เด็กไทยกวาด 11 รางวัลจากเวทีการแข่งขันวิทยาศาสตร์ ‘REGENERON ISEF 2025’ ที่ประเทศสหรัฐฯ

เด็กไทยกวาด 11 รางวัลจากเวทีการแข่งขันวิทยาศาสตร์ 'REGENERON ISEF 2025' ที่ประเทศสหรัฐฯ

เด็กไทยกวาด 11 รางวัลจากเวทีการแข่งขันวิทยาศาสตร์ ‘REGENERON ISEF 2025’ ที่ประเทศสหรัฐฯ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.45 น.

เด็กไทยความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก!  กวาด 11 รางวัลจากเวทีการแข่งขันวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก “REGENERON ISEF 2025” ที่ประเทศสหรัฐฯ รร.ปรินส์รอยแยลส์ฯ คว้ารางวัลที่ 1  Grand Award สาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะจากโครงงานไอเบรลล์ : การปฏิรูปการศึกษาเบรลล์อย่างเป็นระบบด้วย AI ขณะที่ รร.กําเนิดวิทย์ จ.ระยอง คว้ารางวัลที่ 1 Special Awards จาก TUBITAK The Scientific and Technological Research Council of Türkiye

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2568 ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการประกาศผลการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับโลก REGENERON ISEF 2025 (Regeneron International Science and Engineering Fair 2025) จัดโดย Society for Science ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 10 – 16 พ.ค.2568 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมเยาวชนไทย จำนวน 14 ทีมเข้าชิงชัยกับตัวแทนนักเรียนจาก 66 ประเทศทั่วโลก กว่า 1,700 คนใน 15 สาขา เช่น วิศวกรรม พืชวิทยา สัตวศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และการขนส่ง เป็นต้น

ปรากฎว่า รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ คว้ารางวัล Grand Award อันดับที่ 1 ในสาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ จากโครงงานไอเบรลล์ : การปฏิรูปการศึกษาเบรลล์อย่างเป็นระบบด้วย AI และเทคโนโลยีสัมผัสต้นทุนต่ำ เพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยมีนายศิวกร สุวรรณหงส์ นายปัณณวิชญ์ พลนิรันดร์ และ น.ส.ศตพร ธนปัญญากุล เป็นผู้จัดทำโครงงาน นางรุ่งกานต์ วังบุญ และ นายกฤติพงศ์ วชิรางกุล เป็นครูที่ปรึกษา คว้าเงินรางวัล 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ 

ขณะที่รางวัล Grand Award อันดับที่ 2 รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ ได้ในสาขาสัตวศาสตร์ จากโครงงานการพัฒนานวัตกรรมฟองน้ำชีวภาพเพื่อลดพฤติกรรมการกินกันเอง สำหรับการอนุรักษ์ปูม้าและระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน มีนายพิสิษฐ์ อาศิระวิชัย เป็นผู้จัดทำโครงงาน น.ส.วนิดา ภู่เอี่ยม นายชนันท์ เกียรติสิริสาสน์ และนายอดิเรก พิทักษ์ เป็นครูที่ปรึกษา และ รร.กำเนิดวิทย์ จ.ระยอง ในสาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ จากโครงงานการศึกษาแบบจำลองสามมิติและแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของพฤติกรรมการพลิกตัวกลับในกิ้งกือกระสุนพระอินทร์ มี น.ส.พิมพ์พันดาว พุทธรักษ์ขิต และนายธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัย เป็นผู้จัดทำโครงงาน ดร.คณัสนันท์ พลรัตน์ และ ดร.ปริญญา ศิริมาจันทร์ เป็นครูที่ปรึกษา คว้าเงินรางวัล 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ   

รางวัล Grand Award อันดับที่ 3 พร้อมเงินรางวัล 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ทั้งหมด 3 รางวัล ได้แก่ รร.ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย ในสาขาสัตวศาสตร์จากโครงงาน BeeShield: การพัฒนาอุโมงค์ทางเข้าป้องกันไรผึ้งโดยใช้พฤติกรรมการเข้ารังของผึ้งและการตอบสนองของไรต่อกรดฟอร์มิก มีนายปัณณวิชญ์ ธีรนันท์พัฒธน น.ส.วิภารัศมิ์ ธะนะวงศ์ และ นายกฤตนน เมืองแก้ว เป็นผู้จัดทำโครงงาน นายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร เป็นครูที่ปรึกษา ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ ในสาขาสัตวศาสตร์จากโครงงานการเพิ่มประสิทธิภาพของไส้เดือนฝอยในการควบคุมศัตรูพืชแบบชีวภาพ มีนายบุริศ เบญจรัตนานนท์ และนายปภาวิน คงคติธรรม เป็นผู้จัดทำโครงงาน นายชนันท์ เกียรติสิริสาสน์ น.ส.วนิดา ภู่เอี่ยม และ น.ส.สุวรรณา อัมพรดนัย เป็นครูที่ปรึกษา และ รร.สาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) จ.ขอนแก่น ในสาขาสัตวศาสตร์ จากโครงงานนวัตกรรมสูตรอาหารและปัจจัยแวดล้อม เพื่อการเพาะเลี้ยงแมลงดานาอย่างมีประสิทธิภาพ มีนายกษิเดช ศรีสุข น.ส.ธัญวรัตม์ จาตุรนต์ และนายพฤทธชาต คงสวัสดิ์ เป็นผู้จัดทำโครงงาน และ ดร.ประเทืองสุข มณีล้ำ เป็นครูที่ปรึกษา

รางวัล Grand Award อันดับที่ 4 พร้อมเงินรางวัล 600 ดอลลาร์สหรัฐ ได้ทั้งหมด 2 รางวัล ได้แก่ ร.ร. มหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ปริวรรตจากโครงงานการพัฒนาอนุภาคนาโนจากสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการงอกใหม่ของพลานาเรียสายพันธุ์ Dugesia japonica สำหรับการรักษาบาดแผลเพื่อต่อยอดเป็นนวัตกรรมแผ่นปิดบาดแผล มีนายกฤตยชญ์ ไทยสุริยันต์ นายปราชญ์ อำพนธ์ และ น.ส.ปาณิศา สว่างสุรีย์ เป็นผู้จัดทำโครงงาน ดร.สุภานันท์ สุจริต เป็นครูที่ปรึกษา และ รร.ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย สาขาสัตวศาสตร์ จากโครงงานนวัตกรรมใหม่แบบผสานวิธีเพื่อการขยายพันธุ์ และการอนุรักษ์ชันโรงดิน (Tetragonula collina) โดยมีนายธนวัฒน์ สมญาพรเจริญชัย นายธนกร สาคุณ และ นายณัฐชพน วงศาโรจน์ เป็นผู้จัดทำโครงงาน และนายสุธิพงษ์ ใจแก้ว และนายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร์ เป็นครูที่ปรึกษา

ขณะเดียวกันทีมเยาวชนไทยยังสามารถคว้ารางวัล Special Awards ได้อีก 3 รางวัล ได้แก่ รร.กําเนิดวิทย์ จ.ระยอง คว้ารางวัล Special Award อันดับที่ 1 จาก  TUBITAK The Scientific and Technological Research Council of Türkiye พร้อมเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากโครงงานการศึกษากระบวนการภายในของสมบัติการแปรเปลี่ยนด้วยแสงของธาตุวานาเดียมที่มีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพภาวะความไม่ชอบน้ำของฟิล์มชีวภาพจากแป้งมันสำปะหลัง  มี นายปองภพ แสงสว่าง น.ส.ชญาดา วิสุทธิรัตนมณี และ น.ส.ณิชาพัฒน์ อึ้งอารี เป็นผู้จัดทำโครงงาน ดร.ยุติชัย เหมือนเงิน ประทีปะเสน และ นางณัฐพุทธิญา ชวนะลิขิกร เป็นครูที่ปรึกษา

รร.ดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย คว้ารางวัล Special Award อันดับที่ 2 จาก Sigma Xi, The Scientific Research Honor Society พร้อมเงินรางวัล 800 ดอลลาร์สหรัฐ จากโครงงาน BeeShield: การพัฒนาอุโมงค์ทางเข้าป้องกันไรผึ้งโดยใช้พฤติกรรมการเข้ารังของผึ้งและการตอบสนองของไรต่อกรดฟอร์มิก มี นายปัณณวิชญ์ ธีรนันท์พัฒธน น.ส.วิภารัศมิ์ ธะนะวงศ์ และนายกฤตนน เมืองแก้ว เป็นผู้จัดทำโครงงาน และนายเกียรติศักดิ์ อินราษฎร เป็นครูที่ปรึกษา

รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย จ.เชียงราย คว้ารางวัล Special Award อันดับที่ 4 จาก American Chemical Society พร้อมเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากโครงงานการสังเคราะห์โมเลกุลเซนเซอร์ฐานสารสีย้อมเคอร์คูมินที่สกัดจากขมิ้นชันสำหรับตรวจวัดแอลดีไฮด์สายยาวซึ่งเป็นสารบ่งชี้โรคมะเร็งปอด โดยมี นายธนัช ไชยมงคล เป็นผู้จัดทำโครงงาน นายธีรพัฒน์ ขันใจ และ รศ.ดร.บุษยรัตน์ ธรรมพัฒนกิจ เป็นครูที่ปรึกษา

ด้าน ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.NSM กล่าวชื่นชมเยาวชนไทยทั้ง 14 ทีม ว่า ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ มุ่งมั่นตั้งใจทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มศักยภาพ จนสามารถคว้ารางวัลมาได้สำเร็จ ถือเป็นการแสดงออกถึงศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเยาวชนไทยได้อย่างโดดเด่น  ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก เชื่อมั่นว่าทุกผลงานของเยาวชนจะได้รับการเผยแพร่และพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวง อว. ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไทยในด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การสร้างคนและบุคลากรในสังคมให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในอนาคต

ด้าน รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ผลงานของทีมเยาวชนไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้ในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์อันมีคุณค่า หวังว่าจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์จากการศึกษาวิจัยเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมวิทยาศาสตร์ให้ยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผอ.สวทช. กล่าวว่า ขอชื่นชมเยาวชนไทยทุกคนว่าสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม หวังว่าจะสามารถนำประสบการณ์ในครั้งนี้ไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ทีมเยาวชนไทยจะเดินทางกลับจากการแข่งขันถึงประเทศไทยในวันที่ 19 – 21 พ.ค.นี้  สามารถติดตามข่าวสารและร่วมแสดงความยินดีได้ที่เพจ FB: NSMTHAILAND

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ใช้ยาคลายเครียดให้ถูกวิธี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ใช้ยาคลายเครียดให้ถูกวิธี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ใช้ยาคลายเครียดให้ถูกวิธี

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สัปดาห์ก่อนเขียนเรื่องความเครียดและการจัดการแก้ความเครียดไปแล้ว ก็มีคำถามว่า ผู้ที่ต้องใช้ยาตัวนี้มีความกังวลว่าใช้ยาแล้วจะมีผลเสียต่อร่างกายในระยะสั้นและยาวอย่างไรบ้าง สัปดาห์นี้จะขยายความเรื่องยาคลายเครียด เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
ก่อนอื่นต่องย้ำว่า ยาคลายเครียดหรือยารักษาอาการวิตกกังวล ต้องสั่งโดยแพทย์หรือจิตแพทย์เท่านั้น คนที่กำลังเครียดและอยากจะใช้ยาคลายเครียดจึงต้องไปพบแพทย์ เพื่อประเมินความจำเป็น และการเลือกใช้ยาให้เหมาะสมที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อห้ามใช้ยาตัวนี้ 

ยาคลายเครียดมีหลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มมีข้อห้าม หรือข้อควรระวังการใช้แตกต่างกัน ยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepine) ห้ามใช้กับคนที่มีประวัติติดสารเสพติด หรือแอลกอฮอล์ เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หญิงตั้งครรภ์ (โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรก) หญิงให้นมบุตร และผู้ป่วยตับทำงานผิดปกติรุนแรง 

ยาอีกกลุ่มที่ถูกใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะเครียดหรือวิตกกังวล ได้แก่ ยาต้านเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (SSRI, selective serotonin reuptake inhibitors) รวมถึง โรคต้านเศร้ากลุ่มเอสเอ็นอาร์ไอ (SNRI, serotonin and norepinephrine reuptake inhibitors) ซึ่งมียาหลากหลายรายการที่อยู่ในกลุ่มนี้ แต่ละตัวก็มีข้อควรระวังและข้อห้ามใช้แตกต่างกัน บางตัวห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ บางตัวห้ามใช้เมื่อตับไตผิดปกติ บางตัวห้ามใช้ในคนที่มีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ หรือมีโรคต้อหิน เป็นต้น
ส่วนผู้ที่กำลังใช้ยาอยู่ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ก็อย่าเพิ่งกังวลใจแล้วเลิกใช้ยาด้วยตัวเอง เพราะกลัวตับอักเสบ ไตวาย เพราะการจะเลิกใช้ก็ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และต้องบอกว่าถ้าได้รับยาจากแพทย์ แล้วไปตรวจตามนัดสม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะทุกครั้ง แพทย์ต้องเช็คสิ่งที่ต้องตรวจตามระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าต้องได้ยาจากแพทย์ แต่ไม่สะดวกไปพบแพทย์  แล้วดันไปซื้อยาจากร้านยาเอง ซึ่งยาบางชนิดสามารถซื้อได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าต้องกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการตามแพทย์นัดอย่างเคร่งครัด 

สำหรับภาวะวิตกกังวลที่จำเป็นต้องใช้ยา โดยแต่ละคนอาจได้รับการรักษา และใช้ยาแตกต่างกันไป โดยระยะเวลารักษาอาจกินเวลานาน บางรายอาจเป็นเดือนไปจนถึงเป็นปี ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ บางคนพอรู้สึกดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็เลิกกินยาเอง แต่ที่จริงแล้วยาเพิ่งจะปรับสมดุลสารเคมีในสมอง หรือควบคุมอาการเท่านั้น แต่เมื่อหยุดยาเอง อาการก็กลับเป็นซ้ำ แล้วอาจรุนแรงมากขึ้น แต่ตามปกติ เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วเห็นควรให้หยุดยา ก็ไม่ได้ให้หยุดยาทันที เพราะแพทย์ต้องค่อย ๆ ลดการใช้ยาลงตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันอาการขาดยา

โดยสรุป เมื่อจำเป็นต้องใช้ยาคลายเครียด โดยใช้ยาอย่างมีประสิทธิผลและปลอดภัยสูงสุด จำเป็นต้องทำดังนี้  (1) ใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ลืม ไม่ลด ไม่งด ไม่หยุดยา หรือเพิ่มขนาดยาเอง แต่ในกรณีลืมจริง ๆ ให้กินยาทันทีเมื่อนึกได้ แต่ถ้านึกได้เมื่อใกล้กับการกินยามื้อถัดไป ให้กินยามื้อถัดไปตามปกติ แต่ห้ามกินยาเป็น 2 เท่าเพราะอาจเกิดอันตรายจากขนาดยาสูงเกินไป

(2) สังเกตอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการใช้ยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงนอน ใจสั่น แล้วปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อปรับการใช้ เพราะอาการบางอย่างอาจเกิดขึ้นในช่วงแรก เมื่อใช้ยาไปสักพักก็จะดีขึ้น อาการบางอย่างอาจแก้ไขได้โดยการปรับเปลี่ยนเวลากินยาให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย 

(3) ไม่หยุดยาเองกะทันหัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุยาหมด หรือรู้สึกว่าอาการดีขึ้น แล้วอยากรู้ว่าเมื่อหยุดยาแล้วจะมีอาการอย่างไร เพราะเสี่ยงต่อการรักษาไม่ได้ผล

(4) ไม่นำยาของคนอื่นมาใช้ หรือเอายาของตนเองไปให้คนอื่นใช้ เพราะอาจไม่ตรงกับโรค ไม่เหมาะกับสภาวะบางอย่างของผู้ป่วยแต่ละราย ที่สำคัญคือการทำเช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ 

(5) ไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามผลการรักษา 

(6) ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาอื่นร่วมด้วยในการรักษาโรคหรือภาวะอื่นใด ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินว่ายาคลายเครียดที่ใช้อยู่นั้นตีกับยาอื่นที่ต้องใช้หรือไม่ 

(7) ห้ามกินยาร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหากยามีผลทำให้ง่วง ก็ต้องหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือควบคุมเครื่องจักร

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘CPS CHAPS x WACHACHAR’ ผสานความเท่ เข้ากับกลิ่นอายเฟมินีนในธีม CHERRY GIRL CLUB

‘CPS CHAPS x WACHACHAR’ ผสานความเท่ เข้ากับกลิ่นอายเฟมินีนในธีม CHERRY GIRL CLUB

‘CPS CHAPS x WACHACHAR’ ผสานความเท่ เข้ากับกลิ่นอายเฟมินีนในธีม CHERRY GIRL CLUB

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์) แบรนด์แฟชั่นสุดเท่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “CREATIVITY. PASSION. SELF.” เปิดตัวคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ CPS CHAPS x WACHACHAR” ผลงานการออกแบบร่วมกับแฟชั่นไอคอน “เมย์ – วัจณา เจริญสมสมัย” หรือที่ใครหลายๆ คนคุ้นเคยกันในชื่อ MAY WACHACHAR คอลเลกชั่นนี้เป็นการผสานความเท่อันเป็นเอกลักษณ์ของ CPS CHAPS เข้ากับความเฟมินีน ถ่ายทอดออกมาเป็นแฟชั่นไอเทมในธีม CHERRY GIRL CLUB ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลเชอร์รี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เปรียบได้กับหญิงสาวที่มีความอ่อนหวานแต่ก็แฝงไปด้วยกลิ่นอาย ความเซ็กซี่ ซุกซน ขี้เล่น เต็มไปด้วยความสนุกและความมั่นใจ พร้อมที่จะเปล่งประกายไปในฤดูร้อนอันสดใส

คอลเลกชั่นนี้จะเน้นดีไซน์ที่มีความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยดีเทลที่น่าหลงใหล พร้อมสนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์แบบไร้กฎเกณฑ์ ให้ลุคมีความ Confident & Chic และมีสไตล์ที่โดดเด่นสะท้อนตัวตนอย่างมั่นใจ ประกอบด้วย 8 แฟชั่นไอเทม Oversized Denim Shirt เสื้อเชิ้ตเดนิมฟอร์มหลวม โดดเด่นด้วยการเดินเส้นด้ายตัดกับสีพื้นของยีนส์ แต่งกระเป๋าสองข้างขนาดใหญ่แบบ Utility Style สามารถแต่งลุคเพิ่มเลเยอร์ด้วยการใส่เป็นเสื้อคลุมหรือใส่เป็นเดรสสั้น แมตช์กับรองเท้าบูท หรือสนีกเกอร์ Cropped Denim Mini Skort กระโปรงยีนส์สั้น ทรงเอ เอวสูง ดีเทลกระเป๋าข้างโชว์ตะเข็บ ให้กลิ่นอายของ Girl Crush ยุค Y2K ครีเอตดีไซน์ให้ดูเท่ใส่ง่าย แมตช์คู่กับเสื้อเชิ้ตเดนิมโอเวอร์ไซส์เข้าเซ็ต หรือแมตช์กับเสื้อกล้ามสีขาวก็

เพิ่มลุคสดใส Layered Ruffle Skirt กระโปรงสั้นแต่งระบายไล่เลเยอร์ ด้วยผ้าคอตตอนผสมผ้าลูกไม้โปร่ง ปักลายเชอร์รี่ ให้ลุคโรแมนติกและแฝงไปด้วยความหวาน แมตช์คู่กับเสื้อกั๊กเทเลอร์หรือเสื้อยืดกราฟิกเพื่อเพิ่มความสดใสซุกซน มิกซ์กับรองเท้าบูทหนังสูงอัปลุคให้ดูเปรี้ยวขึ้น Tailored Vest เสื้อกั๊กดีไซน์กึ่งเทเลอร์ ตัดเย็บด้วยผ้าทอลายพิเศษ เรียบหรู สื่อถึงความเท่แบบนุ่มนวล แมตช์กับกางเกงหรือกระโปรงสั้น หรือใส่เลเยอร์ทับชุดเดรสหรือเชิ้ตก็ได้ยังสามารถให้ลุคสตรีตแฟชั่น Parka แจ็กเก็ตฮู้ดโอเวอร์ไซส์ แต่งเชือกรูด ดีเทลกระเป๋าขนาดใหญ่ อัปความเท่ แรงบันดาลใจจากเสื้อแจ็คเก็ตของนักสำรวจที่ให้คุณสามารถใส่เที่ยวเมืองได้ในลุคสุดชิค แมตช์ง่ายกับกางเกงยีนส์ กางเกงขาสั้น หรือใส่คลุมเดรสลูกไม้ให้เกิดคอนทราสต์ที่สวยแปลกตา Printed Cherry T-shirt เสื้อยืดพิมพ์ลายเชอร์รี่กราฟิก “Dancing Cherry Club” แนววินเทจด้วยสีแดงสด บอกเล่าเรื่องราวสนุกสนานของหญิงสาวที่มีอิสระ เหมือนเชอร์รี่ที่กำลังเต้นระบำ แมตช์กับกางเกงขาสั้น หรือใส่คู่กับกระโปรงลูกไม้ให้ลุคเฟมินีนที่แฝงความซุกซน Cargo Midi Skirt ทรงเอตัวหลวม แต่งกระเป๋าด้านข้างแบบ Cargo กลิ่นอาย Military ที่ใส่ได้จริง แมตช์กับเสื้อเชิ้ต เบลเซอร์ หรือเสื้อยืดง่ายๆ ก็ได้ลุคเท่ๆ Capri กางเกงทรง 5 ส่วนเข้ารูปที่มีกลิ่น

อายสปอร์ตแวร์มาผสมเข้ากับลุคซิตี้เกิร์ล เพื่อให้สวมใส่ง่าย คล่องตัว และยังดูเก๋ ใส่กับเบลเซอร์ เสื้อยืดหรือเสื้อกั๊กก็ยังได้ลุคสมาร์ตแคชชวล นอกจากไอเทมที่เป็นเสื้อผ้าแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้คือ กระเป๋า BOBO Bag ดีไซน์เน้นความเป็นแฟชั่นแบบ Everyday Look ที่จะมาเป็นกระเป๋าใบโปรดใบใหม่ของคุณ ด้วยวัสดุหนังกลับสีเทาและสีน้ำตาลที่มีความเท่และสามารถแมตช์ง่ายใช้งานได้ทุกวัน

พบกับคอลเลกชั่น CPS CHAPS x WACHACHARที่จะมาเพิ่มความเฟมินีนให้กับลุคเท่ๆของคุณได้ตั้งแต่วันนี้ที่ ร้าน CPS CHAPS ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ http://www.cpschaps.com

Spotify จัดเวิร์คช็อปด้านเวนเนส ‘Spotify Pause & Play’ครั้งแรกในไทย

Spotify จัดเวิร์คช็อปด้านเวนเนส ‘Spotify Pause & Play’ครั้งแรกในไทย

Spotify จัดเวิร์คช็อปด้านเวนเนส ‘Spotify Pause & Play’ครั้งแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพื่อเฉลิมฉลองให้กับคนไทยที่หันมาดูแลสุขภาพใจในแบบของตัวเอง Spotify ได้จัดงาน “Spotify Pause & Play” กิจกรรมเวิร์กช็อปด้าน Wellness ครั้งแรกในประเทศไทย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในบรรยากาศใกล้ชิดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับพลังของเสียงดนตรี การรู้จักตัวเอง และการดูแลตัวเองผ่านแพลตฟอร์มของ Spotify

ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเสียงรบกวนรอบตัว การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness) ไม่ได้หมายถึงการตัดขาดจากสิ่งเหล่านี้ แต่คือการ “ฟัง” เพื่อผ่อนคลายและเรียกสมาธิกลับคืนมา นี่คือจุดที่ Spotify แพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลกที่ก้าวข้ามความบันเทิงเข้ามามีบทบาท เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจในด้านการดูแลอย่างแท้จริง และเชื่อมโยงคุณกับความต้องการในทุกช่วงเวลา

เทรนด์ด้าน Wellness กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศไทย เกือบ 42% ของกลุ่ม Gen Z และ 60% ของกลุ่มมิลเลนเนียลในประเทศไทยรู้สึกดีเกี่ยวกับสุขภาพจิตของตนเอง และหันมาใช้เพลง รวมถึงพอดแคสต์เป็นเครื่องมือในการดูแลใจ เพราะการดูแลตัวเองไม่มีสูตรตายตัว และ Spotify พร้อมมอบประสบการณ์การดูแลตัวเองในแบบเฉพาะตัวให้กับคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้รู้สึกดี การมิกซ์เพลงตามอารมณ์ หรือการแชร์เนื้อเพลงที่สะท้อนความรู้สึกบนโซเชียลมีเดีย

ปิโยรส หลักคำ Lead Editor จาก Spotify Thailand กล่าวว่า “ที่ Spotify เราพบว่า ‘เสียง’ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทยสุดชิลล์ไว้คลายความเหนื่อยล้า หรือพอดแคสต์ที่ช่วยยกระดับความคิดและทัศนคติ โดยกว่า 41% ของผู้ฟังชาวไทยเลือกใช้เสียงเป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาวะของตนเอง นอกจากนั้น เรายังเห็นว่าคนฟังชอบที่จะแชร์เนื้อเพลงที่สะท้อนความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสุขภาวะไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นสิ่งที่คนให้ความใส่ใจกันในวงกว้าง”

นอกจากนี้ ปิโยรส ยังได้ร่วมพูดคุยบนเวทีพร้อมกันกับ เขื่อน ภัทรดนัย เสตสุวรรณ  ศิลปิน นักจิตบำบัด ผู้สนับสนุนด้านสุขภาพจิต  และ  อิ๊ก กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพจิต OOCA โดยทั้งสามได้ร่วมกันสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างเสียง เทคโนโลยี และสุขภาวะทางอารมณ์

ตั้งแต่การกิจกรรม Sound Bath ไปจนถึงการอ่านไพ่ทาโรต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงเพลง แต่ละกิจกรรมในงาน “Spotify Pause & Play” ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้ใช้เวลาไตร่ตรอง เติมพลัง และรีเซ็ตตัวเองผ่านพลังของเสียง ค่ำคืนนี้จบลงด้วยการแสดงสดจากดูโอ้อินดี้ป็อป LANDOKMAI กับเพลงฮิตของพวกเธออย่าง “ยอม (White Flag)” และ “เพลงรักเพลงแรก – Blooming” ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนฝัน

หากคุณพร้อมเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยการ Pause & Play ไปกับ Spotify แล้ว สามารถค้นหาเพลย์ลิสต์ที่ส่งเสริมด้านสุขภาวะทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น Sleep เหนื่อยนักพักก่อน ฟังกันตลอดทาง บรรเลงฟังสบาย และ เพลงไทยสายชิลล์ โดยแต่ละเพลย์ลิสต์ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อช่วยดูแลจังหวะอารมณ์ของคุณได้ทุกที่ ทุกเวลา

คุณแหน : 19 พฤษภาษคม 2568

คุณแหน : 19 พฤษภาษคม 2568

คุณแหน : 19 พฤษภาษคม 2568

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll สภากาชาดไทย เชิญร่วมสมทบทุนโครงการ บูรณะซ่อมแซมศาลาประดิษฐานหลวงพ่อแดง ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย จ.ตราด แก้ปัญหาความเสื่อมโทรม ให้ที่พึ่งทางใจของประชาชน จ.ตราดและพื้นที่ใกล้เคียงงดงามอีกครั้ง พร้อมรับกระเป๋าผ้า 130 ปี สภากาชาดไทย ออกแบบโดย มาริโอ้ เมาเร่อ ทุกๆ บริจาค 500 บาท ลดหย่อนภาษี 2 เท่า ร่วมบุญได้ที่ http://www.iredcross.org..

ll คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แถลงข่าวการเปิดตัวเข็มวันอานันทมหิดล ประจำปี 2568 “Air We Share,Lungs We Care: ห่วงใยทุกลมหายใจ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรเมทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ผู้พระราชทานกำเนิด “แพทย์จุฬา” โดย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธาน 21 พ.ค.09.30 น…

ll มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพบุญใหญ่ พร้อมรับวัตถุมงคลทรงคุณค่า ในงาน ผ้าป่ามหากุศล สมทบทุน “มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด” เพื่อส่งเสริมอาชีพและการศึกษาด้านดนตรีแก่ผู้พิการทางสายตา 30 พ.ค. 09.09 น. ณ พระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติฯ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร โดยมี ประธานฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และ ประธานฝ่ายฆราวาส ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผอ.ฝ่ายจัดหารายได้ สภากาชาดไทยสำหรับผู้ร่วมบุญ 49,999 บาทขึ้นไป รับมอบวัตถุมงคลชุดพิเศษ จัดสร้างเนื่องในงานเจริญอายุวัฒนมงคล 6 รอบ 72 ปี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) มีเพียง 70 ชุดเท่านั้นโอนเงินได้ที่ ธ.กสิกรไทย ออมทรัพย์ 025-175500-0 (ชื่อบัญชี: โครงการผ้าป่ามหากุศลฯ มูลนิธิสถาบันดนตรีคนตาบอด) แจ้งบริจาค / ขอใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษี Line OA: @tabma โทร:099-285-3446..

ll มูลนิธิชีวิตพัฒนาในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขอเรียนเชิญร่วมทำบุญ ทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อบำรุงศาสนสถาน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ จำนวน 102 กองๆ ละ 999 บาท หรือตามกำลังศรัทธา 7 มิ.ย…

ll บมจ.อสมท แถลงข่าวความร่วมมือ กับ บริษัท ฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) จำกัด โครงการ MCOT Next Film เปิดตัว 4 โปรเจกต์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ สู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ 19 พ.ค. 14.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ ..

ll การแสดงดนตรีลูกทุ่งเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมพระชนมายุ 70 พรรษา ราชนารีสดุดี 70 พรรษา ขับร้องโดยศิลปินชั้นนำ เปาวลี,กัน นภัทร,ตั๊กแตน ชลดา,เอกชัย ศรีวิชัย,ไรอัล กาจบัณฑิต,สปาย และผิงผิง 15 มิ.ย.17.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์..

คุณแหน

มาหาคำตอบกัน ‘กลูตาไธโอน’ ช่วยเรื่องผิวได้จริงหรือ? ถึงเวลาเปิดสวิตซ์ผิวสวย โบกมือลาผิวคล้ำด้วยกลูตาไธโอน

มาหาคำตอบกัน ‘กลูตาไธโอน’ ช่วยเรื่องผิวได้จริงหรือ? ถึงเวลาเปิดสวิตซ์ผิวสวย โบกมือลาผิวคล้ำด้วยกลูตาไธโอน

มาหาคำตอบกัน ‘กลูตาไธโอน’ ช่วยเรื่องผิวได้จริงหรือ? ถึงเวลาเปิดสวิตซ์ผิวสวย โบกมือลาผิวคล้ำด้วยกลูตาไธโอน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถ้าพูดถึง “กลูตาไธโอน” สายความงามคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำนี้อย่างแน่นอน ด้วยความโดดเด่นในเรื่องการดูแลผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายคนที่ลังเลใจว่า “กลูตาไธโอน” ช่วยเรื่องผิวได้จริงหรือ? ทำไมถึงเป็นที่นิยม? เราควรทานจริงไหม? และทานแล้วจะอันตรายหรือไม่?

วันนี้จะมาไขคำตอบให้คลายกังวลและมาทำความรู้จัก “กลูตาไธโอน” ที่ไม่ใช่แค่ช่วยเรื่องผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายอย่างแก่ร่างกาย เพื่อตอกย้ำว่า  หากเลือกทานกลูตาไธโอนให้เป็น ก็จะได้รับสิ่งที่ดีต่อร่างกาย 

กลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ร่างกายผลิตขึ้นเองได้จากกรดอะมิโน 3 ตัว ได้แก่ แอล-กลูตามีน (Glutamine), แอล-ซีสเทอีน (Cysteine), และไกลซีน (Glycine) โดยมีหน้าที่ในการปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ช่วยปรับปรุงการทำงานของตับ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย สาเหตุหนึ่งของการแก่เร็ว ริ้วรอย ผิวโทรม ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยลดการผลิตเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีผิวที่ทำให้ผิวเข้มขึ้น

คีย์เวิร์ดสำคัญที่ทำให้เข้าใจได้มากขึ้น สำหรับการช่วยลดการผลิตเมลานิน คือ เมื่อผิวที่โดนแสงแดดหรือความร้อน จะกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ ที่อยู่ในผิวหนัง ให้สร้างเม็ดสีผิวชนิดสีดำ สีน้ำตาล มากกว่าเม็ดสีผิวชนิดสีชมพู แต่หากร่างกายมีกลูตาไธโอนจะไปยับยั้งเอ็นไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่ใช้ในการผลิตเมลานิน ลดการผลิตเม็ดสีผิวชนิดสีดำ สีน้ำตาล นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติขึ้น 

แม้ว่าร่างกายจะผลิตกลูตาไธโอนได้เอง แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ประกอบกับหากมีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ความสามารถของร่างกายที่จะผลิตกลูตาไธโอนได้ก็จะลดลง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนมองหาผลิตภัณฑ์ที่ดูแลในด้านนี้เพื่อเสริมแก่ร่างกาย โดย กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่มุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพคนไทย ตอบโจทย์ในทุกด้าน สำหรับผู้ที่อยากเปิดสวิตซ์ผิวสวย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “กิฟฟารีน กลูตา โกลว์ คอมเพล็กซ์” (Giffarine Gluta Glow Complex) เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ตามหา 

ใน 1 เม็ดอัดแน่นไปด้วย 12 สารสำคัญที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี อาทิ แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. รวมทั้ง แอล-กลูตามีน, แอล-ซิสเทอีน และไกลซีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างกลูตาไธโอน รวมถึง สารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี อย่างวิตามินซี วิตามินอี และกรดอัลฟาไลโปอิค สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง เพิ่มการนำกลูตาไธโอนกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ ยังมีซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์สารสกัดจากเปลือกสนและสารสกัดจากทับทิม รวมถึง วิตามิน B3 และ ซิงค์ ที่ส่งผลดีต่อผิวอีกด้วย

ตอบโจทย์ผู้ที่รักผิวและต้องการดูแลผิวให้สุขภาพดี หรือมีความกังวลใจเรื่องผิวหมองคล้ำ และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาการต้านอนุมูลอิสระให้กับผิว เพียงทานต่อเนื่องวันละ 1 เม็ด เพื่อผลลัพธ์ของผิวที่ดี และควรทานหลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง หรือทานตอนเช้าในขณะท้องว่าง หรือก่อนนอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึม

แต่จะดีกว่าหากเราดูแลร่างกายควบคู่กันไปด้วย โดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวทั้งการนอนดึก การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม ละเลยการบำรุงผิว หรือไม่ทากันแดด การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น 

ภาคีภาคเอกชนจับมือภาครัฐ ประกาศจัดงานฉลอง Pride Month ยิ่งใหญ่ ชูภาพลักษณ์ไทยในฐานะ ‘LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION’

ภาคีภาคเอกชนจับมือภาครัฐ ประกาศจัดงานฉลอง Pride Month ยิ่งใหญ่ ชูภาพลักษณ์ไทยในฐานะ ‘LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION’

ภาคีภาคเอกชนจับมือภาครัฐ ประกาศจัดงานฉลอง Pride Month ยิ่งใหญ่ ชูภาพลักษณ์ไทยในฐานะ ‘LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาคีภาคเอกชนนำโดย เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป จับมือภาครัฐบาล ร่วมฉลอง Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ ประกาศจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ณ เอ็ม ดิสทริค ระหว่างวันที่ 27 – 29 มิถุนายน 2568 พร้อมจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับ Pride Community ตลอดเดือนมิถุนายน พร้อมปิดท้าย Pride Month อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนพาเหรด LOVE PRIDE ♡ PARADE ยาวที่สุดในเอเชีย อลังการกว่าที่ผ่านมา ปักหมุดเป็นงานฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” และร่วมผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030

งาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีภาคเอกชน มากกว่า 100 องค์กรชั้นนำ และภาครัฐ ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION” ที่เปิดรับความหลากหลาย รวมถึงร่วมเฉลิมฉลองให้กับการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ด้วยการแสดงออกซึ่งการมีส่วนร่วมในเทศกาลไพรด์ หรือ Pride Month พร้อมกับหลายประเทศทั่วโลก โดยวางแผนจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ให้เป็นแลนด์มาร์กของเทศกาลไพรด์ระดับภูมิภาค 

ปักหมุดเป็น Pride Festival Global Destination ของกรุงเทพมหานครที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดันกรุงเทพมหานครให้ก้าวสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน “WORLD PRIDE 2030” ตามแนวนโยบาย IGNITE THAILAND TOURISM ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Sofe Power เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในทุกมิติ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “จากการที่รัฐบาลผลักดันให้มีการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่ 3 ในเอเชีย ที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นทัดเทียมกัน ยังส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยมีการคาดการณ์ว่าภายใน    2 ปีหลังจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี         ทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 67,000 ล้านบาทต่อปี กระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งการร่วมมือกันของภาครัฐและภาคีภาคเอกชน จัดงาน LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025 ในปีนี้ที่มีความยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญ ที่จะช่วยตอกย้ำและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็น LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION  ช่วยสร้างโอกาสทางการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยไปพร้อม ๆ กัน”

ภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า  เราได้ดำเนินนโยบายในการสนับสนุนเรื่องของความหลากหลายมาโดยตลอด เพื่อสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็น “เมือง” ที่มีชีวิต เป็นมิตรกับกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย สะท้อนภาพความเท่าเทียมในสังคม โดยมีโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อว่า ถ้ายอมรับความแตกต่างได้ สังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข นอกจากนี้เรายังร่วมสนับสนุน และร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความหลากหลายในทุกมิติ ทั้งนี้เพื่อเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่การเป็นมหานครเจ้าภาพ “WORLD PRIDE 2030” เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIA+ จากทั่วโลก

ด้าน ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด SIAM PARAGON RETAIL EM DISTRICT BANGKOK MALL เผยว่า “เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะของภาคธุรกิจเอง เรามองเห็นความสำคัญของ DIVERSITY & INCLUSION ในการให้คุณค่า และเคารพในความแตกต่าง รวมถึงการสร้างโอกาสความเท่าเทียมกันของทุกคนในองค์กร  โดยเปิดโอกาสให้กลุ่ม LGBTQIA+ นำความรู้ ความสามารถ และพรสวรรค์มาใช้พัฒนาภาคธุรกิจ ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมของกลุ่มคนที่หลากหลายมาอย่างต่อเนื่อง และยังสร้างโอกาสในการทำงาน ตลอดจนโอกาสในการก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มอบความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของเอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป อย่างเท่าเทียมมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมา เราให้ในความสำคัญของเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงพร้อมเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคีภาคเอกชน ในการจับมือกับภาครัฐและภาคธุรกิจอื่นๆ จัดงานฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่างยิ่งใหญ่ในทุกปี ซึ่งนอกจากจะเป็นการร่วมส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอีกด้วย” 

สำหรับรายละเอียดการจัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ตลอดทั้งเดือน มิถุนายน 2568 นี้ เอ็ม ดิสทริค เตรียมจัดเต็มไฮไลต์หลากหลาย เปิดประเดิมด้วยการจัดงาน EMFASHIONICON EDGE 2025 ปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งปีที่เชิดชูความหลากหลายทางอัตลักษณ์ พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณของคนเมืองกรุงเทพฯ ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร รวมตัวเหล่าคนรักแฟชั่น ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และตัวแทนจากทุกกลุ่มผู้คน มาสร้างพลังบนรันเวย์ลอยฟ้ากลางมหานคร ณ พื้นที่ใหม่ ชั้น 14 ของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ บอกเล่าเรื่องราวของความภาคภูมิใจ ความกล้า และความสวยเฉียบผ่านแฟชั่น เสียงเพลง และแสงสีแบบจัดเต็ม โดยงานนี้ยังได้เปิดโอกาสให้เหล่าคนรุ่นใหม่หลากหลายเพศมาโชว์ความสามารถ เพื่อคัดเลือกเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้อีกด้วย

ไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่ คือการส่งท้ายเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียมด้วยขบวนพาเหรด “LOVE PRIDE ♡ PARADE” ในคอนเซ็ปต์ “Spectrum Forward : Power of Creation” มุ่งมั่นขับเคลื่อนอนาคตด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ซึ่งจะอลังการและตระการตากว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยาวที่สุดในเอเชีย ประกอบด้วย ขบวนรถเทรลเลอร์จากภาคีภาครัฐ และภาคธุรกิจที่ร่วมจัดงาน ได้แก่ ธุรกิจการเงิน, การท่องเที่ยว, สายการบิน, โรงแรม, กีฬา, แฟชั่น, เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และไลฟ์สไตล์ ซึ่งต่างตกแต่งหลากสีในธีมแห่งความภาคภูมิใจในความเท่าเทียมและความเสมอภาค 

นอกจากนี้ ยังมีรถซูเปอร์คาร์, รถเปิดประทุน, รถมอเตอร์ไซด์ และรถตุ๊กตุ๊ก หนึ่งในอัตลักษณ์ไทยที่ทั่วโลกรู้จัก มาร่วมสร้างสีสัน พร้อมด้วยเหล่าศิลปิน, ดารา, นักแสดง, นางงาม, กลุ่มคนรักสัตว์, คู่สมรสเท่าเทียม และเซเลบริตี้จากทุกแวดวงสังคม ที่จะยกขบวนมาร่วมฉลองให้กับความเท่าเทียม ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตร จากสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ไปตามถนนพระราม 1 ผ่านย่านปทุมวัน, ย่านสยาม, ย่านราชประสงค์, ย่านเพลินจิต, ย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท และสิ้นสุดที่อุทยานเบญจสิริ 

ไม่เพียงแค่นั้น เอ็ม ดิสทริค ยังตกแต่งศูนย์การค้า ให้กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันและความภาคภูมิใจ ภายใต้ธีม PEACE, LOVE และ UNITY โดยมีจุดเด่นเป็น Installation Art สุดอลังการ อาทิ งานศิลปะขนาดใหญ่รูปมือโอบอุ้มหัวใจที่ตกแต่งด้วยสีของธงไพรด์อย่างสวยงาม บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์  เพื่อสื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ความความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และคิงคองสีชมพูขนาดยักษ์ถือธงไพรด์โบกสะบัดอย่างภาคภูมิใจ ที่บริเวณกระจกด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ รวมถึงการแต่งแต้ม Sphere Street ให้เป็นถนนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งไพรด์อย่างสวยงาม ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน

ซูม่า เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ

ซูม่า เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ

ซูม่า เปิดตัว 4 เมนูใหม่แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซูม่า กรุงเทพฯ (Zuma Bangkok) เปิดตัว 3 เมนูใหม่ แรงบันดาลใจจากอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะ โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ปรุงรสชาติให้จัดจ้านเพื่อรับประทานคู่กับเครื่องดื่ม และมาในปริมาณพอเหมาะสำหรับแชร์ความอร่อยร่วมกัน พร้อมด้วยอีก 1 เมนูสุดคลาสสิกของซูม่า ที่กลับมาอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน ลิ้มรสความอร่อยของเมนูกลิ่นอายอิซากายะที่ ซูม่า ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2568

มิโซะบันไส้วากิวคัตสึเสิร์ฟคู่หอมแดง (Wagyu Katsu Miso Bun with Braised Red Onion)  เนื้อสันนอกวากิวเกรด A5 คลุกด้วยไข่และเกล็ดขนมปัง ทอดจนด้านนอกกรอบและมีสีเหลืองทอง แต่ด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ ประกบด้วยมิโซะบัน รับประทานคู่กับหอมแดงที่เคี่ยวจนได้รสชาติหอมหวานสัมผัสกรุบกรอบและกะหล่ำปลีซอย เพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสที่มีรสหวานเค็มผสมกันอย่างลงตัว

สึคุเนะไก่และไข่ดองซีอิ๊วโรยใบชิโสะ (Tsukune Chicken with Shiso Egg Yolk Dip) เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากอาหารเสิร์ฟในร้านอิซากายะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ลูกชิ้นไก่บดเนื้อนุ่มคลุกเคล้าซอสยากิโทริ ที่เข้มข้นจากส่วนผสมอย่างไวน์แดงและมิโซะขาว เสริมด้วยกลิ่นหอมจากใบชิโสะและขิง เมื่อรับประทานคู่กับไข่ดองซีอิ๊วจะยิ่งเพิ่มมิติให้ทั้งรสชาติและรสสัมผัส

ปลาทูน่าย่างเสิร์ฟคู่บ๊วยดองและซอสมิโซะขิง (Grilled Maguro with Umeboshi and Ginger Miso Sauce) ใช้เนื้อส่วนกลางของปลาทูน่า หมักเพิ่มความนุ่มพร้อมเติมรสหวานละมุนด้วยกากสาเกและมิริน จากนั้นย่างบนเตาโรบาตะ ซึ่งเป็นเตาถ่านแบบโบราณของญี่ปุ่น เสิร์ฟคู่บ๊วยดองและซอสมิโซะขิง  รสเปรี้ยวเล็กน้อยจะช่วยเสริมรสชาติของทูน่าให้เด่นชัดขึ้น

เทมปุระล็อบเตอร์เสิร์ฟพร้อมซอสพอนสึและมายองเนสวาซาบิ (Lobster Tempura with Ponzu and Wasabi Mayonnaise) ราคา 1,560 บาท เมนูสุดคลาสสิกที่กลับมาพร้อมเสิร์ฟให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอีกครั้ง เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเนื้อล็อบสเตอร์แน่นฉ่ำกับความกรอบอย่างพอดีของแป้งเทมปุระ รสเผ็ดอ่อน ๆ จากวาซาบิช่วยยกระดับรสชาติให้จานนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครจนขึ้นแท่นเมนูสุดคลาสสิกประจำซูม่า

ซูม่า เปิดให้บริการ มื้อเที่ยง:วันจันทร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 11:30 น. – 15:00 น. มื้อเย็น:วันจันทร์ – วันศุกร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. – 01:00 น.วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18:00 น. – 02:00 น. บรันช์:ทุกวันอาทิตย์ สำรองทที่นั่งได้ที่โทร. 0-2252-4707 ไลน์: @zumabangkok เว็บไซต์: http://www.zumarestaurant.com

‘กระดูกสะโพกหัก’ ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

‘กระดูกสะโพกหัก’ ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

‘กระดูกสะโพกหัก’ ไม่รีบรักษาอาจเสี่ยงเป็นผู้ป่วยติดเตียง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หกล้มเบาๆ แต่เจ็บสะโพกมาก ขยับไม่ไหว ลุกไม่ได้ อาการเหล่านี้คือสัญญาเตือน กระดูกสะโพกหัก หากไม่รีบเข้ารับการรักษา อาจกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อันตรายถึงชีวิตได้

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า กระดูกสะโพกหัก เป็นอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุรุนแรง อาการนี้ไม่เพียงส่งผลต่อการเคลื่อนไหว แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการของกระดูกสะโพกหัก มีดังนี้ เจ็บมากจนขยับไม่ไหว ลงน้ำหนักหรือยืนไม่ได้ ช่วงปลายเท้าเย็น เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงได้น้อยลง มีรอยฟกช้ำ บวม และรู้สึกขัดบริเวณสะโพก

หากผู้สูงอายุประสบอุบัติเหตุลื่นล้ม และสงสัยว่ากระดูกสะโพกหักหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ควรรีบโทรแจ้งโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเฉพาะทาง มาเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกระดูกหัก เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกเคลื่อนตัว ลดการบาดเจ็บ และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย

กระดูกสะโพกหัก จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น เป็นผู้ป่วยติดเตียง เกิดแผลกดทับ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และเกิดการติดเชื้อ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ปัจจุบันการผ่าตัดกระดูกสะโพก ไม่น่ากลัวเหมือนสมัยก่อน เนื่องจากมีเทคนิคการผ่าตัด Minimal Invasive Surgery ที่เป็นการผ่าตัดกระดูกสะโพกแบบเปิดแผลเล็ก โดยกล้ามเนื้อถูกทำลายน้อย กระทบโครงสร้างกระดูกต่ำ จึงทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว สามารถลุกยืนได้ภายใน 6 – 12 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด และยังช่วยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ และสามารถขับรถได้ภายใน 1 เดือน

สำหรับการป้องกันความเสี่ยงในการเกิดสะโพกหัก ได้แก่ การกินอาหารเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มวิตามินดีและแคลเซียม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงการสูบบุหรี่ และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ส่วนบ้านที่มีผู้สูงอายุควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ปรับพื้นที่ทางเดินให้เหมาะสม ไม่ลื่น และเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันผู้สูงอายุสะดุดหรือลื่นล้ม   

BEAUTY GEMS X BENTLEY BANGKOK รังสรรค์งานศิลป์แห่งอัญมณีและเครื่องประดับ สู่อัครยนตรกรรมไอคอนิกโลก

BEAUTY GEMS X BENTLEY BANGKOK รังสรรค์งานศิลป์แห่งอัญมณีและเครื่องประดับ สู่อัครยนตรกรรมไอคอนิกโลก

BEAUTY GEMS X BENTLEY BANGKOK รังสรรค์งานศิลป์แห่งอัญมณีและเครื่องประดับ สู่อัครยนตรกรรมไอคอนิกโลก

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บิวตี้เจมส์ ผู้นำการออกแบบและผลิตเครื่องประดับ HIGH JEWELRY แบรนด์ชั้นนำของไทย จัดงานใหญ่ “BEAUTY GEMS x BENTLEY BANGKOK THE ULTIMATE LUXURY EXPERIENCE” เปิดตัวผลงานการออกแบบใหม่ล่าสุด ในกลุ่ม “ABEILLE COLLECTION” ชูอัญมณีบลูโทพาสเจียระไนเป็นรูปผึ้ง เปล่งประกายเฉดสีฟ้าสดใส เหมาะแก่การฮีลใจและเสริมพลังบวก พร้อมจับมือกับ “BENTLEY BANGKOK” (เบนท์ลีย์ แบงค็อก) ร่วมส่งมอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับแด่ผู้ครอบครอง BENTLEY รุ่น FLYING SPUR ยนตรกรรมชั้นสูงระดับโลก สามารถสั่งผลิตเครื่องประดับแบบเทเลอร์เมด (Tailored made) ตามความต้องการ เติมเต็มความสง่างามให้กับลักชูรี่คาร์อันเป็นที่รัก

คุณหนึ่ง – สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทบิวตี้เจมส์ กล่าวว่า “BEAUTY GEMS ABEILLE COLLECTIONS (บิวตี้เจมส์ อาเบล คอลเลกชัน) เป็นกลุ่มเครื่องประดับดีไซน์รูปตัวผึ้งที่ได้รับความนิยมตลอดกาล จึงเลือกนำคอลเลกชันนี้มาเป็นตัวแทนแห่งการฮีลใจ สร้างเสริมกำลังใจ เติมพลังบวกและการมองโลกในแง่ดี ถ่ายทอดผ่านการคัดสรรพลอยสวิสบลูโทพาส อัญมณีที่โดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าให้ความสว่างและสดใส โดยนำมาเปิดตัวในงาน “BEAUTY GEMS x BENTLEY BANGKOK THE ULTIMATE LUXURY EXPERIENCE” งานใหญ่แห่งปี ความร่วมมือครั้งแรกและเป็นโปรเจกต์พิเศษระหว่าง “BEAUTY GEMS” แบรนด์คนไทยที่โด่งดังไกลทั่วโลก กับอัครยนตรกรรมลักชูรี่แบรนด์ระดับโลก “BENTLEY” หลอมรวมความหรูหราและอัตลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ได้อย่างกลมกลืน เปล่งประกายความสง่างามเหนือระดับในทุกมิติอย่างแท้จริง”

การเปิดตัวเครื่องประดับซีรีส์ใหม่ ภายใต้แคทิกอรี่ “BEAUTY GEMS ABEILLE COLLECTIONS (บิวตี้เจมส์ อาเบล คอลเลกชัน) มีให้เลือกทั้งเข็มกลัดและสร้อยคอในหลากดีไซน์ ได้แก่ เข็มกลัดผึ้งพลอยบลูโทพาสประดับเพชร (FOLLOW YOUR DREAMS) ให้อารมณ์ที่สื่อถึงการโบยบินเพื่อไล่ตามความฝัน ปีกของผึ้งเต็มเปี่ยมด้วยความมีอิสระ เตือนใจว่า จงไล่ตามความฝันและอย่ากลัวที่จะทำตามสิ่งที่ต้องการ เพราะการได้ทำตามความฝันคือความสุขที่สร้างได้ เข็มกลัดผึ้งพลอยบลูโทพาสประดับเพชร ประกอบด้วย พลอยสวิสบลูโทพาส น้ำหนักรวม 3.32 กะรัต เพชรน้ำงาม น้ำหนักรวม 0.75 กะรัต ทองคำ 18K White Gold น้ำหนักรวม 8.93 กรัม มูลค่า 250,000 บาท

ผลงานไฮไลต์อีกหนึ่งชิ้น ที่อาศัยความประณีตบรรจง ได้แก่ สร้อยคอพลอยบลูโทพาสประดับเพชร (BE(E) THE BEST OF YOURSELF) ดีไซน์ให้ความเป็น UNISEX STYLE สวมใส่ได้ทุกเพศทั้งหญิงและชาย เสน่ห์ของงานดีไซน์อยู่ที่การบินเรียงกันอย่างงดงามของผึ้งฝูงใหญ่ เปรียบดั่งตัวแทนของรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งอาจมีความเหมือนกัน แต่กลับมองเห็นความแตกต่างเฉพาะตัวตนได้อย่างชัดเจน เพราะเชื่อว่า การที่ได้เป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็น คือ เวอร์ชันที่ดีที่สุด สร้อยคอพลอยบลูโทพาสประดับเพชร ประกอบด้วย พลอยสวิสบลูโทพาส น้ำหนักรวม 41.04 กะรัต เพชรน้ำงาม น้ำหนักรวม 5.07 กะรัต ทองคำ 18K White Gold น้ำหนักรวม 128.36 กรัม มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท 

สร้อยคอผึ้งพลอยบลูโทพาสประดับเพชร (HAPPINESS IS A CHOICE) ถูกออกแบบภายใต้แรงบันดาลใจ การมองโลกในแง่ดี มุมมองความคิดในการเลือกที่จะมองในมุมต่างๆ ให้มีความสุข กระตุ้นและเติมพลังบวกให้กับชีวิต เครื่องประดับชุดนี้ ประกอบด้วย พลอยสวิสบลูโทพาส น้ำหนักรวม 16.10 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 7.79 กะรัต ทองคำ 18K White Gold น้ำหนักรวม 100.94 กรัม มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท สร้อยคอผึ้งประดับเพชร (LET YOUR LIGHT SHINE) ถูกรังสรรค์ออกแบบให้มีความสวยงามส่องสว่างสดใส โดยให้เหล่าผึ้งเป็นตัวแทนความเปล่งประกาย เพราะความเชื่อที่ว่าทุกคนมีแสงในตัวเอง จงปล่อยแสงสว่างในตัวคุณ สร้อยคอเส้นนี้ ประกอบด้วย เพชร น้ำหนักรวม 28.94 กะรัต ทองคำ 18K White Gold น้ำหนักรวม 108.65 กรัม มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

ในด้านความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกนั้น คุณหนึ่ง – สุริยน กล่าวเพิ่มว่า “นอกจากนำเสนอไฮไลต์ของเครื่องประดับ High Jewelry แล้ว ภายในงานได้จัดแสดงผลงานศาสตร์แห่งอัญมณีศิลป์ ถ่ายทอดเสน่ห์ไอคอนิกของเบนท์ลีย์ โดยการออกแบบและผลิต Flying ‘B’ Mascot ประดับเพชร ทำจากเพชรแท้ น้ำหนักรวม 11.29 กะรัต ทองคำ 18K White Gold น้ำหนักรวม 39.12 กรัม และอัญมณีนิลดำ (BLACK SPINEL) น้ำหนักรวม 1.46 กะรัต เติมเต็มความสง่างามให้กับสัญลักษณ์ที่โด่งดังของแบรนด์ นั่นคือ มาสคอตรูปปีกนกอันสง่างามและตัวอักษร B ที่ทรงพลัง ซึ่งอยู่บนฝากระโปรงของรถยนต์ BENTLEY รุ่น FLYING SPUR (ฟลายอิ้ง สเพอร์) มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท”

Flying ‘B’ Mascot ประดับเพชรชิ้นพิเศษนี้ สามารถเปลี่ยนฟังก์ชันเป็นเข็มกลัดติดหน้าอก นับเป็นเครื่องประดับหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งผู้สนใจสามารถสั่งผลิตเครื่องประดับแบบเทเลอร์เมด (Tailored made) ตามความต้องการพิเศษได้ที่บิวตี้เจมส์ ไม่ว่าจะเป็น มือจับ กระปุกเกียร์ พวงมาลัย หรือส่วนใดก็ได้ เชื่อมั่นได้ว่า อัญมณีงานศิลป์จะช่วยเติมเต็มดีไซน์ให้ลักชูรี่คาร์โดดเด่นยิ่งขึ้น ภายใต้การผลิตคุณภาพระดับสากล ความงดงามของอัญมณีที่ถูกรังสรรค์อย่างประณีตบรรจง การออกแบบและผลิตโดยช่างฝีมือระดับมาสเตอร์พีซจากบิวตี้เจมส์ ซึ่งเป็นการร่วมมือกันในโปรเจกต์พิเศษ เป็นการ Colab ระหว่าง BEAUTY GEMS กับ BENTLEY BANGKOK

ทั้งนี้ ได้รับความสนใจจากเหล่าเซเลบริตีร่วมงานมากมาย และแขกรับเชิญคนสำคัญ มาริโอ้ เมาเร่อ ,แอนโทเนีย โพซิ้ว ,นัท มีเรีย เบนเนเดดตี้ ฯลฯ นอกจากนั้น ในบริเวณรอบๆ พื้นที่จัดงาน ยังเพิ่มอรรถรสความรื่นรมย์ด้วยการแสดงผลงานจิตรกรรมสีน้ำมัน โดยศิลปินจาก VVSGallery ร่วมถ่ายทอดความงดงามของเพชรในรูปแบบเสมือนจริงด้วยเทคนิคชั้นสูงระดับโลกด้วย 

งาน “BEAUTY GEMS x BENTLEY BANGKOK THE ULTIMATE LUXURY EXPERIENCE” เริ่มแล้ววันนี้ จนถึง 31 พ.ค. 68 ณ Event Hall เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 2