ททท. เปิดม่าน ‘Maha Songkran World Water Festival 2025’ จุดกระแสสงกรานต์ไทยให้โลกจดจำ

ททท. เปิดม่าน 'Maha Songkran World Water Festival 2025' จุดกระแสสงกรานต์ไทยให้โลกจดจำ

ททท. เปิดม่าน ‘Maha Songkran World Water Festival 2025’ จุดกระแสสงกรานต์ไทยให้โลกจดจำ

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.59 น.

ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย! กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดย ททท. เปิดม่าน Maha Songkran World Water Festival 2025 จุดกระแสสงกรานต์ไทยให้โลกจดจำ เพื่อเป็น Grand Festivity ชู Soft Power ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก คาดรายได้ทะลุ 26,500 ล้านบาท

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จัดแถลงข่าวเปิดตัว Maha Songkran World Water Festival 2025 และกิจกรรม “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” อย่างเป็นทางการ ณ อาคาร ททท. โดยได้รับเกียรติจาก นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมผู้บริหาร หน่วยงานพันธมิตร และสื่อมวลชนร่วมแถลงพร้อมประกาศยกระดับ “สงกรานต์ไทย” สู่เวทีระดับโลก

เทศกาลมหาสงกรานต์ปีนี้ ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองประเพณีดั้งเดิม แต่ยังเป็นการผสาน Soft Power เอกลักษณ์ “เสน่ห์ไทย” เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการ Thailand Summer Festival กับกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2568 และทั่วประเทศตลอดเดือนเมษายน

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด:

 • ขบวนพาเหรด Soft Power สุดตระการตา 8 ขบวน

 • ลานเล่นน้ำสุดมันส์พร้อมโชว์น้ำพุ-ดนตรี

 • โซนมหรสพงานวัดไทยย้อนยุค หนังกลางแปลง เจดีย์ทราย กิจกรรมสรงน้ำพระ ชิงช้าสวรรค์ ฯลฯ

 • คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง อาทิ Bodyslam, Polycat, Joey Boy, The Toys ฯลฯ

 • โซนอาหาร สินค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และสุดยอดของดี 5 ภาค มากกว่า 100 บูธ

 • กิจกรรม CGYOUเทิร์น การบริหารจัดการขยะพลาสติกในบริงาน

 • มาตรการดูแลความปลอดภัยด้วยแอปฯ Thailand Tourist Police (SOS/GPS/แปล 8 ภาษา)

สำหรับในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวยังสามารถดื่มด่ำกับอัตลักษณ์สงกรานต์ของแต่ละท้องถิ่น กับ งานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ที่จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ และภาคเอกชน  ตลอดทั้งเดือน อาทิ ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 7-16 เมษายน 2568 จังหวัดเชียงใหม่  งานสลุงหลวงกลองใหญ่ ปีใหม่เมืองนครลำปาง วันที่ 8-14 เมษายน 2568  ณ สนามหน้าพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ประจำปี 2568 วันที่ 8-15 เมษายน 2568 บริเวณถนนข้าวเหนียว และริมบึงแก่นนคร มหาสงกรานต์อีสานหนองคาย ประจำปี 2568 สงกรานต์ผ้าขาวม้า สมมาหลวง พ่อพระใส วันที่ 12-19 เมษายน 2568 ณ วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) จังหวัดหนองคาย เทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดาน เมืองนคร วันที่ 12-14 เมษายน 2568 สวนสาธารณะศรีธรรมมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราช สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 13-15 เมษายน 2568 บริเวณถนนศรีสรรเพชรญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมไปถึงงานที่ผนวกความสนุกสนานของเสียงดนตรีซึ่งจัดโดยพันธมิตรภาคเอกชน อาทิ ไอคอนสยาม มหัศจรรย์เจ้าพระยา มหาสงกรานต์ 2568, SIAM Songkran Music Festival, S2O Songkran Music Festival, GCircuit Songkran 2025

ในฐานะเทศกาลระดับโลก เราตั้งเป้าให้ ประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ของโลกในด้าน Festival Destination พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพการท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 26,500 ล้านบาท

สงกรานต์ปีนี้ ขอเชิญชวนคนไทยร่วมกันใส่ผ้าลายพื้นถิ่น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลกกันนะคะ

บี.กริม จัดงานแข่งขี่ม้าโปโลการกุศล ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2025’ ชิงถ้วยพระราชทาน

บี.กริม จัดงานแข่งขี่ม้าโปโลการกุศล 'อินเตอร์คอนติเนนตัล - บี.กริม บีช โปโล 2025' ชิงถ้วยพระราชทาน

บี.กริม จัดงานแข่งขี่ม้าโปโลการกุศล ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2025’ ชิงถ้วยพระราชทาน

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.57 น.

พบกับการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลบนชายหาดหัวหินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2025” ณ ริมหาดหัวหิน ด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท วันที่ 29 มีนาคม 2568

บี.กริม (B.Grimm) ร่วมกับ กลุ่มบริษัท พราว (Proud Group), อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (InterContinental Hua Hin Resort) และบลูพอร์ต หัวหิน (Bluport Hua Hin) จัดงานแข่งขันขี่ ม้าโปโลบนชายหาดการกุศลระดับทวีปเอเชีย รายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2025” (InterContinental – B.Grimm Beach Polo 2025) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันเสาร์ที่  29 มีนาคม ณ ริมหาดหัวหินบริเวณด้านหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบรายได้การกุศลให้ “โครงการกําลังใจ” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยา ภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นําไปใช้ประโยชน์ในการส่งต่อความรักการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงในเรือนจํา ให้สามารถมีอาชีพ มีความสามารถด้านกีฬาและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

สําหรับบีช โปโล เป็นรายการแข่งขันขี่ม้าโปโลบนชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการเดียวในภูมิภาค เอเชียซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 1ภ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึง สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย โครงการกําลังใจ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ร่วมกันจัดงาน และได้ เลือกหัวหินซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเป็นสถานที่จัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาตินี้มาโดยตลอด เนื่องด้วยหัวหินเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม และมีมนต์เสน่ห์ของการขี่ม้าเลียบหาด ซึ่งเป็นหนึ่งใน เอกลักษณ์สําคัญของหัวหิน รวมทั้งมีพื้นที่หน้าชายหาดที่กว้างเพียงพอสําหรับการแข่งขัน ผนวกกับกีฬา โปโลเป็นกีฬาที่นิยมของกลุ่มเซเลบริตี้จึงทําให้หัวหินเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทยที่มีความพร้อม และความเหมาะสมในการจัดการแข่งขันขี่ม้าบีชโปโลบนสนามทรายมายาวนานจนถึงปัจจุบัน นอกเหนือจากเป็นการส่งเสริมกีฬาโปโลของเมืองไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการกีฬาระดับโลก การจัดการแข่งขันครั้งนี้ ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองหัวหินและประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกและผู้เข้าร่วมชมการแข่งขัน

ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานจัดการแข่งขัน, ประธาน บริษัท บี.กริม และนายกสมาคมกีฬา ขี่ม้าแห่งประเทศไทย ผู้ริเริ่มและเล่นกีฬาขี่ม้าโปโลชายหาดคนแรกของไทย กล่าวว่า “บีช โปโล ถือเป็น อีกหนึ่งการแข่งขันที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโล ระดับนานาชาติ ความท้าทายที่เป็นเสน่ห์เฉพาะของ การแข่งขันกีฬาขี่ม้าบีช โปโล คือ ต้องมีการคํานวณ และดูเวลาน้ําขึ้น-น้ําลง ในแต่ละปี เพื่อใช้พื้นที่บริเวณหาดทรายหลังจากที่น้ําทะเลลดลงจนได้ระดับที่เหมาะสมในการแข่งขัน

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราว ผู้นําธุรกิจไลฟ์สไตล์ของ เมืองหัวหิน อย่างโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน สวน น้ําวานา นาวา หัวหิน และอารีน่าหัวหิน และกรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) ได้กล่าวว่า “เมืองหัวหินกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ติดอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยใน ปี 2566 มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทํารายได้มากกว่าเป้าหมายถึง 44,000 ล้านบาท จํานวน นักท่องเที่ยว 11.14 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและเกาหลี และยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 กับ อัตราเข้าพักพุ่งถึง 80-90% สะท้อนให้เห็นถึงอําเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ ในใจของนักท่องเที่ยว และถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2567 ทางกลุ่มบริษัท พราวได้มองหากิจกรรมไลฟ์สไตล์ระดับโลก เพิ่มเพิ่มมูลค่าของการท่องเที่ยวให้กับเมืองหัวหินมากขึ้น ทั้งด้าน กีฬา ดนตรี ศิลปะและอาหาร โดยบีชโปโลเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของเมืองหัว หินในอดีตได้เป็นอย่างดี

โดยครั้งนี้ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท มีความยินดี ที่ได้เป็น ส่วนหนึ่งของการจัดงานการแข่งขัน อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 ทั้งนี้เพราะ ขนาดของพื้นที่ชายหาดหน้า โรงแรมมีความกว้างเหมาะในการเป็นสนามการแข่งขัน โดยความพิเศษในปีนี้ทางโรงแรมได้ปรับโฉมห้องพักฝั่ง บีช พร้อมอัพเกรดสิ่งอํานวยความสะดวก ตั้งแต่ ล็อบบี้ ฟิตเนส คิดส์คลับ สระน้ําและบริเวณหน้าหาด รวมไปถึง ร้านอาหารต่างๆ กว่า 9 ร้าน ครบครันด้วยอาหารเลิศรส เพื่อผู้เข้ามาร่วมงานที่มาเยือนได้สัมผัสกับประสบการณ์ การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มไปกับกลิ่นอายของ ความสง่างามของเมืองหัวหินเอกลักษณ์เฉพาะตัวใน ยุค 1920 ในทุก ๆ มิติ”

นอกเหนือจากผู้ร่วมงานจะได้ชมการแข่งขันขี่ม้าบีชโปโลอันสนุกสนานเร้าใจแล้ว ยังได้สนุกสนาน กับการออกร้านขายของ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมน่าสนใจมากมาย อาทิ เกมส์การกุศลลุ้น รางวัล และแฟชั่นโชว์บนหลังม้า ตั้งแต่กลางวันไปจนค่ําด้วย รวมถึงขบวนพาเหรดมาจากทั่วเมืองหัวหิน ที่มารวมตัวกันในงานบีช โปโลครั้งนี้ เพื่อประกาศเอกลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งนี้

อินทนิล จัดงาน ‘Inthanin Barista Congratulation Ceremony 2025’ ยกย่องสุดยอดบาริสต้า

อินทนิล จัดงาน ‘Inthanin Barista Congratulation Ceremony 2025’ ยกย่องสุดยอดบาริสต้า

อินทนิล จัดงาน ‘Inthanin Barista Congratulation Ceremony 2025’ ยกย่องสุดยอดบาริสต้า

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.51 น.

อินทนิล ผู้นำร้านกาแฟรักษ์โลก ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด จัดพิธีแสดงความยินดีแก่บาริสต้าอินทนิลระดับ Master และ Professional ประจำปี 2568 “Inthanin Barista Congratulation Ceremony 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อยกย่องบาริสต้าผู้เปี่ยมด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มรสเลิศ ที่ไม่เพียงแต่รสชาติดี แต่ยังเต็มไปด้วยความรักและความใส่ใจในทุกๆ แก้ว  ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด ที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง และน่าประทับใจให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสมชัย เตชะวณิช ประธานกรรมการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด เป็นประธานในพิธี โดยมี คุณยศธร อรัญนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด พร้อมด้วย กรรมการและผู้บริหารระดับสูงบริษัทฯ ร่วมมอบผ้ากันเปื้อนเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจสูงสุดแก่บาริสต้าที่ผ่านเกณฑ์การสอบวัดระดับความสามารถ

อินทนิลได้พัฒนาและแบ่งระดับความเชี่ยวชาญของบาริสต้าออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Standard สำหรับผู้มีความรู้พื้นฐานในงานบริการ Professional สำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกฝนทักษะ บริหารสถานการณ์การขาย มีความเชี่ยวชาญในการชงกาแฟเมล็ดพิเศษ รวมถึงการบริการที่เป็นเลิศ และระดับสูงสุดคือ Master สำหรับผู้ที่มีความสามารถรอบด้าน มีทักษะการชง Latte Art มีความพร้อมที่จะเป็น Trainer และมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ลูกค้าทุกคน

พิธีแสดงความยินดีแก่บาริสต้าอินทนิล ปี 2568 ได้จัดขึ้นเป็นปีแรก  มีบาริสต้าผ่านเกณฑ์วัดระดับความสามารถและเลื่อนสู่ ระดับ Master และ Professional มากถึง 90 คน ซึ่งจะมีการจัดสอบวัดระดับทุกๆ 6 เดือน  เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้บาริสต้าทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานยังมีการแสดงทักษะความสามารถการชงมัทฉะแบบพิธีการ การชงกาแฟด้วยอุปกรณ์ที่ใช้กับ Specialty Coffee การทำ Latte Art การจัดเสริฟ การบริหารสถานการณ์การขายและเชียร์ขาย จากตัวแทนระดับ Master อีกด้วย

คุณยศธร อรัญนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นความสำเร็จของบาริสต้าในวันนี้ อินทนิลเชื่อว่าการให้ความสำคัญและสนับสนุนการเติบโตของบาริสต้าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและธุรกิจอย่างยั่งยืน การมอบผ้ากันเปื้อนแก่ระดับต่างๆ ในวันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของอินทนิล ในการยกระดับมาตรฐานงานบริการ และตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจแฟรนไชส์”

อินทนิลยังคงดำเนินธุรกิจด้วยเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมซัพพอร์ตและเป็นกำลังใจให้คนที่ทำสุดไม่ทำทรงด้วยเครื่องดื่มที่บาริสต้าทำสุดในทุกแก้ว พร้อมกับการบริการที่สร้างมิตรภาพและความประทับใจให้กับลูกค้าทุกคน

-(016)

โฮมโปร & เมกาโฮม พร้อมช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว มอบบริการสำรวจฟรี! + ทีมช่างฯ เร่งด่วนตลอด 24 ชม.

โฮมโปร & เมกาโฮม พร้อมช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว มอบบริการสำรวจฟรี! + ทีมช่างฯ เร่งด่วนตลอด 24 ชม.

โฮมโปร & เมกาโฮม พร้อมช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว มอบบริการสำรวจฟรี! + ทีมช่างฯ เร่งด่วนตลอด 24 ชม.

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.47 น.

โฮมโปร & เมกาโฮม ห่วงใย เคียงข้างคุณ หลังแผ่นดินไหว! พร้อมช่วยเหลือลูกค้าและผู้ประสบภัย มอบบริการสำรวจฟรี! 500 สิทธิ์ + ทีมช่างฯ เร่งด่วนตลอด 24 ชม.

โฮมโปร และเมกาโฮม ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พร้อมให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ด้วยบริการ Home Service 24 ชั่วโมง ที่ครอบคลุมทุกปัญหาภายในบ้าน เพื่อบรรเทาความเสียหายและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ โฮมโปรได้มอบบริการสำรวจบ้านฟรี จำนวน 500 สิทธิ์ โดยลูกค้าสามารถลงทะเบียนได้ที่: LINE https://homeprolineapp.com/location/choose_geo.php (เลือกสาขาใกล้บ้าน) หรือ ติดต่อสายด่วน 1284 กด 9 ทีมช่างโฮมโปร  ช่างประจำบ้านคุณ พร้อมออกให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568

บริการซ่อมแซมครบวงจร เพื่อให้บ้านของทุกคนกลับมาปลอดภัยและน่าอยู่ดังเดิม

•             ซ่อมแซมฝ้า ผนังร้าว และขอบวงกบประตู ที่ได้รับความเสียหาย

•             เปลี่ยน ฝ้า เพดานที่ถล่ม ให้กลับมาแข็งแรง

•             ซ่อมและเปลี่ยนกระเบื้องที่แตกร้าวหรือเสียหาย

•             บริการซ่อมแซมบ้านอื่นๆ

พิเศษ! ซื้อง่าย ผ่อนสบายกับ Super Zero ผ่อนนาน ผ่อนน้อย เริ่มต้นเพียง 500.- (ผ่อนสบายได้ทั้งร้านนานสุด 3 เดือน เมื่อช้อปตั้งแต่ 2,000.- ขึ้นไปต่อใบเสร็จ) ช่วยให้คุณสามารถฟื้นฟูบ้านและซื้อของที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ โฮมโปร เมกาโฮม และคณะผู้บริหาร ขอแสดงความห่วงใยไปยังพนักงานและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว บริษัทฯ ได้จัดสวัสดิการพิเศษต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ อาทิ เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับพนักงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เงินกู้โดยไม่มีดอกเบี้ย เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และสิทธิพิเศษซื้อสินค้าและบริการซ่อมแซมบ้านในราคาพนักงาน เป็นต้น

โฮมโปรและเมกาโฮม พร้อมเป็นที่พึ่งในทุกสถานการณ์ พร้อมเคียงข้างลูกค้าและพนักงานในช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

กระแสแรง ‘MISS UNIVERSE NAKHON NAYOK’ จัดเต็ม! มง 3 มาแน่

กระแสแรง 'MISS UNIVERSE NAKHON NAYOK' จัดเต็ม! มง 3 มาแน่

กระแสแรง ‘MISS UNIVERSE NAKHON NAYOK’ จัดเต็ม! มง 3 มาแน่

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 10.36 น.

ครั้งแรก!! กับอีกหนึ่งบทบาท PD (Provincial Director) Miss Universe nakhon nayok 2025 ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส นครนายก คุณหมอมาร์ท นายแพทย์ ชัยพล บัณฑิตสิงห์ คุณหมอความงามชื่อดัง และ ผู้จัดการกองประกวด คริส ปัญญา จัดใหญ่ แถลงข่าวเวทีประกวด Miss Universe nakhon nayok  โดยวันนี้เปิดรับสมัครสาวงามตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. และมีสาวงามกว่าครึ่งร้อยให้ความสนใจมาสมัครอย่างเนืองแน่น ภายในงานยังมีการร่วมพูดคุยกับบุคคลผู้มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ เพื่อส่งเสริม Soft Power และคุณค่าของผู้หญิงไทย ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณราเมศ ลิ่มสกุล วัฒนธรรมจังหวัดนครนายก และ คุณคมสันต์ สุมะนาถ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก ร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือในระดับจังหวัด นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญ นางงาม นักแสดง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ คุณเรย์ อิสรียาร์ มาลัยศรี Miss Thailand World 1991 , ณฉัตร-วัลเณซ่า แฮร์มันน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2012 , ทารีน่า โบเทส มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2022 , แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รองอันดับ 1 Miss Supranational 2022 , บิ้วตี้ วรัญชนา รองผู้จัดการกองประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์, ชายแฮ็คส์ ดร.วโรดม ศิริสุข , เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย และ แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล จากซีรีส์วาย ลอยแก้วฯ โดยมี ตวง สาวิกา และ ซีเกมส์ อาทิตย์ รับหน้าที่พิธีกร ณ SCB nexttech ชั้น 4 siam Paragon

หมอมาร์ท ชัยพล บัณฑิตสิงห์ เปิดใจถึงความมุ่งมั่นในการทำเวทีประกวดในครั้งนี้ว่า ‘ปีนี้ผมตั้งใจทุ่มมากๆ ที่จะจัดประกวด Miss Universe nakhon nayok  ให้มีมาตราฐาน จะจัดให้ยิ่งใหญ่อลังการ โดยเราหวังจะได้นางงามที่ครบพร้อม ในทุกด้านทุกมิติ มากกว่าสวยในร่างตาประจักษ์แล้ว คือต้องฉลาดคิด ฉลาดพูด ฉลาดทำ เพื่อส่วนรวม เป็นนางงามที่จะส่งต่อพลังบวก ส่งต่อคุณค่าให้กับคน แบบไร้ลิมิต’

‘และในปีนี้มงกุฎเพชรเราได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก Rio Bright Dimond ริโอไบรท์ไดมอนด์ และมีเงินสดของรางวัลอีกเพียบ เราไม่ได้ค้นหานางงาม ที่สวยครบแค่ที่ 1 ในนครนายก แต่เรามองไกลไปถึงจักรวาลแล้ว คือเรามุ่งหวังที่ 1 บนเวที มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 เพื่อที่จะให้นางงามเราไปต่อคว้าที่ 1 อีกบนเวที Miss Universe 2025 ต้องได้มง 3 มาให้แฟนนางงามชาวไทยแน่นอนครับ!

Miss Universe nakhon nayok  ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยม จาก Rio Bright Diamond , Cali คาลิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงเส้นผม , สบู่ Amour อามัว , บรรพบุรุษหมูกรอบ , Fit Stone Gym , ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Z-RO , ASLAN WEALTH , RBK ORGANIZATION , Channel8 และ ตลาดมิตร มาร์เก็ตดอนเมือง

สำหรับการประกวด Miss Universe nakhon nayok  เปิดรับสมัครสาวงามตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 เมษายน และวันที่ 21 เมษายน จะประกาศสาวงามที่เข้ารอบ จากนั้น เข้าร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จังหวัดนครนายกในระหว่างวันที่ 23 – 25 พฤษภาคม และรอบไฟนอลในวันที่ 7 มิถุนายน 2568  

แฟนนางงามสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ FB : มิสยูนิเวิร์สนครนายก https://www.facebook.com/photo/?fbid=122094541172808489&set=a.122094541202808489

-(016)

‘ถอดเสื้อกาวน์ มาจับปากกา’ เสวนารวม 5 แพทย์ inspirers จุดประกายแรงบันดาลใจ ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 53

‘ถอดเสื้อกาวน์ มาจับปากกา’ เสวนารวม 5 แพทย์ inspirers จุดประกายแรงบันดาลใจ ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 53

‘ถอดเสื้อกาวน์ มาจับปากกา’ เสวนารวม 5 แพทย์ inspirers จุดประกายแรงบันดาลใจ ฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ในงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 53

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.58 น.

จบลงอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจสำหรับเสวนาพิเศษ “ถอดเสื้อกาวน์ มาจับปากกา” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 โดยบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ซีเอ็ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “50+ inspirers” ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีซีเอ็ด เพื่อจุดประกายความคิดและส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านตัวหนังสือ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เสวนาครั้งนี้ตอกย้ำแนวคิด “Good Books Make Good Friends” หนังสือดีเป็นเพื่อนที่ดี ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิต และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของ 5 แพทย์ชื่อดัง ที่นำเรื่องราวจากอาชีพแพทย์มาถ่ายทอดเป็นตัวอักษรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน ได้แก่

•             หมอหมี-นพ.นิมิตร์ ศิริธนากิจ ผู้เขียน “เม้าท์กับหมอหมี สุขภาพดีได้ด้วยตัวคุณ” และเจ้าของช่อง YouTube หมอหมี เม้าท์มอย

•             หมอเอ้ว-นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา เจ้าของหนังสือ “พันธุกรรมข้ามกาลเวลา” และเพจ เรื่องเล่าจากร่างกาย by หมอเอ้ว ชัชพล

•             หมอท๊อป-นพ.นันทพล พงศ์รัตนามาน ผู้เขียน “The Fat Hack 30 สูตรลัดผอมโคตรไว อายุยืนยาว” และเจ้าของช่อง Dr.Top Channel สุขภาพดี ชีวิตดีแน่นอน

•             หมอแบงค์-นพ.ธนณพัฒฒ์ นาตะสุต เจ้าของหนังสือ “ผอมทันที สุขภาพดี 100%” และเจ้าของช่อง หมอแบงค์ Food Doctor : ผอมด้วยอาหารต้นทาง

•             หมอโอ-นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินารีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแม่และเด็ก เจ้าของเพจ “การแพทย์แปดนาที”

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนใจจากผู้ร่วมฟังเสวนา นอกจากการแลกเปลี่ยนความรู้แล้ว ยังมีช่วงตอบคำถามแบบใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมแจกลายเซ็นที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

ปิดท้ายงานด้วยพิธีมอบหนังสือและสื่อการศึกษา มูลค่า 2.5 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โดยได้รับเกียรติจาก นพ.กิตติโชติ ตั้งกิตติถาวร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สนง.มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปมอบให้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพของคนไทย

งานเสวนาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของหนังสือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต และเป็นแรงผลักดันให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพของตนเองผ่านองค์ความรู้ที่ถูกต้อง

โครงการ “50+ Inspirers” เป็นส่วนหนึ่งของการฉลอง 50 ปีซีเอ็ด ที่มุ่งมั่นในการส่งต่อแรงบันดาลใจและองค์ความรู้ เพื่อให้หนังสือเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมไทยต่อไป

“50 ปีซีเอ็ด ส่งต่อแรงบันดาลใจก้าวไปด้วยกัน” ซีเอ็ดยังคงยืนหยัดในแนวทางของการสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่เข้าถึงง่ายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทย หนังสือดีไม่เพียงแต่เป็นแหล่งข้อมูลที่ทรงคุณค่า แต่ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่จะช่วยให้เราก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. บริการ จุดพักรถ…พักผ่อน เติมพลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. บริการ จุดพักรถ…พักผ่อน  เติมพลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. บริการ จุดพักรถ…พักผ่อน เติมพลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.39 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมสนับสนุนรณรงค์การขับขี่ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ และร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของไทย ให้บริการ “พักรถ…พักผ่อน…เติมพลัง ” ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2568 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่านถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 184 มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แวะจอดพักรถ พักผ่อน ผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทาง พร้อมเข้าห้องน้ำ และเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัย

-(016)

วว. คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition จากผลงาน ‘เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกอัจฉริยะ’

วว. คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition จากผลงาน 'เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกอัจฉริยะ'

วว. คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition จากผลงาน ‘เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกอัจฉริยะ’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 09.02 น.

วว. คว้ารางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition จากผลงาน “สุดล้ำ ! เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกอัจฉริยะ ใช้ AI ยกระดับการรีไซเคิล สู่อนาคตที่ยั่งยืน”

ผศ.ดร.วีรชัย  อาจหาญ   ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  พร้อมด้วย ดร.สุวิทย์ อัจริยะเมต  ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ (ศนย.)  และดร.เรวดี  อนุวัฒนา  รักษาการ ผอ. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ  (ศนว.) เป็นผู้แทน วว. เข้ารับรางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการสื่อสารสร้างสรรค์ Commu Max Competition ประเภทที่ 6 : รางวัลการสื่อสารผลงานวิจัยดีเด่น (Outstanding Research Communication Award) ด้วยผลงาน “สุดล้ำ ! เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกฯ อัจฉริยะ ใช้ AI ยกระดับการรีไซเคิล สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จาก ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง  ผู้อำนวยการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้การดำเนินโครงการต่อยอดแซนด์บ็อกซ์นวัตกรรมการสื่อสารสำหรับนโยบายภาครัฐ (ระยะที่ 2)  ซึ่ง วช.  มอบหมายให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ  โอกาสนี้  ดร.ปริยะดา  วิสุทธิแพทย์  ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร  นางสาวปัทมา  ลิ่วเลิศมงคล  ผอ.กองประชาสัมพันธ์  ดร.ธนิสร์  วัยโรจนวงศ์  นักวิจัยอาวุโส  ศนย. และคณะนักวิจัย  บุคลากร วว. เข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย ในวันที่ 1 เมษายน  2568  ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อาคาร วช.1 ชั้น 2 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บางเขน กรุงเทพฯ

อนึ่ง เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกฯ เป็นผลงานบูรณาการวิจัยและพัฒนาของ วว. โดย  ศนย.  ศนว.   และศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม   ซึ่งเครื่องฯ มีประสิทธิภาพสามารถประยุกต์ใช้กับระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามความต้องการลูกค้า คัดแยกบรรจุภัณฑ์โดยไม่ต้องใช้บาร์โค้ด (โดยอ่านค่าจากวัสดุที่ใช้ผลิตขวดและแยกลงในถังแต่ละประเภท) สามารถประเมินข้อมูลการลดการทิ้งขยะ/การนำกลับปริมาณวัสดุรีไซเคิลมาใช้ประโยชน์และช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

เครื่องฯ มีขนาด (กว้างxยาวxสูง) 85x95x165 เซนติเมตร  รองรับขวดขนาด 500-600 มิลลิลิตร ได้ประมาณ 50-60 ขวดต่อประเภท  ใช้กำลังไฟ 220 โวลต์ 900 วัตต์ สามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลแบบออนไลน์ได้ 4-5 ประเภท ดังนี้  ขวดน้ำดื่มเพชรใส (Clear PET) ขวดน้ำดื่มเพชรสีอื่นๆ (Color  PET) ขวดเครื่องดื่ม HDPE  (สีขาว)  กระป๋องอลูมิเนียม และกระป๋องเหล็ก นอกจากนี้ยังมี Option อื่นๆ ที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ ณ โรงเรียน  สถานที่ราชการ  บริษัทเอกชน  ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น  โดยมีการออกแบบระบบการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดย วว. รับผลิตเครื่องฯ ตามความต้องการของลูกค้า และรับประกันการใช้งาน 1 ปี  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Call center โทร. 0 2577 9000  หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

-(016)

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศรายการ ‘Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S.’

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศรายการ 'Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S.'

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศรายการ ‘Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S.’

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 08.48 น.

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานการผลิต ได้ร่วมมือกับ R.C.S ประเทศญี่ปุ่น ผู้จัดการแข่งขันจักรยานทรงตัวรายการดังระดับโลก “Runbike Championship Series (R.C.S) ” ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดการแข่งขัน “Grandprix Runbike Championship Partnership With R.C.S.”  ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย

หลังประเดิม 2 สนาม พรี-อีเว้นท์ ในงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 46 โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้จัดงานฯ และผู้เข้าร่วมการแข่งขันฯ เป็นอย่างยิ่ง ด้วย ทางคณะผู้จัดการแข่งขันได้ ประกาศการยกระดับรายการ “Grandprix Runbike Championship Partnership with R.C.S. 2025” จากการชิงถ้วยแชมป์ประจำปี เป็นรายการชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา กล่าวว่า “ในส่วนของกรังด์ปรีซ์ เราจะมีการจัดพรี-อีเวนต์ ขึ้น 2 สนาม ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 โดยมีถ้วยรางวัลพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่องานนี้เฉพาะ มอบให้แก่ผู้ชนะที่แบ่งตามรุ่นการแข่งขัน อีกทั้งงานนี้ยังเป็นช่วยโปรโมตการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series ให้เด็กๆ และครอบครัวผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะมีการจัดการแข่งขันประจำซีซั่น 2025 เพื่อเก็บคะแนนสะสม “โดยผู้ชนะแต่ละรุ่นของการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series 2025 จะได้สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมแข่งขัน Runbike World Championship (R.W.C 2026) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยต้องผ่านเข้าสู่ Semi-Final โดยอัตโนมัติ”

สำหรับการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series จะแบ่งรุ่นการแข่งขันออกเป็น รุ่นอายุ 2-3 ปี, รุ่นอายุ 3.1-3.6 ปี. รุ่น 3.7-4 ปี, รุ่น 4.1-4.6 ปี, รุ่น 4.7-5 ปี, รุ่น 3.1-5 ปี หญิง, รุ่น 5.1-5.6 ปี, รุ่น 5.7-6 ปี, รุ่น 6.1-6.6 ปี, รุ่น 6.7-7 ปี, รุ่น 5.1-7 ปีหญิง, รุ่น 7.1-8 ปี, รุ่น 8.1-9 ปี, รุ่น 7.1-9 ปี หญิง, รุ่นโอเพ่นจูเนียร์ 3.1-5 ปี, รุ่นโอเพ่นซีเนียร์ 5.1-7 ปี, รุ่นโอเพ่นโปร 7.1-13 ปี, แบบวิ่งผลัด (Relay Race), รุ่น Small 15 (อายุรวมไม่เกิน 15 ปี), รุ่น Big 20 (อายุรวมไม่เกิน 20 ปี), รุ่น Extra 25 (อายุรวมไม่เกิน 25 ปี) และสิ่งที่นักกีฬาเด็กๆ จะได้รับเมื่อสมัครเข้าแข่งขัน นั่นก็คือ 1.เสื้อนักแข่ง Limited Edition 2.เหรียญรางวัล Finisher 3.คู่มือการแข่งขัน 4.ของที่ระลึกจากสปอนเซอร์

อัพเดทตารางการแข่งขัน Grandprix Runbike Championship Series 2025

สนามที่ 1                วันที่ 12-13 เมษายน  2568 ณ สวนกีฬากมล

สนามที่ 2                วันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 ณ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางแค

สนามที่ 3                วันที่ 27-28 กันยายน 2568 ณ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

สนามที่ 4                วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนกีฬากมล

นอกจากการแข่งขันที่เข้มข้นแล้ว ยังมีกิจกรมมต่างๆ สำหรับเด็กให้ร่วมสนุก อาทิ โซนกิจกรรม Face And Body Painting, โซนกิจกกรม Photo Booth ตู้ Kios และบูธสปอนเซอร์ และร้านขายของอีกมากมายภายในงาน ให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ร่วมทำกิจกรรมร่วมกันนอกเหนือจากเกมการแข่งขันในงาน

“การนำการแข่งขัน R.C.S. มาจัดในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างชื่อเสียงของไทยในเวทีระดับโลก พร้อมผลักดันวงการกีฬาเยาวชนและกีฬาเพื่อครอบครัวในประเทศไทยให้ก้าวไปอีกระดับ เรามุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการแข่งขัน โดยตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติในภูมิภาคเอเชียให้ได้ในอนาคต”

“การแข่งขันรายการที่จัดขึ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สนามประลองความเร็วสำหรับเด็กๆ แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานกีฬาเยาวชน รวมถึงการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกาย เราหวังว่าซีรีส์การแข่งขันนี้ จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับวงการกีฬาและครอบครัวทั่วโลก โดยประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักกีฬาและผู้ชมจากทุกมุมโลกสู่สนามแข่งขันที่เปี่ยมไปด้วยพลังและความสนุกสนาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Grandprix Runbike Championship และช่องทางโซเชียลมีเดียในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ”

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด ควรกินอยู่อย่างไร

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด ควรกินอยู่อย่างไร

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ผู้ป่วยมะเร็งที่รับยาเคมีบำบัด ควรกินอยู่อย่างไร

วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568, 07.15 น.

หนึ่งในคำถามที่ผู้เขียนถูกถามบ่อยมากคือ ถ้าเป็นมะเร็งแล้วควรกินหรือควรเลี่ยงอาหารประเภทใด อย่างไร ตอบแบบกว้าง ๆ คือ อาหารที่ผู้ป่วยมะเร็งควรกินได้แก่ อาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีสารอาหารครบ 5 หมู่ สะอาด ปรุงถูกสุขลักษณะ ขอย้ำว่าไม่เคยแนะนำว่าต้องไปสรรหาอาหารพิเศษใด ๆ มากินเพื่อต่อต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง 
แป้งก็กินได้ น้ำตาลก็กินได้ โปรตีนไม่ว่าจะจากสัตว์หรือพืชก็กินได้ แต่กินในสัดส่วนที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ส่วนอาหารที่ควรเลี่ยง อันนี้มีประเด็น คือ ส่วนใหญ่คำแนะนำหรือข้อมูลความรู้จะเน้นหนักไปทางอาหารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง 
อาหารที่ควรเลี่ยงถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง อาทิ เนื้อแดง อาหารกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารไขมันสูง อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันทอดซ้ำ แต่หากเป็นมะเร็งไปแล้ว ก็แปลว่าเรายิ่งต้องเลี่ยงอาหารกลุ่มนี้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเหมือนกับเรามียีนกระตุ้นการเกิดมะเร็งอยู่แล้ว คนทั่วไปกินแล้วยังเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ดังนั้น คนที่เป็นมะเร็งอยู่แล้ว ต้องเลี่ยงอาหารเหล่านี้ให้ได้
ที่กล่าวมาข้างต้น คือการพูดกันอย่างง่าย ๆ สั้น ๆ แต่ความจริงอาหารการกินในผู้ป่วยมะเร็งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เราจะขอข้ามเรื่องอาหารก่อนเป็นมะเร็งไป โดยเก็บไว้พูดกันวันหน้า เพราะประเด็นจำเพาะที่อยากเล่าในวันนี้คือ กรณีของผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายาเคมีบำบัดบางสูตรบางตัวทำให้คลื่นใส้ อาเจียน เบื่ออาหาร การรับรสอาหารเปลี่ยน เป็นผลทำให้ผู้ป่วยกินไม่ได้ ตัวผู้ป่วยเองก็กังวล ญาติหรือผู้ดูแลก็กังวล ผู้ป่วยเองก็อยากกิน แต่กินไม่ได้ ญาติก็พยายามสรรหาสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าดีต่อสุขภาพมาให้กิน แต่ผู้ป่วยก็กินไม่ได้ ญาติบางคนไปกันใหญ่ถึงขั้นจัดแจงให้กินแต่อาหารที่คิดว่าดี พร้อมกันนั้นก็ห้ามผู้ป่วยกินสิ่งต่าง ๆ ที่เคยชอบกิน หรือยังพอกินได้ โดยอ้างว่าไม่เหมาะ เช่น ห้ามกาแฟ ห้ามกินเนื้อ ให้กินแต่ผักผลไม้ ธัญพืช แถมยังพยายามไม่ปรุงแต่งเพื่อลดเค็ม ลดเกลือ ลดสารปนเปื้อน แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ต่างคนต่างเครียดมากขึ้น สุดท้ายไม่สงผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยและญาติ ๆ 
สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรักษาด้วยยาเคมีบำบัดกินไม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วมาจากตัวยาที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร โดยทั่วไปจะมีการให้ยาเพื่อป้องกันการคลื่นไส้อาเจียนไว้แล้ว ถ้าคนไข้ใช้ยาถูกต้องตามแพทย์สั่งก็จะช่วยป้องกันอาการได้ราว ๆ 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ากินยาตามสั่งแล้วยังป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนไม่ได้ คนไข้ต้องแจ้งแพทย์ เพราะสามารถเพิ่มชนิด หรือขนาดยาให้สอดคล้องกับอาการของคนไข้ได้ 
ในส่วนของการจัดการด้วยวิธีไม่ใช้ยาเมื่อคนไข้มีอาการคลื่นไส้อาเจียนคือ หลีกเลี่ยงการกินอาหารมัน ๆ รสจัด ๆ หรืออาหารที่มีกลิ่นแรง อย่ากินอาหารทีละมาก ๆ หรือกินอิ่มเกินไป แต่ควรกินทีละน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ และอาจพิจารณาอาหารที่รสอ่อน ๆ อาจจิบน้ำขิงหรือน้ำผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อลดอาการคลื่นไส้ และทางที่ดีก็ควรเตรียมอาหารไว้ให้พร้อมหยิบมากินได้ตลอดวัน เผื่อจังหวะไหนที่อาการคลื่นไส้ทุเลาลง ก็จะได้กินทันที ที่สำคัญไม่ควรฝืนใจกิน เพราะหากกินเข้าไปแล้วอาเจียนก็จะกลายเป็นภาพจำที่ไม่ดีสำหรับผู้ป่วย จนอาจจะพาลไม่อยากกินอาหารนั้นไปอีกนาน
สรุป ผู้ป่วยควรกินอาหารดีมีประโยชน์ที่กินได้ในเวลาที่อยากกิน ส่วนอาหารหรือเครื่องดื่มบางอย่างที่ผู้ป่วย หรือญาติรู้สึกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น ชา น้ำอัดลม ขนมหวาน ก็กินได้ปริมาณที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ควรให้กินในสิ่งที่ยังมีความอยากกินได้บ้าง
ส่วนอาหารที่ผู้เขียนยืนยันไม่ให้กินโดยเด็ดขาดระหว่างได้รับยาเคมีบำบัด ซึ่งทำให้ภูมิต้านทานของคนไข้ต่ำ คือ อาหารที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคต่าง ๆ อาหารบางอย่างอาจรู้สึกว่าดีต่อสุขภาพ เช่น ผักผลไม้ แต่ผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่งจะได้รับยาเคมีบำบัดและมีภูมิต้านทานต่ำ ไม่แนะนำให้กินผักสดหรือผลไม้เปลือกบาง เนื่องจากอาจล้างเอาเชื้อโรคออกได้ไม่หมด หากอยากกินก็กินผักสุก หรือผลไม้ที่ปอกเปลือกออกแล้ว ซึ่งปลอดภัยมากกว่าอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุกใหม่ ๆ หรือเก็บค้างคืน อาหารดิบ ๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ต้องเลี่ยงให้มาก รวมถึงพวกอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารปิ้งย่างหมักดองต่าง ๆ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นอกจากเรื่องอาการคลื่นไส้อาเจียน ยาเคมีบำบัดบางสูตรบางตัวยังทำให้เกิดแผลในปากและทางเดินอาหารได้ ทำให้นอกจากเบื่ออาหารแล้ว คนไข้ยังมีปัจจัยซ้ำเติม ที่ทำให้กินได้น้อยลง เนื่องจากเจ็บแผลในปาก  แต่มีเมนูขอแนะนำคือ อาหารที่มีลักษณะนิ่ม รสอ่อน กินง่าย แต่ให้สารอาหาร และพลังงานสูง เช่น ซุปข้น ไข่ตุ๋น เป็นต้น
อาหารที่ผู้ป่วยมะเร็งควรกิน หรือไม่ควรกิน ควรพิจารณาอย่างละเอียดว่าผู้ป่วยกำลังอยู่ในช่วงใดของการรักษา และกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใดอยู่ ผู้ป่วยกับญาติต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ดี แล้วเลือกทางสายกลางเพื่อดูแลสุขภาพระหว่างเจ็บป่วย เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งและความเครียดในระหว่างรักษาโรค ส่วนการรับข้อมูลต่าง ๆ จากโซเชียลมีเดียสารพัดชนิดก็ดี จากผู้หวังดีก็ดี ขอให้พิจารณาให้ดีก่อน แต่ที่ดีที่สุดคือต้องปรึกษาแพทย์ หรือบุคลากรการแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอยู่ นับว่าดีที่สุด


รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย