STYLE Bangkok 2025 จัดเวทีมอบรางวัล ‘ASEAN Furniture Design Award 2025’ ชูศักยภาพงานออกแบบโดยนักศึกษาอาเซียน

STYLE Bangkok 2025 จัดเวทีมอบรางวัล ‘ASEAN Furniture Design Award 2025’ ชูศักยภาพงานออกแบบโดยนักศึกษาอาเซียน

STYLE Bangkok 2025 จัดเวทีมอบรางวัล ‘ASEAN Furniture Design Award 2025’ ชูศักยภาพงานออกแบบโดยนักศึกษาอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.54 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ประกาศรางวัลชนะเลิศการประกวดออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในระดับอาเซียน “ASEAN Furniture Design Award 2025: ESG Renewal Material” วันนี้ (2 เมษายน 2568) บนเวทีใหญ่งานแสดงสินค้า “STYLE Bangkok 2025” ประเดิมเป็นหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของงาน โดย STYLE Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้น 2-6 เมษายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 1-3 ชั้น G

พิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบถ้วยรางวัล  โดยผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานชื่อ “Heritage 60 Stool” โดย “Raihan Syahmi”  นักศึกษา จากสิงคโปร์ และรางวัล Popular Vote จากการโหวตผ่าน Social Media ได้แก่ผลงานจาก “Deya Tsyna Saco” จากประเทศฟิลิปปินส์ ในผลงานชื่อ “Amara Bench”

ASEAN Furniture Design Award 2025 ริเริ่มขึ้นโดย The ASEAN Furniture Industries Council (AFIC) เปิดโอกาสให้นักศึกษาในอาเซียนร่วมส่งผลงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนแนวคิดแห่งความยั่งยืน เข้าประกวด นับเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ไทยได้ร่วมโชว์ศักยภาพในเวทีระดับสากล โดยได้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ผู้ทรงคุณวุฒิจาก Programme Endorsement Forest Certificate (PEFC) สมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย (TIDA) และผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศสมาชิก AFIC ร่วมตัดสิน

โครงการประกวดครั้งนี้ เปิดรับสมัครผลงานต้นแบบจากนิสิตนักศึกษาไทยระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2567 จากนั้นผ่านการจับคู่พัฒนาต้นแบบกับดีไซเนอร์ที่ปรึกษา (Mentors) ได้แก่ คุณดุลยพล ศรีจันทร์ (pdm) คุณกฤษณ์ พุฒพิมพ์ (Dot Design Studio) คุณเดชา อรรจนานันท์ (Thinkk Studio) คุณพิบูลย์ อมรจิรพร ( Plural Designs)   และคุณวรพงศ์ มนูพิพัฒนพงศ์ (Atelier2+) จนได้ชิ้นงานระดับประเทศจำนวน  4 รางวัล ก้าวสู่การประกวดและตัดสินผู้ชนะเลิศในระดับอาเซียน

ผู้ชนะเลิศคือผู้สามารถตอบโจทย์การออกแบบ “Seat for the Future” ภายใต้หัวข้อ “ESG Renewal Material” ในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่เกี่ยวกับการนั่งที่ยั่งยืน โดยใช้วัตถุดิบที่อนุรักษ์โลก ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น การใช้งาน มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถนำไปผลิตและใช้งานได้จริง โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาตัดสินในประเด็นของความยั่งยืนและการดูแลชุมชน ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม นำเสนอต้นแบบได้อย่างชัดเจนสมบูรณ์ มีศักยภาพ ในการผลิตเชิงพาณิชย์และตอบสนองความต้องการของตลาด ตลอดจนมีการออกแบบที่ีความคงทนและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

พบกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทย-นานาชาติกว่า 440 บริษัท และนิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ ที่ STYLE Bangkok 2025 จัดระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติม  ได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

-(016)

คณะสถาปัตย์ฯ สจล. เปิดตัว ‘AAD CREATOR HUB’ เชื่อมโลกการเรียนรู้สู่ภาคธุรกิจจริง

คณะสถาปัตย์ฯ สจล. เปิดตัว ‘AAD CREATOR HUB’ เชื่อมโลกการเรียนรู้สู่ภาคธุรกิจจริง

คณะสถาปัตย์ฯ สจล. เปิดตัว ‘AAD CREATOR HUB’ เชื่อมโลกการเรียนรู้สู่ภาคธุรกิจจริง

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.32 น.

คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัวโครงการ “AAD CREATOR HUB” โดยร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคอุตสาหกรรม ร่วมสร้างสรรค์พื้นที่เรียนรู้ใหม่ที่ให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริงจากโจทย์จริง พร้อมผลักดันแนวคิดการออกแบบที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ Zero Carbon, Circular Economy และเป้าหมาย SDGs

โครงการนี้สะท้อนค่านิยมของคณะฯ ภายใต้แนวคิด “We, the Future Creator” ที่มุ่งเน้นการสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าทดลอง และสามารถสร้างอนาคตด้วยนวัตกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะฯ กล่าวว่า “AAD CREATOR HUB คือพื้นที่ที่นักศึกษาของเราจะได้ออกแบบ ร่วมมือ และสร้างสรรค์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมจริง เป็นการต่อยอดความรู้สู่การปฏิบัติ และเป็นเครื่องมือสำคัญในการหล่อหลอมให้พวกเขาเป็น Future Creator ตัวจริง”

ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำผลงานการออกแบบของนักศึกษาปี 3 ไปใช้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ นอกจากนี้ วัสดุที่ออกแบบยังต้องเน้นความยั่งยืน การรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทั้งวัสดุชีวภาพ (ไบโอ) และวัสดุที่ไม่ใช่ชีวภาพ (นอนไบโอ) เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

โครงการนี้ยังเปิดรับความร่วมมือจากผู้ประกอบการในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตกแต่งภายใน กลุ่มออกแบบ หรือกลุ่มวัสดุที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการสามารถให้โจทย์แก่นักศึกษา หรือให้มหาวิทยาลัยช่วยคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาที่จบออกไปเป็นสถาปนิกในการเลือกใช้วัสดุที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต่อไป

“CREATOR HUB” ถือเป็นโครงการนำร่องที่ให้นักศึกษาได้ทดลองการออกแบบวัสดุที่มีความยั่งยืน และการที่โครงการเริ่มที่คณะสถาปัตยกรรม เพราะงานด้านสถาปัตยกรรมมีซัพพลายเออร์จำนวนมาก มีวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ มีหลากหลายประเภท โครงการนี้จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการออกแบบและพูดคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อปรับปรุงแบบและเรียนรู้จากโจทย์การทำงานจริง โอกาสนี้ ทางคณะสถาปัตยกรรมขอขอบคุณพันธมิตรที่เข้าร่วมในการเปิดตัวโครงการนี้ ทั้งในการบริจาคและร่วมคิด

พันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนโครงการ ได้แก่

ISOWALL – วัสดุผนังกันเสียงและฉนวนความร้อน

SJJ – แผ่นโลหะตกแต่งและวัสดุก่อสร้าง

วัสดุนิยม – วัสดุปูพื้นและผนังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

FAMELINE – วัสดุอลูมิเนียมเพื่ออาคารและสถาปัตยกรรม

4D8 Construction – ผู้สนับสนุนหลักด้านวัสดุก่อสร้างและการออกแบบ

โครงการนี้ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ตรงให้นักศึกษา แต่ยังเชื่อมโยงการเรียนรู้กับอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสในการพัฒนาหลักสูตร การทำวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบสนองตลาดและความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 

ติดตามความเคลื่อนไหวของ สจล. ได้ทาง https://www.kmitl.ac.th   และ https://www.facebook.com/kmitlofficial   หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000

-(016)

MBK เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างชาติ พร้อมจับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

MBK เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างชาติ  พร้อมจับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

MBK เดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างชาติ พร้อมจับมือ TAGTHAi ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยแบบไร้รอยต่อ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.30 น.

ขยายฐานลูกค้าต่างชาติเต็มสูบ รองรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตและนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก สำหรับ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ แหล่งช้อปปิ้งครบวงจรใจกลางกรุงเทพมหานครและเป็น The Best Tourist Destination in Bangkok แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรใหม่ พร้อมสานต่อความร่วมมือพันธมิตรสายการบินและโรงแรม ภายใต้แคมเปญ MBK x Partnership Project 2025 ส่งมอบความประทับใจตลอดทั้งปีด้วยประสบการณ์ล้ำค่า ภายใต้เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย ตอกย้ำจุดหมายปลายทางที่ต้องมาเยือน a must-visit destination

ล่าสุด เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดย นางสาวสรัญญา เจริญศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทน ผู้บริหารศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวบริการ TAGTHAi EASY PAY อีวอลเล็ตโฉมใหม่ สนับสนุนการยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติให้เที่ยวไทยอย่างไร้รอยต่อ ใช้จ่ายปลอดภัย สแกนง่าย จ่ายสะดวก ด้วย Thai QR Payment เป็นครั้งแรกในไทย ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเป็นพันธมิตรและเชิญชวนร้านค้าภายในศูนย์ฯ ร่วมให้บริการ TAGTHAi EASY PAY อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว โดยในเฟสแรกมีร้านค้าที่เข้าร่วมในกลุ่มศูนย์อาหาร กลุ่มบริการขนส่งและรับฝากสัมภาระ ซึ่งปัจจุบันลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติในเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มาจากหลายประเทศทั่วโลก โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ จีน และ สหรัฐอเมริกา โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายสูงสุดของนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT นิยมใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าแฟชันและเครื่องประดับ คลินิกความงาม สินค้ากีฬา ตามลำดับ ส่วนนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มทัวร์ ส่วนใหญ่ใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้าแฟชันและเครื่องประดับ สินค้ากีฬา ของฝากของที่ระลึก คลินิกความงาม ตามลำดับ  

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ยังร่วมกับ TAGTHAi แพลตฟอร์มบริการด้านการท่องเที่ยวไทย ส่งมอบเอกสิทธิ์สุดพิเศษต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ดังนี้

ต่อที่ 1 ต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยวด้วย MBK & TAGTHAi Welcome Gift เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน TAGTHAi รับฟรี!! ยาดมสมุนไพรหอมสดชื่นผ่อนคลายจากการรังสรรค์กลิ่นลิขสิทธิ์พิเศษของเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ซึ่งยาดมเป็น Soft Power ของไทยที่ต่างชาติชื่นชอบ ทั้งซื้อใช้เองและเป็นของฝาก โดยสามารถกดรับสิทธิ์ได้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G โซน A นอกจากนี้ รับฟรี!! ซิมการ์ดนักท่องเที่ยวที่ธนาคารกสิกรไทย ชั้น G เพื่อเชื่อมการท่องเที่ยวประเทศไทยแบบไร้รอยต่อ ซึ่งในแอพพลิเคชัน TAGTHAi เต็มไปด้วยสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

ต่อที่ 2 มอบส่วนลด 25 % จาก AIRPORTELs ผู้ให้บริการฝากและส่งสัมภาระ ชั้น 6 โซน B สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการจากศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ไปยังสนามบิน หรือ โรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ

ต่อที่ 3 รับฟรี MBK Shopping Bag สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวที่มียอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป และ เมื่อรีวิวประสบการณ์ช้อป ชิม ชิล ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ แชร์โมเมนต์สุดประทับใจใน Tripadvisor/Google review รับฟรี!! สติ๊กเกอร์สุดคิ้วท์สำหรับติดกระเป๋าเดินทาง

นอกจากนี้ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือพันธมิตรโรงแรมชั้นนำ ได้แก่ โรงแรมทินิดี เทรนดี้ กรุงเทพ ข้าวสาร, โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ และ โรงแรมดุสิต ดีทู สามย่าน ส่งมอบความประทับใจในการท่องเที่ยวไทยให้กับลูกค้า ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 31 ตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ต่อที่ 1 ต้อนรับลูกค้านักท่องเที่ยวด้วย MBK Welcome Gift เพียงแสดง Passport และ Boarding Pass หรือ E-ticket และ คีย์การ์ดโรงแรม ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น G โซน A รับฟรียาดมกลิ่นสมุนไพรไทยหอมสดชื่น 

ต่อที่ 2 มอบส่วนลด 25 % จาก AIRPORTELs ผู้ให้บริการฝากและส่งสัมภาระ ชั้น 6 โซน B สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการจากศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ไปยังสนามบิน หรือ โรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ

ต่อที่ 3 รับฟรี MBK Shopping Bag สำหรับลูกค้านักท่องเที่ยวที่มียอดใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป และ เมื่อรีวิวประสบการณ์ช้อป ชิม ชิล ที่เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ แชร์โมเมนต์สุดประทับใจใน Tripadvisor/Google review รับฟรี!! สติ๊กเกอร์สุดคิ้วท์สำหรับติดกระเป๋าเดินทาง

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

TDO จับมือ KPMG เปิดหลักสูตร Digital Asset Director เสริมแกร่งผู้นำองค์กร สร้างการเติบโตรับยุคสินทรัพย์ดิจิทัล

TDO จับมือ KPMG เปิดหลักสูตร Digital Asset Director เสริมแกร่งผู้นำองค์กร สร้างการเติบโตรับยุคสินทรัพย์ดิจิทัล

TDO จับมือ KPMG เปิดหลักสูตร Digital Asset Director เสริมแกร่งผู้นำองค์กร สร้างการเติบโตรับยุคสินทรัพย์ดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.23 น.

สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย (เคพีเอ็มจี) ร่วมจัดอบรมหลักสูตร Digital Asset Director Program (DAD) ซึ่งเป็นหลักสูตรความรู้ด้านการบริหารกิจการที่ดีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ โดยตั้งเป้าพัฒนาความรู้ และเสริมศักยภาพด้านสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับผู้บริหารและผู้ประกอบการไทย สร้างมาตรฐานการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล สู่การยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

นายอัฏฐ์ ทองใหญ่ อัศวานันท์ ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) กล่าวว่า “ปัจจุบันสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยสมาคมฯ มีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติงานเดียวกัน พร้อมมุ่งเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการดำเนินงานตามแนวทาง ESG   ผ่านการจัดอบรมให้ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ โดยสมาคมฯ ได้ร่วมมือกับเคพีเอ็มจีซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการ ในการออกแบบหลักสูตร  Digital Asset Director Program (DAD) สำหรับผู้นำองค์กร ที่มีจุดเด่นในการให้ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเปิดกว้างในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่าง ๆ จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถรับมือกับความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน นำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”

ด้าน นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีเอ็มจี ประเทศไทย เมียนมาและลาวเปิดเผยว่า “ปัจจุบันรูปแบบการเงินและการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจึงจำเป็นที่จะต้องมี Growth Mindset เพื่อรับมือกับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย การสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึก ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษี กฎหมาย การบริหารจัดการความเสี่ยง รวมถึงมาตรฐานการรายงานทางการเงินของสินทรัพย์ดิจิทัล จะช่วยให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยข้อมูลจากผลสำรวจ CEO Outlook ล่าสุดของเคพีเอ็มจี ชี้ให้เห็นว่า CEO ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการนำดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจ ซึ่งเทรนด์นี้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการสนับสนุนการทำธุรกรรมดิจิทัลและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เคพีเอ็มจีในฐานะบริษัทที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 140 ประเทศทั่วโลก จึงใช้จุดแข็งด้านความเชี่ยวชาญผสานเครือข่ายจาก TDO ร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล (Governance) ตั้งแต่ระดับผู้นำองค์กรไปจนถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังมีการทำแบบทดสอบ ติดตามและประเมินผล หลังจากการจัดอบรมให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ ตอกย้ำเป้าหมายของสององค์กรที่มีร่วมกันในการต่อยอดเพิ่มศักยภาพ ตั้งแต่ SMEs, Startupsไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่เพื่อช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากล”

หลักสูตร Digital Asset Director Program (DAD) รุ่นที่ 1 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 มีนาคม 2568 มีเนื้อหาสำคัญที่คลอบคลุมการบริหารจัดการที่ดีในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ตั้งแต่การดำเนินงาน การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยง รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารองค์กร ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมและผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้ โดยการจัดอบรมในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้นำในหลากหลายองค์กร ที่มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อต่าง ๆ

หลักสูตร Digital Asset Director Program (DAD) ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทยให้พร้อมรับมือกับยุคสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งสร้างผู้นำที่เข้าใจทั้งโอกาส ความเสี่ยง พร้อมการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยวางแผนต่อยอดความร่วมมือสู่หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ในช่วงกลางปี 2568 นี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน

-(016)

แอ่วเหนือ! สืบสาน ‘สงกรานต์ล้านนา’ สัมผัส ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ’ สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

แอ่วเหนือ! สืบสาน 'สงกรานต์ล้านนา' สัมผัส 'ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ' สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

แอ่วเหนือ! สืบสาน ‘สงกรานต์ล้านนา’ สัมผัส ‘ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ’ สานต่อพลังภูมิปัญญาพื้นถิ่น

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.11 น.

“Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเมืองล้านนาที่เตรียมเนรมิตการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ฉลองวาระครบ10 ปี พร้อมสืบสานทศวรรษแห่งความดีงาม “มรดกภูมิปัญญาไทยทางวัฒนธรรม” ของโลก กับ งานเฟสติวัลแห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” ช้อป ชิม ชมการแสดง การละเล่น และภูมิปัญญาพื้นถิ่นล้านนาหลากหลายสาขาจากสล่ารุ่นครูสู่ยุวชนสล่า สืบสานต่อยอดมรดกวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน เพื่อ “บอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลก”

ที่ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มหาสงกรานต์ มหาสนุก” จากพลังความร่วมมือของหลายภาคส่วน นำโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย /กระทรวงวัฒนธรรม / กองทัพเรือ / กรุงเทพมหานคร / พันธมิตรท่าน้ำ / ชุมชนในพื้นที่การจัดงานทุกภูมิภาค และเครือข่ายทุกภาคส่วน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)ในฐานะหัวเรือใหญ่ที่เป็นผู้ริเริ่มการจัดงาน

โดยจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้นที่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2568 พบกับกิจกรรมมงคลตักบาตรโชติกา และพิธีห่มผ้าพระธาตุ เข้าร่วมพิธีสวดสืบชะตาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต อัญเชิญพระอัฏฐารสขึ้นขบวนแห่และร่วมขบวนไปยังวัดพระสิงห์ กิจกรรมจุดผางประทีปรอบพระธาตุเจดีย์หลวง กราบสักการะมงคล 10 ประการที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร สายบุญสายมูต้องไม่พลาด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ อาทิ กิจกรรมกาดหมั้วครัวฮอม /กาดสล่า กิจกรรมหุ่นกระบอกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนล้านนาและการแสดงจากเยาวชน เป็นต้น และจังหวัดลำพูน จัดที่ตลาดนัดสงกรานต์ ถนนรถแก้ว วันที่ 12 – 13 เมษายน 2568 ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปและกาดมั่ว บริเวณถนนรถแก้ว ชมขบวนของดีเวียงลำพูน ขบวนรณรงค์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในท้องถิ่น ณ ถนนเจริญราษฎร์และถนนอินทยงยศ ตั้งแต่โรงเรียนจักรคำคณาทร ถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ โดยทั้ง 2 จังหวัดได้มีกิจกรรมที่จัดเตรียมให้ผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน งาน “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” การจัดงานยังคงจัดขึ้นพร้อมกันทั้ง 4 ภาค 6 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ได้แก่ ภาคกลาง จัดที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร บนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร,  วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์, ท่ามหาราช,ท่าสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม, ท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน), คลองโอ่งอ่าง-วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร โดยปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังใจกลางเยาวราช “ไชน่าทาวน์ มาร์เก็ต เฉลิมบุรี” ภาคใต้ ที่จังหวัดภูเก็ต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น

มาร่วมสืบสานประเพณี และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของสงกรานต์ล้านนากับเทศกาล “Water Festival 2025 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ครั้งที่ 10 ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2568 และจังหวัดลำพูน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 เมษายน 2568  ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand

-(016)

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนดูแลสุขภาพ เสริมเกราะป้องกัน ด้วยการฉีดวัคซีน ที่คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนดูแลสุขภาพ เสริมเกราะป้องกัน ด้วยการฉีดวัคซีน ที่คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ

พาราไดซ์ พาร์ค ชวนดูแลสุขภาพ เสริมเกราะป้องกัน ด้วยการฉีดวัคซีน ที่คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.07 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ชวนคุณดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่คุณรักต่อเนื่องกับโปรพิเศษ! วัคซีนยอดฮิต ที่คลินิก พรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ @พาราไดซ์ พาร์ค ในราคาสุดคุ้ม ดังนี้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ เพียง 402 บาท/เข็ม วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 13 สายพันธุ์ 2,943 บาท/เข็ม วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 15 สายพันธุ์    3,081 บาท/เข็ม วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ 3,386 บาท/เข็ม วัคซีน RSV สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 8,172 บาท/เข็ม และหญิงตั้งครรภ์ 8,273 บาท/เข็ม วัคซีนไข้เลือดออก 4 สายพันธุ์ 2,403 บาท/เข็ม เสริมเกราะป้องกันสุขภาพ ฉีดก่อน อุ่นใจก่อน! ตั้งแต่วันนี้ –วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 ที่คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ @พาราไดซ์ พาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 น. – 20.00 น. ชั้น 3 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สนใจสอบถาม ปรึกษานัดหมาย ได้ที่ Call Center 0-2201-0640 ถึง 45 ทั้งนี้สถานที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน หากกรณีฉุกเฉินโทร 1669

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 พร้อมติดตามกิจกรรม และโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ http://www.paradisepark.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ Paradise Park อินสตา แกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel        

ไอคอนคราฟต์ ชวนรื่นเริงรับสงกรานต์กับคอลเลกชันพิเศษ ‘ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS’

ไอคอนคราฟต์ ชวนรื่นเริงรับสงกรานต์กับคอลเลกชันพิเศษ 'ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS'

ไอคอนคราฟต์ ชวนรื่นเริงรับสงกรานต์กับคอลเลกชันพิเศษ ‘ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.02 น.

ไอคอนคราฟต์ ชวนรื่นเริงรับสงกรานต์กับแคมเปญ “The Art of Thai Celebration” เติมสีสันเทศกาลไทยด้วยสินค้าภายใต้แคมเปญ ICONCRAFT Co:Create พบกับคอลเลกชันพิเศษ ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS ตลอดเดือนเมษายน 2568 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ แหล่งรวมงานคราฟต์สร้างสรรค์จากช่างฝีมือไทยที่ใหญ่ที่สุด จุดประกายแห่งสีสันต้อนรับสงกรานต์ด้วยแคมเปญ “The Art of Thai Celebration” ยกขบวนผลิตภัณฑ์คราฟต์ภายใต้แคมเปญ  ICONCRAFT Co:Create มาให้เลือกช็อปต้อนรับปีใหม่ไทย พบกับคอลเลกชันพิเศษโดยศิลปินดัง “นักรบ มูลมานัส” พร้อมหลากหลายสินค้าน่าใช้จากช่างฝีมือทั่วประเทศ ที่ยกทัพมาให้ช็อปคลายร้อนอย่างคับคั่ง ระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2568 ที่ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม และเตรียมนำเสนอเสน่ห์งานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ชื่นชมและเลือกซื้อในงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568” ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568 ณ บริเวณท้องสนามหลวง

เข้าสู่เดือนเมษายน นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความสนุกสนานที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันรื่นเริงของเทศกาลประจำหน้าร้อนไทยอย่าง “สงกรานต์” หรือเทศกาลปีใหม่ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติจากยูเนสโก เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับประเพณีอันงดงามและยิ่งใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ไอคอนคราฟต์ หนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความเป็นไทยผ่านงานคราฟต์หลากหลายจากทั่วประเทศ จึงจัดแคมเปญ “The Art of Thai Celebration” นำเสนอผลิตภัณฑ์คราฟต์จากแคมเปญ ICONCRAFT Co:Create พร้อมคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากช่างฝีมือไทยที่เหมาะกับซัมเมอร์นี้มาให้ทุกคนได้เลือกเป็นของขวัญคลายร้อนและเพิ่มความสุขให้กับตัวเองและคนที่รัก ครบครันทั้งสินค้าแฟชั่นสำหรับหน้าร้อน น้ำอบน้ำปรุงสำหรับเทศกาลไทย ของใช้ที่สื่อถึงวัฒนธรรมอันดีงาม รวมถึงของขวัญสำหรับวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุ โดยมีไฮไลต์เป็นคอลเลกชันพิเศษที่ไอคอนคราฟต์ร่วมกับศิลปินไทยชื่อดัง “นักรบ มูลมานัส” สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแคมเปญนี้โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ “นักรบ มูลมานัส” เป็นศิลปินตัดปะหรือคอลลาจ (Collage) ที่โดดเด่นในการผสมผสานประวัติศาสตร์ความเป็นไทยเข้ากับสไตล์ตะวันตกและเรื่องราวร่วมสมัย สร้างสรรค์เป็นศิลปะเซอร์เรียลที่สะท้อนนิยามความเป็นไทยได้อย่างมีเอกลักษณ์ รังสรรค์คอลเลกชันพิเศษ ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ โดยนำบรรยากาศความสดใสของฤดูร้อนและช่วงเวลาแห่งความชุ่มฉ่ำของไทย เชื่อมโยงเข้ากับฤดูใบไม้ผลิในโลกตะวันตกที่งดงามด้วยการผลิบานของดอกไม้นานาพันธุ์ อีกทั้งยังนำเสนอภาพ “ทุงสะเทวี” นางสงกรานต์ประจำปี 2568 ในมุมมองที่แปลกใหม่ โดยนำภาพใบหน้าจากจิตรกรรมยุคเรอเนซองส์ (Renaissance) มาประกอบเข้ากับสัตว์พาหนะที่ตีความใหม่จากครุฑสู่กริฟฟิน (Griffin) สัตว์วิเศษในตำนานตะวันตก ไม่เพียงแค่นั้น ยังสะท้อนความสนุกสนานของเทศกาลผ่านภาพเด็กไทยโบราณและนางรำนายรำที่ร่วมเฉลิมฉลองความงดงามของวัฒนธรรมไทยในมิติร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สามารถใช้ได้ทุกวัน อาทิ เสื้อยืด, เสื้อเชิ้ตฮาวาย, เสื้อ Tank Top, กางเกง, กางเกงขาสั้น, หมวก Bucket, กระเป๋า Tote Bag, กระเป๋าสะพายกันน้ำ และอีกหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้แคมเปญ “The Art of Thai Celebration” ยังรวบรวมสินค้าและแบรนด์คราฟต์ไทยที่เหมาะกับเทศกาลสงกรานต์มาให้เลือกช้อปอีกมากมาย อาทิ น้ำหอมแบรนด์ Siam 1982, แป้งน้ำเย็น Ruen Klin, เครื่องหอม MalaiLux และ Vassa, ขันและถาดเงินเคลือบสี Suchai Craft, พวงมาลัยผ้า Narada และ Vassana, กระเป๋าสาน Bangkok Basket, น้ำปรุงตำรับไทย HIMMAPAN รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่สะท้อนเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ไทย อาทิ ของขวัญของฝากจาก PHUD PHAD, NGAMCRAFT, VSIAM, PAHKAHMAH THAILAND, JINJA, TAITIER, LAMUN, IMPANI ผลิตภัณฑ์บาล์ม ยาดม และเครื่องหอมจาก FEELFIN, CHOUI(ฉุย), BOONE, SAWADEE, INH, EK KA NEK, AREE, HOMHOM, MAHANIYOM AROMA, เจดีย์ไทย, HERBPINESS, AOBAUANHERB, ANONA เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นจาก KH PROJECT, MANEE THAICRAFT, ICONCRAFT x ARTSTORY, HOROSCARF, STORI WARE กระเป๋าสุดคราฟต์จาก FONGNUAN, COCO SUI, BUAKHIAO, BANGKOK BASKET, CHAIPHU, FEEMUE, BANGKOK TALES, BAN KHOK PHAYOM, LAI MAI KRAM, SILPACHEEP ยาหม่องแบรนด์ GOLDSTONE, CHAMAHERBS และผลิตภัณฑ์คลายร้อนจาก SNAKE BRAND

มาเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย เติมสีสันให้สงกรานต์ปีนี้น่าประทับใจกว่าที่เคย ด้วยของขวัญและของใช้สุดคราฟต์มากคุณค่าในแคมเปญ “The Art of Thai Celebration” ได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2568 ณ ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม พิเศษ! สำหรับสมาชิก ONESIAM และลูกค้าต่างชาติ เพียงซื้อสินค้าภายในร้านไอคอนคราฟต์ ครบ 3,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ แลกรับ Tote Bag จากคอลเลกชัน ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS มูลค่า 590 บาท ฟรี! จำนวน 1 ใบ (จำกัด 500 รางวัล / ตลอดรายการ)

นอกจากนี้  เชิญสัมผัสเสน่ห์งานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่บูธ ไอคอนคราฟต์ ในงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2568” บริเวณท้องสนามหลวง โดยไอคอนคราฟต์จะยกขบวนงานคราฟต์น่าใช้จากช่างฝีมือทั่วประเทศ รวมถึงสินค้าในคอลเลกชันพิเศษ ICONCRAFT x NAKROB MOONMANAS ไปให้เลือกชมเลือกซื้ออย่างจุใจ อาทิ แบรนด์ MAMAD ที่สร้างสรรค์คอลเลกชันต้อนรับสงกรานต์ในดีไซน์แสนเก๋, ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าน่าใช้จาก PAHKAHMAH THAILAND และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีบูธของ เมืองสุขสยาม ที่จะสร้างสีสันให้สงกรานต์ปีนี้เป็น มหาสงกรานต์ มหาสนุก ด้วยอาหารไทย ขนมไทย หัตถกรรมไทย และการแต่งกายชุดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขสนุก ผ้าขาวม้าไทย” ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสกับเสน่ห์ของภูมิปัญญาไทย ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2568

ร่วมขับเคลื่อน Soft Power ไทยผ่านเทศกาลสงกรานต์ พร้อมสนับสนุนงานคราฟต์ไทย ดีไซน์ร่วมสมัย กับแคมเปญ “The Art of Thai Celebration” ได้ตลอดเดือนเมษายน 2568 นี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: @ICONCRAFT และ Instagram / TikTok: @ICONCRAFT_TH

เปิดตัว ‘realme 14 5G series’ ชูประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด และฟีเจอร์เอไอจัดเต็ม

เปิดตัว 'realme 14 5G series' ชูประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด และฟีเจอร์เอไอจัดเต็ม

เปิดตัว ‘realme 14 5G series’ ชูประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด และฟีเจอร์เอไอจัดเต็ม

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 11.01 น.

สะเทือนวงการเกมเมอร์! เปิดตัว “realme 14 5G series” เจ้าของฉายา “Performance Dominator” แห่งปี ชูประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด และฟีเจอร์เอไอจัดเต็ม ราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาท รุ่นแรกในโลกที่ใช้ Snapdragon 6 Gen 4 พร้อมระบบชาร์จไว 45W ที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ ติดแบตเตอรี่ Titan Graphite 6000mAh มอบประสบการณเร็วแรงทันใจ โดนใจสายเกมทั่วโลก!

realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดของ Number series ที่แฟน ๆ เรียลมีทั่วโลกต่างรอคอยกับ “realme 14 5G” สมาร์ตโฟนรุ่นแรกในโลกที่ติดตั้งหน่วยประมวลผลตัวแรงอย่าง Snapdragon 6 Gen 4 มอบประสิทธิภาพเหนือขีดจำกัด จนได้รับฉายา “Performance Dominator” แห่งปี พร้อมบอดี้แบบ Mecha Design ที่มีแรงบันดาลใจจากหุ่นยนต์รบ จนเป็นที่จับตามองของเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลก ผลิตด้วยเทคโนโลยีลิโธกราฟีนาโนขั้นสูง (Advanced Nano-lithography Technology) พร้อมโมดุลแฟลชแบบ “Victory Halo” ที่จะเรืองแสงแบบไดนามิกเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการใช้สมาร์ตโฟนของคุณ นอกจากนี้ ยังเปิดตัวรุ่น “realme 14 Pro 5G” ซึ่งใช้ซีพียู Dimensity 7300 และยังเป็นสมาร์ตโฟนที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิได้รุ่นแรกของโลก ตอบโจทย์ทั้งความเร็วแรงเต็มขั้นและการใช้งานแนวไลฟ์สไตล์ที่สวยโดดเด่นในทุกมุมมอง ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมแบตเตอรี่ Titan Graphite 6000mAh และระบบชาร์จเร็วสุดในเซกเมนต์ที่ 45 วัตต์ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงทั้งจอแสดงผล AMOLED 120Hz และฟีเจอร์ AI อีกมากมาย พร้อมเปิดมิติใหม่ของประสบการณ์สมาร์ตโฟนแห่งอนาคตที่แท้จริง

realme 14 5G – ครองแชมป์ Performance Dominator แห่งปี

realme 14 5G ออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพที่เหนือขั้น ติดตั้งขุมพลังซีพียู Snapdragon 6 Gen 4 ที่มีคะแนน AnTuTu สูงถึง 810,000 ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬาอีสปอร์ตระดับมืออาชีพและเกมเมอร์มือสมัครเล่น โดยเป็นหน่วยประมวลผลที่ผลิตบนโครงสร้างระดับ 4nm จึงประหยัดพลังงาน โดยที่ยังมอบประสิทธิภาพขั้นสูง สามารถทำงานเร็วขึ้นกว่าซีพียูรุ่นก่อนถึง 15%

นอกจากนี้ realme 14 5G ยังมากับแบตเตอรี่ Titan Graphite ขนาดความจุ 6000mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่กราไฟต์ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงที่สุดในอุตสาหกรรม และหนาแน่นขึ้นถึง 8% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จที่ดีที่สุดในเซกเมนต์ที่ 45W เพื่อให้เหล่าเกมเมอร์สามารถใช้ดวลฝีมือในเกมการแข่งขันได้ตลอดทั้งวัน พร้อมการรับประกันสุขภาพแบตเตอรี่นานสูงสุด 4 ปี โดยที่สามารถรักษาความจุได้มากกว่า 80% หลังจากการใช้งาน 1400 รอบการชาร์จ เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานที่ยาวนานและคุ้มค่า

realme 14 5G ใช้จอแสดงผลแบบ AMOLED 120Hz ที่ให้มอบสีสันสดใส ตอบโจทย์สายอีสปอร์ตด้วยภาพที่คมชัดสบายตา ช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ผสานการทำงานด้วย AI Performance Engine อัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความเร็วในการเปิดแอปพลิเคชันและการทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อย่างราบรื่น

สำหรับหัวใจสำคัญของเกมมิ่งสมาร์ตโฟนอีกหนึ่งอย่างคือค่า FPS ซึ่งหากค่า FPS สูงนั่นหมายถึงภาพที่แสดงจะมีความลื่นไหลมากขึ้นเช่นกัน โดย ณ ปัจจุบันสมาร์ตโฟนระดับกลางสามารถปรับค่า FPS ได้เพียงแค่ 60 FPS แต่ realme 14 5G ถือเป็นสมาร์ตโฟนที่ปรับเฟรมเรตได้สูงสุดถึง 90Hz แบบลื่นไหล ไม่มีหน่วง (สำหรับเกม Free Fire) เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอที่รวดเร็วแม่นยำและการทำงานที่เสถียรต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับความเป็นสมาร์ตโฟนที่เกมเมอร์เลือกใช้ เรียลมีมุ่งมั่นพัฒนา เพื่อให้สมาร์ตโฟนสามารถปรับค่า FPS ได้สูงถึง 120FPS ในเกมยอดนิยมบางเกมอีกด้วยเช่นกัน

หน้าจอที่ลื่นไหลต้องมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม realme 14 5G มาพร้อมกับ Bionic Cooling System ด้วยพื้นที่ในระบบระบายความร้อนขนาด 6,050 ตารางมิลลิเมตรซึ่งใหญ่ที่สุดในกลุ่ม และ HyperTherm Graphite ที่ครอบคลุมพื้นที่ความร้อนหลัก จะช่วยลดอุณหภูมิของ CPU ลงได้ถึง 20 องศาเซลเซียส ช่วยให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพที่เสถียรอย่างมาก มั่นใจในการเล่นเกมที่ราบรื่นแม้ในเกมที่มีกราฟิกหนัก

realme 14 Pro 5G –ทลายขีดจำกัดสมาร์ตโฟน Mid-rage สู่สเปกระดับเรือธง

สัมผัสสมาร์ตโฟนเปลี่ยนสีได้เป็นรุ่นแรกของโลก โดย realme 14 Pro 5G คือหนึ่งในตัวแทนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญทั้งในด้านการออกแบบ การถ่ายภาพ และประสิทธิภาพการทำงานทุกมิติ

realme ร่วมมือกับ Valeur Designers นำเสนอการออกแบบ “Unique Pearl Design” ใน 14 Pro 5G โดยใช้เม็ดสีเทอร์โมโครมิกขั้นสูงทำให้ฝาหลังเปลี่ยนสีจากสีขาวมุกเป็นสีฟ้าสดใสในระดับอุณหภูมิต่ำ ซึ่งชวนให้นึกถึงสัตว์น้ำในท้องทะเลลึก โดยยังนำเสนอสี Suede Grey ที่สวยหรูหราด้วยวัสดุหนังวีแกน

ในด้านประสิทธิภาพ realme 14 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วย MediaTek Dimensity 7300 ใช้แบตเตอรี่ Titan Graphite 6,000mAh ชาร์ตไว 45 วัตต์ สามารถเล่นเกมได้นานถึง 10 ชั่วโมงและเล่นวิดีโอ 17 ชั่วโมงต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว ระบบระบายความร้อน 3D VC Cooling System ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม

realme 14 Pro 5G ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีกล้องรุ่นใหม่ที่ใช้เลนส์เพอริสโคปในการถ่ายภาพเทเลโฟโต้ มาพร้อมฟีเจอร์ AI Ultra Clarity 2.0 ซึ่งขับเคลื่อนด้วย NEXT AI มอบคุณภาพภาพถ่ายที่สวยสดใสสไตล์ AI Super-resolution ระดับเรือธง บริเวณโมดูลกล้องยังติดตั้ง MagicGlow Triple Flash ตัวแรกของโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพบุคคลในเวลากลางคืนได้อย่างสวยงาม โดยเปลี่ยนไฟแฟลชให้กลายเป็นการจัดไฟระดับมืออาชีพ

realme 14 Pro 5G ยังมอบคุณสมบัติความทนทานเป็นเยี่ยม โดยผ่านการรับรองมาตรฐาน TÜV Rheinland Rugged Smartphone ด้วยระดับ IP69/IP68 สามารถกันน้ำกันฝุ่น ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพใต้น้ำได้อย่างมั่นใจ

ราคาและการจำหน่าย

•             realme 14 5G – นำเสนอโทนสี Mecha Silver, Storm Titanium และ Warrior Pink

o             รุ่นความจุ 12+256GB ราคา 11,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน และสามารถเป็นเจ้าของได้พร้อมกันในวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย BaNANA, BKK, Kingkong, IT City, CSC, TG, Jaymart, Maxlink, Stamp และ Advice, ช่องทางโอเปอร์เรเตอร์ AIS, True และ Dtac, ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop และ realme BrandShop ทั่วประเทศ

o             รุ่นความจุ 12+512GB ในราคา 13,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม – 3 เมษายน พิเศษ! ในช่วง Pre-Order สามารถเป็นเจ้าของได้ผ่านช่องทาง Shopee เท่านั้น และสามารถเป็นเจ้าของได้พร้อมกันในวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย BaNANA, BKK, Kingkong, IT City, CSC, TG, Jaymart, Maxlink, Stamp และ Advice, ช่องทางโอเปอร์เรเตอร์ AIS, True และ Dtac , ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop (สำหรับช่องทาง Lazada และ Tiktok Shop จำหน่ายวันแรกในวันที่ 12 เมษายน) และ realme BrandShop ทั่วประเทศ

o             ช่องทางการสั่งซื้อผ่านทาง Shopee : https://bit.ly/43Z6QgO

•             realme 14 Pro 5G – นำเสนอโทนสี Pearl White และ Suede Grey ในรุ่นความจุ 12+512GB ในราคา 14,999 บาท สามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมถึง 3 เมษายนและเป็นเจ้าของได้พร้อมกันวันที่ 4 เมษายนผ่านช่องตัวแทนจำหน่าย COM7 และ realme Brand Shop ทั่วประเทศ

เปิดศักราชใหม่แห่งวงการเกม สู่การเป็นเกมมิ่งสมาร์ตโฟนชั้นนำ

ในปี 2568 นี้ realme มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนชั้นนำ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ การออกแบบที่โดดเด่น และการเข้าใจในคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น โดยมีแผนความร่วมมือกับนักกีฬาอีสปอร์ตชื่อดังและบริษัทเกมชั้นนำหลายแห่งเพื่อร่วมบุกเบิกการเล่นเกมยุคใหม่ ทั้งนี้ realme จึงจับมือกับทีมอีสปอร์ตชื่อดัง Bacon Time ในการขึ้นแท่นเป็น realme Official Gaming Ambassador อย่างเป็นทางการและยังเป็นตัวแทนเกมเมอร์รุ่นใหม่ที่สอดรับกับกลยุทธ์ล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่า realme 14 Series 5G จะเป็นสมาร์ตโฟนที่เหล่าเกมเมอร์เลือกใช้อย่างแท้จริง

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ เรียลมียังประกาศการจับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับเกมชั้นนำระดับโลกอย่าง Free Fire โดยการจับมือครั้งนี้จะส่งมอบประสบการณ์เกมมิ่งที่ดีที่สุดผ่านสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “realme 14 Series 5G” ซึ่งมาพร้อมกับนวัตกรรมและฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมไปอีกขั้น นับว่า “Free Fire” ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมมือถือที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ realme 14 Series 5G กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่พร้อมรองรับการแข่งขันในระดับมืออาชีพ พร้อมทั้งมอบประสบการณ์เกมมิ่งที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ การดีไซน์ และฟีเจอร์ที่ทันสมัย

เปิดสมรภูมิเดือด! เหล่าเกมเมอร์เตรียมตัวลุยใน realme 14 Series 5G realme CUP 2025

เรียลมีเปิดสมรภูมิเดือด จัดแข่ง realme 14 Series 5G realme CUP 2025 เปิดพื้นที่ให้เหล่าเกมเมอร์ได้ประลองฝีมือการเล่นเกม Free Fire กันทั่วประเทศ โดยเปิดสนามแรกในวันที่ 19 เมษายน ณ realme Brandshop เซนทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ , วันที่ 26 เมษายน ณ realme Brandshop เซนทรัลขอนแก่น, วันที่ 3 พฤษภาคม ณ realme Brandshop เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแคและวันที่ 10 พฤษภาคม ณ realme Brandshop เซนทรัล หาดใหญ่ โดยผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับเงินรางวัลและ realme 14 5G 1 เครื่อง โดยการแข่งขันในครั้งนี้เพื่อตอกย้ำถึงกลยุทธ์กับการบุกตลาดเกมอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเดินหน้าตามสโลแกน Make it real มอบโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าแสดงออกถึงฝีมือการเล่นเกม และทำตามความฝันสู่การเป็นเกมเมอร์ตัวจริงผ่าน realme 14 5G

realme Buds T200 Lite – มอบ Al Deep ANC รุ่นใหม่พร้อมใช้ได้นานสูงสุด 48 ชั่วโมง

realme Buds T200 Lite ชุดหูฟังบลูทูธที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนการโทรด้วยไมโครโฟนคู่ Al Deep รุ่นใหม่ ทำงานด้วยอัลกอริธึม DNN AI ช่วยแยกเสียงมนุษย์ออกจากเสียงรบกวน พร้อมเทคโนโลยี Beamforming ช่วยกรองเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม โดยติดตั้งไมโครโฟน 2 ตัวให้ทำงานพร้อมกัน ช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับประสบการณ์การโทรที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ แม้ในสถานีที่พลุกพล่านหรือในออฟฟิศที่มีเสียงดังรบกวนสูง

ในส่วนของคุณภาพเสียง realme Buds T200 Lite ใช้ไดรเวอร์เบสไดนามิกขนาดใหญ่ 12.4 มม. มอบแรงขับเสียงที่ทรงพลังถึง 102dB ช่วยให้เสียงเบสที่ชัดเจนและทุ้มลึกมากขึ้น เพิ่มความดื่มด่ำทั้งในการฟังเพลงหรือเล่นเกมโปรดยิ่งกว่าเดิม โดยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.4 จึงมอบความเสถียรในการเชื่อมต่อ โดยมีความหน่วงสัญญาณต่ำมากเพียง 88 มิลลิวินาที ผู้ใช้จึงแทบไม่รู้สึกถึงความล่าช้าระหว่างเสียงและภาพ ช่วยให้มั่นใจได้ในการใช้งานแบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะความแม่นยำในการเล่นเกม

realme Buds T200 Lite ให้แบตเตอรี่ที่ทนทานที่สุดในกลุ่ม โดยตัวหูฟังเมื่อชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะสามารถคุยโทรศัพท์ได้ 4.5 ชั่วโมง หรือเล่นเพลงได้ 7 ชั่วโมงติดต่อกัน และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จก็จะใช้งานได้ยาวนานรวมถึง 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังคงรักษาระดับความจุได้ดีแม้จะผ่านรอบการชาร์จถึง 500 รอบ

realme Buds T200 Lite นำเสนอในสี Aurora Purple, Storm Grey และ Volt Black ในราคาเพียง 999 บาท ช่องทางตัวแทนจำหน่าย Com7, IT City, Jaymart, TG, Stamp, Maxlink และ Advice ช่องทาง Online อาทิ Shopee , Lazada และ Tiktok Shop และ realme BrandShop ทั่วประเทศ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านสื่อของ realme Thailand ในทุกช่องทาง:

Facebook: (https://www.facebook.com/realmeTH)

Instagram: (https://www.instagram.com/realme_thailand)

Tiktok: (https://www.tiktok.com/@realme_thailand)

Twitter: (https://twitter.com/

-(016)

เอปสันเดินหน้าสนับสนุน LPGA ต่อเนื่อง มุ่งสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในวงการกอล์ฟหญิง

เอปสันเดินหน้าสนับสนุน LPGA ต่อเนื่อง มุ่งสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในวงการกอล์ฟหญิง

เอปสันเดินหน้าสนับสนุน LPGA ต่อเนื่อง มุ่งสร้างโอกาสและความเท่าเทียมในวงการกอล์ฟหญิง

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.59 น.

บริษัท ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์ของโลก ยังคงร่วมมือกับสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี หรือ LPGA ในการแข่งทัวร์นาเมนต์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งที่ 18 ที่สนามสยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส ในฐานะ Global Partner เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน การสนับสนุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของเอปสันในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความยั่งยืน ผ่านกีฬา โดยบริษัทฯ เชื่อว่าการเป็นพันธมิตรกับ LPGA จะช่วยมอบโอกาสให้นักกอล์ฟหญิงที่มีศักยภาพได้ไล่ตามความฝันและก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก พร้อมทั้งช่วยพัฒนาวงการกอล์ฟหญิงให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เอปสันยังให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ของเอปสันในการปฏิบัติงาน รวมถึงนำ เสนอประสบการณ์ซ้อมวงสวิงแบบเสมือนจริง ให้กับผู้เข้าชมการแข่งขันด้วย Golf Simulator Experience โดยเอปสันได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ Trackman ผู้เชี่ยวชาญด้าน Golf Simulator นำเสนอประสบการณ์

ซ้อมวงสวิงแบบเสมือนจริงให้กับผู้เข้าชมการแข่งขัน โดยฉายผ่าน Epson Laser Projector รุ่น EB-L630SU ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 3LCD ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส และสร้างบรรยากาศสนามกอล์ฟเสมือนจริง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยของเอปสัน ผู้เข้าชมสามารถทดลองออกรอบและฝึกซ้อมได้อย่างสมจริงใกล้เคียงกับการแข่งขันจริงมากที่สุด 

-(016)

เสนา ดึง ฮันคิว ฮันชิน ผู้เชี่ยวชาญความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหว เดินหน้า 3 มาตรการช่วยเหลือ สร้างความเชื่อมั่นลูกบ้านปลอดภัย

เสนา ดึง ฮันคิว ฮันชิน ผู้เชี่ยวชาญความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหว เดินหน้า 3 มาตรการช่วยเหลือ สร้างความเชื่อมั่นลูกบ้านปลอดภัย

เสนา ดึง ฮันคิว ฮันชิน ผู้เชี่ยวชาญความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหว เดินหน้า 3 มาตรการช่วยเหลือ สร้างความเชื่อมั่นลูกบ้านปลอดภัย

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.59 น.

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ผนึกกำลังพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ เพื่อยกระดับมาตรการช่วยเหลือลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมดำเนินแผนปฏิบัติการเชิงรุก 3 ระยะ ได้แก่ “การตรวจสอบและสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจ – การแก้ไขและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน – การเตรียมความพร้อมระยะยาวเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย” เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติและสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านทุกโครงการของเสนา

ดร.ยุ้ย – เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนายึดมั่นในการพัฒนาโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดในทุกโครงการมาโดยตลอด โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบอาคารให้สามารถรองรับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างให้สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนที่สูงเกินมาตรฐานสากล รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งในการรับมือกับภัยพิบัติประเภทอื่น ๆ ได้ดียิ่งขึ้น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดทีมวิศวกรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารสูงทุกโครงการอย่างเร่งด่วน โดยกระบวนการตรวจสอบแล้วเสร็จภายในเวลา 23.00 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งเสนาให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของลูกบ้านทุกโครงการ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูโครงการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เสนาได้นำแนวทางการรับมือภัยพิบัติตามแนวคิด Geo fit+ ของบริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรของเสนา มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้การรับมือครั้งนี้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแผนดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 เฟส ดังนี้

1. การตรวจสอบและสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจ

– ทีมผู้บริหารและวิศวกรของเสนา ลงพื้นที่ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตพิเศษ (Licensed Experts) เพื่อตรวจสอบโครงสร้างอาคารและประเมินความปลอดภัยของโครงการ

– เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งข้อมูลอัปเดตผ่าน Social Media, Website และ Line OA เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว

– เปิดช่องทาง Hotline และ Line OA เพื่อให้ลูกบ้านสามารถแจ้งปัญหาฉุกเฉินได้อย่างสะดวกและทันที

2. การแก้ไขและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน

– ทีมนิติบุคคลจากเซ็นเอกซ์ (SenX Property Management) พร้อมให้ความช่วยเหลือลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่มีทรัพย์สินเสียหาย โดยดำเนินการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและทั่วถึง

– ดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงการ โดยตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียด และร่วมมือกับพันธมิตรของเสนา เช่น ผู้รับเหมาและบริษัทประกัน เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

3. การเตรียมความพร้อมระยะยาวเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย 

– ตรวจสอบและพัฒนาการออกแบบโครงการให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนและภัยพิบัติได้สูงเกินระดับมาตรฐานสากลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของอาคารและความปลอดภัยของลูกบ้านในระยะยาว

– ปรับปรุงระบบบริหารจัดการภายใน (Workflow) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินและเพิ่มขีดความสามารถในการให้ความช่วยเหลือลูกบ้าน

– สนับสนุนการจัดอบรมด้านการรับมือภัยพิบัติ ให้กับลูกบ้าน ชุมชน และพนักงานของเสนา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ เสนายังให้การสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชนโดยรอบ โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงให้ความรู้ด้านการรับมือภัยพิบัติผ่านกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของทุกภาคส่วนและสร้างความมั่นใจให้กับลูกบ้านและสังคม เสนายังคงยืนหยัดในการให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของลูกบ้าน และเพื่อให้ทุกท่านมั่นใจในการอยู่อาศัยภายใต้การดูแลของเรา