‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมหารือระหว่าง’รมว.เกษตรฯ-รมว.เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมหารือระหว่าง'รมว.เกษตรฯ-รมว.เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมหารือระหว่าง’รมว.เกษตรฯ-รมว.เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย สัตวแพทย์หญิงวนิดา แจ้งประจักษ์ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการหารือฯ โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การต้อนรับ ดาโต๊ะ ชรี ฮัจญี โมฮัมหมัด บิน ชาบู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร มาเลเซีย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ และหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและมาเลเซีย ในโอกาสเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง 112 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

– 006
 

‘องุ่นไร้เมล็ด’ปลอดสารพิษ สู่โมเดลเกษตรผสมผสาน-สร้างรายได้ยั่งยืน

‘องุ่นไร้เมล็ด’ปลอดสารพิษ สู่โมเดลเกษตรผสมผสาน-สร้างรายได้ยั่งยืน

‘องุ่นไร้เมล็ด’ปลอดสารพิษ สู่โมเดลเกษตรผสมผสาน-สร้างรายได้ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.23 น.

เกษตรกรต้นแบบปลูก ‘องุ่นไร้เมล็ด’ปลอดสารพิษ สู่โมเดลเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรทอง นิชำนาญ เกษตรกรต้นแบบแห่ง บ้านโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย หรือที่รู้จักในชื่อ “สวนนายอี” ได้พัฒนาระบบการเกษตรปลอดสารพิษบนพื้นที่ 23 ไร่ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรแบบผสมผสาน จนกลายเป็นต้นแบบให้แก่ประชาชนในพื้นที่และผู้สนใจทั่วไป สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

นายไกรทอง ทำโมเดลเกษตรผสมผสาน “โคก หนอง นา และได้พัฒนาพื้นที่ 3 ไร่ภายใต้แนวคิด “โคก หนอง นา” ซึ่งเป็นโมเดลการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยขุดบ่อเพื่อเลี้ยงปลา ทำนาข้าวอินทรีย์ และปลูกพืชผักสวนครัวรอบบ่อ เช่น ผักกาด คะน้า มะเขือเทศ และผักพื้นบ้านชนิดต่างๆ นอกจากนี้ พื้นที่อีก 20 ไร่ถูกพัฒนาเป็นสวนไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น องุ่นไร้เมล็ด มะละกอ ทุเรียน ลิ้นจี่ มะม่วง และกล้วย ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงทางการเกษตรและสร้างรายได้หมุนเวียนตลอดปี

สำหรับ องุ่นไร้เมล็ดปลอดสารพิษ หนึ่งในผลผลิตเด่นของสวนนายอีคือ องุ่นไร้เมล็ด ที่ปลูกจำนวน 50 ต้น ครอบคลุม 7 สายพันธุ์ เช่น S-48, Beauty Seedless, แบล็คโอปอล และสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งผลผลิตจะออกจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยคาดว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน องุ่นจากสวนนายอีมีคุณภาพดี เนื้อแน่น รสชาติหวานหอม และปลอดสารพิษ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างจังหวัด

ในเรื่องการทำเกษตรนี้ เป็นการต้นแบบลดค่าครองชีพ สร้างรายได้เสริมในครอบครัว การทำเกษตรแบบผสมผสานของนายไกรทองไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในครัวเรือนเพื่อลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง การเลี้ยงปลาเพื่อเป็นแหล่งโปรตีน และการปลูกไม้ผลเพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริม

นายไกรทอง กล่าวต่ออีกว่า การทำเกษตรแบบผสมผสานช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งพาตลาดมากเกินไป เราสามารถผลิตอาหารไว้กินเองและขายส่วนเกินเพื่อสร้างรายได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติด้วย

นอกจากการทำเกษตรเพื่อการค้าแล้ว นายไกรทองยังได้พัฒนาสวนนายอีให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การตกปลา : นักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับการตกปลาในบ่อที่จัดเตรียมไว้ การเก็บองุ่นด้วยตนเอง : เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเก็บองุ่นสดๆ จากต้น การเก็บผลไม้ตามฤดูกาล : เช่น มะละกอ ทุเรียน ลิ้นจี่ และมะม่วง การท่องเที่ยวจุดถ่ายรูปและชมวิวทิวเขา : มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายภาพกับบรรยากาศธรรมชาติ และสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเกษตร : นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามและเรียนรู้เทคนิคการทำเกษตรจากเจ้าของสวนโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีบริการ โฮมสเตย์ สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติ โดยที่พักออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่สะดวกสบาย เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรอย่างแท้จริง ///-026

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เสริมพันธมิตร จัดสัมมนา ‘สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.27 น.

สมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น (JHRD) สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น พร้อมด้วย สมาคมโรงเรียนบริบาล ,โรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand), Human Technologies(Thailand) Co.,Ltd., มูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น (ประเทศไทย) และหลักสูตรการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบบญี่ปุ่น สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จัดสัมมนา “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดยมี พิมพ์พร ชีวานันท์  เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา

ดร.ธนากร แผลงเดช นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ กล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงของการสร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล ผมมองว่า การสร้างคนในยุคดิจิทัลต้องไม่ใช่แค่การเติมความรู้ แต่คือการสร้างความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ได้ตลอดชีวิต เราต้องสร้างคนที่ไม่กลัวความเปลี่ยนแปลง แต่เข้าใจมัน ยอมรับมัน และใช้มันเป็นเครื่องมือในการเติบโต เด็กในวันนี้ไม่ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง แต่ต้องรู้ว่า จะเรียนรู้อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร นำไปใช้อย่างไร และเชื่อมโยงกับคนอื่นอย่างไร ส่วนการสร้างงานทุกวันนี้เกิดจากการออกแบบสร้างคุณค่าระบบการศึกษาต้องเชื่อมโยงกับอาชีพ โลกความจริงในอนาคตให้ชัดเจน ต้องทำงานกับภาคธุรกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างแท้จริง และในระดับเครือข่าย สมาคมของเรามุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากร ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะเราตระหนักว่า ไม่มีใครสามารถเดินไปได้เพียงลำพัง การสร้างอนาคตการศึกษา จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง แต่คือเรื่องของ ระบบความร่วมมือ”

รัตนา ทิมวัฒน์ ผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand) กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างคน สร้างงาน หลังวิกฤติ Covid 19 ว่า “ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นรวมถึงทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างหนัก  แต่เรียกได้ว่าเป็นวิกฤติที่เป็นโอกาส ที่ทำให้ทุกองค์กรเร่งปรับตัวและพัฒนาสื่อออนไลน์ การพัฒนาแพลตฟอร์ม การปรับใช้โซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์และเรียนรู้การใช้ AI เข้ามาในระบบการทำงานและการสื่อสาร และสำคัญมากคือการจับมือกันในหลายภาคส่วนเพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤติไปด้วยกัน ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือต่างๆโดยนำจุดเด่น จุดแข็งมาประสานส่งเสริมกัน เพื่อ ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โรงเรียนเองก็ต้องพัฒนาสื่อการสอนให้พร้อม โดยการสอนแบบไฮบริดจ์ คือการสอนออนไลน์ควบคู่ไปกับออนไซด์ อย่างลงตัวโดยพัฒนาร่วมกันกับเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างองค์กรในประเทศและต่างประเทศ  บทเรียนที่ได้รับคือ ต้องพร้อมเสมอในการพัฒนาและปรับตัวตามโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และพร้อม รับมือกับปัญหาทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมภัยพิบัติต่างๆ ดังนั้น การร่วมมือกัน การสื่อสารเพื่อประสานส่งเสริม  การแลกเปลี่ยนของเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันสำคัญมากในปัจจุบันและอนาคต”

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความร่วมมือของทุกๆองค์กรในครั้งนี้จะสามารถร่วมขับเคลี่อนไปด้วยกัน เพื่อการศึกษายุคใหม่ที่ผู้เรียนควรได้รับโอกาสอย่างแท้จริง และมีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป”      

ภายในงานมี การเสวนาบริบทธุรกิจเครือข่ายความร่วมมือ “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดย ผศ.วิฐิณัฐ ภัคพรหมินทร์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, Mr. Teruhiko Sekiguchi ผู้อำนวยการ มูลนิธิแรงงานสากลแห่งประเทศญี่ปุ่น (ประเทศไทย) ,ดร.ธนากร แผลงเดช  นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ , ดร.บุศรา เชื้อดี นายกสมาคมโรงเรียนบริบาล , รัตนา ทิมวัฒน์ CEO โรงเรียนสอนภาษาสุวรรณภูมิ (JCS Thailand),ชุติมา โอวาทโกวิท ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท Human Technologies (Thailand) Co.,Ltd. นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นๆอาทิ การเสวนาพิเศษ “สร้างคน สร้างงาน สร้างธุรกิจ ยุคดิจิทัล สไตล์สหพัฒน์” โดย ดร. บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), การเปิดตัวแนะนำสถาบันเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น , การมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนการจัดสัมมนา “สร้างคน สร้างงาน ยุคดิจิทัลสไตล์ญี่ปุ่น” และปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางการพัฒนาคน ยุคดิจิทัล สไตล์ญี่ปุ่น” โดย รศ.รังสรรค์ เลิศในสัตย์  อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น เป็นต้น

พิมพ์พร ชีวานันท์  ประธานเปิดงาน

พิมพ์พร ชีวานันท์ ประธานเปิดงาน

ดร.ธนากร แผลงเดช

ดร.ธนากร แผลงเดช

รัตนา ทิมวัฒน์

รัตนา ทิมวัฒน์

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง

อ.มีนา มัญชุมาศ บุญชู โกคิง

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

เสริมเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ด้วย 3 วิตามินจากร้าน found & found

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

ในวันที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน ปรับอุณภูมิกันแบบไม่ทัน ทำให้ป่วยเป็นหวัด หรือ เป็นภูมิแพ้อากาศได้ง่าย ยิ่งปล่อยให้ร่างกายสู้เพียงลำพังโดยไร้เกราะป้องกัน ก็ยิ่งทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง  ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี ยิ่งในวันที่อากาศชื้น ฝนตกโปรยปรายก็พาโรคภัยมาเยือนได้ตลอด โดยเฉพาะฝนแรกของฤดูจะดูดซับฝุ่นละออง เชื้อโรคที่ปนเปื้อนในอากาศลงมาด้วย เมื่อร่างกายสัมผัสน้ำฝนโดยตรงก็อาจทำให้ป่วยไข้ได้ง่าย การเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายจึงจำเป็นอย่างมากในทุก ๆ วัน   โดยเฉพาะในวันทีฝนเทกระหน่ำ ถ้าร่างกายไม่พร้อมตั้งรับ ทั้งความชื้นและเชื้อโรค ก็จะกัดกินภูมิต้านทาน   ของเราไปเรื่อย ๆ จนทำให้ป่วยในที่สุด เมื่อเชื้อโรคมีการพัฒนา เราก็ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงมากกว่า เพื่อสู้กับโรคภัยไม่ให้มาแทรกแซงได้ง่ายๆ

วันนี้ found & found ชวนทุกคนมาสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายพร้อมรับมือกับโรคภัยตลอดหน้าฝนนี้  ด้วยกลุ่มวิตามิน ที่จะช่วยสร้างเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในทุก ๆ วัน จะมีวิตามินแบบไหนบ้าง ไปตามกันเลย

เสริมเกราะร่างกายด้วย วิตามินซี วิตามินดี และแร่ธาตุสังกะสี

ในทางเวชศาสตร์ชะลอวัย เราควรให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นประจำทุกวัน เพื่อการเสริมสร้างในระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือ ป่วยไม่สบายบ่อย ควรทานวิตามินซีเสริม โดยเฉพาะช่วงที่กำลังป่วยควรได้รับอย่างน้อยวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงได้เร็วขึ้น

 วิตามินดี ก็เป็นอีกหนึ่งวิตามินที่คนไทยมักจะขาดทั้ง ๆ ที่ร่างกายเราสามารถสร้างได้เอง เมื่อร่างกายขาดวิตามินดีจะพบว่ามีโอกาสที่จะทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่ายหรือป่วยได้ง่ายขึ้น ซึ่งวิตามินดีเองมีส่วนใหญ่ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายนั้นทำงานได้เป็นปกติมากขึ้น และช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว

อีกหนึ่งแร่ธาตุที่จำเป็นมากเช่นกัน คือแร่ธาตุสังกะสี หรือเรียกกันว่า ซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกายไม่น้อยเลยและมีความสำคัญมากตั้งแต่วัยเด็กตลอดไปจนถึงสูงอายุ นอกจากมีส่วนช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ผิวและเล็บแล้ว สิ่งที่มีบทบาทมากคือ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเช่นกัน โดยมีบทบาทเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวและเพิ่มความสามารถในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย  อาทิเช่น เชื้อโรค เป็นต้น

ทั้งนี้การเสริมด้วย 3 วิตามิน C, D3 และ Zinc ร่วมกันเป็นการผนึกกำลังส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเรียกกันว่าเป็น  “Triple Synergy Effect” ที่ช่วยผนึกกำลังซึ่งกันและกัน ร่วมการสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรค นอกจากนี้ควรเลือกพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่มีรวมครบทั้ง 3 อย่างนี้ด้วยกันจะทำให้การดูแลสุขภาพได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาคือ Bioflavonoids ซึ่งเป็นตัวช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมวิตามินซีให้อยู่ในร่างกายได้นานขึ้นด้วย

เทคแคร์ปอด ให้ปลอดโรค

เสริมทัพภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแล้ว ก็มาเสริมเกราะป้องกันให้ปอดกันบ้าง ในช่วงฤดูฝน นอกจากต้องระวังเรื่องไข้หวัดแล้ว อาจต้องระวังเรื่องของโรคปอดอักเสบ หรือ โรคปอดบวมตามมาอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งใน  โรคร้ายแรงที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนแบบนี้ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคต่ำ อาการของโรคปอดอักเสบ คือ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มีไข้ต่อเนื่อง 39 องศาหรือสูงกว่า ไอมีเสมหะต่อเนื่อง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจรวมถึงปอดตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะสามารถปกป้องปอดของเราให้ปลอดภัยจากโรคได้

วันนี้ found & found  ขอแนะนำสารอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลระบบทางเดินหายใจ รวมถึงปอด ซึ่งมีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายและได้รับความนิยมในต่างประเทศ คือ ยีสต์ เบต้า-กลูแคน ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ wellmune พบว่ามีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบด้วย นอกจากนี้การได้รับยีสต์ เบต้า-กลูแคน ร่วมกับ โพรโพลิส ผงบร็อคโคลี และเควอซิติน ร่วมกันในปริมาณที่เหมาะสมจะมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูการทำงานของทางเดินหายใจ และดูแลปกป้องปอดได้  ดังนั้นหากจะต้องการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลปอด ให้พิจารณาที่ส่วนผสมที่เหมาะสมและได้รับการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัยและความคุ้มค่าของสุขภาพ

เสริมแม่ทัพบำรุงผม ลดการขาดหลุดร่วง

รู้หรือไม่ว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการมีภาวะเครียด ไม่ได้ส่งต่อระบบภูมิคุ้มกันเพียงอย่างเดียว   แต่จะกระทบถึงบุคลิกภาพของเราด้วย ดูไม่สดใส และอาจจะส่งผลให้ผมบาง ผมร่วงได้ง่ายเช่นกัน นั่นเป็นเพราะร่างกายอ่อนเพลีย มีสารอาหารไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว ยังไม่พอต่อเรื่องผิว ผม เล็บได้ด้วย ดังนั้นการดูแลสุขภาพที่ดีคือควรเลือกรับประทานสารอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย เพื่อสุขภาพและบุคลิกที่ดี แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ส่งผลให้ผมร่วงได้เช่นกัน

โดยอาการผมร่วงเกิดขึ้นได้กับทุกคน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดูแลเส้นผมร่วมด้วย ยิ่งช่วงหน้าฝนแบบนี้ที่ต้องสระและเป่าผมด้วยไดร์ให้แห้งทุกวัน ความร้อนจากไดร์เป่าผมอาจทำให้ผมไม่แข็งแรงและขาดหลุดร่วงได้ง่ายเพราะโครงสร้างของเส้นผมถูกทำลายลงไป การดูแลเส้นผมจากภายนอกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ    ถึงเวลาที่จะต้องเสริมตัวการสำคัญที่หลาย ๆ คนไม่รู้จักมาก่อนคือ แอล-ซีสทีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้เนื้อผมที่เราเรียกกันว่า เคอราติน นั้นแข็งแรงทำให้เส้นผมแข็งแรง เส้นผมหนาขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีสารอาหารที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ ไบโอตินและซิงค์ ก็มีส่วนช่วยในการคงสภาพปกติของเส้นผมได้เช่นกัน

ซึ่งทั้ง 3 สารอาหารดังกล่าวจะร่วมกันปกป้องและทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดการหลุดร่วงพร้อมๆกับการเพิ่มการงอกใหม่ของเส้นผมด้วย

เป็นยังไงบ้างคะ กับทริคการดูสุขภาพที่ found & found  มาเล่าสู่กันฟังวันนี้ เป็นการดูแลจากภายใน          สู่ภายนอกแบบง่าย ๆ กับปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ที่บอกทริคในการเลือกสารอาหารรับประทานให้เหมาะสมและครบถ้วนในการดูแลปกป้อง พร้อมเติมเต็มพลังสุขภาพดีให้ร่างกายในทุก ๆ วัน บอกลาโรคภัยหน้าฝนไปได้เลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ INNOBIC ทั้งหมดนี้ได้ที่ร้าน found & found ทุกสาขา หรือ ผ่านช่องทาง GrabMart พร้อมติดตามข่าวสาร กิจกรรม และไอเทมใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณดูดีได้ทุกวันได้ที่  Line: @foundnfound    หรือคลิก   https://bit.ly/foundnfound-line

#found&found #SimpleEasyEveryskin #ORHW #genderless

#No1JandKBeautyต้องfoundnfound #ร้านจำหน่ายสินค้าสุขภาพและความงามจากเกาหลีญี่ปุ่น

BABY BRIGHT ผนึกกำลัง WONTECH ASIA เปิดตัว ‘OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK’

BABY BRIGHT ผนึกกำลัง WONTECH ASIA เปิดตัว 'OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK'

BABY BRIGHT ผนึกกำลัง WONTECH ASIA เปิดตัว ‘OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

BABY BRIGHT แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำที่ครองใจผู้บริโภค ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการจับมือกับ บริษัท วอนเทคเอเชีย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ด้านความงามระดับโลกจากเกาหลี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “#มาสก์เจลตาข่าย3D OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK” อย่างเป็นทางการ ณ FASHION HALL, 1ST FLOOR, SIAM PARAGON โดยมีซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย แต้ว – ณฐพร พรประภา” ในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุด พร้อมด้วย คุณหมอหลิน พญ. นิโลบล เจริญวุฒิ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ผิวพรรณ จาก THE DEMIS CLINIC มาร่วมสร้างสีสันและเผยเคล็ดลับความงามและความอ่อนเยาว์ในงานนี้

งานเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการกล่าวต้อนรับและเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย คุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาด และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ BABY BRIGHT ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยและส่วนผสมจากธรรมชาติ พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์มาสก์หน้า ซึ่งมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์ และมียอดขายกว่า 30 ล้านชิ้น พิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์ BABY BRIGHT และแรงบันดาลใจเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ #มาสก์เจลตาข่าย3D OLIGIUP ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยี OLIGIO โดยนำหลักการของการยกกระชับและฟื้นบำรุงผิวมาพัฒนาเป็นมาสก์ที่ช่วยยกกระชับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสัมผัสประสบการณ์ดูแลผิวหน้าแบบมืออาชีพได้ที่บ้านครับ”

ต่อมา คุณรุ่งนภา จิตร์จันทึก ผู้จัดการด้านการตลาด บริษัท วอนเทคเอเชีย ได้ขึ้นกล่าวว่า “ความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของบริษัท ในฐานะผู้นำด้านความงามและผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์อันดับ 1 จากประเทศเกาหลี สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างยิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมความงามที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและเปี่ยมด้วยศักยภาพระหว่าง BABY BRIGHT และ WONTECH ASIA ที่พร้อมจะผสานจุดแข็งเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงตอบสนองทุกความต้องการด้านความงาม”

ไฮไลท์สำคัญของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของ แต้ว – ณฐพร พรประภา” พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK เผยว่า “แต้วเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวมาก โดยเฉพาะเรื่องความกระชับและความแข็งแรงของผิว บอกเลยว่ามาสก์ตัวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK เป็นแผ่นมาสก์เจลตาข่าย 3D ที่ออกแบบมาให้แนบกระชับกับผิวหน้าได้อย่างพอดี พร้อมช่วยยกกระชับผิวให้ดูเรียวขึ้น สามารถใช้ยกกระชับผิว ปลอบประโลมผิวหน้าหลังการทำหัตถการได้ด้วย แค่มาสก์ทิ้งไว้ 30 นาที ก็เหมือนได้ #อัพหน้า เฟิร์มผิว แบบคลินิกเลยค่ะ”

ปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับ คุณหมอหลิน พญ. นิโลบล เจริญวุฒิ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ผิวพรรณ แห่ง THE DEMIS CLINIC ที่มาร่วมพูดคุยถึงเทรนด์ความงามล่าสุด พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลผิวให้แลดูอ่อนเยาว์เผยว่า “ความสำคัญของนวัตกรรมในการดูแลผิว และเชื่อมโยงไปถึงเทคโนโลยี OLIGIO ซึ่งเป็นโปรแกรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (MONOPOLAR RF) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในจุดนี้โดยเฉพาะ และความเหมาะสมในการใช้มาสก์ที่ช่วยปลอบประโลมผิวหลังการทำหัตถการ OLIGIO เนื่องจากผิวอาจมีความร้อนหลังการทำ ซึ่ง OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK สามารถตอบโจทย์ในจุดนี้ได้อย่างดีเยี่ยม”

การเปิดตัว “#มาสก์เจลตาข่าย3D OLIGIUP 3D LIFTING FULL FACE NET GEL MASK” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ BABY BRIGHT ในการนำเสนอนวัตกรรมความงามที่เข้าถึงง่าย และมอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคทั่วประเทศ และคาดการณ์ว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK / X / Instagram Baby Bright

Thai SELECT Pavilion ขนทัพผู้ประกอบการไทยโชว์ศักยภาพ พร้อมมอบเกียรติบัตร Thai SELECT เสริมภาพลักษณ์อาหารไทยในระดับสากล

Thai SELECT Pavilion ขนทัพผู้ประกอบการไทยโชว์ศักยภาพ พร้อมมอบเกียรติบัตร Thai SELECT เสริมภาพลักษณ์อาหารไทยในระดับสากล

Thai SELECT Pavilion ขนทัพผู้ประกอบการไทยโชว์ศักยภาพ พร้อมมอบเกียรติบัตร Thai SELECT เสริมภาพลักษณ์อาหารไทยในระดับสากล

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำศักยภาพของอาหารไทยในเวทีโลก จัดแสดงสินค้าอาหารไทยคุณภาพ ณ Thai SELECT Pavilion ใน งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ระหว่างวันที่ 27–31 พฤษภาคม 2568 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้ขนทัพผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพจากผู้ประกอบการที่ได้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT มาจัดแสดงกว่า 109 บริษัท รวมกว่า 600 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารพร้อมปรุง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องแกง น้ำพริก ซอส น้ำจิ้ม ขนมหวาน และไอศกรีม รสชาติต้นตำรับไทยแท้

ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่โดดเด่นจากผู้ประกอบการไทย 9 รายที่เข้าร่วมจัดแสดงในโซน Thai SELECT Pavilion โดยแต่ละรายได้นำจุดเด่นด้านรสชาติ คุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และมาตรฐานการผลิต มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดโลก ได้แก่

 • บริษัท ไทยอารีย์ ฟู๊ดแอนด์เฟรนด์ จำกัด ชูจุดเด่นอาหารพร้อมปรุงตำรับไทยแท้ เช่น ชุดก๋วยเตี๋ยวเรือและขนมจีนแกงเขียวหวานพร้อมปรุง

 • บริษัท เจี๊ยะ จำกัด กับน้ำจิ้มสุกี้สูตรโบราณต้นตำรับเยาวราช หอม เข้มข้น และมีสูตรคีโตเอาใจสายสุขภาพ

 • บริษัท ท๊อปคลาส เมดดิเทค จำกัด เปิดตัวก๋วยเตี๋ยวแซ่บแห้งสำเร็จรูป “รสนัวร์” และซอสพริกเผาโบราณ

 • บริษัท สุทาดิลก จำกัด นำเสนออาหารไทย Frozen Food คุณภาพ รสชาติสดใหม่เสมือนขึ้นจากเตา อาทิ ผัดไทย ข้าวแกงมัสมั่น

 • บริษัท รีโพโซ่ จำกัด โชว์ “น้ำพริกคลุกข้าว” แบรนด์บ้านแม่ เนื้อสัมผัสกรุบ หอมเครื่องเทศไทยแท้

 • บริษัท ภิรมย์พรการเกษตร จำกัด นวัตกรรมการพัฒนาอาหารอีสานพร้อมทาน เช่น ส้มตำอบกรอบ และป่นปลานิลฟรีซดราย

 • บริษัท ชิมไทย จำกัด เปิดตัวน้ำจิ้มแจ่วมะแขว่น หอม เผ็ด เปรี้ยวหวานจากวัตถุดิบออร์แกนิก

 • บริษัท โพรเกรสซิฟ แลป จำกัด เสนอซอสปรุงรสและน้ำจิ้มจากมะพร้าวอินทรีย์ นอกจากนี้ยังมีน้ำมะพร้าวน้ำหอม สดใหม่เหมือนทานสดจากผล ส่งตรงจากสมุทรสาคร

 • บริษัท โททัล ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาอาหารพร้อมปรุงสไตล์ไทยแท้ เช่น ชุดต้มยำกุ้ง และซอสผัดไทย

ภายในบูธยังมีนำเสนอผลิตภัณฑ์ Thai SELECT รูปแบบต่างๆ รวมถึงการครีเอทเมนูแบบสร้างสรรค์จากผลิตภัณฑ์ Thai SELECT โดยเชฟชื่อดัง อาทิ เชฟลี่-พรชนัน, เชฟพลอย-ณัฐณิชา, เชฟปิง-สุรกิจ, เชฟเฟิร์ส-ธนภัทร และเชฟเควส-ชานิน พร้อมให้คำปรึกษาโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการ

นอกจากนั้น ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ได้มีพิธีมอบเกียรติบัตรตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แก่ผู้ประกอบการอาหารไทยคุณภาพที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานรสชาติและความปลอดภัยระดับสากล โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบเกียรติให้กับผู้ประกอบการรวมทั้งสิ้น 54 ราย ซึ่งคัดเลือกจากคุณภาพมาตรฐานและความโดดเด่นทั้งด้านรสชาติ การใช้วัตถุดิบไทย และมาตรฐานการผลิตระดับสากล อาทิ บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)   บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารสมบูรณ์ จำกัด    บริษัท จ่าบราวน์ลาบเป็ด จำกัด   บริษัท อุดมกิจไพศาล จำกัด   บริษัท รอแยลแคน อินดัสทรีส์ จำกัด   บริษัท สุทาดิลก จำกัด   บริษัท เจี๊ยะ จำกัด บริษัท รีโพโซ่ จำกัด   บริษัท ภิรมย์พรการเกษตร จำกัด   บริษัท โพรเกรสซิฟ แลป จำกัด   บริษัท ไอเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด   บริษัท อุตสาหกรรมพันท้ายนรสิงห์สินค้าพื้นเมือง จำกัด   บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นเครื่องหมายรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ ที่การันตีความอร่อยแบบฉบับไทยแท้ พร้อมคุณภาพมาตรฐานระดับสากล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขอเชิญผู้สนใจและผู้ประกอบการ เยี่ยมชม Thai SELECT Pavilion  ฮอลล์ 9 บูธ CC01 สัมผัสเสน่ห์รสชาติอาหารไทยแท้ พร้อมโอกาสทางธุรกิจกับผู้ผลิตไทยคุณภาพในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ http://www.thaiselect.com

‘นวธัญ’ ยกขบวนผลไม้ระดับพรีเมียมจากต่างประเทศ ร่วมโชว์ศักยภาพในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025

‘นวธัญ’ ยกขบวนผลไม้ระดับพรีเมียมจากต่างประเทศ ร่วมโชว์ศักยภาพในงาน THAIFEX-Anuga  Asia 2025

‘นวธัญ’ ยกขบวนผลไม้ระดับพรีเมียมจากต่างประเทศ ร่วมโชว์ศักยภาพในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2025

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

บริษัท นวธัญ เวิลด์ ฟรุ๊ต จำกัด ผู้นำในการนำเข้าผลไม้พรีเมียมอันดับ 1 จากต่างประเทศ จากประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปี ยกขบวนผลไม้พรีเมียมจากต่างประเทศส่งตรงมาถึงไทย ร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก Navatan x THAIFEX-Anuga  Asia 2025 เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงคุณภาพของสินค้าที่ได้มาตรฐานระดับโลก และโปรโมทธุรกิจให้ลูกค้าใหม่ได้รู้จัก พร้อมเปิดโอกาสให้คู่ค้าได้พบ ปะกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด

วีรินทร์ บุญร่วม Managing Director บริษัท นวธัญ เวิลด์ ฟรุ๊ต จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นปีที่ 5 ที่ได้มาร่วมออกบูธแสดงสินค้า โดยในปีนี้จะมีผลไม้เกรดพรีเมียมจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมแสดงหลากหลายชนิดเช่นเคย ซึ่งที่ผ่านมาหลังจากได้มาออกบูธ ก็จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทั้งลูกค้าเก่าที่รู้จักเราอยู่แล้วก็แวะเวียนมาที่บูธ และได้ลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมบูธอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้เราคาดหวังว่า เราจะรับการตอบรับที่ดีเช่นที่ผ่านมา และอยากโปรโมทธุรกิจเราให้ทุกคนได้รู้จัก นวธัญ เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยให้คู่ค้าที่รับสินค้าของเราไปจำหน่ายมั่นใจว่าสินค้าของเรามีคุณภาพสูง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนาน”

ในปี้นี้เราได้เชิญคู่ค้าคนสำคัญซึ่งเป็นพันธมิตรมายาวนานในประเทศไทยกว่า 20 ปี ทั้ง วาสนา นาเสริฐ เจ้าของซันไดมอนด์ เฟรช จำกัด ซึ่งตอนนี้ SunDaimond Fresh มีหน้าร้านอยู่ที่ Tops, Gourmet Market, Big C และ Foodland กว่า 100 สาขา ทั่วประเทศไทย รวมทั้ง Madame Fruit (มาดามฟรุ๊ต) มาร่วมชมบูธแสดงสินค้าในครั้งนี้ด้วย

ด้าน สุชญา แก้วเจริญสุข เจ้าของธุรกิจร้านจำหน่ายผลไม้ต่างประเทศ  Madame Fruit (มาดามฟรุ๊ต)กล่าวว่า “เราเป็นธุรกิจขายผลไม้พรี เมียมทั้งปลีกและส่งออก นำเข้าจากทั่วโลกมาโดย บริษัท นวธัญ​ เวิลด์ ฟรุ๊ต จำกัด เราเป็นคู่ค้ากันมายาวนานตั้งแต่รุ่นคุณแม่ จนตอนนี้มาสู่รุ่นลูก ด้วยมาตรฐานที่ดีของสินค้าของ นวธัญ  ทำให้เรามั่นใจและเป็นคู่ค้ากันอย่างยาวนาน โดยสินค้ายอดนิยมของที่ร้าน ได้แก่ สตอร์เบอร์รี่, เชอร์รี่ และ แอปเปิ้ล  ทั้งนี้ Madame Fruit (มาดามฟรุ๊ต) ต้องขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในสินค้าเรามาตลอด  เราจะมุ่งมั่นพัฒนาและหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้าเช่นกัน”

นอกจากนี้ยังได้ Mr. Adrian Surianingrat, Export Manager Coastal Exports จาก Tran Brothers Fruit Co ประเทศออสเตรเลีย, Mr. Youngho Na President Chang Rak Farms เจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ บินตรงมาร่วมงานเพื่อพบปะผู้บริโภคในงานนี้อีกด้วย โดยมี กนกอร พรหมหิตาทร Sale and marketing manager บริษัท นวธัญ เวิลด์ ฟรุ๊ต จำกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

พบกับบูธผลไม้พรีเมียมจาก นวธัญ ได้ที่งาน THAIFEX-Anuga  Asia 2025 ตั้งแต่วันนี้-31 พฤษภาคม 2568 ที่ บูธ 3-F45 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

‘พันธุ์เพิ่มศักดิ์’ นำคณะร่วมประชุมแนวทางบริหารจัดการมหาวิทยาลัยยุคใหม่เชื่อมสังคม-เทคโนโลยี

‘พันธุ์เพิ่มศักดิ์’ นำคณะร่วมประชุมแนวทางบริหารจัดการมหาวิทยาลัยยุคใหม่เชื่อมสังคม-เทคโนโลยี

‘พันธุ์เพิ่มศักดิ์’ นำคณะร่วมประชุมแนวทางบริหารจัดการมหาวิทยาลัยยุคใหม่เชื่อมสังคม-เทคโนโลยี

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

กระทรวง อว.นำคณะ กก.มหาวิทยาลัยและผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาประชุมกับผู้บริหาร University of Technology Sydney(UTS) ออสเตรเลีย ถึงแนวทางการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของสังคม เทคโนโลยีและความยั่งยืนอย่างสมดุล เพื่อยกระดับอุดมศึกษาไทยให้แข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ได้เข้าร่วมการประชุมหารือกับผู้บริหารจาก University of Technology Sydney (UTS) ณ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยมี Mr. Leo Mian Liu, Interim Deputy Vice-Chancellor and Vice President (International) ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนและหารือความร่วมมือกับ UTS ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการอุดมศึกษาร่วมกัน เนื่องจาก UTS ถือเป็นมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ที่โดดเด่นและมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด โดยสามารถสร้างชื่อเสียงในระดับโลกได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 50 ปี ปรากฏในอันดับต้น ๆ ของมหาวิทยาลัยโลกในหลายสถาบันจัดอันดับ ได้แก่ อันดับที่ 23 ของโลกใน THE Impact Rankings ซึ่งเน้นด้านผลกระทบต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน อันดับที่ 154 ของ THE World University Rankings และอันดับที่ 88 ของ QS World University Rankings นอกจากนี้ UTS ยังมีความโดดเด่นในรายสาขาวิชา โดยติด 50 อันดับแรกของโลกในหลายสาขาในปี 2024 และ 2025 อาทิ สาขาการพยาบาล บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และศิลปะและการออกแบบ

ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ในการหารือครั้งนี้ UTS ได้นำผู้บริหารจากคณะต่าง ๆ เข้าร่วมนำเสนอศักยภาพและแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย อาทิ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะกฎหมาย คณะบริหารธุรกิจ และคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีข้อมูล พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือแนวทางความร่วมมือเชิงลึกกับคณะผู้แทนจากไทยอย่างสร้างสรรค์

ภายหลังการหารือ คณะได้เยี่ยมชมพื้นที่นวัตกรรมภายในมหาวิทยาลัย เริ่มจาก ProtoSpace ศูนย์นวัตกรรมการผลิตต้นแบบขั้นสูงที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี 3D Printing และการออกแบบผลิตภัณฑ์ล้ำสมัย ต่อด้วยการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Data Arena ห้องแสดงผลข้อมูล 360 องศาที่ผสานเทคโนโลยีประมวลผลขั้นสูงกับภาพเคลื่อนไหวและเสียงรอบทิศทาง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมห้องสมุดกลางที่ออกแบบตามแนวคิดสีเขียว ส่งเสริมทั้งการเรียนรู้ การพักผ่อน และความยั่งยืน

“การได้มาเยือนและศึกษาการดำเนินงานของ UTS ในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนของการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของสังคม เทคโนโลยี และความยั่งยืนอย่างสมดุล แนวคิดและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ได้เห็นจะเป็นต้นแบบสำคัญในการนำไปประยุกต์ใช้กับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติต่อไป” ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าว

-(016)

Grand Opening ‘หัวหมาก เซ็นเตอร์’ ฉลองโฉมใหม่ ชวน ‘ซีดี กันต์ธีร์’ เสิร์ฟความฟิน

Grand Opening  ‘หัวหมาก เซ็นเตอร์’ ฉลองโฉมใหม่ ชวน 'ซีดี กันต์ธีร์' เสิร์ฟความฟิน

Grand Opening ‘หัวหมาก เซ็นเตอร์’ ฉลองโฉมใหม่ ชวน ‘ซีดี กันต์ธีร์’ เสิร์ฟความฟิน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

เปิดตัวสุดปัง! ศูนย์การค้า “หัวหมาก เซ็นเตอร์” ในเครือกลุ่มเซ็นทรัล กลับมาในโฉมใหม่ สดใสกว่าเดิม พร้อมยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ของคนในย่านหัวหมากและพื้นที่ใกล้เคียงให้สนุก ครบ จบในที่เดียว งานนี้ไม่ธรรมดา เพราะได้หนุ่มสุดเท่ “ซีดี กันต์ธีร์” มาร่วมสร้างสีสันในงาน Grand Opening กับมินิคอนเสิร์ตสุดใกล้ชิด ที่เรียกเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ประตูเปิด ด้วยร้านค้าจากแบรนด์ดังและกิจกรรมสนุกๆ มากมาย รวมถึงการแสดงดนตรีจากโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม), โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และ โชว์จากแชมป์ Cover Dance

ก่อนจะเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล พร้อมแขกผู้มีเกียรติ อาทิ  คุณณัฐรดา  กมลประเสริฐสุข ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางกะปิ, พ.ต.ท วชิรวิชญ์ ก้องไกรสวัสดิ์ สารวัตรป้องกันปราบปราม สน. หัวหมาก, คุณนัสรีน เสียมไหม Vice President Big C Supercenter, คุณชนวีร์ หอมเตย Chief Executive Officer บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด นักล่าหมูกระทะ, คุณสมภพ กลับขัน AVP of Marketing บริษัท ทีจี เซลลูล่าร์เวิลด์ จำกัด TG Phone, Samsung, Vivo, Honnner, คุณธิบดี เมธาเกียรติกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิลเลียนอะเดย์ จำกัด So Grill And Shabu, คุณเกียรติคุณ กิตติวัชราพงษ์ Trade Plan & CRM Manager Beautrium ฯลฯ

คุณพงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ กลุ่มเซ็นทรัล เผยว่า “ศูนย์การค้าหัวหมาก เซ็นเตอร์” ได้ใช้งบมากกว่า 300 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงศูนย์การค้าแห่งนี้ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ของคนชาวหัวหมากและใกล้เคียง ด้วยจุดแข็งของเหล่าพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กซี และ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล รวมถึงร้านค้าชั้นนำ มั่นใจว่า หัวหมาก เซ็นเตอร์ จะกลายเป็นจุดศูนย์รวมที่ตอบโจทย์ของทุกคนได้แน่นอน

ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ คือการปรากฏตัวของ ซีดี ที่ไม่เพียงมาร้องเพลงเพราะๆ แต่ยังทักทายแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง

ศูนย์การค้าหัวหมาก เซ็นเตอร์ โฉมใหม่ มาพร้อมคอนเซปต์ “Happy Alive Space” หรือ “พื้นที่แห่งความสุข” ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น โซนแฟชั่น บิวตี้ แก็ดเจ็ต ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่รวมร้านดังไว้เพียบ

พิเศษ! เฉพาะช่วง Grand Opening ช้อปครบตามเงื่อนไข รับทันทีของที่ระลึกสุดน่ารัก อาทิ แก้วน้ำลายพิเศษ และ กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ด ถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น

ใครยังไม่เคยไป ต้องรีบไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ที่ “หัวหมาก เซ็นเตอร์” กันได้แล้ววันนี้ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30–21.00 น.

-(016)

ชวนชิมชอปในงาน ‘Taiwan Day’ เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน

ชวนชิมชอปในงาน ‘Taiwan Day’ เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน

ชวนชิมชอปในงาน ‘Taiwan Day’ เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.30 น.

เตรียมพบกับงานประจำปีสุดยิ่งใหญ่จากสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพ ฯ “Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน” ณ  central cOurt ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 10-15 มิถุนายน 2025 พร้อมเสิร์ฟอาหารไต้หวันขนานแท้อย่างบะหมี่เย็น บะหมี่เนื้อ ไก่ทอด เต้าหู้เหม็น ชานมไข่มุก บิงซูเฉาก๊วยสไตล์ไต้หวัน ภายในงาน รวมถึงมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย เช่น การเสี่ยงเซียมซี  นอกจากนี้ เตรียมพบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “อาเล็ก-ธีรเดช” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำปี 2025 ที่จะมาร่วมเปิดงาน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์สุดแสนประทับใจจากการไปท่องเที่ยวเกาะหมาจู่ สถานที่สุด unseen ของไต้หวันในวันที่ 13 มิถุนายน และแน่นอนว่างาน Taiwan Day ที่จัดทั้งหมด 6 วันนี้เป็นโอกาสดีที่สุดสำหรับการคว้าบัตรงาน “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวันครั้งแรก” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคมนี้! ขอแอบกระซิบว่างาน Meet & Greet ครั้งนี้ อาเล็กได้เตรียมการแสดงสุดเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยทำที่ไหนมาก่อน! นอกจากนี้ ภายในงาน Taiwan Day ยังมีกิจกรรมสะสมแสตมป์ให้ทุกท่านได้ลุ้นรับรางวัลใหญ่อย่าง ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป ฟรี!

เทศกาลอาหารไต้หวันรสเลิศ ลิ้มลองอาหารไต้หวันขนานแท้

 “Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน 2025” ได้คัดสรรอาหารไต้หวันถูกปากคนไทย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน บะหมี่เย็นเส้นเหนียวหนึบ เต้าหู้เหม็น ชานมไข่มุก  บิงซูเฉาก๊วยสไตล์ไต้หวัน พร้อมเสิร์ฟรสชาติไต้หวันแท้ทุกคำ

กิจกรรมเสี่ยงเซียมซีขอพร แบบ Interactive

อยากสัมผัสกับวัฒนธรรมการไหว้ขอพรอันเป็นเสน่ห์ความเชื่อแบบดั้งเดิมของไต้หวันไหม? งาน Taiwan Day ได้จัดพื้นที่ Interactive แบบเสมือนจริงไว้ให้ทุกท่านได้ร่วมเสี่ยงเซียมซีผ่านการเชื่อมต่อแบบออนไลน์ไปยังวัดเจินไห่ เมืองตงกั่ง มณฑลผิงตง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่ Workshop ให้ทุกท่านได้ลองทำเกี๊ยวแบบ DIY เรียนรู้เคล็ดลับการทำอาหารไต้หวันพร้อมลิ้มรสอาหารแสนอร่อย พร้อมกิจกรรมบนเวทีตั้งแต่พิธีเปิดวันศุกร์ที่ 13 มิ.ย. ยาวไปตลอดเสาร์อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมตอบคำถามชิงรางวัล และร่วมชมภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ไต้หวันมะ” (Taiwan (na) go with me?) ซึ่งนำแสดงโดยอาเล็ก-ธีรเดช ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกอีกด้วย

แพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันราคาสุดพิเศษ

ไฮไลท์สำคัญสุดพิเศษของงาน “Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน 2025” คือแพ็คเกจท่องเที่ยวอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ร่วม “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” ซึ่งมีจำนวนจำกัด! เมื่อคุณเลือกซื้อแพ็คเกจนี้ คุณจะมีสิทธิ์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Meet & Greet ครั้งแรกของอาเล็กที่กรุงไทเปในวันที่ 25 ตุลาคม 2025 นอกจากนี้ ภายในงานยังมีบูธของบริษัททัวร์ที่จะมานำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันสุดคุ้ม ชวนคุณไปร่วมสำรวจความงามของเกาะไต้หวัน!

ลุ้นรับรางวัลใหญ่สุดหรู ตั๋วเครื่องบินไป-กลับไต้หวัน ฟรี!

ภายในงานจะจัดกิจกรรมสะสมแสตมป์ลุ้นรับรางวัล โดยมีรางวัลใหญ่ คือ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ไทเป ให้ทุกท่านได้บินไปท่องเที่ยวไต้หวันแบบฟรี ๆ! ไม่เพียงเท่านี้ หากท่านซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวไต้หวันที่รวมกิจกรรม “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” ภายในงาน ท่านจะได้สิทธิ์รับของขวัญสุดพิเศษมากมาย เช่น เซ็ทกระเป๋าจัดระเบียบรุ่น Limited ชุดช้อนส้อมพกพา รวมถึงบัตร Easy Card มูลค่า 599 NTD พร้อมสิทธิพิเศษที่นั่งแถวหน้าติดขอบเวทีในงาน “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” นอกจากนี้ หากซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันแบบทั่วไปแพ็กเกจใดก็ตาม ท่านก็จะได้รับกระเป๋าสะพายข้างลาย OH Bear สุดน่ารักไปแบบฟรี ๆ ขอย้ำว่าของมีจำนวนจำกัด ช้าหมดอดน้า!

งาน Taiwan Day จัด 6 วันเท่านั้น พลาดงานครั้งนี้ต้องรออีกทีปีหน้า

งานเดียวที่รวบรวมทั้งดารา อาหาร การท่องเที่ยว และพื้นที่ Interaction เพียง 6 วันเท่านั้น! โดย Soft Opening วันที่ 10-12 มิถุนายน และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 13-15 มิถุนายน พร้อมกิจกรรมคับคั่งตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น. รอคุณมาสัมผัสประสบการณ์กิน ดื่ม เที่ยว และทำกิจกรรมร่วมกัน ณ central cOurt ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าบัตรเข้าร่วมงาน “Meet & Greet อาเล็กที่ไต้หวัน” มีจำนวนจำกัด! แฟนคลับที่อยากรู้ว่าอาเล็กเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรไว้ บอกเลยว่าห้ามพลาดโอกาสสุดพิเศษนี้! อย่าลืมชวนเพื่อนสนิทและคนรู้ใจมาที่งาน Taiwan Day เพื่อสัมผัสกับเสน่ห์ไต้หวันกันนะ

 ข้อมูลกิจกรรม

“Taiwan Day เทศกาลอาหารและการท่องเที่ยวไต้หวัน”

•             วันที่: 13-15 มิถุนายน (Soft Opening วันที่ 10-12 มิถุนายน)

•             เวลา: 10:00-21:00 น.

•             สถานที่:  central cOurt ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

•             ค่าเข้าชม: ฟรี

•             แขกรับเชิญพิเศษ: อาเล็ก ธีรเดช (วันที่ 13 มิถุนายน ร่วมเปิดงาน) 

-(016)