เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

เลขาธิการ ส.ป.ก. ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และ 2567

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.11 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2566 และ พ.ศ.2567 ของสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย โดยมี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ นายกสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) เป็นประธานเปิดการประชุมในครั้งนี้    

การประชุมเสวนาวิชาการ เรื่อง โอกาสและความท้าทายภาคการเกษตรไทยในวิกฤตโลก ณ ห้องพระวิษณุ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 มีสาระสำคัญ และตระหนักในเรื่อง ดินซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อภาคการเกษตรของไทย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหาร พืชพลังงานทดแทน และวัตถุดิบอุตสาหกรรมทางการเกษตร และมีบทบาทหลักต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและภูมิคุ้มกันของประเทศ ปัจจุบันจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรดินอย่างมาก มีการขยายพื้นที่ผลิตและบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ส่งผลให้เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมและการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ถูกต้องเหมาะสมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการจัดการดินและปุ๋ยตามหลักวิชาการที่เหมาะสมสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้ดินมีศักยภาพการผลิตเพิ่มขึ้นและผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้นได้ และยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดังนั้นการวิจัยพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านดินและปุ๋ย จึงจำเป็นต้องมีการส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องในทุกภาคส่วน

เพื่อสอดรับกับกระแสโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ขณะที่การพัฒนาประเทศมีแนวโน้มปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร ดินเสื่อมโทรม ป่าไม้ถูกทำลาย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม อุทกภัย ภัยแล้ง มีความถี่และรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เกษตรกรยากจนและไม่มีกรรมสิทธิ์ครอบครองในที่ดินเป็นของตนเอง ขาดวัยแรงงานเกษตร ทำให้ต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรสูงและราคาผลผลิตไม่แน่นอน จึงมีแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปภาคการเกษตรของไทย สู่เกษตร 4.0 : เกษตรกรมั่งคั่ง ประเทศมั่นคงด้านอาหาร และเกษตรกรรมยั่งยืน

ในเรื่อง ปุ๋ย หมายถึง สารที่ใส่ลงในดินเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช พืชต้องการธาตุอาหาร 16 ชนิด ได้แก่ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กำมะถัน แคลเซียม สามารถใช้สำหรับหว่านปุ๋ย แม็กนีเซียม เหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง โบรอน โมลิบดินัม และคลอรีน ในจำนวนนี้ ออกซิเจน ไฮโดรเจน คาร์บอน(โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม หรือเรียกว่าธาตุอาหารหลัก) พืชได้รับจากน้ำและอากาศ

ส่วนไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม พืชต้องการในปริมาณมากเมื่อเทียบกับธาตุอื่น ๆ (ซึ่งถูกจัดเป็นธาตุอาหารหลักหรือธาตุปุ๋ย) และในดินมักมีไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมธาตุเหล่านี้โดยการให้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ไม่ใช่ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งชนิดของปุ๋ย ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย ได้แก่ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเชิงเดี่ยว ปุ๋ยเชิงผสม ปุ๋ยเชิงประกอบ ปุ๋ยชนิดอื่น ๆ

สำหรับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย มีผลงานอันทรงเกียรติ ได้รับรางวัล King Bhumipol World Soil Day Award 2023 จากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO/United Nations) ในงานประชุมใหญ่สมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมัยที่ 20 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 (By adminPosted on14 December 2023)

โดยแนวคิด ”Soils, Where Food Begins : อาหาร ก่อกำเนิด เกิดจากดิน” จนได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรด้านทรัพยากรดินจากทั่วโลกของสหประชาชาติ ให้เป็นผู้ชนะเลิศรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลกที่ไทยร่วมกับองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) โดยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2556 เพื่อกระตุ้นให้ทั่วโลกมีกิจกรรมด้านการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน นำไปสู่ความมั่นคงทางด้านอาหาร และการขจัดความหิวโหย ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ผ่านการจัดกิจกรรมเนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคมของทุกปี ด้วยผลงานชื่อ “Spirit of Soils, Spirit of Partnership” ที่แสดงพลังแห่งการบูรณาการ การดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิเช่น มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ สมาคมดินโลก ภาคีเครือข่ายเกษตรกร ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อสร้างกิจกรรมปลูกจิตสำนึก “รักษ์ดิน” เห็นความสำคัญของทรัพยากรดินที่เป็นบ่อเกิดของอาหารและชีวิต กระตุ้นให้เกิดการปกป้อง ดูแลรักษาทรัพยากรดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสุขภาพดี สามารถผลิตอาหารหล่อเลี้ยงทุกชีวิตได้อย่างยั่งยืน เพราะทุกคนล้วนเป็นเจ้าของทรัพยากรดินร่วมกัน

-(016)

‘นฤมล’เผย กรมชลฯ จ้างแรงงานทะลุ 6.3 หมื่นคน ย้ำรบ.หนุนเกษตรกรมีรายได้เสริมนอกฤดูการผลิต

'นฤมล'เผย กรมชลฯ จ้างแรงงานทะลุ 6.3 หมื่นคน ย้ำรบ.หนุนเกษตรกรมีรายได้เสริมนอกฤดูการผลิต

‘นฤมล’เผย กรมชลฯ จ้างแรงงานทะลุ 6.3 หมื่นคน ย้ำรบ.หนุนเกษตรกรมีรายได้เสริมนอกฤดูการผลิต

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

‘นฤมล’เผย กรมชลฯ จ้างแรงงานทะลุ 6.3 หมื่นคน ย้ำ รัฐบาล’แพทองธาร’พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกร-ปชช.มีรายได้เสริมช่วงนอกฤดูการผลิต

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการจ้างแรงงานชลประทานว่า กรมชลประทานได้เดินหน้าจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศให้มีรายได้เสริมด้วย ช่วงที่เว้นว่างจากการทำการเกษตร โดยล่าสุดมีผู้ได้รับการจ้างงานแล้วรวม 63,338 คนทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 67 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 84,716 คน ในระยะเวลา 12 เดือน (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568 โดยจังหวัดที่มีการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อุบลราชธานี จำนวน 3,889 คน  สกลนคร จำนวน 3,214 คน และกาฬสินธุ์ จำนวน 3,048 คน

“รัฐบาลนำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความเป็นห่วงเกษตรกรที่จะว่างงานในช่วงนอกฤดูการผลิต ซึ่งจะทำให้มีรายได้ลงลด จึงพร้อมส่งเสริมเกษตรกรและแรงงานนอกระบบให้มีรายได้เสริม พร้อมทั้งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างรายได้ทดแทนให้แก่เกษตรกรและประชาชน“ศ.ดร.นฤมล 

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการฯ โดยกรมชลประทาน ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง และยังมีตำแหน่งว่างก่อนครบตามเป้า หากเกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ชลประทาน

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ อ.ต.ก.พบปะชาวสวน-เกษตรกร ในงาน’มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก’

'ธรรมนัส'ลงพื้นที่ อ.ต.ก.พบปะชาวสวน-เกษตรกร ในงาน'มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก'

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ อ.ต.ก.พบปะชาวสวน-เกษตรกร ในงาน’มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก’

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.59 น.

“ธรรมนัส”ลงพื้นที่ อ.ต.ก.พบปะชาวสวนและเกษตรกร ที่นำผลผลิตมาขาย ในงาน”มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลผลิตโดยตรงต่อผู้บริโภค ลดปัญหาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ณ บริเวณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และในฐานะประธานมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่า เพื่อการกุศล ลงพื้นที่พบปะชาวสวนและเกษตรกร ที่นำผลผลิตมาจำหน่ายในงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” โดยมี นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร คอยให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมพื้นที่จัดจำหน่ายพืชผลต่างๆ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้พบปะพูดคุยกับเกษตรกรถึงสถานการณ์ราคาพืชผักผลไม้ด้วยความห่วงใย พร้อมชิมผลไม้ ที่นำมาจำหน่าย และยังช่วยอุดหนุนซื้อผลไม้ อย่างเป็นกันเอง

ขณะเดียวกัน ภายในงานดังกล่าว “กัน จอมพลัง” หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ได้มาไลฟ์สดช่วยเกษตรกรขายผลไม้ตามบูธต่างๆ ด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปตอบรับเข้าสั่งซื้อผลไม้เป็นจำนวนมาก

สำหรับงาน “มหานครผลไม้ไทยภาคตะวันออก” ทาง อ.ต.ก.จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิตโดยตรงสู่ผู้บริโภค ลดปัญหาการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง และสร้างความเป็นธรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 31 พฤษภาคม 2568 บริเวณตลาดสด อ.ต.ก.เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้บริโภคจะได้เลือกซื้อผลไม้สดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรภาคตะวันออกโดยตรง

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ให้การต้อนรับ Dr. Mingfei Sun ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์ พร้อมคณะ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ให้การต้อนรับ Dr. Mingfei Sun ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์ พร้อมคณะ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ให้การต้อนรับ Dr. Mingfei Sun ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์ พร้อมคณะ

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 21.49 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้การต้อนรับ Dr. Mingfei Sun ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสเป็นผู้แทนฝ่ายจีน ร่วมลงนาม MOU กับกรมปศุสัตว์

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ให้การต้อนรับ Dr. Mingfei Sun ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์ พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะ เนื่องในโอกาสเป็นผู้แทนฝ่ายจีน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราชอาณาจักรไทย กับ สถาบันสุขภาพสัตว์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรแห่งมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านสัตวแพทยศาสตร์และความปลอดภัยของอาหาร บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกัน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูล แนวคิด ทักษะและเทคนิคต่างๆ ในการตรวจวินิจฉัยโรคสัตว์ ระบาดวิทยา ชีวสารสนเทศ เป็นต้น ณ ห้องรับรอง ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ กรุงเทพฯ

‘รมว.นฤมล’เผยข่าวดี GACC แจ้งผลพิจารณาการขอกลับมามีคุณสมบัติห้อง Lab ตรวจ BY2 จำนวน 3 แห่ง รวมมี 12 Lab

'รมว.นฤมล'เผยข่าวดี GACC แจ้งผลพิจารณาการขอกลับมามีคุณสมบัติห้อง Lab ตรวจ BY2 จำนวน 3 แห่ง รวมมี 12 Lab

‘รมว.นฤมล’เผยข่าวดี GACC แจ้งผลพิจารณาการขอกลับมามีคุณสมบัติห้อง Lab ตรวจ BY2 จำนวน 3 แห่ง รวมมี 12 Lab

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.00 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้ประชุมหารือและทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาแนวทางและมาตรการในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน

ล่าสุด กรมวิชาการเกษตร ได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ว่า GACC ได้แจ้งผลการพิจารณาการขอกลับมามีคุณสมบัติ (Resume) ห้องปฏิบัติการไทย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.บริษัท ยูโรฟินส์ ฟู๊ด เทสติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด 2.บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสมุทรสาคร และ 3.บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด สาขาฉะเชิงเทรา

โดยทั้ง 3 แห่งสามารถออกใบรายงานผลทดสอบได้ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2568 ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์หาสาร BY2 ในทุเรียนสดก่อนส่งออกไปจีน จำนวน 12 แห่ง และอยู่ระหว่างยื่นขอกลับมามีคุณสมบัติอีกครั้ง (Resume)จำนวน 1 แห่ง

“กระทรวงเกษตรฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการควบคุมการผลิตทุเรียนส่งออกให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงขอให้ผู้ประกอบการทำความสะอาดโรงคัดบรรจุและอุปกรณ์ที่ใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การส่งออกสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

Guy Laroche Lingerie เสิร์ฟชุดชั้นในคอลเลคชั่นใหม่ ‘Desire’

Guy Laroche Lingerie เสิร์ฟชุดชั้นในคอลเลคชั่นใหม่ 'Desire'

Guy Laroche Lingerie เสิร์ฟชุดชั้นในคอลเลคชั่นใหม่ ‘Desire’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

Guy Laroche Lingerie (กีลาโรช ลองเจอเรย์) แบรนด์ชุดชั้นในระดับพรีเมี่ยม จากประเทศฝรั่งเศส ในเครือโอซีซี กรุ๊ป มอบความสมบูรณ์แบบด้วยคอลเลคชั่นใหม่ Desire (ดีเซียร์) ที่ถ่ายทอดความมั่นใจ และความอ่อนหวานได้อย่างนุ่มนวล ด้วยผ้าลูกไม้นำเข้าจากต่างประเทศ ผสานการตัดเย็บที่ประณีต และดีไซน์ที่ส่งเสริมให้สรีระของผู้หญิงสวยงามไร้ที่ติ ให้ความรู้สึกสบาย หน้าอกกระชับแลดูอวบอิ่ม ด้วยฟองน้ำ Push Up กับ 2 โทนสีคลาสสิก สีฟ้า Shadow blue และ สีเทา Pearl Grey ราคาเริ่มต้นที่ 590-1,390 บาท

จำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ชุดในชั้น Guy Laroche  ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ  หรือช่องทางออนไลน์ Lazada , Shopee และ Facebook : Guy Laroche Lingerie

ชวนฟินทุกโมเมนต์ เติมพลังกายและใจใน งาน Vitamilk Magic Day X Jeff Satur

ชวนฟินทุกโมเมนต์ เติมพลังกายและใจใน งาน Vitamilk Magic Day X Jeff Satur

ชวนฟินทุกโมเมนต์ เติมพลังกายและใจใน งาน Vitamilk Magic Day X Jeff Satur

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

จบลงอย่างน่าประทับใจสำหรับงานสุดฟิน “Vitamilk Magic Day x Jeff Satur” โดย ไวตามิ้ลค์ แบรนด์นมถั่วเหลืองคุณภาพ จับมือกับศิลปินหนุ่มสุดฮอต เจฟ ซาเตอร์ มาสร้างโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมทั้ง พลังกาย และ พลังใจ กันแบบเต็มแม็กซ์!

ภายใต้บรรยากาศที่อบอวลเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความรัก และพลังบวกตลอดทั้งงาน กิจกรรม “ไวตามิ้ลค์ x เจฟ ซาเตอร์ ชวนฟินทุกโมเมนต์ เติมพลังกายและใจ ให้ไวเลย” ได้เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นวิมานถั่วและโลกแห่งความสุข ที่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์มากมาย ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ มินิโชว์สุดอบอุ่น จาก เจฟ ซาเตอร์ ที่มาพร้อมเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ ทำเอาแฟน ๆ ใจละลายทุกช่วงเวลา รวมถึงมีกิจกรรมสนุก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกับเจฟแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเผย “พลังเบื้องหลัง” ไวตามิ้ลค์ ที่ทำให้เจฟพร้อมลุยทุกกิจกรรมอย่างเต็มที่ เป็นเครื่องดื่มคู่ใจที่ช่วยเติมเต็มพลังในทุกวัน

ภายในงานยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของไวตามิ้ลค์ในฐานะนมถั่วเหลืองคุณภาพ ที่ช่วย “เติมพลังกาย พลังใจ” ด้วยสารอาหารจาก โปรตีนถั่วเหลืองเต็มเมล็ด ที่อุดมไปด้วย โปรตีน เลซิติน โอเมก้า 3, 6, 9 และกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 18 ชนิด (รวมถึง 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้) ดื่มแล้วอิ่มท้อง สดชื่น พร้อมลุยทุกกิจกรรมอย่างมั่นใจ!

เจฟ ซาเตอร์ ยังกล่าวความรู้สึกจากใจถึงแฟนๆ ว่า “เจฟขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่มาวันนี้ มันคือพลังใจที่แท้จริงเลยครับ เจฟดีใจที่ได้ร่วมกับไวตามิ้ลค์ในการส่งต่อพลังดี ๆ แบบนี้ให้กับทุกคน เพราะเจฟเชื่อว่าไม่ว่าเราจะเผชิญกับเรื่องอะไรในชีวิต ถ้ากายพร้อม ใจพร้อม เราทุกคนก็สามารถทำได้ครับ  ไม่ว่าจะเป็นการทำตามฝัน การผ่านช่วงเวลายากๆ หรือแค่การลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง อยากให้ทุกคนเชื่อในตัวเองเหมือนที่เจฟเชื่อในตัวเองนะครับ กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้!”

งาน “Vitamilk Magic Day x Jeff Satur” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แห่งความสุข แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของไวตามิ้ลค์ในการเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนดูแลสุขภาพจากภายใน พร้อมใช้ชีวิตอย่างเต็มพลังในทุกวัน เพราะ “ทุกโมเมนต์ดีๆ เกิดขึ้นได้ เมื่อมีทั้งพลังกายและพลังใจทีดี”

-(016)

ไอคอนสยาม ชวนชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

ไอคอนสยาม ชวนชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

ไอคอนสยาม ชวนชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.02 น.

ไอคอนสยาม ชวนชมนิทรรศการศิลปนิพนธ์ ‘กาลครั้งหนึ่ง’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวตนผ่านงานศิลปะ วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2568

One Upon A Time แปลโดยรวมว่า ณ เวลานั้นๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงเหตุการณ์ บุคคล หรือ สถานที่ มักใช้ในงานเขียนนวนิยายโดยเฉพาะนิทานเด็กเพื่อความสละสลวย น่าอ่าน และยังเป็นการบอกเวลาโดยมีนัยยะของนักเขียนเพื่อเจาะจงเวลานั้นๆ 

ไอคอนสยาม ขอเชิญชมงานนิทรรศการศิลปนิพนธ์ กาลครั้งหนึ่ง / Once Upon A Time นิทรรศการศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาปริญญาโท ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชา ทัศนศิลปศึกษา คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์และคณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร  เพื่อแสดงออกถึงช่วงเวลา ณ เวลาหนึ่งที่คนกลุ่มหนึ่งได้มารวมตัวกัน เพื่อเรียนรู้ และถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่แตกต่างกันโดยการนำเสนอเรื่องราวผ่านงานศิลปะ ผลงานในครั้งนี้จึงคล้ายคลึงกับเรื่องราวในหนังสือเล่มหนึ่งที่มีหลากหลายรสชาติจากผู้คนที่หลากหลายที่ครั้งหนึ่งได้มาพบเจอกัน

ขอเชิญชมผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรในนิทรรศการ กาลครั้งหนึ่ง / Once Upon A Time  ในงาน “Grad and Glow Arts Thesis Showcase” ได้ตั้งแต่วันนี้ – 24 พฤษภาคม 2568 ณ ICON Art & Culture Space  ชั้น 8 ไอคอนสยาม

EAT OUT กับแมริออท บอนวอย กลับมาอีกครั้ง! พบกับเทศกาลความอร่อยตลอด 3 เดือนทั่วไทย

EAT OUT กับแมริออท บอนวอย กลับมาอีกครั้ง! พบกับเทศกาลความอร่อยตลอด 3 เดือนทั่วไทย

EAT OUT กับแมริออท บอนวอย กลับมาอีกครั้ง! พบกับเทศกาลความอร่อยตลอด 3 เดือนทั่วไทย

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

สมาชิกแมริออท บอนวอย เตรียมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่ยากจะห้ามใจ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ กับตัวเลือกมากมายทั้งเมนูจานเด็ด เซตเมนู และบุฟเฟต์ ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั่วประเทศ ตลอดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม 2568

แมริออท บอนวอย (Marriott Bonvoy) โปรแกรมและมาร์เก็ตเพลสด้านการเดินทางจากแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) ที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมาย ขอเชิญสมาชิกคนสำคัญของเราร่วมสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยระดับเวิลด์คลาสกับการกลับมาของแคมเปญ “Eat Out กับ แมริออท บอนวอย” เทศกาลอาหารสุดพิเศษที่จัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 เดือน พร้อมนำเสนอโปรโมชั่นสุดคุ้มจากร้านอาหารในโรงแรมเครือแมริออททั่วประเทศไทย

ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เทศกาลอาหารระดับประเทศนี้จะนำเสนอตำรับอาหารเลื่องชื่อและเมนูที่คัดสรรมาอย่างดีจากเชฟมืออาชีพภายในโรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออท โดยทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเลือกอิ่มอร่อยกับ 2 โปรโมชั่นสุดคุ้ม ได้แก่ Tier 1 มื้อสุดพิเศษในราคาเพียง 990 บาทสุทธิ และ Tier 2 ในราคาเพียง 1,590 บาทสุทธิเท่านั้น

โปรโมชั่นเหล่านี้สามารถใช้ได้ที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือแมริออทในหลายจังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เขาหลัก หัวหิน เชียงใหม่ และอีกมากมาย!

ในกรุงเทพฯ แขกของ Rossini’s ร้านอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, เอ ลักซ์ชัวรี่ คอลเล็คชั่น โฮเท็ล กรุงเทพฯ (Sheraton Grande Sukhumvit, a Luxury Collection Hotel) จะได้ลิ้มลอง “La Notte Romantica” คอร์สเมนูสุดพิเศษแบบเต็มอิ่ม พร้อมเครื่องดื่ม 2 แก้ว ในราคาสุทธิเพียง 1,590 บาท ขณะที่ VIU ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนสุดหรู ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ (The St. Regis Bangkok) มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารเซตกลางวันเชิงธุรกิจ แบบ 3 คอร์สให้บริการในราคาเพียง 990 บาทสุทธิต่อท่าน ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Royal Orchid Sheraton Riverside Hotel Bangkok) แขกที่เข้าพักจะได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและของว่างซิกเนเจอร์ “SYC Aperitivo” ที่ประกอบด้วยแอพพิไทเซอร์ 1 อย่าง และเบลลินี่ 2 แก้ว พร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ Siam Yacht Club ในราคาสุทธิเพียง 990 บาท ส่วนโรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit) เชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบอาหารสไตล์อเมริกันร่วมสัมผัสบรรยากาศของดังย่าน Meatpacking District ใจกลางนิวยอร์ก ด้วยเซตอาหารแบบ 3 คอร์สที่ The District Grill Room & Bar ซึ่งประกอบด้วยเนื้อสตริปลอยน์เกรนฟีด ไก่อบกระทะ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาสุทธิเพียง 990 บาทต่อท่าน

ผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมสามารถเลือกอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับเมนูตามสั่ง (All You Can Eat À La Carte) ที่ห้องอาหาร Kisso โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ (The Westin Grande Sukhumvit, Bangkok) หรือเพลิดเพลินกับค่ำคืนสุดพิเศษกับเมนูกระทะร้อนที่ KAEN Teppanyaki & Gril ห้องอาหารคิสซึอิเซน โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongse) ซึ่งรวมถึงเมนูหอยเชลล์ฮอกไกโด (Hokkaido scallops) และเนื้อวากิวทาจิมะ อิ่มอร่อยกับทั้งสองเมนูนี้ในราคาสุทธิเพียง 1,590 บาทต่อท่านเท่านั้น

บนเนินเขาที่เย็นสบายของเชียงใหม่ นักชิมจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติแบบอิตาเลียนผ่านเซตเมนูพิเศษที่ห้องอาหาร Favola ณ โรงแรมเชียงใหม่ แมริออท โฮเทล (Chiang Mai Marriott Hotel) ซึ่งรวมเมนูขึ้นชื่อของ Chef Luca ในราคาสุทธิเพียง 1,590 บาท และที่ชายหาดที่เงียบสงบของหัวหิน ห้องอาหารริมทะเล Luna Lanai ณ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา (Sheraton Hua Hin Resort & Spa) ก็มีเซตมื้อกลางวัน “Luna Lunch Set” ให้บริการในราคาสุทธิเพียง 990 บาทเท่านั้น

ที่ภูเก็ต เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น รีสอร์ต แอนด์ สปา ภูเก็ต (The Naka Island, a Luxury Collection Resort & Spa) นำเสนอเมนูแซลมอนที่ปรุงในน้ำมันมะกอกสุดพิเศษ (Olive Oil Salmon) ในราคาสุทธิเพียง 990 บาท พร้อมวิวทะเลสุดโรแมนติกที่ห้องอาหาร Rum Chapel ส่วนห้องอาหาร Yue Restaurant & Bar ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ตทาวน์ (Courtyard by Marriott Phuket Town) ซึ่งเป็นร้านอาหารกวางตุ้งที่คว้ามาแล้วหลายรางวัล นำเสนอเซตเมนูแบบ 5 คอร์สสุดประทับใจ รวมเมนูเนื้อย่างสูตรพิเศษและอาหารทะเลชั้นเลิศ ในราคาสุทธิเพียง 1,590 บาท

สำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารทะเลแบบเต็มอิ่ม เขาหลัก แมริออท บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา (Khao Lak Marriott Beach Resort & Spa) ขอเชิญลิ้มลองรสชาติฉ่ำลิ้นของล็อบสเตอร์ภูเก็ตที่มีให้บริการในห้องอาหารถึง 3 แห่ง ได้แก่ Goji Kitchen + Bar, Lido Beach Restaurant & Lounge และ Panasia Grill & Bar ในราคาสุทธิเพียง 1,590 บาทเท่านั้น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโปรโมชั่นความอร่อยที่ให้บริการร่วมกับ แมริออท บอนวอย ในดินแดนแห่งรอยยิ้มตลอดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน และกรกฎาคม โดยมีตัวเลือกมากมายในราคาที่จับต้องได้ ทั้งสำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกทั้งยังสามารถสะสมคะแนนได้ทุกครั้งที่จอง นับเป็นโปรโมชั่นสำหรับการรับประทานอาหารมื้อพิเศษในประเทศไทยที่คุ้มค่าที่สุด!

“Eat Out กับแมริออท บอนวอย” เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก แมริออท บอนวอย เท่านั้น หากยังไม่ได้เป็นสมาชิก คลิกที่นี่เพื่อสมัครฟรี! ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “Eat Out กับแมริออท บอนวอย” และจองโต๊ะของคุณได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/dining/campaign/eat-out-with-marriott-bonvoy-thailand-2025.mi

‘อมารี พัทยา’ จุดหมายแห่งการพักผ่อนเหนือระดับ ที่ซึ่งความเป็นไทยไทยร่วมสมัยผสานเข้ากับความสง่างามและมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล

‘อมารี พัทยา’ จุดหมายแห่งการพักผ่อนเหนือระดับ ที่ซึ่งความเป็นไทยไทยร่วมสมัยผสานเข้ากับความสง่างามและมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล

‘อมารี พัทยา’ จุดหมายแห่งการพักผ่อนเหนือระดับ ที่ซึ่งความเป็นไทยไทยร่วมสมัยผสานเข้ากับความสง่างามและมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเล

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.56 น.

อมารี พัทยา (Amari Pattaya) โรงแรมภายใต้การบริหารของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทบริหารจัดการชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้งโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านการต้อนรับอันอบอุ่นมีชีวิตชีวา พร้อมรังสรรค์ให้ช่วงเวลาที่เข้าพักของคุณเต็มไปด้วยความพิเศษในทุกมิติ

อมารี พัทยา โรงแรมริมทะเลที่หลอมรวมความอบอุ่นของการบริการแบบไทยเข้ากับความสง่างามร่วมสมัยและมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลตะวันออกได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังคงความหรูหราท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของหาดพัทยาเหนือ พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ด้วยห้องพักจำนวน 339 ห้อง ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนส่วนตัว การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือวันหยุดกับครอบครัว ห้องพักทุกห้องมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและโปร่งสบาย หน้าต่างบานใหญ่ภายในห้องพักที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เผยให้เห็นถึงทัศนียภาพอันงดงามของท้องทะเลและริ้วคลื่นกลางอ่าวไทยได้แบบเต็มตา ในช่วงยามเย็นเติมเต็มความโรแมนติกด้วยวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแบบพาโนรามา 180 องศา ทำให้รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายและการพักผ่อนอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งเสน่ห์ของ อมารี พัทยา คือพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นที่โอบล้อมรอบตัวโรงแรม ช่วยแต่งเติมความสดชื่นและความสงบให้กับทุกช่วงเวลาของการเข้าพักได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่มองหาช่วงเวลาแห่งความโรแมนติก หรือครอบครัวที่ต้องการวันพักผ่อนแสนอบอุ่น ต่างสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติ และใช้เวลาท่ามกลางแสงแดดอ่อนและสายลมทะเลได้อย่างเต็มที่ จะเลือกเอนกายพักผ่อนริมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ท่ามกลางร่มเงาของหมู่แมกไม้ หรือเติมสีสันให้วันหยุดด้วยความสนุกจากสไลเดอร์และเครื่องเล่นในสวนน้ำก็ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ และสำหรับคุณหนูตัวน้อย ยังสามารถสนุกสนานไปกับโลกแห่งจินตนาการได้ที่ “เดอะ ทรี เฮ้าส์ คิดส์ คลับ” (The Tree House Kids’ Club) พื้นที่แห่งรอยยิ้มที่พร้อมให้เด็ก ๆ ได้วิ่งเล่น เต้น และสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ

และเมื่อเติมเต็มวันแห่งความสุขด้วยกิจกรรมแสนสนุกหลากหลาย ก็ถึงเวลาปล่อยใจให้ผ่อนคลาย พร้อมดื่มด่ำไปกับประสบการณ์แห่งรสชาติ ที่ อมารี พัทยา พร้อมนำเสนอความอร่อยผ่านเมนูอาหารหลากหลายสไตล์ ซึ่งได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน อาทิ

“อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่” (Amaya Food Gallery) มุ่งนำเสนออาหารที่หลากหลายทั้งอาหารไทยต้นตำรับ อาหารเอเชียและนานาชาติ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์เมนูรสเลิศ

“เปรโก้” (Prego) นำเสนอความอร่อยของอาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับ ผ่านเมนูชั้นเลิศที่เชฟ มาร์โค บอสกาอินี (Chef Marco Boscaini) รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากการเป็นลูกมือก้นครัวของคุณยายเมื่อครั้งเยาว์วัย ทุกจานปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงอย่างพิถีพิถัน ให้คุณได้ดื่มด่ำรสชาติอาหารอิตาเลียนที่แท้จริง

“อควา อีทเทอรี่ & บาร์” (Aqua Eatery & Bar) เหมาะสำหรับการนอนอาบแดดริมสระพร้อมจิบเครื่องดื่มสีสันสดใสใต้แมกไม้เขียวขจี

“คลับ นภา” (Club Napha) เพลินเพลินไปกับอาหารเช้าแสนอร่อย หรือจิบชายามบ่ายคู่กับอาหารว่างเบาๆ บนชั้น 19 อันหรูหรา พร้อมดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพอ่าวพัทยาที่ทอดไกลสุดสายตา

สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพกาย “ฟิต เซ็นเตอร์” (FIT Centre) พื้นที่ออกกำลังกายอันทันสมัยที่มีอุปกรณ์คุณภาพครบครัน พร้อมให้คุณได้ฟิตแอนด์เฟิร์มในทุกวันของการพักผ่อนที่ อมารี พัทยา ขณะเดียวกัน “ไหม สปา” (maai spa) สปาสุดหรูซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการแปรเปลี่ยนของหนอนไหมสู่ผีเสื้ออันงดงาม ก็พร้อมมอบประสบการณ์แห่งการฟื้นคืนพลังชีวิต ผ่านศาสตร์การบำบัดที่ผสานเทคนิคแบบไทยร่วมสมัยเข้ากับส่วนผสมจากธรรมชาติที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อปรนนิบัติทั้งร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้ง มอบความรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่น และเปล่งประกายจากภายในอย่างแท้จริง

นอกจากนั้น อมารี พัทยา ยังมีพื้นที่จัดเลี้ยงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พร้อมรองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ การประชุมสัมมนาได้อย่างครบครัน  ด้วยห้องแกรนด์บอลรูมที่สามารถรองรับผู้ร่วมงานได้มากถึง 500 คน หรือหากต้องการงานเลี้ยงในบรรยากาศสดใสริมชายทะเล ก็สามารถรองรับได้สูงสุดถึง 700 คนเลยทีเดียว

ด้วยทำเลที่ตั้งอันยอดเยี่ยมของอมารี พัทยา แขกผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ อาทิ การวิ่งจ็อกกิ้งริมชายหาดใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า หรือสัมผัสความตื่นเต้นกับกิจกรรมทางน้ำหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขี่เจ็ตสกีฝ่าคลื่นสีครามรับสายลมทะเล ล่องลอยไปกับพาราชูตเหนือผืนน้ำเพื่อชมวิวเมืองพัทยาจากมุมสูง หรือดื่มด่ำกับความงดงามใต้ทะเลกับกิจกรรมดำน้ำตื้นในแหล่งธรรมชาติยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง สำหรับผู้ที่มองหาความโรแมนติกและความหรูหราในช่วงค่ำ การล่องเรือยอร์ชชมพระอาทิตย์อัสดงกลางอ่าวไทย ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด พร้อมปิดท้ายวันพักผ่อนด้วยการช้อปปิ้งหรือรับประทานอาหารจากร้านรสเลิศที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง

เติมเต็มความสดใสในช่วงซัมเมอร์นี้ได้ที่ “อมารี พัทยา” จุดหมายปลายทางที่จะรังสรรค์ประสบการณ์อันแสนพิเศษ และความทรงจำแห่งการพักผ่อนอันน่าประทับใจยากที่จะลืมเลือน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 038 418418 หรือเวปไซต์  www.amari.com/pattaya