เลวร้ายสุดในชีวิต! ‘โน้ต เชิญยิ้ม’เล่าอาการป่วยหนักครั้งแรก จนไม่อยากอยู่

เลวร้ายสุดในชีวิต! 'โน้ต เชิญยิ้ม'เล่าอาการป่วยหนักครั้งแรก จนไม่อยากอยู่

เลวร้ายสุดในชีวิต! ‘โน้ต เชิญยิ้ม’เล่าอาการป่วยหนักครั้งแรก จนไม่อยากอยู่

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 20.06 น.

“โน้ต เชิญยิ้ม” ควงภรรยาเล่าอาการป่วยหนักครั้งแรก แต่เลวร้ายสุดในชีวิต จนไม่อยากอยู่ เผยวิกฤตครั้งนี้เพิ่งรู้ว่าเมียรัก!! 

“โน้ต เชิญยิ้ม” วันนี้ขอควง “แม่ต้อย วีริสา” ภรรยา มาเผยอาการป่วย หลังผ่าตัดเอานิ่วในถุงน้ำดีออกกว่า 30 เม็ด ซ้ำร้ายเจอหนองในช่องท้อง ทรมานจนไม่อยากมีชีวิตต่อ พร้อมเล่าเหตุการณ์เห็นภาพหลอนและฝันเห็นทหารโบราณ ระหว่างรักษาตัวในรพ. รวมถึงเปิดใจเรื่องความสัมพันธ์กับภรรยาที่เคยคิดว่าภรรยาไม่รัก แยกห้องนอนกว่า 10 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เอส กันตพงศ์ และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

มีช่วงนึงที่หายไป มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เข้ารพ.เกิดอะไรขึ้น?

โน้ต : ตอนนั้นผมอยู่บ้าน แต่ครอบครัวอยู่ญี่ปุ่นกันหมด มันปวดท้อง คิดว่าเป็นโรคกระเพาะ ไม่ซีเรียสอะไร พอเขากลับมาพาไปรักษาที่รพ. ตอนกลางคืน หมอเวรให้ยาแก้ปวดมากิน รุ่งขึ้นอีกวัน แฟนเขาสงสัยว่าต้องตรวจหมดเลยนะ ต้องอัลตร้าซาวด์

แม่ต้อย : หาสาเหตุว่าเป็นอะไรกันแน่ ทีแรกไม่คิดว่าเขาเป็นนิ่ว คิดว่าเป็นโรคกระเพาะเขาปวดท้องบ่อย แต่พอไปซาวด์ดู ปรากฏว่าเจอนิ่วในถุงน้ำดี นับได้ร่วม 30 เม็ด จนกระทั่งถุงอักเสบ ลามไปถึงตับ 

โน้ต : เม็ดนิ่วเป็นหินเลย 

แม่ต้อย : จนถุงน้ำดีอักเสบ หมอรพ.แรกไม่กล้าผ่า เพราะมันอักเสบไปถึงตับ รพ.แรกแนะนำว่าควรไปหารพ.ที่เป็นโรงเรียนแพทย์ เขาอาจมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม อาจมีเลือด

โน้ต : หมอแนะนำว่าถ้าผ่าตัดถุงน้ำดีออก ไม่ใช่ปัญหา แต่ตรงตับอักเสบมีปัญหาว่า ที่รอบๆ ตับเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า หรือแค่อักเสบ หมอแต่ละรพ.ไม่กล้าผ่า และไม่กล้าฟันธงว่าเรามีเนื้อร้ายที่ตับหรือเปล่า ก็ไปหาหมอท่านนึง ท่านก็แนะนำว่าไปหาหมอที่รพ.มีอาจารย์หมอ เช่น ศิริราช หรือมหิดล เราโชคดีได้ไปที่ศิริราช ทำการผ่า ทีนี้ผ่าหมอบอกว่าเรื่องตับดูหน้างานนะ ถ้าเกิดผ่าแบบเจาะส่องกล้องไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น ผมต้องทำต่อเลยนะ เพื่อเลาะเอาเนื้อที่มองว่าเป็นเนื้อร้ายออกมา เอามาเข้าแล็ปดูผลว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า อันนี้เราก็ลุ้นเลย 

ครอบครัวกังวลมั้ย?

แม่ต้อย : มากเลยค่ะ เพราะว่าอายุเยอะ เวลาเข้าผ่าตัด ถ้าผ่าตัดถุงน้ำดีอย่างเดียว 3-4 ชม.ก็เสร็จ แต่นี่เข้าไป 7 ชม. คนที่นั่งรออยู่ในห้องก็กระวนกระวาย ว่าทำไมนานจัง เขาเป็นอะไรมากมั้ย ไม่มีใครบอกเราได้เลย จน 7 ชม. ไปไหว้พระบิดาบ้าง ไปบนขอให้ผ่าตัดสำเร็จได้ด้วยดี 

โน้ต : มีเรื่องขำระหว่างผ่าตัด ผมใช้คำว่าขำขื่น มีความขำอยู่ หมอบอกว่าจะเลือกผ่าตัดโดยใช้อาจารย์แพทย์ หรือใช้หุ่นยนต์ ผมก็บอกว่าเอาคนดีกว่าครับ ถ้าหุ่นยนต์เครื่องมันรวน มันผ่าไส้ผมหมดเลย (หัวเราะ) ก็ใช้คนดีกว่า หุ่นยนต์ตั้งโปรแกรมไปแล้วเดี๋ยวแหวกแหลกลาญ จริงๆ ไม่หรอก ถ้าผ่าด้วยหุ่นยนต์ มันจะแพงอีกเท่านึง เราเซฟเงินด้วย ปัญหาคือตรงนั้น 

กังวลเรื่องค่ารักษา หนักขนาดไหน?

โน้ต : มีรถเบนซ์คู่ใจที่เราใช้อยู่ ก็คิดว่าจะไม่รบกวนใคร เพื่อนฝูงพี่น้องจะไม่ให้ใครรู้ว่าเราป่วย จะขายรถเลย เอาเงินสดมากองไว้เตรียมตัวรักษาเพื่อไม่รบกวนใครทั้งสิ้น คนสนิทก็ไม่รู้ ไม่มีใครรู้ว่าผมป่วยเลย ขายรถเพื่อเอาเงินมากองไว้ให้อุ่นใจว่ากี่แสนก็มีเงินให้หมอ

ขายอย่างอื่นด้วยมั้ย?

โน้ต : นาฬิกาคู่ใจ ซึ่งรักมาก น้ำตาไหลเหมือนกัน เรากลัวไม่พอ

แม่ต้อย : เขากังวลเอง แต่ผลสุดท้ายกลับมาพูดว่าถ้าเป็นเนื้อร้ายไม่ต้องรักษานะ ปล่อยเลย เขาอยากเป็นอะไรที่บ้านเลย ตื่นตระหนกไปอย่างนั้นแหละ เอาเงินมาเก็บไว้

นิ่วในถุงน้ำดี เกิดขึ้นได้ยังไง?

โน้ต : น่าจะเกี่ยวกับทานของมันของทอดเยอะหรือเปล่า จริงๆ เขาบอกว่าผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย ทีแรกผมก็ไม่ได้ตกใจเยอะ เพราะครูสลาก็เพิ่งไปตัดเอาถุงน้ำดีออก ยังคุยเล่นกันเลยว่าเราสองคนไม่มีดีแล้วเนอะ (หัวเราะ) บังเอิญว่าตอนไปผ่าตัด เราชิลๆ เจาะตรงสะดือ ใช้กล้องไปผ่าตัด ยกเอาถุงน้ำดีออก นิ่วก็มาด้วย แต่บังเอิญมีปัญหาเรื่องตับ ไม่รู้เนื้อร้ายหรือเปล่า หมอบอกว่าดูหน้างานนะ ถ้าผ่าเปิดไหนๆ ก็เจ็บตัว ก็ทำต่อที่ตับเลย หมอว่าเรื่องการกินสำคัญที่สุด ถุงน้ำดีเป็นตัวกรองอะไรไม่รู้ ภาษาหมอ ผมก็ไม่เข้าใจ แต่ต้องระวังเรื่องอาหารการกินนะ

รถยนต์ที่ขายไป แม่ต้อยก็ซื้อคันใหม่ให้?

แม่ต้อย :   ซื้อใหม่ให้ กลัวหายแล้วไม่มีรถขับ (หัวเราะ) ไม่ได้เซอร์ไพรส์ บอกเลยว่าออกรถเลย แต่ก็จอดนานเป็นเดือน ไม่ได้ขับเลย เพราะอยู่รพ. เขาบอกเองว่าอยากได้รถสูงๆ ใหญ่ๆ นะ เพราะเขาตัวสูง เขาอยากไปทำงานมาก

โน้ต : เขามั่นใจว่ายังไงก็หาย แต่ผมเป็นเอง ผมมีความรู้สึกว่าจะรอดหรือเปล่าวะ แต่ก็ยังบอกว่าขออยู่อีกหน่อย มนุษย์มีเกิดแก่เจ็บตาย เราได้สามอย่างแล้ว เกิดแก่เจ็บ แต่เรื่องตายอย่าเพิ่งให้กูตายเลยนะ แต่ผมก็คิดในใจว่า ผมไม่ใช่คนดี คงไม่ตายง่ายหรอก ทำอะไรไม่ดีเยอะ คนดีๆ จะไปเร็ว ยังคุยเล่นกันอยู่เลย

วันที่ผ่าเสร็จ รุ่งขึ้นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดมาก เกิดอะไรขึ้น?

โน้ต : แผ่นดินไหว ผมอยู่ชั้น 8 รพ.ศิริราช ตึกนวมินทร์ฝั่งตะวันตก แฟนเฝ้าอยู่ ผมอยู่บนเตียง มันไหวเหมือนจับตึกเขย่า แฟนก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็โพล่งออกมาแผ่นดินไหวแม่ จากนั้นได้ยินเสียงพยาบาลบอกว่าทุกคนหมอบใต้โต๊ะ แผ่นดินไหว ผมจะไปอยู่ตรงไหนได้ ถุงหนองเอาเลือดออก สวนปัสสาวะ ยาแก้ปวดสองแขนเต็มไปหมด ผมก็ห่วงกระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์ เพราะมีบัตรประชาชน ต้องชมเจ้าหน้าที่พยาบาลและผู้ดูแลรพ.ศิริราช ขอบคุณมาก เขามืออาชีพจริงๆ เขาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังสักคนเดียว แต่ปัญหาว่าใช้ลิฟท์ไม่ได้นะ จะเกิดอันตราย สภาพผมแบบนี้จะลงบันได 8 ชั้นได้ยังไง ผมบอกว่าขอลงลิฟท์ ใครจะลงลิฟท์กับผม ก็ลงลิฟท์กันมาจากชั้น 8 ถ้าลงบันไดนึกภาพไม่ออกเลย ลงมาข้างล่างโอ้โห เต็มไปหมดเลยเป็นร้อยๆ เตียง ไอ้นี่ก็เพ้อเจ้อบอกว่าย้ายเถอะ อยู่ตรงเสาไฟฟ้า ถ้าไหวอีกเดี๋ยวร่วงทับ 

แม่ต้อย : ลูกบอกมีอาฟเตอร์ช็อกด้วย ก็กังวล

เห็นว่าหลงกันด้วย?

โน้ต :   อยู่ๆ เขาหาย ไม่รู้จะติดต่อยังไง เราอยู่ในกลุ่มคนไข้ แต่ละคนไข้หนัก นอนติดเตียงก็มี เราอยู่วีลแชร์ อ้าว เมียหายไปไหน เขาไปดูที่ที่เพื่อจะเข็นเราออกไปที่โล่งแจ้ง ไม่อยู่ใต้ศาลา คนไปนั่งกันเต็ม มันจะเข็นลงไปยังไง บันได 5-6 ขั้น เราก็คิดในใจ ไปไหนวะเนี่ย ด้วยสติเจ้าหน้าที่ศิริราช เขายกป้ายมาเลย วอร์ด 8 ให้มารวมกันตรงนี้ คนหนักๆ ให้อยู่ข้างหน้า คนอยู่รถเข็นให้อยู่ข้างหลัง เขาทำได้จริงๆ ชื่นชมมากๆ ชีวิตมนุษย์ก็เท่านี้เกิดมา โรคภัยไข้เจ็บประมาทไม่ได้ ผมเกิดมาไม่เคยเข้ารพ.ครั้งนี้ครั้งแรกที่หนักสุด แล้วใช้คำว่าเลวร้ายของชีวิตที่สุด ทั้งจิตใจ กำลังกาย กำลังใจทุกอย่างถอยหลังหมดเลย ท้อแท้มาก

พอแข็งแรง ก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?

แม่ต้อย :   เขาก็ยังแย่อยู่ เพราะทุกคนรอผลชิ้นเนื้อ ยังไม่ได้ผล ต้องรออีก 7 วัน คุณหมอก็อยากได้ผลที่แน่นอน จริงๆ เขาไม่อยากให้กลับหรอก แต่นี่ขอกลับ ทุกครั้งเขาอยู่รพ. เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ จนไม่รู้จะทำยังไงดี ก็ขออนุญาตคุณหมอกลับ

กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย?

โน้ต : ถูกต้อง ค่าใช้จ่ายด้วย และอีกอย่างเราขอไปอยู่บ้านเถอะ หมอบอกว่าอนุญาตให้คุณกลับบ้านได้ แต่ต้องกลับมาหาหมอทุกวันเพื่อดูแลแผล ผมบอกว่าลูกสะใภ้เป็นพยาบาล เขาบอกโอเค ตอนแรกบอกว่าถ้าไม่มาศิริราชก็ไปรพ.ใกล้ๆ ต้องไปทุกวัน มีเข็มคา เพื่อให้ยาฆ่าเชื้อ ก็โชคดีมีลูกสะใภ้เป็นพยาบาล เราก็ลุ้นบอกเมียถ้าเป็นเนื้อร้ายที่ตับ อย่ารักษา และพูดกันไว้ว่าไม่เจาะคอ ไม่ผ่า ไม่ให้เครื่องช่วยหายใจ ไม่ปั๊มหัวใจ ปล่อยให้กูไปสบายๆ เลย เราบอกลูกบอกเมียทุกคน ผลก็ลุ้นจนฝันร้าย สมองคิดมาก เบลอไปหมด แต่อีกหัวใจกูอยากทำงานจัง เวลาคนไปแทนเรา ถ้าเขาทำดีกว่าเรา ผมโดนปลดเลย เอาเงินที่ไหนใช้ (หัวเราะ) พออยู่รพ.ดูรายการที่เราทำ มีเท่ง เถิดเทิงไปแทน มีฮาย อาภาพร มีศิรินทรา นิยากร เรายกพนมมือไหว้ สาธุขอให้มันพูดผิด ขออย่าให้ทีมงานชอบ ผมแช่งหมด ขออย่าให้เจ้าของบริษัทเลือกมันนะครับ เดี๋ยวผมจะหายออกไป อันนี้เรื่องจริง ผมแช่งหมด 

มีส่งข้อความในไลน์กลุ่มด้วย?

โน้ต :   ไลน์กลุ่มครูสลา สุนารี น้าพันธ์ โปรดิวเซอร์ บอกว่าผมใกล้หายแล้ว อย่าเอาใครมาแทนนะ เดี๋ยวผมจะไป แล้วบอกว่าพวกนี้ทำดีสู้ผมไม่ได้หรอก เติมอิอิอิเข้าไป หยอกล้อกัน ทุกคนเห็นข้อความก็บอกว่าเดี๋ยวก็หาย เห็นตลกอย่างนี้ แต่ผมส่งไปผมไม่ได้ตลกนะ ผมย้ำว่ากูยังอยู่ คิดจริงๆ (หัวเราะ) 

แม่ต้อยกังวลที่สุด เจออาโน้ตบอกว่าถ้าเป็นมะเร็งไม่ต้องทำอะไร ให้ปล่อยไป?

แม่ต้อย : กังวล ไปดูหมอบ้าง ไปหาพระบ้าง ไปบนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัด ถ้าไม่เป็นเนื้อร้ายจะไปบวชชีให้สัก 5 วัน แต่เหมือนโชคดี เรากังวลเองทั้งครอบครัว ลูกหลานต้องมาหาเขาทุกวันเพราะกลัวเขาขาดกำลังใจ ดูแลกันไป

ผลชิ้นเนื้อเป็นยังไง?

โน้ต : พอมาฟังผล หมอบอกว่ามีข่าวดีกับข่าวร้าย จะฟังข่าวไหนก่อน ผมบอกว่าข่าวดีครับ หมอบอกว่าไม่ใช่เนื้อร้าย เฮ ไชโยกันหมดเลย ดีใจ คราวนี้เรื่องร้ายล่ะ คุณต้องอยู่รพ.ต่อ ต้องรักษาต่อ เพราะมีปัญหาเรื่องตับอักเสบ อยู่รพ.ทำการรักษาต่อเนื่องอีกอาทิตย์ไหวมั้ย เราก็คิดว่าน่าจะไหว แต่ก็พะวงเรื่องค่าใช้จ่าย

แม่ต้อย : แต่คุณหมอบอกว่าอย่ากังวล ตอนเอาแผลออกไป มีหนองออกมา กลัวว่าแผลติดเชื้อ หมอนัดทำซีทีสแกน ปรากฏว่าเจอหนองในท้องประมาณ 10 ซม. อยู่ในช่องท้องเยอะมาก คุณหมอเลยกลัวติดเชื้อ ไม่รู้จะเจอเชื้ออะไร

โน้ต : ออกมา 2 ถุง ตก 400 ตอนนั้นไม่มีอาการใดๆ เลย มีแค่ท้องป่องๆ เราคนแก่ อายุเยอะ คิดว่าอ้วนลงพุง หมอบอกว่ารีบมารพ.เดี๋ยวนี้เลย ต้องผ่าตัด เจาะอีก 2 รู เพื่อเดนเอาหนองออก เรารีบไปรพ. รอหลายชม. ผ่าตัดอีกที 3 ทุ่ม แล้วไม่ได้วางยาสลบ ใช้ฉีดยาชาเอา แล้วเจาะสองรู เอาสายเข้าไปที่หนอง เดนเอาหนองออก  เราเห็นหมอทำอะไร แต่เราตึงท้องหมด เขาปิดตาเรา ไม่เจ็บ หมอจับมือเราให้อยู่ข้างบนนอนห้ามขยับ เหมือนใครมาอะไร แต่เราไม่เจ็บ เขายัดสายเข้าไปเป็นคืบ 

พอเอาหนองออก หลังบวมด้วย?

แม่ต้อย : อยู่ในช่วงยาชาพอดี หลังบวมขึ้นสองข้างเลย แต่คุณหมอบอกว่าอาจเกิดจากแรงสะเทือนตอนเอาหนองออก หรือช่วงพลิกตัว ให้รอวันรุ่งขึ้นอาจยุบลง รุ่งขึ้นเขาก็ค่อยๆ ยุบ

เจอภาพหลอนด้วย? 

โน้ต : ก่อนหลอน ยิ่งกว่านั้น เวลาเรากินน้ำไปกี่เซนฯ เราก็ต้องจดไว้ ฉี่ใส่คอมฟอร์ด 100 ก็ต้องจดไว้ ว่าน้ำเข้ากับน้ำออกเท่ากันมั้ย ถ้าเกิดเรากินน้ำเยอะ แล้วฉี่น้อย จะเกิดปัญหาเรื่องน้ำท่วมปอด ถึงเวลาปวดฉี่จริงๆ ก็ไปฉี่ใส่คอมฟอร์ด 100 ไม่เจอไอ้นั่น ไม่เจอของเรา มันไปไหนไม่รู้ เหมือนผลไม้สองลูกแต่ไม่มีกิ่ง ไม่ได้ฝัน เรื่องจริง มะยงชิดสองลูกไม่มีกิ่ง ทำไงต้องฉี่ให้หมอดูว่าเรากินน้ำไปเท่าไหร่ นี่ไม่ได้โจ๊ก ปวดฉี่แต่ไม่รู้จะฉี่ยังไง 

แม่ต้อย : เราเอาคอมฟอร์ด 100 มาให้เขาฉี่ เขาอายพยาบาล 

โน้ต : พยาบาลเช็ดตัวข้างบน ข้างล่างผมเช็ดของผมเอง แล้วมันไม่มี มีแต่มะยงชิดสองลูกแต่ไม่มีกิ่ง ผมก็เลยยัดมันเข้าไปหมดเลย ทั้งมะยงชิด ทั้งกิ่งที่ไม่มี ตอนนั้นไม่รู้กิ่งไปไหน ก็ฉี่ล้นทะลัก กิ่งกระดกขึ้นข้างบนหน่อยนึง โดยเราไม่เห็น 

ถามหมอมั้ย มันคืออะไร?

โน้ต : เกี่ยวกับยาและกังวลอะไรมากกว่า ทุกวันนี้ภาวนาว่ากิ่งมึงมาเถอะ มะยงชิดจะได้สดชื่น (หัวเราะ) วันนั้นมันขำขื่น ทรมานมาก แล้วมีสายน้ำเกลืออยู่กับแขนกับเสา มือก็มือเดียว พอเรากระตุกมันดันเป็นเงื่อนตายไปเลย เหลือแต่มะยงชิด ตอนนี้กิ่งมาแล้ว งอกงาม (หัวเราะ)

เห็นภาพหลอนอะไร?

โน้ต : มีปุ่มยาแก้ปวดอยู่ 10 ปุ่ม ถ้าปวดให้กด มันจะมียาแก้ปวดมาตามสาย เหมือนสายน้ำเกลือ เราขยับตัวหน่อยก็กด ยังไม่ปวดก็กด จนหมอบอกว่าสถิติคุณกดทุกครึ่งชม.เลยนะ ถ้ากดอีกจะไม่ให้ออกจากรพ.เลย รุ่งขึ้นปวดแสนปวด ผมก็ไม่กด อดทน พอยาเข้าร่างเยอะๆ มันหลอนเลย ไฟเริ่มสว่างเข้ามาหาเรา ผ้าม่านกระพือเหมือนผีเสื้อ สายทีวีห้อยลงมาห้อยเป็นงู ปลั๊กจะมีไฟกระพริบสีแดงๆ หน้าตากลายเป็นปีศาจมาหาเรา ไฟแดงก็กระพริบ เราให้ดับไฟหมดเลย จะได้ไม่เห็นอะไร แต่กระพริบใหญ่เลย มันหลอน 

เห็นว่าฝันเห็นทหารโบราณด้วย?

โน้ต : มันครึ่งหลับครึ่งตื่น เป็นชุดแดงๆ เดินมาเป็นกลุ่มเลย เดินแถวเข้ามา มีคนถือโล่นำหน้ามา ชุดแดงขลิบทอง หรือมิติความคิดที่เราเคยเห็นพิธีต่างๆ จะเห็นทหารกลุ่มพวกนี้ ไม่ได้มาทำอะไรนะ เหมือนหลอนเห็นเดินผ่านเรา ไม่น่ากลัวเหมือนมันกระพือ มันหลอนมาก

ได้เล่าให้ฟังมั้ย?

แม่ต้อย : อยู่ด้วยกัน แม่เลยให้ลูกเอาท้าวเวสสุวรรณมาตั้งหัวเตียงเขา เราก็ให้เขาสวดมนต์ แต่ก็เห็นอีก ก็บอกเล่าให้คุณหมอฟัง หมอบอกว่าย้ายห้องมั้ย ถ้าห้องนี้ไม่อยากอยู่ เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ตื่นทุกชม. แม่ก็ไม่ได้นอน เราอายุเยอะ เขาไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน 

โน้ต : เขาก็หลอนนะ ไม่ใช่แค่ผมหลอน แผ่นดินไหวเขาบอกป๋าย้ายห้องเหอะ พื้นแยกแล้ว เป็นรอยปูกระเบื้องไว้ 

ตอนนี้มีอะไรต้องดูแลเป็นพิเศษ?

แม่ต้อย : ทานอะไรไม่ได้เลย เข้าไปในปากแล้วเป็นไง 

โน้ต : เหมือนโดนสาป มันร้อน ผมว่าเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้เยอะมาก ก็กินอาหารเสริม น้ำหนักผมลงไป 10 กิโล 

ทำไมคิดว่าแม่ต้อยไม่รัก?

โน้ต : ความคิดนี้เป็นสิบๆ ปีแล้ว ด้วยความรู้สึกอยู่กันมาร่วม 50 ปี อยู่กันนานมาก การใช้ชีวิตคู่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของมนุษย์นะ คนที่ต่างพ่อต่างแม่ แต่มาอยู่ด้วยกัน ต่างดีเอ็นเอ ต่างความคิด ต่างความรู้สึก ผมคิดว่าเขาไม่ได้รักผมหรอก เขารักลูกเขาถึงได้อยู่กับผม เขาห่วงลูกมาก 

สาเหตุที่ทำให้คิดแบบนั้นคืออะไร?

โน้ต :   คุยอะไรคนละเรื่องหมด กินอาหารก็คนละอย่าง 

แม่ต้อย : เขาเป็นคนขี้หงุดหงิด คุยสองสามคำก็เอาแล้วชักสีหน้า เราก็ไม่อยากคุย เวลาอยู่บ้านถ้าเขาไม่ทำงาน เขาอยู่ข้างบน แม่อยู่ข้างล่าง แยกกันเลย เจอเฉพาะเวลานอน แล้วก็แยกเตียง แต่อยู่ห้องเดียวกัน 

โน้ต : เลื้อยไปไม่ได้ มีแต่มะยงชิด (หัวเราะ)

แม่ต้อย : แยกมา 10 ปีแล้วก่อนป่วย 

โน้ต : ผมทำงานดึก แล้วต้องตื่นเช้า ถ้าใครนอนด้วยใกล้ๆ มันจะรำคาญกัน 

แม่ต้อย : เวลาพลิกตัว อีกคนจะตื่น โดนตัวกันแล้วเหมือนนอนไม่หลับ ก็เลยคิดว่าเราแยกกันดีกว่า เพื่อสุขภาพการนอนที่ดี

โน้ต : ทำให้ผมคิดเยอะว่าเขาไม่ได้รักเราแล้ว เราไม่เหมือนเดิมแล้ว ก็มีความคิดขึ้นมาว่าไม่เป็นไร ก็อยู่กันอย่างนี้แหละ

เหตุการณ์ป่วย ทำให้ความคิดเปลี่ยน?

โน้ต : เปลี่ยนเลย ก็ขอบคุณนะแม่ที่ดูแลกัน รักแม่นะ เพิ่งรู้ว่าแม่รัก ต้องอาบน้ำให้ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ทุกอย่าง ต้องใส่แพมเพิสนอน เขาดูแลสารพัดเลย เราก็คิดว่าที่เราคิดมา เราคิดผิดหมดเลย เขารักเราแต่ไม่แสดงออก ก็ร้องเพลงให้เขา เหนื่อยมั้ยคนดีมีพี่เป็นแฟน ขอบคุณทุกวัน 

แม่ต้อย : จนบอกว่าไม่ต้องขอบคุณแล้ว ต้องทำ 

โน้ต : เวลาเขาอาบน้ำให้ก็ร้องเพลงว่าขอบคุณฟ้าที่ให้เจอ ขอบคุณเธอที่ให้ใจ เรารู้สึกว่าเราคิดผิดนี่หว่า เขามีคำนึงว่าผัวเมียถ้าเมียป่วย ผัวจะต้องอยู่ไม่ห่างเตียง ผัวป่วยเมียต้องอยู่ไม่ห่างเตียง เขาก็เป็นอย่างนั้น ทั้งที่เขาไม่สบายด้วยนะ ทีนี้มีปัญหาคือผมขี้หนาว เขาขี้ร้อน เขานอนเฝ้าผม แอร์ไม่ถึงเขา แต่เตียงคนไข้แอร์ตกที่เรา เราก็เรียกเขาทุกครึ่งชม. ขยับเตียง ขยับตัวก็ทรมานมาก เราก็คิดว่าเขารักเรานี่หว่า คำว่าเมียยิ่งใหญ่ตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ทะเลาะกันลิ้นกับฟัน สุดท้ายก็เข้าใจว่าเขารักเรา แต่เขาเป็นคนแบบนี้เขาไม่แสดงออก 

ทำไมรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว?

โน้ต : ท้อแท้ กลัวเป็นภาระครอบครัวด้วย เรารู้สึกว่าทำไมเราทำไม่ได้เหมือนก่อนวะ ในการเดินยืนนั่ง การขับรถ ทำงาน ความสนุก รอยยิ้มเสียงหัวเราะ คิดว่าหายไปเยอะเลย ก็คิดว่าไปดีกว่าในวัย 71 คิดว่าอยู่จนคุ้มแล้ว จะได้ไม่เป็นภาระกับครอบครัว อยากไปจากโลกนี้เลย ตอนนี้ก็มีความคิด สมองกับหัวใจเถียงกันอยู่ สมองคิดว่าไม่อยากไป แต่หัวใจรู้สึกว่าอยู่ก่อน หัวใจกับสมองมันเถียงกัน ลูกสาวคนเล็ก น้องแตงกวา แล้วก็หลานสาว น้องสมาย ยังเป็นห่วงเขา อยากให้สองคนนี้มีความสุข อยากเห็นความสุขจากลูกสาวและหลานสาวด้วย รู้สึกว่าอยู่ต่อดีกว่า สู้กับมันดีกว่า มนุษย์เราเกิดมา ไม่รู้ชาติหน้ามีจริงหรือเปล่า ตายแล้วเป็นยังไง ความตายก็เหมือนเราดมยาสลบ อาจจะแค่นั้นเอง งั้นเราก็อยู่ดีกว่า อยู่เพื่อสู้กับมัน แผ่นดินยังไหวเลย เราไม่ไหวได้ไง คนอย่างมะยงชิดอย่างเรา (หัวเราะ)

แม่ต้อยได้ยินแล้วรู้สึกยังไง?

แม่ต้อย : เราก็คุยกันแล้วว่าเราอยู่กันมาจนอายุ 60 70 ปีแล้ว มันก็เป็นเรื่องของมนุษย์ เกิดแก่เจ็บตาย ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไรสู้ๆ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่อย่าไปคิดว่าอยากตาย เราหาความสุขใส่ตัวก่อน ทำงานมาเยอะแล้ว ตอนนี้เริ่มหาความสุขได้แล้ว ก็บอกเขาว่าลูกหลานทุกคนก็รอเขาอยู่ ถ้าเป็นอะไรลูกหลานจะอยู่ยังไง 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘นุ้ย สุจิรา’เผยอาการ’ตั้ม วราวุธ’ ผ่าตัดผ่านไปด้วยดี-พักฟื้นอยู่ห้อง ICU

'นุ้ย สุจิรา'เผยอาการ'ตั้ม วราวุธ' ผ่าตัดผ่านไปด้วยดี-พักฟื้นอยู่ห้อง ICU

‘นุ้ย สุจิรา’เผยอาการ’ตั้ม วราวุธ’ ผ่าตัดผ่านไปด้วยดี-พักฟื้นอยู่ห้อง ICU

วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 19.40 น.

จากกรณีนักร้องชื่อดัง “ตั้ม วราวุธ” ประสบอุบัติเหตุขณะขับรถมอเตอร์ไซค์ เมื่อช่วง 4 ทุ่มของวานนี้ (19 พ.ค. 68) อาการหนักปากฉีกถึงจมูก จมูกหัก ฟันแตก ก่อนถูกหามตัวส่งโรงพยาบาล และแพทย์เย็บแผลที่ปากเรียบร้อย ตอนนี้อาการปลอดภัย แต่ยังต้องรักษาตัวในห้อง ICU ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด นุ้ย สุจิรา ได้โพสต์ภาพไปเยี่ยม ตั้ม ที่โรงพยาบาล ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนข้อความอัปเดตอาการว่า “ขออนุญาต update อาการของตั้มนะคะ ตอนนี้พักฟื้นอยู่ห้องICU การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งปากที่ฉีก จมูกที่หัก ฟันที่แตก ยังคงต้องระวังเรื่อง สมองจากแรงกระแทก (โชคดีที่ใส่หมวกกันน็อค) ทั้งนี้หากใครมีภาพเหตุการณ์กล้องหน้ารถ กล้องวงจรปิด ขณะเกิดอุบัติเหตุ วันที่ 19 มิ.ย 2568 ช่วงเวลาประมาณ 21:40-22:50 บริเวณ หน้าซอย กรุงเทพกรีฑา32 รบกวนส่งที่ FB:ข่าวช่องวัน ขอบคุณค่า #ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ”

‘สว.สำรอง’บุก กกต.ทวงร้องจี้‘แสวง บุญมี’ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลัง‘ฮั้วสว.’ไม่คืบ

‘สว.สำรอง’บุก กกต.ทวงร้องจี้‘แสวง บุญมี’ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลัง‘ฮั้วสว.’ไม่คืบ

‘สว.สำรอง’บุก กกต.ทวงร้องจี้‘แสวง บุญมี’ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลัง‘ฮั้วสว.’ไม่คืบ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.39 น.

‘สว.สำรอง’บุก กกต.ทวงร้องจี้‘แสวง บุญมี’ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลัง‘ฮั้วสว.’ไม่คืบ ‘มนัส’ซัดแหลกแจ้งโพยฮั้วตั้งแต่ มิ.ย.67 แต่เงียบ แฉเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเอี่ยววงฮั้วตั้งแต่อำเภอ

21 พ.ค.68 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะสมาชิกวุฒิสภาสำรอง (สว.สำรอง) นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้าทวงถามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนขอให้ กกต.มีคำสั่งให้นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้นายแสวง ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และได้ทวงถามความคืบหน้ามาหลายครั้ง และกกต.ก็ได้มีมติออกมาว่านายแสวง ไม่ได้กระทำความผิด ขณะที่ทางกลุ่มได้ทำจดหมายเปิดผนึกต่อกกต.จำนวน 10 ฉบับ เพื่อให้ทบทวนมติกกต.แต่จนบัดนี้ ประธานกกต.ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ดังนั้นวันนี้จึงจะส่งจดหมายเพิ่มอีก 1 ฉบับ ให้กับประธานกกต. และคณะกรรมการกกต.5 คน ได้ทบทวนและดำเนินการ

ทั้งนี้ เนื่องจากข้อกล่าวหาพ.ต.อ.มนัส ที่ได้กล่าวหามาทั้งหมดมีมูลเพียงพอ ดังนั้นผู้บังคับบัญชาจะต้องตั้งคณะกรรม การสอบและพักงาน ทำอะไรนายแสวงสักอย่าง โดยขอให้ประธานกกต.หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อตอบกับสังคมให้ชัดเจนว่าไม่ได้ช่วยเหลือกัน เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของนายแสวง มีความชัดเจนแล้ว ซึ่งการสอบฮั้วสว.ไม่มีความคืบหน้า เป็นเพราะนายแสวง และล่าสุดมีคณะทำงานร่วมของกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำท่าว่าจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็มีสัญญาณบางอย่างที่อาจจะทำให้กระบวน การติดขัด ดังนั้น นายแสวง ไปนั่งข้างๆห้องน่าจะดีที่สุด

ส่วนกรณีที่กระทรวงมหาดไทยออกหนังสือแนะนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 2 ฉบับ เกี่ยวกับการให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ ในการสอบสวนกระบวนการฮั้วเลือกสว. ซึ่งเห็นว่าเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวเป็นไปในลักษณะหลบเลี่ยง หลีกเลี่ยง อิดออด ที่จะให้ความร่วมมือในหลายประการ ทางกลุ่มจึงมีหนังสือส่งให้กกต. เพื่อขอให้คณะกรรมการใช้อำนาจตามกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสืบสวนไต่สวน กกต.สามารถสั่งให้หน่วยงานทุกหน่วยต้องสนับสนุนภารกิจของกกต. ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยอาจจะลืมไปว่ามีหน้าที่ให้ความร่วมมือเฉพาะดีเอสไอ จึงขอให้กกต.ใช้อำนาจทำหนังสือหรือขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่กระทรวงมหาดไทยอิดออดในเรื่องนี้ เป็นเพราะในการเลือกสว.ระดับอำเภอ กกต.ได้ตั้งเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเป็นกกต. ท้องถิ่น และอำเภอ ตอนกระบวนการรับผิดชอบในขั้นตอนกระบวนการรับสมัคร การบริหารจัดการเลือก สว. รวมทั้งการรายงานผล ซึ่งในช่วงที่มีการเปิดรับสมัครนั้นพบว่าในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่กกต.ในระดับอำเภอ ได้รายงานจำนวนผู้สมัครในแต่ละวันไปยังผู้ที่มีหน้าที่บริหารจัดการเรื่องฮั้วหาคน เกณฑ์คนมาสมัคร เพื่อให้ครอบคลุมในกลุ่มต่างๆ จึงทำให้กระบวนการฮั้วทำได้ดีเพราะมีคนส่งข้อมูล

นอกจากนี้ การตรวจสอบคุณสม บัติในระดับอำเภอ ก็มีการตรวจสอบที่หละหลวม จึงมองว่าเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอเข้าไปมีส่วนร่วมกับกระบวนการ จึงเป็นที่มาของ จ.อำนาจเจริญ ที่ทำหนังสือหารือถึงความร่วมมือกับดีเอสไอ ซึ่งอาจจะกังวลหรือหวั่นเกรง จึงได้เห็นหนังสือแนะนำออกมาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมกันนี้ก็ขอให้กกต.ใช้กรณีความปรากฏดำเนินการเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ ตรวจสอบกรณีอาจเข้าไปมีส่วนร่วมหรือพัวพันที่ก่อให้เกิดการทุจริตหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายการเลือกสว.ตั้งแต่ระดับอำเภอ

ด้าน พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวตอบโต้การชี้แจงของสำนักงาน กกต.กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รายงานว่าจะมีการฮั้วเลือกสว.หลังวันเลือกสว.ระดับประเทศไปแล้วว่า สิ่งที่กกต.ชี้แจงไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้กล่าวหาผู้สมัครสว.แม้แต่คนเดียว เพียงแต่เบาะแสไปแจ้งต่อนายแสวง ซึ่งเป็นเลขาธิการกกต. และเป็นผอ.การเลือกระดับประ เทศได้รับทราบเบาะแส ว่ามีคนนำโพยฮั้ว โพยจัดตั้งเข้าไปในสถานที่เลือกโดยเขียนไว้ในหนังสือสว. 3 ขอให้ยึดหนังสือสว.3 เพื่อให้การเลือกเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งหลังได้รับคำร้องก็แจ้งต่อนายแสวง ทันทีก่อนที่กระบวนการเลือกสว.จะเริ่มขึ้น เพื่อให้แจ้งต่อคณะกรรมการดำเนินการ แต่นายแสวง กลับไม่ดำเนินการใดๆ ตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งที่มีเหตุอันควรสงสัยแล้ว ซึ่งตนไม่ได้ขอเปิดดูหนังสือสว.3ของผู้สมัคร ถ้านายแสวง แจ้งให้กับกกต.รับทราบและดำเนินการ กระบวนการฮั้วสว.ในวันนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ในเมื่อนายแสวง เป็นเลขาฯกกต.คุมกระบวนการสืบสวนไต่สวน ถือเป็นตัวหลักและเป็นคนที่เปิดประตูที่จะให้การเลือกสุจริตหรือไม่ในวันดังกล่าว

“ผมยังเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของ กกต.ที่ทำเพื่อประเทศชาติ แต่เมื่อเจอกกต.มีพฤติกรรมช่วยเหลือพวกเดียวกัน ไม่ตั้งกรรมการสืบสวน ไม่ดำเนินการทางวินัย แถมยังให้ลูกน้องมาสอบลูกพี่อีก และผมได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย เมื่อเดือนต.ค.ปี 2567 จนถึงวันนี้ตนก็ได้ดำเนินการทวง ถามความคืบหน้าในครั้งที่ 4 ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ องค์กรอิสระช่วยเหลือกันหรือไม่” พ.ต.อ.มนัส กล่าว

พ.ต.อ.มนัส ได้นำภาพถ่ายคู่กับนายแสวง มาโชว์ต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า ภาพใบนี้เป็นการยืนยันว่าตนได้แจ้งเบาะแสให้นายแสวงรับทราบในวันที่ 26 มิ.ย.เวลา 08.29 น. แล้วหากตนพูดไม่เป็นความจริงก็ขอให้นายแสวง บอกว่าสิ่งที่ตนรายงานไว้ในแบบรายงานแบบผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่เป็นความจริง ก็ขอให้ดำเนินคดีกับตน และขอให้นายแสวง ออกมาเปิดเผยความจริงแบบรายงานผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่ได้รายงานไว้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2567 ขอให้ออกมาชี้แจงสิ่งที่ตนรายงานไว้ในใบผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นความจริงหรือไม่ หากไม่เจอก็ขอให้ดำเนินคดีกับตน

ขณะที่นายพิศุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ศิลปินนักร้อง ในฐานะ สว.สำรอง ร้องเพลงขอบคุณเพื่อส่งสัญญาณเป็นเชิงสัญลักษณ์ ว่า ดีเอสไอเป็นหน่วยงานเดียวที่จะทำให้ได้ความยุติธรรม ร้องว่า “ดีเอสไอช่วยด้วย ดีเอสไอช่วยที ช่วยทำความจริงให้ปรากฏ”  ///-005

‘โฆษกภูมิใจไทย’ลั่นปกป้องศักดิ์ศรี ฟ้องกลับแน่คนยื่น‘ยุบพรรค’

‘โฆษกภูมิใจไทย’ลั่นปกป้องศักดิ์ศรี ฟ้องกลับแน่คนยื่น‘ยุบพรรค’

‘โฆษกภูมิใจไทย’ลั่นปกป้องศักดิ์ศรี ฟ้องกลับแน่คนยื่น‘ยุบพรรค’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

‘โฆษกภูมิใจไทย’ซัดคนยื่น‘ยุบพรรค’มีหน้าที่อะไร เสียผลประโยชน์หรือไม่ ถึงเอาเป็นเอาตาย ลั่นฟ้องกลับแน่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีพรรค

21 พ.ค.2568 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท และนายณฐพร โตประยูร ที่ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ว่า ถ้าดูจากทั้งคำสัมภาษณ์และคนที่ยื่นไปนั้น จะบอกว่าเป็นความเชื่อของเขา ที่เชื่อว่าเป็นการฮั้ว ซึ่งในทางกฎหมายใช้ความเชื่อไม่ได้ และทุกอย่างต้องเป็นหลักฐานที่ชัดเจน ยิ่งมีคำสัมภาษณ์ว่ามีการพบเส้นเงินต้องก็บอกเขาว่า มีหน้าที่อะไร เพราะในขณะนี้เท่าที่ทุกคนทราบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่ได้สรุปว่าเป็นคดีอั้งยี่ซ่องโจร การขอหลักฐานทุกอย่างต้องมาจากธนาคาร ดังนั้นใช้อำนาจในส่วนใดเอาเอกสารส่วนนี้ออกมา จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบได้

“ยิ่งเมื่อวานนี้ถึงขั้นเอ่ยถึงชื่อหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค สมาชิกพรรค และชื่อพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุให้พรรคต้องออกมาปกป้องตัวเองว่าเราโดนใส่ร้าย มีการพูดพาดพิงเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เฉี่ยวไปเฉี่ยวไปมาก็จริง แต่เมื่อวานเป็นการเอ่ยชื่อโดยตรงพร้อมชื่อบุคคลของพรรคดังนั้น เราต้องใช้สิทธิ์ในการปกป้องพวกเราเอง แต่จะฟ้องที่ไหนบ้าง ต้องให้ทีมกฎหมายตัดสินใจ” น.ส.แนน กล่าว

ส่วนมีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าเป็นการยื่น ตรวจสอบตามปกติหรือมีการเมืองเข้ามาผสมโรงด้วย น.ส.แนน กล่าวว่า ถ้าลึกกว่านั้นเราคงไม่ทราบ แต่ในขณะนี้ ที่โยงกลับมาหาเรา และถ้าฟังจากคำสัมภาษณ์แบบถอดเทป ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่มาพาดพิง ว่าเป็นพรรคสีน้ำเงิน หรือสุดท้าย เอ่ยชื่อคนพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องไปย้อนดูว่า ท่านเสียผลประโยชน์อะไรหรือไม่  ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงมาฟาดงวงฟาดงาใส่เรา และมาเอาเป็นเอาตายกันขนาดนี้

“แต่ถ้าถามว่ามีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ เราคงไม่ทราบถึงขนาดนั้น แต่เท่าที่ฟังจากข่าวที่เราเห็น ถ้า กกต. มีหนังสือมาถึงสมาชิกสมาชิกพรรค คนใด ซึ่งอาจเป็นแค่หนังสือเรียกเพียงเพื่อขอทราบข้อมูลก็ได้ แต่บางครั้งสื่อก็ไปลงว่าโดนฟ้อง ทั้งที่ส่วนใหญ่เป็นการขอข้อมูลอย่างเดียว และทุกอย่าง เป็นไปตามเอกสารหลักฐานถ้ามีก็เปิดมาเลย ซึ่งพรรคก็พร้อมสู้ ถ้าทำให้เราเสียหายก็ต้องฟ้อง” น.ส.แนน กล่าว

เมื่อถามว่าแนวทางการต่อสู้คดีเรื่องยุบพรรคนั้น น.ส.แนน กล่าวว่า อาจต้องดูเนื้อหา ที่เขาฟ้องร้องเราก่อน ว่าเข้าข่ายมาตราไหนบ้าง และคงต้องเตรียมตามขั้นตอนปกติ เพราะไม่ใช่ว่าในสมัยสภาชุดนี้มีเราพรรคเดียวที่โดนยื่นยุบพรรค พรรคอื่นเขาก็สู้ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป เพียงแต่เรื่องของพรรคภูมิใจไทย พึ่งมีการยื่นเมื่อวานทาง กกต. ต้องรวบรวมหลักฐานและคงจะเชิญ พรรคภูมิใจไทยไปให้ข้อมูล

‘เลขาฯภูมิใจไทย’ขึงขัง!เมินให้ราคา ‘สว.สำรอง’ ร้องยุบพรรค โยงฮั้วสว. ซัดแรงเรื่องไร้ประโยชน์ต่อปชช.

‘เลขาฯภูมิใจไทย’ขึงขัง!เมินให้ราคา ‘สว.สำรอง’ ร้องยุบพรรค โยงฮั้วสว. ซัดแรงเรื่องไร้ประโยชน์ต่อปชช.

‘เลขาฯภูมิใจไทย’ขึงขัง!เมินให้ราคา ‘สว.สำรอง’ ร้องยุบพรรค โยงฮั้วสว. ซัดแรงเรื่องไร้ประโยชน์ต่อปชช.

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

‘เลขาฯภูมิใจไทย’ ขึงขัง! เมินให้ราคา ‘สว.สำรอง’ ร้องยุบ ‘ภท.’ โยงเอี่ยว ‘ฮั้วเลือก สว.’ ลั่นแรงเรื่องไร้ประโยชน์ต่อประชาชน อย่ามาถาม ไม่มีเวลาให้

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และการแจ้งเตือนสาธารณภัยในระดับพื้นที่ โดยก่อนเข้าสู่การมอบนโยบาย ได้มีเวทีเสวนา​แลกเปลี่ยนสถา​นการณ์น้ำ​ มีนายไชยชนก​ ชิดชอบ​ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย​ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย​ 

โดยนายไชยชนก​ กล่าวในระหว่างการเสวนาว่า ตั้งใจ​เป็นตัวตั้งตัวตี​ ทำให้พรรคตื่นตัวถึงความไม่ปกติเรื่องของภัยธรรมชาติ​ แต่เครดิตทุกอย่างต้องอยู่ที่นายอนุทิน และน.ส.ศุภมาศ​ อิศรภักดี​ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม​(อว.​) ที่ให้ความสำคัญรวบรวมการบูรณาการการทำงานภายใต้การทำงานของมหาดไทย และอว.รวมไปถึงเชิญทางเอกชนเข้ามาระดมมันสมอง​ หาวิธีการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น​

นายไชยชนก​ กล่าวต่อว่า​ เรามาวันนี้มาด้วยความนอบน้อมและตระหนักดีว่าประชาชนและฝ่ายบริหารของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีทั้งประสบการณ์และความสามารถและองค์ความรู้ น้ำท่วมในการรับมือภัยน้ำท่วมได้ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งชาวบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ ไม่ใช่เพียงปรับตัวกับน้ำท่วมได้ดีในทุกปี​ แต่กลายเป็นวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยเสน่ห์​ และความยืดหยุ่นและความพร้อมที่จะปรับตัวรับมือกับภัยธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำท่วม ในวันนี้ซึ่งในเหตุผลหลักไม่ใช่เพื่อบอก​ หรือ​สอน​ แต่มาเพื่อมาเรียนรู้จากทุกท่าน​ เพราะสิ่งที่เราคาดการณ์และวิเคราะห์ว่าจะเกิดขึ้นซึ่งลานีญ่า​มาเร็วกว่าที่เราคิดถึง​ 10 ปี​  และจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆไปจนถึงกลางปีหน้า​ พร้อมยืนยันว่า​ จะทำหน้าที่ในแต่ละหน่วยงานอย่างสุดความสามารถเพื่อมอบข้อมูลให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

นายไชยชนก​ ยังกล่าวถึงการใช้เวลาในช่วงปิดสมัยประชุมสภาได้เดินทางลงพื้นที่แต่ละจังหวัด​ พูดคุยกับประชาชนแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์สภาพอากาศที่​ ที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ​  อยากให้เปิดใจรับฟังธรรมชาติ​ที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา​ ซึ่งธรรมชาติเตือนเราเสมออย่างเป็นขั้นตอน จึงอยากให้เตรียมตัวดูสถานการณ์​รับมือน้ำท่วมฉับพลัน​ 

​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ก่อนที่การเสวนาจะเริ่มขึ้น​ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม​นายไชยชนก​ ถึงกรณีที่น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง​ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้พิจารณายุคพรรคภูมิใจไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.​) ถึง​ 2 ครั้ง แต่นายไชยชนก​ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษ​ณ์​ โดยระบุสั้นๆเพียงว่า​ ไม่ให้ราคา​ น้ำจะท่วมอยู่แล้ว​ และถ้าไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์​ต่อประชาชน​ อย่ามาถามผม​ ผมไม่มีเวลาให้ 

รอชื่อเต็มๆก่อน!‘พิพัฒน์’ขู่ฟ้องกลับแน่ ปูดชื่อย่อ‘พ.’โยงเอี่ยว‘ฮั้วเลือก สว.’

รอชื่อเต็มๆก่อน!‘พิพัฒน์’ขู่ฟ้องกลับแน่ ปูดชื่อย่อ‘พ.’โยงเอี่ยว‘ฮั้วเลือก สว.’

รอชื่อเต็มๆก่อน!‘พิพัฒน์’ขู่ฟ้องกลับแน่ ปูดชื่อย่อ‘พ.’โยงเอี่ยว‘ฮั้วเลือก สว.’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.15 น.

รอชื่อเต็มๆก่อน!‘พิพัฒน์’ขู่ฟ้องกลับแน่ ปูดชื่อย่อ‘พ.’โยงเอี่ยว‘ฮั้วเลือก สว.’ ขอรอหนังสือเชิญ‘กกต.’ออกมาให้ชัดเจน ลั่นรับไม่ได้พาดพิง‘ภูมิใจไทย’ ชี้พรรคการเมืองยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ชี้เป็นการอุปโลกน์สงคราม‘แดง’ฟัด‘น้ำเงิน’ เสี้ยมรัฐบาลแตกคอกัน

21 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่อักษรย่อ พ. ออกมาและมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว.ว่า ตอนนี้ยังเป็นแค่ชื่อย่อ ขอให้มีชื่อจริงออกมาให้ชัดเจนก่อน และต้องรอจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการเชิญตนเข้าไปให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีทั้งแถลงการณ์และหนังสือเชิญเข้าไปให้ข้อมูล ดังนั้นจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ขอรอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยตนเองรับไม่ได้ ที่มีการพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยให้ได้รับความเสียหาย

เมื่อถามว่าจะมีการไล่แจ้งความทุกจังหวัดหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของตนเองเป็นคนจังหวัดสงขลา ถ้าจะแจ้งความฟ้องร้อง ก็คงฟ้องที่จังหวัดสงขลา แต่ตอนนี้คงยังไม่ดำเนินการแจ้งความใด ๆ จนกว่าจะมีชื่อออกมาชัดเจน

เมื่อถามต่อว่า ยังคงยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ที่มีการตั้งข้อสังเกตใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระแสข่าวการเลือกสว. ที่มีการพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ ต้องไปดูข้อเท็จจริงในเรื่องข้อกฎหมายและข้อห้ามต่าง ๆ ที่บางคนไปให้ข้อมูลหรือข้อแนะนำคนเหล่านั้นอาจจะยังไม่เข้าใจวิธีการ การได้มาซึ่ง สว. ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าตัวเองยังไม่เข้าใจวิธีการเลือก สว. ครั้งนี้ ว่าจะมีการเลือกอย่างไรในระดับอำเภอและจังหวัด รวมไปถึงยังมีการเลือกไขว้แต่ละสายอาชีพ ซึ่งกว่าจะได้มาทั้ง 77 จังหวัด ต้องมีการแนะนำตัวเป็นเรื่องปกติ เพราะจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครมีความรู้ในด้านไหน การกระทำทั้งหมดเหล่านี้ อย่าเพิ่งไปตัดสิน ว่ามีเจตนาที่ไม่ดี ที่คนเหล่านี้จะมาแนะนำตัวมาสร้างความรู้ความเข้าใจ

เมื่อถามย้ำว่า ในกรณีนี้มีการกล่าวอ้างถึงเรื่องเส้นเงิน ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่าเรื่องเส้นทางการเงินมีหลักฐานหรือไม่ คำว่าเส้นเงินที่ผ่านมามีการพูดถึงตลอด แต่ทางพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่เห็นข้อเท็จจริง จะมาตัดสินได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย ในเมื่อพรรคการเมืองไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกสว. ได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดและข้อห้ามที่ชัดเจน การเลือกสว. เป็นเอกเทศ ดังนั้นการพูดว่าพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังการเลือก สว. หรือ สว.สีน้ำเงิน เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาและบังเอิญว่าสีน้ำเงินดันไปสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า คอการเมืองวิเคราะห์ว่าเป็นนิติสงครามระหว่างสีแดงและสีน้ำเงิน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตรงนั้น แล้วไม่เคยทราบมาก่อนว่าพรรคสีแดงจะมาทำลายพรรคสีน้ำเงิน เรายังอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน การอยู่กันได้ต้องพูดคุยกัน และจะฟังจากบุคคลภายนอกไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าบุคคลภายนอกมีเจตนาอย่างไร อาจจะมีการเสี้ยมและยุยงรัฐบาลให้แตกกัน

เปิดคลิปนาที! ‘ลุงป้อม’เดินพลาดตกบันไดวัดโพธิ์ หลังกลับจากทำบุญ

เปิดคลิปนาที! 'ลุงป้อม'เดินพลาดตกบันไดวัดโพธิ์ หลังกลับจากทำบุญ

เปิดคลิปนาที! ‘ลุงป้อม’เดินพลาดตกบันไดวัดโพธิ์ หลังกลับจากทำบุญ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.11 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค. 68 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

โดยระหว่างเดินทางกลับ พลเอกประวิตร ได้ประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม ซึ่งเป็นทางขาลง ของอุโบสถ ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจากใส่ถุงเท้า และเป็นบันไดพื้นหินอ่อน ทำให้ลื่นล้มแบบทิ้งตัว

แต่พลเอกประวิตร ก็สามารถที่จะลุกขึ้นมานั่งพักที่เก้าอี้ และเดินไปขึ้นรถได้ตามปกติ โดยมี ทส. คอยพยุงตัวตลอดการเดิน

โฆษก’ภูมิใจไทย’ยัน 70เสียง ยกมือผ่านงบประมาณฯปี 69 ล้านเปอร์เซ็นต์

โฆษก'ภูมิใจไทย'ยัน 70เสียง ยกมือผ่านงบประมาณฯปี 69 ล้านเปอร์เซ็นต์

โฆษก’ภูมิใจไทย’ยัน 70เสียง ยกมือผ่านงบประมาณฯปี 69 ล้านเปอร์เซ็นต์

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

โฆษก’ภูมิใจไทย’ยัน 70เสียง ยกมือผ่านงบประมาณฯปี 69 ล้านเปอร์เซ็นต์

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.)กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 ถึง 31 พฤษภาคมนี้ ว่า พรรคภูมิใจไทย เรื่องงบไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีการพูดคุยกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรีหรือพรรคร่วมรัฐบาลเอง และได้พูดคุยกับวิปสามฝ่ายแล้ว ดังนั้นจึงชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทย 70 เสียง 

” เราพร้อมโหวต ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯปี69 แน่นหนาเต็มที่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทยจะคว่ำร่างนั้น ขอรบกวนช่วยหาด้วยว่ามาจากไหน ไม่ได้มาจากพรรคภูมิใจไทยแน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ ” โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าว 

‘ภูมิธรรม’ดันสร้างเขื่อนกรองสารพิษ ‘แม่น้ำกก-สาย’ ป้องกันปัญหาในระยะยาว

‘ภูมิธรรม’ดันสร้างเขื่อนกรองสารพิษ ‘แม่น้ำกก-สาย’ ป้องกันปัญหาในระยะยาว

‘ภูมิธรรม’ดันสร้างเขื่อนกรองสารพิษ ‘แม่น้ำกก-สาย’ ป้องกันปัญหาในระยะยาว

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.55 น.

“ภูมิธรรม” ดันสร้างเขื่อนกรองสารพิษ “แม่น้ำกก-สาย” หวังป้องกันปัญหาระยะยาว หลังการเจรจามีปัญหา 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.20 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์การปนเปื้อนโลหะหนักในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง พื้นที่ จ.เชียงรายว่า เรื่องดังกล่าวได้นำเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และได้สั่งการตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เกี่ยวกับการพบสารพิษตกค้างในแม่น้ำ โดยมีสาเหตุจากเหมืองแร่ที่บริเวณต้นน้ำ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของประเทศเมียนมา เรื่องนี้ได้เร่งให้มีการตรวจสอบ โดยได้แต่งตั้งให้กรมควบคุมมลพิษเป็นประธานร่วมกับกรมอนามัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สารที่ทะลักเข้ามาเป็นอันตรายและเกินค่ามาตรฐานหรือไม่ โดยเท่าที่ตรวจสอบแม่น้ำฝั่งไทยพบ สารเกินค่ามาตรฐานในหลายจุด แต่ไม่ได้เป็นอันตรายในระยะสั้น

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนความกังวลคือ จะส่งผลอันตรายในระยะยาวขณะนี้รัฐบาลใช้วิธีการควบคุมในหลายวิธี เช่น การควบคุมกิจการชายแดน ที่ได้ไปเจรจากับประเทศเมียนมา แต่จากการพูดคุยและหารือกันแล้วพบว่า อาจจะไม่ใช่พื้นที่ในการควบคุมของรัฐบาลเมียนมาโดยตรง คาดว่า จะเป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย เราต้องดำเนินการหาทางป้องกันและแม่น้ำดังกล่าวที่มีบริเวณค่อนข้างกว้าง ขณะนี้ได้ให้กรมการบินพลเรือนบินสำรวจและให้กรมทรัพยากรน้ำออกแบบเขื่อนที่มีคุณสมบัติกรองสารพิษและดูดตะกอนที่ติดอยู่ จากเขื่อนที่วางไว้ ซึ่งแม้ว่า จะเป็นปัญหาในระยะยาว แต่ขณะนี้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าว ส่วนเรื่องการเจรจานั้น เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ เนื่องจากไม่ได้เกิดขึ้นในดินแดนประเทศไทย สิ่งที่ดีที่สุดคือ การเตรียมป้องกัน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจไปยังประชาชนในพื้นที่ ที่ขณะนี้ได้มีข้อสรุปจากกรมควบคุมมลพิษและกรมอนามัยว่า เป็นเรื่องระยะยาว ไม่ใช่เรื่องเฉพาะหน้า เพราะหากไม่ทำอะไรเลยในเวลานี้ในอนาคตจะเป็นปัญหา แต่ขอยืนยันได้ว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นเป็นอันตราย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ถือเป็นประชาชนของประเทศไทย เป็นทรัพยากรสำคัญ รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับภัยเช่นนี้ได้ ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ในการปกป้อง

‘พันธุ์ใหม่’เสียงอ่อย! ‘นันทนา’รับล่ารายชื่อ‘สภาสูง’ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แค่ 10 คน

‘พันธุ์ใหม่’เสียงอ่อย! ‘นันทนา’รับล่ารายชื่อ‘สภาสูง’ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แค่ 10 คน

‘พันธุ์ใหม่’เสียงอ่อย! ‘นันทนา’รับล่ารายชื่อ‘สภาสูง’ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ได้แค่ 10 คน

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

‘พันธุ์ใหม่’เสียงอ่อย! ยังล่ารายชื่อไม่ถึง 20 คน ได้แค่ 10 จากพวกเดียวกัน ถามกลับจะ‘ล้มทั้งกระดาน’ทำไม เพราะยังมีคนที่เข้ามาแบบปกติ ชี้หากถึงจุดนั้นก็ยินดี แต่มีเงื่อนไขต้อง‘แก้ รธน.’เรื่องที่มาก่อน เผยเตรียมทำหนังสือชะลอลงมติเลือก‘คกก.ป.ป.ช.’ชง‘ประธานวุฒิฯ’ 30 พ.ค.นี้ ด้าน‘ทนายอั๋น’ลั่นพร้อมสู้เคียงข้าง

21 พ.ค.2568 เวลา11.00น. ที่รัฐสภา กลุ่ม สว.พันธุ์ใหม่ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แถลงความคืบหน้าในการเข้าชื่อ สว.เพื่อขอให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนของการสรรหาองค์กรอิสระว่า ขณะนี้ประชาชนทั่วไปทราบว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นหายนะของประเทศ หากมีการปล่อยให้มีการแต่งตั้งองค์กรอิสระอย่างเร่งด่วนเช่นนี้ เป็นเรื่องการขัดขัดแย้งผลประโยชน์อย่างรุนแรง เพราะ สว.เสียงข้างมาก กำลังตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ว่าเข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบ และได้ทำการตรวจสอบ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งหากปล่อยให้มีการแต่งตั้ง กกต.เข้าไปก็จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ต่างตอบแทน เช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญที่จะเป็นผู้วินิจฉัย การกระทำนี้ จะไม่เท่ากับตั้งผู้พิพากษามาพิจารณาตัวเองหรือ

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า รวมถึงหากในอนาคตมีการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ ในขณะที่การตรวจสอบ สว.เสียงข้างมาก ยังไม่ชัดเจน ถ้ามีการดำเนินคดีไปถึงที่สุด หรือศาลมีคำพิพากษาให้ สว.ที่เป็นเสียงข้างมากนั้นมีความผิด จะทำให้ผลแห่งการลงมติของผู้ของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กลายเป็นมรดกบาป ที่ สว.ได้ทิ้งไว้ให้กับประเทศชาติหรือไม่ ซึ่งก็จะผลต่อสถานะขององค์กรอิสระเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากองค์กรอิสระเป็นองค์กรภายใต้กำกับพรรคการเมือง หรือของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จะบิดเบี้ยวไปอย่างไร จะเป็นองค์กรที่เป็นกลางเที่ยงธรรมหรือไม่

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า แม้กระบวนการนี้ จะยากลำบาก แต่ขณะนี้สังคมได้รับรู้อย่างกว้างขวาง และรู้ว่ากระบวนการได้มาซึ่ง สว.ส่วนใหญ่มิชอบ แต่สังคมก็เอาใจช่วยในการผลักดันกระบวนการไม่ให้ สว. ได้ลงมติ ซึ่งในภาคส่วนอื่นๆก็ยังมีนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ได้ร้องกับ กตต.ไปแล้ว มีนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ จะยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ภายในวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.นี้ และนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ก็จะยื่นญัตติชะลอการเลือกกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อ นายมงคล สุระสัจจะประธานวุฒิสภา ในการประชุมวุฒิสภา วันที่ 30 พ.ค.นี้ โดยการทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องรอการบรรจุระเบียบวาระ แม้ทุกมติของเรา จะไม่เคยผ่านเลย แต่ก็เป็นช่องทางที่เราจะต้องทำ ตลอดจนภาคประชาชน ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องติดตามต่อไป ว่ากระบวนการไหนจะสำเร็จหรือบรรลุเป้าหมายได้ก่อน

“สาเหตุจริงๆ ของเรื่องมาจากการที่รัฐธรรมนูญปี 60 กำหนดให้การเลือก สว.เป็นการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพ และเกิดช่องโหว่ ช่องว่าง จนกระทั่งมีการฮั้วกันเข้ามาแบบมโหฬารเช่นนี้ โดยการในส่วนนี้ ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงนี้ และสิ่งที่เราต้องเริ่มคิดดำเนินการต่อไป คือการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีปัญหา ทำให้เกิดวิปริตในการได้มาซึ่ง สว.” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามว่าสรุปตอนนี้รายชื่อ สว. มีไม่ถึง 20 คนใช่หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ยัง เพิ่งเริ่ม เราเพิ่งร่างคำร้อง เราใช้เวลาดำเนินการ รัฐธรรมนูญร่างมาแล้ว ไม่มีข้อกฎหมายตามทันเรื่องนี้ ถ้ามีการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พบว่ามีพฤติกรรมมันไม่ชอบจำนวนมาก กฎหมายตามไม่ทัน กลายเป็นว่าเราต้องพลิกตำรากฎหมาย จึงต้องใช้เวลา ดังนั้นวันนี้จึงเริ่มกระบวนการในการล่ารายชื่อ ซึ่งคือเป็นกระบวนการที่ตรงและเร็วที่สุด ซึ่งยอมรับว่า ไม่ใช่เส้นทางที่ราบรื่นเพราะหากรวบรวมรายชื่อได้ 20 คนแล้ว จะต้องยื่นต่อประธานวุฒิสภาซึ่งเป็นหนึ่งใน 55 คนที่ ถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วยซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปยื่นกับใคร เพราะในธรรมนูญระบุไว้ว่า ต้องไปยื่นกับประธานวุฒิสภา ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่ต้องลุ้นกันตลอดทาง

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ประเด็นหลัก ๆ ที่ยื่นนั้น มีเรื่องมาตรา 82 การเข้าชื่อกันของสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ จำนวน 1 ใน 10 เพื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภาว่าสมาชิกภาพของผู้ที่ถูกร้องนั้นสิ้นสุดลง หลังจากนั้นจะขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส่วนข้อกล่าวหาที่จะให้สมาชิกสภาพสิ้นสุดลง ใช้มาตรา 113 และมาตรา 114 คือการตกอยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ของอำนาจกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดและข้อมูลก็ออกมาสู่สาธารณะชนอย่างกว้างขวางแล้ว

เมื่อถามว่าจะเป็นการถอนรากถอนโคน ไม่ใช่แค่ชะลอไม่โหวตเลือกองค์กรอิสระใช่หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เราพยายามหาข้อกฎหมายมารองรับให้การร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องถอดถอน แต่สุดท้ายแล้ว ไม่มีกฎหมายใดมารองรับ ซึ่งตนเองเรียกร้องให้ สว.ทั้งหมด ใช้จิตสำนึกหยุดปฏิบัติหน้าที่เอง โดยไม่ต้องใช้กฎหมายมาบังคับ พร้อมยอมรับว่า กังวลว่าการดำเนินการนี้จะช้า จึงเร่งมาก ในเวลาที่เหลือ 9 วันนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ยื่นเรื่องร้อง กกต. ให้ยุติการสอบสวนกรณีการฮั้ว สว. น.ส.นันทนากล่าวว่า ก็เป็นสิทธิดำเนินการปกป้องตัวเอง แต่โดยกระบวนการยุติธรรมสามารถทำได้หรือไม่ และสามารถร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจสอบตนเองได้หรือไม่ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการต่อไป ส่วนมองว่าเป็นการแทรกแซงหรือไม่นั้น ก็เรทเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกผู้ที่ถูกกล่าวหาฟ้อง ซึ่งประชาชนก็จับตาดูว่าผู้ที่ถูกกล่าวหามีมีความผิดแต่กลับร้องเจ้าหน้าที่ อาจเป็นเพราะผู้ถูกร้องอาจมีสถานะที่ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป ก็ขึ้นอยู่ว่าจะมองอย่างไร

เมื่อถามว่าจะเป็นการฟอกขาว กกต. และ สว. หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า เราเรียกร้องมาตลอดว่า องค์กรอิสระต้องโปร่งใส จากรัฐบาล การเมือง และต้องมีการตรวจสอบอย่างที่ทำตรงไปตรงมา ดังนั้น จึงต้องช่วยกันจับตา ไม่ปล่อยให้มีการลงมติผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ โดย สว. ที่มีที่มาไม่ชัดเจน

“ถ้ากระบวนการยุติธรรมเดินไปจนสุดทางแล้ว บริสุทธิ์ ยุติธรรมจริงๆ กลุ่ม สว.เสียงส่วนใหญ่นี้พ้นหน้าที่ไป ก็ยังมีสว.สำรอง ที่พร้อมจะเลื่อนรายชื่อขึ้นมา เป็นองค์ประชุมได้” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามว่าจะไปถึงการล้มทั้งกระดานหรือไม่ น.ส.นันทนา ถามกลับว่า ด้วยเหตุผลอะไร ถ้าจะล้มทั้งกระดาน เพราะคนอื่นๆ ที่เข้ามาแบบปกติก็มี ที่ไม่ได้อยู่ในข้อกล่าวหาว่าฮั้วกัน แต่ถ้าถึงที่สุด จะต้องล้มกระดานกันด้วยเหตุผลว่า เกี่ยวพันกันไปกันมา ก็ยินดี แต่ขอให้แก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ สว.ก่อน หากยังไม่แก้ครั้งหน้าจะฮั้วแบบไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยทิ้งไว้เลย ก็จะยิ่งแย่กว่าเดิม

ด้านนายภัทรพงศ์ หรือทนายอั๋น กล่าวว่า เราทราบกันดีว่าจำนวน สว. สีน้ำเงินที่มีปัญหาอยู่ในกระบวนการมีเพียง138 คนนั่นหมายความว่ามีมากกว่า สว. สายอิสระ แต่วันนี้จำนวน สว. เพียงแค่ 20 คน ที่จะทำการล่ารายชื่อดูเหมือนว่าโทรไปไม่รับสายบ้าง จึงตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น พี่น้องประชาชน รวมถึงตนเองอยากเห็นซุปเปอร์ฮีโร่เกิดขึ้นในวุฒิสภา ท่ามกลางการศรัทธาความเชื่อมั่นขององค์กรวุฒิสภาเช่นนี้ เรื่องนี้พฤติการณ์ของกลุ่ม สว. ที่ได้มาโดยมิชอบไม่สุจริตเที่ยงธรรม จนกระทั่งนำไปสู่การถูกดำเนินคดี และถูกเรียกไปรายงานตัว เป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือไม่ ตนเองหวังว่าเสียงสะท้อนของตนวันนี้จะไปถึง สว. กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าอิสระ หรือสายสีขาวทั้งหลาย ให้ร่วมกันมาลงชื่อร่วมกับนางสาวนันทนา เพราะคือทางที่ใกล้ที่สุด แค่ 20 คนไม่เกินไป หากมองในแง่ร้ายที่สุดสมมุติไม่มีใครมาเข้าชื่อกระบวนการไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญมันยากเย็นนักหรืออย่างไร ตนเองจึงจะไปยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการล้มล้างการปกครอง แต่ก็ไม่หวังอยากไปจุดนั้น

“ผมเองอยากเห็น สว. แสดงความกล้าหาญ ส่วนใครที่กลัวว่า สว. สีน้ำเงินจะเอาคืนในเงื่อนไขในเรื่องของการตั้งกรรมการมาสอบเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมของใครก็แล้ว แต่ที่มาร่วมลงชื่อนั่นหมายถึงว่าพวกคุณกลัว ท่ามกลางสถานการณ์สังคมที่เลวร้าย หากพวกคุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง สว. ประชาชนตาดำๆ ที่สู้กับสภาพเศรษฐกิจสังคมที่มันถดถอย เขายังสู้ได้ พวกคุณมีต้นทุนเยอะแยะ และผมเองให้คำมั่นวันนี้ว่าหากใครถูก สว. สีน้ำเงินเอาคืน ผมและประชาชนพร้อมปกป้อง” นายภัทรพงศ์ กล่าว