ปักหมุด! ฉลองเดือนแห่งความหลากหลายและเท่าเทียม ‘LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025’

ปักหมุด! ฉลองเดือนแห่งความหลากหลายและเท่าเทียม 'LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025'

ปักหมุด! ฉลองเดือนแห่งความหลากหลายและเท่าเทียม ‘LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.51 น.

ภาคีภาคเอกชนจับมือภาครัฐ ประกาศจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ปักหมุดพิกัดหลักฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจในความหลากหลายและเท่าเทียมระดับภูมิภาค จัดเต็มกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดเดือน พร้อมตื่นตากับขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย ชูประเทศไทยเป็น “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION”

ภาคีภาคเอกชนนำโดย เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือภาครัฐบาล ร่วมฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ ประกาศจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ณ เอ็ม ดิสทริค ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับ Pride Community ตลอดเดือนมิถุนายน ก่อนปิดท้าย Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนพาเหรด LOVE PRIDE ♡ PARADE ยาวที่สุดในเอเชีย อลังการกว่าที่ผ่านมา ปักหมุดเป็นงานฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” และร่วมผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030

งาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีภาคเอกชน มากกว่า 100 องค์กรชั้นนำ และภาครัฐ ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” ที่เปิดรับความหลากหลาย รวมถึงร่วมเฉลิมฉลองให้กับการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ด้วยการแสดงออกซึ่งการมีส่วนร่วมในเทศกาลไพรด์ หรือ Pride Month พร้อมกับหลายประเทศทั่วโลก โดยวางแผนจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ให้เป็นแลนด์มาร์กของเทศกาลไพรด์ระดับภูมิภาค

ปักหมุดเป็น Pride Festival Global Destination ของกรุงเทพมหานครที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน

เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดันกรุงเทพมหานครให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน “WORLD PRIDE 2030” ตามแนวนโยบาย IGNITE THAILAND TOURISM ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Sofe Power เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ

งานแถลงข่าวครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนภาครัฐบาล ได้แก่ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ คุณภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ร่วมเผยนโยบายการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเรื่องของการท่องเที่ยว แสดงให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการจัดงาน “WORLD PRIDE 2030 โดยมี คุณศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด SIAM PARAGON RETAIL EM DISTRICT BANGKOK MALL เป็นตัวแทนภาคีภาคเอกชน เผยถึงการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียม ตลอดจนเปิดเผยรายละเอียดการจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ที่จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 รวมถึงหลากหลายกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ร่วมฉลอง Pride Month ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 นี้

คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “จากการที่รัฐบาลผลักดันให้มีการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่ 3 ในเอเชีย ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นทัดเทียมกัน ยังส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายใน 2 ปีหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี ทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 67,000 ล้านบาทต่อปี กระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งการร่วมมือกันของภาครัฐและภาคีภาคเอกชน จัดงาน LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025 ในปีนี้ที่มีความยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ ที่จะช่วยตอกย้ำและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็น LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION  ช่วยสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปพร้อม ๆ กัน”

คุณภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  เราได้ดำเนินนโยบายในการสนับสนุนเรื่องของความหลากหลายมาโดยตลอด เพื่อสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็น “เมือง” ที่มีชีวิต เป็นมิตรกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย สะท้อนภาพความเท่าเทียมในสังคม โดยมีโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อว่า ถ้ายอมรับความแตกต่างได้ สังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข นอกจากนี้เรายังร่วมสนับสนุน และร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายในทุกมิติ ทั้งนี้เพื่อเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่การเป็นมหานครเจ้าภาพ “WORLD PRIDE 2030” เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIA+ จากทั่วโลก

ด้าน คุณศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด SIAM PARAGON RETAIL EM DISTRICT BANGKOK MALL เผยว่า “เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะของภาคธุรกิจเอง เรามองเห็นความสำคัญของ DIVERSITY & INCLUSION ในการให้คุณค่า และเคารพในความแตกต่าง รวมถึงการสร้างโอกาสความเท่าเทียมกันของทุกคนในองค์กร  โดยเปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQIA+ นำความรู้ ความสามารถ และพรสวรรค์มาใช้พัฒนาภาคธุรกิจ ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมของกลุ่มคนที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างโอกาสในการทำงาน ตลอดจนโอกาสในการก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มอบความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของเอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป อย่างเท่าเทียมมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมาเราให้ในความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอันดับต้น ๆ เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงพร้อมเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคีภาคเอกชน ในการจับมือกับภาครัฐและภาคธุรกิจอื่น ๆ จัดงานฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่ในทุกปี ซึ่งนอกจากจะเป็นการร่วมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอีกด้วย”

สำหรับรายละเอียดการจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ตลอดทั้งเดือน มิถุนายน 2568 นี้ เอ็ม ดิสทริค เตรียมจัดเต็มไฮไลต์หลากหลาย เปิดประเดิมด้วยการจัดงาน EMFASHIONICON EDGE 2025 ปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งปีที่เชิดชูความหลากหลายทางอัตลักษณ์ พร้อมสะท้อน จิตวิญญาณของคนเมืองกรุงเทพฯ ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร รวมตัวเหล่าคนรักแฟชั่น ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และตัวแทนจากทุกกลุ่มผู้คน มาสร้างพลังบนรันเวย์ลอยฟ้ากลางมหานคร ณ พื้นที่ใหม่ ชั้น 14 ของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ บอกเล่าเรื่องราวของความภาคภูมิใจ ความกล้า และความสวยเฉียบผ่านแฟชั่น เสียงเพลง และแสงสีแบบจัดเต็ม โดยงานนี้ยังได้เปิดโอกาสให้เหล่าคนรุ่นใหม่หลากหลายเพศมาโชว์ความสามารถ เพื่อคัดเลือกเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้อีกด้วย

และไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่ คือการส่งท้ายเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียมด้วยขบวนพาเหรด “LOVE PRIDE ♡ PARADE” ในคอนเซ็ปต์ “Spectrum Forward : Power of Creation” มุ่งมั่นขับเคลื่อนอนาคตด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ซึ่งจะอลังการและตระการตากว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยาวที่สุดในเอเชีย ประกอบด้วย ขบวนรถเทรลเลอร์จากภาคีภาครัฐ และภาคธุรกิจที่ร่วมจัดงาน ได้แก่ ธุรกิจการเงิน, การท่องเที่ยว, สายการบิน, โรงแรม, กีฬา, แฟชั่น, เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และไลฟ์สไตล์ ซึ่งต่างตกแต่งหลากสีในธีมแห่งความภาคภูมิใจในความเท่าเทียมและความเสมอภาค นอกจากนี้ยังมีรถซูเปอร์คาร์, รถเปิดประทุน, รถมอเตอร์ไซด์ และรถตุ๊กตุ๊ก หนึ่งในอัตลักษณ์ไทยที่ทั่วโลกรู้จัก มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมด้วยเหล่าศิลปิน, ดารา, นักแสดง, นางงาม, กลุ่มคนรักสัตว์, คู่สมรสเท่าเทียม และเซเลบริตี้จากทุกแวดวงสังคม ที่จะยกขบวนมาร่วมฉลองให้กับความเท่าเทียม ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตร จากสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ไปตามถนนพระราม 1 ผ่านย่านปทุมวัน, ย่านสยาม, ย่านราชประสงค์, ย่านเพลินจิต, ย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท และสิ้นสุดที่อุทยานเบญจสิริ

นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2568 ทางเอ็ม ดิสทริค ยังเนรมิต 3 มาร์เก็ตสุดชิค ให้เป็นดินแดนแห่งสีสันความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล Pride Month อย่างเต็มอิ่ม พร้อมไฮไลต์พิเศษที่พลาดไม่ได้

–           “Celebrity Chef Market” ยกขบวนเหล่าคนดังมาออกบูธอาหารสุดอร่อยแน่นพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ร้านครัวบ้านพี่เอศุภชัย โดย เอ ศุภชัย, น้ำปลาร้าปรุงสุก ตราป้าโก้ โดย โก้ ธีรศักดิ์, Nina kitchen โดย

หนิง ปณิตา และ ฮาน่า ทัศนาวลัย, เลิศทิพย์ x บุ๊คโก๊ะ โดย DJ บุ๊คโกะ x เชฟกิ๊ก และอีกมากมาย พร้อมชื่นใจไปกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ณ Market Hall ชั้น GF ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

–           “Thai Designer Curated Society” พบกับการรวมตัวของเหล่าดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง พร้อมสินค้าดีไซน์พิเศษสำหรับเทศกาลไพรด์จากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ ASAVA, ISSUE, Milin, RATI, THEATRE, และอีกมากมาย ภายในงานยังมีบาร์เครื่องดื่มสุดชิลล์ให้ได้เพลิดเพลิน ณ Sphere Gallery ชั้น MF ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

–           “Young Talent Society Market” มาร์เก็ตของ Pride Community และ Young Creator ที่นำเสนอความสามารถและแสดงตัวตนผ่านผลงานแฮนด์เมดจากนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอีกมากมาย โดยจัดขึ้นในงาน Art & Craft Market นอกจากนี้ยังมี Pride Fair สำหรับกลุ่ม Pride Community ที่นำเสนอแฟชั่นและของใช้สุดชิคในงาน

Fashion & Lifestyle Market พิเศษ! พบกับดีเจและวงดนตรีที่จะมาสร้างความสนุกสนานต้อนรับเทศกาลไพรด์ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มแบบจัดเต็ม ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า เอ็มควอเทียร์

–           และไม่ควรพลาดไฮไลท์พิเศษ SHINE STAGE เวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกความสามารถได้เปล่งประกายที่ เอ็ม ดิสทริค ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month เตรียมพบกับทัพศิลปินดังตัวแทนแห่งความหลากหลาย และเซเลบริตี้อีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างความประทับใจและมอบความสนุกบน SHINE STAGE ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน 2568 ณ Sphere Street ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

ไม่เพียงแค่นั้น เอ็ม ดิสทริค ยังตกแต่งศูนย์การค้า ให้กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันและความภาคภูมิใจ ภายใต้ธีม PEACE, LOVE และ UNITY โดยมีจุดเด่นเป็น Installation Art สุดอลังการ อาทิ งานศิลปะขนาดใหญ่รูปมือโอบอุ้มหัวใจที่ตกแต่งด้วยสีของธงไพรด์อย่างสวยงาม บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์  เพื่อสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ความความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และคิงคองสีชมพูขนาดยักษ์ถือธงไพรด์โบกสะบัดอย่างภาคภูมิใจ ที่บริเวณกระจกด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ รวมถึงการแต่งแต้ม Sphere Street ให้เป็นถนนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งไพรด์อย่างสวยงาม ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน

ร่วมสร้างภาพลักษณ์ ของประเทศไทย ในการเป็น LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION พร้อมฉลองให้กับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ในงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” งานเฉลิมฉลองความหลากหลายและเท่าเทียมที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 นี้ ณ เอ็ม ดิสทริค

Luxury Dining Series โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาเสิร์ฟความอร่อยอีกครั้งในปี 2568

Luxury Dining Series โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาเสิร์ฟความอร่อยอีกครั้งในปี 2568

Luxury Dining Series โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กลับมาเสิร์ฟความอร่อยอีกครั้งในปี 2568

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.37 น.

โดยในปีนี้ เส้นทางความอร่อยได้ขยายจาก 6 โรงแรม สู่ 7 โรงแรมหรูทั่วเอเชียแปซิฟิก โดย Luxury Dining Series จะนำเสนอบทนิยามใหม่ของรสชาติอาหารแบบดั้งเดิมและวัตถุดิบที่ถูกหลงลืม

หลังจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ลักซ์ชูรี กรุ๊ป โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Luxury Group by Marriott International) ภูมิใจนำเสนอการกลับมาอีกครั้งของ Luxury Dining Series ที่ทุกคนรอคอย เทศกาลอาหารสัญจรที่จัดขึ้นในหลากหลายเมืองทั่วภูมิภาค โดยในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน เชื้อเชิญเหล่านักเดินทางผู้มีรสนิยมและผู้หลงใหลในการลิ้มลองอาหารจานหรูให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งรสชาติเหนือระดับ เชิดชูรสชาติอาหารที่ถูกหลงลืมและธรรมเนียมการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม

โดยธีมของปีนี้มาในชื่อ “Forgotten Flavors” หรือ “รสชาติที่ถูกลืม” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรายงาน Future of Food 2025 report เป็นการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ศิลป์ด้านอาหาร พร้อมสำรวจเทคนิคการปรุงอาหารที่สืบทอดกันมายาวนานผสมผสานนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์จาก 7 โรงแรมสุดหรูที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อันได้แก่ เดอะ เซนต์ รีจิส โอซาก้า (The St. Regis Osaka), เจดับบลิว แมริออท เชจู รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Jeju Resort & Spa), เจดับบลิว แมริออท เบงกาลูรู เพรสทีจ กอล์ฟเชียร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา (JW Marriott Bengaluru Prestige Golfshire Resort & Spa), เดอะ ริทซ์-คาร์ลตันเพิร์ธ (The Ritz-Carlton, Perth), เดอะ เซนต์ รีจิส สิงคโปร์ (The St. Regis Singapore), เดอะ เซนต์ รีจิส จาการ์ตา (The St. Regis Jakarta) และ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ (The Ritz-Carlton, Bangkok) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้

งานนี้บรรดาเชฟและมิกโซโลจิสต์ชื่อดังจากเครือ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ทั่วโลกตั้งแต่ปรมาจารย์ด้านการปรุงอาหารตามแบบฉบับดั้งเดิมและเหล่านักปรุงผู้มีวิสัยทัศน์ร่วมสมัยจะมารวมตัวกันเพื่อรังสรรค์มื้ออาหารแสนพิเศษด้วยการปลุกชีพวัตถุดิบหายากและถูกมองข้ามขึ้นมาใช้ใหม่อีกครั้ง แขกผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันในทุกจาน ด้วยรสชาติจากอดีตที่ถูกตีความใหม่ให้เข้ากับสมัยนิยม

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งรสชาติเหนือระดับจาก Luxury Dining Series ได้ตามกำหนดการณ์ดังนี้

–           ญี่ปุ่น – 11-13 กรกฎาคม – เดอะ เซนต์ รีจิส โอซาก้า

–           เกาหลีใต้ – 17-20 กรกฎาคม – เจดับบลิว แมริออท เชจู รีสอร์ท แอนด์ สปา

–           อินเดีย – 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม – เจดับบลิว แมริออท เบงกาลูรู เพรสทีจ กอล์ฟเชียร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา

–           ออสเตรเลีย – 15-17 สิงหาคม – เดอะ ริทซ์-คาร์ลตันเพิร์ธ

–           สิงคโปร์ – 29-31 สิงหาคม – เดอะ เซนต์ รีจิส สิงคโปร์

–           อินโดนีเซีย – 11-13 กันยายน – เดอะ เซนต์ รีจิส จาการ์ตา

–           ไทย – 25-28 กันยายน – เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

พบกับรายละเอียดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้ โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: www.marriott.com/en-us/marriott-brands/portfolio/luxury-dining-series.mi

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับ V Craft จัดกิจกรรม ‘MACRAME IN THE DARK’ สนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับ V Craft จัดกิจกรรม 'MACRAME IN THE DARK' สนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับ V Craft จัดกิจกรรม ‘MACRAME IN THE DARK’ สนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.34 น.

ไอคอนคราฟต์ ร่วมกับ V Craft จัดกิจกรรม “MACRAME IN THE DARK” ชวนเปิดประสบการณ์สร้างสรรค์ในความมืด พร้อมสนับสนุนงานฝีมือผู้พิการทางสวยตา ภายใต้แคมเปญ “ICONCRAFT: The Craft of Sharing”

ไอคอนคราฟต์ (ICONCRAFT) พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ จัดแคมเปญพิเศษ “ICONCRAFT: The Craft of Sharing” สนับสนุนชุมชนงานคราฟต์ไทย ผู้ด้อยโอกาสในสังคม และคนพิเศษ ผ่านโซน Made by Beautiful People โดยร่วมกับแบรนด์ V CRAFT วิสาหกิจเพื่อสังคมที่สร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้พิการทางสายตา จัดกิจกรรมเสริมแรงบันดาลใจ “MACRAME IN THE DARK” เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ประสบการณ์สร้างสรรค์งานฝีมือในความมืด พร้อมนำเสนอสินค้าน่าใช้ ผลงานจากผู้พิการทางสายตา ให้เลือกชมและช็อปหลากหลาย ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม  

คุณนภัศภรณ์ ประดาศักดิ์ Brand Manager ไอคอนคราฟต์ เผยว่า “ไอคอนคราฟต์คือพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่พัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการชาวไทยและช่างฝีมือไทย รวมถึงธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อส่งเสริม Local Hero สู่ Global Hero ให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการพัฒนาและสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยมีโซน Made by Beautiful People ให้กลุ่มคนพิเศษได้นำเสนอผลงาน เพื่อสร้างรายได้และต่อยอดแรงบันดาลใจ ซึ่ง V CRAFT นับเป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์เพื่อสังคม มอบโอกาสให้ผู้พิการทางสายตาได้โชว์ศักยภาพผ่านงานฝีมือที่สวยน่าใช้ สอดคล้องกับแคมเปญ The Craft of Sharing ของไอคอนคราฟต์ ที่สนับสนุนผลงานจากแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นของกลุ่มคนพิเศษให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ชื่นชม จึงเกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ ที่ไม่เพียงต้อนรับแบรนด์ V CRAFT เป็นส่วนหนึ่งของโซน Made by Beautiful People ยังจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงให้ผู้คนทั่วไปได้เข้าใจผู้พิการทางสายตามากขึ้นด้วย”

สำหรับแบรนด์ V CRAFT เป็นแบรนด์คราฟต์ไทยที่นำเสนอผลงานการถักเชือกมาคราเม่ของผู้พิการทางสายตา ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท วันดีวีคราฟท์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตาด้วยการพัฒนาอาชีพผ่านการสร้างสรรค์งานฝีมือที่สวยงาม เพื่อให้คนพิการได้เห็นคุณค่าในตัวเอง และส่งเสริมให้สังคมไทยได้เห็นคุณค่าในคนพิการมากยิ่งขึ้น โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ พวงกุญแจ กระเป๋า ที่ใส่ขวดน้ำ ที่คาดผม ฯลฯ ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซน Made by Beautiful People ของไอคอนคราฟต์ ตั้งเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป โดยทำการเปิดตัวพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ICONCRAFT: The Craft of Sharing”

ด้าน คุณวันดี สันติวุฒิเมธี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ V Craft และบริษัท วันดีวีคราฟท์ จำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กล่าวว่า “มาคราเม่เป็นการถักเชือกที่ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่น นอกจากสองมือของเรา ซึ่งผู้พิการทางสายตาสามารถทำได้ทุกคน เพราะใช้ประสาทสัมผัสอื่นโดยไม่ต้องใช้สายตา โดยแบรนด์ V CRAFT ได้มีการพัฒนาเรื่องดีไซน์และการตลาด ตลอดจนเพิ่มศักยภาพให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม ผ่านการสอน และฝึกฝนทำซ้ำ กระทั่งเกิดเป็นความชำนาญ ซึ่งนอกจากความสวยงาม ทุกผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นยังใช้งานได้จริง มีความทนทาน สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจนเกิดการซื้อซ้ำและบอกต่อ ทำให้ผู้พิการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง จนสามารถกล่าวได้ว่าสินค้าของ V CRAFT เป็นงาน handmade ที่สร้างคุณค่า เปลี่ยนชีวิตของผู้พิการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนที่ใช้สินค้าของเราก็ไม่เพียงได้ของสวยงาม แต่ยังได้ร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นด้วย”

โดยวันดีอธิบายเพิ่มเติมว่า ชื่อแบรนด์ V CRAFT มาจาก Value Craft คืองานที่มีคุณค่า และเสียงของ V ยังพ้องกับ We ที่หมายถึง “พวกเรา” เพราะเน้นการทำงานกับผู้พิการทางสายตาแบบครอบครัว โดยปัจจุบันมีผู้พิการทางสายตาร่วมงานกับ  V CRAFT รวม 16 คน “ทางแบรนด์และผู้พิการฝันมาตลอดว่าอยากมีพื้นที่บนไอคอนคราฟต์ เพราะก่อนหน้านี้เราเน้นออกบูธขายตามงานต่าง ๆ ไม่ได้มีพื้นที่ขายเป็นหลักแหล่ง การได้มาเป็นส่วนหนึ่งในโซน Made by Beautiful People ของไอคอนคราฟต์ จึงนับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ เป็นเหมือนเป็นบ้านที่มั่นคงให้กับ V CRAFT และเป็นบ้านอีกหลังของผู้พิการซึ่งเป็นช่างฝีมือของเราด้วย” วันดีกล่าว

นอกจากการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ยังได้เคยร่วมกับแบรนด์ V CRAFT จัดกิจกรรม “MACRAME IN THE DARK” เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ ผ่านการปิดตาถักเชือกมาคราเม่ (Macrame) ในความมืด เพื่อเปิดประสาทสัมผัสอื่นโดยไม่ใช้ดวงตา และสร้างสรรค์พวงกุญแจชิ้นเดียวในโลกเป็นของตนเอง โดยมีผู้พิการทางสายตาร่วมเป็นผู้สอน กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจและเห็นใจผู้พิการทางสายตาที่ต้องใช้ชีวิตในโลกมืดมากยิ่งขึ้น

ไอคอนคราฟต์ พร้อมสนับสนุนงานคราฟต์ไทยและเป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ผู้สนใจผลิตภัณฑ์จากเชือกถักมาคราเม่ที่สวยน่าใช้และเปี่ยมด้วยคุณค่าจากฝีมือผู้พิการทางสายตา พบกับแบรนด์ V CRAFT ได้ในโซน Made by Beautiful People ไอคอนคราฟต์ ชั้น 4 ไอคอนสยาม และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook: ICONCRAFT

-(016)

ต้อนรับการมาของ Stitch! จับมือแบรนด์ดัง เปิดตัวคอลเลกชันสินค้า เสิร์ฟความคิวท์ให้สาวกสติทช์

ต้อนรับการมาของ Stitch! จับมือแบรนด์ดัง เปิดตัวคอลเลกชันสินค้า เสิร์ฟความคิวท์ให้สาวกสติทช์

ต้อนรับการมาของ Stitch! จับมือแบรนด์ดัง เปิดตัวคอลเลกชันสินค้า เสิร์ฟความคิวท์ให้สาวกสติทช์

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

Aloha! จอมป่วนจากต่างดาวขวัญใจใครหลายๆ คนอย่าง สติทช์ (Stitch) กำลังจะมาบุกที่สยามพารากอน! ในงานป๊อปอัป “Stitch Island Vibes” ที่จะเนรมิตบรรยากาศเกาะฮาวายจากเรื่องราวของสติทช์ให้มีชีวิตชีวาใจกลางกรุงเทพฯ พบกับสินค้าคอลเลกชันสติทช์ มุมถ่ายรูปสุดน่ารัก และกิจกรรมอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 26 พฤษภาคม 2568 ที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

เพื่อเป็นการต้อนรับ “Disney’s Lilo & Stitch” (ลีโลแอนด์สติทช์) ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันฟอร์มยักษ์อบอุ่นหัวใจแห่งปีที่พร้อมเข้าฉายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ดิสนีย์ ประเทศไทย จึงขอพา “Stitch” สุดแสบแต่แสนน่ารักเข้ามาใกล้ชิดแฟนๆ ยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือสุดพิเศษกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ โดยแฟนคลับทุกเพศทุกวัยจะได้พบกับคอลเลกชันหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชัน แอกเซสซอรี ของใช้ในบ้าน ของสะสม ของเล่น และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ได้แรงบันดาลใจจากสติทช์โดยเฉพาะ

พบความสนุกสุดป่วนของ “สติทช์” ที่ถ่ายทอดออกมาในคอลเลกชันสุดพิเศษที่แฟนพันธุ์แท้ไม่ควรพลาด!

•          กลุ่มเครื่องประดับ – จัดเต็มด้วยคอลเลกชันสุดน่ารักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติทช์ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยข้อมือ สร้อยคอ แหวน และไอเทมอื่นๆ ที่รังสรรค์อย่างประณีตจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง RAVIPA, Pandora, Charmmy Jewelry และ Mystic โดยแต่ละชิ้นถ่ายทอดความสดใสและขี้เล่นในแบบฉบับของสติทช์ได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับมิกซ์แอนด์แมตช์ให้สนุกได้ในทุกโอกาส

•          กลุ่มเสื้อผ้าแฟชัน – Kloset นำสีสันและคาแรกเตอร์แสนสนุกของสติทช์มาถ่ายทอดในแบบฉบับของแบรนด์ผ่านเสื้อผ้า กระเป๋า และหมวก, เสื้อยืดพิมพ์ลายผ้าคอตตอนคุณภาพสูง สำหรับทุกเพศทุกวัย จาก Pick Me Up และ Characters Studio, สำหรับสายคุณแม่ทีมลูกสาว ต้องไม่พลาดคอลเลกชันชุดเด็กจาก Charlotte Penderie ที่หยิบความน่ารักของสติทช์มาแมทช์กับดีไซน์ละมุนในสไตล์ English Vintage ได้อย่างลงตัว, ชุดนอนสีสันสดใสจาก Josilins และ Happy Sunday เนื้อผ้านุ่มลื่น สวมใส่สบาย มีให้เลือกหลากหลายแบบสำหรับทุกคนในครอบครัว ตลอดจนเติมเต็มความสนุกในทุกลุคด้วยเสื้อผ้าครอบครัวดีไซน์ทันสมัยจาก PAJARA

•          กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และของใช้ทั่วไป – Wish & Co. จัดเต็มกับคอลเลกชันสติทช์สุดน่ารัก นำขบวนโดยแบรนด์ดังจากอังกฤษ Mad Beauty และน้ำหอมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด Stitch Blind Box Fragrance จากออสเตรเลีย พร้อมทั้งห้ามพลาดกับการ Re-stock ลิปบาล์มคอลเลกชันสติทช์ในตำนาน และเครื่องประดับสุดคิวท์จากออสเตรเลียที่มาให้ชอปกันจุใจ, กลุ่มเครื่องหอมจาก Yunic กับก้านไม้หอม ถ่ายทอดกลิ่นหอมสดชื่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชุ่มฉ่ำและความมีชีวิตชีวาของหมู่เกาะฮาวาย, แก้วน้ำทัมเบลอร์เก็บอุณหภูมิและกระเป๋าลวดลายน่ารักจาก IGNITE และพิเศษกางเกงช้างลายสติทช์และผลิตภัณฑ์ของใช้ภายในบ้านอีกมากมายจาก โลตัส แมคโคร, น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ในคอลเลกชันขวดน้ำลายสติทช์ รวมถึงสินค้าพรีเมียมสุดน่ารักจาก 7-Eleven

•          กลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน – หมอนรองคอและหมอนผ้าห่มจาก Cartoon Characters และเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้าน อาทิ หมอนอิง ม้านั่ง กระจกเงา ที่แขวนเสื้อผ้าของใช้ และอื่นๆ อีกมากมายจาก Disney Home

•          กลุ่มของเล่นและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ – ตุ๊กตาขนนุ่มฟูน่ากอดจาก Take Toys, ของเล่น ตุ๊กตา และของสะสมจาก Kiddo และ Hot Toys, ฟิกเกอร์ซีรีส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก URDU, อุปกรณ์มือถือและอุปกรณ์เสริมจาก Sheep ที่คัดสรรมาอย่างครบครัน ทั้งเคส สายชาร์ต กล่องสุ่ม Blind Box พวงกุญแจสติทช์ และไอเทมอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงพาวเวอร์แบงก์จาก Dissing ลายสติทช์สุดน่ารัก

•          Miniso ยังได้ฉลองเปิดสาขาใหม่ เดอะมอลล์ บางกะปิ แบบสุดอลังการต้อนรับซัมเมอร์กับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับ “The Stitch Gen Z Street Series Vinyl Plush!” คอลเลกชันสายสตรีทสุดคูลตามฉบับวัยรุ่นเจนซีสุดๆ

แล้วมาพบกับบรรยากาศเกาะฮาวายสุดน่ารักกับงาน Stitch Island Vibes ที่ให้แฟนดิสนีย์ได้สนุกกับการชอปปิงเสมือนก้าวสู่โลกแห่งจินตนาการที่ได้แรงบันดาลใจจากสติทช์ พร้อมเพลิดเพลินไปกับมุมถ่ายรูปสุดชิคและกิจกรรมสนุกๆ มากมายภายในงาน อาทิ ตู้คีบตุ๊กตาจาก Joyliday ที่รอให้สายคีบได้ท้าทายฝีมือ! อีกทั้งมอบดีลสุดเซอร์ไพรส์จากแบรนด์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Kloset, Ravipa, Sheep, Wish & Co., Hot Toys, Take Toys, URDU, Pick Me Up, Josilins, Charlotte Penderie, Yunic, Happy Sunday, IGNITE, และ Dissing

พิเศษ! เพียงชอปครบ 3,000 บาท ภายในงานรับกระเป๋าลายสติทช์มูลค่า 290 บาท โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2568 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตและเดบิต ทีทีบี รับสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรทีทีบี ดิสนีย์ ดังนี้

•          สำหรับบัตรเดบิต ทีทีบี ออลล์ฟรี ดิสนีย์ : รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท เมื่อใช้จ่ายสะสมภายในงานตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไป (จำกัดสูงสุด 500 บาท / ท่านตลอดรายการ)

•          สำหรับบัตรเครดิต ทีทีบี ดิสนีย์ : แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน 12% เมื่อแลกคะแนนเท่ายอดใช้จ่าย (จำกัดการแลกคะแนนสูงสุด 30,000 คะแนน หรือจำกัดเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท / หมายเลขบัตรหลักตลอดรายการ)

โดยผู้สนใจสามารถเลือกชอปสินค้าคอลเลกชันสติทช์ได้ที่งาน Stitch Island Vibes ที่แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ

-(016)

เปิดตัวหลักสูตร Franco-Thai Hotel & Tourism Prep School สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ สู่นักบริการชั้นเยี่ยม!

เปิดตัวหลักสูตร Franco-Thai Hotel & Tourism Prep School สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ สู่นักบริการชั้นเยี่ยม!

เปิดตัวหลักสูตร Franco-Thai Hotel & Tourism Prep School สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ สู่นักบริการชั้นเยี่ยม!

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ร่วมมือกับ สถาบันวาแตล (Vatel Hotel & Tourism Business School) ประเทศฝรั่งเศส จัดให้มีการเรียนการสอนด้านการจัดการโรงแรม ซึ่งที่ผ่านมานักศึกษาได้รับการพัฒนาศักยภาพและฝึกทักษะ ให้สามารถทำงานในอุตสาหกรรมการบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ล่าสุดมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ก่อตั้ง “โรงเรียนเตรียมการโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย-ฝรั่งเศส” Franco-Thai Hotel & Tourism Prep School (ฟรังโก้ ไทย โฮเทลแอนด์ ทัวริซึ่ม เพรพ สคูล )และได้เตรียมเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพสาขาวิชาการโรงแรม โดยร่วมมือกับ Vatel Academy ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนักศึกษาจะได้รับใบประกาศนียบัตรจากทั้งสองสถาบัน หลักสูตรนี้จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษที่ผสมผสานการเรียนรู้ในชั้นเรียนกับการลงมือฝึกปฏิบัติจริง  โดยจัดงานแถลงข่าว เปิดตัวหลักสูตรFranco-Thai Hotel & Tourism Prep School  อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568   ณ ห้องสาทร The Empire | อาคารเอ็มไพร์ ถนนสาทรใต้

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ภก.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้กล่าวรายการ พร้อมด้วยH.E.Mr.Jean-Claude Poimboeuf (ฌ็องโคลด ปวงโบฟ) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย , คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) , ศ.ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร    ร่วมด้วย  เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ ,   ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ,   สรยุทธ   สุทัศนะจินดา ,  จอย รินลณี ศรีเพ็ญ,  คุณหรีด รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ร่วมยินดี  ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ในโอกาสเปิดตัวหลักสูตรใหม่    เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่นิวเจน  มีทางเลือกและโอกาสใหม่ๆ ในการศึกษาและก้าวสู่อาชีพนักบริการชั้นยอดเยี่ยมในอนาคตต่อไป 

นอกจากนี้ นักเรียนในหลักสูตรยังได้รับโอกาสพิเศษจากกลุ่มบริษัทด้านการให้บริการระดับโลก เช่น Asset World Corporation (AWC) ซึ่งจะเป็นผู้สนับสนุนในการฝึกงาน พัฒนาอาชีพ และโอกาสในการทำงานหลังจบการศึกษา

ประโยชน์จากการเรียนในหลักสูตรนี้ ได้แก่:

● การฝึกงานและฝึกปฏิบัติจริง : ได้ประสบการณ์ตรงในสายงานบริการ

● ความเชี่ยวชาญแบบฝรั่งเศส : เรียนรู้ด้านการประกอบอาหาร การอบขนม และการจัดการโรงแรมด้วยมาตรฐานแบบฝรั่งเศส

● ใบรับรองคู่ : ได้รับใบประกาศจากทั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรและ Vatel Academy ประเทศฝรั่งเศส

● โอกาสทำงานระดับสากล : เตรียมความพร้อมในการทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ

● ทัศนศึกษาและเรียนที่ Vatel Academy ประเทศฝรั่งเศส : เปิดโลกการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานสากล

● ทางลัดสู่ปริญญาตรี : นักเรียนสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้ระยะเวลาสั้นลง

● สถานที่เรียนสะดวก : เรียนที่วิทยาเขตเมืองทองธานี และฝึกปฏิบัติเพิ่มเติมกับ AWC ที่อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ สาทร กรุงเทพฯ

ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 3 ปี (เทียบเท่าระดับมัธยมปลาย) รับสมัครผู้จบการศึกษาระดับ ม.3 หรือเทียบเท่า และค่าเรียนเพียง 50,000 บาทต่อภาคการศึกษาหรือ 100,000 บาทต่อปี

เปิดภาคการศึกษาเดือนกันยายน 2568  ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2568

ติดต่อ: โทร: (+66) 092-107-1117 , Line ID: franco-thai    , franco_thai@suic.su.ac.th , Facebook: Franco-Thai Hotel & Tourism Prep School

-(016)

Thai Vietjet จัดโปรบินภายในประเทศสุดคุ้ม กระตุ้นท่องเที่ยว

Thai Vietjet จัดโปรบินภายในประเทศสุดคุ้ม กระตุ้นท่องเที่ยว

Thai Vietjet จัดโปรบินภายในประเทศสุดคุ้ม กระตุ้นท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.27 น.

เตรียมออกเดินทางกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในสุดคุ้ม ด้วยโปรโมชั่น “บินเวียตเจ็ท จองไว ถูกจริง! (May’s Specials)” เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 650 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และอีกมากมาย และราคาเริ่มต้นเพียง 1,650 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ อาทิ ไทเป ฟูกุโอกะ ฟูโกว๊ก ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ รวมถึงอีกกว่า 10 เส้นทาง สามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 20 – 23 พฤษภาคม 2568 ใช้เดินทางได้ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 31 ธันวาคม 2568 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่ http://www.vietjetair.com ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในช่วงเดือนมิถุนายนและกันยายน มีที่นั่งราคาโปรฯ เพียบ จองได้เลยตอนนี้!

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับทุกเส้นทางบินบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ ฟูกุโอกะ และ เชียงใหม่ สู่ โอซาก้า พร้อมด้วยเส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว หางโจว ฟูโกว๊ก ดานัง ไทเป พนมเปญ และมุมไบ รวมถึงเส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ โอกินาว่า และ ฮอกไกโด (ผ่านไทเป) และเส้นทางบินภายในประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้แก่ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี ขอนแก่น และอุบลราชธานี รวมถึงเส้นทางบินข้ามภูมิภาคจาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.com แอปพลิเคชัน “Vietjet Thailand” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ http://www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต

ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต จังหวัดทางภาคใต้ที่มีชายหาดสวยงาม เช่น หาดป่าตองและหาดกะตะ สัมผัสชีวิตกลางคืนที่มีสีสัน หรือเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดใหม่ หรือเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมชมวัดดอยสุเทพ สำรวจเมืองเก่าและวิวภูเขาที่งดงาม พร้อมลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอย่างข้าวซอย นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถเดินทางไปฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมฮากาตะ เยี่ยมชมปราสาทฟุกุโอกะ สวนริมทะเลโมโมจิ และย่านนากาสุที่คึกคัก พร้อมชิมเมนไทโกะ (ไข่ปลาค็อดรสเผ็ด) และมตสึนาเบะ (หม้อไฟไส้วัว) หรือจะไปปักกิ่ง ประเทศจีน เพื่อชมพระราชวังต้องห้ามและกำแพงเมืองจีน พร้อมลิ้มลองเป็ดปักกิ่ง รวมถึงเซี่ยงไฮ้ จุดหมายปลายทางที่น่าประทับใจ ด้วยเส้นขอบฟ้าริมแม่น้ำหวงผู่ สวนโบราณ และเดอะบันด์อันโด่งดัง หรือบินไปไทเป ที่ตั้งของตึกไทเป 101 ตลาดกลางคืนซื่อหลิน และเมืองบนเนินเขาที่สวยงามอย่างจิ่วเฟิ่น เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังมีจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากมายทั่วประเทศไทยและเอเชีย จองเลยตอนนี้เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและเริ่มวางแผนการเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง

เวียตเจ็ทไทยแลนด์คว้ารางวัล “สายการบินโลว์คอสต์ที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2567” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร และรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดแห่งปี 2567” จากนิตยสาร International Finance เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยึดมั่นในค่านิยมหลัก คือ ‘ความสนุกสนานและเป็นมิตร’ ควบคู่กับ ‘ความปลอดภัย’ ‘ความตรงต่อเวลา’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม ไทเป กัมพูชา อินเดีย และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

-(016)

Vinexposium เผย 4 เมืองสำคัญของเอเชียคืออนาคตอุตสาหกรรมไวน์โลก ลุยจัดโรดโชว์ Vinexpo Asia 2025 ที่สิงคโปร์

Vinexposium เผย 4 เมืองสำคัญของเอเชียคืออนาคตอุตสาหกรรมไวน์โลก ลุยจัดโรดโชว์ Vinexpo Asia 2025 ที่สิงคโปร์

Vinexposium เผย 4 เมืองสำคัญของเอเชียคืออนาคตอุตสาหกรรมไวน์โลก ลุยจัดโรดโชว์ Vinexpo Asia 2025 ที่สิงคโปร์

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.16 น.

Vinexposium ผู้นำระดับโลกด้านการจัดงานแสดงสินค้าไวน์และสุรา จัดกิจกรรมโรดโชว์ Vinexpo Asia 2025 ใน 4 ประเทศเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ ไทย กัวลาลัมเปอร์และเซี่ยงไฮ้ เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมไวน์ในภูมิภาคดังกล่าว เน้นย้ำว่า “เอเชียคือตลาดใหม่ ที่กำลังจะกลายเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมไวน์โลก

 งานดังกล่าว รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับภูมิภาคและผู้นำทางความคิด เพื่อร่วมกันสำรวจการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมไวน์และสุราระดับโลก มีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภาษี, พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค, ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหรือมีแอลกอฮอล์ต่ำ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการผลิตไวน์

Rodolphe Lameyse ซีอีโอของ Vinexposium กล่าวว่า “Vinexpo Asia สะท้อนชัดว่า เอเชียคือตลาดแห่งโอกาสที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับอุตสาหกรรมไวน์และสุรา ขณะที่ตลาดทั่วโลกกำลังผันผวน พฤติกรรมการดื่มของผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปจากหลาย ๆ ปัจจัย ดังนั้นก่อนการจัดงานใหญ่ที่สิงคโปร์ Vinexposium จึงอยากให้ข้อมูลเชิงกลยุทธิ์สำหรับมืออาชีพที่ต้องการเข้าใจตลาดเอเชียให้ดียิ่งขึ้น เพื่อวางแผนรุกขยายตลาดสู่เอเชียได้เป็นผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น

Vinexposium ยังให้ข้อมูลอีกว่า เอเชียคือศูนย์กลางการเติบโตที่ทั่วโลกจับตามอง ด้วยประชากรกว่า 4.8 พันล้านคน คิดเป็น 60% ของประชากรโลก และชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เอเชียจึงกลายเป็นภูมิภาคที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของตลาดไวน์โลก โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งมีประชากร 677 ล้านคน แต่มี GDP หรือการบริโภคผลิตภัณฑ์รวมกว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 ซึ่งถือว่าสูงมาก

ไทย อินเดีย เวียดนาม เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ ประเทศไทยลดภาษีนำเข้าไวน์เหลือ 0% และภาษีสรรพสามิตเหลือเพียง 5% ส่งผลให้ราคาลดลง กระตุ้นการบริโภคไวน์ทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหาร พร้อมขยับเข้าสู่กลุ่มพรีเมียม เช่น แชมเปญและวิสกี้ ขณะที่อินเดียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและจำนวนชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ สร้างโอกาสสำหรับไวน์พรีเมียม ส่วนเวียดนามแม้มีแผนจะขึ้นภาษีไวน์ในปี 2030 แต่ในปี 2022 นำเข้าไวน์มูลค่ากว่า 35 ล้านดอลลาร์จากหลายประเทศชั้นนำ จึงยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตามอง

ส่วนตลาดที่เติบโตเต็มที่อย่างจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัด จีนฟื้นตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมูลค่านำเข้าในปี 2024 อยู่ที่ 1.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่การบริโภคเปลี่ยนจากของขวัญเป็นการดื่มส่วนตัว ไวน์ขาวโดยเฉพาะ Riesling และ Sauvignon Blanc จากนิวซีแลนด์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เกาหลีใต้ แม้ตัวเลขจะหดตัวจากปี 2023 แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนโควิดถึง 47.1% สะท้อนศักยภาพในระยะยาว

สำหรับฮ่องกง แม้มูลค่านำเข้าลดลงถึง 61.01% จากปี 2021 เพราะผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปดื่มในเซินเจิ้นและกว่างโจวที่มีต้นทุนต่ำกว่า แต่ฮ่องกงก็ยังเป็นศูนย์กลางการประมูลไวน์ระดับโลก และมีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูงที่สุดตามข้อมูลของ Vivino

สำหรับงาน Vinexpo Asia 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2025 จะเปิดตัวรายงานพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง YouGov และ Sinowine Ltd. เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค ความถี่ในการบริโภคไวน์แดง–ไวน์ขาว และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภคในประเทศสำคัญอย่างไทย ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และเขต Greater Bay

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว “Voice of the Industry” ครั้งที่ 2 ซึ่งรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด และกลยุทธ์ที่กำหนดอนาคตของไวน์และสุราในเอเชีย พร้อมเปิดตัวโปรแกรม Vinexpo Academy ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มสำคัญของตลาด และเซสชันแบ่งปันความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ

ดังนั้นงาน Vinexpo Asia 2025 ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นที่สิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ คือเวทีสำคัญในการวางแผนธุรกิจไวน์ในเอเชีย อัดแน่นไปด้วยการหารือเชิงลึก การประชุมทางธุรกิจ และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดไวน์และสุรา ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

หากสนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับบัตรเข้าชมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ vinexpoasia.com และสามารถชมภาพบรรยากาศงาน Vinexpo Asia 2566 ซึ่งจัดที่สิงคโปร์ ได้ที่   Vinexpo Asia 2023 Gallery หรือติดต่อตัวแทน VINEXPOSIUM ในประเทศไทย โปรโมซงลงส์ / หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย ติดต่อคุณบุญยอร แซ่เจี่ย โทร 02 650 9613 ต่อ 140 อีเมล์ promosalons@francothaicc.com

-(016)

รู้จัก! ยา ‘เหลียนฮัว ชิงเวิน’ หลัง อย. อนุมัติเป็นยาบรรเทากลุ่มอาการโควิดในไทย

รู้จัก! ยา  ‘เหลียนฮัว ชิงเวิน’ หลัง อย. อนุมัติเป็นยาบรรเทากลุ่มอาการโควิดในไทย

รู้จัก! ยา ‘เหลียนฮัว ชิงเวิน’ หลัง อย. อนุมัติเป็นยาบรรเทากลุ่มอาการโควิดในไทย

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค ชี้ชัดว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการระบาดระลอกใหม่ที่น่าวิตกอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (4–10 พฤษภาคม 68) พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 12,543 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 1,791 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 6 รายในสัปดาห์เดียว โดยสายพันธุ์โอมิ-ครอน JN.1 ที่กำลังระบาดขณะนี้มีอัตราการแพร่กระจายสูง ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากเริ่มแสดงอาการพร้อมกัน ทั้งไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย และบางรายมีอาการทรุดอย่างรวดเร็ว ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งเริ่มกลับมารับมือกับสถานการณ์อีกครั้ง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่ากังวลนี้ ยังมีข่าวดีด้านการรักษา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติให้ เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูล เพิ่มข้อบ่งใช้สำหรับบรรเทากลุ่มอาการจากโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในระดับน้อยถึงปานกลางอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งสามารถใช้บรรเทากลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลีย และลดการเกิดโรคที่รุนแรง นอกจากนี้ เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูลยังได้รับการอนุมัติเพิ่มข้อบ่งใช้ให้ใช้กับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น ปอดอักเสบจากไวรัส ไซนัสอักเสบเรื้อรัง และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในระยะกำเริบ ทำให้เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูลกลายเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรตัวแรกในประเทศไทยที่มีข้อบ่งใช้ครอบคลุมถึง 6 โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

น.ส.สุภาภรณ์ แซ่จาง กรรมการผู้จัดการบริษัท เอินเวย์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูลเป็นทางเลือกแบบ All-In-One สำหรับการดูแลระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 ช่วยลดความสับสนในการเลือกใช้ยาโดยเฉพาะในช่วงที่โรคระบาดกลับมาอีกครั้ง” ในช่วงที่ไวรัสกำลังระบาดซ้ำอย่างไม่คาดคิด ประชาชนควรกลับมาดูแลและป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัดอีกครั้ง หากเริ่มมีอาการ เจ็บคอ ไข้ หรือไอ ควรใส่ใจแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามหรือทรุดตัวลง เหลียนฮัว ชิงเวิน แคปซูล มีจำหน่ายตามร้านขายยาชั้นนำ เช่น แผนกยาของร้านวัตสัน เอ็กซ์ต้าพลัส เฮลธ์อัพ ไอแคร์ ฟาร์แมกซ์ และเซฟดรัก

Link : https://www.enweigroup.co.th/ข่าวสารกิจกรรม/50th-conference-infectious-disease-association-of-thailand/

Pain Focus ‘มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม’

Pain Focus  ‘มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม’

Pain Focus ‘มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.12 น.

ความปวด (Pain) คือ ประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน มักเกิดร่วมกับการบาดเจ็บ ความปวดมีหลายประเภท อาทิ ความปวดเฉียบพลัน ความปวดเรื้อรัง ความเจ็บปวดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายหรืออักเสบ ความปวดจากมะเร็ง เป็นต้น แน่นอนว่าไม่มีใครอยากพบเจอกับความปวด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องมีการรักษาหรือการจัดการอาการปวดอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเจ็บปวด ลดภาวะเครียดของร่างกายและจิตใจ เป็นการป้องกันและลดผลเสียที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพระยะยาว เพราะหากมีอาการปวดแล้วปล่อยเอาไว้ อาจกลายเป็นความปวดเรื้อรังและบั่นทอนคุณภาพชีวิต รวมถึงส่งผลกระทบด้านการงานของผู้ป่วยได้

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ ซึ่งมีพันธกิจในด้านบริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพแก่สังคม โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานหลักในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน มุ่งส่งเสริมความรู้และการดูแลเชิงป้องกัน ทั้ง นี้เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกการแพทย์บูรณาการ คลินิกระงับปวด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และฝ่ายสื่อสารองค์กรจึงได้บูรณาการร่วมกันจัดกิจกรรม PAIN FOCUS “มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม” โดยมี รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย นพ.เติมพงศ์ พ่อค้า ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับวิสัญญีแพทย์และสหสาขาวิชาชีพ นำทีมโดย นพ.อนุพันธุ์ ตันธนาธิป หัวหน้างานเวชศาสตร์ฟื้นฟู, นพ.ชัยสิทธิ ดรุณสนธยา แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู, พญ.ภาวิดา เหราบัตย์, นพ.ประธีป เลิศมงคลอักษร วิสัญญีแพทย์ อนุสาขาระงับปวด, นพ.ชินภัทร ไพรวัฒนานุพันธ์ แพทย์เฉพาะทางด้านเวช ศาสตร์ฟื้นฟู,ภูวศิษฐ์ อาดำ แพทย์แผนไทย,ไปรลิดา ขาวจิตร แพทย์แผนจีน,ชวนก ธนะสุพรรณ นักกายภาพบำบัด, อนุชา แสงอ่อน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา, เจนจิรา ไชยาแจ่ม นักกิจกรรมบำบัด, ปิยมน สิโนทก นักกายอุปกรณ์ พร้อมทีมผู้บริหาร แพทย์และพยาบาล คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เข้าร่วมพิธีเปิด โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องประชุม Convention Hall ชั้น 6 อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

รศ.นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ มีพันธกิจในด้านบริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพแก่สังคม โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานหลักในการให้บริ การรักษาพยาบาลแก่ประชาชน เรามุ่งส่งเสริมความรู้และการดูแลเชิงป้องกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจวินิจฉัยและการรักษาการดูแลฟื้นฟูพัฒนาสมรรถภาพทางกาย และการเคลื่อนไหวผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านกล้ามเนื้อข้อต่อ, ด้านระบบประสาท, ฟื้นฟูผู้ป่วยก่อน-หลัง การผ่าตัด, กายภาพบำบัดลดอาการปวด, การรักษาด้วยกายอุปกรณ์เทียม-อุปกรณ์เสริม, วิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย อีกทั้ง การให้บริการตรวจรักษาด้านการแพทย์บูรณาการแผนไทย-แผนจีน โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้น ฟูและการแพทย์บูรณาการตลอดจนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม ตามพระปณิธานของ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และองค์ประธานผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ด้วยเหตุนี้ คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ฯ จึงได้จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพด้านกลุ่มโรคเวชศาสตร์ฟื้นฟู และการแพทย์บูรณาการ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด Pain Focus “มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม” เพื่อให้บริการวิชาการความรู้แก่ผู้ป่วยในด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และการแพทย์บูรณาการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ ความเข้าใจ พร้อมทั้งวิธีการ บรรเทาอาการปวด อีกทั้งยังร่วมดูแลรักษาสุขภาพในเชิงป้องกันโดยมุ่งหวังในการลดอัตราการเจ็บปวดเรื้อรัง ให้ประชาชนไทยมีสุขภาพดี”

กิจกรรมเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 จัดเสวนาและสาธิตการออกกำลังกายลดปวด เริ่มด้วยเวทีเสวนา Pain Focus  “มหกรรมลดปวด เข้าถึงทุกความปวด ด้วยนวัตกรรมการรักษาแบบองค์รวม” นำทีมโดย แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ วิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้ความรู้ ในหัวข้อ บทบาทของเวชศาสตร์ฟื้นฟูในระบบสาธารณสุข โดย นพ.อนุพันธุ์ ตันธนาธิป หัวหน้างานเวชศาสตร์ฟื้นฟู หัวข้อรวมพลังนวัตกรรมผสานศาสตร์สุขภาพ ฟื้นฟูทะลุมิติ โดย นพ.ชัยสิทธิ ดรุณสนธยา แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมด้วยวิสัญญีแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

นพ.อนุพันธุ์ ตันธนาธิป กล่าวว่า “เวชศาสตร์ฟื้นฟู เป็นสาขาหนึ่งทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้ป่วยให้กลับมาแข็งแรงหรือใกล้เคียงกับสภาพเดิมมากที่สุด ซึ่งกลุ่มคนไข้มีหลายประเภทส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยที่มีความบกพร่องในการใช้ชีวิตเช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง  ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การฟื้นฟูผู้ป่วยกลุ่มนี้จะอาศัยทีมสหสาขาร่วมกันดูแลผู้ป่วย ทีมสหสาขาประกอบด้วย แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักอรรถบำบัด นักกายอุปกรณ์ นักวิทยา ศาสตร์การกีฬา ส่วนงานอีกด้านของเวชศาสตร์ฟื้นฟู คือการรักษาโรคที่มีอาการปวด เช่น ออฟฟิศซินโดรม ข้อเข่าเสื่อม หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นโดยการรักษาอาการปวดทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูเริ่มต้นตั้งแต่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การออกกำลังกาย การใช้ยา การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด  การทำหัตถการ แพทย์  การฝังเข็ม การฉีดยา เป็นต้น”

ด้าน นพ.ชัยสิทธิ ดรุณสนธยา กล่าวถึงเทคโนโลยีใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อลดปวดและกระตุ้นทางซ่อมแซมเนื้อเยื่อว่า “มีการใช้เทคโนโล ยีใช้คลื่นเสียงความถี่สูง Ultrasound therapy ปล่อยคลื่นความถี่ลึกลงไปที่ระดับกล้ามเนื้อ กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพิ่มการไหลเวียนเลือด เหมาะในกลุ่มปวดกล้ามเนื้อปวดข้อตามร่างกาย  เทคโนโลยีใช้ความร้อน Shortwave Diathermy ใช้คลื่นแม่เหล็กปล่อยความร้อนลึก ลดอาการปวดและการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนเลือดเหมาะในกลุ่มปวดตึงกล้ามเนื้อที่มีบริเวณกว้าง Paraffin wax ใช้พาราฟินเป็นตัวกลางนำความร้อนเข้าสู่เนื้อเยื่อ ลดอาการปวด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด เหมาะในกลุ่มปวดข้อนิ้วมือข้อมือ ส่วนเทคโนโลยีแรงกล Traction therapy ใช้แรงดึงเพื่อยืดกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้เกิดการคลายตัวลดอาการกดทับเส้นประสาท เหมาะในกลุ่มปวดคอและหลัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน ใช้เทคโนโลยีคลื่นกระแทกพลังงานสูง Shockwave therapy ปล่อยคลื่นกระแทก ทำให้เกิดการบาดเจ็บเล็กน้อย เพื่อกระตุ้นร่างกายซ่อมแซมและสร้างหลอดเลือดใหม่ของเนื้อเยื่อ ลดจากอาการปวดเรื้อรัง มีทั้งแบบ focused และ radial เหมาะสำหรับในกลุ่มอาการปวดจากเส้นเอ็นอักเสบ รองช้ำ และปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง ส่วนเทคโนโลยีแสงเลเซอร์พลังงานสูง High power laser therapy ปล่อยแสงลงลึกระดับเซลล์ เพิ่มพลังงานแก่เซลล์กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเส้นประสาท ลดอาการปวด บวม อักเสบ เหมาะในกลุ่มปวดได้หลากหลายตั้งแต่ระยะเฉียบพลัน ปวดจากอุบัติเหตุ ปวดจากปลายประสาทอักเสบไปจนถึงปวดเรื้อรัง เทคโนโลยีการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า Transelectircal stimulation therapy คลื่นกระแสไฟฟ้ายับยั้งการทำงานผิดปกติของระบบประสาท เหมาะสำหรับกลุ่มปวดปลายประสาท ปลายประสาทอัก เสบ  เทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า Peripheral Magnetic ปล่อยสนามแม่เหล็กกระตุ้นเส้นประสาทและเนื้อเยื่อในระดับลึก ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นประสาทฟื้นตัวและคลายตัว เหมาะในกลุ่มปวดกล้ามเนื้อและเส้นประสาท Transcranial magnetic stimulation therapy ปล่อยสนามพลังแม่เหล็กไปยังบริเวณสมอง ส่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการหลั่งสารสื่อประสาทในสมองทำให้ลดอาการปวด เหมาะในกลุ่มอาการปวดจากระบบประสาทและสมองส่วนเทคนิคการฝังเข็มแผนตะวันตก Dry needling เป็นการนำเข็มไปสะกิดปมกล้ามเนื้อที่เป็นก้อนแข็งให้คลายออกทันที ส่งผลให้ลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดตึงจากกล้ามเนื้อ หรือออฟฟิศซินโดรม และเทคโนโลยีการใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ในการหาตำแหน่งจุดปวด Ultrasound guided injection เพื่อใช้ฉีดยาระงับปวดได้อย่างแม่นยำและมีผลข้างเคียงน้อย”

ปิดท้ายของวันด้วยการเสวนาหัวข้อ การจัดการความเจ็บปวดอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยวิสัญญีแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังและเฉียบพลัน โดย พญ.ภาวิดา เหราบัตย์ และ นพ.ประธีป เลิศมงคลอักษร วิสัญญีแพทย์ อนุสาขาระงับปวด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ การบำบัดความปวดมีบทบาทอย่างไรในการดูแลรักษาผู้ป่วย อาการปวดเป็นอาการที่พบบ่อยได้ในผู้ป่วยทุกราย สาเหตุที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดแตกต่างกันออกไป อาการปวดเหล่านั้น ทำให้เกิดผลเสียทั้งทางด้านร่างกายและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ยังมีผลกระทบวงกว้างไปจนถึงญาติและการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย จึงเกิดคลินิกระงับปวดขึ้น เพื่อช่วยดูแลรักษาให้คำปรึกษา โดยวิสัญญีแพทย์ อนุสาขาระงับปวด โดยจุดประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นลดอาการเจ็บปวด จากสาเหตุต่างๆ เช่น จากกระดูกสันหลังตีบแคบ อาการปวดจากโรคมะเร็ง โดย วิธีการต่างๆ เช่น การใช้ยา และการทำหัตถการระงับปวดเป็นต้น การฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยร่วมดูแลรักษาร่วมกัน เช่น การทำกายภาพบำบัด การแก้ไขสาเหตุของอาการเจ็บปวด เพื่อให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ ลดภาวะแทรกซ้อนอันเกิดจากอาการปวด เช่น ภาวะปอดแฟบ ในคนไข้หลังผ่าตัด การระงับปวดที่มีประสิทธิภาพ ก็จะลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ช่วยรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด หรือบรรเทาอาการปวดแก่คนไข้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ จากหัตถการระงับปวด นอกจากนี้ ในกิจกรรมยังจัดให้มีกิจกรรมสาธิตการออกกำลังกายลดปวด โดยทีมกายภาพบำบัดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อีกด้วย

นอกจากนี้ จัดให้มีบูธการแพทย์บูรณาการ ทั้งแพทย์แผนไทย มีการนวดลูกประคบและพอกยา ส่วนแพทย์แผนจีนจัดให้มีการฝังเข็ม นอกจากนี้ยังมีบูธกายภาพบำบัด บริการกายภาพบำบัดด้วยเครื่องกายภาพ PMS ช่วยรักษากลุ่มที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หรือจากโรคออฟฟิศซินโดรม บูธกิจกรรมบำบัด บริการวัดความแข็งแรงและความคล่องแคล่วของมือ และแนะนำการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมือ บูธวิทยาศาสตร์การกีฬา วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย และแนะนำการออกกำลังกาย  บูธกายอุปกรณ์ : ตรวจการลงน้ำหนักฝ่าเท้า foot pressure และแนะนำการเลือกรองเท้าโดยจะใช้เครื่อง P-walk ในการตรวจและบูธแสดงผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดจากพันธมิตรต่างๆ

ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกการแพทย์บูรณาการ คลินิกระงับปวด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมบรรเทาและดูแลรักษาอาการปวด Pain Service Out Patient Department รับตรวจดูแลผู้ป่วยนอก ที่มีอาการปวดจากโรคมะเร็งและอาการปวดอื่นๆ เช่น อาการปวดเข่า หลัง เรื้อรังรับให้คำปรึกษา จากแผนกต่างๆ ให้บริการ ณ ชั้น 2 อาคารอัครราชกุมารี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เวลาทำการ วันจันทร์ วันอังคาร และวันพฤหัสบดี เวลา 13.00น.-16.00น. (รับเฉพาะในรายที่มีแพทย์เจ้าของไข้ส่งต่อการรักษา)

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู คลินิกการแพทย์บูรณาการ คลินิกระงับปวด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  โทรศัพท์ 0 2765 5700 หรือ 0 2576 6000 ต่อ 5018, 5019 หรืออัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพสามารถแอดเพิ่มเพื่อนกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิท ยาลัยจุฬาภรณ์ ทางไลน์ออฟฟิเชียลแอ็กเคานต์ (@chulabhornhospital) พร้อมทั้งกด LIKE กด share facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และกด subscribe ช่อง youtube ซีอาร์เอจุฬาภรณ์แชนแนล ส่วนผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษาหรือ HN เพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN  HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store ได้แล้ววันนี้

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

ภัยเงียบ ‘หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท’ รักษาไม่ตรงจุดเสี่ยงพิการ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเผย หากมีอาการปวดคอ ร่วมกับอาการปวดร้าวลงแขน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เร่งพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัย รักษาช้า ไม่ตรงจุด เสี่ยงพิการถาวร

นายแพทย์ ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ เผยว่า โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกระดับคอมีการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งปกติ และทำให้เกิดการกดเบียดเส้นประสาท หมอนรองกระดูกคอมีโอกาสเสื่อมก่อนวัยได้ จากการใช้งานคอหนักๆ ทั้งการก้มเงยแบบสุดๆ หรือการโยกคอแรงๆ หรือการก้มหน้าทำงานในยุคปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นการใช้งานหมอนรองกระดูกคออย่างหนักทั้งสิ้น

หากคุณรู้สึกตึงๆ ที่หลังคอ ปวดหัวบริเวณท้ายทอย ปวดที่บริเวณสะบักร้าวลงแขน ชาที่นิ้วมือ หรือปวดเหมือนไฟฟ้าช็อต มืออ่อนแรงติดกระดุมไม่ได้ ทานยามานานเกินกว่า 1 เดือน แล้วไม่หาย นี่คือสัญญาณเสี่ยงของโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หากปล่อยให้เกิดการกดทับไว้นานเท่าไหร่ จะทำให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของแขนและเสียการทรงตัวได้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และประเมินหาแนวทางรักษา

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เกิดจากอุบัติเหตุการกระแทกรุนแรง หรือ  เกิดจากการเดิน ยืน นั่ง ที่ผิดท่า หรือการเล่นกีฬาผิดวิธี การนั่งทำงานหรือก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งการก้มเงยศีรษะ หัน หรือ บิดคออย่างรวดเร็วรุนแรง จะทำให้เกิดแรงกดไปยังหมอนรองกระดูกคอมากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกคอต้องรับน้ำหนักมาก และเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย

สำหรับการวินิจฉัย หากอาการไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยานานกว่า 1 เดือน แพทย์จะตรวจร่างกาย ตรวจคอและระบบประสาทส่วนคอ ร่วมกับการวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยการทำ X-RAY ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้แพทย์จะตรวจระบบประสาทส่วนคอด้วยการทำ X-ray ร่วมกับการทำ MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

แนวทางการรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ปัจจุบันมีเครื่องมือการรักษาที่ทันสมัยและช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.อาการไม่รุนแรงมาก อันดับแรกหากมีอาการปวดให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ถ้าปรับแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะใช้ยาแก้ปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาการอาจจะดีขึ้นตามลำดับภายในไม่กี่สัปดาห์

2.ผู้ป่วยที่มีข้อบงชี้ในการรักษาด้วยการผ่าตัด ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง หรือ ปวดต้นคอท้ายทอย มานาน รักษาแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขน ชาหรืออ่อนแรง ที่มือและแขน ที่เกิดจากการกดทับเส้นประสาท หรือ ไขสันหลังส่วนคอ

การผ่าตัดมีหลายวิธี แต่วิธีใหม่แบบ Minimally lnvasive Spine Surgery หรือ MIS Spine คือ แพทย์จะทำการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอทางด้านหลัง ด้วยเทคนิค PSCD (Percutaneous Stenoscopic Cervical Decompression) เพื่อขยายช่องกระดูกสันหลังส่วนคอ และทำการนำกล้องเอ็นโดสโคป ที่มีความละเอียดสูงเข้าไปในช่องว่างภายในกระดูกคอเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออกมา และขยายโพรงเส้นประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ลดการกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วผู้ป่วย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการผ่าตัด ของแพทย์เพื่อการหายอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดหมอนกระดูกสันหลังส่วนคอ ด้วยเทคนิคแบบ PSCD ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นจึงต้องใช้ความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางควบคู่ในการรักษาผู้ป่วยทำให้ไม่เป็นที่แพร่หลาย และจะพบได้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางที่รักษาโรคกระดูกสันหลังโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โทร. 02 034 0808