’ยื่นหนังสือถึง‘นายกฯ’ เสนอต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐ

‘19 องค์กรกุ้ง’ยื่นหนังสือถึง‘นายกฯ’ เสนอต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐ

‘19 องค์กรกุ้ง’ยื่นหนังสือถึง‘นายกฯ’ เสนอต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.15 น.

‘19 องค์กรกุ้ง’ยื่นหนังสือถึง‘นายกฯ’ เสนอต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐ

9 เมษายน 2568 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้สมาคมฯในนามของพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้ง 19 องค์กร พร้อมด้วยสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และ 4 บริษัทส่งออก ได้นำข้อเสนอพิจารณาเจรจาต่อรองกลุ่มสินค้าเกษตรไทย-สหรัฐอเมริกา เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นผู้แทนรับที่ทำเนียบรัฐบาล

นายเอกพจน์ กล่าวว่า การเข้ายื่นข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้เป็นแนวทางให้ภาครัฐ ได้มีข้อมูลที่รอบด้าน ครอบคลุมภาคเกษตรทั้งระบบ  โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาล แยกตัวเลขออกเป็น 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมการเกษตร(สินค้าเกษตร) และอุตสาหกรรมการผลิต จะเห็นชัดว่าตัวเลขของอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นรากฐาน และไทยผลิตเองนั้นเกินดุลมาไม่มากประมาณ 80,000 ล้านบาท ซึ่งองค์กรในอุตสาหกรรมกุ้งไทยได้หารือและมีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะขอเสนอให้รัฐบาลไทยเจรจาในส่วนของสินค้าเกษตร โดยใช้เฉพาะการเทียบดุลสินค้าเกษตรเท่านั้น

ทั้งนี้ พันธมิตรฯ สนับสนุนข้อเสนอของสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้มีการยื่นข้อเสนอก่อนหน้านี้ โดยมีใจความสำคัญ คือ 

1. ข้าวโพด เพื่อผลิตอาหารสัตว์ในสัดส่วนที่ขาดแคลนจำนวน  1.5 ล้านตัน เป็นมูลค่า 13,500 ล้านบาท และสามารถเติบโตได้ถึง 4.2 ล้านตัน เป็นมูลค่า 36,000 ล้านบาท  

2. กากถั่วเหลือง โดยขอให้ลดภาษีกากถั่วเหลือง เฉพาะจากสหรัฐฯ จาก 2% เหลือ 0% ตลอดไป จะทำให้ผู้นำเข้าทั้งหมด เปลี่ยนการนำเข้าจากบราซิลเป็นนำเข้าจากสหรัฐฯ  ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มีมูลค่าประมาณ 48,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ให้เกษตรกรกลุ่มปศุสัตว์ และเพาะเลี้ยงได้อีกด้วย 

3. กากข้าวโพด DDGS ซึ่งปัจจุบันมี ภาษีนำเข้า 9% หากรัฐบาลลดเหลือ 0% อาจจะทำให้มีการนำเข้าราว 9,900 ล้านบาท ดังเช่นปี 2561

นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวด้วยว่า  ข้อเสนอให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์ จากสหรัฐฯ  จะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ เพราะเป็นการเปลี่ยนแหล่งนำเข้า และนำเข้าในจำนวนที่ขาดแคลนเท่านั้น  ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้มีโอกาสลดต้นทุน และสินค้ากุ้งไทยที่จะถูกเก็บภาษีจากนโยบายสหรัฐฯ  สำหรับเกษตรกรในประเทศ มีผู้ผลิตอาหารสัตว์ดูแล โดยรับซื้อในราคาที่เหมาะสม     ขณะเดียวกัน ยังจะทำให้การนำเข้าสินค้าในอุตสาหกรรมเกษตรจากสหรัฐฯ ของไทยเพิ่มเป็น 61,500 – 93,900 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศสหรัฐฯได้ 

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ดุลการค้าสหรัฐอเมริกามูลค่ากว่า  1.66 ล้านล้านบาท ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการเพิ่มภาษีการค้าขึ้นอีก 37%  สร้างความกดดัน และหนักใจในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ลงทุนโดยตรง

Bangmod Aesthetic Hospital ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามระดับเอเชีย

Bangmod Aesthetic Hospital ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามระดับเอเชีย

Bangmod Aesthetic Hospital ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามระดับเอเชีย

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.33 น.

โรงพยาบาลบางมด โดย นพ.สุรสิทธิ์ อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบางมดและโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามบางมดเอสเธติค เตรียมชูนวัตกรรมความงามผ่าน โรงพยาบาลด้านความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร Bangmod Aesthetic Hospital ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความงามระดับเอเชีย ภายใต้คอนเซ็ปต์ แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว

นพ.สุรสิทธิ์ อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบางมดและโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามบางมดเอสเธติค ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลบางมด เปิดเผยว่า โรงพยาบาลบางมด ก่อตั้งมาครบ 37 ปี ในปี 2568 นี้ เรามุ่งมั่นในปรับปรุงระบบงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลบางมดเริ่มต้นจากคลินิก และขยายเป็นโพลิคลินิกด้วยประสบการณ์ และชื่อเสียงที่สั่งสมมา จากนั้น ได้ก่อตั้งโรงพยาบาลบางมด เพื่อให้บริการประชาชนทั่วไปในย่านถนนพระราม 2 ด้วยการรักษาที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์ บริการด้วยความใส่ใจ ด้วยความเป็นมืออาชีพที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมส่งมอบความเชี่ยวชาญนี้ผ่านทางโรงพยาบาลด้านความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร Bangmod Aesthetic Hospital

น.พ.สุรสิทธิ์ – น.พ.ธนัญชัย  อัศดามงคล

ด้าน นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เเละ CEO โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามบางมดเอสเธติค กล่าวว่า Bangmod Aesthetic Hospital มีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า “เทคนิคบางมด” เป็นคอนเซ็ปต์การดูแลผู้เข้ารับบริการที่ทำศัลยกรรม คือ แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ โดยอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัย รวดเร็ว ปลอดภัย มีมาตรฐาน ด้วยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแล และบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการ พร้อมกันนี้ Bangmod Aesthetic Hospital มีการพัฒนาเทคนิคใหม่ขึ้นทุกปี เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า โดยยึดหลักความปลอดภัยสูงสุด และยังคงมาตรฐานระดับสากลเน้นการดูแลหลังผ่าตัดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งประสบการณ์กว่า 30 ปี  

“ปี 2568 โรงพยาบาลบางมด เตรียมพร้อมก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลด้านความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ด้วยการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลใหม่ ภายใต้ชื่อ Bangmod Aesthetic Hospital ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับพื้นที่เดิมของโรงพยาบาล ให้บริการที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมความงามแบบครบวงจร เป็นอาคาร 5 ชั้น ตอบโจทย์ 3 บริการหลัก คือ ศัลยกรรมความงาม แผนกผิวหนัง และเวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพ พร้อมกันนี้ทาง Bangmod Aesthetic Hospital ได้มีห้องประชุมที่รองรับได้ 1,000 คน โดยมีแผนในการเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมความงามในระดับนานาชาติ รวมถึงการเป็นโรงพยาบาลที่สอนเรื่องการศัลยกรรมความงามด้วย” นพ.ธนัญชัย กล่าว

นพ.ธนัญชัย เปิดเผยถึงเทรนด์ความงาม 2025 ด้วยว่า จะต้องมี 1. Personalized Analysis การวิเคราะห์ผู้เข้ารับบริการเป็นรายบุคคล โดย Bangmod Aesthetic Hospital จะมีการวิเคราะห์รายบุคคลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การทำศัลยกรรมออกมาดีที่สุด 2.Minimal intensive ลูกค้าต้องทำน้อย แต่ได้รับผลตอบรับที่ดี 3.biotechnology จากสเต็มเซลล์ (stem cell) และสารต่างๆ 4.Beauty and Wellness สวยและมีความสุข สุขภาพดีขึ้นด้วย ซึ่งนอกจากความงามแล้ว Bangmod Aesthetic Hospital เราใส่ใจถึงการบริการที่ดีที่สุด ตั้งแต่การเลือกสรรเพลง เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้เข้ารับบริการภายในโรงพยาบาล ห้องผ่าตัดออกแบบให้แต่ละห้องมีภาพของท้องฟ้า ภูเขา ดอกไม้ ซึ่งแม้ว่าผู้เข้ารับบริการจะเข้ามาเพียง 10 นาทีต้องหลับ แต่ 10 นาทีนั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้ารับบริการรู้สึกสบายใจอย่างที่สุด รวมถึงห้องพักหลังผ่าตัด ได้ออกแบบให้เหมือนโรงแรมหรู เสมือนมาพักผ่อน และกลับบ้านไปพร้อมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 สำหรับศัลยกรรมความงามของ Bangmod Aesthetic Hospital ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ การดึงหน้าด้วยเทคนิคใหม่ Modern Facelift Plus เป็นการดึงหน้าในชั้นลึก ด้วย Triple SMAS technique หรือดึงชั้นลึกใน 3 ขั้นตอน ช่วยให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ คงทนยาวนาน ศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมรองลงมาคือ การเสริมหน้าอกด้วย Modern Breast Plus เทคนิคที่จะช่วยให้ได้หน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ ขนาดพอดี และปรับตามสรีระร่างกายของแต่ละบุคคล ผสานการส่องกล้องช่วยผ่าตัด ทำให้แผลผ่าตัดเล็กลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งในช่วงเปิดโรงพยาบาลใหม่ มีโปรโมชั่นพิเศษ ทุกรายการศัลยกรรมลดแรงสุดในรอบปี สามารถจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2568

ทั้งนี้ Bangmod Aesthetic Hospital ไม่เพียงมุ่งดำเนินธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร แต่ยังตอบแทนสังคมผ่านโครงการ ‘สวยด้วยใจกับโรงพยาบาลบางมด’ โดยทุก ๆ ปีจะมีกองทุนและออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปในชนบทที่ประชาชนไม่เข้าถึงสิทธิการรักษา ให้ได้รับการรักษาฟรี โดยเฉพาะเด็กที่ต้องเผชิญโรคปากแหว่งเพดานโหว่ Bangmod Aesthetic Hospital ก็จะสนับสนุนดูแลการรักษา ผ่าตัดต่อเนื่อง เพื่อให้ใบหน้ากลับมาใกล้เคียงปกติมากที่สุด

ผู้สนใจขอรับคำปรึกษาด้านความงาม โทร. 084-456-7777 , 063-770-0968 , 062-257-5499 Facebook : https://www.facebook.com/Bangmodaesthetichospital,  LINE ID : @bangmod Instagram : bangmodaesthetic , YouTube : http://www.youtube.com/user/bangmodhos

ศิริราช มอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567

ศิริราช มอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567

ศิริราช มอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.56 น.

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประกาศผลพร้อมมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567 โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.นพ.สมุทร จงวิศาล ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท ซึ่งแพทย์ที่ได้รับรางวัล ได้แก่  น.พ.มนตรี หนองคาย แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ น.พ.วรวุฒิ พัฒนโภครัตนา แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2567 ร่วมด้วย ณ ห้องประชุมคณะฯ ตึกอำนวยการ ชั้น 2 รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้ง “รางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เพื่อเชิดชูเกียรติแก่แพทย์ผู้อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ในชนบท ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการรักษาและร่วมพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้เจริญก้าวหน้า เป็นแบบอย่างอันดีแก่บัณฑิตแพทย์ ในการทำประโยชน์สูงสุดแก่สังคมชนบท โดยแพทย์ผู้รับรางวัลจะได้รับเกียรติให้แสดงปาฐกถาอุดม โปษะกฤษณะ เพื่อเป็นเกียรติและอนุสรณ์แด่ ศ.เกียรติคุณ นพ.อุดม โปษะกฤษณะ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็น “ครูแพทย์” ที่เสียสละและอุทิศตน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานของแพทย์ไทยในชนบท แม้ว่าท่านจะครบเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านยังคงถ่ายทอดความรู้ให้กับบัณฑิตแพทย์ด้วยดีเสมอมา  เพื่อเป็นการสืบทอดปณิธาน บรรดาศิษย์และญาติมิตรของท่านได้ร่วมกันบริจาคเงินก่อตั้ง “ทุนศาสตราจารย์นายแพทย์อุดม โปษะกฤษณะ” เพื่อสนับสนุนการจัด “ปาฐกถาอุดม โปษะกฤษณะ” และเป็นรางวัลแก่แพทย์ดีเด่นในชนบทต่อไป

ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล ประธานคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบท กล่าวถึงเกณฑ์การคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทว่า การคัดเลือกแพทย์ดีเด่นในชนบทนั้น มีการพิจารณาคุณสมบัติหลายประการ ประกอบด้วย การให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งเชิงรุกและเชิงรับ การบริหารโรงพยาบาล บริหารบุคคล มนุษยสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอก ความเสียสละ จริยธรรม ความใฝ่รู้ในวิชาการ ความเป็นผู้นำที่ดี และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รวมทั้งระยะเวลาในการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในชนบทติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเสนอชื่อแพทย์ที่ปฏิบัติงานในชนบทจากทั่วประเทศให้คณะกรรมการฯ พิจารณาคัดเลือก พร้อมทั้งลงพื้นที่เยี่ยมชมการปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมพูดคุยกับแพทย์ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่เข้ารับบริการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วนและรอบด้าน

ผศ. นพ.สมุทร จงวิศาล

โดยในครั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาคัดเลือกตามกระบวนการเป็นที่เรียบร้อย และมีมติให้ประกาศผล พร้อมมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567 ในครั้งเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติสูงสุดสำหรับแพทย์ผู้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ชนบท

นพ.มนตรี หนองคาย แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 

จากนั้น ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประกาศผลให้ น.พ.มนตรี หนองคาย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองมะโมง ต.หนองมะโมง อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท และ นพ.วรวุฒิ พัฒนโภครัตนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะพะงัน ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบทของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ประจำปี 2566 และ 2567 ตามลำดับ พร้อมกล่าวประกาศเกียรติคุณว่า “แพทย์ 2 ท่านที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความสามารถ มีความเป็นผู้นำที่น้อมนำหลักคุณธรรมมาใช้เพื่อครองตน ครองคน และครองงาน มีแนวคิดในการพัฒนาและส่งเสริมบริการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนการพัฒนาเครือข่ายสหวิชาชีพ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ตลอดจนยึดมั่นดำเนินงานตามหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิต จากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และรางวัลที่แพทย์ทั้ง 2 ท่านได้รับนั้น ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าและความเสียสละที่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบอันดีแก่แพทย์รุ่นหลัง ในการมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคมและชุมชนต่อไป”

นพ.วรวุฒิ พัฒนโภครัตนา แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2567

ในโอกาสเดียวกันนี้ น.พ.มนตรี หนองคาย และ น.พ.วรวุฒิ พัฒนโภครัตนา ผู้ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2566 และ 2567 แสดงปาฐกถาอุดม โปษะกฤษณะ หัวข้อ “ชีวิตหมอชนบท” และ “เราจะเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ดีที่สุดเพื่อคนเกาะพะงัน” ตามลำดับ ณ ห้องประชุมอวย เกตุสิงห์ อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 3 รพ.ศิริราช อีกด้วย

ในปีนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล มอบโล่เกียรติยศสำหรับแพทย์ดีเด่นในชนบท พร้อมด้วยเงินรางวัลท่านละ 200,000 บาท บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เทอรูโม (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินรางวัลท่านละ 25,000 บาท และ 20,000 บาท ตามลำดับ

‘ชูมณี’ จับมือ’ทัณฑสถานหญิงกลาง’และเค-เน็กซ์ ร่วมลงนาม MOU โครงการ “รีดเรียบร้อย”

'ชูมณี' จับมือ'ทัณฑสถานหญิงกลาง'และเค-เน็กซ์ ร่วมลงนาม MOU โครงการ “รีดเรียบร้อย”

‘ชูมณี’ จับมือ’ทัณฑสถานหญิงกลาง’และเค-เน็กซ์ ร่วมลงนาม MOU โครงการ “รีดเรียบร้อย”

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.42 น.

บริษัท ชูมณี จำกัด ร่วมกับทัณฑสถานหญิงกลาง และบริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการ
“รีดเรียบร้อย” ซึ่งเป็นโครงการฝึกอาชีพด้านการซัก อบ รีด ให้แก่ผู้ต้องขังหญิงในทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การมีอาชีพที่มั่นคงหลังพ้นโทษ ออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างภาคภูมิ ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง

นายกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูมณี จำกัด เปิดเผยว่า “ชูมณี ในฐานะวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ มาจากการมองเห็นปัญหาต่างๆ ในสังคม และพยายามนำธุรกิจไปเป็นหนึ่งแนวทางช่วยแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาให้ผ่อนคลายลงได้ไม่มากก็น้อย เพราะเราเชื่อว่า “ทุกคนมีอัญมณีอยู่ในตัว แค่เราช่วยขัดเกลา เจียระไน มณีเหล่านั้นก็จะสามารถส่องแสงเปล่งประกายได้” สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับทัณฑสถานหญิงกลางในครั้งนี้ เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบโอกาส ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจให้คนที่เคยทำผิดพลาดอย่างผู้ต้องขัง ซึ่งมักเผชิญกับการเลือกปฏิบัติและการตีตรา ทำให้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพน้อย และนำไปสู่การกระทำผิดซ้ำ ชูมณีจึงเข้ามาช่วยสร้างความรู้ให้ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ให้มีทักษะอาชีพด้านซักอบรีด ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวต่อไปได้”

นางสาววลัยลักษณ์ ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง กล่าวว่า
ทัณฑสถานหญิงกลาง ขานรับนโยบายของกระทรวงยุติธรรม ในมุ่งพัฒนาและบูรณาการกระบวนการยุติธรรม โดยมีภารกิจมุ่งเน้นเรื่องการปฏิบัติสำคัญอยู่ 2 ประการ คือ (1)การควบคุมดูแลผู้ต้องขังให้อยู่ในระเบียบวินัย เกิดความสงบเรียบร้อย และ(2)การแก้ไข ฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้กลับตนเป็นคนดี ไม่หันไปกระทำผิดซ้ำอีกหลังได้รับการปลดปล่อย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายอย่างชูมณี และเค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษต่อไป”

สำหรับโครงการ “รีดเรียบร้อย” มีจุดเด่นคือการสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนสำหรับผู้พ้นโทษ โดยการให้ความรู้ผ่านการอบรมหลักสูตร 30 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทำให้ผู้ต้องขังได้ฝึกอาชีพ พัฒนาฝีมือ และมีทักษะด้านการซัก อบ รีด ซึ่งเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะมีผู้ต้องขังเข้าร่วมมากกว่า 30 คน และผู้ที่ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกาศ และมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับ ร้าน ชูมณี & ตั้งต้นดี ซักอบรีด ธุรกิจเพื่อสังคม หลังพ้นโทษ และยังมีโอกาสได้เป็นพนักงานของบริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซักอบแบบหยอดเหรียญอัตโนมัติภายใต้แบรนด์ “Otteri Wash & Dry” อีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัท ชูมณี จำกัด และบริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยังบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังให้กับทัณฑสถานหญิงกลาง ทั้งเตารีดไอน้ำอุตสาหกรรม และโต๊ะรีดผ้าลมดูด เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริง

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “รีดเรียบร้อย” หรือต้องการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการดีๆ เพื่อสังคม ของ ชูมณี และ Otteri wash & dry ได้ทาง Facebook Page: Chumanee และ Otteri wash & dry

มข. แถลงความสำเร็จ“Ugly Veggies Plus” พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ

มข. แถลงความสำเร็จ“Ugly Veggies Plus” พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ

มข. แถลงความสำเร็จ“Ugly Veggies Plus” พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.05 น.

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จของ โครงการวิจัย “Ugly Veggies Plus –การต่อยอดแบบจำลองธุรกิจบนพื้นฐานของเทคโนโลยี การตรวจสอบย้อนกลับและเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ เพื่อการจัดการห่วงโซ่อุปทานการผลิตและการส่งออกของสินค้าอาหารอินทรีย์อย่างยั่งยืน” และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ

รศ.ดร.ภาณินี นฤธาราดลย์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและสังคมแห่งความยั่งยืน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า “โครงการ Ugly Veggies Plus มุ่งแก้ไขปัญหาขยะอาหาร ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของโลกและประเทศไทย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างสูญเปล่า โครงการนี้ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนจากขยะอาหารให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ดินพร้อมปลูก โปรตีนบาร์สุขภาพ และหลอดพลาสติกย่อยสลายได้ ซึ่งช่วยลดปริมาณของเสียและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์ เพื่อให้เป็นเศรฐกิจหมุนเวียนและเป็น Zero Waste อย่างแท้จริง”

รศ.ดร.ภาณินี นฤธาราดลย์

นอกจากนี้ โครงการยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Blockchain Traceability เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบจากขยะอาหาร สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค รวมถึงใช้ Life Cycle Assessment (LCA) และ Carbon Footprint เพื่อประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ และพัฒนากลยุทธ์เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โครงการของเรายังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม โดยสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์นำร่องกว่า 1.33 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี อีกทั้งยังขยายเครือข่ายความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการกว่า 100 ราย ที่นำแบบจำลองของโครงการไปปรับใช้ในเชิงพาณิชย์”

ผลการวิจัยของโครงการ Ugly Veggies Plus แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนาโมเดลธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่สามารถนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ช่วยให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะอาหารที่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การออกแบบระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยเทคโนโลยี Blockchain เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในอุตสาหกรรม การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมผ่าน LCA และ Carbon Footprint ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย เกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อขยายผลแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์

ภายในงานแถลงข่าวมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการ และจัด Business Talk เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปปรับใช้ในระบบการผลิตจริง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก

โครงการ Ugly Veggies Plus จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนต่ำ ที่สามารถต่อยอดไปสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมอาหารอินทรีย์ของประเทศไทยในระยะยาว

MICE Academy Day 2025 ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ไมซ์แห่งอาเซียน

MICE Academy Day 2025 ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ไมซ์แห่งอาเซียน

MICE Academy Day 2025 ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ไมซ์แห่งอาเซียน

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.01 น.

ทีเส็บ จัดงาน MICE Academy Day 2025 ครั้งที่ 7 มุ่งยกระดับพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ เสริมความแข็งแกร่งด้านบุคลากรทางการศึกษาให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เดินหน้าสร้างเครือข่ายไมซ์ระดับภูมิภาค ผลักดันผู้นำไมซ์รุ่นใหม่ให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย

อรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ทีเส็บ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคการศึกษาไมซ์ในภูมิภาค (MICE Academic Cluster) เป็นหนึ่งในพันธกิจของ สสปน. โดยฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ มีภารกิจหลักในการพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมในภูมิภาคในทุกมิติ

อรชร ว่องพรรณงาม

โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา บุคลากรต้นน้ำและผู้ประกอบการของอุตสาหกรรมไมซ์ ผ่านการจัดกิจกรรม MICE Academy Day ที่เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาหลักสูตรไมซ์ เชื่อมโยงการพัฒนาเครือข่ายการศึกษาในภูมิภาค และผู้นำไมซ์รุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลแนวคิดด้านการจัดการ รวมถึงเทคนิคที่เป็นประโยชน์ให้ทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

MICE Academy Day 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาหลักสูตรไมซ์ และเชื่อมโยงเครือข่ายการศึกษาไมซ์ทั่วประเทศ โดยภายในงานประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่กิจกรรมสำหรับผู้บริหารและคณาจารย์จากเครือข่ายภาคการศึกษาไมซ์ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์พากร อัตตนนท์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาร่วมแบ่งปันเทคนิคการสอนให้มีความนน่าสนใจ เข้าถึงและดึงดูดให้ผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากที่สุด กิจกรรม Job Pitching เปิดโอกาสให้เยาวชนไมซ์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้พบกับผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 15 แห่งในอุตสาหกรรมไมซ์ ที่มาแนะนำตำแหน่งงาน พร้อมให้คำปรึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วงการไมซ์อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ของงานคือ การพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับ สมบัษร ถิระสาโรช หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ป้าตือ” จากช่อง “ตือสนิท” ที่จะมาแชร์มุมมองและความคาดหวังต่อคนรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมไมซ์อย่างใกล้ชิด โดยงานนี้มีเยาวชน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

สมบัษร ถิระสาโรช

การจัดกิจกรรม MICE Academy Day สร้างโอกาสและคุณภาพในการจัดการองค์ความรู้ด้านไมซ์ ส่งผลให้บุคลากรที่เข้ามาประกอบอาชีพมีความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ในการทำงาน ที่จะส่งผลถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย โดยการเชื่อมโยงด้านการศึกษาของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาไมซ์ระดับอาเซียน (ASEAN MICE Institute) ที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตอบสนองความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไมซ์ในอนาคตต่อไป        

038

สยามพิวรรธน์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ตลอดเดือนเมษายน 2568

สยามพิวรรธน์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ตลอดเดือนเมษายน 2568

สยามพิวรรธน์ เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ตลอดเดือนเมษายน 2568

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.55 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม  และสยาม          พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย จึงได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา วันที่ 2 เมษายน 2568 ตลอดเดือนเมษายน

กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ย่านราชประสงค์ และพันธมิตร ร่วมตักบาตรถวายเป็น       พระราชกุศล วันที่ 1 เมษายน 2568 ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร

กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าย่านปทุมวัน ย่านราชประสงค์ และพันธมิตรประกอบด้วย กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์, บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), เซ็นทรัลกรุ๊ป, สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานเขตปทุมวัน, โรงพยาบาลตำรวจ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สภากาชาดไทย, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีคณะผู้บริหาร พนักงาน และประชาชน ได้พร้อมใจกันรวมใจภักดิ์ถวายความจงรักภักดี ร่วมตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 71 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ                พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 07.00 น. ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร

สยามพิวรรธน์เชิญร่วมบริจาคโลหิต Blood Hero ภายใต้โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี       เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ                     สยามบรมราชกุมารี” ตลอดปี 2568

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ยังได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า             กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อแสดงความจงรักภักดีอย่างสมพระเกียรติและยิ่งใหญ่ อาทิ กิจกรรมจิตอาสา สยามพิวรรธน์ Blood Hero ภารกิจแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ ตลอดปี 2568ภายใต้โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ขอเชิญชวนประชาชนผู้สนใจร่วมบริจาคโลหิตได้ในวันที่ 26 มิถุนายน, 25 กันยายน และ 24 ธันวาคม ณ Activity Room 1 ชั้น 4 อาคารจอดรถสยาม สำหรับผู้บริจาคโลหิต 2 ครั้ง ภายในปี 2568 จะได้รับพระผงหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อีกด้วย

เชิญร่วมงาน “รอยยิ้มแห่งสยาม : น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” ร่วมช้อปฯ ผลิตภัณฑ์จาก 7 มูลนิธิ และร่วมชมภาพพระฉายาลักษณ์โดยกลุ่มช่างภาพชั้นนำ วันที่ 23-27 เมษายน 2568 ณ Living Hall ชั้น 3 สยามพารากอน

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “รอยยิ้มแห่งสยาม : น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ร่วมกับ 7 มูลนิธิ ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภากาชาดไทย ร้านภูฟ้า ในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิสายใจไทยพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิมหาจักรีสิรินธรเพื่อคณะอักษรศาสตร์ นำผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกอาทิ เสื้อและสินค้าลายภาพฝีพระหัตถ์, งานฝีมือหัตถกรรม, เครื่องแก้ว, ผลิตภัณฑ์ผ้า, งานช่างไม้ และอาหารเป็นต้น มาร่วมจำหน่ายภายในงาน ได้ระหว่างวันที่ 23-27 เมษายน 2568 ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

อีกทั้งภายในงานสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกลุ่มช่างภาพสห+ภาพ ยังร่วมจัดแสดงนิทรรศการ “รอยยิ้มแห่งสยาม : น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” เชิญพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจัดแสดง พร้อมด้วยภาพรอยยิ้มของพสกนิกรไทยที่สะท้อนให้เห็นถึงความปลาบปลื้มใจในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชาวไทยเสมอมา

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ขอเชิญร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส               วันคล้าย วันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ   สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ได้ตลอดเดือนเมษายน 2568

038

‘สุขสยาม’ จัดมหาสงกรานต์ มหาสนุก’ สารพัดความสุข สนุกแบบไทย

‘สุขสยาม’ จัดมหาสงกรานต์ มหาสนุก’ สารพัดความสุข สนุกแบบไทย

‘สุขสยาม’ จัดมหาสงกรานต์ มหาสนุก’ สารพัดความสุข สนุกแบบไทย

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มแล้วสารพัดความสุข สนุกแบบไทย กับงาน “สุขสยาม  มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ภายใต้คอนเซ็ปต์  “สุขสนุก ผ้าขาวม้าไทย” ตั้งแต่วันนี้ – 17 เมษายน 2568 ณ  เมืองสุขสยาม ชั้น G  ไอคอนสยาม 

ไอคอนสยาม และ เมืองสุขสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐ และ เอกชน นำโดย กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,  Water Festival 2025,  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท โรงงานน้ำปลาไทย จำกัด และ บริษัท เนกซ์ สเตป จำกัด จัดงาน “สุขสยาม  มหาสงกรานต์ มหาสนุก”  เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงา และประเพณีดั้งเดิม   รวมถึงผลักดัน Soft Power  อัตลักษณ์ความเป็นไทยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ไม่ว่าจะเป็นประเพณีดั้งเดิม, ความเชื่อทางด้านพระพุทธศาสนา, อาหารไทย ส่งผ่านประสบการณ์สารพัดสุข สนุกแบบไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองสุขสยามในช่วงเทศกาลสงกรานต์  

บรรยากาศการเปิดงาน “สุขสยาม  มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ภายใต้คอนเซ็ปต์  “สุขสนุก ผ้าขาวม้าไทย” ได้รับเกียรติจาก เอิบลาภ ศรีภิรมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานในพิธีกล่าวเปิดงาน  โดยมี บัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม อนนต์ อัตถวิบูลย์ ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ต้อนรับ

สรงน้ำพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร วัดสระเกศ

เมืองสุขสยามได้อัญเชิญ พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร จากวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหารมาประดิษฐานให้ประชาชนได้สรงน้ำในโอกาสครบรอบ 200 ปีแห่งการอัญเชิญพระอัฏฐารสทางน้ำจากวัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย ณ ประตูสุขสุวรรณศาลา ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 17 เม.ย. 68  เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสรงน้ำพระ ขอพรเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทยโดยเฉพาะ

สืบสานประเพณีไทย รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ

สืบสานประเพณีไทยอันงดงาม รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ศิลปินแห่งชาติ โดยเมืองสุขสยามได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ อาทิ ครูปี๊บ คงลายทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พุทธศักราช 2563 และ นายศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นาฏศิลป์) พุทธศักราช 2548  เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ พร้อมทั้งรับคำอวยพรเป็นสิริมงคลของชีวิต ในวันที่ 11 เม.ย.  เวลา 15.00 น. 

สุขสนุก สาดความสุข ในอุโมงค์น้ำ สุขเย็นฉ่ำ

10 – 16 เม.ย. 68 เวลา 12.00 – 20.00 น. ชวนมาร่วมเล่นน้ำ ฉ่ำเย็น ชื่นใจ ภายใต้อุโมงค์น้ำ บริเวณบ่อน้ำภาคกลาง ประกอบ แสง สี เสียง เริงรื่นม่านน้ำตก สนุกสนาน ฟังดนตรีร่วมสมัย รื่นรมย์เพลงสงกรานต์บ้านเรา พร้อมรับของที่ระลึก

สุขเสน่ห์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค

สนุกกับศิลปวัฒนธรรมอันดีงามแบบไทย อาทิ การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์, การแสดงโขนชุดเล็ก, การแสดงมโนราห์ตัวอ่อน, การแสดงเปิงมางคอกสำแดงสด, การแสดงศิลปะมวยไทย   ศรศิลป์ และการละเล่นของไทย  วันนี้ – 17 เม.ย. 68 เวลา 15.00 น. พิเศษ วันที่ 14 เม.ย. เวลา 17.30 น.  ชมขบวนแห่นางสงกรานต์ “ทุงสะเทวี” จัดขบวนตามโบราณประเพณี ได้แก่ ขบวนอัญเชิญเศียรท้าวกบิลพรหม ขบวนนางสงกรานต์ทั้ง 6 ขบวนเครื่องบังศูรย์ บังแทรก พัดโบก และปิดท้ายด้วยขบวนสัตว์มงคลในป่าหิมพานต์ อาทิ กินรี ช้าง

เมืองสุขสยาม ร่วมกับ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดงนิทรรศการการเดินทางของผ้าขาวม้าไทย และการนำผ้าขาวม้าไทยท้องถิ่น ดีไซน์ใหม่ให้เกิดความน่าสนใจในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 เม.ย. บริเวณลานเมือง 5 เฉพาะวันที่ 12 – 15 เม.ย. ร่วมเวิร์คช้อป ในหัวข้อ “ผ้าขาวม้า ผ้าสาระพัน” อาทิ หัตถกรรมทำจากผ้าขาวม้า, ของที่ระลึก,  เพ้นท์กระเป๋าลายผ้าขาวม้า

ฉลองเบิร์ธเดย์ 66 ปี รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

ฉลองเบิร์ธเดย์ 66 ปี รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

ฉลองเบิร์ธเดย์ 66 ปี รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เซเลบริตี้คนดังที่คุ้นหน้าคุ้นตาในวงสังคมเมืองไทย ล่าสุดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 66 โดยมีคุณแม่ คุณหญิงโรส บริบาลรุภัณฑ์  ครอบครัวน้องสาว รมณีย์-มานน เธียรประสิทธิ์ และหลานๆ สุภาดา เธียรประสิทธิ์พร้อมกัลยาณมิตร อาทิ ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, พล.ต.ท. ดร.นรวัฒน์ เจริญรัชภาคย์ ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะฯ, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, ปวีณา หงสกุล, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, พร้อมใจกันมาในธีมสีฟ้า เพื่อร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์อวยพรวันเกิด งานนี้เจ้าภาพงดรับของขวัญแต่เชิญชวนมิตรสหายร่วมทำบุญบริจาคสมทบทุนมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ฯ เป็นงานฉลองวันเกิดที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นและอิ่มเอมใจ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ณ เทวราชธรรมศาลา วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

คณะสงฆ์วัดเทวราชกุญชรฯ เจริญพระพุทธมนต์ 

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เจ้าของวันเกิด พร้อมน้องสาว รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ ถวายภัตตาหารเพลและเครื่องไทยทานแก่พระสงฆ์

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ มีครอบครัวและญาติสนิทมาร่วมอวยพรวันเกิดอบอุ่น นำโดย คุณแม่ คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ธาดา เธียรประสิทธิ์,รมณีย์-มานน-ปณิธยา-สุภาดา เธียรประสิทธิ์

คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ อวยพรวันเกิดลูกสาวคนโต

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ผู้ใหญ่ที่เคารพรักของเจ้าภาพมาร่วมอวยพรวันเกิด

ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี และ ดร.สัณห์จุฑา วิชชาวุธ นายกสโมสรซอนต้ากรุงเทพ 9

อุษา มนต์เสรีนุสรณ์ ร่วมอวยพรและร่วมบุญกับ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ มี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ ร่วมต้อนรับ

เจ้าของวันเกิดกับกัลยาณมิตร สุกัญญา น้อมมาลัย, สวรส เสริมพรวิวัฒน์, ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์, ณฐพรรณ อำไพ และ รศ.ดร.พาลาภ สิงหเสนี

เจ้าภาพต้อนรับ อรรถสิทธิ์ ดำรงรัตน์ นำอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อยและข้าวกล้องเพื่อสุขภาพมาเลี้ยงแขกในงาน

สุทธายล แซ่ลิ้ม, นันทชา สินพัฒนสมบูรณ์, ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี, ลลิสา จงบารมี, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ และ ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร

มยุรี เตยะราชกุล

Sy Wann, อมาวรินทร์ อินทรีย์สุข และ พล.ต.ท. ดร.นรวัฒน์ เจริญรัชภาคย์

ปวีณา หงสกุล ร่วมอวยพรวันเกิด

เสาวนีย์ อักษรานุวัตร และ พัชรา วีรบวรพงศ์

ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์, พอฤทัย ชินวัตร และ วรีย์ลักษณ์ โตสมภาคย์

กมลวัน บุณยัษฐิติ และ ณัฐพัชร รัตนกนกวัฒน์

นาตยา ศรีสุรรณ, ประไพ ประดิษฐ์สุขถาวร และ สุภาดา เธียรประสิทธิ์

ครอบครัว และกัลยาณมิตรร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ สวยพริ้งในวัย 66 ปี