เปิด 3 ปรากฏการณ์คดี‘ฮั้วสว.’ ลาก‘ภูมิใจไทย’เป็นหมู่บ้านกระสุนตก

เปิด 3 ปรากฏการณ์คดี‘ฮั้วสว.’ ลาก‘ภูมิใจไทย’เป็นหมู่บ้านกระสุนตก

เปิด 3 ปรากฏการณ์คดี‘ฮั้วสว.’ ลาก‘ภูมิใจไทย’เป็นหมู่บ้านกระสุนตก

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.14 น.

เปิด 3 ปรากฏการณ์คดี‘ฮั้วสว.’ ลาก‘ภูมิใจไทย’เป็นหมู่บ้านกระสุนตก

21 พฤษภาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมเนื้อหาผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “คดีฮั้ว สว. ภูมิใจไทย เสี่ยงอันตราย?” ระบุว่า…

คดีฮั้วสว.

ภูมิใจไทย เสี่ยงอันตราย?

ถ้าพูดถึงคดีฮั้วสว. ซึ่งกำลังเป็นประเด็นทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังตกเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ถนนทุกสายที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. จะพุ่งเป้ามาที่พรรคภูมิใจไทย จากกรณีที่กกต.และดีเอสไอได้ออกหมายเรียกสว. กลุ่มหนึ่ง ที่เรียกว่าสว.สายสีน้ำเงิน เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาเป็นล็อตๆ รอบแรก 22 คน รอบที่สอง 22 คน และรอบที่สาม 11 คน

จนล่าสุดมีการออกหมายเรียกไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอีก 10 คน ซึ่งเป็นทั้งรัฐมนตรีในปัจจุบัน อดีตรัฐมนตรี นายกอบจ.นครศรีธรรมราช สว.ที่เคยเป็นผู้สมัครส.ส.ในนามพรรคภูมิใจไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสว. ชุดนี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น

จะเห็นได้ว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงคดีฮััวสว. กำลังคืบคลานเข้ามาถึงพรรคภูมิใจไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้ จนต้องนำประกาศของพรรค ที่ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกุลหัวหน้าพรรค ห้ามไม่ให้ ส.ส. รัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งสว. มาเป็นเกราะป้องกันข้อกล่าวหาว่า พรรคภูมิใจไทยรู้เห็นเป็นใจให้สมาชิกพรรคไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งสว. การนำประกาศของพรรคขึ้นมา ก็เพื่อแสดงเจตนาให้เห็นว่าพรรคไม่ได้ยุ่งเกี่ยว

แต่ถ้าหากในข้อเท็จจริง มีพยานหลักฐานที่กกต.และดีเอสไอนำสืบไปถึงพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายต่อไป

ในขณะเดียวกันยังมีนายณฐพร โตประยูร ได้เคลื่อนไหวยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างเรื่องพยานหลักฐานมีครบ ซึ่งนายอนุทินเคยแสดงความเห็นไปว่า ไม่สนใจ ไม่ให้ราคาแล้ว จนล่าสุดนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัครสว.ยื่นต่อกกต.เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่า มีพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จนพรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้องดำเนินคดีนางกุสุมาลวตี มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการฟ้องเพื่อปิดปากทางการเมือง หรือฟ้องเพราะถูกใส่ร้ายจริงๆกันแน่

ซึ่งเป็นสิทธิ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่จะฟ้องกลับเพื่อปกป้องตัวเอง ในขณะเดียวกันนางกุสุมาลวตี ก็สามารถนำเอาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงกัน เพราะถ้าเป็นข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐานชัดเจนพรรคภูมิใจไทยก็อาจจะถูกยุบพรรคได้ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องไปพิสูจน์ที่ศาล

สำหรับปรากฏการณ์คดีฮั้วสว.ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมีอยู่ 3 ปรากฏการณ์ชัดๆคือ

1.ประชาชนทั้งประเทศส่วนใหญ่เชื่อว่า การเลือกตั้งสว.ที่ผ่านมามีการฮั้ว บล็อกโหวตกัน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

2.กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เดินหน้าเจาะหาข้อมูล พยานหลักฐาน ซึ่งมีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร เส้นทางการเงิน สถานที่ ข้อมูลการคุยโทรศัพท์ ยิ่งคุ้ยยิ่งเจอ ยิ่งค้นยิ่งพบ ซึ่งอาจลุกลามไปถึงกับพรรคภูมิใจไทยได้

3.คดีฮั้วสว.เป็นความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ฟาดฟันทางการเมือง จนในที่สุด ต้องเจรจาสงบศึก ฮั้วประโยชน์ทางการเมืองกันลงตัว

ถ้าหากว่าเป็นกระแสสังคมเชื่อว่า สว.ชุดนี้ได้มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่โปร่งใส ก็ควรจะยกเลิกทั้งชุดเพื่อเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าฮั้วประโยชน์กันได้ อาจมีสว.กลุ่มหนึ่งประเภทปลาซิวปลาสร้อยสังเวยคดีนี้ เพื่อไม่ให้สังคมกล่าวหาว่า เป็นมวยล้มต้มคนดู

‘ไพศาล’งัดนายกสมาคมทนายฯ ‘กม.ราชทัณฑ์’ลบล้าง พรป.วิธีพิจารณาความอาญาฯไม่ได้

‘ไพศาล’งัดนายกสมาคมทนายฯ ‘กม.ราชทัณฑ์’ลบล้าง พรป.วิธีพิจารณาความอาญาฯไม่ได้

‘ไพศาล’งัดนายกสมาคมทนายฯ ‘กม.ราชทัณฑ์’ลบล้าง พรป.วิธีพิจารณาความอาญาฯไม่ได้

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.57 น.

‘ไพศาล’งัดนายกสมาคมทนายฯ ‘กม.ราชทัณฑ์’ลบล้าง พรป.วิธีพิจารณาความอาญาฯไม่ได้

21 พ.ค.68 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า…

อาการน่าเป็นห่วง

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งชัดเจนแล้วว่า

1.ศาลมีอำนาจไต่สวนได้เอง

2.ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งได้ตามที่เห็นสมควร

แล้วท่านนายกสมาคมทนายความ จะไปตัดสินแทนศาลได้หรือ และมีอำนาจห้ามศาลหรือ จึงไปตัดสินใจเองล่วงหน้าว่า ศาลไม่มีอำนาจสั่งใดๆ

แบบนี้ใครเป็นลูกค้าลูกความก็คงตกใจ จะเสียทางทำมาหากินนะครับ

ผมแนะนำให้ไปดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งบัญญัติชัดเจนว่าในการบังคับโทษ ตามคำพิพากษาของศาล ให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ดังนั้นศาลจึงไม่มีวันยอมรับ การปฏิบัติตามกฎหมายราชทัณฑ์มาลบล้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเด็ดขาด

และให้ไปดูตัวอย่างคดีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ศาลไต่สวนแล้ว พบว่า ในขณะออกหมายปล่อยจากเรือนจำยังจำคุกขาดไปอีก 15 วัน ศาลจึงออกหมายจำคุกใหม่อีก 15 วันได้

ศึกษาดูให้มากๆหน่อยครับ

ก่อนหน้านี้ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ให้ความเห็นกรณีเลวร้ายที่สุดคดีชั้น 14 หากศาลชี้คุมขังไม่ชอบ นายทักษิณ ชินวัตร ยังรอด และต้องไปดำเนินคดี ผบ.เรือนจำเอง

พปชร.จี้รัฐบาลตอบให้ชัด! ‘เอกสารปานเทพ’จริงหรือมั่ว? ปม’ปราสาทตาเมือนธม’ถูกละเมิดอธิปไตย

พปชร.จี้รัฐบาลตอบให้ชัด! 'เอกสารปานเทพ'จริงหรือมั่ว? ปม'ปราสาทตาเมือนธม'ถูกละเมิดอธิปไตย

พปชร.จี้รัฐบาลตอบให้ชัด! ‘เอกสารปานเทพ’จริงหรือมั่ว? ปม’ปราสาทตาเมือนธม’ถูกละเมิดอธิปไตย

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.42 น.

“โฆษก พปชร.”จี้ รัฐบาล ตอบให้ชัด “เอกสารปานเทพ”จริงหรือมั่ว ซัดทำอะไรเพื่อรักษาแผ่นดินไทยบ้าง ชี้ อย่าให้เขมรตราหน้าคนไทยขายแผ่นดินแลกสัญชาติ หวั่นซ้ำรอยเขาพระวิหาร

วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่มีนายทหารชั้นนายพล ได้นำชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และมีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งประชาชนมีข้อสงสัยว่า เหตุใดทำไมรัฐบาลถึงได้สั่งการให้ทหารไทยออกนอกปราสาทตาเมือนธม ทั้งที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินไทย โดยพี่น้องประชาชนคนไทยอยากถามรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ดังนี้

1. น.ส.แพทองธาร และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทราบหรือไม่ว่ากรมศิลปากรได้ขึ้นบัญชีปราสาทตาเมือนธมเป็นโบราณสถานของไทย ตั้งแต่ปี 2478 หรือเมื่อ 90 ปีที่แล้ว และปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักศิลปากรที่ 5 จ.ปราจีนบุรี

2.การออกคำสั่งให้ทหารไทยถอยออกจากตัวปราสาทตาเมือนธมถึง 2 ครั้ง ทั้ง ๆ ที่ปราสาทดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ของราชอาณาจักรไทย เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และถูกต้องตามหลักสากลหรือไม่

3. การยินยอมให้ทหารกัมพูชาเข้าประจำการในบริเวณ ตัวปราสาทตาเมือนธมของราชอาณาจักรไทย จำนวน 5 นาย เป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลไทยไปลงนามร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้างใช่หรือไม่ และการส่งกองกำลังทหารแต่งเครื่องแบบติดอาวุธ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่บนผืนแผ่นดินไทย ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่

4. เอกสารแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชา ที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต มาเผยแพร่ที่ปรากฎข้อความว่า “รัฐบาลเขมร  โดยนายฮุน มาเนต ได้ออกแถลงการณ์ต่อคนเขมรว่า เขมรไม่ได้เสียอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทย หมายถึงยังคงยึดมั่นว่า ตัวปราสาทตาเมือนธมยังคงเป็นของเขมรอยู่นั้น เป็นของจริงหรือของปลอม  
          
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลทำอะไรเพื่อรักษาแผ่นดินไทยบ้าง เช่น กรณีที่นายทหารชั้นนายพลแต่งเครื่องแบบได้นำชาวกัมพูชาแต่งชุดประจำชาติจำนวนหนึ่ง ขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และมีการบันทึกภาพและเสียง ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดอธิปไตยของไทยในดินแดนของไทย แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศ หรือดำเนินคดี หรือดำเนินการใดๆ แต่อย่างใด เป็นลายลักษณ์อักษร หรือให้เป็นพยานหลักฐาน  เพื่อใช้ในการต่อสู้คดีที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า หากทางประเทศกัมพูชาจะเรียกร้องพื้นที่นี้เป็นอาณาเขตของประเทศตนเอง จะเข้าลักษณะกฏหมายปิดปาก”พล.ต.ท.ปิยะ กล่าว

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อว่า พรรคพลังประชารัฐได้เคยเรียกร้องให้ทางรัฐบาลดำเนินการประท้วง หรือท้วงติงเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังรัฐบาลกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.จนถึงวันนี้เป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ไร้คำตอบจากรัฐบาล นอกจากนี้ ประชาชนยังคาใจในหลายๆ เรื่อง  โดยเฉพาะการที่นายปานเทพได้นำแถลงการณ์กระทรวงกลาโหมกัมพูชามาแถลงต่อสาธารณชนนั้น เป็นของจริงหรือไม่ หากเป็นของจริง เหตุใดรัฐบาลจึงไม่ได้ดำเนินการประท้วงดำเนินคดีหรือดำเนินการใดๆ ตนขอเตือนว่ากรณีดังกล่าวจะซ้ำรอยการเสียที่ดินบางส่วนของเขาพระวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2556  อย่าให้คนเขมรตราหน้าว่าคนไทยขายแผ่นดินแลกสัญชาติ หรือแลกผลประโยชน์ทางทะเลเลย

ป่วยโรคไต มีข่าวดี..รัฐบาลยกระดับสาธารณสุข ดูแลผู้ประกันตน ป่วยในทุกระยะ รักษาในรพ.ที่กำหนดฟรี

ป่วยโรคไต มีข่าวดี..รัฐบาลยกระดับสาธารณสุข ดูแลผู้ประกันตน ป่วยในทุกระยะ รักษาในรพ.ที่กำหนดฟรี

ป่วยโรคไต มีข่าวดี..รัฐบาลยกระดับสาธารณสุข ดูแลผู้ประกันตน ป่วยในทุกระยะ รักษาในรพ.ที่กำหนดฟรี

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.19 น.

ป่วยโรคไต…มีข่าวดี..รัฐบาลยกระดับการบริการด้านสาธารณสุข ผู้ป่วยในทุกระยะเฮ!!ประกันสังคม เข้าใจพร้อมดูแลผู้ประกันตน ม.33 – ม.39 สามารถเข้ารับบริการใน “รพ. ที่กำหนดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.68 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.)เดินหน้ายกระดับการให้สิทธิผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ป่วยด้วยโรคไต  ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้ประกันตนเป็นอันมาก และยังเป็นโรคเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ต้องได้รับการดูแลรักษาไปตลอดชีวิตทาง สปส. ได้ให้ความคุ้มครองผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่ป่วยด้วยโรคไตทุกระยะสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่กำหนดสิทธิได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ สถานการณ์ผู้ประกันตนป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทั้งหมด 84,750 ราย โดย 64,515 รายฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และ 20,235 ราย ล้างไตผ่านช่องท้อง

นายคารม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคม พร้อมดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตทุกระยะสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่กำหนดสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด   ทั้งนี้  กรณีผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย สามารถรับสิทธิกรณีการบำบัดทดแทนไต ดังนี้
          1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ให้สิทธิในอัตราไม่เกิน 1,500 บาท ต่อครั้ง และไม่เกิน 4,500 บาท ต่อสัปดาห์ (เดือนละ 18,000 บาท) และจ่ายค่าเตรียมหลอดเลือดหรือสายสวนหลอดเลือดสำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามรายการหัตถการและรายการเวชภัณฑ์ที่สำคัญ ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงตามอัตราที่กำหนด ไม่กำหนดกรอบระยะเวลา 
          2. กรณีผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ติดเชื้อเอชไอวี จะจ่ายค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมให้แก่สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 12,000 บาทต่อสัปดาห์
          3. การล้างช่องท้องด้วยน้ำยาอย่างถาวร ให้สิทธิไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท และจ่ายค่าวางท่อรับส่งน้ำยาเข้าออกช่องท้องพร้อมอุปกรณ์ ในอัตราไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ต่อระยะเวลา 2 ปี หากภายในระยะเวลา 2 ปี ผู้ประกันตนมีความจำเป็นต้องวางท่อรับส่งน้ำยาล้างช่องท้อง จ่ายเพิ่มอีกไม่เกิน 10,000 บาท 
          4. การล้างช่องท้องด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติ ให้สิทธิในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 32,700 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ประกันตนที่มีความพร้อมในการทำการล้างช่องท้องด้วยเครื่องล้างไตอัตโนมัติ 
          5. การปลูกถ่ายไต ให้ได้รับสิทธิการบริการทางการแพทย์ ก่อน ระหว่าง หลังการผ่าตัดปลูกถ่ายไต และรับยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต

 “สำนักงานประกันสังคม พร้อมดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่เจ็บป่วยด้วยโรคไตทุกระยะสามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลที่กำหนดสิทธิโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด  สำหรับผู้ประกันตนที่ประสงค์จะใช้สิทธิบำบัดทดแทนไต จะต้องยื่นขอรับการอนุมัติก่อนที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา ทั่วประเทศ โดยเตรียมเอกสารประกอบ ได้แก่ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีบำบัดทดแทนไตและปลูกถ่ายอวัยวะ หรือการดูแลหลังผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะและรับยากดภูมิคุ้มกันกองทุนประกันสังคม (สปส. 2-18) สำเนาเวชระเบียนในส่วนที่เกี่ยวข้อง ใบรับรองแพทย์กรณีผู้ประกันตนขอรับการบำบัดทดแทนไต หนังสือรับรองจากอายุรแพทย์โรคไต สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  กรณีผู้ประกันตนต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย ต้องมีสำเนาหนังสือเดินทาง Passport หรือหนังสือสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย  สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม สามารถยื่นขอผ่านสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม โดยตรวจสอบรายชื่อได้ที่ http://www.sso.go.th หรือสอบถามที่สำนักงานประกันสังคมหรือสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายคารม กล่าว 

ภท.ฟ้องกลับกราวรูด! ซัด‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’ ใส่ร้าย ระดมเท็จโยงยุ่งฮั้วเลือก สว.

ภท.ฟ้องกลับกราวรูด! ซัด‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’ ใส่ร้าย ระดมเท็จโยงยุ่งฮั้วเลือก สว.

ภท.ฟ้องกลับกราวรูด! ซัด‘ณฐพร-กุสุมาลวตี’ ใส่ร้าย ระดมเท็จโยงยุ่งฮั้วเลือก สว.

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.15 น.

‘ศุภชัย’ ซัด ‘ณฐพร – กุสุมาลวตี’ ใส่ร้าย พูดเท็จ โยง ‘ภูมิใจไทย’ เอี่ยว ‘คดีฮั้ว สว.’ แกล้งทำเป็นไม่รู้ประกาศพรรคสั่งห้ามจุ้น ลั่นฟ้องกลับกราวรูด มุ่งร้ายการเมือง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โดยเนื้อหาในคำร้องดังกล่าวมีการพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยว่า ข้อความดังกล่าวมีลักษณะใส่ร้ายด้วยความเท็จต่อพรรคภูมิใจไทย ทั้งๆที่นายณฐพรรู้ดีว่าพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือบุคคลใดในพรรคไม่ได้มีพฤติการหรือกระทำการใดตามที่ได้บรรยายไว้ในคำร้องพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.มาตั้งแต่ต้น พรรคโดยหัวหน้าพรรคฯ ก็ได้ออกหนังสือลงวันที่30 เม.ย.2567 มาโดยชัดแจ้งว่า ห้ามมิให้ สส.หรือสมาชิกของพรรคยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการสรรหา สว. และทุกคนต่างก็ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อมาเมื่อวุฒิสภาได้เกิดขึ้นแล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาก็เป็นการดำเนินการตามหน้าที่อำนาจตามกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย หรือบุคคลใดไม่อาจจะเข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของวุฒิสภาดังกล่าวตามที่นายณฐพร ได้ใส่ร้ายด้วยความเท็จในคำร้อง

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า การกระทำของนายณฐพรดังกล่าว เป็นการกระทำโดยมีวาระซ่อนเร้น เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคภูมิใจไทย ทั้งๆที่รู้ดีว่าพรรคไม่ได้กระทำ ตลอดเวลาที่ผ่านมานายณฐพรได้มีพฤติกรรมที่แสดงออกมาว่าเป็นปฏิปักษ์กับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด การยื่นคำร้องนี้เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ด้วยมือที่ไม่สะอาด มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายพรรคภูมิใจไทย อันเป็นสถาบันทางการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคการเมืองอื่นหรือบุคคลใด กลุ่มใดได้ประโยชน์จากการทำลายล้างกระทำของนายณฐพรที่จงใจมุ่งร้ายทำลายพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้

เมื่อถามถึงกรณีการยื่นคำร้องของ น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อพิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกล่าวหาหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค รวมถึง สส. กระทำผิดรัฐธรรมนูญกรณีฮั้วเลือก สว. นายศุภชัย  กล่าวว่า เป็นการนำเอาข่าวสารที่ปรากฏในสื่อสารมวลชน ที่ไม่ได้ยืนยันว่าเท็จจริงเป็นประการใด มาร้อยเรียงความเท็จที่ตนเองเสกสรรปั้นแต่งขึ้น กล่าวหาใส่ร้ายหัวหน้าพรรคและพรรคภูมิใจไทย น.ส.กุสุมาลวตี เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการเลือกเป็น สว. จึงเข้ามาผสมโรงในสถานการณ์นี้ ทั้งที่รู้ดีว่าข้อเท็จตามคำร้องของตัวเองไม่ได้มีอยู่จริงตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดี และดำเนินการทุกอย่างต่อบุคคลใดก็ตามที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และมุ่งร้ายทางการเมืองในครั้งนี้

นายกฯทุ่มโปรโมท’Soft Power’ที่ลอนดอน สวนทาง’ปากท้อง’ในประเทศเดือดร้อนหนัก!

นายกฯทุ่มโปรโมท'Soft Power'ที่ลอนดอน สวนทาง'ปากท้อง'ในประเทศเดือดร้อนหนัก!

นายกฯทุ่มโปรโมท’Soft Power’ที่ลอนดอน สวนทาง’ปากท้อง’ในประเทศเดือดร้อนหนัก!

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.07 น.

นายกฯ บินลอนดอนโปรโมท Soft Power สวนทางวิกฤตปากท้องในประเทศ ‘สุทธิชัย หยุ่น’ชี้สินเชื่อหดตัว 3 ไตรมาส ส่งสัญญาณอันตรายเศรษฐกิจไทย 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568  นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊ก Suthichai Yoon ระบุว่า  นายกฯจะยกคณะไปโปรโมท soft power ที่ลอนดอน แต่ที่บ้านเรื่องปากท้องกำลังเดือดร้อนหนักขึ้นทุกวัน!

ตัวเลขล่าสุดจากแบ็งก์ชาติเมื่อวานบอกว่าสินเชื่อหดตัวติดต่อกัน 3 ไตรมาสแล้วมันคือสัญญาณเตือนภัยว่าแนวโน้มการลงทุนและใช้จ่ายในประเทศจะแย่มากในระยะถัดไป 

ที่น่ากังวลคือรัฐบาลแปลตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ว่าโต 3.1% ในไตรมาสแรกว่าดี ทั้ง ๆ ที่ตัวเลขนั้นต่ำที่สุดในอาเซียน และโตเพราะฐาน Q1/2024 ปีที่แล้วต่ำ และส่งออกไปอเมริกาไตรมาสแรกเร่งมากกว่าปกติ

Suthichai Live 9.15 น.

ประเทศไทยจงเจริญ! ‘นิพิฏฐ์’ฟาดรัฐบาล แผนออก’สลากขูด’ เป็นเปิดประตูพนันให้เด็ก

ประเทศไทยจงเจริญ! 'นิพิฏฐ์'ฟาดรัฐบาล แผนออก'สลากขูด' เป็นเปิดประตูพนันให้เด็ก

ประเทศไทยจงเจริญ! ‘นิพิฏฐ์’ฟาดรัฐบาล แผนออก’สลากขูด’ เป็นเปิดประตูพนันให้เด็ก

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.11 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “รัฐบาลที่ส่งเสริมการพนันทุกหย่อมหญ้า”

โดยระบุว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กำลังสำรวจความเห็นประชาชน โดยจะออกสลากแบบรู้ผลทันที (แบบขูด)

หากขูดแล้วมีเครื่องหมายตรงกัน ก็รับเงินไปเลย สลากแบบนี้จะซื้อเท่าไหร่ก็ได้ ซื้อได้ทุกวัน เด็กก็ซื้อได้ ผู้ใหญ่ก็ซื้อดี

การพนันจะซึมลงไปทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่ระดับเด็กอนุบาล ถึง คนแก่

เด็กๆ ก่อนไปโรงเรียนก็นำเงินที่ผู้ปกครองให้ ซื้อสลากมาขูดก่อนเข้าประตูโรงเรียน

ผมไม่มีความเห็นอะไรนะครับ เพราะผมไม่เล่นการพนันทุกรูปแบบ

ประเทศไทย จงเจริญ!! ทั้งยาเสพติด และ การพนัน ทั่วทั้งแผ่นดิน

‘จอม’หัวจะปวด! บอกถึงกับต้องเอาเท้าก่ายหน้าผาก ปมนายกฯ’อิ๊งค์’ตอบเรื่อง สส.ย้ายพรรค

'จอม'หัวจะปวด! บอกถึงกับต้องเอาเท้าก่ายหน้าผาก ปมนายกฯ'อิ๊งค์'ตอบเรื่อง สส.ย้ายพรรค

‘จอม’หัวจะปวด! บอกถึงกับต้องเอาเท้าก่ายหน้าผาก ปมนายกฯ’อิ๊งค์’ตอบเรื่อง สส.ย้ายพรรค

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.25 น.

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 จอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยหนีคดีความมั่นคงในประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข่าว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณี สส.ย้ายพรรค 

โดยระบุว่า ทรยศ หักหลัง ประชาชน ในทางการเมือง ถือเป็นความผิดร้ายแรงพอ ๆ กับการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะคือการหลอกลวง คดโกง แต่ นายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้ของไทย กลับมองการย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ เท่ากับการย้ายที่ทำงาน…. ความคิดความอ่านทางการเมืองที่ไร้เดียงสา ขาดวุฒิภาวะแบบนี้ … ได้เอาตีxก่ายหน้าผาก..อนิจจาประชาชนคนไทย…อีก 10 ปีก็ยังไม่เห็นอนาคตที่สดใส

แนวหน้าวิเคราะห์ : ฤาแจกเงินหมื่น จะทำรัฐบาล‘อิ๊งค์’พัง ล้มทั้งกระดาน แค่ชะลอก็ไม่ช่วยอะไร

แนวหน้าวิเคราะห์ : ฤาแจกเงินหมื่น จะทำรัฐบาล‘อิ๊งค์’พัง ล้มทั้งกระดาน แค่ชะลอก็ไม่ช่วยอะไร

แนวหน้าวิเคราะห์ : ฤาแจกเงินหมื่น จะทำรัฐบาล‘อิ๊งค์’พัง ล้มทั้งกระดาน แค่ชะลอก็ไม่ช่วยอะไร

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 08.00 น.

ถึงวันนี้ ต้องยอมรับนโยบายเรือธงของรัฐบาล เพื่อไทย นโยบาย“โครงการเติมเงินดิจิทัลให้ประชาชนคนละ10,000บาท ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต”ตั้งแต่ยุครัฐบาล นายกฯ“เศรษฐา ทวีสิน”ต้องผจญปัญหารุมคัดค้านมากมาย จนต้องปรับรูปแบบออกมาก็ไม่ตรงปก แถมเลื่อนการแจกเงินหมื่นเฟส1แจกเป็นเงินสด ให้กลุ่มเปราะบาง 14ล้านคน ไม่ใช่ดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ตรงปก ตามที่ประกาศไว้ช่วงประโคมหาเสียงเลือกตั้งและที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

จนถึงมารัฐบาล“นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร”ลุยแจกเงินหมื่นเฟส2ให้ผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ยอด3.02ล้านคน ก็เจอโรคเลื่อน ตั้งใจให้เกิดขึ้นภายในปี2567 สุดท้ายกดแจกได้จริงเมื่อวันที่29 ม.ค.2568 โดยยอดแจกเงินหมื่นทั้ง 2 เฟส อัดเงิน รวมแล้วกว่า152,000 ล้านบาท แต่ยังไร้วี่แววเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจก่อตัวให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศแต่อย่างใด

รัฐบาล‘อิ๊งค์’ยังเดินหน้าจะแจกเงินหมื่นเฟส3ให้เยาวชน อายุ 16-20ปี อีกกว่า2.7ล้านคน ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ต ใช้วงเงินกว่า 27,000 ล้านบาท ทั้งๆที่โครงการแจกเงินหมื่นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากกมายทั้งหลายๆฝ่าย เพราะตั้งแต่ที่รัฐบาล“เพื่อไทย”ที่เป็นแกนนำเริ่มตั้งต้นเดินเครื่องแจกเฟสแรกก็ไม่สามารถก่อให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจได้แค่ลมเป่าหวิวๆ และเมื่อรัฐบาลจะเดินหน้าลุยแจกเฟส3 ก็เกิดปัญหามาตรการภาษีทรัมป์ของสหรัฐฯรุมเจ้าเข้าซ้ำเติมอีก

ก่อนหน้านี้  แจกเงินหมื่นเฟส3 เจอโรคเลื่อน“นายกฯอิ๊งค์”แถลงหลังประชุมครม.เมื่อวันที่ 6 พ.ค.ว่าเรื่องแจกเงินหมื่นเฟส3 ยังไม่เข้าที่ประชุมครม. เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปจึงต้องรวบรวมความคิดเห็นจากทุกหน่วยงานก่อน แต่ยังย้ำว่ารัฐบาลยังไม่ยกเลิกนโยบายนี้

ล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ที่มีนายกฯแพทองธารเป็นประธานโดยระบุว่าที่ประชุมชะลอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต1.57 แสนล้านบาท เพื่อนำเงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม โดยยืนยันอีกครั้งว่า ยังไม่ยกเลิกนโยบายนี้ ขอชะลอไปก่อน จนกว่าสถานการณ์เหมาะสม

สิ่งสำคัญ นายกฯแพทองธารให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆยอมรับว่า ทบทวน ชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3

ไม่ว่าจะเลื่อน หรือ ทบทวนการแจกเงินหมื่น รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ เพราะนับวันความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลงไปอย่างมาก จากปัญหาปากท้อง ปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมแย่อย่างมาก ถึงวันนี้แม้รัฐบาล จะชะลอแจกเงินหมื่นเฟส3 เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่รอด แต่คงหนีไม่พ้น เนื่องจากการแจกเงินหมื่น เฟส1และเฟส2 ได้กระทำไปแล้ว กลายเป็นเหมือนความผิดสำเร็จแล้ว

เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 เมษายน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นายสมชาย  แสวงการ อดีต สว. นายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นักเคลื่อนไหว เข้ายื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบการกระทำผิดฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา144 ซึ่งต้องห้าม ไม่ให้ไปตัดงบประมาณ เกี่ยวกับเรื่องของการให้เงินกู้ที่กฎหมายบังคับเอาไว้

โดยนายชาญชัย ระบุว่าที่มายื่นเรื่อง เพราะพบการกระทำความผิดของคณะรัฐมนตรีและกรรมาธิการงบประมาณของ สส.และสว. ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ประเด็นแรกพบว่าเมื่อผ่านวาระ1ไปแล้ว แต่ครม.ได้มีมติตัดงบประมาณ 35,000 ล้านบาท ที่มีการให้ไปกู้ตามมาตรา 28 ซึ่งเอามาใช้ในกิจกรรมและต้องชดใช้ดอกเบี้ยพร้อมเงินกู้ ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าห้ามมิให้แตะต้องเงินงบประมาณดังกล่าว

ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าให้สส.และ สว.ถอดถอนงบประมาณนี้และยังเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี60ระบุไว้ว่าแม้แต่ครม.รู้ว่ามีการกระทำ แต่ไม่ยับยั้ง ก็ให้ถอดถอนครม.ทั้งคณะและยังเป็นครั้งแรกที่ให้อำนาจป.ป.ช.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอนครม. สส.และสว. หากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีมูล อีกทั้งให้เรียกเก็บเงินทั้งหมดที่เอาไปทำเสียหายคืนแก่แผ่นดินภายใน 20 ปี ทั้งหมดนี้ จึงมายื่นให้ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการต่อไป

อดีต สว.สมชาย ระบุว่า เรื่องนี้เห็นแล้วว่าการใช้งบประมาณผิดประเภท เป็นเรื่องผิดและเคยตักเตือนมาแล้วว่าขัดรัฐธรรมนูญ จึงมั่นใจว่า จะสามารถเอาผิดได้ แต่ต้องให้ป.ป.ช.เป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย คิดว่าเรื่องนี้ จะช่วยแก้ปัญหาประเทศเพื่อไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้กำลังใกล้จะเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี2569 และการแจกเงินดิจิตอลวอลเล็ต ก็จะมีขึ้นอีก หวังว่าจะทำให้เรื่องนี้หยุดและทำให้ถูกต้อง ส่วนที่ทำผิดไปแล้ว ก็ต้องรับผิดแค่นั้น

นายเจษฎ์ย้ำว่า”ความผิดนี้จะครอบคลุมตั้งแต่ครม.ชุดของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีและการกระทำดังกล่าว ยังผลต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯแยกเป็น 2 ประเด็น1.การใช้งบประมาณที่ผิด 2.ได้มีโอกาสเข้าไปใช้งบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ส่วนสส.ชุดปัจจุบันรวมถึงสว.ชุดปัจจุบันด้วย”

และเรื่องนี้ ถ้า ป.ป.ช.เห็นว่ามีมูล ก็ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ศาลก็จะเป็นผู้วินิจฉัย าระของป.ป.ช.ไม่ถึงต้องตัดสินเรื่องนี้เลย ถ้าเรื่องนี้มีมูลก็ต้องดำเนินการโดยพลัน ซึ่งการดำเนินการของป.ป.ช.คาดว่าไม่เกิน 1 เดือน ส่วนถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลมีเวลา 15วัน

ทุกอย่าง ต้องจับตา ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ซึ่งจุดเกิดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งใหญ่จะเดินเครื่องทันที จะกลายเป็นบรรทัดฐานในการเชือดเอาผิดกับนักการเมืองที่กระทำผิดฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญไม่เพียงครม.รัฐบาล‘อิ๊งค์’ที่โดน แต่ย้อนไปถึง ครม.เศรษฐา ทวีสิน พร้อมยังส่งผลกระทบสส.ทั้งสภา และสว.ชุดปัจจุบันที่จะโดนไปด้วย  เรียกว่าม.144 สะเทือนไปทั้งหมด เหมือนสึนามิการเมือง อาจล้มไปทั้งกระดาน

ทีมข่าวแนวหน้า

ปูด! 12 มิ.ย.นี้ ‘สภาวิชาชีพ’ล็อบบี้เดือด แข่งกัน 2 ฝั่ง ทั้งเร่งให้มา-ให้ขาดประชุม

ปูด! 12 มิ.ย.นี้ 'สภาวิชาชีพ'ล็อบบี้เดือด แข่งกัน 2 ฝั่ง ทั้งเร่งให้มา-ให้ขาดประชุม

ปูด! 12 มิ.ย.นี้ ‘สภาวิชาชีพ’ล็อบบี้เดือด แข่งกัน 2 ฝั่ง ทั้งเร่งให้มา-ให้ขาดประชุม

วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 07.40 น.

แพทยสภาเดือดก่อนประชุม 12 มิ.ย. นี้! ‘อานนท์’ ปูดมีการล็อบบี้ 2 ฝั่ง ทั้งเร่งให้มาและให้ขาดประชุม  ลั่นใครไม่มา “คนไทยแช่งชักหักกระดูก” เตรียมประจานชื่อ!

วันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตอนนี้มีการล็อบบี้แข่งกันสองฝั่งครับ ในสภาวิชาชีพแห่งหนึ่ง ประชุมวันที่ 12 มิย ฝั่งหนึ่งล็อบบี้ให้มาประชุมให้ครบ 2 ใน 3 อีกฝั่งหนึ่งล็อบบี้ให้ขาดประชุมให้มากที่สุด กรรมการคนไหนไม่มาประชุม คนไทยจะแช่งชักหักกระดูก และจะเอาชื่อมาประจานอย่างแน่นอนครับ

ทั้งนี้วันที่ 12 มิ.ย. เป็นวันที่แพทยสภานัดประชุม และคงพิจารณากรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ แพทยสภา จะใช้สิทธิ์วีโต้-ไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมแพทยสภาที่ให้ลงโทษแพทย์สามคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งตัวและรักษานายทักษิณ ชินวัตรหรือไม่