ทะเลลุกเป็นไฟ! ‘แอน สิเรียม’แปลงโฉมเป็นแม่เสือสาวในวัย 53 กะรัต

ทะเลลุกเป็นไฟ! 'แอน สิเรียม'แปลงโฉมเป็นแม่เสือสาวในวัย 53 กะรัต

ทะเลลุกเป็นไฟ! ‘แอน สิเรียม’แปลงโฉมเป็นแม่เสือสาวในวัย 53 กะรัต

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.16 น.

ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟ เมื่อนักแสดงสาวอมตะ อย่าง “แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์” ในวัย 53 กะรัต ปรากฏตัวในชุดเดรสลายเสือสุดเซ็กซี่ เดินเล่นสบายๆ ริมชายหาด แต่ความสวยและความเป๊ะปังของเธอยังคงเปล่งประกายไม่มีสร่าง โดยชุดเดรสลายเสือเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวสุดฮอต เรียกว่าลุคนี้เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาแฟนคลับสุดๆ เลยทีเดียว

แฟนๆแห่ซูม!! ‘กุ๊บกิ๊บ’สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำ

แฟนๆแห่ซูม!! 'กุ๊บกิ๊บ'สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำ

แฟนๆแห่ซูม!! ‘กุ๊บกิ๊บ’สลัดผ้าอวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.48 น.

ทำเอาแฟนๆ ฮือฮากันอีกครั้ง เมื่อนักแสดงสาวร่างเล็กพริกขี้หนู “กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์” ได้โพสต์ภาพในชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ อวดหุ่นสวยเป๊ะปัง งานนี้ทำเอาอินสตาแกรมแทบลุกเป็นไฟ เพราะนานๆ ทีจะได้เห็นสาวกุ๊บกิ๊บในลุคนี้ เผยให้เห็นสัดส่วนสุดฮอต พร้อมโพสท่าสุดมั่นใจริมสระว่ายน้ำ หลายคนถึงกับบอกว่า คุณแม่แซ่บมาก ,หุ่นดีสุดๆ

แซ่บเต็มสิบ! ‘ยิปซี คีรติ’ปล่อยภาพบิกินี่สุดฮอตทำไอจีไฟลุก

แซ่บเต็มสิบ! 'ยิปซี คีรติ'ปล่อยภาพบิกินี่สุดฮอตทำไอจีไฟลุก

แซ่บเต็มสิบ! ‘ยิปซี คีรติ’ปล่อยภาพบิกินี่สุดฮอตทำไอจีไฟลุก

วันอาทิตย์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ “ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” ทำเอาอินสตาแกรมร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อล่าสุดเธอได้โพสต์ภาพสวมชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว อวดหุ่นสวยเป๊ะปัง ท่าโพสสุดแซ่บ เผยผิวสีแทนรับกับแสงแดดริมชายหาด จนแฟนๆ เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความฮอตอย่างมากมายเลยทีเดียว

‘อลงกต’เม้มปาก! ไม่ตอบคำถามภาษาไทย แต่พูด ‘ฝรั่งเศส-จีน’ ใส่

'อลงกต'เม้มปาก! ไม่ตอบคำถามภาษาไทย แต่พูด 'ฝรั่งเศส-จีน' ใส่

‘อลงกต’เม้มปาก! ไม่ตอบคำถามภาษาไทย แต่พูด ‘ฝรั่งเศส-จีน’ ใส่

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

19 พ.ค. 68 ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายอลงกต วรกี สว. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้าง นายอลงกต ก็เม้มปาก  พร้อมส่ายหัวไม่ยอมตอบคำถามใดๆต่อสื่อมวลชน

เมื่อถามต่อไปว่ากกต.สอบถามอะ ไรบ้าง และมีความมั่นใจหรือไม่ นายอลงกต จึงตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “ผมพูดไม่ได้” และเมื่อถามย้ำว่า กกต. สอบถามอะไรบ้าง นายอลงกต ยังคงตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “มันไม่ใช่เป็นเรื่องลับ แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว”

ทางสื่อมวลชนถามต่อไปอีกว่า ข้อกล่าวหาฟังขึ้นหรือไม่ และเตรียมหลักฐานอะไรมาบ้าง กกต.เรียกมาสอบถาม โดยยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ โดยนายอลงกตไม่ตอบ แต่ย้ำเป็นภาษาฝรั่งเศสหลายครั้งว่า “ผมพูดไม่ได้” และ “ผมไม่อยากพูด”

สำหรับกระแสข่าวว่า กกต.มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลที่ไม่ใช่ สว. เพิ่มเติมเกือบ 10 รายชื่อ และมีนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วยนั้น นายอลงกต ยังคงตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “ผมไม่อยากพูด”

จากนั้น นายอลงกต ได้กล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “ฉันเป็นคนไทย” ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “สบายดีหรือไม่” ซึ่งนายอลงกต พูดกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “ผมสบายดีมาก ขอบคุณมากๆ ลาก่อนนะ”

พร้อมย้ำด้วยว่า “ผมจะพูดแต่ภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น ผมไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ”

ผู้สื่อข่าวจึงถามเป็นภาษาฝรั่งเศสอีกว่า คุณจะพูดอะไรไหม  นายอลงกต จึงตอบว่า “สวัสดีตอนบ่าย”

จากนั้นสื่อมวลชนถามอีกว่า สอบปากคำเสร็จหรือยัง  นายอลงกต ตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “เสร็จแล้ว”  ส่วนจะมีการสอบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น  นายอลงกต ตอบว่า “ฉันไม่รู้”

จนกระทั่งผู้สื่อข่าวย้อนว่า “อยากได้ยินภาษาไทย เราเป็น สว. ไทย ทำไมไม่ตอบเป็นภาษาไทย” นายอลงกต จึงตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสอีกว่า “ผมจะพูดแต่ภาษาฝรั่งเศส ไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ”

ในช่วงหนึ่ง นายอลงกต ได้เผลอหลุดพูดภาษาไทยออกมาว่า ตอนนี้กำลังเรียนภาษาจีนอยู่  ผู้สื่อข่าวจึงพูดว่า “หนีห่าว” (สวัสดีในภาษาจีน) ก่อนผู้สื่อข่าวจะบอกเป็นภาษาจีนว่า “ไม่เข้าใจ” นายอลงกต  ได้ตอบเป็นภาษาจีนเช่นกันว่า “ผมเป็นคนไทย”

ผู้สื่อข่าวจึงหยอกล้อกลับว่า ได้ชี้แจงกับ กกต.เป็นภาษาฝรั่งเศสด้วยหรือไม่  ทำให้นายอลงกตพูดเป็นภาษาไทยกับผู้สื่อข่าวว่า “ไป” พร้อมผายมือใส่นักข่าว ก่อนจะหันกลับมาสวัสดีผู้สื่อข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนที่นายอลงกต จะเดินทางมาที่สำนักงาน  กกต.ได้ส่งผู้ช่วยมาแจ้งกับทีมผู้สื่อข่าวที่ปักหลักรออยู่บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. ชั้น 1 ว่านายอลงกต กำลังจะเดินทางมาถึง และจะให้สัมภาษณ์ พร้อมตอบทุกคำถามเลย

ก่อนที่ผู้ช่วยของ นายอลงกต จะเดินออกไปจากหน้าสำนักงาน กกต.ชั้น 1 จุดที่ผู้สื่อข่าวปักหลัก โดยระยะเวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง  แต่ก็ไม่พบนายอลงกต ปรากฏตัว ตามที่ผู้ช่วยของ นายอลงกต แจ้ง และผู้สื่อข่าวมาพบ  นายอลงกต อีกครั้งตอนเดินกลับออกมาจากประตูสำนักงาน กกต.ชั้น1 จึงได้สัมภาษณ์ดังกล่าว

‘ชูศักดิ์’ชี้หากชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3 ไม่ผิดนโยบาย เหตุแจกเฟส1-2แล้ว

‘ชูศักดิ์’ชี้หากชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3 ไม่ผิดนโยบาย เหตุแจกเฟส1-2แล้ว

‘ชูศักดิ์’ชี้หากชะลอแจกเงินหมื่นเฟส 3 ไม่ผิดนโยบาย เหตุแจกเฟส1-2แล้ว

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.42 น.

‘ชูศักดิ์’ชี้หากชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ต​​ไม่ผิดนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาฯ​ เหตุแจกเฟส1-2แล้ว ด้าน’ประเสริฐ​ โยน​คลังชี้แจง​ ระบบแจกเงินหมื่น

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 หากถูกยกเลิกจะมีปัญหาด้านกฎหมายหรือไม่เนื่องจากแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้ว ว่า ที่ผ่านมาเขาก็ทำกัน แต่สถานการณ์มันเป็นอย่างนี้ จากที่ตนฟังดูไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำ แต่อาจจะต้องชะลอไว้ก่อน ไม่ใช่ไม่ทำ และใช้กลไกกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น เพราะเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ก็ต้องชะลอ

เมื่อถามว่า ที่ดำเนินโครงการเฟส 1-2 ถือว่าทำแล้วจะไม่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าทำ ไม่ใช่ไม่ทำเลย 

เมื่อถามว่า หากไม่ทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาจะถือว่าผิดกฎหมายหรือผิดต่อประชาชนหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อไม่ทำตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ก็อภิปรายกันไป แต่ครั้งนี้เขาก็ทำไปหลายโครงการแล้ว ก่อนจะย้ำว่า เท่าที่ฟังไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ทำ แต่อาจจะทบทวนหรือช้าออกไป

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง​ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวถึงความชัดเจนในการใช้ระบบจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต​จะดำเนินการได้ทันเฟส 3 หรือไม่ ​ว่า​ ขอให้ไปถามกระทรวงการคลังดีกว่า​ ซึ่งจะได้คำตอบที่ดีกว่า ส่วนความคืบหน้าของระบบการจ่ายเงิน ระบบพร้อมใช้ไม่มีอะไร ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่กระทรวงการคลัง

เมื่อถามย้ำว่า ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าจะมีโอกาสยกเลิกโครงการดังกล่าว นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน 

‘กล้าธรรม’เปิดบ้าน! อ้าแขนรับ’อนุดิษฐ์-การุณ’เข้าเป็นสมาชิกพรรค

'กล้าธรรม'เปิดบ้าน! อ้าแขนรับ'อนุดิษฐ์-การุณ'เข้าเป็นสมาชิกพรรค

‘กล้าธรรม’เปิดบ้าน! อ้าแขนรับ’อนุดิษฐ์-การุณ’เข้าเป็นสมาชิกพรรค

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

“กล้าธรรม”เปิดบ้าน! ต้อนรับ”อนุดิษฐ์-การุณ”เข้าเป็นสมาชิกพรรค เตรียมแต่งตั้งเป็น”ประธานยุทธศาสตร์”ลุยเปิดแพลตฟอร์มรับฟังความเห็น ปชช.สู่นโยบายโดนใจสู้ศึกเลือกตั้งปี 70

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่อาคารพรรคกล้าธรรม (กธ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และอดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ นายการุณ โหสกุล สส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางมาสมัครเข้าไปสมาชิกพรรคกล้าธรรม โดยมี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรค และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรค ให้การต้อนรับ

โดย นายอรรถกร กล่าวว่า ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่พรรคกล้าธรรมได้ต้อนรับบุคลากรทางการเมืองที่มีอุดมการณ์ และแนวทางในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นทางการ ทั้ง 2 ท่านถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการบริหารประเทศ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเข้ามาช่วยทำให้พรรคกล้าธรรมมีความพร้อมในการทำงานเพื่อประชาชนทั้งประเทศได้เข้มแข็งมากขึ้น ตนในฐานะตัวแทนของพรรคกล้าธรรมขอต้อนรับสู่ครอบครัวกล้าธรรม และขอขอบคุณสำหรับความจริงใจที่ท่านได้ให้มา เรารู้สึกดีใจที่ได้ทั้ง 2 ท่านมาร่วมงานกับเรา

“ผมได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคให้เตรียมเอกสารภายหลังจากกระบวนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าพรรคจะลงนามคำสั่งแต่งตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ เพื่อที่จะมาช่วยวางแผนและตอบโจทย์แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน และยึดโยงที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก” นายอรรถกร กล่าว

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พวกเราเคยทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ช่วงหนึ่งจะเคยอยู่กันคนละพรรคการเมือง อยู่กันคนละฝั่ง แต่ได้มีการร่วมมือกันทำงาน และมีความเข้าอกเข้าใจในการทำงานในสภาและขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หลายคนอยากทราบว่า เหตุผลในการตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเพราะอะไร ตนขอชี้แจงว่า ผมเชื่อโดยสุจริตใจว่า พรรคการเมืองในประเทศไทยมีเป้าหมายและจุดประสงค์ที่จะทำเรื่องดีๆ ให้กับประชาชนและประเทศชาติ แต่ที่ตนสัมผัสมาพรรคกล้าธรรมยึดเอาพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

“อาจจะมีหลายพรรคการเมืองที่ชอบใช้คำนี้ แต่สิ่งที่พรรคกล้าธรรมมีเหนือกว่า พรรคอื่นๆ ก็คือ การปฎิบัติและลงมือทำการ ดังนั้น การจะขับเคลื่อนนโยบายใดๆ ก็แล้วแต่ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน เราต้องเข้าใจตั้งแต่ร้ากเหง้าของปัญหา ซึ่งพรรคกล้าธรรมมีความใกล้ชิดกับประชาชน รับฟังความทุกข์ยาก และนำปัญหาเหล่านั้นมาดำเนินการแก้ไข เรื่องนี้ถือว่า ตรงใจของผม และ สส.การุณ และวันนี้เราจะเริ่มงานใหม่กับพรรคการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากนี้ เราจะทุ่มเทใช้ความรู้ ประสบการณ์ทำงานเพื่อให้บ้านกล้าธรรมเติบโตจากพรรคน้องใหม่ไปสู่สถาบันการทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อถึง ทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรมว่า การกำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อต่อสู้ในการเลือกตั้งปี 2570 จะต้องใช้เสียงของประชาชนในการสะท้อนความต้องการและปัญหาต่างๆ โดยเราจะมีแพลตฟอร์มเป็นช่องทางที่ทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศสามารถส่งข้อมูลต่างๆ มายังพรรคได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ความต้องการ และจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผล และนำไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคต่อไป อย่างไรก็ตาม วันนี้คงเร็วเกินไปที่จะกำหนดว่าความคาดหวังของพรรคจะไปถึงจุดไหน เพราะสุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น วันนี้เราคือกลุ่มคนที่มีดีเอ็นเอเดียวกัน การเข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม ตนได้ติดต่อกับ ร.อ.ธรรมนัส มาตลอด ท่านให้ความรัก ความใจกว้าง ความใจถึง ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส มองว่า ตนเหมาะกับบทบู๊ จึงได้รับมอบหมายให้ทำการประสานงานกับภาคและจังหวัดต่างๆ ในการที่จะขับเคลื่อนเลือกตั้งในปี 2570 เราจะมีการเฟ้นหาตัวผู้สมัครทั่วในแต่ละภาค แต่ละจังหวัด ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ตนได้รับมอบหมาย

“ไม่ว่าใครจะพูดถึง ร.อ.ธรรมนัส อย่างไร แต่ความสง่างามของท่านคือ ท่านไม่เคยถูกข้อหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ท่านมีความหวังอย่างยิ่งว่า อยากจะเห็นพรรคกล้าธรรมที่พึ่งและเป็นความหวังของประชาชน หลักในการทำงานคือ ประเทศชาติต้องมาก่อนและตามมาด้วยประชาชน ถ้าทั้ง 2 อย่างดี เราก็จะดีไปด้วยกัน นี่ถือเป็นความประทับใจที่ผมได้สัมผัสจาก ร.อ.ธรรมนัส ในอนาคตไม่ว่าเราจะเจอมรสุมอะไรเราจะฝ่าฟันและสร้างพรรคกล้าธรรมไปด้วยกัน” นายการุณ กล่าว

– 006

‘ชูศักดิ์’บอกพรุ่งนี้รู้ รมต.คนไหนคุม‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’

‘ชูศักดิ์’บอกพรุ่งนี้รู้ รมต.คนไหนคุม‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’

‘ชูศักดิ์’บอกพรุ่งนี้รู้ รมต.คนไหนคุม‘ดีเอสไอ’แทน‘ทวี’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.13 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 พ.ค.จะมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใดมากำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่กำกับดีเอสไอ ว่า ไว้คุยกันพรุ่งนี้ ซึ่งการตั้งจะมี 2 แบบ แบบแรกคือ ตั้งรัฐมนตรีมาทำหน้าที่ในกรณีรัฐมนตรีไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ยังไม่เคยมีการตั้ง ถ้าจะทำแนวทางนี้ก็เป็นหลักการทั่วไป หรืออีกกรณีแต่งตั้งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญโดยให้รัฐมนตรีท่านใดมากำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษไปเลย ก็แล้วแต่จะเลือก ส่วนจะเป็นแนวทางไหนจะมีการหารือในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าที่ประชุมจะเลือกแนวทางที่สะดวกและสมควรกว่า

เมื่อถามว่า คิดว่าแนวทางการทำงานหลังจากนี้ของดีเอสไอจะสะดุดหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าไม่เกี่ยวกัน เช่นเดียวกับ กกต.ทำหน้าที่ของเขาไป เพราะมีมติไปแล้วก็ทำหน้าที่กันต่อไป เมื่อถามว่า มีการคุยกันนอกรอบหรือไม่ว่ารัฐมนตรีท่านใดมีความเหมาะสม นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ยัง เมื่อถามว่า นายชูศักดิ์ถูกทาบทามมาทำหน้าที่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

นายกฯถกบอร์ดกระตุ้นศก. ยอมรับ’ภาษีสหรัฐฯ’กระทบหลายประเทศทั่วโลก

นายกฯถกบอร์ดกระตุ้นศก. ยอมรับ'ภาษีสหรัฐฯ'กระทบหลายประเทศทั่วโลก

นายกฯถกบอร์ดกระตุ้นศก. ยอมรับ’ภาษีสหรัฐฯ’กระทบหลายประเทศทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

นายกฯถกบอร์ดกระตุ้นศก. ยอมรับภาษีสหรัฐฯ กระทบหลายประเทศทั่วโลก ไทยต้องปรับตัวหาทางออก สั่งทบทวนแผนงาน คาดจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม , นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง , นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง , นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง , นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดย นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีภาวะผันผวน เนื่องจากมีการประกาศนโยบายจัดเก็บภาษีของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก ดิฉันเองไปทุกที่ผู้นำจากหลายประเทศมีฟีดแบคมา ซึ่งทุกประเทศจะต้องปรับตัวต้องหาทางออกของแต่ละประเทศ อย่างประเทศไทยเองก็จับกลุ่มอาเซียน ช่วยให้เรามองเห็นปัญหาร่วมกัน วันนี้มีการหารืออย่างเป็นทางการกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และเห็นว่าส่งผลต่อทุกประเทศจริงๆ ทำให้ประชาชนมีรายได้ในภาพรวมลดลง โดยเฉพาะภาคการส่งออกของไทย โดยภาคที่ต้องพึ่งพาตลาดต่างประเทศ ต้องมีการทบทวนประกอบกับการจัดเก็บภาษีรายได้ของรัฐบาล คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย จึงจำเป็นต้องทบทวนแผนงานและโครงการของรัฐบาล

นายกฯ กล่าวต่อว่า รวมถึงเร่งปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวให้มากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย และด้วยเหตุผลที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของการประชุมในวันเดียวกันนี้ เพื่อร่วมกันคิดและเสนอแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อจัดเตรียมการในเรื่องของโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ทุกฝ่ายพิจารณากันอย่างรอบคอบ เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกิดประโยชน์เต็มที่ และที่สำคัญต้องปฏิบัติตามข้อกฏหมายอย่างเคร่งครัด

โปรดเกล้าฯ ข้าราชการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ้นจากตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ ข้าราชการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ้นจากตำแหน่ง

โปรดเกล้าฯ ข้าราชการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ้นจากตำแหน่ง

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง ให้ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ้นจากตำแหน่ง

ความว่า มีพระบรมราชโองการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นางเกล็ดนที มโนสันติ์ ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เนื่องจากลาออกจากราชการ เพื่อไปดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

ประกาศ ณ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2568

‘ผู้ว่าฯปู’ดอดแจงกกต.ปมฮั้ว บอกยังมั่นใจในตัวเอง โอดการเมืองก็แบบนี้

'ผู้ว่าฯปู'ดอดแจงกกต.ปมฮั้ว บอกยังมั่นใจในตัวเอง โอดการเมืองก็แบบนี้

‘ผู้ว่าฯปู’ดอดแจงกกต.ปมฮั้ว บอกยังมั่นใจในตัวเอง โอดการเมืองก็แบบนี้

วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

‘ผู้ว่าฯปู’เลี่ยงเจอสื่อ ดอดแจงกกต.ปมฮั้วสว. มั่นใจในตัวเอง บอกการเมืองก็แบบนี้ หลังถูกถามเสียเกียรติภูมิพ่อเมืองหรือไม่ ขณะที่ ‘สว.สากล’ปฏิเสธให้สัมภาษณ์

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2568 ที่บริเวณชั้นใต้ดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ อาคาร B กรุงเทพฯ นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี สว. หรือผู้ว่าฯ ปู เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายวีระศักดิ์ เดินทางไปยังสำนักงาน กกต.ด้วยลิฟต์ชั้นใต้ดิน เพื่อหลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่ปักหลักกันอยู่บริเวณชั้น 1

โดยนายวีระศักดิ์ ยืนยันว่า วันนี้ไม่กังวล และไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมาเป็นพิเศษ ส่วนมีการเตรียมคำชี้แจงอย่างไรนั้น นายวีระศักดิ์ บอกว่า ยังไม่รู้

เมื่อถามว่าข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้งนั้นมองว่ารุนแรงหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ตอบว่า ตนยังมั่นใจในตัวเอง แต่ก็แล้วแต่ กกต.จะพิจารณา ส่วนจะขอดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก กกต.หรือไม่ นายวีระศักดิ์ ขอให้ไปเจอเจ้าหน้าที่กกต.ก่อน

ส่วนที่วันนี้มีกระแสข่าวแกนนำพรรคภูมิใจไทยรวมทั้งรัฐมนตรีที่มีชื่อถูกกล่าวหาเอี่ยวกับคดีฮั้วสว.กังวลหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ย้ำว่า ไม่กังวล

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน แล้วโดนหางเลขแบบนี้ จะถูกมองว่าเสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเกียรติภูมิหรือไม่ นายวีระศักดิ์ ระบุว่า “การเมืองก็เป็นแบบนี้ ขอให้คิดไว้ก็แล้วกัน”

ขณะที่อีกคนที่มีชื่อเข้ามาชี้แจงกับกกต. คือ นายสากล ภูลศิริกุล สว.นั้น นายสากล ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยบอกสั้นๆ ว่า ไม่สะดวก