‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่

‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่

‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.49 น.

‘สนธิญา’ยื่น‘กกต.’สอบ‘เพื่อไทย’ เลื่อนแจก‘เงินหมื่น’ส่อขัดรธน.หรือไม่

21 พฤษภาคม 2568 นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหนทางการเมือง ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาลประกาศเลื่อนแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 หรือไม่

นายสนธิญา กล่าวว่า ตอนหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ประกาศจะทำนโยบายนี้ หากเป็นรัฐบาลภายใน 90 วัน ซึ่งตนก็คัดค้านมาตลอดเพราะเห็นว่าทำไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เลื่อนมาเรื่อย ล่าสุดเมื่อวาน (20 พ.ค.68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชะลอนโยบายแจกเงินทำให้ผู้มีอายุ 16-60 ปี ไม่ได้รับการแจกเงิน โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ในสหรัฐไม่ดี มีสงครามยูเครน อิสราเอล

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย เข้ามาบริหารประเทศตั้งแต่ 11 กันยายน 2566 นับจนถึงวันนี้ 1  ปี  8 เดือน 22 วัน ถ้าจะทำก็ทำไปแล้ว ดังนั้นการจะมาอ้างเรื่องนี้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องเป็นเหตุเป็นผลกัน ทำให้ต้องมาร้องต่อ กกต.ในประเด็นว่าถ้าเมื่อใดก็ตามงบฯ 10,000 ล้านบาท ที่จะแจกให้กับประชาชน 52 ล้านคน เป็นงบฯรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าด้วยหมวด 16 การปฏิรูประเทศไทย มาตรา 258 ก. ด้านการเมือง ว่าด้วยนโยบายพรรคการเมือง จะต้องได้รับการศึกษา ทบทวน และความเสี่ยงอย่างครบถ้วน ก่อนจะประกาศออกมาเป็นนโยบายของพรรคการเมืองหาเสียงได้

อย่างไรก็ตาม วันนี้ รมช.คลัง ทั้ง 2 คนของพรรคเพื่อไทย หลอกลวงประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย 10,000 บาท และบอกว่าวันนั้น วันนี้ และตอนนี้ชะลอไปก่อน คำว่าชะลอไปก่อน จะจ่ายอย่างไร เมื่อไร และยังจะเอาเงินไปใช้เรื่องน้ำ เรื่องสารพัด ตนถามว่าขณะนี้ในการค้า การขายของพี่น้องประชาชนจะตายกันหมดแล้ว เรียกร้องให้เอาส่วนหนึ่งมาใช้ เพื่อให้เงินส่วนนั้นลงไปสู่พี่น้องประชาชน จึงต้องมายื่นให้ กกต. วินิจฉัย ว่าการกระทำหรือนโยบายของพรรคเพื่อไทย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 หรือไม่ 

นอกจากนี้ ขอให้ กกต.มีมาตรการในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในสมัยหน้า ให้พรรคการเมืองประกาศนโยบายที่สามารถให้ประชาชนเข้าถึงได้ การที่พรรคเพื่อไทยไม่แจกเงิน 10,000 บาท เป็นการทำลายระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนจะไม่เชื่อพรรคการเมืองอีกต่อไปในการประกาศนโยบาย ซึ่งถ้า กกต. ไม่วินิจฉัยและไม่ยื่นไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา ตนก็จะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการประกาศนโยบายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและไม่สามารถทำได้

‘วันนอร์’ เบรก กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯเอาไว้ก่อน! ยันพร้อมเปิดวิสามัญถกงบฯปี69

'วันนอร์' เบรก กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯเอาไว้ก่อน! ยันพร้อมเปิดวิสามัญถกงบฯปี69

‘วันนอร์’ เบรก กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯเอาไว้ก่อน! ยันพร้อมเปิดวิสามัญถกงบฯปี69

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

กม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯเอาไว้ก่อน! ‘ประธานสภาฯ’ ยันพร้อมเปิดวิสามัญถกงบฯปี69 โยน ‘ประธานวุฒิสภา’ เคาะพิจารณา ‘สรรหาองค์กรอิสระ’

21พ.ค.2568 เมื่อเวลา10.40น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 1 ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ว่า ตามที่รัฐบาลขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เนื่องจากจะมีเรื่องการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2569 ในวาระแรกและอาจจะมีกฎหมายอื่นๆตามมาตามที่คณะรัฐมนตรีขอ ซึ่งตนยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีโดยคาดว่าจะมีหนังสือส่งมาภายในวันนี้ และจะมอบหมายให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง นัดประชุมวิปทั้งสองฝ่ายรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเวลา โดยเฉพาะเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายงบประมาณของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะใช้เวลาเท่าใด ซึ่งจะมีการพิจารณาตามที่รัฐบาลได้ขอมา

เมื่อถามถึงการกำหนดกรอบระยะเวลาอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2569 ประธานสภาฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 และตัวแทนคณะรัฐมนตรี(ครม.)วิปทั้ง2ฝ่าย เป็นคนกำหนดเวลา ซึ่งวันนี้ก็จะมีการประชุมกัน ส่วนการเสนอกฎหมายอื่น เช่น ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้น ได้ถูกบรรจุไว้อยู่แล้ว แต่การพิจารณาการเปิดอภิปรายครั้งนี้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญคือจะพิจารณาร่างพระราชกำหนดและเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรีขอมาที่อยากจะพิจารณาให้แล้วเสร็จในสมัยการประชุมวิสามัญนี้ ซึ่งในที่สุดก็จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี2569 ในวาระแรกก่อน เพื่อที่จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการ นำไปสู่การพิจารณาในวาระ2 และเมื่อเปิดสมัยประชุมแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาวาระ 3 ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลา 105 วัน ถ้าสภาฯพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ก็ถือว่าสภาฯเห็นชอบตามที่รัฐบาลเสนอมา ซึ่งโดยปกติก็จะพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน 

นายวันมูหะมัดนอร์ ยังกล่าวถึงความวุ่นวายของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เรียกสอบในคดีฮั้วเลือก สว. จะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของสภานิติบัญญัติหรือไม่ว่า ในฐานะประธานรัฐสภา เราคงไม่สามารถประเมินได้ ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย และขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวุฒิสภาหรือ กกต. ซึ่งรัฐสภาไม่มีอะไรที่จะกระทบต่อเรื่องนี้

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้วุฒิสภาชะลอการคัดสรรกรรมการองค์กรอิสระออกไปก่อน เนื่องจากมีข้อครหาที่มาของสว. นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่วุฒิสภาจะเป็นคนพิจารณา ไม่เกี่ยวกับรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องของ ประธานวุฒิสภาที่จะพิจารณาไปตามขั้นตอนของกฎหมาย 

‘ภูมิธรรม’บอกยังไม่ได้คุย’อนุทิน’หลังโดนยื่นยุบพรรค ชี้ เป็นเรื่องของภูมิใจไทย

'ภูมิธรรม'บอกยังไม่ได้คุย'อนุทิน'หลังโดนยื่นยุบพรรค ชี้ เป็นเรื่องของภูมิใจไทย

‘ภูมิธรรม’บอกยังไม่ได้คุย’อนุทิน’หลังโดนยื่นยุบพรรค ชี้ เป็นเรื่องของภูมิใจไทย

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

‘ภูมิธรรม’บอกยังไม่ได้คุย’อนุทิน’หลังโดนยื่นยุบพรรค ชี้ เป็นเรื่องของภูมิใจไทย

เมื่อเวลา 11.25 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีมีคนไปยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้คุย แต่ได้ฟัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจและชี้แจง ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย 

เลื่อน ไม่เลิก! ‘ภูมิธรรม’แจงโยก‘ดิจิทัลวอลเล็ต’เฟส 3 เติมเงินกระตุ้นศก.-สู้‘สงครามการค้า’

เลื่อน ไม่เลิก! ‘ภูมิธรรม’แจงโยก‘ดิจิทัลวอลเล็ต’เฟส 3 เติมเงินกระตุ้นศก.-สู้‘สงครามการค้า’

เลื่อน ไม่เลิก! ‘ภูมิธรรม’แจงโยก‘ดิจิทัลวอลเล็ต’เฟส 3 เติมเงินกระตุ้นศก.-สู้‘สงครามการค้า’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.32 น.

‘ภูมิธรรม’ย้ำ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’เฟส 3 ยังไม่เลิก แค่เลื่อน ชี้เลือกตั้งยังอีกนาน ต้องโยกงบส่วนอื่นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสู้‘สงครามการค้า’

เมื่อเวลา 11.25 น.วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 จะกระทบต่อคะแนนเสียงในเลือกตั้งครั้งหน้าของพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ ว่า การเลือกตั้งยังอีกยาว ไม่ใช่ว่าจะมีการทำอะไรแบบนี้ได้เร็ว และรัฐบาลยังไม่ได้ยกเลิก เพียงแต่เลื่อนออกไปก่อน เพราะปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ที่เกิดขึ้นคือเรื่องของสงครามการค้าและภาษี เป็นเรื่องเฉพาะหน้าที่ต้องขยับทำการแก้ไขก่อน ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกที่ตกอยู่ในภาวะนี้ก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ เราก็เตรียมแพ็คเกจทั้งหมดไว้จะคุย แต่เงื่อนไขของสหรัฐฯ ก็คงมีหลายเรื่อง ก็ต้องพิจารณากันต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการใช้งบกลางบางส่วน และงบหลายส่วนที่เป็นงบเหลือใช้ทั้งหมด เอามาดู โดยรวมก็ประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งเงินดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 เรายังไม่ได้ยกเลิก แต่ต้องเอามาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ภาวะโดยรวมดีขึ้นทั้งหมดก่อน ซึ่งจะช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ พัฒนาต่อไปได้ หลังจากนั้นค่อยมาดูว่าจะทำอะไร แค่ไหน อย่างไร ทั้งหมดก็เป็นการทำประโยชน์ให้เกิดกับประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นการช่วยเหลือประชาชนในทางอ้อม และโดยตรงกับประเทศ ตอนนี้ก็เลื่อนไป ซึ่งทางกระทรวงการคลัง น่าจะชี้แจงแล้ว

‘บุญส่ง’รองปธ.วุฒิสภาคนที่ 2 ยิ้ม-ขออภัย! ปัดตอบปมคดี ‘ฮั้ว สว.’

'บุญส่ง’รองปธ.วุฒิสภาคนที่ 2 ยิ้ม-ขออภัย! ปัดตอบปมคดี ‘ฮั้ว สว.’

‘บุญส่ง’รองปธ.วุฒิสภาคนที่ 2 ยิ้ม-ขออภัย! ปัดตอบปมคดี ‘ฮั้ว สว.’

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.11 น.

‘บุญส่ง’รองปธ.วุฒิสภาคนที่ 2 ยิ้ม-ขออภัย! ปัดตอบปมคดี ‘ฮั้ว สว.’ 

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2568 เมื่อเวลา10.50น. ที่รัฐสภา นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ถึงกรณีที่น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา(สว.)กลุ่มพันธุ์ใหม่ ระบุจะรวบรวมรายชื่อ 20 สว. เพื่อขอให้ประธานวุฒิสภาส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ สว.ที่ได้หมายเรียกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนการคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ  โดยนายบุญส่งได้แต่ยิ้มให้โดยไม่ตอบคำถาม    

เมื่อถามว่ายังพร้อมปฏิบัติหน้าที่รักษาการหรือไม่ หากประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ และมีความเห็นอย่างไร ที่สว.ที่ถูกหมายเรียกให้ชี้แจง กกต. ไปยื่นร้องให้ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ ดีเอสไอ  นายบุญส่ง กล่าวตอบสั้นๆว่า “ผมขอโทษด้วย ขอโทษครับ”

‘คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม’บุกชาติไทยพัฒนา ถามจุดยืน’บ่อนกาสิโน’เอาหรือไม่เอา?

'คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม'บุกชาติไทยพัฒนา ถามจุดยืน'บ่อนกาสิโน'เอาหรือไม่เอา?

‘คปท.-ศปปส.-กองทัพธรรม’บุกชาติไทยพัฒนา ถามจุดยืน’บ่อนกาสิโน’เอาหรือไม่เอา?

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 กลุ่ม คปท. ศปปส. กองทัพธรรม นำโดย นายไทกร พลสุวรรณ นัสเซอร์ ยีมะห์ อาจารย์เขียวได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อพรรค ชาติไทยพัฒนา เพื่อถามจุดยืนของพรรค เรื่องบ่อนกาสิโน ว่าจะเลือกคัดค้าน หรือจะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย

‘สุขสมรวย’หวด‘ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี’ เปิดเผยเส้นทางเงิน‘ไชยชนก’ส่อละเมิดสิทธิ

‘สุขสมรวย’หวด‘ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี’ เปิดเผยเส้นทางเงิน‘ไชยชนก’ส่อละเมิดสิทธิ

‘สุขสมรวย’หวด‘ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี’ เปิดเผยเส้นทางเงิน‘ไชยชนก’ส่อละเมิดสิทธิ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.58 น.

‘สุขสมรวย’หวด‘ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี’ เปิดเผยเส้นทางเงิน‘ไชยชนก’ส่อละเมิดสิทธิ

21 พฤษภาคม 2568 นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

ถาม “ดีเอสไอ-กุสุมาลวตี” หลังพบความผิดปกติของข้อมูล ส่อมีการละเมิดสิทธิประชาชน!?

เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.2568) นางกุสุมาลวตี บอกว่า มีหลักฐานเส้นทางการเงินของนายไชยชนก ชิดชอบ

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นางกุสุมาลวตี แจ้งความในคดีอั้งยี่ต่อกรณีการเลือก สว.ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2568 โดยที่ไม่ปรากฏการอ้างข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน

เลยขอตั้งข้อสังเกตไปยังนางกุสุมาลวตี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดีเอสไอ ว่า

นางกุสุมาลวตี เอามาจากไหน หรือมีอำนาจหน้าที่ใดในการไปเอาข้อมูลมาจากธนาคาร

มีหน่วยงานใดที่จะมีข้อมูลนี้ และสามารถเอาข้อมูลออกมาให้นางกุสุมาลวตีได้หรือไม่

ข้อมูลเส้นทางการเงินของนายไชยชนก สามารถหลุดไปถึงนางกุสุมาลวตีได้อย่างไร เรื่องนี้ทำให้นายไชยชนกได้รับความเสียหายตามมา

ข้อมูลจากอำนาจเจริญ ได้มาจากไหน ? ใช่จากคู่แข่งทางการเมืองไหม ?

แน่ใจได้อย่างไร ว่าเป็นเรื่องจริง ?

ความเชื่อมั่นของประชาชน  ความปลอดภัยของประชาชน การไม่ละเมิดสิทธิของประชาชน คือหัวใจสำคัญของเรื่องนี้

‘สว.’กาง 3 ข้อดาหน้าร้อง‘กกต.’ โยนทิ้งสำนวนดีเอสไอ สั่งกก.ชุดที่ 26 ยุติทำหน้าที่

‘สว.’กาง 3 ข้อดาหน้าร้อง‘กกต.’ โยนทิ้งสำนวนดีเอสไอ สั่งกก.ชุดที่ 26 ยุติทำหน้าที่

‘สว.’กาง 3 ข้อดาหน้าร้อง‘กกต.’ โยนทิ้งสำนวนดีเอสไอ สั่งกก.ชุดที่ 26 ยุติทำหน้าที่

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.34 น.

‘ฉัตรวรรษ’นำทีมยื่นขอความเป็นธรรม‘กกต.’สั่งยุติกรรมการสอบชุดที่ 26 เหตุทำหน้าที่โดยไม่ชอบ โยนทิ้งสำนวน‘ดีเอสไอ’ ปัดไม่รู้ปมถูกแฉ‘ภูมิใจไทย’เรียกเซ็นใบลาออกไว้ใช้ต่อรอง บอกทุกคนรู้ดีว่าสส.กำพืดเป็นอย่างไร ด้าน‘อลงกต’เผยเตรียมเล่นงานมาตรา 157 คนปิดหมายเรียก

21 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) , นายอลงกต วรกี สว. และ พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สว. เป็นตัวแทนสว.ที่ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหากรณีฮั้วเลือก สว. เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ว่า เนื่องจากมองว่าคณะกรรมการสืบสวนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเมิดระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรง สร้างความเสียหายและละเมิดสิทธิพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหาคุณต้องมาร้องขอความเป็นธรรม

ประเด็นข้อร้องเรียน คือ

1.การละเมิดระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความลับทางราชการ โดยการออกหนังสือเชิญไม่ใช่หมายเรียกตาม ป.วิอาญาแจ้งข้อกล่าวหารายละเอียดไม่ชัดเจน ไม่เพียงพอที่จะให้การหรือหาพยานหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาได้ ขัดต่อหลักความเป็นธรรมที่ควรได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

2.วิธีปิดหนังสือเชิญไม่รักษาความลับของทางราชการ โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบตามที่กำหนดว่าต้องบรรจุซอง 2 ชั้น และป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับ แต่การปิดหมายที่พักอาศัยของสว. 6 คนในเขตกรุงเทพฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบการรักษาความลับทางราชการสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของผู้ถูกกล่าวหา แม้ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตามในการแจ้งสื่อมวลชนไปทำข่าว แต่ทางการกระทำดังกล่าวถือเป็นเจตนาพิเศษให้เกิดความเสียหายโดยไม่สุจริต

3.การปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่เป็นกลาง เลือกปฏิบัติทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกเรียกและรับทราบข้อกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิด เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวหลายแขนงรับฟังได้ว่ามีสว.กลุ่ม 8 + 1 หรือ กลุ่ม 21 + 24 ที่ไม่ปรากฏว่ามีการสืบสวนไต่สวนแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นกลางและอาจมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง มุ่งเฉพาะกลุ่มดังกล่าว

ทั้งนี้ กกต. เป็นองค์กรอิสระปราศจากการครอบงำความทางการเมือง แต่มีข้อน่าสังเกตว่าคณะกรรมการชุดที่ 26 มีเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ 3 คนร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรมว.ยุติธรรม ที่อาจเข้าใจได้ว่าการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับดีเอสไอ

ดังนั้นจึงสามารถที่จะยืนยันได้ว่าการสืบสวนการได้มาของ ดีเอสไอ ตั้งแต่การตั้งเป็นคดีสืบสวนที่ 151 / 2567 การสืบสวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ตามพ.ร.บ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ 2547 ไม่ได้ให้อำนาจไว้ ซึ่งตนได้ยื่นศาลได้ธรรมนูญและป.ป.ช. ตรวจสอบในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคดีพิเศษ

พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า จึงขอร้องเรียนประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

1.ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

2.ให้มีการเพิกถอนกระบวนการที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนข้อมูลและสำนวนการสอบสวนที่รับมาจากดีเอสไอ

3.ให้ผู้ถูกกล่าวหาให้มีโอกาสได้ตรวจสอบและเข้าถึงพยานหลักฐานทั้งหมดที่ใช้ตั้งข้อกล่าวหา เพื่อป้องกันสิทธิ์และผลประโยชน์ของตนเอง

ทั้งนี้ขอให้กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ในหลักการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เสมอภาค ความเป็นกลาง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าจะยอมรับการตรวจสอบของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ  กล่าวว่า เรายอมรับการตรวจสอบของกกต.ที่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็นกรรมการชุดที่ 26 ที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอรวมอยู่ด้วยจะยอมรับหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ได้กล่าวแล้วว่าถ้าการสอบสวนเป็นของกกต. การตั้งกรรมการชุดที่ 26 ถ้าปราศจากการครอบงำทางการเมือง ตนเคยพูดแล้วว่าการดำเนินการของดีเอสไอตั้งแต่ชั้นสอบสวน มีการเบี่ยงเบนประเด็นการทำงานมายืมมือกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ควรเลือกตั้งคนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมาร่วมเป็นกรรมการ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานอัยการ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาได้ เพราะการกล่าวหาที่ครอบคลุม เคลือบแคลง เป็นที่สงสัย ทำให้สว.มาให้ข้อมูลได้ไม่ชัดเจน

เมื่อถามว่า ถ้ายังมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอร่วมเป็นกรรมการอยู่ จะให้ความร่วมมือในการชี้แจงข้อกล่าวหาหรือไม่ หรือจะดำเนินการอย่างไรต่อ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ  กล่าวว่า เรายืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับกกต. แต่เรามีเหตุเคลือบแคลงสงสัยการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน แล้วมากล่าวหาทำให้เราไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน แต่จะเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอออกหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของประธานกกต.

“ผมให้เป็นข้อสังเกตให้สังคมได้รับทราบ ผมไม่ได้ต่อสู้หรืออะไร กระบวนการถ้าชอบด้วยกฎหมาย มีอำนาจก็ทำไปตามหน้าที่ แต่ถ้าไม่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือกฎหมายไม่ให้อำนาจ การกระทำดังกล่าวก็ต้องรับผิดชอบ” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังซักถามผู้แถลงข่าวนั้น ปรากฏว่า นายบุญส่ง ชเลธร นักวิชาการ ซึ่งมายืนรับฟังการแถลงข่าวได้สอบถามว่า คิดว่าการฮั้วสว.เกิดจากการชี้นำของสื่อใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ  กล่าวว่า “ตนถือว่าสื่อเป็นกระจกเงาสะท้อนสังคม แต่ไม่ใช่เลนส์ เมื่อก่อนตนเคยคิดว่า โลกนี้กว้างใหญ่มหาศาล แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แล้ว”

นายบุญส่งกล่าวอีกว่า “ท่านมาจากสว. ย่อมรู้ว่ามีการฮั้วหรือไม่ ท่านควรยอมรับความจริง ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเดี๋ยวนี้โกหกจนเคยตัว อ้างนู่นอ้างนี่ โกหกกันจนลิ้นดำ” พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า “ท่านก็ต้องไปกล่าวโทษผู้มีอำนาจ และผมไม่ได้ลิ้นดำ”

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พยายามแจ้งนายบุญส่งว่าขอให้ผู้สื่อข่าวได้ทำหน้าที่ก่อน พร้อมถามต่อว่า ตอนนี้มีการยื่นให้ถอดถอนสว.ทั้ง 138 คน แล้ว พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ที่บ้านเมืองไม่ปกติเพราะการเมือง ส่วนที่มีการมองว่า สว.มีการฝักใฝ่พรรคการเมือง และวันนี้จะมีการยื่นยุบพรรค พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า “ผมไม่เคยปรากฏ หน้าผากผมเขียนไหมว่าชื่อพรรคไหน ดังนั้น ผมได้เป็นสว. จากการทำงานในราชการมา ด้วยความรู้ความสามารถ”

ด้าน พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าวว่า ตอนนี้สังคมตราหน้าว่าพวกเราฮั้ว ก่อนจะย้อนถามว่าฮั้วคืออะไร พร้อมขอให้อย่าพูดคำนี้เพราะพวกเรามีศักดิ์ มีศรี ส่วนตัวรับราชการมาจนเกษียณได้รับคำกล่าวหานี้ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน เพราะกว่าที่จะผ่านการคัดเลือกในแต่ละรอบ กฎหมายระบุว่าสามารถแนะนำตัวได้เพื่อให้รู้จักกัน แล้วการรู้จักกันเยอะๆ เพื่อให้มีการเลือกกันเป็นความผิดด้วยหรือ

ขณะเดียวกัน ยังตั้งคำถามถึงการส่งหมายเชิญให้มารับทราบข้อกล่าวหากันอย่างอึกทึกครึกโครม เหมือน สว. มีความผิดแล้ว จนสังคมตั้งคำถามว่า สว. มีความผิดอะไร

ส่วนนายอลงกต ได้พูดเป็นภาษาไทยถึงการส่งหมายเชิญ โดยย้ำว่าไม่ใช่หมาย แต่เป็นหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งตามระเบียบงานสารบัญและชั้นความลับทางราชการ หนังสือฉบับนี้ต้องการมีประทับตราคำว่าลับทั้งด้านบนและด้านล่างของเอกสาร และต้องมีใบปิดด้านหน้า หากมีการส่งไปรษณีย์ ต้องมีการปิดซองทึบ แต่ถ้าส่งไปรษณีย์ไม่ได้ถึงจะต้องปิดหมายที่หน้าบ้านพัก และต้องปิดซองทึบด้วย แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำกลับไปติดเป็นซองใสถือว่าผิดกระบวนการการรักษาชั้นความลับและการปฏิบัติงานสารบัญ

นอกจากนี้การติดด้วยซองใสทำให้ผู้อื่นเห็นข้อความทำให้สว.ถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ซึ่งถือว่ามีความผิดตาม ม.157 ซึ่งตนจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่สั่งการ และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่นำหมายไปติด

ทั้งนี้ หลังนายอลงกตให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นแล้ว ได้ถามผู้สื่อข่าวว่ามีอะไรจะถามหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับว่าวันนี้พูดภาษาไทยได้แล้ว นายอลงกต ได้เดินกลับมาที่ไมค์พร้อมพูดว่า No Comment , Thank you very much จากนั้นนายอลงกต ได้เดินออกไปจากวงสัมภาษณ์ ก่อนหันกลับมาพูดกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า It’s very important and very deep details. It’s personal. ซึ่งแปลว่า มันเป็นเรื่องสำคัญมาก มีรายละเอียดเชิงลึก และเป็นเรื่องส่วนบุคคล.

หลังการยื่นคำร้อง​ พล.ต.ต.ฉัตวรรษ ยังกล่าวถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า​ สว. ฝักใฝ่พรรคการเมือง​ ว่า​ ไม่เห็นมีอะไรบอกเลยว่า​ ตนเองฝักใฝ่พรรคการเมือง​ เข้ามาในสภามีอำนาจแค่ไหนก็ทำตามที่กฎหมายกำหนด  ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง​ “เป็นการคิดเอาเอง” มันอยู่ที่ผู้ปฏิบัติ ถ้าผู้ปฏิบัติมีใจบริสุทธิ์ ความเป็นกลางมันย่อมเกิดขึ้น แต่ถ้าจิตใจไม่บริสุทธิ์ถูกครอบงำจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ก็ทำให้การกระทำไม่บริสุทธิ์

ส่วนที่มีข่าว สว.หลายคนเดินทางไปที่โรงแรมพลูแมน  พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ยอมรับว่า​ บางคนมีตังค์ไปกินข้าว ด้านนายอลงกต จึงถามกลับสื่อมวลชนว่า What is Pullman?, Like a pool ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า “โรงแรมพูลแมน” นายอลงกต กล่าวว่า  Where is hotel Pullman ? ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า “ซอยรางน้ำ”  นายอลงกต จึงตอบว่า “Where is Soi Rangnam” ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับอีกว่าแสดงว่าไม่เคยไปใช่หรือไม่ นายอลงกตตอบว่า “I know only Rattanakosin Hotel”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อถึงกรณี​ กุสุมาลวตี ศิริโกมุทเปิดเผยว่า​ มีการให้ สว.เซ็นใบลาออกเป็นประกันไว้ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่รู้ พวกท่านรู้ดีว่ากำพืดของคนเคยเป็นสส.เป็นอย่างไร นักข่าวรู้ดี ตนเองเป็น สว.เป็นอาชีพสุจริต ช่วยเหลือประชาชนมาเยอะ ใครจะกล่าวหาอย่างไรก็ว่าไป แต่ถ้ามีเอ่ยชื่อตนเองค่อยว่ากัน  ///-005

หารือราบรื่น!“วิปสภาฯ”เคาะถกงบฯ69 4 วัน 41 ชั่วโมง แบ่ง 20 ชั่วโมงให้ “ฝ่ายค้าน” ชำแหละ

หารือราบรื่น!“วิปสภาฯ”เคาะถกงบฯ69 4 วัน 41 ชั่วโมง แบ่ง 20 ชั่วโมงให้ “ฝ่ายค้าน” ชำแหละ

หารือราบรื่น!“วิปสภาฯ”เคาะถกงบฯ69 4 วัน 41 ชั่วโมง แบ่ง 20 ชั่วโมงให้ “ฝ่ายค้าน” ชำแหละ

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

หารือราบรื่น!“วิปสภาฯ” เคาะถกงบฯ69 4 วัน 41 ชั่วโมงแบ่ง 20 ชั่วโมงให้ “ฝ่ายค้าน” ชำแหละรายละเอียด“รัฐบาล”มั่นใจ “ภท.​“ ไม่มีแตกแถวโหวตงบวาระแรก

21 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาฯ (วิปสภาฯ) โดยมีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ร่วมกับตัวแทนของวิปฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานวิปรัฐบาล นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย และวิปฝ่ายค้าน อาทิ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เพื่อพิจารณาถึงกรอบการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค.

โดยภายหลังการประชุมนายวิสุทธิ์ แถลงว่าในการหารือดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ไม่มีความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรเวลา ทั้งนี้ในการประชุม วันที่ 28 พ.ค. จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 2 ฉบับ และ ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน2ฉบับ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณารวม 8 ชั่วโมงและเสร็จไม่เกินเวลา 17.00 น.  ต่อจากนั้นในวันที่ 29-31 พ.ค. นั้นจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ทั้งนี้จะมีเวลาพิจารณารวม 41 ชั่วโมง แบ่งเป็น ฝ่ายค้าน 20 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 20 ชั่วโมงและของประธาน 1 ชั่วโมง  ทั้งนี้การประชุมสมัยวิสามัญจะไม่มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… แน่นอน

“การพิจารณางบประมาณเชื่อว่าทุกฝ่ายจะช่วยกันทำงานให้ประสบความสำเร็จ โดยเวลาที่กำหนดไว้ 4 วัน นั้นแต่ละวันจะเลิกไม่เกิน 22.00 นน.   และแต่ละฝ่ายจะช่วยควบุมเวลาไม่ให้มีปัญหา เพื่อให้การพิจารณางบประมาณนั้นเป็นประโยชน์กับประชาชน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวย้ำด้วยถึงกรณีงบปรับปรุงรัฐสภาที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม ว่า สภาเป็นแบบอย่างที่ดีของการใช้งบประมาณ งบใดที่ไม่จำเป็นต้องตัด

ด้านนายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าสำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี2569 นั้น เชื่อว่าจะลงมติในวาระแรก ในวันที่ 31 พ.ค. ไม่เกินเวลา 18.00 น. ทั้งนี้กรอบเวลาที่กำหนดให้นั้นเท่ากับเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้พิจาณาในเนื้อหาสาระอย่างเต็มที่ เบื้องต้นตนเชื่อว่าจะไม่มีการประท้วงในเนื้อหามากนัก และการพิจารณาจะราบรื่น ส่วนการจัดสรรเวลาให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ได้หารือเบื้องต้นแล้ว สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่ในการเตรียมความพร้อมของ สส.พรรคประชาชนนั้น เบื้องต้นอาจมีผู้อภิปรายจำนวนมาก เพื่อเน้นการอภิปรายที่หลากหลายประเด็น

“ฝ่ายค้านยืนยันการทำงานว่าจะตรวจสอบเต็มที่ ไม่ว่าฝ่ายไหน ส่วนงบประมาณเพื่อปรับปรุงรัฐสภาที่เป็นประเด็นวิจารณ์กันก่อนหน้านนี้ ส่วนตัวเช่ือว่าสส. จะรักษาเกียรติยศศักดิ์ศรีในที่ทำงาน จะตรวจสอบเต็มที่แน่นนอน” นายปกรวุฒิ กล่าว 

ขณะที่นางมนพร กล่าวว่า ในส่วนของครม. นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในการประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมาว่าให้รัฐมนตรีแต่ละคนที่กำกับดูแลแต่ละกระทรวงต้องมีความพร้อมที่จะตอบข้อซักถามสมาชิกตั้งแต่วันที่ 28-31 พฤษภาคมนี้ รวมถึงได้เน้นย้ำเรื่องของการใช้เม็ดเงินที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนและมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ครม.แต่ละคนจะสแตนบายอยู่สภาฯ ทั้ง 4 วัน

นางมนพร กล่าวต่อว่า ตนทราบว่านายกรัฐมนตรีได้คุยกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้วว่าให้ความเห็นชอบที่พิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 ไม่ได้เป็นไปตามที่มีข่าวตามสื่อ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ตนก็ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ท่านก็ยืนยันว่ามีความพร้อม เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต้องเห็นชอบ และอย่าไปเชื่อข่าวลือว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล จะผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 ไปด้วยดี รวมถึงจะมีการตั้งกมธ.วิสามัญจำนวน 72 คน

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะเห็นชอบโดยไม่งดออกเสียงใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวตอบว่า “ยืนยันไม่มีปัญหา อย่ากังวล” -002

ดีเดย์! 30 พ.ค.นี้ สว.พิจารณาวาระเห็นชอบ กรรมการ ป.ป.ช.

ดีเดย์! 30 พ.ค.นี้ สว.พิจารณาวาระเห็นชอบ กรรมการ ป.ป.ช.

ดีเดย์! 30 พ.ค.นี้ สว.พิจารณาวาระเห็นชอบ กรรมการ ป.ป.ช.

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.28 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 29-30พ.ค. มีวาระสำคัญคือ วันที่ 29พ.ค. พิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่2) พ.ศ.2568 ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอ และพ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล(ฉบับที่2) พ.ศ.2568 ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอ ส่วนการประชุมวุฒิสภาวันที่ 30พ.ค.มีวาระพิจารณาสำคัญคือ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ประกอบด้วยกกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการ

ในส่วนของกกต. 1 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา  ตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  2 คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อาจารย์คณะสังคมและมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  และนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ส่วนตำแหน่งอัยการสูงสุด 1คน เสนอชื่อให้ตรวจสอบประวัติ นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รองอัยการสูงสุด นอกจากนี้ยังมีวาระให้ความเห็นชอบบุคคลได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งกรรมการป.ป.ช. จำนวน 3คน ประกอบด้วย 1.นายประกอบ ลีนะเปสนันท์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 2. นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ 3.นายประจวบ ตันตินนท์ อดีตผู้บริหารบริษัทมหาชน