เปิดภาพ! นายกฯ’อินเดีย’จับมือ’ทักษิณ’ หารือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เปิดภาพ! นายกฯ'อินเดีย'จับมือ'ทักษิณ' หารือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เปิดภาพ! นายกฯ’อินเดีย’จับมือ’ทักษิณ’ หารือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.53 น.

วันที่ 3 เมษายน 2568 นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โพสต์แพลตฟอร์ม X เป็นภาพจับมือกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความว่า ฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เขามีประสบการณ์มากมายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปกครองและการกำหนดนโยบาย นอกจากนี้ เขายังเป็นเพื่อนที่ดีของอินเดียและมีความสัมพันธ์อันดีกับนายอตัล จี

นายชินวัตรและผมได้พูดคุยกันอย่างยาวนานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างอินเดียและไทย และว่าความร่วมมือดังกล่าวจะส่งผลดีต่อประชาชนของประเทศเราอย่างไร เราได้หารือกันถึงศักยภาพมหาศาลในด้านต่างๆ เช่น การป้องกันประเทศ การค้า วัฒนธรรม และอื่นๆ

โดยโมดีอยู่ระหว่างเยือนไทยเพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC ที่กรุงเทพฯ โดยในวันที่ 3 เมษายน รัฐบาลไทยและอินเดียได้ประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

ประมวลภาพ! นายก’อิ๊งค์’เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุม BIMSTEC

ประมวลภาพ! นายก'อิ๊งค์'เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุม BIMSTEC

ประมวลภาพ! นายก’อิ๊งค์’เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมประชุม BIMSTEC

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.30 น.

วันที่ 3 เมษายน 2568 นายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุมความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation (BIMSTEC) ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม 2 และ 3 โรงแรมแชงกรีลา ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ 3 เมษายน 2568

’สภาฯ‘ ชงรวดเดียว 11 ญัตติ ชำแหละการบริหารจัดการแผ่นดินไหวไทย

’สภาฯ‘ ชงรวดเดียว 11 ญัตติ ชำแหละการบริหารจัดการแผ่นดินไหวไทย

’สภาฯ‘ ชงรวดเดียว 11 ญัตติ ชำแหละการบริหารจัดการแผ่นดินไหวไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.25 น.

’สภาฯ‘ ชงรวดเดียว11ญัตติชำแหละการบริหารจัดการแผ่นดินไหวไทย! ’ผู้นำฝ่ายค้าน‘ เตือน ’รัฐบาล‘ กำลังถูกเขย่าความเชื่อมั่นจากประชาชนให้สูญเสีย ชง6ด้านเร่งสางปม แฉ ‘บ.คู่ค้าจีน’ ว่าจ้างสร้างตึก ‘สตง.’ แห่งใหม่ ประวัติด่างพร้อย ติด ‘แบล็คลิสต์’ จากแบงค์โลก ยกเคสเครือข่ายรับงานสร้างสะพานถล่ม พบ ’ฮั้ว-หมกข้อมูล‘ ข้องใจหน่วยตรวจสอบเงินแผ่นดิน แต่ทำไมถึงดึงบริษัทมีชนัก-ทุนเทามาร่วม ด้าน ‘เพื่อไทย’ สับเละหายหัว ไร้ชี้แจง มัวแต่ร่อนจดหมายโอดครวญ ลามจวก ’กสทช.‘ ไม่รีบแจ้งเอสเอ็มเอส ที่ ‘เผด็จการ’ ยึดอำนาจผ่านจอทำได้

วันที่ 3 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 16.35 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา จำนวน 11 ฉบับ ดังนี้ 1.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เป็นผู้เสนอ 2.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว เพื่อส่งคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป ตามที่นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ 3.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติแผ่นดินไหว เพื่อให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป ตามที่นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ 4.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางป้องกันและช่วยเหลือเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ เพื่อส่งรัฐบาลดำเนินการ ตามที่นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ  เป็นผู้เสนอ 5.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ตามที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน เป็นผู้เสนอ 

6.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ตามที่นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ 7.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามาตรการในการจัดการผลกระทบจากแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ ตามที่นายสะถิระ เผือกประพันธ์ุ สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม เป็นผู้เสนอ 8.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องแนวทางการบริหารจัดการเรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว และการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ตามที่นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ 9.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องการดูแลภัยพิบัติแผ่นดินไหว และการเยียวยาดูแลรักษาผู้ได้รับผลกระทบ ตามที่นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ 10.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง แผ่นดินไหว และภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ตามที่น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ และ11.ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการเรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว ตามที่นายอรัญ พันธุมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา เป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ในการอภิปรายถึงหลักการและเหตุผลของสมาชิกที่ได้เสนอญัตติทั้ง11ญัตติ ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ อาคาร สตง. แห่งใหม่ ย่านจตุจักร ถล่มลงจากเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นถึงการบริหารจัดการของรัฐบาลต่อสถานการณ์ภัยพิบัติ ระบบแจ้งเตือนประชาชนก่อนเกิดเหตุ และการตรวจสอบใช้งบประมาณการก่อสร้าง อาคาร สตง.แห่งใหม่ อาทิ นายณัฐพงษ์ อภิปรายว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่ได้เขย่าแต่เพียงแผ่นดิน แต่ยังเขย่าความเชื่อมั่นประชาชนหลายภาคส่วนที่มีต่อรัฐสูญเสียไป ทั้งความโปร่งในโครงการก่อสร้างอาคาร สตง. แห่งใหม่ การรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐที่มีประสิทธิภาพ ตนขอเสนอข้อเสนอ 6 ด้านไปยังครม.พิจารณา 1.ระบบการตรวจสอบความมั่นคงอาคาร 2.ระบบการเยียวยาและสิทธิประชาชนที่ควรได้รับ 3.การตรวจสอบความโปร่งใสที่สังคมกำลังตั้งคำถามในการจัดซื้อจัดจ้างและการก่อสร้างอาคารของภาครัฐ 4.การตรวจสอบธุรกิจทุนเทาที่อาจกำลังผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานส่งผลกระทั่วประเทศ 5.ระบบการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนพร้อมๆกันแบบเซลล์ บรอดแคสต์ และ6.การบูรณาการข้อมูลเพื่อรับมือกับเหตุภัยพิบัติในระยะยาว 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ภารกิจที่สำคัญคือรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งกอบกู้ความเชื่อมั่นประชาชนกลับมา ก็คือการตรวจสอบอาคาร ทั้งแบบเบื้องต้น และแบบทางการ โดยเฉพาะการตรวจสอบแบบทางการต้องใช้ผู้ตรวจทางการเข้ามาตรวจสอบ ที่พบคอขวด บุคลากรมีไม่มาก โดยเฉพาะต่างจังหวัด รวมถึงค่าตรวจสอบอาคารแบบเป็นทางการ ในช่วงเกิดภัยพิบัติ มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเป็นหลักแสนบาท ต่างจากการตรวจสอบอาคารในช่วงปกติที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายหลักหมื่น ขณะที่มาตรการการสร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐ คือความโปร่งใส กรณีที่สตง. ว่าจ้างบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจจีน คือ บริษัทไชน่าเรลเวย์ ที่มีประวัติด่างพร้อย และขึ้นบัญชีดำจากธนาคารโลก โดยการก่อสร้างบริษัทในเครือได้รับงานก่อสร้างในประเทศต่าง เช่น เกิดเหตุสะพานถล่มที่เคนยา มีการฮั้วประมูลที่เปรู ปิดบังข้อมูลในซาราเยโว ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า สตง. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบค่าใช้จ่ายของรัฐให้โปร่งใส จึงยอมให้บริษัทที่มีประวัติเข้ามารับงานก่อสร้างมูลค่าสูงกับ สตง. รวมถึงกลุ่มบริษัทสีเทาที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

“ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหวที่จะรุนแรงในอนาคต โดยเฉพาะอาคารเก่าที่ก่อสร้างก่อนปี2550 รับแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหว ดังนั้นรัฐบาลต้องมีแผนการตรวจสอบอาคาร จัดสรรงบประมาณ มาตรการต่างๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงรองรับแผ่นดินไหวในอนาคต” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ

ด้านนายธีระชัย อภิปรายพุ่งเป้าไปที่กรณีอาคาร สตง. แห่งใหม่ มูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท ถล่มหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวว่า มีข้อสังเกตจากสังคมว่าอาจเป็นเพราะการทุจริต โดยการตรวจสอบผู้ถือหุ้นส่อว่าเป็นนอมินีคนจีน ตนแปลกใจว่าทำไม สตง.ไม่ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ขณะเดียวกันการตรวจสอบเหล็กเส้นก่อสร้างตึก สตง. พบว่าไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังพบเอกสารการซื้อวัสดุที่มีราคาแพง ซึ่งสโลแกนของ สตง. คือเงินแผ่นดิน คือเงินภาษีของประชาชนทั้งชาติ แต่ผมขอฝากว่า สตง.กำลังทำให้คนทั้งแผ่นดินตรวจสอบกลับ ที่ผ่านมา สตง.ไม่ออกมาชี้แจงหรือให้ข้อมูลใดๆ มีแค่การออกมาบรรยายความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมขอถามว่าอะไรไม่เป็นธรรม สำหรับ สตง. ประชาชนไม่มีสิทธิ์สงสัย หรือวิจารณ์การพังของตึกที่มาจากภาษีของประชาชน กว่า 2,000 ล้านบาทหรือ จึงต้องการให้ สตง.ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง 

“ตึกสูงกว่า เก่ากว่า ใช้งบฯน้อยกว่าท่าน ทั้งเอกชน ราชการ ยังไม่ได้รับความเสียหาย เท่าตึก สตง.เลย และไม่มีใครเสียชีวิตด้วย ให้ประชาชนได้บ่นเถอะ อย่างเก้าอี้ตัวละเกือบแสน ประชาชน เขารู้ เขาก็ต้องสงสัยว่าทำไมต้องซื้อแพงขนาดนั้น แต่ท่านก็เงียบไม่ออกมาชี้แจงเลย จะไม่ชี้แจงหน่อยหรือ หนังหุ้มเก้าอี้ก็ไม่ได้นำมาจากอิตาลี จะตรวจสอบการใช้เงินไม่ได้หรือ หรือท่านจะรอความจริงให้ทุกอย่างปรากฎถึงพร้อมชี้แจง ขณะที่เรื่องเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนภัย ก็ยังส่งไม่ได้ ทำไม กสทช.ไม่แถลงให้ประชาชนทราบเรื่องแผ่นดินไหวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจไปเลย ทีวันที่เผด็จการยึดอำนาจ ยังดาหน้าแถลงการณ์ยึดอำนาจ ควบคุมประชาชนให้อยู่ในบ้านอย่างเดียวไม่ให้ออกไปไหน ทำไมทำได้“ นายธีระชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดให้สมาชิกอภิปรายตามญัตติที่ตัวเองเสนอ นอกจากข้อเสนอที่ส่งไปยังรัฐบาลต่อการรับมือภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตแล้ว ยังตั้งคำถามถึงคณะทำงานเพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างของรัฐและกำกับให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่ต้องมีการก่อสร้างตามแบบ มีผู้ควบคุมงาน รวมถึงควบคุมมาตรฐานสินค้าในการก่อสร้าง โดยตั้งข้อสังเกต การก่อสร้างอาคารของหน่วยงานราชการ พบว่ามีผู้รับเหมาที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพทำให้เกิดการทิ้งงาน และบางครั้งพบการจ้างก่อสร้างต่อหลายทอด จนทำให้ผู้ที่รับช่วงที่อยู่ในลำดับท้ายไม่มีกำไร ส่อขาดทุน จนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนสเปควัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน นำไปสู่ความเสียหายในอนาคตได้ พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลตรวจสอบบริษัทผู้รับจ้าง รับเหมาก่อสร้าง และหากพบว่าบริษัทใดไม่ทำตามกติกาให้ขึ้นบัญชีดำและตัดสิทธิ์การได้รับงานจากหน่วยงานของรัฐ

‘เพื่อไทย’ซัด’ฝ่ายค้าน’ทำเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไม่ซ้ำรอยนิรโทษกรรมสุดซอย

'เพื่อไทย'ซัด'ฝ่ายค้าน'ทำเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไม่ซ้ำรอยนิรโทษกรรมสุดซอย

‘เพื่อไทย’ซัด’ฝ่ายค้าน’ทำเป็นเรื่องใหญ่ เชื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ไม่ซ้ำรอยนิรโทษกรรมสุดซอย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.14 น.

’สุทิน‘ซัด‘ฝ่ายค้าน’บอกเรื่องเล็กทำเป็นเรื่องใหญ่ ย้ำมีการศึกษามานานแล้วไม่ใช่สุกเอาเผากิน ส่วนตัวเห็นว่าควรลองดูสักตั้ง เชื่อการดัน ‘กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ไม่ซ้ำรอยนิรโทษกรรมสุดซอย แม้ ‘สว.’เห็นต่างหาก อ่านละเอียดอาจเปลี่ยนใจ

วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสุทิน คลังแสง  สส.มหาสารคาม ,นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด  สส.บัญชีชื่อรายชื่อ และนางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์  สส.บัญชีชื่อรายชื่อ การแถลงข่าวหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ประท้วงวุ่น ในการเสนอญัตติด่วน2 ญัตติ ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน

โดยนายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในฐานะผู้เสนอญัตติเลื่อนวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ขึ้นมากว่านั้นไม่ได้หมายความว่าจะพิจารณาในวันนี้ แต่พิจารณาในประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 9 เมษายน ซึ่งจะอารมณ์การเสนอเรื่องเป็นการปฎิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ แต่มีการสื่อสารเข้าใจผิดจาก สส. ฝ่ายค้าน และยืนยันตั้งใจที่จะพิจารณาญัตติเกี่ยวกับแผ่นดินไหวตามที่ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติ เพื่อหาสาเหตุตึกถล่ม และเพื่อไทยยืนยันชัดว่าทุกความเดือดร้อนของประชาชนจากเหตุแผ่นดินไหวเป็นเรื่องที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยให้ความใส่ใจ และเตรียมการอภิปรายอย่างเต็มที่

“ไม่มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะเลื่อนนำกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรมาพิจารณาตัดหน้า เหตุการณ์แผ่นดินไหว ขอยืนยันชัด ส่วนการเลื่อนกฎหมายไปพิจารณาสัปดาห์หน้าเนื่องจากเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล หวังสร้างรายได้ใหม่ให้กับคนไทย” นายอนุสรณ์ กล่าว

ด้านนายสุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยกล่าวว่า เรื่องเล็กทำเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีเรื่องแต่ทำให้เป็นเรื่อง ยืนยันเจตนาที่ตรงกัน ของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่จะพูดญัตติเรื่องแผ่นดินไหว แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอญัตติเลื่อนวาระ เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้าให้เกิดความชัดเจน และเป็นไปตามข้อบังคับ ที่ระบุว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติหากจะเลื่อนอภิปราย จะต้องเลื่อนล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีในการเสนอญัตติ

“แต่ฝ่ายค้านไม่รู้เข้าใจหรือไม่เข้าใจ บอกว่าในทำนองเราจะแซงหน้าแผ่นดินไหว ซึ่งจริงๆแล้วเป็นคนละเรื่อง เราไม่มีเจตนาที่จะไปแซงหน้าแผ่นดินไหว หากจะมองว่าแซงก็คือแซง 5 นาที เพื่อขอจัดการเรื่องสัปดาห์หน้าเท่านั้น ซึ่งวันนี้กว่าจะจบได้ ก็เสียเวลาไปเป็น 3 ชั่วโมง ฝ่ายค้านบอกว่าอยากพูดเรื่องแผ่นดินไหวเร็วๆ แต่การกระทำของฝ่ายกันเองทำให้การพิจารณาเรื่องแผ่นดินไหวช้าไป 3 ชั่วโมง เหตุผลที่นำเรื่องร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์มาพิจารณาในสัปดาห์หน้า  ด้วยเพราะจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหากยังหารายได้ตามกรอบเดิม ไม่กล้าหาตามสิ่งใหม่ก็จะไม่มีรายได้ใหม่เข้ามา ก็ไม่มีทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้มีการศึกษามานานถึง 20 ปีแล้ว ”นายสุทินกล่าว

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ในการพิจารณาสัปดาห์หน้าจะสามารถแล้วเสร็จและเข้าสู่การตั้งกรรมาธิการพิจารณาได้ ส่วนในวาระที่2 ไปพิจารณาช่วงปิดสมัยประชุม และย้ำว่าการผลักดันร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์มาพิจารณาในสัปดาห์หน้าเพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกว่ากฎหมายจะบังคับใช้ต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน ภายใต้เวลาที่จำกัดอายุรัฐบาลอีก2 ปี ส่วนที่มีภาพการปะทะกันฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าประชาชนสามารถเข้าใจได้ หากมองในมุมบวกจะเห็นว่าทุกคนต่างทำหน้าที่อย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ากรณีผู้ชุมนุมคัดค้านร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายสุทิน กล่าวว่า ความเห็นต่างเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นเรื่องที่ริเริ่มใหม่จึงมีความท้าทายในความขัดแย้ง ยืนยันจะหาข้อยุติร่วมกันผ่านกลไกสภา หากทุกคนให้ความเคารพเชื่อว่าความขัดแย้งจะลดลง 

เมื่อถามว่ามีคนตั้งข้อสังเกตว่าเร่งรีบผลักดันร่างกฎหมายอาจมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ 
นายสุทิน กล่าวว่า “คนที่คิดโดยสุจริตใจก็คิดได้ คนที่ไม่สุจริตใจก็คิดได้ แต่ว่าเรื่องนี้จะต้องมีเหตุผลที่พูดคุยกัน และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองที่อยู่จากนั้น ก็ต้องรับผิดชอบอนาคต ใครคิดทำเรื่องไม่ดีไม่งามไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว มันไปไม่รอด สังคมตามอยู่ คือหนึ่งสามารถอธิบายได้และสองต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง” นายสุทินกล่าว

เมื่อถามว่าท้ายที่สุดการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะซ้ำรอยกรณีการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดๆหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่าไม่เป็นเช่นนั้น ยืนอยู่ผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนเรื่องนี้มีการศึกษามานานมาก ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านมีหมดแล้ว ส่วนประเทศไทยช้าด้วยซ้ำไป  ส่วนตัวเห็นว่าเมื่อเรื่องนี้คุยมานานมากแล้ว ประเทศไทยควรที่จะลองดูสักทีจะเป็นอะไร หากลองแล้วไม่ดีก็ยกเลิกกฎหมายได้ ถ้าไม่ลองเลยจะเป็นเรื่องคาใจ ว่าเรื่องนี้ไม่ได้สุขเอาเผากิน และผ่านการศึกษามาแล้ว ทางฝ่ายนิติบัญญัติ และนักวิชาการ และเชื่อว่าจะฟื้นเศรษฐกิจได้เพราะในเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ไม่ได้มีกาสิโน แต่ยังมีโรงแรมและศูนย์กีฬา 

เมื่อถามว่า สว.ไม่เห็นด้วยรวมถึงเตรียมตั้งกรรมาธิการคัดค้าน เป็นอุปสรรคในการผลักดันหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไปแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็น วันนี้หลายส่วนอาจเข้าใจว่ายังไม่ได้ลงรายละเอียด หากดูแล้วก็อาจจะเปลี่ยนใจได้ 

เมื่อถามว่า สว.ถูกมองว่าเป็นตัวแทนกลุ่มเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล จะกลายเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่เป็น ในที่สุดแล้วเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน  สว. ต้องพิสูจน์ตัวเองยืนอยู่บนจุดยืนของของตัวเอง จะทำเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ตอนนี้บริบทและบทเรียนหลายอย่างเกิดขึ้นกับ สว. เชื่อว่า สว. จะต้องคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

ขณะที่น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ กล่าวเสริมถึงความจำเป็นในการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงเยอะ ดังนั้นพิจารณาในวาระที่ 1 เพื่อ การตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณา ในช่วงปิดสมัยประชุมจึงเป็นเรื่องจำเป็น เชื่อว่าจะทำให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบ และชี้ว่าในการพิจารณาเรื่องนี้จะต้องมีตัวแทน สส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตัวแทนภาคประชาชนมาร่วมพิจารณา เพื่อให้ผลการศึกษานำไปสู่ข้อสรุปที่ชัดเจน 

‘ณัฐวุฒิ’ชวนรำลึก 15 ปี 10 เมษา สลายคนเสื้อแดง ให้ความเป็นเพื่อนเตือนใจกัน

'ณัฐวุฒิ'ชวนรำลึก 15 ปี 10 เมษา สลายคนเสื้อแดง ให้ความเป็นเพื่อนเตือนใจกัน

‘ณัฐวุฒิ’ชวนรำลึก 15 ปี 10 เมษา สลายคนเสื้อแดง ให้ความเป็นเพื่อนเตือนใจกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.01 น.

‘ณัฐวุฒิ’ ชวนรำลึกเหตุการณ์ 10 เม.ย. 68 ถนนดินสอ 

วันที่ 3 เมษายน 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  ผ่านเวลา 15 ปี กับการต่อสู้อันยาวนาน ของขบวนการประชาชนที่อายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ร่วมรำลึกเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ทำบุญอุทิศให้เพื่อนผู้จากไป ให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต สนทนา บอกเล่าวาระที่เป็นเป้าหมายร่วมกัน 

มีซุ้มอาหาร กินข้าวกันสักมื้อ กอดคอ จับมือ 

ให้ความเป็นเพื่อนเตือนใจกัน

10 เมษายน 68 ถนนดินสอ (ฝั่งโรงเรียนสตรีวิทยา) เริ่ม 16.30 น.

ทื้งนี้ วันที่ 10 เมษายน 2553 มีการสลายการชุมนุม โดยใช้คำว่า “ขอคืนพื้นที่” บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ยาวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จุดที่มีการปะทะและเสียชีวิตจำนวนมากคือ ถนนดินสอและแยกคอกวัว

‘แพทองธาร’ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ ‘นายกฯอินเดีย’ เยือนไทยเป็นทางการ

‘แพทองธาร’ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ ‘นายกฯอินเดีย’ เยือนไทยเป็นทางการ

‘แพทองธาร’ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ ‘นายกฯอินเดีย’ เยือนไทยเป็นทางการ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.53 น.

เปิดทำเนีบบรับนายกฯอินเดียร์หารือเชื่อมเส้นทางคมนาคม 

เมื่อเวลา15.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายนเรนทร โมที นายกฯอินเดีย ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดยมี พิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  ก่อนที่น.ส.แพทองธาร จะเลิญ นายนเรนทร ถ่ายภาพร่วมกัน ที่บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า และนายนเรนทร ได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ที่ ห้องสีงาช้าง (ด้านนอก) ตึกไทยคู่ฟ้า และมีการหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ตึกภักดีบดินทร์

 จากนั้นเวลา 17.00น. น.ส.แพทองธาร และนายนเรนทร เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างประเทศไทยและอินเดีย และพิธีมอบพระไตรปิฏกสากล ฉบับสัชฌายะ ก่อนแถลงข่าวร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยน.ส.แพทองธาร แถลงมีเนื้อหาสรุปว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าไทยและอินเดียได้บรรลุเป้าหมายในการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ และจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ที่เมียนมาไทยและอินเดียแสดงความเสียใจความสูญเสียในฐานะประเทศเพื่อนบ้านเราได้ให้ความช่วยเหลือเมียนมาอย่างเร่งด่วนและจะให้ความร่วมมือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยต่อไป และยังเห็นพ้องผลักดันถนนสามฝ่าย ไทยเมียนมาให้มีความคืบหน้าและเสนอโครงการแลนบริดจ์ของไทยเป็นทางเลือกใหม่ให้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า และยังมีแผนพัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นท่าเรือหลักเชื่อต่อฝั่งตะวันออกของภูมิภาคเอเชียใต้จะเปิดโอกาสความเป็นหุ้นส่วนการลงทุนระหว่างกัน 

จากนั้นเวลา 19.00 น. น.ส.แพทองธาร จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุม BIMSTEC ณ โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย จะเข้าร่วมด้วย

‘เท้ง’ซัดรัฐบาลน่าสงสัย? เร่งดันร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เชื่อกลุ่มทุนอิงแอบอยู่ข้างหลัง

'เท้ง'ซัดรัฐบาลน่าสงสัย? เร่งดันร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เชื่อกลุ่มทุนอิงแอบอยู่ข้างหลัง

‘เท้ง’ซัดรัฐบาลน่าสงสัย? เร่งดันร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เชื่อกลุ่มทุนอิงแอบอยู่ข้างหลัง

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.46 น.

“เท้ง” นำทีม ปชน. แถลงอีกรอบ หลังแพ้โหวต “แผ่นดินไหว-เลื่อนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ซัดรัฐบาลเร่งรีบ น่าสงสัย เชื่อกลุ่มทุนอิงแอบอยู่ข้างหลัง ด้าน “ โรม” ฉะ สส.รัฐบาลอยากกลับบ้าน เลยดิ้นเอามาแทรกให้ได้ ขณะ ไอติม” ถามอยากให้ไทม์ไลน์ ทำไมไม่ทำรายงานการศึกษาช่วงปิดสมัย งง ไม่สมเหตุสมผล

วันที่ 3 เมษายน 2568 เมื่อเวลา 16.50 น. ที่รัฐสภา พรรคประชาชนนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรค , นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ,นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรค และสส.ของพรรค ร่วมแถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลื่อนระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นเรื่องด่วนที่จะพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย.

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เสนอญัตติด่วนให้มีการพิจารณาข้อเสนอในเรื่องผลกระทบกับเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอคำตอบอยู่ ในขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยมีการเสนอญัตติให้เปลี่ยนระบเบียบวาระปาดหน้า การประชุมในวันนี้จะไม่มีปัญหาถ้าสส.ทั้ง2ฝั่งอยู่ประชุมสภาฯ ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนทำหน้าที่รักษาองค์ประชุมและพิจารณาญัตติไปตามลำดับจะสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น ซึ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีข้อกังวลในส่วนขององค์ประชุม ที่หากอภิปรายเรื่องแผ่นดินไหวจนมืดเกินไปอาจจะมีองค์ประชุมไม่ครบ 

“การกระทำที่เกิดขึ้นล้วนวะท้อนให้เห็นว่า การผลักดันเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ของรัฐบาลมีความเร่งรีบ เกินความจำเป็นอย่างน่าสงสัยจริงๆ“ นายณัฐพงษ์กล่าว 

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าหากรัฐบาลไม่เสนอร่างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ แซงคิวร่างกฎหมายอื่นในสัปดาห์หน้ามีโอกาสน้อยมากที่จะพิจารณาถึงร่างดังกล่าว ยิ่งรีบยิ่งทำให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีผลการรายการความเป็นไปได้ที่ละเอียด รอบคอบและเป็นที่ยอมรับเพียงพอที่จะรับรองนโยบาย 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าสรุปแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า ทำไมการประชุมสภาฯจึงไม่สามารถประชุมได้อย่างราบรื่น และทำไมถึงต้องมีการเสนอเปลี่ยนวาระเข้ามาแทรกก่อนที่จะมีการเข้าสู่การพิจารณาในเรื่องของญัตติการจัดการแผ่นดินไหว คือ สส.รัฐบาลอยากกลับบ้านเร็วแค่นั้น เพราะถ้าเกิดรอให้มีการพิจารณาญัตติแผ่นดินไหวเสร็จก่อน สส.รัฐบาล ก็คงจะไม่ได้อยู่ในการทำหน้าที่ในสภาแล้ว และก็คงจะเป็นห่วงว่า ถ้าเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงญัตติในเวลานั้น โหวตไปโหวตมา จะแพ้เสียงของฝ่ายค้าน เพราะฝ่ายค้านเราไม่ได้เห็นด้วย กับการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงวาระแน่นอน เป็นแค่เพียงข้ออ้าง ที่ทำให้เกิดปัญหาเกิดบรรทัดฐานใหม่ๆ ความยุ่งยากใหม่ๆ หลายๆ นำไปสู่การสูญเสียเวลา

จากนั้นเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม เมื่อถามว่าเรื่องนี้สะท้อนถึงดีลอะไรในรัฐบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนเบื้องหลังกับกลุ่มทุนต่างๆ  โดยเฉพาะผู้ที่จะมารับสัมปทานทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ สิ่งที่สะท้อนอย่างชัดเจนคือความพยายามเร่งรีบในการผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ทันภายในสมัยประชุม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งข้อสงสัยและสังคมสามารถสังเกตเว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องเร่งรีบ เพราะมีกฎหมายอื่นที่สำคัญไม่แพ้กันในสภา 

ส่วนกลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลัง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะเรายังไม่มีหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ยังมีลักษณะการทำการเมืองที่อิงแอบผลประโยชน์ส่วนตัว 

เมื่อถามว่าการปะทะกับฝ่ายรัฐบาลในวันนี้ จะทำให้สภาเสื่อมเสียหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้เพื่อนๆ สส.ก็ยังทำหน้าที่อยู่ในสภา เชื่อว่าจะอยู่ดึกกว่าเดิม ในการพิจารณาเรื่องเหตุแผ่นดินไหว เหตุการณ์ที่ทำให้ล่าช้าหลายชั่วโมง ถ้าทุกคนต่างทำหน้าที่ของสภาให้สมเกียรติและพิจารณาไปตามลำดับ ก็จะไม่มีเหตุวุ่นวายแบบและความล่าช้า

เมื่อถามว่าไม่สามารถตกลงกันได้ในวิปฯ หรือ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วิปก็ได้มีการพูดคุยกันอยู่แล้วว่าจะมีการเสนอญัตติแผ่นดินไหว และทราบว่ารัฐบาลจะเสนอญัตติเลื่อนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เป็นสัปดาห์หน้า แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับ เมื่อการประชุมสภาในวันนี้ ตนได้เสนอญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวขึ้นมาก่อนและเราก็ไม่อยากทำอะไรให้การพิจารณาในสภาเสียมาตรฐาน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นความผิดปกติของรัฐบาลที่พยายามเร่งรีบ ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะตรวจสอบทุกช่องทาง เพื่อสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลศึกษาอย่างรอบคอบ

เมื่อถามว่าวันที่ 9 เมษายน ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนเรื่องการขึ้นกำแพงภาษีของสหรัฐฯ จะไปตรงกับวันพิจารณาเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์พอดี จะซ้ำรอยวันนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ญัตติด่วนของพรรคจะยื่นวันพฤหัสดี (10 เม.ย. 68) ซึ่งจะไม่ชนกัน

ขณะที่นายพริษฐ์ อธิบายเพิ่มว่า มีฝ่ายรัฐบาลตั้งคำถามว่าทำไมเราถึงไม่ยอม เพียงแค่ 5 นาทีในการเลื่อนระเบียบวาระ และเข้าสู่ญัตติแผ่นดินไหว เสมือนกับว่าฝ่ายค้านทำให้เสียเวลา ซึ่ง ณ เวลานี้ ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เราลดเนื้อหา ถ้าดึกขึ้นกว่าเดิมก็เป็นหน้าที่ สส. นอกจากนี้ การที่รัฐบาลบอกว่าการเลื่อนวาระใช้เวลาแค่ 5 นาที ไม่สมเหตุสมผล แม้รัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าควรจะมีการเลื่อนระเบียบวาระใดก็ตาม แต่รัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่าเห็นต่างกัน ควรจะต้องเปิดให้อภิปราย ดังนั้น การเอาเข้ามาแทรก ไม่สมเหตุสมผล 

นายพริษฐ์ ตั้งคำถามว่า ถ้ารัฐบาลอยากจะทำให้เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทันตามไทม์ไลน์ ทำไมไม่สลับลำดับไปทำรายงานการศึกษาโดยละเอียด ตอนปิดสมัยประชุม แล้วค่อยเสนอตอนเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งน่าจะสมเหตุสมผลกว่า

‘มินอ่องลาย’ถึงไทยแล้ว! เตรียมร่วมประชุม BIMSTEC พรุ่งนี้

'มินอ่องลาย'ถึงไทยแล้ว! เตรียมร่วมประชุม BIMSTEC พรุ่งนี้

‘มินอ่องลาย’ถึงไทยแล้ว! เตรียมร่วมประชุม BIMSTEC พรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.03 น.

วันที่ 3 เมษายน 2568  เวลา 15.46 น.  พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพมหานครแล้ว ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศเมียนมา 

โดยใช้เวลาการเดินทางจากเมียนมาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรัฐบาลให้การต้อนรับ

พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ลาย จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกองสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ  ตามกำหนดในวันที่ 4 เม.ย.68 ณ กทม.

ขอบคุณภาพ : BIMSTEC 2025 THAILAND

อ่านเกม‘ทรัมป์’ตั้งกำแพงภาษี! ‘ธีระชัย’ชี้ไทยโดนอ่วม 46% แนะรัฐรีบวางแผนเจรจา

อ่านเกม‘ทรัมป์’ตั้งกำแพงภาษี! ‘ธีระชัย’ชี้ไทยโดนอ่วม 46% แนะรัฐรีบวางแผนเจรจา

อ่านเกม‘ทรัมป์’ตั้งกำแพงภาษี! ‘ธีระชัย’ชี้ไทยโดนอ่วม 46% แนะรัฐรีบวางแผนเจรจา

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.25 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในประเด็นที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ประเทศไทยซึ่งถูกกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ร้อยละ 36 ว่า ตนตื่นมาตอนตี 5 เห็นข่าวแล้วก็ตกใจ เพราะก่อนหน้านี้ทรัมป์มีท่าทีอะลุ้มอล่วย แต่พอออกมาจริงๆ ตัวเลขดูรุนแรงและกระจายไปทั่ว

ดังนั้นนโยบายล่าสุดที่ทรัมป์ประกาศออกมาจึงสะเทือนไปทั่วโลก เรียกว่าเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจ โดยหากย้อนมองประวัติศาสตร์ ช่วงที่อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เคยสูงในระดับนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วง 10 ปีก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเวลานั้นเมื่อสหรัฐฯ ยกระดับภาษีก็ก่อให้เกิดการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า แต่เมื่อตอบโต้กันไป – มาก็ทำให้การค้าโลกลดลงอย่างมาก นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอทั่วโลก หรือ The Great Depression และสุดท้ายก็นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

ซึ่งสิ่งที่ตนกำลังจะบอกคือหากมีการคว่ำบาตรทางการค้า อย่าคิดว่าจะจบอยู่ที่การค้า แต่อาจลามไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่สงครามเศรษฐกิจ แต่จะกลายเป็นสงครามที่ใช้อาวุธเข้าสู้รบกันจริงๆ อย่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จู่ๆ ญี่ปุ่นก็เข้าร่วมสงครามและส่งฝูงบินไปทิ้งระเบิดถล่มฐานทัพเรือเพิร์ล ฮาร์เบอร์ของสหรัฐฯ เรื่องนี้ไม่ใช่จู่ๆ ก็เกิดขึ้น แต่ต้องย้อนไปดูบริบทขณะนั้นที่สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกเพียงรายเดียว

แต่เมื่ออยู่ดีๆ สหรัฐฯ หยุดขายน้ำมันให้ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นคำนวณแล้วว่าปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศเหลือไม่มากและไม่รู้จะหาซื้อจากที่ไหน ทำให้ตัดสินใจยกกองทัพไปบุกยึดดินแดนต่างๆ เช่น เกาะบอร์เนียว ก็เพื่อแสดงหาแหล่งน้ำมัน ดังนั้นสิ่งที่ตนเล่าคือประวัติศาสตร์ที่มีการแสดงให้เห็นว่าเมื่อมีการตอบโต้หรือคว่ำบาตรกัน สถานการณ์ที่จะลามจากสงครามเศรษฐกิจไปเป็นสงครามสู้รบจริงสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย

“เวลานี้อย่าลืมว่ามันมีสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกซึ่งผมคิดว่าน่าเป็นห่วงอยู่ 2 เรื่อง 1.ยูเครน สหรัฐฯ พอเวลานี้เปลี่ยนเป็นทรัมป์เขาเดินหนีจากสงครามยูเครนก็จริง แต่พอสหรัฐฯ เดินหนี ประเทศในยุโรปตะวันตกกลับจับมือกันแล้วจะไปในลักษณะที่ผมคิดว่าน่ากลัว คือก่อนหน้านี้ส่งเงินและส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นคนรบ เวลานี้เขาประกาศแล้วว่าลำดับต่อไปจะมีทหารอังกฤษ ฝรั่งเศส และอาจรวมถึงเยอรมันเข้าไปประจำการในยูเครน ร่วมรบด้วย เขาพูดทำนองว่าเข้าไปเพื่อรักษาสันติภาพ แต่ถ้าอาวุธรัสเซียมาโดนเขาก็จะตอบโต้” นายธีระชัย กล่าว

นายธีระชัย กล่าวต่อไปว่า 2.สหรัฐฯ พยายามเข้าไปกดดันอิหร่านเพื่อเจรจาเรื่องโครงการพัฒนานิวเคลียร์ โดยหากย้อนมองประวัติศาสตร์ อิสราเอลซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีนิวเคลียร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และไม่ยอมให้ประเทศอื่นได้มีบ้างโดยเด็ดขาด อย่างครั้งหนึ่งอิรักหรือซีเรียสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาก็ถูกอิสราเอลระเบิดทำลายทิ้งทันที ดังนั้นปัจจุบันตนเชื่อว่าอิสราเอลคงจับตามองอิหร่าน โอกาสเกิดปัญหาจึงสูงมากและเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะกระทบทั้งราคาน้ำมันและการขนส่งสินค้า

ซึ่งทั้ง 2 เรื่องข้างต้นเดิมก็น่ากังวลอยู่แล้ว เมื่อมาเจอการประกาศนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีทรัมป์เป็นผู้นำเข้าไปอีก ส่วนคำถามว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งให้เกิดสงครามหรือไม่ หากมองลึกไป 2-3 ชั้น เราต้องมองว่าทรัมป์อยากได้อะไร เพราะด้านหนึ่งเข้าใจได้ว่าสหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามานาน ซึ่งหากประเทศเล็กๆ ขาดดุลการค้ามานานๆ ค่าเงินจะอ่อน การใช้จ่ายเกินตัวก็ต้องหยุด

แต่ด้วยความที่เงินดอลลาร์ของสหรัฐฯ เป็นสกุลเงินของโลก ค่าเงินจึงไม่อ่อน แต่ก็ทำให้สถานการณ์ขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ เลวลงไปเรื่อยๆ จึงเกิดมาตรการนี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากไปดูหนังสือ Trump : The Art of the Deal (ฉบับแปลไทยใช้ชื่อ “เส้นทางชีวิตสู่ธุรกิจพันล้าน”) ซึ่งทรัมป์เคยเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2530 จะเห็นทั้งความมุ่งมั่นและการมีความสามารถสูงในการเจรจา และเทคนิคการเจรจาของทรัมป์คือประกาศอะไรออกมาแบบเข้มๆ ไว้ก่อน เพื่อให้คนอื่นๆ เข้าไปเจรจา

“ผมคิดว่าแนวคิดของเขาขณะนี้คือพอโดนบีบอย่างนี้แล้วหลายๆ ประเทศจะยอมลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าของสหรัฐฯ แล้วเขาก็จะออกมาประกาศว่า นี่ไง!..ไปทำให้เกิดการลดภาษีนำเข้าทั่วโลกเลย แล้วก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาเวลานี้คือขบวนการขั้นตอนในการที่จะไปสู่เป้าหมายของทรัมป์ไม่ง่าย ถ้าเขาออกมาแล้วภาพออกมาแล้วเขามีพลังอำนาจแล้วมีเทคนิคในการเจรจา แล้วปรากฏว่าวางไพ่ทีแรกเข้มเลย แล้วปรากฏว่าประเทศต่างๆ ก็มา แล้วในที่สุดก็ยอม ภาษีของสินค้าสหรัฐฯ ที่จะเข้าไปในยุโรปก็ดีอะไรก็ดี เวลานี้ลดลงมาเลย ในแง่นี้ก็ต้องยอมรับว่าการค้าโลกมันก็จะดีขึ้น” นายธีระชัย ระบุ

นายธีระชัย ยังกล่าวอีกว่า แต่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นก็จะเกิดการเบียดกันไป – มา เพราะว่าบางประเทศก็จะไม่ยอมในทันทีและมีการตอบโต้ ขณะที่บางประเทศแม้จะยอม เช่น สมมติไทยยอมลดภาษีให้สหรัฐฯ ก็ต้องลดให้ประเทศอื่นด้วยในสินค้าเดียวกัน เว้นแต่เราสามารถไปเจรจาแล้วไปทำเป็นเขตการค้าเสรีพิเศษระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ดังนั้นขั้นตอนในการเจรจา ดูแล้วสำหรับไทยยังต้องวางแผนดำเนินการอย่างแยบยล

และจริงๆ ที่ทรัมป์บอกจะเก็บภาษีสินค้าจากไทยร้อยละ 36 หากบวกภาษีฐานที่เก็บจากทุกประเทศร้อยละ 10 อยู่แล้ว เท่ากับสินค้านำเข้าจากไทยจะถูกเก็บภาษีถึงร้อยละ 46 เช่น จากของราคา 100 บาท กลายเป็น 146 บาทในสหรัฐฯ และผลกระทบไม่เพียงการส่งสินค้าไปสหรัฐฯ เท่านั้น แต่รวมถึงการส่งสินค้าไปประเทศอื่นๆ ด้วย เพราะการค้าและการบริโภคทั่วโลกก็ลดลง แม้กระทั่งนักลงทุนต่างประเทศที่จะมาลงทุนในไทยเพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปขายในสหรัฐฯ ก็จะสะดุดเช่นกัน รัฐบาลจึงต้องรีบวางแผน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทรัมป์’จัดชุดใหญ่‘กำแพงภาษี’สินค้านำเข้าทั่วโลก ‘ไทย’โดนไปจุกๆ36%

– 006

‘สภาฯ’ไฟเขียวเลื่อนระเบียบวาระ‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ขึ้นรอถกสัปดาห์หน้า

‘สภาฯ’ไฟเขียวเลื่อนระเบียบวาระ‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ขึ้นรอถกสัปดาห์หน้า

‘สภาฯ’ไฟเขียวเลื่อนระเบียบวาระ‘ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ’ขึ้นรอถกสัปดาห์หน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.56 น.

“สภาฯ”ไฟเขียวเลื่อนระเบียบวาระ”ร่าง กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”ขึ้นมารอถกสัปดาห์หน้า เดินหน้าถกญัตติ”แผ่นดินไหว”ต่อ

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังจากที่ได้ลงมติต่อการเรียงลำดับการเสนอญัตติ ซึ่งมติเสียงข้างมากเห็นด้วยให้ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ โดยขอเลื่อนร่างพระราชบัญญัติ จำนวน 5 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไป คือ ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. เป็นลำดับแรก ต่อด้วย ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดย นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เสนอโดย นายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม (กธ.) กับคณะ  ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. …. เสนอโดย นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (กก.) กับคณะ และร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. …. เสนอโดย น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 36,723 คน

ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ ถามต่อที่ประชุมว่า จะมีผู้ใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แจ้งว่าไม่เห็นด้วย พร้อมอภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนร่าง พ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร แซงคิวร่าง พ.ร.บ.ที่อยู่ก่อนหน้านั้น และมีเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยเพราะก่อนหน้านั้นในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้เชิญสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวกับนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ถึงรายงานผลการศึกษาที่อ้างอิงต่อการทำนโยบายว่าได้ศึกษาอย่างละเอียดหือไม่ ซึ่งตัวแทน สศค.ระบุว่า แม้เสียงข้างมากของสภาฯเห็นชอบเมื่อปี 2567 แต่ส ส.พรรคก้าวไกลขณะนั้น ไม่ลงมติเห็นชอบด้วย เพราะการศึกษาไม่ละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อร่างกฎหมายไม่มีรายงานศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบเพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องแซงคิวร่าง พ.ร.บ.อื่น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีความเห็นต่างเยอะ ทำไมถึงคุยหลังเรื่องแผ่นดินไหวไม่ได้

ต่อจากนั้น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เสนอญัตติให้เปลี่ยนแปลงระเบียบวาระต่อที่ประชุม โดยเลื่อนร่าง พ.ร.บ.ในกลุ่มการนิรโทษกรรม จำนวน 4 ฉบับ ขึ้นมาพิจารณา โดยไม่มีเรื่องร่าง พ.ร.บ.การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ วินิจฉัยว่า “เสนอไม่ได้ เพราะจะเป็นญัตติซ้อนญัตติ” ทว่าที่ประชุมได้ถกเถียงกันอีกครั้งในเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีความเห็นต่างที่ส่อแววว่าจะทำให้การประชุมสภาฯ ยืดเยื้อ

ซึ่งระหว่างนั้น นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขอให้การประชุมเดินหน้าด้วยความรวดเร็ว และใช้การลงมติเพื่อตัดสิน เพื่อให้สภาฯ ได้พิจารณาเรื่องแผ่นดินไหว ที่เตรียมตัวไว้ ทำให้ นายชุติพงษ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ประท้วงว่า หากจะให้เร็วขอให้ถอนญัตติของนายอนุสรณ์ ซึ่งสร้างเสียงโห่ลั่นห้องประชุมสภาฯ ก่อนที่ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้ปิดการอภิปราย และเดินหน้าตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมยังคงถกเถียงถึงการเสนอญัตติดังกล่าวก่อนประธานสภาฯ จะใช้การโหวตเพื่อตัดสินโดยมติเสียงข้างมาก 249 เสียง ไม่เห็นด้วย 137 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ถือว่ามติสภาฯเห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่นายอนุสรณ์เสนอ

จากนั้นได้เข้าสู่การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาประเด็นแผ่นดินไหวต่อไป รวมเวลาที่สภาฯ ต้องใช้เวลาเพื่อหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าวยาวนานถึง 3 ชั่วโมง