โลตัส เปิดแคมเปญ “Good Vibes Everyday” ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์ตลอดปี 2568

โลตัส เปิดแคมเปญ “Good Vibes Everyday”  ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์ตลอดปี 2568

โลตัส เปิดแคมเปญ “Good Vibes Everyday” ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์ตลอดปี 2568

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.20 น.

โลตัส เอาใจสาวกดิสนีย์ ร่วมกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Vibes Everyday” ให้นักช้อปได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ลายลิขสิทธิ์แท้จากวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งของใช้ในบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาสุดคุ้ม รวมถึงสินค้าใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมภาพยนตร์ดิสนีย์ที่จะทยอยเปิดตัวออกมาตลอดทั้งปี อาทิ คอลเลกชันซัมเมอร์และ Back to School ในธีมสติทช์ ซึ่งสร้างกระแสต้อนรับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน “Lilo & Stitch” (ลีโล & สติทช์) ที่ทุกคนต่างตั้งตารอที่มีกำหนดฉายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โลตัสสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอสินค้าดีไซน์น่ารักคาแรกเตอร์ดิสนีย์ที่หลากหลาย ทั้งของใช้ในบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาสุดคุ้ม ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยยอดขายที่เติบโต “เราจึงมุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือกับดิสนีย์สร้างสรรค์ความสุขให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ผ่านแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดปี 2568 ซึ่งจะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผสานดีไซน์ทันสมัย สวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนคุณภาพดีเยี่ยมในราคาสุดคุ้ม ในขณะเดียวกัน เรายังมอบประสบการณ์ชอปปิงที่น่าประทับใจและโดดเด่นให้กับลูกค้าโลตัสและคนรุ่นใหม่อีกด้วย”

ในปี 2568 นี้ ลูกค้าโลตัสจะได้พบกับสินค้าคุณภาพดี ดีไซน์ทันสมัยหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์นักชอปทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่สินค้าไลฟ์สไตล์ที่เป็นของใช้ในบ้านจากแบรนด์ Momento เสื้อผ้าแฟชันสุดอินเทรนด์สำหรับเด็กยุคใหม่และวัยรุ่นเจนซีจากแบรนด์ MeStyle ตลอดจนสินค้าตามฤดูกาลดีไซน์พิเศษ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และไลฟ์สไตล์ยอดนิยมรุ่นใหม่ ไปจนถึงสินค้าธีมภาพยนตร์ดิสนีย์สุดสนุกในราคาคุ้มค่า โดยวางจำหน่ายที่โลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ

ในขณะที่กลุ่มลูกค้าเจนซีมีบทบาทมากขึ้น โลตัสจึงมุ่งสร้างสรรค์สินค้าให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมองหาความทันสมัย ความโดดเด่น ซอฟต์พาวเวอร์ และความเอ็กซ์คลูซีฟ โดยโลตัสจึงพยายามหาแนวทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับดิสนีย์ ออกคอลเลกชันใหม่ๆ ที่มีชีวิตชีวาและโดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อมอบความสุขและความรู้สึกดีๆ ให้กับประสบการณ์การชอปปิงของลูกค้าโลตัส ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ในการชอปสินค้าดิสนีย์ที่โลตัส เราได้จัดกิจกรรมการตลาดสนุกๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟมากมายตลอดทั้งปี ให้ทุกคนได้เก็บภาพสวยๆ และเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งภายในห้างและนอกสถานที่ และออนไลน์ โดยทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมเหล่านี้ได้ อาทิ กิจกรรม “Mickey & Friends Elephant Pants Tuk Tuk on Tour” ณ จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วไทย และกิจกรรมออนไลน์ อย่าง Stitch Dance Challenge

โลตัสพร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษและน่าตื่นเต้นมากมาย ได้แก่ ลูกค้าโลตัสจะเป็นนักชอปกลุ่มแรกในโลกที่มีโอกาสเลือกซื้อกางเกงช้างลายมิคกี้ เมาส์ จาก MeStyle ซึ่งเป็นคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับคาแรกเตอร์ มิคกี้ เมาส์ ไอคอนระดับโลกและเป็นที่ชื่นชอบที่สุดของคาแรกเตอร์ดิสนีย์ เพื่อตอบรับกระแสความนิยมของซอฟต์พาวเวอร์ไทย โดยคอลเลกชันดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของโลตัสในการนำเสนอสินค้าดีไซน์ใหม่ สนุก ทันสมัย ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมคุณภาพและราคาที่คุ้มค่า และยังเป็นที่ถูกใจของลูกค้า Gen Z ตลอดจนนักท่องเที่ยว พร้อมมุ่งสู่การเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ สำหรับนักชอปที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าธีมดิสนีย์ในประเทศไทย

นอกจากนี้ เตรียมพบกับสินค้าใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมภาพยนตร์ดิสนีย์ที่จะทยอยเปิดตัวออกมาตลอดทั้งปี อาทิ คอลเลกชันซัมเมอร์และ Back to School ในธีมสติทช์ ซึ่งสร้างกระแสต้อนรับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน “Lilo & Stitch” (ลีโล & สติทช์) ที่ทุกคนต่างตั้งตารอ และมีกำหนดฉายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

พบกับคอลเลกชัน “Good Vibes Everyday” ได้แล้ววันนี้ที่โลตัสทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมทั้งโซนดิสนีย์ ที่จะจัดขึ้นในพื้นที่โลตัส ทั้ง 11 สาขาที่กำหนด (รามอินทรา, ศรีนครินทร์, สุขุมวิท 50, นอร์ธ ราชพฤกษ์, ภูเก็ต, ถลาง, อยุธยา, บางนา, อุบลราชธานี, สระบุรี และพัทยา) หรือชอปสะดวกทางออนไลน์ได้ที่ http://www.lotuss.com, แอปพลิเคชัน Lotus’s SMART App และร้านโลตัสบนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568

โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook โลตัส https://www.facebook.com/lotussth และ TikTok @lotussthailand หรือค้นหาจากแฮชแท็ก #goodvibeseverydaylotuss

‘หมิว’ปาดน้ำตาได้รับโอกาสใหม่ พลิกชีวิต

'หมิว'ปาดน้ำตาได้รับโอกาสใหม่ พลิกชีวิต

‘หมิว’ปาดน้ำตาได้รับโอกาสใหม่ พลิกชีวิต

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.17 น.

หลังจากที่ “น้องหมิว” ออกมาโพสต์ร้องห่มร้องไห้ปริ่มจะขาดใจตาย ร่ำไห้ขอเงินคืน! เพราะเสียท่าโดนแก๊งค์มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน 3 แสนกว่าบาท จนหมดเนื้อหมดตัว เงินเก็บทั้งชีวิตที่มีหายเกลี้ยงวับไปกับตาภายใน 1 วัน พร้อมระบายเหตุการณ์สุดแสบของพวกแก๊งค์ต้มตุ๋น ครั้งแรกโอนเงินคืนเพื่อหลอกให้หลงกลและตายใจ ก่อนจะสรรหาสารพัดวิธีมาโน้มนาวใจหลอกตุ๋นจนเงินเกลี้ยงบัญชี ซึ่ง “สาวหมิว” ได้โพสต์คลิปร้องไห้และข้อความในเฟซบุ๊ค Migaron Jj ว่า

“ถ้าพี่เห็นคลิปหนู มันเป็นเงินก้อนเดียวแล้วก็สุดท้ายในชีวิตของหนู พี่รู้ไหมว่าที่พี่หลอกเงินหนูไป คืนนี้หนูอาจจะไปกระโดดน้ำตายก็ได้ หนูไม่เคยหลอกใคร ไม่เคยคิดอยากได้เงินใคร เงินทุกบาทหาด้วยน้ำพักน้ำแรง การอดนอนร่างกายพัง หมดทุกอย่างหนูโง่เอง ชีวิตหนูตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วค่ะ ถ้าพี่เมตตาเงินก้อนนี้ อาจจะไม่มากมายสำหรับใคร แต่มันเป็ฯทั้งชีวิตของหนู” หลังจากที่คลิปนี้ได้ถูกเผยแพร่ทางโซเชียล เพียงไม่กี่นาทีก็กลายเป็นไวรัล มีคนแห่มาคอมเม้นท์แสดงความสงสารเธอกันประเทศ บ้างก็ว่าเห็นใจ บ้างก็ว่าน่าสงสาร บ้างก็ส่งกำลังใจให้เธอสู้ต่อไปถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง

แต่ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่นอนมีตกต่ำสุดขีดก็ต้องมีพุ่งปี๊ดสุดยอดเช่นกัน เพราะ “ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ” คลิปร้องไห้ “สาวเสียท่าโดนมิจฉาชีพ หลอกโอนเงิน 3 แสน ร่ำไห้ขอเงินคืน” ของ “สาวหมิว” ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล หลังจากที่ทีมอาจารย์แพทย์ และคลินิก ED Clinic ได้เห็นคลิปดังกล่าวจึงรีบมอบโอกาสใหม่ “พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” เนรมิตทรงจมูกใหม่ แบบHybrid สโลปนิดหน่อย ปลายพุ่งคม พร้อมปรับโหวงเฮ้ง ให้รับทรัพย์ จะได้มีงานวิ่งชน มีเงินเข้ามา เรียกว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบสวยปัง ED Clinic จัดให้ฉ่ำๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ เงิน 3 แสนที่ “สาวหมิว” เสียไป จะได้กลับคืนมาเป็นร้อยเท่าพันเท่าและล่าสุดแอบได้ยินมาว่า “สาวหมิว” มีงานโปรโมท รีวิวสินค้า ทยอมส่งของมาให้รีวิวมากมาย เรียกว่าเป็นอีกเรื่องราวดีๆ ของคนไทย ที่พร้อมซัพพอร์ตและให้โอกาสกันและกันเสมอ จากนี้จมูกใหม่และชีวิตใหม่ของ “สาวหมิว” จะมีแต่คำว่า ปังและปังเท่านั้น!!!

‘อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล’ จัดเต็ม ฉลองเทศกาลแห่งความหลากหลายตลอด Pride Month

‘อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล’ จัดเต็ม ฉลองเทศกาลแห่งความหลากหลายตลอด Pride Month

‘อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล’ จัดเต็ม ฉลองเทศกาลแห่งความหลากหลายตลอด Pride Month

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ชวน,kร่วมฉลองเทศกาลแห่งความหลากหลาย ผู้เข้าพักจะได้สัมผัสบรรยากาศและสีสันของ Pride Month เมืองเชียงใหม่ได้อย่างใกล้ชิด พบกับบูธกิจกรรมพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษของ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ในงาน Pride Market และ Chiang Mai Pride Parade  พร้อมโปรโมชั่นอันหลากหลายและกิจกรรมสนุก ๆ ของห้องอาหาร อาทิ บุฟเฟ่ต์มื้อสายของห้องอาหาร เดอะ กาดลานนา ชมโชว์สุดลังการที่ หงส์ สกาย บาร์ และพลาดไม่ได้กับแพ็กเกจงานแต่งงานและข้อเสนอการเข้าพักสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ตลอดเดือนพฤษภาคม ฉลอง Pride Month กับ 2 กิจกรรม ได้แก่ Pride Market ตลาดนัดสุดคึกคัก ในวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ข้าวซอยไนท์มาร์เก็ต ซึ่งอยู่ข้างกับเชียงใหม่ไนท์บาซาร์ พบบูธของโรงแรม ที่นอกจากจะได้เพลินเพลินไปกับค็อกเทลสุดพิเศษเพื่องาน Pride โดยเฉพาะ เบียร์เย็นฉ่ำ เครื่องดื่มและขนมอร่อย ๆ มากมายแล้ว ยังจะได้รับบัตรกำนัลส่วนลดสุดคุ้ม ทั้งส่วนลด 25% สำหรับกิจกรรม Pride ที่จัดขึ้นที่ห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม ข้อเสนอห้องพักสุดพิเศษ และส่วนลด 30% สำหรับทรีตเมนต์สปาแบบอะลาคาร์ท

Chiang Mai Pride Parade ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นวันหลักของการเฉลิมฉลอง Pride Month ของเมืองเชียงใหม่ รับชมและสนุกสนานไปกับขบวนพาเหรด พร้อมนักเต้นคาร์นิวัลสุดตระการ ที่จะมาหยุดที่ อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ก่อนเคลื่อนตัวไปยังประตูท่าแพ ขณะเดียวกันทุกท่านจะได้อิ่มเอมไปกับเครื่องดื่มสุดสดชื่นและรับบัตรกำนัลส่วนลดจากบูธของโรงแรม

มิถุนายนเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง Pride Month ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ด้วย บุฟเฟต์มื้อสาย Bubbly Brunch ที่ห้องอาหาร เดอะ กาด ลานนา ยกขบวนอาหารทะเลสุดพรีเมียม คาร์เวียร์ ฟรัวกราส์ และแชมเปญมากมายให้เลือกสรร บุฟเฟต์มื้อสาย Bubbly Bruch ให้บริการในราคา 2,288++ บาทต่อท่าน พิเศษสำหรับท่านที่จองก่อนวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สามารถอิ่มอร่อยได้ในราคา 1,800 ++ บาทต่อท่าน สำหรับกลุ่ม 4 สามารถรับส่วนลดเพิ่มเติม โดยชำระเพียง 1,641++ บาทต่อท่าน เด็กอายุ 5 – 12 ปี ราคา 1,094++ บาทต่อท่าน เด็กเล็กอายุ 0 – 4 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถยกระดับของบุฟเฟต์มื้อสายด้วยแพ็กเกจเครื่องดื่มแบบไม่อั้น โดยมีแพ็กเกจต่าง ๆ ดังนี้ แพ็กเกจแชมเปญ Veuve Clicquot Yellow Label ราคา 3,750++ บาทต่อท่าน แพ็คเกจสปาร์กลิงไวน์ Chandon Brut ราคา 1,550++ บาทต่อท่าน แพ็กเกจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เสิร์ฟในห้องอาหาร ราคา 1,498++ บาทต่อท่าน และแพ็คเกจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 480++ บาทต่อท่าน

หงส์ สกาย บาร์ นับเป็นจุดหมายของการเฉลิมฉลอง ด้วยการตกแต่งที่มีกลิ่นอายของ Pride Party ชมการแสดงแดร็กโชว์ และเพลิดเพลินกับเซตดีเจแบบจัดเต็ม ได้ทุกคืนวันศุกร์และเสาร์ ตลอดเดือนมิถุนายน 2568 บัตรเข้างานจำหน่ายในราคาสุทธิ 550 บาท รวมสปาร์กลิงไวน์ ซิกเนเจอร์ค็อกเทลเพื่องาน Pride และสิทธิ์จับฉลากลุ้นรางวัลพิเศษ

ในวันที่ 7 มิถุนายน พบกิจกรรม Bar Takeover ที่เปิดเวทีให้เหล่ามิกโซโลจิสต์ชั้นนำของภูมิภาคได้แสดงฝีมือและสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความหลากหลาย โดยมีบาร์เทนเดอร์รับเชิญมากมาย อาทิ ใบเฟิร์น – ธัญชนก จาก อคีรา แมเนอร์ เชียงใหม่ ผู้คว้าตำแหน่งบาร์เทนเดอร์หญิงยอดเยี่ยมแห่งภาคเหนือ จาก ThaiBev ปี 2024 สุมารี ต้นกันยา จาก อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เจ้าของรางวัลอันดับ 3 ในการแข่งขัน Jameson Whisky Competition และ Makro Thailand Creative Drink Challenge 2024 อนุพงษ์ พรหมงาม จาก มีเลีย เชียงใหม่ ผู้เข้ารอบสุดท้าย Makro Thailand Creative Drink Challenge 2024 และรอบภูมิภาคของการแข่งขัน World Class Thailand 2025 และวีรพล เป็ดเขมา จาก อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล บาร์เทนเดอร์ผู้ติดอันดับ Top 20 World Class Thailand Best Bartenders ภาคเหนือ ปี 2018

นอกจากนี้  ยังจัดเต็มกับกิจกรรม  “Sunshine & Rainbows Pride Party” ในวันที่ 14 มิถุนายน เวลา 19.30 – เที่ยงคืน ที่ หงส์ สกาย บาร์ พบกับค่ำคืนสุดพิเศษที่อัดแน่นด้วยความสนุกและความหลากหลาย เริ่มจากเครื่องดื่มต้อนรับ เติมจังหวะสนุก ๆ กับเหล่าดีเจ รับชมโชว์แดร็กสุดอลังการ จับฉลากลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ และยังมีแพ็กเกจแชมเปญ Veuve Clicquot เมนูค็อกเทลและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง Pride Month ให้บริการ พร้อมอร่อยไปกับหอยนางรมสด อาหารทะเลที่หลากหลายและเมนูทาปาสแบบอะลาคาร์ท แพ็กเกจเพื่อคู่รัก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.ihg.com/intercontinental/hotels/us/en/chiang-mai/cnxwc/hoteldetail หรือโทร +66 (0) 52 090 998

Life & Health : นอนกรน..เสียงเตือนสัญญาณสุขภาพเริ่มเสื่อม

Life&Health : นอนกรน..เสียงเตือนสัญญาณสุขภาพเริ่มเสื่อม

Life&Health : นอนกรน..เสียงเตือนสัญญาณสุขภาพเริ่มเสื่อม

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนอาจคิดว่า “การนอนกรน” เป็นเพียงปัญหากวนใจเล็กน้อยที่ไม่ส่งผลร้ายแรง แต่ความจริงแล้ว เสียงกรนอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะ “หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น” (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ซึ่งอาจนำไปสู่โรคเรื้อรังร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงณัชชา อินทรกำแหง อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท ชำนาญการด้านการนอนหลับ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า การนอนกรนสามารถเกิดได้กับทุกคน โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ความเหนื่อยล้าสะสม การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน  น้ำหนักตัวเกิน ภาวะภูมิแพ้หรือคัดจมูก ทำให้หายใจลำบาก แม้อาการนอนกรนจะดูไม่รุนแรง แต่หากเกิดบ่อยและมีอาการร่วมอื่น ๆ อาจเป็นสัญญาณของ โรคหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งมักจะมีอาการหลับไม่สนิท ง่วงในเวลากลางวันทั้งๆที่ไม่ได้อดนอน ภาวะนี้มีสาเหตุมาจากอวัยวะทางเดินหายใจ เช่น จมูก ช่องคอ ลิ้นหรือผนังคอหอย เกิดความผิดปกติ จนส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ทำให้อากาศผ่านได้ลดลง หรือเกิดการอุดกั้น นำไปสู่การหยุดหายใจชั่วขณะ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก หากไม่รักษาอาจนำไปสู่การเป็นโรคทางหัวใจ และโรคอื่น ๆ ได้ โดยอาการที่เป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ คือ

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ
  • สะดุ้งตื่นกลางดึกเหมือนหายใจไม่ออก
  • ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกปากแห้ง เจ็บคอ
  • ปวดศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน
  • สมาธิและประสิทธิภาพการทำงานลดลง

แพทย์หญิงณัชชา อินทรกำแหง 

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อแยกว่าเป็นการนอนกรนประเภทใด และสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ว่า มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากหรือไม่และตรวจการหายใจที่สัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจและสมองขณะหลับ โดยมีรายละเอียดการตรวจดังนี้

  • การตรวจวัดคลื่นสมอง เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ และการตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ ว่าหลับได้สนิทแค่ไหน ประสิทธิภาพการนอน คลื่นสมองผิดปกติเช่นลมชักขณะหลับ
  • การตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับ เพื่อดูว่าหัวใจมีการเต้นผิดจังหวะที่อาจมีอันตรายได้หรือไม่
  • การตรวจวัดความอิ่มตัวของระดับออกซิเจนในเลือดแดงขณะหลับ เพื่อดูว่าร่างกายมีการขาดออกซิเจนหรือไม่ในขณะหลับ และหยุดหายใจหรือหายใจเบาหรือไม่
  • การตรวจวัดลมหายใจ ที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก และการตรวจวัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ใช้ในการหายใจ ดูว่ามีการหยุดหายใจหรือไม่ เป็นชนิดไหน ผิดปกติมากน้อยแค่ไหน
  • ตรวจเสียงกรน เพื่อดูว่ากรนจริงหรือไม่ กรนดังแค่ไหน กรนตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะนอนท่าไหน
  • การตรวจท่านอน ในแต่ละท่านอนมีการกรน หรือการหายใจผิดปกติแตกต่างกันอย่างไร

การทำ Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับชนิดมาตรฐาน (Standard PSG) ต้องทำในห้องปฏิบัติการนอนหลับ (Sleep laboratory) ควบคุมดูแลโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเฉพาะทาง เพราะการตรวจค่อนข้างซับซ้อน และมีการติดอุปกรณ์ตามร่างกายหลายอย่าง การตรวจชนิดนี้สามารถบอกได้ว่า คุณภาพในการนอนเป็นอย่างไร หลับได้ดีหรือสนิทหรือไม่ และมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นขณะนอนหลับ ถ้าพบว่ามีการหยุดหายใจบ่อย อาจจะต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ (CPAP) แล้วทำการปรับความดัน เพื่อให้ทราบค่าความดันที่เหมาะสมที่สุด ที่ใช้รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สำหรับการวินิจฉัยความผิดปกติขณะนอนหลับ จะทำการวัดตลอดทั้งคืน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาปกติของการหลับของคนทั่วไป ต้องมีแพทย์หรือเจ้าหน้าที่มีความชำนาญในการอ่านคลื่นสมอง ตรวจเช็กผลซ้ำอีกครั้งด้วยจึงจะเชื่อถือได้

แนวทางการรักษาหลังเข้ารับการตรวจ Sleep Test แล้วพบว่ามีความผิดปกติของภาวะนอนกรน แนะนำจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ เช่น ลดน้ำหนัก เปลี่ยนพฤติกรรมการนอน หลีกเลี่ยงการนอนหงายเพราะจะทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่าย หลีกเลี่ยงยาและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาแก้แพ้ เป็นต้น

สำหรับกรณีของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มีวิธีการรักษาได้หลายวิธีได้แก่

1.การใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP ซึ่งเป็นวิธีการรักษามาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 90-99%

2.การรักษาทางเลือกด้วยการผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย อาจช่วยแก้ไขการหยุดหายใจทำให้ไม่ต้องกลับไปใช้หรือลดการใช้เครื่อง CPAP ลงได้ ซึ่งการผ่าตัดปัจจุบันมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และโครงสร้างความผิดปกติของโครงหน้า จมูก และปากของแต่ละคน

3.การใส่อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral appliance) ช่วยดึงลิ้นและกรามบางส่วนมาข้างหน้า เพื่อลดการอุดกั้นของทางเดินหายใจขณะหลับ

อย่างไรก็ตามการนอนกรนที่เกิดบ่อยและมีอาการร่วม อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงโดยไม่รู้ตัว หากสังเกตอาการตัวเองหรือคนรอบข้างว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม เพราะ การรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อน และฟื้นฟูคุณภาพการนอนให้กลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมช่วยสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ผศ.(พิเศษ) ดร.เภสัชกร อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

Capgras syndrome โรคที่ทำให้คนใกล้ชิดกลายเป็นคนแปลกหน้า

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คุณเคยรู้สึกว่าคนใกล้ชิดของคุณดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดิมหรือไม่ อาจฟังดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่มีภาวะทางจิตเวชหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าคนใกล้ชิดของพวกเขาถูกแทนที่ด้วยคนอื่นที่มีรูปลักษณ์เหมือนกัน ภาวะนี้เรียกว่า แคปกร้าส์ ซินโดรม (Capgras syndrome)

แพทย์หญิงปัทมาพร ทองสุขดี จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า แคปกร้าส์ ซินโดรม (Capgras syndrome) เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่พบได้ยาก ผู้ป่วยที่มีอาการนี้จะมีความเชื่อว่าคนที่รู้จักหรือใกล้ชิด เช่น ครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน ถูกสลับตัวและกลายเป็น “คนอื่น” หรือเป็น “ตัวปลอม” ที่มีลักษณะและพฤติกรรมเหมือนกับคนรู้จักทุกอย่างแต่ผู้ป่วยจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่คนรู้จักหรือคนใกล้ชิดจริงๆ ส่งผลให้เกิดความสับสน ความไม่ไว้วางใจ และความวิตกกังวลอย่างรุนแรงในชีวิตประจำวัน

ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการเด่น ดังนี้  รู้สึกไม่ไว้วางใจและหวาดระแวง: ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่กับบุคคลที่ตนเชื่อว่าเป็นตัวปลอม

การปฏิเสธบุคคลใกล้ชิด:  แม้ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะพยายามยืนยันตัวตนอย่างไร ผู้ป่วยก็จะปฏิเสธและยืนยันว่าเป็นคนละคน

อารมณ์แปรปรวนและมีความรู้สึกไม่มั่นคง: ผู้ป่วยอาจรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล หรือเศร้าโศก เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในความรู้สึกได้

สาเหตุของแคปกร้าส์ ซินโดรม ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดแต่เชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางโครงสร้างและการทำงานของสมองหลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการจดจำ การรับรู้ใบหน้า อารมณ์ และอาจมีปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ ได้แก่ ภาวะสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์ , การบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง และความเครียดรุนแรงหรือการเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบการคิดและรับรู้

การรักษามักจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมอาการหลงผิดและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยมีวิธีการรักษา ดังนี้ การใช้ยา ยาที่ใช้ในการรักษาโรคจิตเภท เช่น ยาต้านจิตเวช อาจช่วยลดอาการหลงผิดและความวิตกกังวล โดยจิตแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและกำหนดวิธีการใช้ยาอย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

การบำบัดแบบ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) หรือการบำบัดด้านพฤติกรรมและความคิด สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีรับมือกับความคิดที่ผิดเพี้ยนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ทั้งนี้ การรักษาผู้ป่วยโรคแคปกร้าส์ ซินโดรมมักต้องใช้เวลาและการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นแคปกร้าส์ ซินโดรม ควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง

สายฟิตปักหมุดปรากฏการณ์ ‘กรุ๊ปฟิตเนส’ ครั้งใหญ่สุดในเอเชีย ‘The Ultimate Fitness Force 2025’ สไตล์เฟสติวัลสุดเร้าใจ

สายฟิตปักหมุดปรากฏการณ์ ‘กรุ๊ปฟิตเนส’ ครั้งใหญ่สุดในเอเชีย ‘The Ultimate Fitness Force 2025’ สไตล์เฟสติวัลสุดเร้าใจ

สายฟิตปักหมุดปรากฏการณ์ ‘กรุ๊ปฟิตเนส’ ครั้งใหญ่สุดในเอเชีย ‘The Ultimate Fitness Force 2025’ สไตล์เฟสติวัลสุดเร้าใจ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Fitness First Thailand, ICONSIAM และ Les Mills Asia Pacific ผนึกกำลังเปิดประสบการณ์สุดมันส์กับ “กรุ๊ปฟิสเนส” ครั้งยิ่งใหญ่ The Ultimate Fitness Force 2025  ตอกย้ำกระแส Group Fitness ที่มาแรงที่สุดแห่งปี เนรมิตพื้นที่ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM ให้เป็นพื้นที่แห่งการรวมพลคนรักการออกกำลังกาย โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7-8 มิถุนายน นี้ พร้อมเตรียมส่งเซอร์ไพรส์พลิกโฉมประสบการณ์ฟิตเนสกรุ๊ปแบบใหม่ ด้วยคลาสออกกำลังกายสุดมันส์จากเทรนเนอร์ระดับโลก และบรรยากาศสไตล์เฟสติวัลสุดเร้าใจ

ในยุคที่การดูแลสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คน การออกกำลังกายจึงไม่ได้ตอบโจทย์แค่การสร้างร่างกายที่แข็งแรงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังเป็นกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ หาเพื่อน และสะท้อนความเป็นตัวตนของคนรุ่นใหม่ ทำให้ ‘การออกกำลังกายแบบกรุ๊ปฟิตเนส’ (Group Fitness) กลายเป็นทางเลือกที่มาแรง เพราะได้ทั้งเบิร์นแคลอรี สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความสนุกไปกับเพื่อน ๆ ที่มีเป้าหมายและไลฟ์สไตล์แบบเดียวกัน 

“กรุ๊ปฟิตเนส” เทรนด์ออกกำลังมาแรง ตอบโจทย์คนยุคใหม่ การออกกำลังกายแบบกลุ่มมีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะการได้ออกแรงไปพร้อมๆ กับคนอื่น ช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังบวก กระตุ้นแรงบันดาลใจ สร้างความสนุก และทำให้เป้าหมายด้านสุขภาพกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น นอกจากนี้การมีเพื่อนร่วมทางยังช่วยให้การออกกำลังกายไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว พร้อมเพิ่มโอกาสในการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสุขภาพที่มีเป้าหมายเดียวกัน หรือพูดง่ายๆ คือ ได้ทั้งฟิต เฟรนด์ และไฟในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยกรุ๊ปฟิตเนสที่คนนิยมก็มีให้เลือกมากมายตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นคลาสเต้นแบบจังหวะเร้าใจ คลาส HIIT ที่ท้าทายขีดจำกัด คลาสปั่นจักรยานไฟฟ้าในสตูดิโอ หรือแม้แต่คลาสโยคะที่ช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ

กรุ๊ปฟิตเนส สร้างสุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจเฮลตี้ นอกจากประโยชน์ทางร่างกาย การออกกำลังกายแบบกลุ่มยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตใจได้เป็นอย่างดี   ลดความเครียดและความกดดัน รวมทั้งยังช่วยเสริมสร้างแรงผลักดันและกำลังใจดีๆ  ผ่านการแบ่งปันเป้าหมายและความสำเร็จร่วมกับผู้อื่น ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มในการรักษาความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายได้ดีกว่าการออกกำลังกายคนเดียว

 “กรุ๊ปฟิตเนส” แห่งปี The Ultimate Fitness Force 2025  ตอกย้ำกระแส Group Fitness ที่มาแรงที่สุดแห่งปี Fitness First Thailand, ICONSIAM และ Les Mills Asia Pacific ผนึกกำลังเปิดประสบการณ์สุดมันส์กับ กรุ๊ปฟิสเนส ครั้งยิ่งใหญ่ เนรมิตพื้นที่ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM ให้เป็นพื้นที่แห่งการรวมพลคนรักการออกกำลังกาย โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 7-8 มิถุนายน นี้ พร้อมเตรียมส่งเซอร์ไพรส์พลิกโฉมประสบการณ์ฟิตเนสกรุ๊ปแบบใหม่ ด้วยคลาสออกกำลังกายสุดมันส์จากเทรนเนอร์ระดับโลก และบรรยากาศสไตล์เฟสติวัลสุดเร้าใจ 

ครั้งแรกกับไลน์อัปคลาส Les Mills ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  รวมครบทุกคลาสยอดฮิต BODYPUMP, BODYSTEP, BODYCOMBAT, BODYJAM, RPM, LES MILLS DANCE, BODYBALANCE และการเปิดตัวครั้งแรกของ Les Mills Pilates! รวมทั้งหมด 13 คลาส ตลอด 2 วันเต็ม Red Hot Dance Ignition by Fitness First – ปล่อยพลังไปกับสเต็ปแดนซ์สไตล์ Pop, Hip-hop, House, Latin, Shuffle, K-Pop และ EDM ผสมความเซ็กซี่สุดเร้าใจ

พบกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เทรนเนอร์ และพรีเซ็นเตอร์ชั้นนำ   การรวมตัวของพรีเซนตอร์และเหล่าแอมบาสเดอร์ที่เป็นตำนานแห่งวงการจาก Les Mills พร้อมทีมเทรนเนอร์ระดับตัวท็อปจาก Fitness First ประเทศไทย อาทิ สายแดนซ์ โค้ชช้าง, โค้ชเคน สายโยคะ, โค้ชปุ๋ม,โค้ชซานฟรานสายคอมแบท โค้ชต๊ะ, โค้ชดอน, โค้ชเจมส์ หรือสายแข็งแบบบอดี้ปั้มพ์และจักรยาน โดยโค้ชต้น,           โค้ชปูนิ่ม, โค้ชเกรียง และ โค้ชอุดม เป็นต้น

เวทีสุดตระการตาแบบคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ  ออกสเต็ปแบบมันส์ถึงใจพร้อมด้วยระบบแสง สี เสียง และเทคนิคโปรดักชันสุดล้ำ

HYROX Physical Fitness Test  บททดสอบความฟิตในรูปแบบการแข่งขันระดับโลก ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกระดับความสามารถ พร้อมชวนทุกคนมาท้าทายตัวเองไปด้วยกัน

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมมหกรรมกรุ๊ปฟิตเนสระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย “The Ultimate Fitness Force 2025” สามารถซื้อบัตรได้แล้วทาง Eventpop (https://bit.ly/4iaas3T)  โดยราคาบัตรคลาสมาตรฐานเริ่มต้นที่ 900 บาทต่อเซสชัน พร้อมตัวเลือกพรีเมียม อาทิ สิทธิ์การเข้าพื้นที่ก่อนใครแบบ VIP และกิจกรรม Meet & Greet สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่ารอช้า! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ของคนรักสุขภาพนี้ไปด้วยกัน

รมย์รวินท์ คอสเมติก เปิดตัวครีมทามือ 5 กลิ่นหอม เติมความสุขในทุกวัน

รมย์รวินท์ คอสเมติก เปิดตัวครีมทามือ 5 กลิ่นหอม เติมความสุขในทุกวัน

รมย์รวินท์ คอสเมติก เปิดตัวครีมทามือ 5 กลิ่นหอม เติมความสุขในทุกวัน

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รมย์รวินท์ คอสเมติก (Romrawin Cosmetics) แบรนด์ในเครือของรมย์รวินท์คลินิก เปิดตัว “Romrawin Everyday Hand Cream – Box Set”  ครีมทามือคุณภาพที่รวบรวม 5 กลิ่นหอมยอดนิยมไว้ในกล่องเดียว  ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อมอบความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และกลิ่นหอมติดทนนานตลอดวัน  เปรียบเสมือนน้ำหอมสำหรับมือคุณ

Romrawin Everyday Hand Cream – Box Set  โดดเด่นด้วยส่วนผสมบำรุงผิวระดับสกินแคร์ ที่ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวมือให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านและริ้วรอยอย่างอ่อนโยน เนื้อครีมซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางหรือผิวที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีจากการล้างมือหรือแอลกอฮอล์บ่อยครั้ง

สัมผัสประสบการณ์ความหอม 5 สไตล์ คือ  Flora Blossom (หลอดสีฟ้า) : กลิ่นหอมสะอาด สดชื่น ให้ความรู้สึกสดใสมีชีวิตชีวา  Signature Blossom (หลอดสีม่วง) : กลิ่นหอมหรูหรา สงบนุ่มนวล  สไตล์ Unisex ที่ดูดีอย่างมีระดับRomance Blossom (หลอดสีเหลือง) : กลิ่นดอกไม้สดใส ให้ความรู้สึกสดชื่นและมีพลังบวก Cherish Blossom (หลอดสีแดง) : กลิ่นหอมโรแมนติก อบอุ่น ให้ความรู้สึกอ่อนโยน Sakura Blossom (หลอดสีชมพู) :  กลิ่นหอมอ่อนหวาน ละมุนละไม

Romrawin Everyday Hand Cream – Box Set เปิดตัวครั้งแรกในงาน Ultherapy Day ของรมย์รวินท์คลินิก  ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์และรับโปรโมชั่นพิเศษ  บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอม   สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.romrawincosmetics.com/

ฉลองความสัมพันธ์ Seafood from Norway จับมือ การบินไทย เปิดแคมเปญ ‘จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’

ฉลองความสัมพันธ์ Seafood from Norway จับมือ การบินไทย   เปิดแคมเปญ ‘จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’

ฉลองความสัมพันธ์ Seafood from Norway จับมือ การบินไทย เปิดแคมเปญ ‘จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและนอร์เวย์ Seafood from Norway จับมือ การบินไทย ภายใต้แคมเปญ ‘From Sea to Sky: 120 Years of Friendship จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’ สะท้อนคุณค่าร่วมของทั้งสองประเทศ ผ่านการส่งเสริมอาหารทะเลคุณภาพระดับพรีเมียมจากนอร์เวย์ และกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอาหารระหว่างประเทศ พร้อมยังร่วมเฉลิมฉลองสองวาระสำคัญของสายการบินไทย ได้แก่ ครบรอบ 65 ปีภายใต้ธีม ‘Grace to Growth’ และครบรอบหนึ่งปีของการกลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ – ออสโลอีกครั้ง

แคมเปญ ‘From Sea to Sky: 120 Years of Friendship จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป และต่อเนื่องตลอดทั้งปี ลุ้นตั๋วเครื่องบินไป–กลับ กรุงเทพฯ–ออสโล จำนวน 6 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 390,000 บาท เพียงซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลจาก Seafood from Norway ที่ร้านค้าหรือร้านอาหารที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยกิจกรรมในรอบแรกเป็นการโปรโมตนอร์วีเจียนซาบะในระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 15 มิถุนายน ต่อด้วยแคมเปญแซลมอนในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม และส่งท้ายด้วยเทศกาล Seafood from Norway ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับสายการบินแห่งชาติชั้นนำอย่างการบินไทย ในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและนอร์เวย์ ในฐานะประเทศผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก เราขอใช้โอกาสนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารทะเลคุณภาพสูงที่ยั่งยืนสู่ตลาดไทย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับแหล่งกำเนิดของอาหารทะเลจากนอร์เวย์ในน้ำทะเลที่เย็นใสสะอาดอย่างแท้จริง”

นายพิรุณ สกุลทอง หัวหน้าทีมภูมิภาคนอร์ดิก การบินไทย กล่าวว่า “ไทยและนอร์เวย์มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า และการบินไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อความสัมพันธ์นี้ผ่านบริการเที่ยวบินของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องในวาระครบรอบหนึ่งปีของเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ – ออสโลที่กลับมาให้บริการอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ภายใต้   ธีมของปีนี้อย่าง ‘Grace to Growth’ โดยเรามั่นใจอย่างยิ่งว่าแคมเปญนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพอันยืนยาวต่อไปอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า”

สำหรับงานเลี้ยงอาหารกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้นโดย Seafood from Norway ได้รับเกียรติจาก นางสาว เทย์เออะ มาร์ทีเนอะ อ็อตมันน์ รักษาการณ์เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย และ นายแอกเซล บลอม ประธานหอการค้าไทย-นอร์เวย์ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าระหว่างสองประเทศ ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ โดยในงานนี้ได้ร่วมรับประทานเมนูอาหารทะเลจากนอร์เวย์คุณภาพเยี่ยม ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ ‘From Sea to Sky: 120 Years of Friendship จากท้องทะเลสู่น่านฟ้า 120 ปีแห่งมิตรภาพไทย-นอร์เวย์’ ได้ทางอินสตาแกรม Seafood from Norway Thailand และดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารทะเลจากนอร์เวย์ได้ทางเว็บไซต์ https://www.fromnorway-th.com/

ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มอบบ้านพระราชทานให้ชาวนราธิวาส

ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน  เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มอบบ้านพระราชทานให้ชาวนราธิวาส

ฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) มอบบ้านพระราชทานให้ชาวนราธิวาส

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีมอบ “บ้านพระราชทานและเงินพระราชทาน” แก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุคิริน จำนวน 19 ครอบครัว โดยมี พล.อ.อ. สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี เพื่อทดแทนบ้านหลังเดิมที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง และเพื่อมีเงินทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและบำรุงขวัญกำลังใจ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ณ มัสยิดอัลตักวา บ้านปารีย์ ต.มาโมง อ.สุคิริน จังหวัดนราธิวาส

พล.อ.อ. สมคิด สุขบาง ประธานพิธีมอบ “บ้านพระราชทานและเงินพระราชทาน” แก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสุคิริน

เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 – 25 ธันวาคม 2566  เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคใต้ตอนล่าง จากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณเกาะสุมาตรา และทะเลอันดา ส่งผลให้บ้านปารีย์ หมู่ 3 ต.มาโมง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส  เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 19 หลังคาเรือน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎร อ. สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ในโอกาสนั้น ทรงร่วมวางท่อประปาหมู่บ้านกลุ่มบ้านโว หมู่ 2 ต.มาโมง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำหลากในฤดูฝน และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน

พล.อ.อ. สมคิด สุขบาง ประธานพิธี พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนและครอบครัวผู้ได้รับบ้านพระราชทาน

สำหรับ “บ้านพระราชทาน” อยู่ใน “โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขอย่างยั่งยืน” ซึ่ง มูลนิธิฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ หน่วยงานจังหวัดนราธิวาส, ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, แม่ทัพภาคที่ 4, หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 ,  นิคมสร้างตนเอง สุคิริน,  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45,  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46,  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2, นายอำเภอสุคิริน, สำนักงานเกษตรสุคิริน ,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สุคิริน, กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสุคิริน ที่ 13,  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาโมง, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง,  บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด,  บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด

ประธานพิธีชมนิทรรศการการสร้างบ้านและให้กำลังใจกับผู้ได้บ้านพระราชทาน

โดยเริ่มจัดสร้าง เดือนมกราคม 2567 จนแล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2568 เป็นบ้านขนาด 2 ชั้น และ “แผ่นหลังคาเขียว”  ซึ่งเป็นหลังคารีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วทำจากกล่องนม มีพื้นที่ใช้สอย 52 ตารางเมตร ตามแบบมาตรฐานบ้านผู้ประสบภัยของกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูเมื่อเกิดเหตุอุทกภัยหรือภัยพิบัติต่าง ๆ อย่างครบวงจรและยั่งยืน ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

พล.อ.อ. สมคิด สุขบาง ประธานพิธีมอบสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพให้แก่ผู้ได้รับบ้านพระราชทาน

ทั้งนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โปรดให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดสรรเงินพระราชทาน จำนวน 400,000 บาท เพื่อซ่อมแซมมัสยิดอัลตักวา ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยดังกล่าว ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชุมชน

พล.อ.อ. สมคิด สุขบาง เยี่ยมชมบ้านพระราชทาน

มัสยิดอัลตักวา กลับมาสวยงามเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่

บ้านเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ช่วยบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

รู้ทันโรคเบาหวาน ปรับไลฟ์สไตล์ สร้างสุขภาพดีสู้ภัยเงียบ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานการณ์โรคเบาหวานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังทวีความรุนแรงขึ้น และคาดการณ์ว่าภูมิภาคนี้จะมีภาระค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจจากโรคเบาหวานสูงที่สุดในโลกภายในปี 2030 ซึ่งโรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงได้ เนื่องจากการมีน้ำหนักเกินจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคและยังนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

ดร.อเล็กซ์ เตียว ผู้อำนวยการและฝ่ายพัฒนาการวิจัยและวิทยาศาสตร์ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พร้อมแบ่งปันวิธีการปรับไลฟ์สไตล์สู้โรค เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับทุกคน

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงนี้เพิ่มสูงขึ้นจากรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองที่เร่งรีบ เคร่งเครียด และขาดการเคลื่อนไหวร่างกายจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน รวมทั้งการเข้าถึงอาหารจานด่วนได้อย่างง่ายดาย นำไปสู่พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม อย่างการกินขนมและของว่างเพื่อคลายเครียด จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังพบอัตราการเพิ่มขึ้นของเด็กที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งภาวะอ้วนในวัยเด็กเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพระยะยาว รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคเรื้อรังอื่นๆ ซึ่งบางคนอาจมีรูปร่างภายนอกที่ดูสมส่วน แต่อาจแฝงไปด้วยไขมันส่วนเกิน หรือที่เรียกว่าภาวะ “TOFI” (Thin Outside, Fat Inside: ผอมภายนอก อ้วนภายใน) ซึ่งพบได้บ่อยในชาวเอเชียและผู้ที่บริโภคโปรตีนไม่เพียงพอและมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง รวมทั้งโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในระยะเริ่มต้นอาจไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยไม่รู้ตัว

กินแบบสมาร์ท แค่ปรับนิด ชีวิตเปลี่ยน

โภชนาการมีบทบาทอย่างมากในการป้องกันและจัดการโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล หรือ GI สูงอย่าง ขนมปังขาว และขนมหวาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินในระยะยาว การลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชานมไข่มุก สามารถช่วยลดปริมาณน้ำตาลส่วนเกิน และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น (ไข่มุกในชานมเป็นตัวเพิ่มแคลอรี่และค่า GI ทำให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง) และหันมาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แทน เช่น ธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก และผลไม้ที่มีใยอาหารสูง ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้อิ่มนานขึ้น และส่งเสริมระบบการย่อยอาหาร

การให้ความสำคัญกับอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน และลดอาหารแปรรูป จะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานจัดการกับโรคได้ดีขึ้น และยังเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมและระบบเผาผลาญให้แข็งแรง

มองหาตัวช่วยที่ใช่ ช่วยเสริมสุขภาพแข็งแรง โปรตีน โอเมก้า-3 และแมกนีเซียม เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และส่งเสริมระบบเผาผลาญ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งโปรตีนจะช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และเพิ่มการเผาผลาญ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยโปรตีนมากกว่าปกติ ส่วนโอเมก้า-3 พบได้ในปลาแซลมอน ช่วยลดการอักเสบ เพิ่มความไวต่ออินซูลิน และลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน สำหรับแมกนีเซียม ช่วยเสริมการทำงานของอินซูลินและการเผาผลาญกลูโคส เพิ่มความไวต่ออินซูลินและการจัดการน้ำตาลในเลือด อีกทั้ง ยังช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติ และเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การออกกำลังกายระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและจัดการโรคเบาหวาน หากไม่มีเวลาออกกำลังกายในช่วงเวลาทำงาน การทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น โยคะบนเก้าอี้ทำงาน หรือการเดินระยะสั้น ๆ ก่อนและหลังมื้ออาหาร ก็สามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ได้ รวมทั้งมีส่วนช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น เพิ่มระดับพลังงาน และช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายด้านสุขภาพในระยะยาว

 นอกจากนี้การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดเรื้อรัง สามารถรบกวนการทำงานของระบบเผาผลาญ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการจัดการความเครียด เช่น การทำสมาธิ และการฝึกหายใจลึกๆ ซึ่งช่วยควบคุมฮอร์โมนความเครียดได้ ดีต่อระบบเผาผลาญ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวม

วิถีชีวิตปัจจุบันที่เร่งรีบ อาจทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องยาก แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันอย่างสม่ำเสมอแม้เพียงเล็กน้อย ควบคู่ไปกับการดูแลเชิงป้องกัน และใส่ใจตรวจสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นแนวทางในการรับมือกับโรคเบาหวานที่มีประสิทธิภาพ

หากต้องการติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพคลิกที่ Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial