เปิดเวทีแพทย์แลกเปลี่ยนองค์ความรู้แก้วิกฤตโรคอ้วน ด้วยการรักษาแบบองค์รวม เพื่อสุขภาพดีที่ยั่งยืน

เปิดเวทีแพทย์แลกเปลี่ยนองค์ความรู้แก้วิกฤตโรคอ้วน ด้วยการรักษาแบบองค์รวม เพื่อสุขภาพดีที่ยั่งยืน

เปิดเวทีแพทย์แลกเปลี่ยนองค์ความรู้แก้วิกฤตโรคอ้วน ด้วยการรักษาแบบองค์รวม เพื่อสุขภาพดีที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคอ้วน กลายเป็นวิกฤตทางสาธารณสุขที่ทั่วโลกต้องเร่งแก้ไข จากข้อมูลของสหพันธ์โรคอ้วน (World Obesity Federation) ปีพ.ศ. 2563 พบว่าผู้คนราว 1 พันล้านคน หรือ 1 ใน 7 ทั่วโลกกำลังเผชิญกับโรคอ้วน ขณะที่รายงาน World Health Statistics ค.ศ. 2023 ขององค์การอนามัยโลกระบุว่า 39% ของผู้ใหญ่ หรือ 1.9 พันล้านคนมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน สำหรับประเทศไทย ข้อมูลปีพ.ศ. 2566 จากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยที่มีน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึง 48.35% สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นในการจัดการปัญหาโรคอ้วนอย่างจริงจัง

บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเวชภัณฑ์ยานวัตกรรมชั้นนำระดับโลก จึงได้ร่วมกับ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และกรุงเทพมหานคร เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการดูแลรักษาโรคอ้วนแบบองค์รวม ในหลักสูตรการฝึกอบรม ‘แนวทางการดูแลรักษาผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน’ หรือ ‘HCP Obesity Curriculum Comprehensive Module’ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน ลดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงบูรณาการแนวทางการรักษาโรคอ้วนในทุกมิติอย่างครอบคลุม ทั้งการดูแลป้องกัน และการรักษาที่ยั่งยืน โดยสหสาขาวิชาชีพ

นพ.กฤษฎา หาญบรรเจิด ผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงานด้วยการเน้นบทบาทสำคัญของแพทย์ในการลดจำนวนผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) โดยระบุว่า นโยบายสาธารณสุขมุ่งเป้าไปที่การลดการเจ็บป่วยจาก NCD และการควบคุมโรคเบาหวานตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นประจักษ์แล้วว่า การลดน้ำหนัก 15% จะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ภาวะสงบ การป้องกันและรักษาโรคอ้วนจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคต่างๆ มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติหลายเท่า ดังนั้น การจัดการน้ำหนักไม่เพียงแค่เรื่องรูปร่าง แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงอีกด้วย

รศ.พญ.ประพิมพ์พร ฉัตรานุกูลชัย สาขาวิชาโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการดูแลโรคอ้วนว่า แพทย์ควรวินิจฉัยและติดตามผลอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ เนื่องจากโรคอ้วนมีปัจจัยหลายด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโภชนาการ พันธุกรรม และสภาพจิตใจ ซึ่งการรักษาจะต้องมีการปรับแนวทางให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถแบ่งการรักษาได้เป็น 3 วิธีหลัก ได้แก่ 1.การปรับพฤติกรรมและโภชนาการ ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 5-10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น 2.การใช้ยา โดยเฉพาะในผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 27 กก./ตร.ม. ขึ้นไป และมีโรคร่วม หรือ BMI 30 กก./ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งในกลุ่มนี้ ยากลุ่ม GLP-1 receptor agonists สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 10-20% และยังสามารถใช้รักษาโรคอ้วนในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปได้ ยากลุ่มนี้ทำงานโดยเลียนแบบฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและรับประทานอาหารได้น้อยลง 3.การผ่าตัดกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ที่มี BMI 35 กก./ตร.ม. ขึ้นไปและมีโรคร่วม หรือ BMI 40 กก./ตร.ม. ขึ้นไป ซึ่งสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ 20-40%

นพ.เอกราช อริยะชัยพาณิชย์ สาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่าง ‘โรคหัวใจ’ กับ ‘โรคอ้วน’ ว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายและอัมพฤกษ์-อัมพาต โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีทั้งโรคหัวใจและโรคอ้วน จะยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ หรือแม้แต่โรคกล้ามเนื้อหัวใจ นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ตามมาอีกหลายโรค ฉะนั้น การลดน้ำหนักตัว 15% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยปรับปรุงสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นได้อีกด้วย

ผศ.พญ.อรภา สุธีโรจน์ตระกูล กุมารแพทย์อนุสาขาโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกว่า ในช่วงอายุ 5-19 ปี มีผู้ที่มีน้ำหนักเกินและอ้วนถึง 175 ล้านคน โดยในประเทศไทยมีความชุกของโรคอ้วนในเด็กสูงถึง 10-15% เป็นตัวเลขที่น่ากังวล ซึ่งโรคอ้วนในเด็กไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพในวัยเด็ก แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนและเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ อีกด้วย การแก้ไขปัญหานี้ต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติของพ่อแม่และคนในครอบครัวให้ตระหนักว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาสำคัญ และต้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและโภชนาการของเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ  

รศ.ดร.นพ.วรุตม์ อุ่นจิตสกุล สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงบทบาทของจิตแพทย์ในการรักษาโรคอ้วนว่า “มุมมองทางจิตใจและสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินและรักษาผู้ป่วยที่มีค่า BMI สูงเกินเกณฑ์ หรือก่อนการผ่าตัดโรคอ้วน การใช้ความคิดและพฤติกรรมบำบัด หรือ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) ในการรักษาผู้ป่วยจึงมีความสำคัญ ผู้ป่วยอาจมีปัญหาความคิด เช่น ‘กินแล้วหายเครียด’ ‘ชีวิตคงไม่มีทางผอม’ หรือปัญหาทางพฤติกรรม เช่น ‘ชอบทานน้ำหวาน’ การใช้ CBT จะช่วยให้ ผู้ป่วยตระหนักถึงความคิดและพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคอ้วน พร้อมทั้งช่วยเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมการ กินไปสู่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น”

ผศ.(พิเศษ)พญ.พัชญา บุญชยาอนันต์ สาขาวิชาต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงความสำคัญของการจัดตั้ง ‘คลินิกโรคอ้วน’ ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดจำนวนผู้ป่วยโรคอ้วนและโรค NCDs โดยใช้ทีมแพทย์จากหลายสาขา (Multidisciplinary Teams – MDT) เพราะโรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อนและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายด้าน เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร หรือสุขภาพจิต การดูแลต้องอาศัยการร่วมมือจากหลายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยทีมแพทย์จะร่วมกำหนดเป้าหมายกับผู้ป่วย เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้ คลินิกโรคอ้วนสามารถจัดตั้งได้หลายขนาด ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทีมแพทย์และสถานพยาบาล โดยเบื้องต้นควรมีแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์เฉพาะทางประสานงานกับทีมสหสาขา เช่น ศัลยแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ และพยาบาล เพื่อการดูแลที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนจำเป็นต้องบูรณาการหลายมิติอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการรักษาแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งการปรับพฤติกรรม, โภชนาการ, การใช้ยา, การผ่าตัด และการสนับสนุนทางจิตวิทยา เพื่อให้เกิดการลดน้ำหนักและป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการพัฒนาแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐานและยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการตั้งคลินิกโรคอ้วนที่ใช้ทีมแพทย์หลายสาขามาร่วมดูแล เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งบางชนิด ซึ่งการทำงานร่วมกันในเชิงบูรณาการจะเป็นกุญแจสำคัญในการลดภาระโรคอ้วนและสร้างสุขภาพที่ยั่งยืนในอนาคต

หมูแฮม – โชตินภา แก้วจรูญ ประเดิมรางวัลแรก กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ เวทีนางสาวไทย’68

หมูแฮม - โชตินภา แก้วจรูญ ประเดิมรางวัลแรก กุลสตรีศรีเดอะมอลล์  เวทีนางสาวไทย’68

หมูแฮม – โชตินภา แก้วจรูญ ประเดิมรางวัลแรก กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ เวทีนางสาวไทย’68

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ผู้สนับสนุนหลักในการประกวดนางสาวไทย 2568 ร่วมกับ บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด เปิดเวทีการประกวดนางสาวไทย  2568 พร้อมจัดประกวด “กุลสตรีศรี เดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore” ครั้งแรกกับการเปิดตัวเหล่าสาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2668 สร้างตำนานนางงามเดินสาย โดย “หมูแฮม – โชตินภา แก้วจรูญ” ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2568 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คว้ารางวัล “กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore” พร้อมมอบรางวัลพิเศษ TOP 10 ชุดยอดเยี่ยมรังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจาก “ดอกไม้ประจำถิ่น’ และรางวัลขวัญใจประชาชน Popular Vote by TPNG

งาน “กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore” ครั้งแรกกับการเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2568 นำเสนอตำนานการประกวดคู่คนไทย “เวทีนางงามเดินสาย” แบบฉบับนางสาวไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลพิเศษจากเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  เพื่อเฟ้นหาสาวไทยที่มีความงาม สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงและนำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไทยสู่เวทีระดับโลก  

ในช่วงบ่าย ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2568 มาร่วมย้อนวันวานในบรรยากาศ ‘งานวัด’ กับงาน”เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ วัด เดอะ เฟส งานวัดใจกลางห้างฯ  งานนี้ สาวงามได้มาสัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทย  ชิมอาหารโบราณ ขนมย้อนยุค  ขึ้นชิงช้าสวรรค์ และร่วมเล่นเกมสุดหรรษา จากนั้น ผู้เข้าประกวดนางสาวไทยได้เดินสายโชว์ตัวในศูนย์การค้า เรียกว่าได้ใกล้ชิดกับแฟนๆนางงามที่มาต้อนรับและให้กำลังใจ ต่อด้วย ช่วงเย็นวันเดียวกัน ได้จัดการประกวด “กุลสตรีศรี เดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore” โดยได้เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าเอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ให้มีกลิ่นอายของความเป็นไทย  สีสันความสนุกของงานวัด ท่ามกลางเหล่าแฟนนางงามและประชาชนที่สนใจร่วมชม เชียร์เหล่าสาวงามอย่างคับคั่ง   เปิดเวทีอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ตระการตาด้วย 45 สาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2568 มาในธีม “นางงามเดินสาย ดอกไม้ประจำถิ่น” พอกผิวขาว ทรงผมตั้งหม้อ สานตะกร้อ ลิปสีบานเย็น เรียกได้ว่าแต่ละคนงัดไม้เด็ด ชุดจัดเต็มมาขึ้นเวทีแบบไม่มีใครยอมใคร พร้อมเตรียมคำคมสำหรับแนะนำตัวกันมาสร้างรอยยิ้มและสร้างตำนานกันอีกด้วย 

งานนี้สาวงามได้ออกมาวาดลีลาการเดินสวยสง่าในชุดดีไซน์พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ประจำถิ่นของแต่ละจังหวัดเรียกคะแนนโหวดจากแฟนๆนางงาม โดย TOP 10 ชุดยอดเยี่ยมรังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจาก “ดอกไม้ประจำถิ่น’ ได้แก่  ไข่มุก-เบญจพร นางสาวไทยนครปฐม , มีน-กาญจนา นางสาวไทยกาฬสินธุ์ , อัยโกะ-วิชญฎา นางสาวไทยขอนแก่น , เจเล่-โชติกา นางสาวไทยนครราชสีมา , แพรว-กีราณา นางสาวไทยนนทบุรี , ลูกปัด-รติยาภรณ์ นางสาวไทยสงขลา , เอมมี่-พรชนิตว์ นางสาวไทยปทุมธานี ,ไอรีน-อินสด นางสาวไทยอุตรดิตถ์,เยเย่-ภัสรานันท์ นางสาวไทยกำแพงเพชร,หมูแฮม-โชตินภา นางสาวไทย พระนครศรีอยุธยา และรางวัลขวัญใจประชาชน Popular Vote by TPNG ได้แก่ “เยเย่ – ภัสรานันท์ ไมตรีจรัสวุฒิ” นางสาวไทยกำแพงเพชร จากนั้นเป็นการประกาศผลสาวงามผู้ชนะการประกวด“กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore ได้แก่ “หมูแฮม-โชตินภา แก้วจรูญ” ผู้เข้าประกวดนางสาวไทย 2568 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถชนะใจคณะกรรมการคว้าตำแหน่งไปครอง รวมทั้งได้ร่วมงานกับเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์และโอกาสอีกมากมาย  ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ชนะการประกวด “กุลสตรีศรีเดอะมอลล์ Presented by The Mall Lifestore” และทั้ง 10 สาวงามจะมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ในงาน The Mall Lifestore Women Inspired ในเดือนสิงหาคม 2568 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  บางแค

ร่วมติดตามลุ้นว่าสาวงามผู้เข้าประกวดคนใดจะคว้าตำแหน่งนางสาวไทย 2568 ซึ่งจะมีการประกวดรอบตัดสิน Final Competition ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568  ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์  งามวงศ์วาน หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : The Mall Group และ MCC HALL

S&P ลงนามความร่วมมือทางการศึกษา การจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองระบบทวิภาคี

S&P ลงนามความร่วมมือทางการศึกษา การจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองระบบทวิภาคี

S&P ลงนามความร่วมมือทางการศึกษา การจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองระบบทวิภาคี

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย กำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือทางการศึกษา โปรแกรมการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองระบบทวิภาคี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรม

การการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ” เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime Learning) โดยบริษัทฯ ได้นำร่องจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ (DVE Self-Learning Program) ตั้งแต่ปี 2567 เพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการเรียนของหลักสูตรระดับ ปวส. โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ประเวศวุฒิ ไรวา รองประธานกรรมการ และ เกษสุดา ไรวา ประธานคณะกรรมการบริหาร ร่วมงาน ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568

เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการศึกษาของไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถตรงตามความต้องการของสถานประกอบการธุรกิจอาหารและการบริการสู่ระดับสากล

‘หลิง – ออม’ ทำฮอลล์แตก! ในงาน ‘LINGORM BIRTHDAY CHARITY 2025’

‘หลิง – ออม’ ทำฮอลล์แตก! ในงาน ‘LINGORM BIRTHDAY CHARITY 2025’

‘หลิง – ออม’ ทำฮอลล์แตก! ในงาน ‘LINGORM BIRTHDAY CHARITY 2025’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.38 น.

สร้างปรากฏการณ์ไม่มีหยุดสมเป็นตัวแม่ตัวมัมจริง ๆ สำหรับ 2 สาวสุดฮอต  “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” ในงาน LINGORM BIRTHDAY CHARITY 2025” เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2568 ที่ MCC Hall, The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ที่ชวนเจ้าความรักมาร่วมเบิร์ดเดย์และสร้างความทรงจำสุดพิเศษ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดเดือน พฤษภาคม ของทั้งคู่ รวมถึงขอบคุณทุกแรงซัพพอร์ตที่มีให้กันมาตลอดจนประสบความสำเร็จ จากซีรีส์แซฟฟิก “ใจซ่อนรัก The Secret of Us” นอกจากนี้ยังประกาศบิ๊กเซอร์ไพรส์วันออกอากาศ ซีรีส์ “เพียงเธอ Only You” จนพา #HappyBirthdayToLingOrm ติดเทรนด์โลก

โดยงานนี้มีแฟนคลับทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มาร่วมงานกันอย่างล้นหลามพร้อมด้วยของขวัญสุดพิเศษที่แฟนคลับตั้งใจนำมาให้อีกมากมาย ก่อนได้ยินเสียงดังลั่นด้วยเสียงเพราะ ๆ ของ “หลิง-ออม” ที่ควงคู่กันออกมาร้อง เพลง มันดีกว่าที่คิด และนั่งพูดคุยอ่านข้อความจากแฟน ๆ ก่อนเข้าสู่พาร์ทเล่นเกม “แท็กทีม น่ารัก ๆ”  โดยให้โพสต์ท่าตามรูป เรียกว่าเป๊ะทุกท่า ละมุนทุกภาพ จนเรียกเสียงกรี๊ดสนั่น ถัดมาที่เกม “ดันใจให้ตรงกัน” ที่ต้องใช้ทั้ง เอว ไหล่ แก้ม นำพาหมอนหัวใจเข้าสู่เส้นชัยเรียกว่าทั้งลุ้น ทั้งขำ จนนั่งไม่ติด ถัดมาที่ SURPRISED DANCE” สุ่มแฟนคลับมาสะบัดเอวสะโพกเต้นให้ยับรอบนี้แดนซ์ไม่มีใคร ยอมใคร หลังจากนั้นไปพิสูจน์ความรู้ใจของหลิงออมในเกม “ให้ฉันเป็นมือของเธอ” เขียนมือวาดภาพตามคำใบ้ที่ทั้งฮาทั้งเหนื่อยเชียร์กันจนเสียงแหบ และตบท้ายไปฟินกันให้กรามค้างเมื่อทั้งคู่ลงมาทักทายเจ้าความรักถึงข้างล่างด้วย เพลง “ไม่บอกก็รู้ว่ารัก” โดยก่อนจบมีเซอร์ไพรส์จากแฟน ๆ ที่ร่วมกันร้องเพลง happy birthday พร้อมด้วยเค้กก้อนโตรวมถึงวีดีโอโปรเจกต์ที่ทำให้ใครหลายคนต้องเสียน้ำตา

ทั้งนี้ งาน “LINGORM BIRTHDAY CHARITY 2025” รายได้จากการจำหน่ายบัตร หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะมอบเพื่อการกุศล ในนามหลิงออมและเจ้าความรักเพื่อทุกคนที่มาร่วมในการทำบุญครั้งนี้ด้วยกัน และพร้อมตัวรับแรงกระแทกซีรีส์ “เพียงเธอ Only You” ใน เดือน กรกฎาคมนี้ ทางช่อง 3

‘โจริญ’ รู้สึกผิด! คิดหาวิธีช่วย ‘ซิง-แจน’ คืนดีกัน

‘โจริญ’ รู้สึกผิด! คิดหาวิธีช่วย ‘ซิง-แจน’ คืนดีกัน

‘โจริญ’ รู้สึกผิด! คิดหาวิธีช่วย ‘ซิง-แจน’ คืนดีกัน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.19 น.

“จืด” (โจริญ คัมภีรพันธุ์) ลาออกจาก Break-up service และตะเวนหางานใหม่ แต่ก็มีเหตุให้ไปเจอกับ “บอส” (ออฟ จุมพล) ซึ่งปลอมตัวมาเป็นผู้สมัครงานเหมือนกัน โดย “บอส” มาทำภารกิจให้ “หมิว” (ตวง สาวิกา) เวิร์กกิ้งวูแมนซึ่งแต่งงานแล้วเลิกกิ๊กกับ “เรียว” (ฟลุ๊ค จีรัสณ) ลูกน้องในแผนก ระหว่างนั้นเอง “จืด” ก็ได้รู้จักกับ “คิวปิด” (กระปุก พลอยนิรา) จากบริษัท Destiny บริษัทรับจ้างทำให้คนรักกัน “จืด” เริ่มมองเห็นหนทางทำให้ “กอไหม” (แจน พลอยชมพู) กับ “ป๊อบ” (ซิง หฤษฏ์) กลับมาคืนดีกัน เพื่อล้างความรู้สึกผิดของตัวเอง มาร่วมให้กำลังใจ “จืด” ไปพร้อมกันว่าจะทำสำเร็จหรือไม่? ตามลุ้นกันต่อ 

ติดตามซีรีส์ “Break up service บริษัทลดรักเลิก” ในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และ แอป TrueVision Now 

‘ด้งเด้ง’ยิ้มสู้ชู2นิ้ว! ออกจากไอซียูแล้ว ขอบคุณทุกกำลังใจหลังรถคว่ำลงข้างทาง

'ด้งเด้ง'ยิ้มสู้ชู2นิ้ว! ออกจากไอซียูแล้ว ขอบคุณทุกกำลังใจหลังรถคว่ำลงข้างทาง

‘ด้งเด้ง’ยิ้มสู้ชู2นิ้ว! ออกจากไอซียูแล้ว ขอบคุณทุกกำลังใจหลังรถคว่ำลงข้างทาง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.46 น.

จากกรณี ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘จ่าลอด’ นักแสดงชื่อดังจากไทบ้านเดอะซีรีส์ ประสบอุบัติเหตุรถเสียหลัก มอเตอร์เวย์ M6 กม.155 พื้นที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา 

ทำให้มีครอบครัว เพื่อนสนิททั้งในวงการแห่เข้าไปให้กำลังด้งเด้งจำนวนมากและเฝ้ารอติดตามอาการการรักษาอย่างใกล้ชิด 

ล่าสุด ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร เฟซบุ๊กส่วนตัวของด้งเด้ง ได้โพสต์ภาพตัวเองอยู่ระหว่างการรักษา ชู 2 นิ้วใบหน้าเปื้อนยิ้มมีกำลังใจ พร้อมเผยข่าวดีด้วยว่า ออกจากห้อง ICU แล้วครับ ขอบคุณทุกๆท่าน ที่ได้ให้การช่วยเหลือชีวิตผมในครั้งนี้ ที่ทำให้ผมได้กลับมาอยู่กับครอบครัว และคนที่ผมรักอีกครั้ง ขอบคุณจากใจครับ 

ทัวร์ลงไม่หยุด! ‘แจ็คกี้’เม้าท์ฉ่ำเล็บเท้าพระเอกหน้าหล่อ ชาวเน็ตลั่นเอาความลับลูกค้ามาพูดได้เหรอ?

ทัวร์ลงไม่หยุด! 'แจ็คกี้'เม้าท์ฉ่ำเล็บเท้าพระเอกหน้าหล่อ ชาวเน็ตลั่นเอาความลับลูกค้ามาพูดได้เหรอ?

ทัวร์ลงไม่หยุด! ‘แจ็คกี้’เม้าท์ฉ่ำเล็บเท้าพระเอกหน้าหล่อ ชาวเน็ตลั่นเอาความลับลูกค้ามาพูดได้เหรอ?

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

19 พฤษภาคม 2568 ทำเอาทัวร์ลงสนั่นหลังจากที่ดาราสาวพ่วงตำแหน่งเจ้าของธุรกิจร้านทำเล็บ ‘แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ มานั่งพูดคุยในรายการ “ปูเสื่อรอ” หลังจากที่ พิธีกร ปิงปอง ธงชัย ก็ได้ถามว่าพระเอกคนไหนหล่อแต่ว่าเท้ามอมสุด เยินสุด หน้ากับเท้าไม่แมทช์กัน  

โดย ‘แจ็คกี้ ชาเคอลีน’ ก็ได้ตอบว่าเป็น ‘อาเล็ก ธีรเดช’ ที่เคยมาใช้บริการที่ร้านของแจ็คกี้ บอกว่าหนูไม่ได้แคะให้พนักงานแคะ พร้อมทั้งบอกว่า เพราะว่าอาเล็กเป็นนักกีฬาด้วย เท้าก็จะมีความช้ำความอะไร เราก็เลยทำการเปลือยเล็บให้ พร้อมทั้งบอกว่า รักษาเชื้อราเถอะค่ะ นางทั้งทำเล็บมือเล็บเท้า โดยหลังจากที่ทางอินสตาแกรมโพลีพลัสได้โพสต์คลิปนี้ออกไป พระเอกอย่าง บอย ปกรณ์ ยังเข้ามาคอมเมนต์ว่า “ฉันไม่ไปเด็ดขาดร้านนี้” 

หลังจากนั้นมีผู้ใช้งานโซเชียลเข้ามาคอมเมนต์วิจารณ์มากมาย อาทิเช่น ไม่กล้าไปใช้บริการเหมือนกันค่ะ กลัวโดนเมาท์ , คำถามที่ไม่ควรถาม ทำให้แขกรับเชิญต้องมานั่งตอบคำถาม คนบางคนไม่เข้าใจอาจทำให้เข้าใจผิด และอาจทำให้แขกรับเชิญเสียภาพลักษณ์ได้นะคะ , เหมือนจะขำๆ แต่ทำงานบริการไม่น่าเอามาพูดแบบนี้ แล้วแบบนี้ใครจะกล้าไปทำเล็บด้วยอะ

49 ยังแจ๋ว! ‘เมย์ เฟื่องอารมย์’จัดปาร์ตี้วันเกิดล่วงหน้าสุดแซ่บ

49 ยังแจ๋ว! 'เมย์ เฟื่องอารมย์'จัดปาร์ตี้วันเกิดล่วงหน้าสุดแซ่บ

49 ยังแจ๋ว! ‘เมย์ เฟื่องอารมย์’จัดปาร์ตี้วันเกิดล่วงหน้าสุดแซ่บ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

นักแสดงสาว “เมย์ เฟื่องอารมย์” ภรรยาสุดที่รักของ “หนุ่ม กรรชัย” ที่ล่าสุดได้จัดงานฉลองวันคล้ายวันเกิดล่วงหน้าสุดอบอุ่นและเปรี้ยวซ่าในธีม ร็อกเกอร์โดยมีแก๊งเพื่อนสนิทที่เป็นถึงระดับตำนานนางร้ายของวงการบันเทิงไทยมาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง

โดย เมย์ เฟื่องอารมย์ ได้โพสต์พร้อมภาพพร้อมข้อความว่า “กำลังเข้า.. 49.. ไม่อายที่จะบอกอายุ เพราะรู้สึกเหมือนอายุ.. 39 @solyse.cafe”  โดยชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์อวยพรวันเกิดอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งชื่นชมในความสวยอมตะ ที่ยังคงความสวย สดใส เหมือนถูกสต๊าฟไว้ไม่มีเปลี่ยนแปลง

Danny และ Michael Philippou 2 ผู้กำกับพี่น้องฝาแฝดสู่บทบาทผู้กำกับ

Danny และ Michael Philippou 2 ผู้กำกับพี่น้องฝาแฝดสู่บทบาทผู้กำกับ

Danny และ Michael Philippou 2 ผู้กำกับพี่น้องฝาแฝดสู่บทบาทผู้กำกับ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

Danny และ Michael Philippou  2 ผู้กำกับพี่น้องฝาแฝด สร้างชื่อจากการเป็นยูทูปเปอร์ชื่อดังในช่อง “RackaRacka” ที่มีผู้ติดตามกว่า 7 ล้านคน ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การกำกับภาพยนตร์  จากหนังสยองขวัญเรื่องแรก    “Talk to Me” (จับมือผี) นำมาสู่  “Bring Her Back” (เรียกมันกลับมาหลอน)“Talk to Me” ที่ได้รับการวิจารณ์เชิงบวกและประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งเรื่องคำวิจารณ์ และรายได้  ความสำเร็จได้ต่อยอดมาถึงภาพยนตร์   “Bring Her Back” ผลงานเรื่องล่าสุดของพี่น้องฟิลิปโป คู่หูคู่แฝดทั้ง เขียนบท/กำกับคู่นี้ กลับคืนสู่การล้วงลึกเข้าไปในโลกสยองขวัญของชีวิตครอบครัวชานเมือง ที่ถูกยกระดับให้เข้มข้นขึ้นด้วยความตกตะลึงทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งและความสยดสยองที่บิดเบี้ยวที่สุด มันเริ่มต้นขึ้นด้วยแรงบันดาลใจที่ไร้เดียงสาและอ่อนโยน

แดนนี่  ; น้องสาวของเพื่อนเราเป็นคนที่มองไม่เห็นครับ และเธอก็อยากจะขึ้นรถเมล์เองเป็นครั้งแรก แต่ครอบครัวเธอคัดค้าน เพราะพวกเขากลัว เธอบอกว่าเธอจะต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ด้วยตัวเอง นั่นเป็นที่มาแรกของแรงบันดาลใจสำหรับ Bring Her Back ครับ เราคุยกับเธอบ่อยครั้งระหว่างเขียนบทหนังเรื่องนี้…มีตอนหนึ่ง ผมถามเธอว่ารู้สึกไหมว่าเธอขาดอะไรไปหรือเคยรู้สึกอยากจะมองเห็นไหม เธอตอบว่าไม่ เพราะเธอไม่จำเป็นต้องเห็นสิ่งที่อัปลักษณ์ในโลกใบนี้ นั่นเป็นสิ่งที่บาดใจผมจริงๆ และความรู้สึกนั้นก็ถูกใส่เข้าไปในหนังเรื่องนี้  พวกเราเริ่มต้นทำงาน Bring Her Back ในเวลาเดียวกับ Talk to Me ครับ เราพัฒนา Talk to Me และ Bring Her Back ในเวลาเดียวกัน และสลับสับเปลี่ยนกันไปมาระหว่างบทหนังทั้งสองเรื่อง  Bring Her Back เป็นหนังเฉพาะทางที่พูดถึงเรื่องความสูญเสียที่ลึกซึ้งส่วนตัว ร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเขียนบทเสมอ การทำให้มันเป็นเรื่องส่วนตัวที่สุด การขับไล่ปีศาจ ในหนังหนังสยองขวัญ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัด…ในตอนเริ่มต้นการถ่ายทำ เราสูญเสียเพื่อนของครอบครัวที่สนิทสนมกับเรามากๆ และก็ไม่มีที่ไหนที่เราจะปล่อยวางความเศร้านั้นหรือย่อยความรู้สึกนั้นได้ เพราะเราอยู่กันในกองถ่ายแล้ว อารมณ์พวกนั้นก็เลยถูกใส่เข้าไปในหนัง จากฉากที่ถูกเขียนให้น่ากลัวมันกลับออกมาน่าเศร้าทีเดียว ดังนั้น มันก็เลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวกว่า ดิบกว่าและเปราะบางกว่าที่เราเคยทำมา

การทำงาน ผมกับ ไมเคิล ( ผกก พี่น้องคู่แฝด) เราตั้งเป้าไว้ว่าจะถ่ายทำตามความเป็นจริงให้มากที่สุด เราจะสร้างสิ่งที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนได้ยังไง มันเป็นความท้าทายที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้นเสมอครับ  การออกแบบเสียงก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ มีหลายฉากที่เราอยากให้ติดตามเลยครับ

ราคาของการนำ ‘บางสิ่ง’ กลับมา คือการต้องเผชิญหน้ากับความหลอนระทึก !ภาพยนตร์  BRING HER  ꓘƆAꓭ#BringHerBack #เรียกมันกลับมาหลอนพุธที่ 4 มิถุนายน ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นเปิดฉายรอบพิเศษ วันอังคารที่ 3 มิถุนายน รอบ 1 ทุ่มเป็นต้นไป

ตัวแทนคนไทย ‘เก่ง ธชย’ลัดฟ้าดู’Lady Gaga’ในฐานะผู้ร่วมสร้างเพลงธีม Bangkok Pride 2025

ตัวแทนคนไทย 'เก่ง ธชย'ลัดฟ้าดู'Lady Gaga'ในฐานะผู้ร่วมสร้างเพลงธีม Bangkok Pride 2025

ตัวแทนคนไทย ‘เก่ง ธชย’ลัดฟ้าดู’Lady Gaga’ในฐานะผู้ร่วมสร้างเพลงธีม Bangkok Pride 2025

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.36 น.

สุดภูมิใจ เกร๋เวอร์แม่ เมื่อศิลปินมากความสามารถ อย่างพ่อยักษ์ เก่ง ธชย จับมือกับ BANGKOK PRIDE  เป็นหนึ่งในตัวแทนคนไทย ควงเพื่อนศิลปินสาวเสียงดีอย่าง สวย สโรชา (สวย เดอะวอยซ์) บินลัดฟ้าดูคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญของ LADY GAGA ศิลปินตัวแม่ ไอดอล LGBTQ+ ทั่วโลก ในฐานะผู้มีโอกาสร่วมสร้างเพลงธีมให้กับ Bangkok Pride 2025 โดย เก่ง เผยด้วยความปลื้มว่า

ผมถือว่าเป็นเกียรติ และภูมิใจสุด ที่ได้มาร่วมดูคอนเสิร์ต ครั้งนี้ครับ ปีนี้ “Born This Way” ของ Lady Gaga กลายเป็นเพลงธีมของขบวน Pride เพราะนี่คือบทเพลงแห่งการเฉลิมฉลองตัวตนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพไหน เราทุกคนมีคุณค่าในแบบที่เราเป็นครับ Lady Gaga ไม่เพียงแต่เป็นไอคอนทางดนตรี แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการผลักดันสิทธิ LGBTQ+ ทั่วโลก เพลง Born This Way คือเสียงประกาศของการยอมรับ การไม่ต้องซ่อนตัว และการอยู่ด้วยศักดิ์ศรีของความหลากหลายทางเพศผมในฐานะผู้มีโอกาสร่วมสร้างเพลงธีมให้กับ Bangkok Pride 2025 เราใส่ใจทุกแรงบันดาลใจ และเพื่อให้เข้าใจจิตวิญญาณของโชว์อย่างลึกซึ้ง เราจึงบินไปดูโชว์ของ Lady Gaga ถึงต่างประเทศ เพื่อนำกลับมาเป็นพลังงาน ความรัก และความเข้าใจที่แท้จริงในการสร้างผลงานครับ แล้วเราจะได้พบกันที่ Bangkok Pride Festival 2025 เพราะปีนี้ ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำ เราเกิดมาแบบนี้ — Born This Way ขอบคุณครับ

#Ladygaga

#BangkokPrideFestival2025

#BangkokPride #BornThisWay #TachayaXBangkokPride