‘ชัยธวัช’เมิน’ทักษิณ’ปรามาส’ปชน.’สู้’พท.’ไม่ได้ ศึกนายกนครเชียงใหม่

'ชัยธวัช'เมิน'ทักษิณ'ปรามาส'ปชน.'สู้'พท.'ไม่ได้ ศึกนายกนครเชียงใหม่

‘ชัยธวัช’เมิน’ทักษิณ’ปรามาส’ปชน.’สู้’พท.’ไม่ได้ ศึกนายกนครเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.50 น.

‘ชัยธวัช’เมิน’ทักษิณ’ปรามาส’ปชน.’สู้’พท.’ไม่ได้ ศึกนายกนครเชียงใหม่ ชี้ผลอยู่ที่ประชาขนเลือก มั่นใจหัวหน้าพรรคไม่ปัญญาอ่อน หลังทักษิณเรียกเท้งหนุ่มสึ่งตึง โต้บิดเบือนกล่าวหาพะวง 112 เลยตั้งรัฐบาลไม่ได้ ทั้งที่หลายพรรคการเมืองรวมหัวสกัดพรรคส้ม ลั่นถ้าเป็นรัฐบาล ‘ทักษิณ’ไม่มีทางกลับมาแบบเท่ๆ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 ที่ จ.เชียงใหม่ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาช่วยผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทยหาเสียง พร้อมพาดพิงว่าผู้สมัครจากพรรคประชาชนจะสู้ไม่ได้ ว่า ในส่วนของพรรคประชาชนอาจจะคิดต่างจากนายทักษิณ วันนี้ตนยังเชื่อมั่นว่ากระแสที่ได้รับจากประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ยังมีความเชื่อมั่นว่าเราจะชนะ ในวันที่ 11 พ.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ด้วย เพราะในรอบ 4 ปีก่อน คนออกมาใช้สิทธิ์น้อยสำหรับเทศบาลนครเชียงใหม่คือ 59% แต่ถ้ารอบนี้ออกมาใช้สิทธิ์เท่ากับการเลือกตั้ง อบจ. ก็เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนจะได้รับชัยชนะ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

เมื่อถามว่า อยากจะพูดอะไรแทน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ถูกนายทักษิณ พาดพิงว่าเป็นหนุ่มสึ่งตึง หลังให้พรรคเพื่อไทยไปขอโทษประชาชนก่อนจะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชน พร้อมถามกลับว่าใครจะมาร่วมด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่สำหรับพรรคประชาชน เป้าหมายหลักคือชนะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าให้มากที่สุด ถ้ามากพอจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวก็ดีที่สุด แต่ถ้าชนะอันดับ 1 แล้วเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งตนไม่สามารถพูดแทนผู้บริหารของพรรคประชาชนได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าหัวหน้าพรรคจะสึ่งตึง หรือภาษาชาวบ้านที่เรียกว่าปัญญาอ่อน ตนยังเชื่อมั่นในวุฒิภาวะ และความสามารถของนายณัฐพงษ์ และพรรคประชาชน

เมื่อถามว่า  นายทักษิณ บอกว่า พรรคประชาชนมัวติดหล่มกับเรื่อง 112 ทำให้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ นายชัยธวัช กล่าวว่า นายทักษิณอาจจะลืมไป และอาจเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง จริงๆ มีความพยายามให้เหตุผลเยอะแยะในการจัดตั้งรัฐบาลแบบตระบัดสัตย์ข้ามขั้วของรัฐบาลชุดนี้ เหมือนที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องเสียงไม่พอจัดตั้งรัฐบาลเลยเป็นแบบนี้ ว่าสนับสนุนพรรคก้าวไกลแล้ว แต่พรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เอง

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้พูดกันแต่มีนัยยะกับเรื่องทั้งหมดที่นำมาสู่ปัญหาทางการเมืองในตอนนี้ ก็คือนายทักษิณต้องการกลับบ้านแบบเท่ๆ แบบไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว ซึ่งทราบกันดีว่ามีการพูดคุยเจรจาต่อรองมาก่อนเลือกตั้งด้วยซ้ำ พูดคุยกับพรรคที่ทำรัฐประหารมาก่อนหน้าด้วย เพียงแต่ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยคิดว่าตัวเองจะชนะแลนสไลด์เป็นอันดับ 1 แต่พอผลการเลือกตั้งออกมา พรรคก้าวไกลชนะเป็นอันดับ 1 ก็เลยเกิดความชุลมุน จึงต้องแสดงละครกันไป สุดท้ายเมื่อพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีการรวมหัวกันของหลายพรรคการเมือง เพื่อสกัดไม่ให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีเพื่อนหรือไม่มีเพื่อน และเรื่อง 112 ยิ่งไม่เกี่ยวใหญ่ เพราะไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในเอ็มโอยู ตนคิดว่าเรื่องนี้เลิกบิดเบือนได้แล้ว เหตุผลอย่างเดียวคือถ้าก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกฯ นายทักษิณคงไม่สามารถกลับบ้านแบบเท่ๆ ได้

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงประเด็นที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับหรือไม่รับเรื่องชั้น 14 ของนายทักษิณ ว่า ตนติดตามข่าวจากสื่อมวลชน ว่า 30 เม.ย.นี้ จะมีการพิจารณา ก็รอฟังเรื่องนี้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่คิดว่าเรื่องนี้มันประจักษ์ต่อสายตาประชาชนแล้ว ถามใครก็ได้ว่าประชาชน สังคมทราบดี ว่านายทักษิณไม่ได้ป่วย และมีการใช้กฎหมายอย่างบิดเบือน อภิสิทธิ์ชน เพื่อให้นายทักษิณไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว โดยร่วมมือกันหลายฝ่ายทั้งข้าราชการ นักการเมือง ข้อเท็จจริงมันจริงอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสังคมก็พยายามที่จะใช้ช่องทางกฎหมายตรวจสอบเรื่องนี้เท่าที่จะทำได้

‘ชัยธวัช’น้อมรับ! พ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

‘ชัยธวัช’น้อมรับ! พ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

‘ชัยธวัช’น้อมรับ! พ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมเมืองคอน

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 20.00 น.

“ชัยธวัช”น้อมรับ! พ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมเมืองคอน หลัง”กล้าธรรม”ชิงประกาศชัยชนะ ผิดหวังภาคใต้ซื้อเสียงโจ๋งครึ่ม หวังประชาชนยังเทใจให้ชนะเลือกตั้งทั่วไป

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ จ.เชียงใหม่ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงศึกเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่ปิดหีบเลือกตั้ง 1 ชั่วโมง พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้แถลงข่าวประกาศชัยชนะ พรรคประชาชน (ปชน.) จะมีทิศอย่างไรต่อ ว่า ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ก็ประกาศเร็วมาก ไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลังปิดหีบ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงสำหรับพรรคประชาชนถ้ายังไม่ชนะจะต้องตั้งใจทำงานหนักมากขึ้นต่อไป ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องน้อมรับการตัดสินใจของประชาชน

ทั้งนี้ ในการวิเคราะห์ของตน เรื่องการเลือกตั้งซ่อม แม้ว่าพรรคประชาชนไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ก็ไม่ทำให้เป้าหมายการเลือกตั้งในภาคใต้ และการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งหน้ายุติลง เรายังมั่นใจว่าพรรคประชาชนมีโอกาสสูงมาก ที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งในภาคใต้ ไม่ใช่เฉพาะบัญชีรายชื่อ แต่เป็นเขต นี่ก็เป็นช่วงเวลาที่พรรคประชาชนกำลังเตรียมผู้สมัครที่ดีที่สุด จากพี่น้องภาคใต้ที่เห็นด้วย และคนทั้งประเทศ

นายชัยธวัช กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมีข้อสังเกตที่เป็นกังวล โดยหลักการตนยอมรับว่าประชาชนตัดสินใจก็ถือว่ายุติ แต่ก็มีสิ่งที่กังวลใจสำหรับการเมืองในอนาคตในพื้นที่ภาคใต้ ถ้าเราติดตามการรายงานของสื่อมวลชนหรือรายการวิเคราะห์เกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีธรรมราช ในหลายวันที่ผ่านมา มันเป็นการเลือกตั้งที่มีการพูดถึงการใช้อิทธิพล การใช้อำนาจทางการเมือง อำนาจรัฐ รวมถึงการซื้อเสียง ที่เรียกว่ายิงกระสุนอย่างโจ๋งครึ่ม โจ่งแจ้ง อย่างที่ไม่เกรงใจ กกต.มากที่สุดครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมีรายการทีวีที่ นายรงค์ บุญสวยขวัญ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พูดว่า “ใครยิงกระสุนได้แรงกว่าก็ชนะ” และวิเคราะห์ว่า “พรรคกล้าธรรมภาษีดีกว่า แรงกว่า เข้าได้มากกว่า” ตนมองว่านี่คือความน่าเป็นห่วงของการเมืองไทยในภาคใต้ ที่หลายคนพยายามบอก การเมืองภาคใต้อยากได้คนไม่ซื้อเสียง แต่น่าผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม นายชัยธวัช กล่าวย้ำว่า สุดท้ายพรรคประชาชน ถ้ายังไม่ได้รับชัยชนะ ก็คงจะไปโทษประชาชนไม่ได้ ต้องทำงานให้หนัก ให้ประชาชนเห็นว่า การเลือกพรรคประชาชนเป็นผู้แทนราษฎรมีประโยชน์และคุ้มค่ามากกว่าการเลือกทางเลือกอื่น

กกต.พอใจ! ภาพรวมเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

กกต.พอใจ! ภาพรวมเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

กกต.พอใจ! ภาพรวมเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.44 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงภาพรวมการลงคะแนนเลือกตั้งหลังการปิดหีบเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 ในเวลา 17.00 น.ว่า จากที่ได้ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งใน 35 หน่วยเลือกตั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่รู้จักหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี เพราะว่าได้จากการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว บางหน่วยมีการใช้สิทธิ์มาก แต่ถ้าเทียบตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์การเลือกตั้งครั้งที่แล้วร้อยละ 78 ครั้งนี้มีฝนตกลงมาอาจทำให้ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่า แต่ก็หวังว่าจะไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

ส่วนเรื่องร้องเรียนทุจริต ขณะนี้ยังไม่มีเป็นเพียงข่าว เช่น เมื่อวานที่ว่ามีการซื้อเสียงที่ อ.พิปูน ที่ระบุว่ามีการซื้อเสียงแบบโปรยหัวละ 300 บาท หรือที่ ต.ห้วยปริก อ.ฉวาง ซื้อเสียงหัวละ 500 บาท โดยหัวคะแนนได้ 100 หรือที่บอกว่าวันนี้มีขายสุรา ฉีกบัตร ก็ยังเป็นแค่ข่าวที่เราได้รับมาจากหลายแห่ง ทั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งสิ่งที่ต้องพยายามทำต่อคือ หาพยานหลักฐานให้เพียงพอที่จะนำมาดำเนินคดี แต่ก็ทราบมาว่าอาจจะมีการยื่นเป็นคำร้องในเร็ววันนี้ หากยื่นมามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก็จะเป็นประโยชน์มาก

ส่วนการประกาศผลหลังการเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา127 ให้ประกาศภายใน 60 วัน แต่ถ้า กกต.ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่าเลือกตั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถประกาศได้ก่อนระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่ตัดอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในการสืบสวนไต่สวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบลงคะแนน แต่ละหน่วยได้เริ่มนับคะแนน และรายงานผลการนับคะแนนมายังศูนย์รวมคะแนนประจำเขตเลือกตั้งที่ 8 โรงเรียนฉวาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช โดยผลการนับคะแนนยังไม่เป็นทางการ ล่าสุดดังนี้ หมายเลข 1 นายไสว เลื่องสีนิล พรรคภูมิใจไทย ได้ 28,422 คะแนน , หมายเลข 2 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 4,189 คะแนน , หมายเลข 3 นายณัฐกิตติ์ อยู่ด้วง พรรคประชาชน ได้ 6,759 คะแนน , หมายเลข 4 ว่าที่ พ.ต.กวี ไกรทอง พรรคพร้อม ได้ 286 คะแนน , หมายเลข 5 นายก้องเกียรติ เกตุสมบูรณ์ พรรคกล้าธรรม ได้ 39,039 คะแนน และหมายเลข 6 นายพิษณุ รสมาลี พรรคทางเลือกใหม่ ได้ 192 คะแนน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– ‘กล้าธรรม’นำฉลุย! เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

– ‘ธรรมนัส’นำ‘บิ๊กโอ’ประกาศชัยชนะ ขอบคุณชาวนครฯเขต 8 ให้โอกาส‘กล้าธรรม’

‘นฤมล’โพสต์ขอบคุณชาวนครฯ เขต 8 พา’บื๊กโอ”เข้าสภาฯ

'นฤมล'โพสต์ขอบคุณชาวนครฯ เขต 8 พา'บื๊กโอ''เข้าสภาฯ

‘นฤมล’โพสต์ขอบคุณชาวนครฯ เขต 8 พา’บื๊กโอ”เข้าสภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.44 น.

‘นฤมล’โพสต์ขอบคุณชาวนครฯ เขต 8 พา’บื๊กโอ ก้องเกียรติ’เข้าสภาฯ มาได้ เผย’ช่วยใครไม่เคยจำ แต่ใครช่วยเรา จำไม่มีวันลืม’ 

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครศรีธรรมราช เขต 8 อย่างเป็นทางการ ซึ่งปรากฏว่า นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครจากพรรคกล้าทำ ได้รับชัยชนะ มีคะแนนนำเข้ามาเป็นอันดับ 1

จากนั้น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์ข้อความโดยระบุว่า

“พวกเรา ครอบครัว#พรรคกล้าธรรม ขอกราบขอบพระคุณทุกคะแนนเสียงของพี่น้องอำเภอฉวาง พิปูน นาบอน และช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากหัวใจ ที่ให้ความไว้วางใจ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ และให้โอกาสพรรค#กล้าธรรม ได้เข้ามารับใช้พี่น้องเขต 8 พวกเราถือคติเหมือนกันว่า “ช่วยใครไม่เคยจำ แต่ใครช่วยเรา จำไม่มีวันลืม” พวกเรา ครอบครัว#กล้าธรรม จะเข้าไปช่วยบิ๊กโอพัฒนา แก้ปัญหา ให้ชาวนครศรีธรรมราช เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน จากนี้ไป เราจะสร้างความทรงจำบทใหม่ไปด้วยกัน”

‘ธรรมนัส’นำ‘บิ๊กโอ’ประกาศชัยชนะ ขอบคุณชาวนครฯเขต 8 ให้โอกาส‘กล้าธรรม’

‘ธรรมนัส’นำ‘บิ๊กโอ’ประกาศชัยชนะ ขอบคุณชาวนครฯเขต 8 ให้โอกาส‘กล้าธรรม’

‘ธรรมนัส’นำ‘บิ๊กโอ’ประกาศชัยชนะ ขอบคุณชาวนครฯเขต 8 ให้โอกาส‘กล้าธรรม’

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.27 น.

“ธรรมนัส”นำ”บิ๊กโอ”ประกาศชัยชนะ หลังคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งฉลุย ขอบคุณชาวนครฯเขต 8 ให้โอกาส”กล้าธรรม” ลั่น!พร้อมสร้างบ้านแปงเมืองไปกับคนใต้ ชี้จะใช้กระสุนหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ว่าคนทำผิดถูกจับหรือเปล่า

เมื่อเวลา 18.25 น.วันที่ 27 เมษายน 2568 ที่โรงแรม ไดมอนด์รีสอร์ท จันดี พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือ บิ๊กโอ ว่าที่ สส.เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค , นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรค ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังปิดหีบลงเมื่อเวลา 17.00 น.โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ คะแนนของนายก้องเกียรตินำผู้สมัครรายอื่นอยู่มากพอสมควร

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้นำแถลงขอบคุณชาวนครศรีธรรมราช เขต 8 ทุกท่านที่ให้โอกาส และให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม วันนี้นายก้องเกียรติพร้อมที่จะทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพี่น้องแล้ว ทุกคะแนนเสียงที่พวกท่านลงให้กับน้องโอ พวกเราในฐานะครอบครัวกล้าธรรมจะจำไว้ตลอดชีวิต และสิ่งใดที่ครอบครัวกล้าธรรมสามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับพื้นที่เขต 8 และพี่น้องชาวจังหวัดนครฯ ได้ เราพร้อมจะเดินหน้าทำอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างบ้านแปงเมืองตามที่ตนได้ปราศรัยว่า เราจะมาช่วยพัฒนาจังหวัดนครฯ ให้กลายเป็นเมืองหลวงของภาคใต้ ให้มีความเจริญในด้านเศรษฐกิจ ส่วนของราคาพืชผลการเกษตร หรือเรื่องอื่นๆ เราจะช่วยกัน ซึ่งวันนี้เราถือว่า เราปักธงที่จังหวัดนครฯ เขต 8 แล้ว เราพร้อมที่จะพัฒนานครศรีธรรมราชไปด้วยกัน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ท่านอยู่ที่ กทม.ก็ได้โทรมาแสดงความยินดี ตนในฐานะเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ถือว่า หายเหนื่อยแล้ว ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการเลือกตั้งในสนามแรกของพรรคกล้าธรรม ซึ่งเรามีเวลาเตรียมพร้อมอยู่ไม่กี่วันแม้กระทั่งในวันสมัครน้องโอก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ลงหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดผลออกมาก็ต้องขอขอบคุณชาวนครศรีธรรมราชเขต 8 ทุกคน ด้วยความเคารพรัก

“คนนครฯ พูดคำไหนคำนั้น ดังนั้น ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันผมก็มั่นใจว่า ผมจะปักธงที่นี่ ซึ่งตัวผู้สมัครเองก็มีพื้นฐานเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่พี่น้องรัก และสิ่งสำคัญที่สุด ต้องขอบคุณเครือข่ายพี่น้องคนใต้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และทั่วประเทศไทย ที่หลั่งไหลมาให้กำลังใจบิ๊กโอมาโดยตลอด เรามีความมั่นใจว่าการชนะการเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องชาวใต้จะให้โอกาสพรรคที่กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ส่วนกระแสข่าวว่ามีการใช้กระสุนนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อันนี้ก็เป็นแค่วลีที่เขาพูดกันการจะใช้กระสุนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า คนกระทำความผิดถูกจับหรือเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดก็เห็นว่าเวลาผมจัดเวทีปราศรัย เราเชิญชวนพี่น้องมาฟังปราศรัย เห็นชัดเจนว่าพี่น้องหลั่งไหลมาไม่เพิ่มขึ้นทุกเวที หมายความว่าเราสร้างกระแสสำเร็จ คนใต้เค้าเห็นว่า ตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนได้ทำอะไรให้กับคนใต้มาบ้าง

“ผมได้บอกกับน้องโออยู่ตลอดเวลาว่า การเป็นนักการเมืองต้องยินดีที่จะถูกตรวจสอบ แต่สำคัญที่สุดคือ เราต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า เราไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขากล่าวหา หรือเป็นไปตามกระแสข่าวว่า เราทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมอยู่ชีวิตการเมืองมาเลือกตั้งครั้งก็โดนร้องเรียนเป็น 20 เรื่อง ก็อยู่มาจนถึงทุกวันนี้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้าน นายก้องเกียรติ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ตนขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ทุกท่านมอบให้ ผมช่วยใครไม่เคยจำ แต่ใครช่วยผม จำไม่มีวันลืม ขอบคุณทุกแรงศรัทธาของประชาชน จากนี้ผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง”

– 006

‘ทักษิณ’ซัด’ปชน.’มัวแต่จะเอา 112 ทำไม่มีเพื่อนจนติดหล่มตั้งรัฐบาลไม่ได้

'ทักษิณ'ซัด'ปชน.'มัวแต่จะเอา 112 ทำไม่มีเพื่อนจนติดหล่มตั้งรัฐบาลไม่ได้

‘ทักษิณ’ซัด’ปชน.’มัวแต่จะเอา 112 ทำไม่มีเพื่อนจนติดหล่มตั้งรัฐบาลไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 19.15 น.

‘ทักษิณ’ขึ้นเวทีปราศรัยอู้กำเมืองอ้อนเลือก‘อัศนี’นั่งนายกเมืองเชียงใหม่ชนะขาด ซัด‘ปชน.’มัวแต่จะเอา112 ทำไม่มีเพื่อนจนติดหล่มตั้งรัฐบาลไม่ได้ จวกโทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเอง ยันแม้มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่รบ.ยังไปด้วยกันได้สบาย-ไม่ต้องกังวล บอกยังไม่ยุบสภา ต้องทำเจียงใหม่สวยก่อน 

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย (พท.) หาเสียง โดยมีแกนนำ และสส.ของพรรค พท.เปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย และมีประชาชนมารอรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก 

โดยนายทักษิณ กล่าวว่า เวลามาปราศรัยแล้วได้พูดคำเมืองก็สนุกดี เมื่อสักครู่นักข่าวถามตนว่าพร้อมหรือไม่ ตนก็บอกว่าพร้อม เพราะนายกหน่อย หรือนายอัศนี เป็นคนมีผลงาน ลงพื้นที่ต่อเนื่อง และที่สำคัญคือตนเชียร์เต็มที่ เพราะตนกลับมาครั้งนี้ อยากให้เชียงใหม่กลับมาสวยงามอีกครั้ง เพราะเมื่อก่อนตอนตนเป็นนายกรัฐมนตรี เชียงใหม่มันสวยงาม และเมื่อได้มาฟังนายกหน่อย เขาบอกว่าจะมาช่วยกันทำให้เชียงใหม่สวยงาม ฉะนั้น จึงขอให้นายอัสนีลงนายกเทศมนตรีอีกครั้ง แล้วเราจะช่วยกันทั้งระดับประเทศและระดับอบจ.เพื่อทำให้เชียงใหม่กลับมาสวย เจริญหูเจริญตา อีกครั้ง

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า เราจะช่วยกันทำให้เชียงใหม่สวยงามและสะอาด ตอนนี้ถนนมีฝุ่นเยอะมาก แต่รอบหน้าต้องทำให้ชนฟุตบาทเพื่อที่จะได้กวาดง่าย จึงได้บอกให้นายกหน่อยมาช่วยกัน รวมถึงนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ และรัฐบาลด้วย เรามีความหวังที่จะให้ท้องถิ่นและรัฐบาลเป็นแผ่นเดียวกันเพื่อจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องได้ โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ตามท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายบ้านเพื่อคนไทย เพื่อที่จะทำให้พี่น้องมีบ้านอยู่สุขสบาย โดยโครงการบ้านเพื่อคนไทยจะกระจายไปทุกพื้นที่ เราจะทำให้คนไทยอยู่อย่างดี

”คู่แข่งของนายกหน่อยคือพรรคใด เขาบอกว่าพรรคประชาชนเป็นคู่แข่ง แต่ผมคิดว่ามันสู้ไม่ได้ เมื่อสักครู่ผมนั่งรถมาก็เห็นป้ายของพรรคประชาชนที่หัวหน้าคือเท้ง หรือหนุ่มซินตึ้ง (ซื่อบื้อ) ซึ่งเขาบอกว่าพรรคประชาชนจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยได้ ก็ต่อเมื่อพรรคเพื่อไทยออกมาขอโทษประชาชนที่เคยทำผิดกับประชาชน เขาเอาอะไรมาพูด ตอนนี้พรรคประชาชนหรือพรรคก้าวไกลติดหล่มอยู่กับการตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ที่ตั้งไม่ได้ โทษใครไม่ได้ต้องโทษตัวเอง เพราะเขาจะเอา 112 อยู่นั่น“ นายทักษิณ กล่าว 

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ระบบการเมืองคือระบบรัฐสภา ที่หากใครรวมส่งได้เกินกึ่งหนึ่งก็จะได้เป็นรัฐบาล เมื่อปี 2562 ที่พรรค พท.ชนะมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง พรรค พปชร.ชนะเป็นอันดับสอง ซึ่งเราตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรค พท.จึงต้องมาเป็นฝ่ายค้านกับพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น เขาก็ไม่เห็นพูดอะไรสักคำ เพราะเขารู้ว่าเราชนะที่หนึ่งแต่รวมเสียงไม่ได้  แต่พอเขาชนะเป็นพรรคลำดับหนึ่ง พท. ให้โอกาส แต่รวมเสียงยังไงก็รวมไม่ได้ สว.ไม่เอา ใครก็ไม่เอา เป็นคนไม่มีเพื่อน แล้วมาโทษคนอื่น แบบนี้แหละเขายังเป็นละอ่อน ก็คิดแบบละอ่อน บอกว่าจะมารวมกับพรรค พท. ตั้งรัฐบาลถามแล้วหรือยังว่าเราจะเอาหรือไม่ ยังไม่ได้บอกว่าเราจะเอามารวม แต่บอกว่าให้เราไปขอโทษประชาชน มันสึ่งตึง 

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า สรุปแล้วเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเหมือนเดิม เพราะเป็นพรรคที่ทุ่มเททำงานให้ประชาชนและประชาชนไม่ลืมแน่นอน 17 ปีที่ตนไม่อยู่ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่ลืมตน ยกเว้นเชียงใหม่บางเขต อย่าลืมตนนะ ตนมาแล้วตัวเป็นๆ ขอคืนสส. ไม่เอาแล้วอย่างอื่น เอาเพื่อไทยอย่างเดียว เราจะได้ช่วยกันพัฒนาอย่างเต็มที่ 

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนจะขอเล่าให้ฟัง แต่เดี๋ยวจะมีคนหาว่าตนสัญญาว่าจะให้ ซึ่งตนก็รำคาญ ตอนนี้ตนกลับมาแล้ว จะเอาเชียงใหม่มาพัฒนาใหม่ จึงต้องการแนวร่วมตลอดทางทั้งรัฐบาล อบจ.และท้องถิ่น ตนเกิดที่นี่ กลับมาบ้านก็มีความสุข ที่ได้ทำเพื่อบ้านเมือง เมื่อก่อนคนเชียงใหม่เป็นคนที่สวยที่สุดในประเทศไทย แต่ตอนนี้ความสวยหายไป เราจะต้องเอาคืนมา เราจะทำให้บ้านเมืองสวย ความเป็นอยู่สวยความ จิตใจสวย เพื่อที่ความสวยจะกลับคืนมา 

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า ตนกำลังจะจัดประกวดนางแบบที่เป็นไทยแท้ ไม่ได้ทำศัลยกรรมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ฉะนั้น เชียงใหม่มีหลายคนแน่ เพื่อส่งเสริมให้เขามีโอกาสให้เขาได้ไปเวทีโลก ซึ่งตอนนี้เชียงใหม่หากินฝืดไปหน่อย เพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี รัฐบาลกำลังแก้และต้องแก้หลายเรื่อง เรื่องหนึ่งคือคนไทยเป็นหนี้หนักตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมามีการบริหารผิดพลาดรวมถึงเจอโควิดไปด้วย ทำให้คนไทยลำบาก ฉะนั้น วันนี้รัฐบาลพยายามที่จะแก้ปัญหาหลายเรื่อง แต่กลไกค่อนข้างช้าไปหน่อย และพรรคร่วมรัฐบาลก็มีหลายพรรค พอหลายพรรคจึงทำให้การตัดสินใจช้า ลำบากหน่อย แต่ไม่เป็นไรต้องทำให้ได้ 

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า เรื่องซื้อหนี้ประชาชน ออกจากแบงค์ได้อย่างไร ถ้าซื้อหนี้ออกมาก็จะมีเวลาทำมาหากิน ต้องทำให้คนไทยฟื้นตัวให้ได้ และเมื่อฟื้นตัวได้ ถ้าไม่ต้องมีหนี้เอาหนี้ไปแขวนสักระยะหนึ่ง ก็จะได้คิดออกทำมาหากินได้เต็มที่ ซึ่งตนก็คิดอย่างนี้ว่าต้องซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบ ไม่ต้องมีใครมาทวงหนี้สักระยะหนึ่ง รวยแล้วค่อยใช้หนี้ ตนกลับมาก็นึกถึงตอนที่เราลำบาก แล้วหันไปเห็นประชาชนก็ยังลำบากอยู่ เมื่อเศรษฐกิจดี บ้านเมืองดี ก็จะดีทุกอย่าง โดยจะแบ่งหน้าที่กันทำ นายกหน่อย มีหน้าที่ไปทำความสะอาด ความสะดวกสบายความปลอดภัยให้คนเชียงใหม่ ส่วนนายกก๊องก็ดูภาพกว้างไป และรัฐบาลกลางก็จะไปดูเรื่องของการเพิ่มงบประมาณเข้ามา เพื่อแก้ปัญหาให้กับคนเชียงใหม่เอาให้ครบวงจร อย่าให้วงจรมันขาด อยู่กับเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อยู่กับพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน แม้คนรุ่นใหม่ของเขาตั้งใจ แต่รอก่อนเนอะ ขอแก้ปัญหาบ้านเมืองให้เรียบร้อย ดีก่อน แล้วมือใหม่หัดขับค่อยเข้ามา และขอให้ไปช่วยกันเชียร์ ให้ได้ 5 หมื่นเสียงเพื่อที่จะได้ชนะขาด เผอิญว่าตนลงคะแนนไม่ได้ จึงขอให้พี่น้องช่วยกัน และตอนเจอนายอัศนีครั้งแรกตอนที่มาดูเรื่องคลองแม่ข่า ที่สกปรก มีการทิ้งน้ำเสียลง เราจะต้องแก้ปัญหา อย่างน้อยก็อบจ. เทศบาล และรัฐบาลทำงานร่วมกัน

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้น้ำตกคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยได้เห็น เมื่อตอนสมัยตนเป็นหนุ่มพาสาวไปเที่ยวน้ำตก แต่วันนี้น้ำตกหายไปไหน เอาน้ำตกกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีอะไรที่เกินมือมนุษย์ น้ำตกมันหายไป ตนเคยถามละอ่อนชาวเชียงใหม่ว่าเคยเห็นน้ำตกหรือไม่ เขาบอกว่าไม่เคยเห็น น้ำตกมันหายไปไหนหมด เอากลับมาได้หรือไม่ ตอนจะเอาน้ำตกกลับคืนมาให้เชียงใหม่ 

นายทักษิณ กล่าวว่า 11 พ.ค. ขอให้เลือกนายกหน่อย เพื่อจะช่วยกันแก้ปัญหา และสร้างเชียงใหม่ให้เป็นต้นแบบความสะอาด และกลับมาสวยเหมือนเดิม และย้ำว่าหากชนะการเลือกตั้ง ตนจะกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ช่วยกันทำให้เชียงใหม่กลับมางามอย่างเก่า ฝุ่นไม่มี เราจะได้อยู่กันอย่างมีความสุข ดีใจที่อย่างน้อยๆ ก็ได้มีโอกาสได้ลุ้นคนที่จะมาช่วยกันทำงานให้ชาวเชียงใหม่ เพราะจะได้ครบระบบสักครั้ง ตนขอขอสร้างให้เชียงใหม่เป็นเมืองต้นแบบในการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้คนอยู่มีความสุขมีความสบาย ขอให้เชื่อมือสักรอบ

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ขอเล่าให้ฟังหน่อยเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่หลายคนไม่เข้าใจหาว่าเป็นกาสิโน เพราะคนที่ต่อต้านไม่ใช้คำว่าเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ที่แปลว่าสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งคำว่ากาสิโนไม่ใช่หัวใจหลัก เพราะมีกาสิโนอยู่แค่ 10% เท่านั้น แต่ 90 %กว่าเป็นที่บันเทิง เช่น เราไม่มีฮอลล์คอนเสิร์ตที่ดีๆ ดาราดังๆ เทย์เลอร์สวิฟต์เลยไม่มา หรือกีฬาดีๆ อย่างฟุตบอลระดับโลกที่จะแข่งกันอย่างจริงจังก็มาไม่ได้ เพราะสนามกีฬาเราไม่ค่อยดี หากลงทุนระดับโลก ซึ่งรัฐลงทุนไม่ไหวจึงต้องให้เอกชนมาลงทุน โดยที่เขาต้องมีแรงจูงใจ ตอนนี้ทั่วโลกที่เขาทำกัน เช่นญี่ปุ่นเขาก็เริ่มก่อสร้างแล้ว สร้างจุดหนึ่งไม่ต่ำกว่าแสนล้าน บางทีถึงสองแสนล้านบาท และจ้างงานไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน และค่าจ้างเดือนหนึ่ง ขี้หมูขี้หมา ก็ประมาณ 25,000 บาท เงินเดือนก็ดีค่าจ้างงานก็เยอะ เพราะมีแหล่งสถานบันเทิง และกาสิโนไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปเล่นก็ได้ ตนก็เข้าไปไม่ได้ เพราะเป็นนักการเมืองและกลัวว่าจะไปฟอกเงิน ซึ่งมันมีกติกาที่เป็นสากล โดยที่จะไม่เหมือนกับบ่อนข้างบ้านเรา ที่ไม่มีกติกาควบคุมใครไปเล่นก็ได้ แต่กาสิโนภายใต้สถานบันเทิงครบวงจร ต้องมีการยืนยันตัวตนทางการ ที่ต้องรู้ว่าคนเล่นเป็นใคร มีรายได้มาจากไหน 

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ตอนนี้บ้านเราต้องการเม็ดเงินมาลงทุนเพื่อมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ และต้องการการจ้างงานที่มีเงินเดือนดี รวมถึงต้องการแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งนี้ เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เดิมพรรคประชาชนเชียร์เต็มที่ แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้าน ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะเชียร์หรือไม่เชียร์ แม้จะเชียร์หรือไม่เชียร์ แต่เสียงรัฐบาลก็พออยู่ และคิดว่าเรื่องนี้ต้องทำความเจริญให้กับประเทศแม้เขาจะค้านบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตยที่จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย 

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า แต่ตนเป็นห่วงนิดเดียวพวกที่เป็นขาประจำ คนพูดอะไรก็ออกมาด่าแล้ว ตนเป็นคนที่เฒ่าแล้ว มันปล่อยวางได้เขาด่ามา ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา จิตไม่ปรุงแต่ง สบาย คนพวกนี้ด่าตนแล้วมันสนุก พอกลับไปบ้านทำไมจึงเครียด เขาก็เครียดไปทุกวัน ซึ่งตนก็เป็นห่วงว่าจะติดเตียง ตนเป็นห่วงจริงๆ หากใครที่เป็นญาติเขาก็ขอให้โทรไปบอกว่าใจเย็นๆ ตนไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้ว ตนเป็นคนแก่แล้ว ฉะนั้น ให้มันเบาๆ เดี๋ยวจะติดเตียง ขี้เกียจจะไปเยี่ยม ตนไม่ได้แช่งแต่เป็นสัจธรรม เพราะบางคนคิดเหมือนตนไม่ได้ เขาอยากให้ตนตายต่อหน้า จะเป็นไปได้หรือที่จะมีเวทมนตร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเวทมนตร์ให้ตายต่อหน้า คนแช่งไปแช่งมา ก็ให้เขาตายคนเดียว

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนผ่านชีวิตมาหมดแล้ว ใครผ่านมาหนักเหมือนตนบ้าง ถ้าตนรอดมาได้ ไม่ต้องห่วง การเมืองก็เหมือนกัน มีคนบอกว่าเดี๋ยวคนนั้นพลิกคนนี้พลิก ตนว่าไม่น่ามีปัญหา วันนี้รัฐบาลอยู่กันดี อาจจะมีเล็กๆ น้อยๆ แต่ถึงเวลาแล้วไม่มีปัญหา 

“ฉะนั้น รัฐบาลก็อยู่กันได้แบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลอะไรเลย ทั้งนี้ รัฐบาลเหลือเวลาอีกสองปี เชียงใหม่ทันสวยก่อนยุบสภา เพราะมีแต่คนถามมาว่ารัฐบาลจะยุบสภาแล้วหรือไม่ เลยบอกไปว่ายุบไม่ได้ รอเชียงใหม่ให้กลับมาสวยก่อน หากเชียงใหม่กลับมาสวยเมื่อไหร่ถึงตอนนั้นก็ถึงเวลาเลือกตั้งพอดี” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนพูดแบบคนอารมณ์ดี เมื่อได้กลับมาบ้าน ได้พูดสำเนียงเดิม จึงอารมณ์ดี ขอให้พี่น้องช่วยกันเลือกนายกหน่อยที่จะเป็นตัวแทนทำให้เชียงใหม่กลับมาสวยงาม อยู่แล้วรู้สึกสบาย โดยที่ส่วนกลางต้องมาช่วย ให้มั่นใจว่าเราส่งความตั้งใจ ตนตั้งใจจริงๆ ตนไม่ถูกปฏิวัติเชียงใหม่ก็จัดสวยงาม และต้องพูดภาษาอังกฤษว่า never too late ไม่มีอะไรที่สายเกินไป เริ่มวันนี้ดีกว่าไม่ได้เริ่ม ขอให้ช่วยนายกหน่อย ตนจะได้กลับมาช่วยดูแลความเรียบร้อยของเชียงใหม่ต่อไป

‘กล้าธรรม’นำฉลุย! เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

'กล้าธรรม'นำฉลุย! เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

‘กล้าธรรม’นำฉลุย! เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 นครศรีฯ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.57 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 สำหรับการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม สส.นครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ 8 ผลการนับคะแนนล่าสุดอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า

หมายเลข 1 นายไสว เลื่องสีนิล พรรคภูมิใจไทย ได้ 26,058 คะแนน

หมายเลข 2 นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 3,774 คะแนน

หมายเลข 3 นายณัฐกิตติ์ อยู่ด้วง พรรคประชาชน ได้ 6,084 คะแนน

หมายเลข 4 ว่าที่ พ.ต.กวี ไกรทอง พรรคพร้อม ได้ 291 คะแนน

หมายเลข 5 นายก้องเกียรติ เกตุสมบูรณ์ พรรคกล้าธรรม ได้ 35,017 คะแนน

หมายเลข 6 นายพิษณุ รสมาลี พรรคทางเลือกใหม่ ได้ 171 คะแนน

ทำตัวดีๆ เผื่อได้นั่งรองนายกฯ! ‘ทักษิณ’แสบขุดสรรพนาม‘หนูรี’โต้ปมชั้น14

ทำตัวดีๆ เผื่อได้นั่งรองนายกฯ! ‘ทักษิณ’แสบขุดสรรพนาม‘หนูรี’โต้ปมชั้น14

ทำตัวดีๆ เผื่อได้นั่งรองนายกฯ! ‘ทักษิณ’แสบขุดสรรพนาม‘หนูรี’โต้ปมชั้น14

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.45 น.

‘ทักษิณ’ สวนหมัดคืน ‘เสรีพิศุทธ์’ ขุดสรรพนามเฉพาะ ‘หนูรี’ โต้เสียงเตือนระวังติดคุกปม ‘ชั้น14’ แซะทำตัวดีๆ เผื่อได้นั่งรองนายกฯ ลั่น’ไม่ต้องกังวลแทนผม’

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 เมื่อเวลา15.45 น. ที่ จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ระบุการเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีการพักรักษาตัวของนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ หากจะตัดสินใจหนีก็ขอให้หนีตั้งแต่วันนี้ เพราะหากไม่ หนีวันที่ 30 เม.ย.นี้ ระวังจะติดคุก ว่า “บอกหนูรีเขานะ ให้หนูรีทำตัวดีๆ พูดจาดีๆ เผื่อจะได้ไปเป็นรองนายกฯ กับเขาบ้าง” 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการทาบทามหรือมาขอเป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “เคยครับเคย แต่หลังจากนั้นก็โกรธกันมา ก็ไม่เป็นอะไร บอกให้หนูเขาใจเย็นๆ“ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าเป็นความแค้นส่วนตัวหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าลอจิก (ตรรกะ) คืออะไร ไม่เข้าใจ บางครั้งตนก็ถูกเข้าใจผิด เป็นเรื่องธรรมดา เฉยๆ

เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องชั้น 14 ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เราก็พร้อมใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ต้องกังวลแทนผม”

‘โรม’โต้ทันควัน! ตอกกลับ‘เพจดัง’ปมนาฬิกาหรู เผยที่ข้อมือไม่ใช่‘โรเล็กซ์’

‘โรม’โต้ทันควัน! ตอกกลับ‘เพจดัง’ปมนาฬิกาหรู เผยที่ข้อมือไม่ใช่‘โรเล็กซ์’

‘โรม’โต้ทันควัน! ตอกกลับ‘เพจดัง’ปมนาฬิกาหรู เผยที่ข้อมือไม่ใช่‘โรเล็กซ์’

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.20 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” โพสต์ภาพ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ขณะไลฟ์สด พร้อมตั้งคำถามพุ่งเป้าไปที่ “นาฬิกา Rolex” ที่นายรังสิมันต์สวมใส่ที่ข้อมือ พร้อมโพสต์ตั้งคำถามว่า “#ทุกคนคะ พี่โรมไม่เคยทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เรียนจบ นอกจากเป็นแกนนำม็อบ พอเป็น สส.แสดงทรัพย์สินมีมูลค่ามากถึง 13 ล้านบาท เมื่อดูในบัญชีทรัพย์สิน ไม่พบข้อมูลนาฬิกา Rolex มูลค่ามากกว่า 500,000 บาท ที่ใส่ไลฟ์สดใช่รุ่นเดียวกันมั้ยคะ ฝากพี่นักข่าวถามพี่โรมด้วยค่ะ” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพจดังส่องข้อมือ‘โรม’ ตั้งคำถาม‘โรเล็กซ์’เรือนงามนั้น แจ้ง‘ป.ป.ช.’หรือไม่?)

ล่าสุด นายรังสิมันต์ ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ไม่อยากจะคิดเลยว่า ผมต้องมาโพสต์เรื่องไร้สาระแบบนี้ ตอนแรกเห็นเพจบางเพจเอาเรื่องนี้มาปั่น ก็ไม่อยากพูดอะไร เพราะไม่มีมูลความจริงใดๆ และผมทราบดีว่า สำหรับคนบางกลุ่มพวกเขาไม่ได้สนใจความจริงอยู่แล้ว เพราะเขาต้องการปล่อยเรื่องเท็จให้ไกลที่สุด แต่ถ้าสื่ออย่างผู้จัดการออนไลน์เล่นเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่โทรมาสอบถามผมได้ไม่ยาก หรือให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาสักหน่อยตรวจสอบเรื่องนี้ ก็จะรู้ได้เลยว่านาฬิกาที่ผมใส่ไม่ใช่ Rolex แต่มันคือ Seiko ที่เมียผมซื้อให้

ผมรับได้กับคนที่เกลียดชังผม ซึ่งผม ถือว่าต้องทำงานทางความคิดต่อไป แต่ถ้าจะเอาเรื่องเท็จมาใส่ร้ายมาโจมตี เพื่อปลุกปั่นให้คนเกลียดชังผม เรื่องนี้ผมไม่ยอม

สรุปสั้นๆ ช่วยให้เกียรติ Seiko ผมด้วย

ขอบคุณ

– 006

‘นักวิชาการ’จี้ รบ.เร่งคลอดมาตรการ ป้องกัน‘จีน’สวมสิทธิ์สินค้า‘บริษัทไทย’

‘นักวิชาการ’จี้ รบ.เร่งคลอดมาตรการ ป้องกัน‘จีน’สวมสิทธิ์สินค้า‘บริษัทไทย’

‘นักวิชาการ’จี้ รบ.เร่งคลอดมาตรการ ป้องกัน‘จีน’สวมสิทธิ์สินค้า‘บริษัทไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

“นักวิชาการ”จี้ รบ.เร่งคลอดมาตรการ ป้องกัน”จีน”สวมสิทธิ์สินค้า”บริษัทไทย” หลังมีผู้ผลิตโซลาร์โดนสหรัฐฯขึ้นภาษี

“นักวิชาการธรรมศาสตร์”เสนอรัฐบาลเร่งคลอดมาตรการป้องกัน”จีน”สวมสิทธิ์บริษัทไทย เร่งฟื้นเชื่อมั่น”สหรัฐฯ”ผ่านการแก้ปัญหาจริงจัง ระบุควรตั้งกรรมการเฉพาะขึ้นมา และเปิดช่องให้ผู้แทนมะกันเข้ามาร่วมตรวจสอบสถานประกอบการเพื่อความไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 รศ.ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และนักวิจัยศูนย์ความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนา เปิดเผยว่า การที่สหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) จากประเทศในอาเซียนจำนวน  4 ประเทศ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการสืบสวนทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมการสวมสิทธิ์ของประเทศจีน ที่ได้เข้ามาสวมสิทธิ์ตั้งฐานการผลิตโซลาร์เซลล์ในบริษัทอาเซียน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประเทศไทย โดยผลการตรวจสอบของสหรัฐฯ ในปี 2023 สรุปว่ามีการสวมสิทธิ์ และทำให้เริ่มไต่สวนเพื่อคำนวณอัตราการเก็บภาษีตอบโต้การอุดหนุนและการทุ่มตลาดในปี 2024 และสรุปออกมาเป็นตัวเลขที่แน่ชัดได้ในช่วงเดือน เม.ย.2025 ที่ผ่านมา

รศ.ดร.อาชนัน กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า มาตรการการขึ้นภาษีนำเข้าผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ของสหรัฐฯ แตกต่างกันในแต่ละประเทศ และภายในประเทศนั้นๆ บริษัทแต่ละบริษัทก็เผชิญภาษีในอัตราที่แตกต่างกัน โดยบริษัทจากมาเลเซียโดนภาษีตอบโต้การอุดหนุนและการทุ่มตลาดในอัตราที่ต่ำที่สุด ในขณะที่อีก 3 ประเทศเผชิญภาษีดังกล่าวมากกว่าร้อยละ 100 ดังนั้น มาเลเซียและผู้ผลิตโซลาร์ในสหรัฐฯ น่าจะได้ประโยชน์จากการเก็บภาษีนำเข้า ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ด้วยอัตราภาษีในระดับนี้คงยากที่ทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตโซลาร์ของมาเลเซียโดยลำพังอาจไม่เพียงพอที่รองรับความต้องการของสหรัฐฯ ได้ ดังนั้น ราคาโซลาร์ในสหรัฐฯ คาดว่าจะสูงขึ้น และทำให้ความต้องการโซลาร์ลดลง ผลที่ตามมาคือการเปลี่ยนผ่านไปพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสงอาทิตย์คาดว่าจะชะลอตัวลง และทำให้ปัญหาสภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น

“ในเวลานี้คงเป็นเรื่องยากและอาจจะเลยจุดที่รัฐบาลไทยจะทำอะไรได้มากแล้ว เพราะเป็นกระบวนการที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2024 สหรัฐฯ ตัดสินไปแล้ว ซึ่งเราก็อาจจะอุทธรณ์ได้ในบางกรณีแต่ก็คงไม่ง่าย ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำก็คือการหามาตรการป้องกันเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้า ซึ่งแน่นอนว่าจะมีมาอีกเรื่อยๆ ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพราะการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของโลกมีการแบ่งงานกันระหว่างประเทศ และจีนมีบทบาทในเกือบทุกสินค้า รัฐบาลจึงต้องเตรียมการเชิงรุกให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยเดิมอีก” รศ.ดร.อาชนัน กล่าว

รศ.ดร.อาชนัน กล่าวว่า คำแนะนำในเบื้องต้นคือหลังจากนี้ไปรัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ควรจะต้องมีกระบวนการที่เข้มข้นมากขึ้น ในการพูดคุยและเจรจากับผู้ประกอบการจากต่างชาติว่าจะมีแผนหรือกระบวนการต่างๆ อย่างไร เพื่อให้ลดการพึ่งพาชิ้นส่วนต่างๆ จากจีน และหันมาสร้างซัพพลายเชนในไทยมากขึ้น เรื่องดังกล่าวคาดว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการทุกชาติในประเทศไทย ภาครัฐสามารถใช้กรณีบริษัทผลิตโซลาร์เซลล์ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาว่าหลักเกณฑ์ใดที่เข้าข่ายการสวมสิทธิ์ และแบบใดไม่เข้าข่าย ซึ่ง ช่องว่างของความแตกต่างเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องกลับมาทบทวน และถอดรหัสเพื่อหามาตรการรับมือ

“มากไปกว่านั้นคือควรใช้โอกาสจากการที่ไทยกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งในการหารือถึงการทำงานร่วมกันกับสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้า โดยแสดงความจริงใจและความมุ่งมั่นผ่านการนำเสนอกระบวนการทำงานที่เป็นรูปธรรมหลังจากนี้ไป และอาจจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่ดังกล่าวขึ้นมาโดยเฉพาะ และเชิญชวนตัวแทนเจ้าที่ทางการจากสหรัฐฯ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งสำหรับร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ หรือบริษัทต่างๆ ที่เข้ามาดำเนินการผลิตในไทย หากสามารถทำให้สหรัฐฯ มองเห็นถึงความเอาจริงเอาจังเพื่อจัดการปัญหาเรื่องการสวมสิทธิ์สินค้า ก็อาจจะส่งผลให้อเมริกาพิจารณาผ่อนคลายมาตรการการขึ้นภาษีได้ในท้ายที่สุด” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว