เผยกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผ่องศรี วรนุช 18 เม.ย. 68 ณ วัดไร่ขิง

เผยกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผ่องศรี วรนุช 18 เม.ย. 68 ณ วัดไร่ขิง

6 เม.ย. 2568 18:43 น.

เผยกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผ่องศรี วรนุช 18 เม.ย. 68 ณ วัดไร่ขิง

จากกรณีศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยลูกทุ่ง-ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ. 2535 จากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากรักษาตัวด้วยโรคปอด และเข้าออก รพ. มาตลอด จนกระทั่งน้ำหนักตัวลดลงเหลือไม่ถึง 20 กก. แต่เมื่ออาการดีขึ้นจึงขอออกมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านเมื่อ 4 มี.ค. 2568 ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพัก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา

เผยกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผ่องศรี วรนุช 18 เม.ย. 68 ณ วัดไร่ขิง

ล่าสุดเพจนิตยสาร ดาราภาพยนตร์ ได้เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดพิธีศพ ผ่องศรี วรนุช ซึ่งจะจัดขึ้น ณ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ตามความประสงค์ของผู้ล่วงลับ แต่เนื่องจากทางวัดไร่ขิงฯ มีงานประจำปีจนถึงวันที่ 16 เม.ย. 2568 จึงยังไม่สะดวกที่จะนำร่างของคุณแม่ไปจัดงาน และจะจัดพิธีในวันที่ 18 เม.ย. 2568 

“ทั้งนี้แม่ผ่องได้เคยมีเจตนารมณ์ไว้ว่า ให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดไร่ขิงพระอารามหลวง แต่เนื่องจากช่วงเวลานี้ทางวัดไร่ขิงฯ มีการจัดงานประจำปีอยู่ถึงวันที่ 16 เมษายน จึงยังไม่สะดวกที่จะนำร่างคุณแม่ไป ครอบครัวจึงดำเนินการตามเจตนาของแม่ผ่อง โดยเก็บร่างคุณแม่ผ่องศรีบรรจุโลงเย็นไว้ที่บ้าน รอให้ทางวัดเสร็จงานประจำปีแล้วจึงจัดพิธีฯ

#กำหนดสวดพระอภิธรรม #ศาลาอเนกประสงค์ #วัดไร่ขิงพระอารามหลวง

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2568

เวลา 14.00 น. #พิธีรดน้ำศพ สำหรับครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนสนิททั้งในและนอกวงการบันเทิง รวมถึงประชาชนทั่วไป

เวลา 17.00 น. #พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม”

เผยกำหนดการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ผ่องศรี วรนุช 18 เม.ย. 68 ณ วัดไร่ขิง

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

น้ำหวาน ซาซ่า จากนักร้องสู่อาจารย์มหาวิทยาลัย สุดภูมิใจกับอาชีพใหม่

น้ำหวาน ซาซ่า จากนักร้องสู่อาจารย์มหาวิทยาลัย สุดภูมิใจกับอาชีพใหม่

6 เม.ย. 2568 18:06 น.

น้ำหวาน ซาซ่า จากนักร้องสู่อาจารย์มหาวิทยาลัย สุดภูมิใจกับอาชีพใหม่

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มากความสามารถ สำหรับ น้ำหวาน ฐิติรัศมิ์ เจริญภักดี หรือ น้ำหวาน ซาซ่า ที่หลายคนคุ้นเคยกับการเป็นนักร้องและนักแสดง และยังเป็นครูสอนดำน้ำ ล่าสุดเจ้าตัวเผยข่าวดีกับอีกหนึ่งบทบาทใหม่ในชีวิต คือการเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

น้ำหวาน ซาซ่า จากนักร้องสู่อาจารย์มหาวิทยาลัย สุดภูมิใจกับอาชีพใหม่

โดยในอินสตาแกรม @itsmewaan เจ้าตัวได้โพสต์ภาพตัวเองอยู่ที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (RBAC University) และเขียนแคปชั่น “Call me อาจารย์หวาน ภูมิใจมากที่ได้เป็นอาจารย์ เปิดเทอมนี้เจอกันนะคะนักเรียน #อจว”

งานนี้ทำเอา ใหม่ เจริญปุระ น้าสาวของน้ำหวาน ก็เข้ามาคอมเมนต์เป็นอีโมจิหัวใจและปรบมือ ในขณะที่คนในวงการบันเทิงและแฟนๆ แสดงความคิดเห็น อาทิ ไปเรียนด้วยฮาฟ ไปสอนอะไร, คุณครูขาาาาา, ว้าวดีจังเลยค่า, ได้เป็นอาจารย์ประจำเลยมั้ยค่ะ, วิชาอะไรครับผม, อจว เก่งที่ซู้ดดดด ฯลฯ

น้ำหวาน ซาซ่า จากนักร้องสู่อาจารย์มหาวิทยาลัย สุดภูมิใจกับอาชีพใหม่

ทั้งนี้ น้ำหวาน ซาซ่า สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มหาวิทยาลัยรังสิต และปริญญาโท คณะบัณฑิตวิทยาลัย สาขาการจัดการวัฒนธรรม ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เพจดังเผยร้านไม่รับข้อเสนอจาก ดิว อริสรา ปมสร้อยงู ขอให้จ่ายเต็ม 7 ล้านบาท

เพจดังเผยร้านไม่รับข้อเสนอจาก ดิว อริสรา ปมสร้อยงู ขอให้จ่ายเต็ม 7 ล้านบาท

6 เม.ย. 2568 16:54 น.

เพจดังเผยร้านไม่รับข้อเสนอจาก ดิว อริสรา ปมสร้อยงู ขอให้จ่ายเต็ม 7 ล้านบาท

หลังจากที่เพจบันเทิงดัง เจ๊มอย108 V1 เผยถึงเหตุผลที่นางร้ายสาว ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ ยังไม่กลับมาเมืองไทย เพราะรอเคลียร์เรื่องโรงเรียนของลูกที่ต่างประเทศก่อน และจัดการเรื่องอื่นๆ อีก อาจจะกลับเร็วๆ นี้ ส่วนเรื่องหนี้ตอนนี้เคลียร์เรื่องกระเป๋าแล้ว รอเซ็นรับสภาพหนี้ ส่งคืน เมย์ วาสนา แล้ว เหลือเพียงสร้อยงู BVLGARI ซึ่งมีราคาสูง รอเคลียร์กับคนรับสร้อยอีกที

เพจดังเผยร้านไม่รับข้อเสนอจาก ดิว อริสรา ปมสร้อยงู ขอให้จ่ายเต็ม 7 ล้านบาท
เพจดังเผยร้านไม่รับข้อเสนอจาก ดิว อริสรา ปมสร้อยงู ขอให้จ่ายเต็ม 7 ล้านบาท

ล่าสุดเพจ เจ๊มอย108 V1 ก็โพสต์เผยความคืบหน้าเรื่องสร้อยอีกครั้ง โดยบอกว่า “ความคืบหน้า.. เรื่องสร้อยงู ทางแม่ดิวยื่นข้อเสนอชดใช้เงินก้อนให้ก่อน 2.5 ล้านบาท ที่เหลือจะผ่อนจ่ายเดือนละแสนบาท จนครบ 7 ล้านบาท

แต่ทางร้านไม่โอเค ไม่รับข้อเสนอนั้น ต้องการจำนวนเต็ม 7 ล้านเท่านั้น

ทนายความ บอกว่า.. ตอนนี้ยังไม่มีหมายเรียกหรือหมายจับ ทางที่ดีจึงอยากให้บินกลับมาพูดคุยกันจะดีกว่านะ #อิพิมเมียทนายตั้ม”

โดยมีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้มากมาย อาทิ รับเงินก้อน แต่….. มาผ่อนเป็นเบี้ยหัวแตก น่าเห็นใจอีกฝ่าย ใครเค้าจะยอมมมมมม, เห็นใจทางร้านเลยค่ะแบบนี้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะคะ, ห๊ะ!!!ผ่อนเดือนละ 100,000 กี่ปีจะหมดจ๊ะ, เราว่าขายแบรนด์เนมน่าจะพอ 7 ล้านนะคะ ขายของจ่ายดีกว่าขอผ่อนเค้านะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ป๊อบ ปองกูล เปิดบริการรับจัดบ้านผู้เสียชีวิตฟรี แฟนๆ ชื่นชม-อนุโมทนาบุญ

ป๊อบ ปองกูล เปิดบริการรับจัดบ้านผู้เสียชีวิตฟรี แฟนๆ ชื่นชม-อนุโมทนาบุญ

6 เม.ย. 2568 15:41 น.

ป๊อบ ปองกูล เปิดบริการรับจัดบ้านผู้เสียชีวิตฟรี แฟนๆ ชื่นชม-อนุโมทนาบุญ

เป็นเรื่องราวดีๆ เมื่อนักร้องหนุ่ม ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง สร้างบุญครั้งใหญ่ด้วยการเปิดบริการ “Move to Heaven” รับจัดบ้านผู้เสียชีวิตโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำเอาแฟนๆ ชื่นชมในความใจบุญของนักร้องหนุ่มอย่างมาก

ป๊อบ ปองกูล เปิดบริการรับจัดบ้านผู้เสียชีวิตฟรี แฟนๆ ชื่นชม-อนุโมทนาบุญ

โดยในอินสตาแกรม @pongkool ได้โพสต์ภาพข้อความที่เขียนว่า “บริการ Move to Heaven รับจัดบ้านผู้เสียชีวิต ใครสนใจติดต่อ Line : 0838031036 ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย” พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “บ้านใครมีญาติพี่น้องที่เสียชีวิต แล้วยังไม่ได้ถูกจัดแจงให้เข้าที่ ติดต่อทีม Pongkool24 ได้ครับ ขอเป็นกรุงเทพและปริมณฑลน้า”

โดยหลังจากที่เจ้าตัวโพสต์ไปก็มีคนติดต่อไปขอใช้บริการเรียบร้อยแล้ว และเจ้าตัวก็ได้โพสต์แจ้งข่าวเพิ่มเติมว่า “ได้บ้านเรียบร้อยแล้วนะคร้าบ ขอบคุณมากคร้าบทุกคน”

ท่ามกลางคอมเมนต์จากแฟนๆ ที่ต่างชื่นชมและร่วมอนุโมทนาบุญมากมาย ในขณะที่ ลุลา กันยารัตน์ เพื่อนสนิทของป๊อบ คอมเมนต์ว่า “ไปด้วยได้มั้ย” ก่อนที่ ป๊อบ จะตอบกลับว่า “ขอลองไปทำก่อนนะ กลัวแกจะมาลำบากด้วยกัน ถ้าผ่านไปได้จะมาชวนนะแก” ในขณะที่ ลุลา ก็ตอบกลับว่า “ไม่ลำบากเหรอเพื่อน สบายมาก นี่เป็นคนลำบากอยู่ทุกวันแล้ว”

ป๊อบ ปองกูล เปิดบริการรับจัดบ้านผู้เสียชีวิตฟรี แฟนๆ ชื่นชม-อนุโมทนาบุญ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เกาหลีใต้กำหนดจัดเลือกตั้ง ปธน. คนใหม่ 3 มิ.ย. นี้

เกาหลีใต้กำหนดจัดเลือกตั้ง ปธน. คนใหม่ 3 มิ.ย. นี้

8 เม.ย. 2568 10:12 น.

เกาหลีใต้กำหนดจัดเลือกตั้ง ปธน. คนใหม่ 3 มิ.ย. นี้

รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ หลังจากการปลดอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล พ้นตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ หลังจากการปลดอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล พ้นตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การประกาศดังกล่าวมีขึ้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี 4 วัน หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับรองการถอดถอนนายยุนจากตำแหน่ง เนื่องจากการประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

นายยุนถูกศาลรัฐธรรมนูญปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากละเมิดหน้าที่ราชการด้วยการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม และระดมกำลังทหารเพื่อพยายามหยุดยั้งการดำเนินการของรัฐสภา

เกาหลีใต้เผชิญกับความวุ่นวายทางการเมืองมาหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ยุนสร้างความตกตะลึงด้วยการประกาศกฎอัยการศึก ส่งผลให้รัฐสภาต้องลงมติถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง และนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ซึ่งรักษาการก็ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเช่นกัน ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญได้พลิกคำตัดสินถอดถอนนายฮัน และเขาจะดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง

ภาวะสุญญากาศทางอำนาจในรัฐบาลสูงสุดของเกาหลีใต้ ก่อให้เกาหลีใต้เผชิญอุปสรรคที่จะจัดการกับรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ในช่วงที่สหรัฐฯ ดำเนินนโยบายภาษีตอบโต้ และการเติบโตที่ชะลอตัวของเกาหลีใต้ ที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของเอเชีย

ภายใต้รัฐธรรมนูญ เกาหลีใต้จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วันหลังจากที่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลง รัฐบาลยังกำหนดให้วันที่ 3 มิถุนายน เป็นวันหยุดราชการชั่วคราว

คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติได้เริ่มลงทะเบียนผู้สมัครล่วงหน้าไม่นานหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญปลดยุนเมื่อวันที่ 4 เมษายน โดยผู้สมัครจะต้องลงทะเบียนภายในวันที่ 11 พฤษภาคม และช่วงหาเสียงอย่างเป็นทางการจะเริ่มในวันที่ 12 พฤษภาคม

กฎหมายยังกำหนดให้ข้าราชการที่ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีต้องลาออกอย่างน้อย 30 วันก่อนการเลือกตั้ง โดยกำหนดเส้นตายในวันที่ 4 พฤษภาคม และประธานาธิบดีคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่งทันทีหลังการเลือกตั้งโดยไม่ต้องจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่ใหม่

ทั้งนี้ ในช่วงที่อดีตประธานาธิบดีพัก กึนเฮ ถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 10 มีนาคม 2017 การเลือกตั้งล่วงหน้าก็จัดขึ้นอีกครั้งตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม หรืออีก 60 วันถัดมา.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 4,000 เมตร

ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 4,000 เมตร

8 เม.ย. 2568 09:48 น.

ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 4,000 เมตร

ภูเขาไฟคันลาออน ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นที่สุดแห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์ปะทุเมื่อเช้าวันอังคาร ปล่อยเถ้าถ่านพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 4,000 เมตร

ภูเขาไฟคันลาออน ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเนกรอส ทางตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ ได้เกิดการปะทุครั้งใหญ่ในช่วงเช้าของวันอังคาร โดยพ่นเถ้าถ่านและควันหนาทึบพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 4,000 เมตร หรือประมาณ 2.4 ไมล์

แม้จะยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิดในครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ได้สร้างความกังวลด้านสุขภาพแก่ชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากเถ้าถ่านจากภูเขาไฟได้ตกลงสู่หมู่บ้านใกล้เคียง

ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุพ่นเถ้าถ่านสูงถึง 4,000 เมตร

ขณะนี้ภูเขาไฟคันลาออนได้ถูกยกระดับการเตือนภัยขึ้นเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ โดยระดับ 5 ถือเป็นระดับสูงสุด ซึ่งหมายถึงการระเบิดครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรง

ภูเขาไฟลูกนี้มีความสูง 2,435 เมตร และจัดอยู่ในกลุ่มภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่จำนวน 24 ลูกทั่วประเทศฟิลิปปินส์ โดยก่อนหน้านี้มันเคยปะทุเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงฉุกเฉิน

ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีแนวโน้มเกิดแผ่นดินไหวและการระเบิดของภูเขาไฟบ่อยครั้ง นอกจากนี้ประเทศยังเผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นประมาณ 20 ลูกต่อปี ทำให้ฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติมากที่สุดในโลก.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ภูเขาไฟ

คืนชีพ “ไดร์วูลฟ์” หมาป่าขนสีขาว สัตว์ดึกดำบรรพ์ สูญพันธ์กว่า 10,000 ปี

คืนชีพ "ไดร์วูลฟ์" หมาป่าขนสีขาว สัตว์ดึกดำบรรพ์ สูญพันธ์กว่า 10,000 ปี

8 เม.ย. 2568 09:04 น.

คืนชีพ “ไดร์วูลฟ์” หมาป่าขนสีขาว สัตว์ดึกดำบรรพ์ สูญพันธ์กว่า 10,000 ปี

บริษัท Colossal Biosciences ในสหรัฐฯ ได้ฟื้นคืนชีพ “ไดร์วูลฟ์” (Direwolf) หมาป่าดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

บริษัท Colossal Biosciences ในสหรัฐฯ ได้ฟื้นคืนชีพ “ไดร์วูลฟ์” (Direwolf) หมาป่าดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 10,000 ปีก่อน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยหมาป่าที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม 3 ตัว กำลังเติบโตในสถานที่ปลอดภัยที่ไม่เปิดเผยในสหรัฐฯ 

นักวิจัยจาก Colossal Biosciences รายงานเมื่อวันจันทร์ (7 เม.ย.) ว่าลูกหมาป่าซึ่งมีอายุระหว่าง 3 ถึง 6 เดือน มีขนสีขาว ขากรรไกรเป็นมัด และมีน้ำหนักประมาณ 36 กก. แล้ว โดยมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักถึง 63 กก. เมื่อโตเต็มวัย 

หมาป่าไดร์วูล์ฟซึ่งสูญพันธุ์ไปเมื่อกว่า 10,000 ปีก่อนนั้น มีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าสีเทา ซึ่งเป็นญาติที่ใกล้ชิดที่สุดของพวกมันในปัจจุบันมาก

นักวิทยาศาสตร์อิสระกล่าวว่า ความพยายามล่าสุดนี้ไม่ได้หมายความว่าหมาป่าไดร์วูล์ฟจะกลับมาใช้ชีวิตที่ทุ่งหญ้าในอเมริกาเหนือในเร็วๆ นี้

วินเซนต์ ลินช์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยกล่าวว่า “การจะฟื้นฟูสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง ก็เหมือนกับการนำสายพันธุ์วิวัฒนาการนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างสายพันธุ์นั้นกับสายพันธุ์อื่นที่ไม่มีอยู่จริง และตอนนี้สายพันธุ์นั้นก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง สิ่งที่พวกเขาทำคือใช้การตัดต่อพันธุกรรมเพื่อทำให้หมาป่าสีเทามีลักษณะคล้ายหมาป่าไดร์วูล์ฟอย่างผิวเผิน” 

นักวิทยาศาสตร์ของ Colossal Biosciences ได้เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะเฉพาะที่หมาป่าไดร์วูล์ฟมี โดยการตรวจสอบดีเอ็นเอโบราณจากฟอสซิล นักวิจัยศึกษาฟันหมาป่าไดร์วูล์ฟอายุ 13,000 ปี ที่ขุดพบในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ และชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะอายุ 72,000 ปี ที่พบในรัฐไอดาโฮ ซึ่งทั้งสองชิ้นเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

เบธ ชาปิโร หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ Colossal กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์ได้นำเซลล์เม็ดเลือดจากหมาป่าสีเทาที่ยังมีชีวิต มาผ่านกระบวนการ CRISPR เพื่อดัดแปลงพันธุกรรมใน 20 ครั้ง พวกเขาถ่ายโอนสารพันธุกรรมนั้นไปยังเซลล์ไข่ของสุนัขบ้าน เมื่อพร้อมแล้ว ตัวอ่อนจะถูกถ่ายโอนไปยังสุนัขตัวแทน รวมถึงสุนัขบ้านด้วย และ 62 วันต่อมา ลูกสุนัขที่ดัดแปลงพันธุกรรมก็ถือกำเนิด

โดยเป็นตัวผู้ 2 ตัว เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024 ชื่อ “โรมูลัส” (Romulus) และ “เรมุส” (Remus) พี่น้องฝาแฝดที่เชื่อว่ากันว่าเป็นผู้ก่อตั้งกรุงโรมและถูกเลี้ยงโดยหมาป่า และตัวเมีย 1 ตัว ที่เกิดเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2025 ชื่อ “คาลีซี” (Khaleesi)

ก่อนหน้านี้ Colossal ได้ประกาศโครงการที่คล้ายกันนี้เพื่อดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์จากสปีชีส์ที่มีชีวิตเพื่อสร้างสัตว์ที่คล้ายกับแมมมอธขนฟู นกโดโด และสัตว์อื่นๆ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

แมตต์ เจมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสัตว์ของ Colossal กล่าวว่า แม้ว่าลูกสุนัขอาจมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหมาป่าไดร์วูล์ฟที่ยังเด็ก แต่ “สิ่งที่พวกมันคงไม่มีวันได้เรียนรู้ก็คือการฆ่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่” เพราะพวกมันจะไม่มีโอกาสได้ดูและเรียนรู้จากพ่อแม่หมาป่าไดร์วูล์ฟในป่า 

นอกจากนี้ Colossal ยังรายงานเมื่อวันนี้ด้วยว่าได้โคลนนิ่งหมาป่าแดง 4 ตัว โดยใช้เลือดที่เก็บมาจากสุนัขป่าในประชากรหมาป่าแดงที่ใกล้สูญพันธุ์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ เป้าหมายคือเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้กับประชากรหมาป่าแดงที่มีจำนวนน้อย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังใช้เพื่อเพาะพันธุ์และช่วยเหลือสายพันธุ์นี้

คริสโตเฟอร์ เพรสตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยมอนทานา ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้ กล่าวว่าเทคโนโลยีนี้น่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์สายพันธุ์อื่นๆ ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น เนื่องจากไม่รุกรานสัตว์เท่ากับเทคนิคอื่นๆ ในการโคลนนิ่งสัตว์ แต่เทคโนโลยีนี้ยังต้องใช้ยาสลบหมาป่าเพื่อเจาะเลือด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย

เบน แลมม์ ซีอีโอของบริษัท Colossal กล่าวว่าทีมงานได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยของสหรัฐฯ เมื่อปลายเดือนมีนาคม เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว นายดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชื่นชมโครงการดังกล่าวว่าเป็น “ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นของความมหัศจรรย์ทางวิทยาศาสตร์” แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จากภายนอกจะกล่าวว่าการฟื้นฟูอดีตนั้นมีข้อจำกัดก็ตาม.

ที่มา  AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮือฮา ทารกเกิดจากแม่ซึ่งได้รับการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกในอังกฤษ

ฮือฮา ทารกเกิดจากแม่ซึ่งได้รับการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกในอังกฤษ

8 เม.ย. 2568 08:59 น.

ฮือฮา ทารกเกิดจากแม่ซึ่งได้รับการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกในอังกฤษ

เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้สร้างปาฏิหาริย์ให้แก่ครอบครัวในอังกฤษ เมื่อหญิงสาวที่ได้รับการปลูกถ่ายมดลูก สามารถให้กำเนิดบุตรได้เป็นคนแรกของสหราชอาณาจักร

แม่ของทารกน้อยรายนี้คือ เกรซ เดวิดสัน วัย 36 ปี ซึ่งเกิดมาโดยไม่มีมดลูกที่ทำงานได้ตามปกติ โดยเธอได้รับการปลูกถ่ายมดลูกจากพี่สาวในปี 2023 ซึ่งถือเป็นการปลูกถ่ายมดลูกที่ประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียวในสหราชอาณาจักรในขณะนั้น

สองปีหลังจากการผ่าตัดประสบความสำเร็จ ในที่สุดเกรซก็ได้ให้กำเนิดลูกคนแรกของเธอเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยการผ่าคลอดที่โรงพยาบาลควีนชาร์ล็อตต์ในลอนดอนตะวันตก โดยเธอและสามี แองกัส วัย 37 ปี ตั้งชื่อลูกสาวว่า “เอมี” เพื่อเป็นเกียรติแก่พี่สาวของเกรซ ซึ่งเป็นผู้บริจาคมดลูกให้เธอ และชื่อกลางของเอมีคือ “อิซาเบล” ตามชื่อศัลยแพทย์ที่นำทีมผ่าตัดปลูกถ่ายมดลูก

ฮือฮา ทารกเกิดจากแม่ซึ่งได้รับการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกในอังกฤษ

เกรซเปิดใจว่าการได้อุ้มเอมีครั้งแรก ซึ่งทารกน้อยมีน้ำหนักเพียง 2 กิโลกรัม เป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ และเหนือจริง สำหรับคุณแม่มือใหม่อย่างเธอ เธอกล่าวอีกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ท่วมท้น เพราะเธอและสามีไม่เคยกล้าคิดจินตนาการว่าจะได้มีลูกจริงๆ

เกรซและแองกัสซึ่งอาศัยอยู่ในลอนดอนตอนเหนือแต่เป็นชาวสก็อตแลนด์โดยกำเนิด หวังว่าจะมีลูกคนที่ 2 จากมดลูกที่ปลูกถ่ายนี้ด้วย

ด้านทีมศัลยแพทย์ผู้ทำการปลูกถ่ายอวัยวะเปิดเผยกับ BBC ว่าพวกเขาได้ทำการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตแล้วอีก 3 ราย หลังจากการผ่าตัดของเกรซ และตั้งเป้าจะทำทั้งหมด 15 รายในโครงการทดลองทางคลินิกนี้

ฮือฮา ทารกเกิดจากแม่ซึ่งได้รับการปลูกถ่ายมดลูกคนแรกในอังกฤษ

เกรซเกิดมาพร้อมภาวะที่พบได้น้อยมากเรียกว่าภาวะ Mayer-Rokitansky-Küster-Hauser (MRKH) syndrome ซึ่งหมายความว่าเธอไม่มีมดลูก หรือมีมดลูกที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ แต่มีรังไข่ที่ทำงานได้ตามปกติ

เมื่อ BBC ได้สัมภาษณ์เธอครั้งแรกในปี 2018 เธอยังหวังว่าแม่ของเธอจะสามารถบริจาคมดลูกให้ได้ แต่สุดท้ายไม่สามารถใช้ได้ และในปี 2019 ทีมข่าวได้พบเกรซอีกครั้งขณะที่พี่สาวของเธอ เอมี เพอร์ดี้ กำลังถูกประเมินว่าเหมาะสมจะบริจาคมดลูกหรือไม่ ซึ่งในเวลานั้นเอมีมีลูกแล้วสองคนและไม่ต้องการมีลูกอีก

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ทั้งสองพี่น้องต้องเข้ารับคำปรึกษาทางจิตใจ ขณะที่เกรซและแองกัสก็เข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และยังมีตัวอ่อนแช่แข็งไว้หลายตัว เกรซบอกว่าแม้จะมีทางเลือกทั้งอุ้มบุญหรือรับบุตรบุญธรรม แต่การได้อุ้มท้องลูกเองคือสิ่งที่ “สำคัญมาก” สำหรับเธอ เพราะเธอเชื่อมั่นว่าเธอมีสัญชาตญาณความเป็นแม่ แต่หลายปีมานี้เธอต้องพยายามกดมันไว้เพราะมันเจ็บปวดเกินไป

ทั้งนี้ เด็กคนแรกที่เกิดจากการปลูกถ่ายมดลูกในโลก เกิดขึ้นที่สวีเดนในปี 2014 และตั้งแต่นั้นมีการปลูกถ่ายมดลูกแล้วประมาณ 135 ครั้งในกว่า 12 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย และตุรกี โดยมีทารกที่เกิดจากวิธีนี้แล้วประมาณ 65 คน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปลูกถ่ายอวัยวะ

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก แม้ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนล่าสุด 50%

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก แม้ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนล่าสุด 50%

8 เม.ย. 2568 08:16 น.

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก แม้ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนล่าสุด 50%

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เปิดตลาดในทิศทางขาขึ้น หลังจากร่วงลงเมื่อวานนี้ ขณะที่ประธาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ขึ้นภาษีจีนอีก 50% หากจีนไม่ยุติการขึ้นภาษีตอบโต้

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เปิดตลาดในทิศทางขาขึ้น หลังจากร่วงลงเมื่อวานนี้ โดยดัชนี นิกเกอิ 225 และ Kospi ปรับตัวสูงขึ้นราว 2% ขณะเดียวกัน ดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลียเปิดตลาดในทิศทางขาขึ้นเล็กน้อย ส่วนดัชนี TAIEX ของไต้หวัน เปิดตลาดลดลงประมาณ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากร่วงลงเกือบ 10% เมื่อวานนี้

เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกปรับตัวลดลงลง โดยร่วงลงสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายทศวรรษ ดัชนีนิกเกอิ 225 ปรับตัวลดลง -7.8% ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ (-5.6%) ดัชนีฮั่งเส็ง (-13.2%) ดัชนี Shanghai Composite (-7.3%) และดัชนี ASX 200 ของออสเตรเลีย (-4.2%)

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขาจะไม่พิจารณาที่จะระงับการขึ้นภาษีสินค้าใหม่ เพื่อเปิดทางให้เจรจากับประเทศอื่นๆ ได้ หลังจากมีรายงานว่าสหรัฐฯ จะระงับการขึ้นภาษีเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งทำเนียบขาวได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทันที โดยระบุว่าเป็น “ข่าวปลอม”

เมื่อถูกถามโดยตรงเกี่ยวกับการระงับการขึ้นภาษีที่อาจเกิดขึ้น ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราไม่ได้พิจารณาเรื่องนั้น เรามีประเทศต่างๆ มากมายที่เข้ามาเจรจาข้อตกลงกับเรา และจะมีข้อตกลงที่เป็นธรรม” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงย้ำถึงภัยคุกคามที่จะขึ้นภาษีสินค้าจีนเพิ่มอีก 50% หากจีนไม่ยุติแผนการขึ้นภาษีตอบโต้ภายในวันอังคาร ซึ่งอาจทำให้บริษัทในสหรัฐฯ บางแห่งที่นำสินค้าบางรายการจากจีนเข้าประเทศต้องเสียภาษี 104%

กระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวว่าจะไม่ยอมรับ “การแบล็กเมล์” ของสหรัฐฯ โดยให้คำมั่นว่าจะต่อสู้กับภาษีตอบโต้ “จนถึงที่สุด” กระทรวงฯ เรียกการขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเรียกเก็บภาษีสินค้าที่ผลิตในจีนเพิ่มอีก 50% ว่าเป็น “ความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” กระทรวงฯ ยังเรียกร้องให้ยกเลิกแผนการเก็บภาษีตอบโต้ทั้งหมด และให้แก้ไขความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนผ่านการเจรจา

หนึ่งในอดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ กล่าวสนับสนุนภาษีตอบโต้ โดยปฏิเสธการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังจะเกิดขึ้น และกล่าวว่าสงครามการค้ากับจีน “ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเลวร้าย” นายโทมัส ฟิลิปสัน ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วงรัฐบาลทรัมป์ชุดแรก ยืนกรานอย่างหนักแน่นในนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยกล่าวว่าการพูดถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงนั้นเกินจริง เขากล่าวว่า “ภาษีไม่ได้ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ”

ก่อนหน้านี้ เจพีมอร์แกนได้เพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจจะถดถอยเป็น 40% โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะภาษีตอบโต้ของทรัมป์ นายฟิลิปสันยังกล่าวโจมตีจีนโดยเรียกจีนว่า “ศัตรูทางทหาร” เขากล่าวว่าสงครามการค้าเป็นเรื่องดี เพราะปัจจุบันสหรัฐฯ “กำลังอุดหนุนการสร้างกองทัพหรือลัทธิคอมมิวนิสต์ของจีน”.

ที่มา BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สลด เฮลิคอปเตอร์พยาบาลญี่ปุ่นตกในทะเล ดับ 3 ศพ ช่วยได้ 3 คน

สลด เฮลิคอปเตอร์พยาบาลญี่ปุ่นตกในทะเล ดับ 3 ศพ ช่วยได้ 3 คน

8 เม.ย. 2568 06:20 น.

สลด เฮลิคอปเตอร์พยาบาลญี่ปุ่นตกในทะเล ดับ 3 ศพ ช่วยได้ 3 คน

(ภาพจาก AP / THE 7TH REGIONAL JAPAN COAST GUARD HEADQUARTERS)

เฮลิคอปเตอร์พยาบาลของญี่ปุ่นตกในทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ คนไข้ที่เดินทางไปด้วยไม่รอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางการแพทย์ลำหนึ่ง ซึ่งกำลังพาผู้ป่วย 1 คนไปโรงพยาบาล ตกในทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิต 3 ศพ ขณะที่อีก 3 คนได้รับความช่วยเหลือ

หน่วยยามฝั่งส่งเครื่องบิน 2 ลำกับเรืออีก 3 ลำออกปฏิบัติภารกิจค้นหา และสามารถช่วยเหลือนายฮิโรชิ ฮามาดะ นักบินอายุ 66 ปี, นายคาซุโตะ โนชิทาเกะ ช่างเครื่อง และ น.ส.ซากุระ คุนิทาเกะ พยาบาลหญิงวัย 28 ปี ได้สำเร็จในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ

เฮลิคอปเตอร์พยาบาลจมอยู่ใต้ผิวทะเล (ภาพจาก AP / THE 7TH REGIONAL JAPAN COAST GUARD HEADQUARTERS)
เฮลิคอปเตอร์พยาบาลจมอยู่ใต้ผิวทะเล (ภาพจาก AP / THE 7TH REGIONAL JAPAN COAST GUARD HEADQUARTERS)

พวกเขาถูกพบลอยคออยู่ในทะเลโดยเกาะอุปกรณ์ชูชีพลอยน้ำเอาไว้ ใกล้กับเฮลิคอปเตอร์ที่จมอยู่ใต้ผิวทะเล ทั้ง 3 คนอยู่ในภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำ แต่ยังมีสติ

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงสามารถเก็บกู้ร่างของนายเคอิ อาราคาวะ แพทย์วัย 34 ปี, น.ส.มิตสึกิ โมโตอิชิ คนไข้อายุ 86 ปี และนายคาซุโยชิ โมโตอิชิ วัย 68 ปี ผู้ดูแลคนไข้รายนี้ โดยหัวใจของพวกเขาหยุดเต้น และได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้วในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของสื่อญี่ปุ่น เฮลิคอปเตอร์พยาบาลลำนี้กำลังเดินทางจากสนามบินสึชิมะ ในจังหวัดนางาซากิ ไปยังโรงพยาบาลในเมืองฟุคุโอกะ ก่อนจะตกในทะเล โดยสาเหตุที่ทำเครื่องตกกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday