ไม่หวั่นคู่แข่ง! ‘ทักษิณ’มั่นใจ‘อัศนี’ปักธงนายกเล็กนครเชียงใหม่

ไม่หวั่นคู่แข่ง! ‘ทักษิณ’มั่นใจ‘อัศนี’ปักธงนายกเล็กนครเชียงใหม่

ไม่หวั่นคู่แข่ง! ‘ทักษิณ’มั่นใจ‘อัศนี’ปักธงนายกเล็กนครเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.39 น.

เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ จ.เชียงใหม่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมขึ้นเวทีช่วย นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ หาเสียงในนามพรรคเพื่อไทย ว่า คิดว่าน่าจะพร้อม ดูจากผลงานที่ผ่านมาของนายอัศนี และมีการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ดูแล้วโอกาสที่จะชนะน่าจะสูง

เมื่อถามถึงความมั่นใจในครั้งนี้เพราะมีคู่แข่งหลายคน นายทักษิณ กล่าวว่า ตนคิดว่าตัวนายอัศนี เอง น่าจะพร้อมที่สุด เมื่อถามว่า อยากจะอ้อนขอคะแนนชาวเชียงใหม่ ให้เลือกนายอัศนีอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า เราจะเน้นเรื่องการทำเชียงใหม่ ให้กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่และสะอาด มีสิ่งจูงใจสำหรับนักท่องเที่ยวและคนที่นี่อยู่กันอย่างมีความสุข

เมื่อถามว่า มีการประเมินอย่างไรหรือไม่ เพราะสนาม อบจ.ที่ผ่านมามีคะแนนห่างกับพรรคคู่แข่งไม่มาก ประมาณ 2 หมื่นคะแนน นายทักษิณ กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าครั้งที่แล้วเราพลาดท่า เขาได้เป็น สส.ถึง 7 คน จาก 10 คน ถ้าออกสตาร์ทตอนนั้นถือว่าเราเป็นรอง แต่วันนี้คิดว่าน่าจะโอเค

ต่อข้อถามว่า ได้มีการถอดบทเรียนในพื้นที่เขตเมืองหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เป็นพรรคสีส้ม นายทักษิณ กล่าวว่า ยอมรับว่าเขตเมืองมีคนรุ่นใหม่ มีนักศึกษาอยู่เยอะ ก็ต้องพยายามรณรงค์ให้มีความเข้าใจมากขึ้น

เพจดังส่องข้อมือ‘โรม’ ตั้งคำถาม‘โรเล็กซ์’เรือนงามนั้น แจ้ง‘ป.ป.ช.’หรือไม่?

เพจดังส่องข้อมือ‘โรม’ ตั้งคำถาม‘โรเล็กซ์’เรือนงามนั้น แจ้ง‘ป.ป.ช.’หรือไม่?

เพจดังส่องข้อมือ‘โรม’ ตั้งคำถาม‘โรเล็กซ์’เรือนงามนั้น แจ้ง‘ป.ป.ช.’หรือไม่?

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.32 น.

เพจดังส่องข้อมือ‘โรม’ ตั้งคำถาม‘โรเล็กซ์’เรือนงามนั้น แจ้ง‘ป.ป.ช.’หรือไม่?

27 เมษายน 2568 เพจ “วันนี้พรรคส้มโกหกอะไร” โพสต์ภาพนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ขณะไลฟ์สด พร้อมตั้งคำถามพุ่งเป้าไปที่ “นาฬิกา Rolex” ที่นายรังสิมันต์ สวมใส่ที่ข้อมือ พร้อมโพสต์ตั้งคำถามว่า “#ทุกคนคะ พี่โรมไม่เคยทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันตั้งแต่เรียนจบ นอกจากเป็นแกนนำม็อบ พอเป็น สส. แสดงทรัพย์สินมีมูลค่ามากถึง 13 ล้านบาท”

“เมื่อดูในบัญชีทรัพย์สิน ไม่พบข้อมูล นาฬิกา Rolex มูลค่ามากกว่า 500,000 บาท ที่ใส่ไลฟ์สดใช่รุ่นเดียวกันมั้ยคะ ฝากพี่นักข่าวถามพี่โรมด้วยค่ะ”

ขณะที่จากการตรวจสอบเมื่อครั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของนายรังสิมันต์ กรณีพ้นตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สมัยรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2566 และหลังจากเลือกตั้งปี 2566 นายรังสีมันต์ ได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 พรรคก้าวไกล ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ พร้อมด้วย นางอิวาน่า คูร์เนียวาติ คู่สมรส สัญชาติ อินโดนีเซีย แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 13,380,781 บาท ส่วนหนี้สินทั้งสิ้น 6,602,028 บาท

นายรังสิมันต์ แจ้งมีทรัพย์สิน 8,039,177 บาท ประกอบด้วย เงินสด 126,000 บาท เงินฝาก 70,997 บาท ทั้งหมด 5 บัญชี

ที่ดิน 1 แปลง 1,722,000 บาท เป็นที่ดินในเขตบางบอน กรุงเทพฯ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ 4,950,000 บาท เป็นบ้านเดี่ยวในเขตบางบอน กรุงเทพฯ

ยานพาหนะ 800,000 บาท เป็นรถยนต์ 1 คัน ยี่ห้อ Honda HRV สิทธิและสัมปทาน 306,843 บาท ประกอบด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิต และกรมธรรม์ประกันภัย มีเงินปันผล 3,550 บาทต่อปี

ทรัพย์สินอื่น 63,337 บาท เป็นเหรียญดิจิทัล 15 สกุล

ส่วน นางอิวาน่า แจ้งมีทรัพย์สิน 5,341,603 บาท ประกอบด้วย เงินสด 469,394 บาท เป็นเงินสกุลรูปีห์อินโดนีเซีย 3,000,000 รูปีห์ คิดเป็นเงินไทย 6,942 บาท เงินสกุลริงกิตมาเลเซีย 1,000 ริงกิต คิดเป็นเงินไทย 7,723.10 บาท เงินสกุลปอนด์สเตอริงของอังกฤษ 220 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทย 9,223 บาท เงินสกุลยูโร 200 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 7,341 บาท เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ 180 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 6,163 บาท เงินฝาก 878,029 บาท ทั้งหมด 3 บัญชี

สิทธิและสัมปทาน 7,003 บาท เป็นค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัย หนังสือที่จัดพิมพ์ฝากขายกับสำนักพิมพ์เคล็ดไทย 1,000 เล่ม จำนวน 145,000 บาท และมูลค่าจากหนังสือที่มีคนไปขาย 141 เล่ม จำนวน 35,250 บาท

ทรัพย์สินอื่น 3,987,176 บาท เป็นเหรียญดิจิทัล 10 สกุล สร้อยคอ 13 เส้น ทองคำแท่ง 1.021 กิโลกรัม แหวน 10 วง จี้เพชรและทอง 6 ชิ้น กำไลข้อมือและสร้อยข้อมือ 4 ชิ้น เป็นต้น

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าในบัญชีทรัพย์สินของนายรังสิมันต์ และคู่สมรส ไม่ปรากฏทรัพย์สิน นาฬิกา Rolex ที่เพจฯกล่าวอ้างถึงแต่อย่างใด

‘ดนุพร’โต้‘บิ๊กป้อม’หลังไม่ร่วมรัฐบาล บอกไปคุยกับ สส.ให้สะเด็ดน้ำก่อน

‘ดนุพร’โต้‘บิ๊กป้อม’หลังไม่ร่วมรัฐบาล บอกไปคุยกับ สส.ให้สะเด็ดน้ำก่อน

‘ดนุพร’โต้‘บิ๊กป้อม’หลังไม่ร่วมรัฐบาล บอกไปคุยกับ สส.ให้สะเด็ดน้ำก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.26 น.

“ดนุพร”โต้”บิ๊กป้อม”หลังไม่ร่วมรัฐบาล บอกไปคุยกับ สส.ให้สะเด็ดน้ำก่อน มองเป็นเอกสิทธิ์”เพื่อไทย”ไม่ปิดประตู ลั่น 314 มีเสถียรภาพแล้ว

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2568 ที่ จ.เชียงใหม่ นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นสิทธิ์ของท่าน ท่านเป็นหัวหน้าพรรค และท่านต้องตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร ต้องปรึกษากับกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ถ้าเป็นมติของท่านหัวหน้าพรรค ออกมาแบบนั้นก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่แน่นอนว่า ท้ายที่สุด สส.เองก็มีเอกสิทธิ์ในการตัดสินใจด้วย ตนว่าเรื่องนี้ต้องให้ สส.ของท่านพูดคุยกันในพรรค ซึ่งมี สส.20 คน ก็พูดคุยกันให้สะเด็ดน้ำ ว่าจะมีใครบ้างที่อยากจะมาร่วมรัฐบาลตามข่าว หรือใครจะไม่มา ตนเชื่อว่าเร็ววันนี้ตามข่าวคงจะเริ่มชัดเจนขึ้น

เมื่อถามว่า แปลว่าก่อนหน้านี้มีการประสานติดต่อกับคนที่อยากมาร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการติดต่อ ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีที่เป็นทั้งนายกฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทราบดีว่าวันนี้เสถียรภาพของรัฐบาลค่อนข้างมั่นคงมาก เรามี 314 เสียง ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มั่นคง ส่วนจะมีใครมาช่วยหรือเติมในส่วนไหนนั้น ตนเชื่อว่าก็สามารถมาร่วมงานได้ ถ้าท่านมองว่าอยากขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้ตรงไปสู่ประชาชน ก็สามารถเชิญชวนมาร่วมกันได้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บิ๊กป้อม’ลั่นไม่หวนร่วมรัฐบาลเพื่อไทย เช็คแล้ว‘สส.พปชร’ยังอยู่ครบ)

‘เอฟเคไอไอ’ ดันเอไอปราบโกง ต้านคอร์รัปชั่นแบบใยแมงมุม เริ่มใช้พ.ค.นี้

‘เอฟเคไอไอ’ ดันเอไอปราบโกง ต้านคอร์รัปชั่นแบบใยแมงมุม เริ่มใช้พ.ค.นี้

‘เอฟเคไอไอ’ ดันเอไอปราบโกง ต้านคอร์รัปชั่นแบบใยแมงมุม เริ่มใช้พ.ค.นี้

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.17 น.

‘อลงกรณ์’ ชูดึงเอไอปราบคอร์รัปชั่น ต้านโกง แนวรบใหม่สู่ยุคดิจิตอลแบบใยแมงมุม คิกออฟทดสอบระบบ ก่อนเริ่มใช้จริงพฤษภาคมนี้

วันที่27เมษายน2568 นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ (FKII Thailand) เปิดเผยระหว่างการบรรยายเรื่องการป้องกันและปราบปรามคอรัปชั่นที่จังหวัดเชียงใหม่วันนี้(26 เม.ย.)ว่า “คอรัปชั่น ฟ้องดู”ภายใต้โครงการใยแมงมุมเริ่มทดสอบระบบเป็นครั้งแรกในวันนี้ก่อนคิกออฟเปิดใช้เป็นทางการในเดือนพฤษภาคมว่า ปัญหาคอรัปชั่นอยู่ในขั้นวิกฤตเหมือนมะเร็งร้ายทำลายศักยภาพของประเทศทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่ง “คอรัปชั่น ฟ้องดู” แพลตฟอร์มดิจิตอลคอรัปชั่นเทค จะเป็นแนวรบใหม่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หากขจัดคอรัปชั่นได้มากเท่าใดก็จะช่วยฟื้นศักยภาพประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้มากเท่านั้น”

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์และดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ผู้บุกเบิกแพลตฟอร์ม ทราฟฟี ฟองดู(Traffy Fondue) ร่วมมือกันพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีดิจิตอลเอไอ.“คอรัปชั่น ฟ้องดู”ประกอบด้วย 1. แพลตฟอร์มทราฟฟี ฟองดู 2.เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 3.Line official 4.ผู้แจ้งเบาะแส(Whistleblower) และ 5.เชื่อมโยงทำงานร่วมสื่อมวลชน หน่วยงานรัฐภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการและเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น

“การผสมผสานเทคโนโลยีกับกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเปิดกว้างจะช่วยแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นให้ลดน้อยลง ไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลอง สิ่งสะท้อนสถานะคอรัปชั่นล่าสุดคือดัชนี CPI ของไทย ซึ่งในปี 2567 ได้คะแนนเพียง 34 คะแนน อยู่ในอันดับ 107 ของโลก นับเป็นคะแนนต่ำสุดในรอบ13ปีตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมาสงครามปราบทุจริตเป็นสมรภูมิที่ประเทศไทยต้องชนะให้ได้เป็นเวลาที่ต้องเงยหน้าขึ้น ร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ” นายอลงกรณ์ กล่าว

‘ซูเปอร์โพล’สะท้อนเสถียรภาพรัฐบาลเปราะบาง ปชช.ห่วงอุบัติเหตุทางการเมือง

'ซูเปอร์โพล'สะท้อนเสถียรภาพรัฐบาลเปราะบาง ปชช.ห่วงอุบัติเหตุทางการเมือง

‘ซูเปอร์โพล’สะท้อนเสถียรภาพรัฐบาลเปราะบาง ปชช.ห่วงอุบัติเหตุทางการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.54 น.

‘ซูเปอร์โพล’เปิดผลสำรวจ พบ ปชช.กังวลปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง รวมทั้งเสถียรภาพรัฐบาลที่มีความเปราะบาง นอกจากนี้ยังห่วงเรื่องความแตกแยก-อุบัติเหตุทางการเมือง

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง เสถียรภาพของรัฐบาลในสายตาของประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวนตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติทั้งสิ้น 1,148 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 24 – 26 เม.ย.2568 ที่ผ่านมา

ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 71.7 มีความสนใจข่าวสารเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลในระดับ “มากถึงมากที่สุด” ร้อยละ 15.4 ระบุ “สนใจ ปานกลาง” ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 12.9 เท่านั้นที่สนใจในระดับ “น้อยถึงไม่สนใจเลย”​ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับข่าวด้านปัญหาค่าครองชีพ ค่าน้ำค่าไฟ และปากท้อง พบว่าประชาชนให้ความสนใจในระดับสูงกว่าที่ร้อยละ 85.2​ ร้อยละ 10.4 ระบุ “สนใจ ปานกลาง” และร้อยละ 4.4 ระบุ “สนใจน้อย ถึง ไม่สนใจเลย” ตามลำดับ ชี้ให้เห็นว่าแม้ปัญหาปากท้องจะยังเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก แต่เสถียรภาพทางการเมืองก็ได้รับความสนใจในวงกว้าง สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจและการเมืองที่ประชาชนตระหนักชัด

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอีก 3 เดือนข้างหน้า ประชาชนเพียงร้อยละ 27.8 ที่มีความเชื่อมั่นในระดับ “มากถึงมากที่สุด” และร้อยละ 20.5 ระบุ “เชื่อมั่น ปานกลาง” ว่ารัฐบาลจะรักษาเสถียรภาพได้ ขณะที่ร้อยละ 51.7 มีความเชื่อมั่นในระดับ “น้อยถึงไม่เลย”​ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของภาพลักษณ์รัฐบาล และแสดงว่าประชาชนมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อทิศทางของการเมืองในระยะสั้น

ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนมีความเป็นห่วง “การยุบพรรคการเมือง” สูงสุดที่ร้อยละ 29.1 ตามมาด้วย  “คดีความทางการเมืองของนักการเมืองสำคัญ” ที่ร้อยละ 25.7 และ “การยุบสภา” ที่ร้อยละ 23.9​

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อ “การแตกแยกของพรรคร่วมรัฐบาล” ร้อยละ 21.5 และ “การลาออกของรัฐมนตรีสำคัญ” ร้อยละ 20.7 ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ชี้ให้เห็นว่าประชาชนจับตา “อุบัติเหตุทางการเมือง” ซึ่งอาจเป็นชนวนจุดประกายให้เกิดความไม่แน่นอน และกระทบต่อทั้งความต่อเนื่องทางนโยบายและเศรษฐกิจของประเทศ

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ผลการสำรวจของซูเปอร์โพลในครั้งนี้ชี้ชัดว่า ประชาชนให้ความสำคัญทั้งต่อปัญหาเศรษฐกิจพื้นฐาน และเสถียรภาพทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างสองปัจจัยนี้สะท้อนว่าการเมืองไม่สามารถแยกขาดจากคุณภาพชีวิตของประชาชนได้  ขณะเดียวกัน ระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำต่อเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต พร้อมกับความกังวลต่อ “อุบัติเหตุทางการเมือง” บ่งชี้ว่ารัฐบาลต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ในการรักษาเสถียรภาพ และบริหารความเสี่ยงทางการเมืองในสภาวะที่ความไว้วางใจของสังคมยังไม่แน่นแฟ้น เพียงพอ

ผศ.ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ยังกล่าวถึงข้อเสนอแนะด้วยว่า รัฐบาล และบุคคลสำคัญทางการเมือง น่าจะพิจารณาทางออกทางการเมืองภาพใหญ่ของประเทศในระยะสั้นนี้ ได้แก่

(1) เร่งสร้างความมั่นคงทางการเมืองควบคู่กับเศรษฐกิจ รัฐบาลควรบูรณาการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องกับการเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อสร้างพลังศรัทธาใหม่จากประชาชน

(2)  บริหารความเสี่ยงเชิงรุกต่ออุบัติเหตุทางการเมือง เตรียมแผนรับมือกรณียุบพรรค ยุบสภา หรือการลาออกของผู้นำสำคัญอย่างโปร่งใส เพื่อลดความวิตกของประชาชน

(3)  สร้างการสื่อสารเชิงบวกที่โปร่งใสและสม่ำเสมอ การสร้างพื้นที่สื่อสารที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา จะช่วยลดความวิตกเกี่ยวกับข่าวลือและสร้างความเชื่อมั่นในตัวสถาบันการเมือง

(4)  ส่งเสริมเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล เสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวภายในรัฐบาล เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในที่อาจกลายเป็นชนวนของอุบัติเหตุทางการเมือง

(5)  สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เชิญชวนภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไปให้เข้ามามีบทบาทร่วมในการผลักดันนโยบายสำคัญ เพื่อสร้างเสถียรภาพที่ยั่งยืนจากฐานรากของสังคม

3คีย์แมนส้มมาเอง! แอ่วเจียงใหม่30เม.ย.นี้ ลุ้นปักธงเลือกตั้งชิงเทศบาลนครเชียงใหม่

3คีย์แมนส้มมาเอง! แอ่วเจียงใหม่30เม.ย.นี้ ลุ้นปักธงเลือกตั้งชิงเทศบาลนครเชียงใหม่

3คีย์แมนส้มมาเอง! แอ่วเจียงใหม่30เม.ย.นี้ ลุ้นปักธงเลือกตั้งชิงเทศบาลนครเชียงใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.36 น.

‘ปชน.’ จัดประชุมใหญ่สามัญปี 68 วางกลยุทธ์จัดทัพส้มรับเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ‘ณัฐพงษ์’ อุบตัวเลขเทศบาลไหนมีลุ้นบ้าง มั่นใจทุกสนามที่ส่งมีโอกาสชนะ ขณะที่ ‘เท้ง- ธร-ต๋อม’ นำทัพปักธงเชียงใหม่ 30เม.ย.นี้ ช่วยผู้สมัครพรรคส้มสู้ศึกชิงนายกฯเล็กเทศบาลนครเชียงใหม่  

วันที่ 27เมษายน2568 ที่ The Idle Hotel & Residence พรรคประชาชน(ปชน.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรค สส. และสมาชิกพรรคร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีวาระสำคัญหลายเรื่อง เช่น การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี 2567, รายงานงบการเงิน และการแก้ข้อบังคับพรรค โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน

นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า การประชุมใหญ่สามัญเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการทุกปี ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันได้ว่า ต้องการขับเคลื่อนให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง เป้าหมายของการพูดคุยเรื่องการบริหารภายในพรรค ซึ่งจะมีการพูดคุยถึงการเตรียมความพร้อมการในเลือกตั้งครั้งหน้า สำหรับงานภายในพรรค และเครือข่ายของพรรค ตนยันเช่นเดิมว่า การทำงานเมือง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ผ่านการรณรงค์ทางความคิด เพราะฉะนั้น เรื่องของเครือข่ายของพรรค และทีมงานจังหวัด ในการลงไปทำงานในพื้นที่ ให้เข้าถึงประชาชน ก็จะเป็นเนื้อหาสาระหลัก ที่จะมีการพูดคุยกันในวันนี้ นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึงการสื่อสารยุทธศาสตร์ทางการเมือง การเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง รวมทั้งนโยบายที่จะเสนอต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งเทศบาลที่กำลังจะมาถึงนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีความมั่นใจในหลายสนาม โดยตนได้ลงพื้นที่ไปช่วยหาเสียงในหลายสนาม ก็พบว่า ผู้สมัครของพรรคมีความพร้อม ทั้งจากประสบการณ์ในอดีต และนโยบายที่ดี ในการเตรียมพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้ตอบโจทย์กับปัญหาในพื้นที่ ตนเชื่อว่า จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง จากสนามการเลือกตั้งเทศบาล

เมื่อถามถึงเป้าหมายของการเลือกตั้งเทศบาล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่อยากบอกเป็นตัวเลข เนื่องจากทุกสนามที่พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร มีโอกาสที่จะชนะ แต่สิ่งที่สำคัญคือ ผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งหน้าที่ของเราในตอนนี้ คือการสื่อสาร การรณรงค์อย่างแข็งขัน ส่วนคนที่จะตัดสินว่า พรรคจะได้นายกเทศบาลที่ใดบ้าง คือ ประชาชน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชนจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่เลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ในวันที่ 30 เม.ย. นี้ โดยนายณัฐพงษ์ พร้อมกับผู้ช่วยหาเสียง คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายชัยธวัช ตุลาธน คณะกรรมการคณะก้าวหน้า ที่หน้าหอพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นเชียงใหม่ เวลา 18.30 น. และในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง จะขึ้นปราศรัยขอคะแนนประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย

‘เท้ง’จี้รัฐบาลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’ครั้งแรกให้เร็วที่สุด มองตอนนี้มีแต่รู้เรา แต่ไม่รู้เขา

‘เท้ง’จี้รัฐบาลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’ครั้งแรกให้เร็วที่สุด มองตอนนี้มีแต่รู้เรา แต่ไม่รู้เขา

‘เท้ง’จี้รัฐบาลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’ครั้งแรกให้เร็วที่สุด มองตอนนี้มีแต่รู้เรา แต่ไม่รู้เขา

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.31 น.

‘เท้ง’จี้รัฐบาลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’ครั้งแรกกับสหรัฐฯให้เร็วที่สุด มองตอนนี้มีแต่รู้เราตามแนวทาง 5 ข้อที่วางไว้ แต่ไม่รู้ความต้องการเขา ด้าน‘ศิริกัญญา’ขอบคุณ‘ทักษิณ’คนไม่มีตำแหน่งอะไร ออกมาเปิดเผยเรื่องความมั่นคงคดี‘พอล แชมเบอร์ส’เป็นปัจจัยหนึ่ง บอกเสียดายคนพูดควรเป็น‘นายกฯ-รองนายกฯ’ ชี้แม้ไปคุยกับคนสนิทรอบตัว‘ทรัมป์’ที่ไม่มีบทบาท ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

27 เมษายน 2568 ที่ The Idle Hotel & Residence นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเจรจาปรับกำแพงภาษีกับสหรัฐอเมริกา ว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คือการเจรจาครั้งแรก ต้องเกิดอย่างเร็วที่สุด และชัดเจนมากที่สุด เพราะตอนนี้เหมือนเรารู้เราอย่างเดียว โดยวางแนวทางไว้ 5 ข้อ แต่ขณะเดียวกัน เราไม่รู้ว่า สหรัฐฯ ต้องการอะไรจากเราบ้าง เมื่อเทียบกับกรณีของประเทศญี่ปุ่นที่เข้าไปเจรจาครั้งแรก ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า สหรัฐฯ ต้องการส่งออกข้าวไปประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม ดังนั้น จึงเป็นการปรับทีมเจรจาไปในตัวด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของทั้งสองฝ่ายมากยิ่งขึ้น

นายณัฐพงษ์ มองว่า สิ่งที่เห็นตามหน้าข่าวตอนนี้ มีแค่การนัดหมาย แต่รัฐบาลไม่สามารถให้ความชัดเจนกับประชาชนได้ ไม่ได้ให้ความชัดเจนว่า การนัดหมายเกิดขึ้นหรือยัง แล้วจะเกิดขึ้นเมื่อไร อาจจะให้กรอบเวลากว้างๆ ไว้ก็ได้ และควรจะต้องเร่งรีบเจรจาครั้งแรกให้เร็วที่สุด เพื่อให้เห็นว่า สหรัฐฯ ต้องการอะไรจริงๆ จากประเทศไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีเวทีของฝ่ายค้านเรื่องกำแพงภาษี แน่นอนที่สุดว่า เราจะมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งได้จัดเวทีไว้ให้ผู้เข้าร่วมหลายภาคส่วนได้สะท้อนเข้ามาด้วย และตนก็พร้อมที่จะส่งต่อให้รัฐบาล

เมื่อถามว่า ประเทศไทยควรเข้าไปเจรจาเมื่อไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนคงตอบแทนไม่ได้ เพราะลำดับคิวการเข้าพบ อาจจะอยู่ที่ สหรัฐฯเป็นหลัก แต่ยิ่งเราเข้าไปเจรจาได้เร็วที่สุด ก็จะยิ่งเป็นผลประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด

ขณะที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวเสริมถึงกรณีเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดถึงกรณีนี้ ซึ่งคือสิ่งที่ตนเคยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงแนวทางแก้ไขว่า เป็นอย่างไร

ทั้งนี้ นายทักษิณ ได้เปิดเผยถึงเรื่องบนโต๊ะเจรจาว่า ได้เอาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และเรื่องที่มีการจับกุม นายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน ที่ศึกษาด้านกองทัพ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พระราชบัญญัติด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ว่าอาจจะเป็นสิ่งที่ติดขัด และทำให้เราไม่สามารถเดินหน้าเจรจาได้ตามปกติเหมือนกับประเทศอื่นๆ

“ดิฉัน ก็ขอขอบคุณ คุณทักษิณ ที่ออกมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา เสียดายนิดเดียวที่มันควรจะต้องเป็นคนของรัฐบาล คุณทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลยในรัฐบาลนี้ ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา หรืออยู่ในคณะเจรจาด้วย ดังนั้น คำพูดของคุณทักษิณ ไม่แน่ใจว่า จะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน และจะนำไปสู่การแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร อยากให้รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี ที่อาจจะให้ข่าวนี้ กับคุณทักษิณไป ได้ออกมายืนยันกับประชาชนอีกครั้งว่า เป็นเรื่องจริง และก็เป็นเรื่องใหญ่” นางสาวศิริกัญญา กล่าว

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้ ในเรื่องความมั่นคง ยังมีเรื่องการส่งชาวอุยกูร์ กลับสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขค่อนข้างยาก เพราะน่าจะกระทบกับความสัมพันธ์กับจีนด้วย ถ้าเราทำอะไรกับชาวอุยกูร์ ที่ยังอยู่ในสถานกักกันของทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในตอนนี้ ส่วนกรณีการจับกุม นายพอล ก็ยังมีแนวทางแก้ไขอยู่ คือการถอนฟ้อง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลออกมาสื่อสารว่า จะแก้ไขอย่างไร เพราะถือเป็นเรื่องยากทั้งคู่

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ระบุ มีความผิดพลาดในขั้นตอนการแปล ถ้าการถอนฟ้องนายพอลเกิดขึ้นจริง จะช่วยให้การเจรจาง่ายขึ้นหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เงื่อนไขก็จะหลุดไปอีกเปราะหนึ่ง แต่จะมีคดีอื่นๆ อีกหรือไม่ ที่มีพลเมืองชาวอเมริกันถูกจับกุมอยู่ จึงต้องให้รัฐบาล เปิดเผยเรื่องราวออกมาทั้งหมด อาจจะผ่อนหนักเป็นเบาได้ง่ายที่สุด สำหรับกรณีนี้

เมื่อถามว่า ถึงแม้รัฐบาลจะออกมาพูดสองเรื่องนี้แล้ว แต่รัฐบาลเหมือนจะไม่ฟัง นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เราพูดเรื่องนี้มาหลายรอบ ตั้งแต่ตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ และย้ำอีกครั้งตอนที่เสนอญัตติกำแพงภาษีแล้วว่า รัฐบาลกำลังทิ้งไพ่ผิดใบ แต่รัฐบาลไม่ได้มีการตอบคำถามสักเท่าไร จึงอยากฝากสื่อมวลชนช่วยไปถามรัฐบาลด้วยว่า สิ่งที่นายทักษิณพูดจริงหรือไม่

ส่วนที่นายทักษิณ ระบุ สนิทกับคนใกล้ชิดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐฯ จะสามารถช่วยได้หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ต้องทำไปทุกช่องทางที่ทำได้ แต่ช่องทางหลักที่เป็นทางการ เป็นช่องทางที่สำคัญ และมีประโยชน์มากที่สุด คือการที่มีความสัมพันธ์อันดี กับผู้ที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของสหรัฐฯ อยู่แล้ว ก็น่าจะมีประโยชน์มากที่สุด ถ้าติดขัดกับเรื่องนี้จริงๆ การไปพูดคุยกับคนสนิทรอบตัว ที่ไม่ได้มีบทบาทในการเจรจาการค้า อาจจะไม่ได้มีประโยชน์ในเชิงการเจรจาการค้าเท่าไร

‘เท้ง’วอนสังคมไม่ให้น้ำหนักคำพูด’ทักษิณ’ปมปรับครม. ชี้ปชช.อยากเห็นภาวะผู้นำ’อิ๊งค์’

'เท้ง'วอนสังคมไม่ให้น้ำหนักคำพูด'ทักษิณ'ปมปรับครม. ชี้ปชช.อยากเห็นภาวะผู้นำ'อิ๊งค์'

‘เท้ง’วอนสังคมไม่ให้น้ำหนักคำพูด’ทักษิณ’ปมปรับครม. ชี้ปชช.อยากเห็นภาวะผู้นำ’อิ๊งค์’

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.27 น.

‘เท้ง’วอนสังคมไม่ให้น้ำหนักคำพูด’ทักษิณ’ เหตุไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัวจริงในการ’ปรับ ครม.’ ชี้สิ่งที่ ปชช.อยากเห็น คือภาวะผู้นำของ’นายกฯ’ ควบคุมเสียง’พรรคร่วมรัฐบาล’ มั่นใจไม่มี’งูเห่า’จาก’ปชน.’แน่นอน บอกคนที่ออกมาพูดบ่อยๆ อาจเสียเครดิตเอง 

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2568 ที่ The Idle Hotel & Residence นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุ จะมีการเปิดเผยรายชื่อ สส.ฝ่ายค้าน ที่จะย้ายเข้าพรรค ในส่วนของพรรคประชาชนมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ว่า จริงๆ ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร ตนเชื่อมั่นว่า ไม่ได้เป็นงูเห่าจากพรรคประชาชนแน่นอน แต่จะเป็นใครบ้าง ตนตอบแทน ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ ต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัสเอง 

นายณัฐพงษ์ กล่าวยืนยันว่า ตนเชื่อมั่นในเพื่อนภายในพรรคทุกคน เห็นได้จากในหลายๆ ครั้ง ตั้งแต่พรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชน จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เคยมีงูเห่าใดใดทั้งสิ้นจากพรรคประชาชน เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้ ก็เชื่อมั่นว่า ไม่มีจากพรรคประชาชนแน่นอน 

เมื่อถามว่า จะเป็นการทำลายเสถียรภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชน มองเห็น และให้ความสำคัญกับการกระทำ และที่ผ่านมา พรรคประชาชนก็ไม่เคยมีกรณีในเรื่องนี้ เมื่อยิ่งมีการพูดในเรื่องนี้ แต่พรรคประชาชนไม่เคยกระทำแบบนั้นเลย จึงคิดว่าในอีกมุมหนึ่ง คนที่ออกมาพูดบ่อยๆ จะเสียเครดิตของตัวเอง  

ส่วนสัญญาณการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุ ไม่ปรับพรรคภูมิใจไทยออก ประเมินแนวโน้มหลังจากนี้ จะเป็นอย่างไร ว่า อำนาจในการปรับ ครม.เป็นของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตนไม่อยากให้สังคมให้น้ำหนักกับคำพูดของนายทักษิณ ซึ่งไม่ได้มีอำนาจตัวจริงในการปรับ ครม.

ขณะเดียวกัน ประเด็นในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเห็นกันอยู่ว่า มีรอยร้าว ก็เป็นสิ่งที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ และอาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

ดังนั้น ความเป็นผู้นำของนายกฯ ที่ต้องควบคุมเสียงภายในพรรคร่วมรัฐบาล และแสดงออกให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการเจรจากับต่างประเทศ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ 

ส่วนกระแสข่าว การแลกกระทรวงกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย กังวลว่า จะทำให้เดินหน้าต่อไม่ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มีข้อกังวลใจใดๆ ในส่วนนั้น สิ่งที่พวกเรา และประชาชนอยากเห็น ถ้าจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ครม.จริงๆ ก็ควรจะต้องปรับเปลี่ยนเก้าอี้ด้วยความรู้ความสามารถ ดึงคนที่มีความเหมาะสมในตำแหน่งนั้นๆ มาดำรงตำแหน่ง ไม่ควรจะปรับเปลี่ยนเก้าอี้กัน เพราะเป็นการเจรจาทางการเมือง หรือเพียงต้องรักษาเสถียรภาพในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น เพราะวิกฤติประเทศในตอนนี้ เปรียบเหมือนระเบิดเวลาในภายหลัง 

ส่วนการวิเคราะห์ว่า พรรคเพื่อไทยจะชิงเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย ให้ได้ก่อนเลือกตั้ง เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ภายในรัฐบาลจะต้องพูดคุยกัน ซึ่งคนที่จะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด คือนายกฯ 

‘ปชน.’รอฟัง 30 เม.ย.นี้ ‘ศาลฎีกาฯ’รับคำร้อง‘คดีชั้น 14’หรือไม่ ก่อนประเมินสภาพรัฐบาล

‘ปชน.’รอฟัง 30 เม.ย.นี้ ‘ศาลฎีกาฯ’รับคำร้อง‘คดีชั้น 14’หรือไม่ ก่อนประเมินสภาพรัฐบาล

‘ปชน.’รอฟัง 30 เม.ย.นี้ ‘ศาลฎีกาฯ’รับคำร้อง‘คดีชั้น 14’หรือไม่ ก่อนประเมินสภาพรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

‘เท้ง’รอฟัง 30 เม.ย.นี้ ‘ศาลฎีกานักการเมือง’รับคำร้อง‘คดีชั้น 14’หรือไม่ ก่อนประเมินผลสะเทือนรัฐบาลมากน้อยเพียงใด ย้ำ‘นายกฯ’เป็นผู้รู้เห็นอาการป่วยทั้งหมด

27 เมษายน 2568 ที่ The Idle Hotel & Residence นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีวันที่ 30 เมษายน นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือ  จะมีคำสั่งในคดีชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะส่งแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ จะเป็นใครก็ได้ที่เข้าไปยื่นคำร้อง ส่วนศาลคำตัดสินของศาล ก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องติดตามดู

นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า เรื่องที่พวกเราอภิปรายในสภา กรณีชั้น 14 ก็เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งข้อวิจารณ์ว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นคนที่มีส่วนรู้เห็นข้อเท็จจริงมาโดยตลอดว่านายทักษิณผู้เป็นบิดาป่วยจริงหรือไม่ ป่วยถึงขนาดต้องไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจจริงหรือไม่ เมื่อมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะดำเนินการอย่างไร เพื่อรักษาระบบนิติธรรม ไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน หรือหลายมาตรฐาน และพรรคประชาชนก็มีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของการยื่นข้อกล่าวหาการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า หากศาลรับคำร้อง จะส่งผลถึงรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า ยังมีกระบวนการอีกหลายอย่าง ขั้นตอนนี้ เป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น ในกระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไป ส่วนจะส่งผลกระเทือนมากน้อยเพียงใดนั้น รอฟังวันที่ 30 เมษายน ก่อนดีกว่า

ตั้งเป้าโกย60ที่นั่ง! ‘พปชร.’ โวลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งภาคเหนือ

ตั้งเป้าโกย60ที่นั่ง! ‘พปชร.’ โวลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งภาคเหนือ

ตั้งเป้าโกย60ที่นั่ง! ‘พปชร.’ โวลั่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.00 น.

ตั้งเป้ากวาด60ที่นั่งสส.! ‘แม่ทัพภาคเหนือ พปชร.’ ลั่นพร้อมสู้เลือกตั้งภาคเหนือ ปัดแข่ง ‘ธรรมนัส’ ขอเน้นที่นโยบาย

วันที่27เมษายน2568 เมื่อเวลา 11.45 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ตนได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยรับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้มาทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน และน่าน ทั้งหมด 34 เขต สส.34 คน ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ต่อเนื่องในการเผยแพร่นโยบายของพรรค โดยเฉพาะในส่วนของการปกป้องสถาบันที่ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สุด รองลงมาคือ เราจะต้องทำให้เกิดเศรษฐกิจทันสมัยไม่ใช่ว่าเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมและจะต้องทำงานแบบหัวโบราณ แต่เราร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกันได้ เราจะใช้ความจริงใจในการพบปะกับชาวบ้านว่า พรรคพลังประชารัฐ มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน และอยากจะรณรงค์ให้คนทั้งประเทศรักสถาบันให้มากๆ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่อยากให้เกิดความสับสนในเรื่องนี้ เพราะเราจะอยู่ได้ก็ต้องมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

นายสุรเดช กล่าวต่อว่า นโยบายของพรรค พปชร.เรื่องการคัดค้านเปิดกาสิโนนั้น เท่าที่ตนได้พูดคุยกับหัวหน้าชุมชนหลาย ๆ คน พวกเขาก็เห็นด้วยว่า ไม่ต้องการให้มีกาสิโนเกิดขึ้น รวมไปถึงปัญหาเรื่องยาเสพติดที่จะต้องแก้ไขให้เป็นรูปธรรม เราเชื่อว่า จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนภาคเหนือพอสมควร ซึ่งตนขอยึดจำนวน สส.ที่ พล.อ.ประวิตร เคยตั้งเป้าเอาไว้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า จำนวน 60 ที่นั่ง โดยตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า จ.พะเยา จะแข่งกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมอย่างไร นายสุรเดช กล่าวว่า หากจะใช้คำว่าแข่งกันมันก็ไม่เชิง แต่อยากให้มาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองมากกว่า เพราะ ร.อ.ธรรมนัส ก็เคยอยู่พรรคพลังประชารัฐ และหากมีจิตใจที่รักสถาบันเช่นกันก็มาร่วมมือกัน ส่วนเรื่องการแข่งขันเป็นเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค