‘อิ๊งค์’รวย! ‘ภูมิธรรม’ชี้‘นายกฯ’ทรัพย์สินมหาศาล ไม่ต้องเบียดบัง‘งบหลวง’เที่ยวต่างประเทศ

‘อิ๊งค์’รวย! ‘ภูมิธรรม’ชี้‘นายกฯ’ทรัพย์สินมหาศาล ไม่ต้องเบียดบัง‘งบหลวง’เที่ยวต่างประเทศ

‘อิ๊งค์’รวย! ‘ภูมิธรรม’ชี้‘นายกฯ’ทรัพย์สินมหาศาล ไม่ต้องเบียดบัง‘งบหลวง’เที่ยวต่างประเทศ

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.29 น.

‘ภูมิธรรม’โต้แทน ชี้‘นายกฯอิ๊งค์’มีทรัพย์สินมหาศาล ไม่ต้องเบียดบัง‘งบหลวง’เที่ยวต่างประเทศ จี้หาความรับผิดชอบพวกดรามา

23 พ.ค.68 ที่กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีการโจมตี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใช้งบหลวงไปต่างประเทศ ว่า อยากชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงประเด็นนี้ การดรามาแล้วนำไปลงใน Facebook หรือช่องทางอื่นๆของสื่อโซเชียลมีเดีย ควรจะมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่คิดอะไรแล้วนำไปโพสต์ทำให้เกิดความเสียหาย ที่ดรามากันว่านายกฯไปเที่ยว ไม่มีความจำเป็นเลยที่นายกฯ จะต้องไปใช้งบหลวง ในหลายเรื่องท่านไม่ได้ใช้งบหลวง แต่ใช้งบส่วนตัวด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้การเดินทางไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีท่านอื่น ไม่จำเป็นที่จะต้องมาบอกรายละเอียด เพราะมีหลายเรื่องที่ไม่สามารถจะเปิดเผยได้ บางคนอยากจะเจอเราแต่เขาก็ไม่อยากเปิดเผยตัวเอง ในการพูดคุยกับผู้นำต่างประเทศ รวมถึงทางการทูตมีทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ หรือ เป็นทางลับ ดังนั้นหากมีสิ่งใดที่เปิดเผยได้ก็จะดำเนินการทันที เพราะการเปิดเผยสะท้อนให้เห็นว่าเราทำงาน เช่นเดียวกับกรณีการเจรจากับทางสหรัฐ เรื่องภาษี แม้ดูเหมือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า แต่ในทางลับเราดำเนินการอยู่ ทางสหรัฐก็มีเงื่อนไขข้อเรียกร้องกับเรา หากเรายังไม่พร้อมก็ต่อรองไป

“ผมมองว่าวิญญูชน เขาตระหนักได้ว่า การที่นายกฯ ที่มีทรัพย์สินส่วนตัวจำนวนมากมายขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องมาเบียดบัง งบหลวง ทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวเองเปล่าๆ และท่านก็ไม่ใช่คนที่จะมาเอานั่นเอานี่จากคนอื่น เรื่องดราม่าอยากให้มองที่ข้อเท็จจริง” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าการบริหารงานไม่ใช่สิ่งที่จะมาพูดในที่สาธารณะ เพราะบางเรื่องก็ละเอียดอ่อน ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะนำไปดรามาและทำให้มีความรู้สึกไม่ดีต่อกัน เพราะปัจจุบันสังคมไทยมีปัญหามากอยู่แล้ว เรากำลังแก้ไขปัญหาไปทีละประเด็น

เมื่อถามว่าล่าสุดนายกฯได้มีการโพสต์ภาพคู่กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจในเรื่องคดีจำนำข้าว และไปโจมตีว่านายกฯไปพบ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทำไมจะต้องเดินทางไปพบคุณยิ่งลักษณ์ ตนก็จะโพสต์ให้กำลังใจคุณยิ่งลักษณ์ เช่นกัน เพราะรู้สึกเห็นใจ

‘วันนอร์’ชี้ควรร้อง‘ประธานวุฒิสภา’ ชงศาลรธน.สั่ง‘สว.’หยุดปฏิบัติหน้าที่

‘วันนอร์’ชี้ควรร้อง‘ประธานวุฒิสภา’ ชงศาลรธน.สั่ง‘สว.’หยุดปฏิบัติหน้าที่

‘วันนอร์’ชี้ควรร้อง‘ประธานวุฒิสภา’ ชงศาลรธน.สั่ง‘สว.’หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.19 น.

‘วันนอร์’เล็งให้ฝ่ายกฎหมายดูเคสรับเรื่องชงศาลฯให้‘สว.’หยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดี‘ฮั้ว’ โยน‘ประธานวุฒิสภา’ เคาะตัดสินบรรจุวาระ เลือก‘องค์กรอิสระ-ศาล’

23 พ.ค.68 ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีผู้มายื่นร้องขอให้ประธานรัฐสภา ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สมาชิกวุฒิสภา(สว.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากการตรวจสอบคดีฮั้วเลือก  สว.ว่า ความจริงแล้วการยื่นขอให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ควรจะยื่นไปที่ประธานวุฒิสภามากกว่า แต่เมื่อยื่นมาทางตน ก็หมายความว่า อยู่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แต่เมื่อมีการยื่นมาแล้วก็คงต้องให้ฝ่ายที่ปรึกษาด้านกฎหมายพิจารณาในเนื้อหาสาระว่าเข้าข่ายที่ประธานรัฐสภาจะดำเนินการต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

เมื่อถามถึงเจตนาของการยื่นเรื่องนี้ ส่งผลต่อการพิจารณาเลือกกรรมการองค์กรอิสระ และองค์ศาลหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการประชุมของวุฒิสภาว่าจะสามารถดำเนินการตามข้อบังคับได้หรือไม่ และเป็นหน้าที่ของประธานวุฒิสภา ที่จะพิจารณาบรรจุเรื่องใดในการเปิดการประชุมสมัยวิสามัญ ขณะเดียวกันก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกที่จะแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายความเห็นของตัวเองก็สามารถทำได้ ซึ่งส่วนตัวไม่สามารถลงลึกในบทบาทของวุฒิสภาได้ เพราะเขามีข้อบังคับของตัวเอง ดังนั้นประธานวุฒิสภาจะต้องเป็นผู้พิจารณาในเรื่องนี้เอง

-005

‘ประเสริฐ’ โต้ รบ.เพิกเฉยแก้ปัญหาน้ำกก เชื่อมีแนวทางหารือกลุ่มว้า

'ประเสริฐ' โต้ รบ.เพิกเฉยแก้ปัญหาน้ำกก เชื่อมีแนวทางหารือกลุ่มว้า

‘ประเสริฐ’ โต้ รบ.เพิกเฉยแก้ปัญหาน้ำกก เชื่อมีแนวทางหารือกลุ่มว้า

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.18 น.

“ประเสริฐ” โต้ รบ.เพิกเฉยแก้ปัญหาน้ำกก เชื่อ มีแนวทางหารือกลุ่มว้า พื้นที่ต้นเหตุทำเหมืองทอง สั่ง ตรวจคุณภาพน้ำถี่ขึ้นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

เมื่อเวลา09.20 น.วันที่ 23 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวภายหลังหารือกับ ดาโตะ ซรี ฮาจี ฟาดิลละห์ บิน ฮาจี ยูซฟ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและปฏิรูปน้ำของมาเลเซีย ว่า การหารือครั้งนี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพัฒนาลุ่มน้ำโก-ลก โดยเฉพาะการบริหารจัดการบริเวณปากแม่น้ำ เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม รวมไปถึงมีการหยิบยกเรื่องการทำเอ็มโอยูเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโก-ลก โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันก่อนที่จะเซ็นเอ็มโอยู 

นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำกกที่ผ่านมา มีการประชุมอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยได้ประสานงานให้กรมควบคุมมลพิษไปเก็บตัวอย่างน้ำ เนื่องจากข้อมูลเดิมจากการทดสอบน้ำยังไม่พบค่าที่เป็นอันตรายต่อประชาชน แต่ด้วยความกังวล จึงสั่งการให้ตรวจน้ำถี่ขึ้นเป็นสัปดาห์ละครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเราให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม คุณภาพน้ำยังใช้ในสาธารณูปโภคได้อยู่ ขณะเดียวกัน ได้มีการกำชับให้ดูแลเรื่องสัตว์น้ำที่ป่วย รวมถึงให้ดูระบบนิเวศ นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาแล้วหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ได้ประสานทางกระทรวงการต่างประเทศว่าให้มีการพูดคุยกัน แต่ในส่วนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมการพบปะพูดคุยกันกับฝั่งนั้น ซึ่งเราเข้าใจว่า สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคือ ฝั่งนั้นทำเหมืองทอง และอาจจะมีการใช้สารเคมีบางอย่าง 

เมื่อถามว่า ได้มีการรายงานหรือไม่ว่า จะประสานพูดคุยกับกลุ่มว้า ซึ่งเป็นพื้นที่ทำเหมืองทอง นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เมื่อถามอีกว่า จะต้องประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อคุยกับกลุ่มว้าเองหรือไม่ นายประสริฐ กล่าวว่า กำลังหาวิธีพูดคุยกันอยู่ ทราบดีว่า ประเทศเมียนมามีปัญหาภายใน เมื่อถามย้ำว่า ในพื้นที่สามารถให้ทหารพูดคุยโดยตรงได้ใช่หรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องมีวิธีสื่อสารพูดคุยกันได้ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อไทย จึงต้องคุยให้ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นจะมีแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่พบความเสียหายหนักๆ ที่เกิดขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าว นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ได้เพิกเฉย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยในวันที่ 27 พ.ค. นี้ จะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสรุปสถานการณ์

‘เพื่อไทย’พร้อมช่วย‘ยิ่งลักษณ์’ หนุนทนายชงศาล‘หักหนี้’จากเงินขายข้าว

‘เพื่อไทย’พร้อมช่วย‘ยิ่งลักษณ์’ หนุนทนายชงศาล‘หักหนี้’จากเงินขายข้าว

‘เพื่อไทย’พร้อมช่วย‘ยิ่งลักษณ์’ หนุนทนายชงศาล‘หักหนี้’จากเงินขายข้าว

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

‘เพื่อไทย’เห็นใจ‘ยิ่งลักษณ์’ ชี้ช่องดิ้นหาความชอบธรรม หนุนทนายชงศาล‘หักหนี้’จากการขายข้าว เหตุเป็น‘ทรัพย์สิน’ที่ได้จาก‘โครงการรับจำนำ’ รับ‘คำพิพากษา’กระทบเดินหน้านโยบายรัฐบาล

23 พ.ค.68 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องชดใช้เงินกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ตนในฐานะที่ร่วมทำโครงการนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ตนมองว่ามีเรื่องที่พอจะอ้างความชอบธรรมได้บ้าง อย่างแรกคือศาลปกครองกลาง เคยยกคำร้องการอายัดทรัพย์  มันก็เป็นสิ่งยืนยันว่ายังมีศาลที่เห็นว่านายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ควรที่จะรับผิดชอบ

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันความเห็นของศาลปกครองสูงสุด เมื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ก็ยังมีความเห็นแย้ง แต่ในเมื่อศาลพิจารณาออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ในระบบของไทยก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น  เพียงแต่ว่าเรื่องที่ทนายเตรียมดำเนินการก็เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะข้าวที่เป็นกรณีพิพาทหลังจากยึดอำนาจก็มีการอายัดข้าวตรงนี้ไว้ เมื่อมาสมัยนี้ก็ทราบว่าข้าวเป็นของรัฐ และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น ก็ได้นำไปจำหน่ายได้เงินก้อนหนึ่ง แต่เท่าไรไม่ทราบ จึงถือเป็นทรัพย์สินที่รัฐได้มาจากโครงการนี้ ดังนั้นการใช้เหตุผลว่าควรจะมาหักลบกลบหนี้กัน ก็เป็นเหตุเป็นผล

นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการยื่นพิจารณาคดีใหม่ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม และการยื่นก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่สิ่งที่ตนไม่มั่นใจ คือ เมื่ออ่านในคำสั่งข้อ 3 เหมือนกับว่า ศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณาต่อไปเลยแต่ตอนแรกตนเข้าใจว่า ศาลให้ยกคำร้องของกระทรวงการคลัง เพราะคำสั่ง ของกระทรวงการคลังไม่ชอบ เลยงงว่าต้องออกคำบังคับใหม่หรือไม่ เพราะถ้าต้องออกคำบังคับใหม่ ต้องไปว่ากันในชั้นบังคับคดี แต่เมื่ออ่านข้อ 3 แล้วดูคล้ายๆกับว่าศาลให้ทำต่อไปเลย เพียงแต่ว่าต้องหักรถทอน จึงเป็นเรื่องที่ทีมทนายต้องไปพิจารณาดู ว่าเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อถามว่าทางพรรคเพื่อไทย จะช่วยน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า อดีตนายกฯ ก็มีทีมทนายความดูแลรับผิดชอบอยู่  แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยที่เป็นเจ้าของนโยบายนี้ หากมีอะไรที่ช่วยได้ในทางคดี ก็ไม่น่าจะขัดข้องอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์ข้อความ ระบุ หมื่นล้าน ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ธรรมดา มันไม่ใช่เงินน้อยๆ แต่เมื่อฟังดูแล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์คงคิดว่า สามารถที่จะแสวงหาความยุติธรรมต่อไปได้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาในลักษณะนี้ การทำนโยบายของรัฐบาลหลังจากนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนติดตามเรื่องนี้มา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบาย ซึ่งถือเป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง จึงมีข้อสงสัยว่าจะสามารถนำคำวินิจฉัยของศาลฎีกา มาใช้ในคดีแพ่งได้หรือไม่ แต่หลายคนมองว่า มันเป็นคนละประเด็นไม่ควรเอามาใช้กันได้ ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เข้าใจยาก พร้อมยอมรับว่า ผลคำพิพากษาของศาลปกครอง อาจจะส่งผลให้การทำนโยบายต้องคิดหนัก เพราะที่ผ่านมามีนโยบายเยอะมาก แต่ไม่มีการฟ้องร้องดำเนินการ จึงมีนักวิชาการออกมาบอกว่าต่อไปนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องหยุดหมด

“ข้อทักท้วงเหมือนกับว่า ศาลปกครองหยิบคำวินิจฉัยของคดีอาญามาใช้ ซึ่งเขาก็โต้แย้งว่าจริงๆแล้วเป็นคนละประเด็น ประเด็นนี้เป็นประเด็นละเมิด ส่วนอาญาก็ว่ากันไป จึงมีคนโต้แย้ง จริงๆไม่ใช่นายกฯยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยอย่างเดียว แต่ท่านก็ใช้ความระมัดระวังติดตามตรวจสอบ อันนี้เป็นรายละเอียดที่ว่ากันไป ท้ายที่สุดต้องให้ทนายความเขาว่ากันไป ดูสิว่าศาลจะว่าอย่างไร” นายชูศักดิ์ กล่าว

‘ประเสริฐ’มอง‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัดตอบกระทบกลับไทย

‘ประเสริฐ’มอง‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัดตอบกระทบกลับไทย

‘ประเสริฐ’มอง‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้รับความเป็นธรรม ปัดตอบกระทบกลับไทย

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

‘ประเสริฐ’มอง‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้รับความเป็นธรรม ยันโครงการ‘จำนำข้าว’มีประโยชน์กับชาวนา ปัดตอบอาจเป็นปัจจัยให้‘อดีตนายกฯ’ไม่ได้กลับไทยเร็วๆนี้

เมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 23 พ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ต้องชดใช้ค่าเสียหายในส่วนระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เป็นเงิน 10,028 ล้านบาท ว่า จริงๆแล้วเรื่องนี้สิ่งที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ได้ทำนโยบายนี้ในอดีตเป็นความหวังดี และพวกเรารู้สึกว่า ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม

“โครงการนี้เกษตรกรชาวนาได้ประโยชน์ และก่อนหน้านี้ศาลกลางได้มีการวินิจฉัยว่าท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ปรากฏว่าศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าท่านต้องชดใช้หมื่นกว่าล้านบาท ซึ่งผมเห็นว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ มีเจตนาดีต่อประเทศชาติ แต่ต้องมาได้รับผลการตัดสินแบบนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ” นายประเสริฐ กล่าว

เมื่อถามว่า ในพรรคเพื่อไทยได้มีการประเมินหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะมีผลกระทบทางตรงหรือทางอ้อมกับพรรคบ้างหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ในพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย เพราะคำวินิจฉัยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน (22 พ.ค.68) ก็คงต้องมีการหารือกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้ มองได้หรือไม่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงไม่สามารถกลับมาประเทศไทยในช่วงนี้ได้แน่ๆ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ขอวิจารณ์ว่า ผลการตัดสินออกมาอย่างนี้จะเป็นปัจจัยในการกลับหรือไม่กลับมาประเทศไทยของท่านหรือไม่ ตนไม่ขอวิจารณ์ดีกว่า

กกต.ชงศาลฎีกาฟันอาญา 2 ผู้สมัครสว.สมุทรปราการ เสนอผลประโยชน์แลกลงคะแนน

กกต.ชงศาลฎีกาฟันอาญา 2 ผู้สมัครสว.สมุทรปราการ เสนอผลประโยชน์แลกลงคะแนน

กกต.ชงศาลฎีกาฟันอาญา 2 ผู้สมัครสว.สมุทรปราการ เสนอผลประโยชน์แลกลงคะแนน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.39 น.

‘กกต.’ชงศาลฎีกาฟัน 2 ‘ผู้สมัคร สว.’สมุทรปราการ พร้อมดำเนินคดีอาญา หลังหลักฐานชัดเจรจาเสนอตำแหน่ง-ผลประโยชน์แลกลงคะแนนให้

23 พ.ค.68 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต. ที่มีคำสั่งให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งของนายขวัญชัย บุญเพ็ชร ผู้มีสิทธิ์เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด  จ.สมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 ผู้สูงอายุ คนพิการ ชาติพันธุ์ หมายเลข 2 , นายมงคล ลีลาเลอเกียรติ ผู้มีสิทธิ์เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ อำเภอเมือง จ.สมุทรปราการ กลุ่มที่ 15 หมายเลข 18 และนายนิธิพล บุญเพ็ชร ผู้ซึ่งไม่ใช่ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561มาตรา 62 และรัฐธรรมนูญมาตรา 226 พร้อมดำเนินคดีอาญาบุคคลทั้งสาม ตามมาตรา77(1) พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สมาชิกวุฒิสภา2561

เนื่องจากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าวันที่ 13 มิ.ย. 67 บุคคลทั้งสามและพยานเดินทางไปที่ร้านครัวคุณนออาหารไทย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการจริงและพยานให้ถ้อยคำสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ปรากฏบทสนทนาตามคลิปบันทึกเสียงซึ่งมีการถอดข้อความโดยพยานที่เป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการว่า เป็นการสนทนากันระหว่างนายมงคล นายนิธิพลและพยานอีก 2 คน เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดและระดับประเทศ การขอและแลกเปลี่ยนคะแนนรวมถึงการเสนอผลประโยชน์ให้แก่กัน

นายมงคลกล่าวถ้อยคำว่า “ตอนนี้ผมพูดตรง ๆ เลยนะว่าสองนะไม่มี รู้มั้ยทำไมผมถึงพูดคำนี้ เพราะตอนนี้ก็เหมือนอย่างเรา ผมก็หากลุ่ม หากลุ่ม ๆ เรามาจอยกัน แล้วก็ดูวัตถุประสงค์ของแต่ละคนว่าเป็นยังไงบ้าง อ่ะ อยากได้แต้มใช่มั้ยครับ ผมมีตัวแลกนะ ถ้ายอมถอย ผมมี หรือถ้าอยากได้ตำแหน่งผมมีตำแหน่งให้ ถ้าผมได้เข้าไป” และ “ผมไม่ได้มองว่าคุณต้องมาช่วยผมร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ แต่ผมมองว่าเรารู้จักกันวันนี้เพื่อผลประโยชน์ในวันข้างหน้าที่มันจะลงตัว คุณกับเราต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันแล้วแลกเปลี่ยนกัน หรือว่า คุณพอใจส่วนไหน เราจัดให้ได้  ถ้าคุณช่วยผลักดันเรา” และนิธิพลกล่าวถ้อยคำว่า “คือ.. (ชื่อพยาน).. ต้องเข้าใจผมอย่างหนึ่งว่า ผมเนี่ยลงมาช่วยคุณพ่อ”

รวมถึงข้อความอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่นายนิธิพล เข้ามาช่วยเจรจากับพยาน เพื่อขอให้ลงคะแนนให้แก่นายขวัญชัย ซึ่งมีลักษณะเป็นการเสนอให้ผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่พยานเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้แก่นายขวัญชัย

ประกอบกับเมื่อตรวจสอบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายมงคล ระหว่างวันที่ 1พ.ค.67-30มิ.ย.67 พบว่านายมงคลโทรศัพท์ติดต่อกับนายขวัญชัย จำนวน 34 ครั้ง และนายมงคลโทรศัพท์ติดต่อกับนายนิธิพลจำนวน 23 ครั้ง จึงน่าเชื่อว่านายขวัญชัยก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำดังกล่าวของนายมงคล และนายนิธิพล ซึ่งเป็นบุตรของตนด้วย กรณีจึงมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า บุคคลทั้งสามกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภา 2561 มาตรา 77 (3) ซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก อันเป็นเหตุให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ตามมาตรา 62 ของกฎหมายเดียวกัน  //-005

เบิกเนตร 7 ข้อ!‘มือปราบจำนำข้าว’ฉะอย่ามั่ว ลั่น‘ขายข้าว’หักลบกลบหนี้‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้

เบิกเนตร 7 ข้อ!‘มือปราบจำนำข้าว’ฉะอย่ามั่ว ลั่น‘ขายข้าว’หักลบกลบหนี้‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้

เบิกเนตร 7 ข้อ!‘มือปราบจำนำข้าว’ฉะอย่ามั่ว ลั่น‘ขายข้าว’หักลบกลบหนี้‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.55 น.

เบิกเนตร 7 ข้อ!‘มือปราบจำนำข้าว’ฉะอย่ามั่ว ลั่น‘ขายข้าว’หักลบกลบหนี้‘ยิ่งลักษณ์’ไม่ได้

23 พ.ค.68 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์คลิปเรื่อง “ขายข้าวในคลังที่เหลือไม่สามารถมาใช้หักลบกลบหนี้ที่ยิ่งลักษณ์ต้องจ่ายค่าเสียหายได้” พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” หัวข้อ “#ยิ่งลักษณ์หยุดสร้างความสับสนให้ประชาชน” ระบุว่า…

#ยิ่งลักษณ์หยุดสร้างความสับสนให้ประชาชน

หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด กลับคำพิพากษาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน 10,028 ล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เคลื่อนไหว ในสิ่งที่ทำให้ประชาชนสับสน สรุปดังนี้

1.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องมารับภาระหนี้ที่เกิดจากการระบายข้าวของฝ่ายปฏิบัติ โดยที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการเหล่านั้น

คำตอบ คุณอย่าลืมว่า การระบายข้าวเป็นอำนาจเต็มของฝ่ายการเมือง  พวกเราก็เตือนคุณในสภาว่ามีการทุจริต เอาหลักฐานต่างๆ แคชเชียร์เช็ค เส้นทางการเงิน เมื่อคุณทราบคุณก็ไม่สนใจ ยังตอบเพียงว่า ช่วยชาวนาเถอะค่ะ คุณยังชี้แจงสื่อว่าระบายข้าวจีทูจีไปหลายประเทศ(มีคลิป) ทั้งๆที่นายกควรที่จะยับยั้งกลับเพิกเฉย

2.ยิ่งลักษณ์กล่าว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็พิพากษาในคดีของดิฉันว่า ปล่อยปละละเลยในการบริหารโครงการรับจำนำข้าวเท่านั้น

คำตอบ ไม่จริง ศาลฎีกานักการเมืองพิพากษาว่าคุณมีความผิด มาตรา157 เพราะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และผิดพรบ.ป.ป.ช.มาตรา123/1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ได้แค่ปล่อยปละละเลย

3.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การดำเนินนโยบายแบบนี้(จำนำข้าว) กลับถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดความเสียหาย ต่อไปใครจะกล้าคิดนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน

คำตอบ ศาลไม่เคยห้ามการทำนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน  แต่ที่สำคัญคือห้ามโกง หรือ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จนนำไปสู่ความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

4.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การดำเนินโครงการแต่ละขั้นตอน เกี่ยวข้องกับหน่วยงานและบุคลากรหลายฝ่าย มีลำดับขั้นการบังคับบัญชาตามระบบราชการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่หัวหน้าฝ่ายบริหารจะไปก้าวก่ายแทรกแซงในรายละเอียดได้ แต่ดิฉันกลับต้องรับผิดชอบกับความเสียหายเพียงลำพัง

คำตอบ เรื่องจำนำข้าวมีความเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายก็จริง การทุจริตในขั้นตอนต้นน้ำและกลางน้ำ ศาลก็ยังบอกว่าคุณยิ่งลักษณ์ มอบหมายหน่วยงานอื่นดูแลแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดชอบ แต่การระบายข้าวแบบจีทูจี หลายฝ่ายก็เตือนคุณ คุณกลับเพิกเฉย คุณจึงประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงต้องร่วมรับผิดชอบเฉพาะส่วนนี้

5.ข้าวที่เหลือในโกดัง 18.9 ล้านตัน ถูกขายในราคาต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ คิดเป็นมูลค่าส่วนต่างนับ 100,000 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏความคืบหน้าของการตรวจสอบ และหาคนรับผิดชอบไม่ได้จนปัจจุบัน

คำตอบ คุณต้องยอมรับความจริงว่า ข้าวที่ถูกขายในคลัง มีข้าวเสื่อมสภาพ ข้าวเหลือง ข้าวขึ้นรา รวมทั้งมีนั่งร้านซุกอยู่ในกองข้าว ทำให้เขาต้องขายข้าวเหล่านี้ออกไปราคาถูก มันเป็นบางส่วน หลายส่วนที่เป็นข้าวดี ก็ขายออกไปในราคาที่สูง คุณต้องพูดให้ถูกต้อง

ส่วนข้าว10ปี ที่พวกคุณอ้างขายได้ราคาดี เพราะพวกคุณจัดฉาก(มีการจ้างเอกชนไปแต่งกองใหม่ให้ดูดี)ใครๆก็รู้ เพราะมันมีข้าวเหลือไม่มาก

6.ยิ่งลักษณ์กล่าว ถ้านายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ยังไม่อาจเข้าถึงความยุติธรรมที่แท้จริง ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ สำหรับประชาชน

คำตอบ ความยุติธรรมที่คุณต้องการคืออะไร โกงแล้วไม่เป็นไรใช่ไหม ยอมรับผิดแล้วต้องติดคุก1ปี แต่ไม่ต้องติดคุกก็ได้ใช่ไหม ให้ไปนอนเล่นชั้น14 ซึ่งเป็น ROYAL SUITE ก็ได้ใช่ไหม

คุณอย่ามาอ้างประชาชนเลย เขาถูกเอาเปรียบถูกหลอก จากนักการเมืองมาตลอดชีวิต พวกเขาจึงต้องติดคุกจริง ไม่มีปัญญาหนีไปต่างประเทศเหมือนพวกคุณ

7.ล่าสุดบริวารน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังออกมามั่วๆอีกว่า หลังมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด  การที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้ค่าสินไหม 10,028 ล้านบาท ถ้ามาหักกับข้าวที่ยังเหลือในคลัง แล้วเอาไปขาย ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย

คำตอบ พวกคุณต้องไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้ดี การที่พูดแบบนี้แสดงว่าพวกคุณไม่ได้อ่าน ศาลท่านไม่ได้คิดค่าเสียหายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ร่วมกับข้าวที่คงค้างอยู่ในคลังในช่วงนั้น

ศาลท่านคิดเฉพาะการที่ พวกคุณระบายข้าวจีทูจี ไปให้พรรคพวกราคาถูกมาก ซึ่งเป็นจีทูจีเก๊ หลายฝ่ายเตือนก็ไม่สนใจ ราคาข้าวที่ขายจีทูจี ก็ต่ำกว่าราคาตลาดมาก คิดความเสียหายจากการขายจีทูจี 4 สัญญาได้ 20,057 ล้านบาท และให้ยิ่งลักษณ์จ่ายค่าเสียหายนี้ 50%คือ 10,028 ล้านบาท ส่วนข้าวในคลังจะเสียหาย หรือขายเท่าไร ศาลปกครองไม่ได้เอามาคิดค่าเสียหายยิ่งลักษณ์ …..

อย่ามั่วเลยครับ

ดังนั้นคุณยิ่งลักษณ์และบริวาร ควรหยุดสร้างความสับสน แบบมั่วๆได้แล้ว และควรเคารพคำตัดสินของศาล เคารพกฎหมาย บ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไป

หาเรื่อง! เซลฟี่‘อา-หลาน’ภาพใหม่หรือเก่า จี้‘นายกฯ’เคลียร์ เจอนักโทษหนีคุก ต้องนำส่งศาล

หาเรื่อง! เซลฟี่‘อา-หลาน’ภาพใหม่หรือเก่า จี้‘นายกฯ’เคลียร์ เจอนักโทษหนีคุก ต้องนำส่งศาล

หาเรื่อง! เซลฟี่‘อา-หลาน’ภาพใหม่หรือเก่า จี้‘นายกฯ’เคลียร์ เจอนักโทษหนีคุก ต้องนำส่งศาล

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.17 น.

หาเรื่อง! เซลฟี่‘อา-หลาน’ภาพใหม่หรือเก่า จี้‘นายกฯ’เคลียร์ เจอนักโทษหนีคุก ต้องนำส่งศาล

23 พ.ค.68 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เซลฟี่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า…

หาเรื่องเดือดร้อน

รูปถ่ายเซลฟี่อาหลาน รูปนี้ใหม่หรือเก่า

ใครพิสูจน์ได้ไหม

เป็นนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานไหม

เดินทางไปต่างประเทศ ด้วยงบประมาณแผ่นดิน แต่ไปพบเจอนักโทษหนีคุก ต้องนำตัวส่งศาล

มันถึงจะถูกนะท่านนายก

‘ดร.วสุวีร์ สอดส่อง’ ในฐานะผู้แทน รมว.ยุติธรรม ร่วมฉลองวันยุโรป กระชับความสัมพันธ์

'ดร.วสุวีร์ สอดส่อง' ในฐานะผู้แทน  รมว.ยุติธรรม ร่วมฉลองวันยุโรป กระชับความสัมพันธ์

‘ดร.วสุวีร์ สอดส่อง’ ในฐานะผู้แทน รมว.ยุติธรรม ร่วมฉลองวันยุโรป กระชับความสัมพันธ์

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.58 น.

‘ดร.วสุวีร์ สอดส่อง’ ในฐานะผู้แทน  รมว.ยุติธรรม ร่วมฉลองวันยุโรป กระชับความสัมพันธ์รอบด้าน-หนุนธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ว่าวานนี้(22พฤษภาคม) ดร.วสุวีร์ สอดส่อง ในฐานะผู้แทนพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวาระเฉลิมฉลองวันยุโรป ที่จัดขึ้นในหัวข้อการค้าและประเพณี โดยมี คุณซารา เรโซอากลี รองหัวหน้าคณะผู้แทนฯ ในฐานะรักษาการหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยให้การต้อนรับ และมีผู้ร่วมงานเลี้ยงจากหลากหลายวงการอาชีพ อาทิ นักการทูต นักธุรกิจ ข้าราชการ รวมทั้งผู้แทนทางการทูตของประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเข้าร่วมงาน รวมจำนวนกว่า 500 คน

ทั้งนี้ การเฉลิมฉลองยุโรป ตรงกับวันที่ 9 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันที่สหภาพยุโรปจะรำลึกถึง สันติภาพ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความหลากหลาย และความสามัคคี มาร่วมเฉลิมฉลองแสดงความยินดี พบปะสังสรรค์ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน

สำหรับการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสภาพยุโรป กับราชอาณาจักรไทย เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2505 ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพยุโรปและประเทศไทยตั้งอยู่บนความร่วมมือหลายด้าน อาทิ ด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดการกับปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม และสิทธิมนุษยชน โดยไทยและสภาพยุโรปได้ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างการด้วยการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วน และความร่วมมือรอบด้านระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และได้หารือประเด็นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะประเด็นค่านิยมสากลที่สหภาพยุโรปยึดถือ อาทิ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ซึ่งกระทรวงยุติธรรม มีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับสหภาพยุโรป ในการส่งเสริมประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดยสภาพยุโรปให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นต่อแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย อย่างแข็งขัน และชื่นชมไทยที่มีความก้าวหน้าในประเด็นสิทธิมนุษยชน 

‘เมี่ยงคำ’ฮิตในยุโรป!‘นายกฯ’พร้อมยกระดับตรา Thai SELECT ติดดาวเทียบชั้นมิชลิน

‘เมี่ยงคำ’ฮิตในยุโรป!‘นายกฯ’พร้อมยกระดับตรา Thai SELECT ติดดาวเทียบชั้นมิชลิน

‘เมี่ยงคำ’ฮิตในยุโรป!‘นายกฯ’พร้อมยกระดับตรา Thai SELECT ติดดาวเทียบชั้นมิชลิน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.34 น.

‘นายกฯ’ถกภาคเอกชนรายใหญ่อังกฤษ จับมือทีมไทยแลนด์ ผลักดัน‘สินค้าเกษตร-อาหาร’ของไทย สร้างมูลค่าในสหภาพยุโรป พบ‘เมี่ยงคำ’ฮิตในยุโรป ‘แพทองธาร’ชวนต่างชาติสัมผัสเสน่ห์ ทั้งคุณภาพ-รสชาติไทยแท้ พร้อมยกระดับตรา Thai SELECT ติดดาวเทียบชั้นมิชลิน

22 พ.ค.68 เวลาประมาณ  10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงลอนดอน) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ นำโดยนายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ประชุม ร่วมกับภาคเอกชนและผู้นำเข้าสินค้ารายสำคัญของสหราชอาณาจักร ณ กรุงลอนดอน อาทิ Selfridges, CP Intertrade, Boonrod Brewery (Singha), Chang Beer, Thai Tana, Asco, Manning Impex, Patara Restaurants และ Bangkok Bank (PLC)

นายกรัฐมนตรีได้รับฟังและหารือร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของไทย การเพิ่มช่องทางการนำเข้าสินค้าอาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์ ตลอดจนการผลักดันการจัดทำ FTA เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าเกษตรและอาหาร และลดอุปสรรคทางการค้า เช่น สินค้าไก่แปรรูป ตลอดจนการเข้าไปประกอบวิชาชีพในสหราชอาณาจักรของพ่อครัว แม่ครัว และพนักงานนวดแผนไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อเข้ามาลงทุนในสหราชอาณาจักรมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะทีมประเทศไทย ร่วมกันผลักดันให้การค้าและการลงทุนกับสหราชอาณาจักรขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อไปสู่การเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันจะนำมาซึ่งการจัดทำความตกลงการค้าเสรีร่วมกันต่อไปในอนาคต รวมทั้งทุกประเทศในสหภาพยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในปี 2567 สหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในภูมิภาคยุโรป การค้ารวมระหว่างไทยและสหราชอาณาจักรมีมูลค่า 6,657.26 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-2.31%) โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 4,195.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (7.06%) และเป็นการนำเข้า 2,461.60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (-16.63%) สินค้าส่งออก 5 อันดับแรกที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรได้แก่ ไก่แปรรูป (809.78 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล (444.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) อัญมณีและเครื่องประดับ (395.52 ล้านเหรียญสหรัฐฯ)รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (289.72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (263.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยสินค้าในหมวดอาหารที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรมากที่สุด ได้แก่ ไก่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น สิ่งปรุงรสอาหารอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ข้าว ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง และเครื่องดื่ม

ต่อมาทีมไทยแลนด์นำโดย นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมมอบประกาศนียบัตรแก่ร้านอาหาร Thai SELECT จำนวน 20 ราย เพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาลไทยในสาขาอาหาร ขยายบทบาทอาหารไทยสู่เวทีโลก

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power โดยเฉพาะ “อาหารไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และความพิถีพิถันในการปรุง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้เป็นด่านหน้าในการเผยแพร่อัตลักษณ์ไทยควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ภายหลังพิธีมอบประกาศนียบัตร นายกรัฐมนตรีได้ร่วมกิจกรรมสาธิตการทำอาหารไทย เมนู “เมี่ยงคำ” โดยมีเชฟไทยประจำร้านอาหาร Thai SELECT เป็นผู้ร่วมสาธิต และมี Influencer และสื่อมวลชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคักกว่า 20ราย ก่อนจะเข้าสู่การหารือร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในสหราชอาณาจักร ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ Soft Power ของไทยปัจจุบัน ร้านอาหารไทยในอังกฤษ เริ่มมีเมนูเมี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารไทยที่เจ้าของร้าน หรือ เชฟ เป็นชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง เนื่องจากเมนูเมี่ยงเป็นเมนูที่มีวัตถุดิบไทยหลากหลาย เช่น ผลไม้ สมุนไพร ต่างๆ มีรสชาติที่น่าสนใจ

Thai SELECT เป็นตราสัญลักษณ์ที่กระทรวงพาณิชย์มอบให้กับร้านอาหารไทย และผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ที่มีมาตรฐานและรสชาติไทยแท้ โดยล่าสุดได้มีการยกระดับ โดยใช้ “ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้” เป็นสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนถึงคุณภาพระดับสากล รสชาติไทยแท้ และประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้แบ่งการรับรองออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

1.Thai SELECT Casual – ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเอง เช่น ร้านขนาดเล็กหรือ Food Truck

2.Thai SELECT 1 ดาว – ร้านอาหารคุณภาพดีในรูปแบบ Fine-Casual Dining

3.Thai SELECT 2 ดาว – ร้านอาหารคุณภาพเยี่ยม รูปแบบ Upscale Dining

4.Thai SELECT 3 ดาว – ร้านอาหารไทยคุณภาพยอดเยี่ยมระดับพรีเมียม

ปัจจุบัน มีร้านอาหารไทยในต่างประเทศทั่วโลกกว่า 18,852 ร้าน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 มี 1,779 ร้าน ที่ได้รับตราสัญลักษณ์  Thai SELECT และในสหราชอาณาจักร มีร้านอาหารที่ได้รับการรับรอง Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสิ้น 115 ร้าน ครอบคลุมหลายเมืองใหญ่ อาทิ ลอนดอน แมนเชสเตอร์ กลาสโกว์ และเอดินบะระ เพื่อใช้พลังแห่งวัฒนธรรม นำร่องด้วย “อาหารไทย” เป็นเครื่องมือในการขยายบทบาทประเทศไทยบนเวทีโลก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งผ่าน Soft Power ของไทย