เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

16 พ.ค. 2568 19:27 น.

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

เบสท์ ชนิดาภา นักแสดงสาวสุดโชคร้าย ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินมากกว่า 1.2 ล้าน เผยกลวิธีแยบยลของมิจฉาชีพที่ทำงานกันเป็นทีม ปั่นหัวให้ต้องสูญเงิน พร้อมเปิดใจชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์สมน้ำหน้า สวย รวย แต่ไม่ฉลาด ถูกบูลลี่เรื่องการศึกษา เบสท์เครียดถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ วันนี้ขอเปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพแบบหมดเปลือก ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ show” ช่อง One31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

โดนมิจฉาชีพหลอกเกี่ยวกับเรื่องรีวิว มันเป็นยังไง?

“จุดเริ่มต้นมันเริ่มจากการที่เราเล่นเฟซบุ๊กอยู่ เราเจอเพจนึงยิงแอดเข้ามารับสมัครอินฟลูเอนเซอร์รีวิวโรงแรม เราก็คิดว่าน่าสนใจ เราเลยลองทักอินบ็อกซ์เข้าไปสอบถามรายละเอียดว่าเดือนนึงรีวิวกี่โรงแรม รีวิวลงแพลตฟอร์มไหนบ้าง ทางแอดมินก็ตอบกลับมาว่าเราต้องกรอกสมัครชื่อนามสกุลเบอร์โทรปกติ เขาพยายามบอกเราว่าเราต้องโหลดแอปฯ นึงชื่อเทเลแกรม

เขาให้รหัสการสมัครมา ให้เราโหลดเสร็จแล้วต้องแคปให้ดูด้วยนะว่าเราโหลดแล้วจริงๆ แล้วให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ธุรการในนั้นเกี่ยวกับการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม พออยู่ในแอปฯ เทเลแกรม ก็เป็นการคุยหนึ่งต่อหนึ่ง ทุกคนต้องระวังไว้นะคะ มิจฉาชีพนิยมใช้แอปฯ นี้ในการให้เหยื่อโหลด เพราะมันทำลายหลักฐานง่ายค่ะ ไม่สามารถดึงอะไรได้เลย” 

เบสท์โหลดแล้วเข้าไปเช็กด้วยว่าเป็นของจริงหรือของปลอม?

“ใช่ค่ะ แล้วเพจที่เด้งโฆษณามากับการรีวิว เราเอาชื่อเพจไปเสิร์ชก็ไม่ได้มีข่าวว่าเป็นมิจฉาชีพอะไร แล้วมีชื่อบริษัทด้วยค่ะ ก็มีการจดทะเบียนจริงๆ ค่ะ มิจฉาชีพเอามาจากบริษัทจริง แล้วเอามาหลอกลวงอีกที ขั้นตอนต่อไปก็พูดคุยกันว่าถ้าจะสมัครทดสอบทักษะในการเขียนรีวิวโรงแรม เขาก็ให้เราทดลองเขียนดู 120 ตัวอักษร พอส่งกลับไป เขาก็บอกว่านี่คือเป็นการประเมิน มีค่าเสียเวลาให้เราในการที่เราเขียน ขอเลขที่บัญชีเรา และโอนเงินมาให้เราจริงๆ เงินก้อนแรก 20 บาท คราวนี้ทุกครั้งที่เขียนรีวิวจะมีการสะสมเป็นคะแนนถ้าสะสมครบ 100 เราจะได้ทำงานนี้ทันที”

บางคนอาจงงทำไมเริ่มจากหลักสิบ จริงๆ เป็นแค่จุดเริ่มต้น ดูทักษะของเรา เราคิดว่าได้ค่าตอบแทนเรื่อยๆ แต่จากหลักสิบก็ค่อยๆ ไล่มาเรื่อยๆ เหมือนสะสมรีวิว?

“ใช่ค่ะ จนสะสมเต็มร้อย คราวนี้เราถามว่ามีอะไรให้รีวิวอีกมั้ย ซึ่งพวกนี้เป็นเงินได้เปล่า เราไม่ได้เสียอะไรเลย เขาก็บอกว่าให้เราเข้าทำแคมเปญนึงซึ่งจริงๆ เป็นการแอบอ้าง คืออโกด้าไทยแลนด์ เขาบอกว่าถ้าเราสมัครสมาชิกทำแคมเปญนี้ เราจะได้เงินค่าสมัครด้วย มูลค่าคือ 35 บาท ไม่ได้เยอะมากค่ะ เวลานั้นเราคิดว่าเราไม่ได้เสียอะไรเลย มีแต่เขาโอนมาให้เรา พอเริ่มเข้าไปทำแคมเปญ เขาบอกว่าเราต้องมีทุนสำรองก่อน 400 บาทเป็นค่าเข้าร่วมทำแคปเปญ พอเราโอน 400 ให้เขา ก็จะมีค่าคอมมิชชั่นให้ 10 เปอร์เซ็นต์

แต่ก่อนมีค่าคอมมิชชั่น เราต้องทำการแชร์ลิงก์เป็นโรงแรมไปในแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งเขามีให้เลือก จะแชร์ในเฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์ หรือทวิตเตอร์ก็ได้ เบสท์เลือกแชร์ในเฟซบุ๊ก พอแชร์เสร็จเราก็ต้องแคปหลักฐานว่าเราทำการแชร์แล้วนะ โปรโมตให้แล้วก็ส่งกลับไปในแชต เขาเห็นเสร็จเราทำถูกต้อง เขาก็โอนเงินคืน 400 บวกกับ 10 เปอร์เซ็นต์ของ 400 เป็น 440 คืนให้เราทั้งก้อนค่ะ นี่คือขั้นตอนแรกที่เริ่มทำ”

ครั้งที่สองเท่าไหร่?

“1,400 ค่ะ จะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาชักชวนให้เราทำต่อ ตอนนี้คะแนนไป 60 แล้วนะ ขาดอีก 4 ครั้งก็สามารถได้รับการบรรจุเป็นอินฟลูเอนเซอร์เลย มันเป็นการต้อนของเขา ครั้งที่สอง 1,400 สิบเปอร์เซ็นต์ก็บวกมา ได้เงินคืนทุกครั้งนะคะ ครั้งแรกได้คืน 400 ครั้งที่สอง 1,400 ต่อมาเป็น 5 พันกว่า ตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราได้คืนถึงก้อนที่ 4

แต่พอก้อนที่ห้า 10,800 บาท เราก็ทำทุกอย่างเรียบร้อยนะ แชร์เรียบร้อย ส่ง อยู่ดีๆ เขาก็ดีดเราจากที่คุยกันตัวต่อตัว ดีดไปอยู่ในกรุ๊ปวีไอพี ซึ่งเหมือนเราโดนมัดมือชก เราไม่รู้ว่าเราต้องเข้ากลุ่มนี้ เราก็คิดว่าเราจะได้เงินคืนแล้ว แต่อันนี้เป็นแคมเปญกลุ่ม ในนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 7 คน แอดมิน 2 คน มีคนเหมือนร่วมกิจกรรม 5 คน ตอนนี้เงิน 10,800 บาท ที่ยังไม่ได้คืน”

แล้วเกิดอะไรขึ้น?

“ณ ตอนนั้นเราไม่ทราบว่า 4 คนที่มาร่วมทำกิจกรรมกับเรา เขาจะเป็นทีมเดียวกัน ตอนหลังมารู้ว่าเป็นหน้าม้า เราเป็นเหยื่ออยู่คนเดียว ที่เหลือเป็นทีมงานหมดเลย ตอนนั้นเขาบอกว่ากิจกรรมกลุ่มต้องเริ่มจากการโอนเงินไปเพิ่มแล้วทำแชร์เหมือนเดิม ก้อนแรกอยู่ที่ 39,000 บาท”

ตอนนั้นถอดใจมั้ย มันชักเยอะ หมื่นนึงยังค้างอยู่เลย?

“ณ ตอนนั้นเราแค่รู้สึกว่าถ้าเราทำแคมเปญสำเร็จเราถึงจะได้เงินคืน ด้วยความที่เขาหลอกเราตั้งแต่แรกว่าได้เงินคืน เขามีการกดดันหมู่ว่าถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่ทำแคมเปญนี้ อีก 4 คนสูญเงิน ก็คือจะโดนยึดหมดเลย ถ้าเบสท์ไม่ทำ จะมีคนเดือดร้อนเพราะเรา เหมือนกดดันให้เรารู้สึกว่าเราทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราต้องรับผิดชอบแคมเปญนี้ เราก็เลยทำแคมเปญ แคมเปญอันแรกก้อนเกือบ 4 หมื่น ก็ทำเสร็จเรียบร้อย แคมเปญที่สองยอดอยู่ที่ 110,000 บาท อันนี้ก็สำเร็จเรียบร้อย

แต่พอเป็นก้อนที่สาม มีแอดมินแจ้งว่ามีคนนึงทำผิดพลาด มันเป็นกลลวงค่ะ อันแรกบอกว่าแชร์หนึ่งแพลตฟอร์ม อันที่สองบอกแชร์หนึ่งแพลตฟอร์ม แต่พออันที่สาม แอบเขียนว่าแชร์สองแพลตฟอร์มโดยที่เราไม่ทันสังเกต คราวนี้กลายเป็นว่าเราเป็นคนที่ทำพลาดคนเดียวในกลุ่ม แล้ว 4 คนก็มารุมตำหนิเรา ว่าเพราะน้องคนเดียว ยิ่งทำให้กดดัน เราก็บอกว่าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ ฉะนั้นเงินทุกก้อน ถูกยึดหมด เพราะเราคนเดียว ณ เวลานั้นเราก็ถูกยึดไปเลย 4 คนก็จะถูกยึด

คราวนี้แอดมินเสนอวิธีแก้ไขแคมเปญนี้ บอกว่าต้องโอนเงินไปเพิ่ม ซึ่งเป็นเงินที่สูงขึ้น 490,000 ณ เวลานั้นเรารู้สึกว่ามันเยอะ แต่ช่วง 3 แคมเปญแรกเขาให้เวลา 15 นาทีนะคะ ในการโอน แต่อันนี้ด้วยความที่เงินก้อนใหญ่ เขาให้เวลาในการโอน 1 ชั่วโมง เราก็เป็นคนที่รู้สึกว่ามันเยอะ ตัวละครตัวนึงก็จะบอกว่าโอนแล้ว เร็ว เสร็จแล้ว อีกคนบอกว่าขอไปหาเงินก่อน อีกคนก็บอกว่าทำยังไงดี มีทักมาหาเราส่วนตัว อ้างว่าเป็นแฟนคลับเราด้วย บอกว่าพี่ไม่มีเงินแล้ว จะทำยังไงดี ถ้าพี่ไม่ทำพลาด เราคงไม่ต้องมาเสียเงินเยอะขนาดนี้ มันพูดกดดันเรา ทักส่วนตัวด้วยค่ะ

พอใกล้ถึงเวลา เขาก็กดดันว่าเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่โอน ส่วนใหญ่เขาจะให้บ่ายสองครึ่ง เราก็ตัดสินใจ 14.20 น. มีการโอนไปแล้ว เขาเหมือนดึงเวลา กว่าจะตรวจสอบเสร็จ กว่าจะให้เราทำแคมเปญแชร์ ก็ช้า ทุกอย่างช้า ดึงเวลาให้เกิน 1 เวลาที่เขาจำกัด เพื่อให้เราทำไม่สำเร็จ พอเราทำสำเร็จเรียบร้อย เขาบอกว่าไม่ผ่าน มิชชั่นเฟล เราก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าคุณทำเกินเวลา ทั้งหมด 3 นาที ซึ่งทำให้เราไม่ได้เงินทั้งหมด ตั้งแต่ก้อนแรกถึง 490,000 ทุกคนก็รุมเรา บอกว่าเราทำพลาดรอบที่สองแล้วนะ

ทีนี้ก็หนักค่ะ เขาให้แก้ไขอีกเป็นรอบสุดท้าย จำนวนเงินที่โอนคือ 6 แสนบาท เยอะมาก ต้องบอกตามตรงว่า ณ เวลานั้นเงินสดในบัญชีเรามีไม่ถึงแล้ว คราวนี้ด้วยความที่หน้าม้าเขาเห็นว่าเราช้า เขาส่งมาส่วนตัวว่าน้อง เหลือน้องคนเดียวแล้วนะ ทำไมน้องยังไม่โอน เราบอกว่าเราเงินไม่พอ เขาก็ยื่นข้อเสนอให้ยืมด้วยนะ บอกว่าเอางี้มั้ย ให้ยืม น้องขาดเท่าไหร่ เราบอกว่าเราขาด 3 แสนเขาบอกว่าเขาจะให้เรายืม 3 แสน แต่เขาจะไม่โอนตรงให้กับเรา ขอเลขที่บัญชีของแอดมินมาให้เขา เดี๋ยวเขาโอน 3 แสนไป แล้วเราโอน 3 แสนไป”

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

ก้อนสุดท้ายต้องโอนภายในเวลาเท่าไหร่?

“1 ชม.เหมือนกันค่ะ แต่ไม่จบแค่นั้น เงินเราต้องใช้สองบัญชีในการโอน คราวนี้ก้อน 3 แสนที่เขาให้ยืม เขาส่งสลิปไปตรวจสอบเรียบร้อย แล้วของเรารวมกันเป็น 6 แสน แต่ความที่เรากลัวไม่ทันเวลา เราก็รีบโอน 1.5 แสนก่อน แล้วโอนต่ออีก 1.5 แสน แต่เขาเล่นวิธีตุกติกเราว่าสลิปอันที่สามเราโอนก่อนเขาส่งเลขที่บัญชีใหม่มา เราทำพลาด อันนี้ไม่นับ เราถามว่าแล้วจะแก้ไขยังไง เขาบอกว่าต้องโอนเงินมาอีก 1.5 แสน เราเลยบอกว่างั้นโอนเงิน 1.5 แสนกลับมาสิ เดี๋ยวเราโอนกลับไปใหม่ เขาบอกไม่ได้ มันถอนออกมาไม่ได้ต้องโอนเพิ่ม กลายเป็นว่าเบสท์เสียทั้งหมด 4.5 แสน”

โอนเพิ่มเพราะเขาเปลี่ยนบัญชี?

“ใช่ค่ะ คล้ายๆ บัญชีม้า มันเปลี่ยนเร็วมาก ชื่อนามสกุล แม้กระทั่งธนาคาร ก็เปลี่ยนไปตลอด ไม่ใช่บัญชีเดิม เวลาเขาส่งบัญชีมา ก็จะทำลายหลักฐานภายใน 5 นาที เขาจะลบออก พอเราโอนช้าไป 5 นาที เขาก็ให้เลขใหม่ หลังเราโอนครบเรียบร้อย สำเร็จแล้ว เราก็รอดูแอปฯ ธนาคาร ว่าเงินจะเข้าเมื่อไหร่ ช่วงแรกประมาณ 2 นาทีเงินก็เข้าเราแล้ว แต่รอบนี้เรารอไป 10 นาที ทำไมยังไม่เข้า จนหน้าม้าคนนึงบอกว่าพี่ทำไมช้าจังเลย เกิดอะไรขึ้น ทำไมยังไม่โอน

สักพักส่งมาบอกว่าถอนเงินไม่ได้ เพราะวงเงินเกิน 2 ล้าน มีทริกตุกติกอีกแล้ว เหมือนทำแคมเปญจะมีค่าคอมมิชชั่นที่บวกเพิ่มไป ถึงแม้เงินเราจริงๆ จะ 1.2 ล้าน แต่เขาจะบอกว่ามีคอมมิชชั่นที่ให้เพิ่ม ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้สนใจเรื่องคอมมิชชั่นอะไรแล้ว เราสนใจแค่อยากได้เงินเราคืน แต่คราวนี้เขาใช้วิธีว่าโบนัสคุณเยอะเกิน 2 ล้าน การอยู่ห้องวีไอพีหนึ่งไม่สามารถถอนเงินเกิน 2 ล้านได้ ต้องอัปเกรดวีไอพีสอง โดยการปลดล็อกบัญชีให้ถอนเงินออกมาได้ โดยการใช้เงินอีก 5 แสนบาท”

ตอนนั้นเริ่มเอะใจหรือยัง?

“ณ ตอนนั้นเหมือนเราติดกับดักเขาค่ะ ตอนนั้นเราใจจดใจจ่ออยู่กับมือถือ พยายามหาทางออกว่าจะเอาเงินออกมาให้เร็วที่สุดได้ยังไง จะเอาเงินคืนได้ยังไง คุณพ่อคุณแม่พยายามมาคุยด้วย เราปิดประตูล็อกห้องเราก็ไม่เปิด มีหลายคนพยายามติดต่อเรา เราก็ไม่ได้รับสาย กระทั่งส่งข้อความมาว่าเป็นอะไร อยู่ดีๆ ก็เงียบทั้งวัน คนเห็นความผิดปกติของเราแล้วค่ะ”

เขาต้องการให้โอน 5 แสน เบสท์ทำยังไงต่อ?

“ต้องบอกว่า ณ เวลานั้น เงินในบัญชีเรามีไม่พอ ตัวละครนึงที่อ้างว่าเป็นแฟนคลับเรา ก็ทักมาส่วนตัวว่าพี่ไม่อยากได้เงินคืนเหรอ เดี๋ยวหนูให้ยืมก่อนก็ได้ พี่มีเท่าไหร่ ทำเป็นแพทเทิร์นเดิมกับคนก่อนหน้าที่ให้ยืม เราก็เริ่มเอะใจว่าคนเราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เพิ่งมาเจอกัน ทำไมถึงใจดีให้ยืม มันเริ่มแปลก แล้วแพทเทิร์นมันเหมือนเดิม แล้วคนแรกที่ให้ยืมไป เขาก็ดูไม่มีทีท่าที่จะทวงเรา ก็เลยเริ่มเอะใจว่ามันไม่น่าใช่แล้ว บวกกับคนรอบตัวเตือนว่ามันไม่น่าใช่แล้วนะ ให้หยุดทุกอย่าง ก็เลยหยุด

พอหยุดเขาก็ทักมาหาเราตลอดว่าเวลาจะหมดแล้วนะ ภายใน 1 ชม. ถ้าไม่โอนจะถูกยึดเงิน เราตัดสินใจโทรไปอายัดบัญชี 2 บัญชีที่เราโอนออก และโทรไป 1441 แจ้งความ จากนั้นพอเราแจ้งทุกอย่าง ได้เคสไอดี ได้ตัวเลขจากธนาคารทั้งสองธนาคาร จากเจ้าหน้าที่ตร. ก็ไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ ตอนนั้นเลย ตอนเที่ยงคืน เวลาที่มันเริ่มต้นหลอกลวงคือ 11 โมง เราโอนก้อนสุดท้ายประมาณ 3 ทุ่ม แต่โปรเซสที่เราหยุดแชต หยุดคุยกับเขา ประมาณเที่ยงคืน ประมาณ 13 ชม. ไม่กินข้าว ไม่ดื่มน้ำ ไม่ทำอะไรเลย เหมือนเราขังตัวเองอยู่ในห้อง

มันเหมือนเราถูกสะกดจิตจริงๆ นะ เหมือนเราตกอยู่ในภวังค์ เราไม่เข้าใจว่าทำไมเราเอาตัวเองออกมาไม่ได้ เราจมอยู่ในนั้น มีคนพยายามเตือนเรา แต่เราไม่ฟัง เหมือนคนหูหนวกตาบอดและหูดับ มีคนพยายามบอกว่าไม่น่าใช่แล้วนะ ให้ระวังนะ มีเคสแบบนี้เยอะนะ ขนาดมีคนส่งลิงก์ข่าวแบบนี้ เรายังไม่เปิดดูเลย เราโฟกัสอยู่อย่างเดียว เหมือนใช้จิตวิทยา กดดันหมู่ แล้วมีเรื่องเวลาที่มาบีบคั้นเรา เหมือนต้องภายใน 15 นาที เงินก้อนใหญ่ภายใน 1 ชม. เราก็ไม่รู้ทำไง เราอยากได้เงินเราคืน เราไม่ได้สนใจค่าคอมมิชชั่นหรือโบนัสแล้ว เราอยากได้เงินตัวเองคืนเท่านั้น เราโฟกัสแค่นี้เลย”

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

วินาทีที่รู้ว่าเราโดนมิจฉาชีพ เรารีบบอกครอบครัวเลยมั้ย?

“ตอนแรกไม่กล้าบอกใคร คุณพ่อคุณแม่พี่สาวไม่กล้าบอกเลย หนูยังไม่เชื่อตัวเองเลยว่าถูกหลอก ตอนนั้นเราตัวสั่น รู้สึกว่าเฮ้ย มันเกิดกับเราจริงๆ เหรอ เรายังไม่เชื่อว่าเราโดนหลอก จนกระทั่งไปแจ้งความถึงรู้ว่าเราโดนหลอกจริงๆ เงินในบัญชีเราหาย ทำให้เรารู้ตัวว่าโดนแล้วจริงๆ ณ เวลานี้ก็ยังไม่เชื่อว่าสิ่งที่เราเจอเป็นเรื่องจริง”

ตายังช็อกอยู่เลย ว่าโดนเหรอ ใช่เหรอ เรื่องจริงเหรอ สายตาเป็นแบบนั้นเลย?

“ที่เราโอนต่อ โอนเพิ่ม เพราะเรามีความหวังว่าจะได้เงินคืนจริงๆ ณ เวลานั้นไม่คิดเลยว่าเราจะถูกหลอก มันเหมือนแบบอีกนิดเดียว แล้วเวลาคนคุยกับเรา ก็บอกว่าเดี๋ยวก่อน ขอเคลียร์ธุระให้เสร็จก่อน เรายังมั่นใจอยู่เลยว่าอีกแป๊บนึงเราจะได้เงินคืนแล้ว แล้วเราจะไปเล่าให้คนอื่นฟังว่าเราทำอะไรมา แต่พอแบบนี้เราไม่มีโอกาส เหมือนเราพลาดไปแล้ว มันเฟลไปแล้ว”

ทั้งหมดตั้งแต่ก้อนแรกถึงก้อนสุดท้าย โดนไปเท่าไหร่?

“1.2 ล้าน มีเศษอยู่พันกว่าบาทค่ะ”

มีหน้าม้าโกหกว่าจะเอาเงินไปรักษาลูก?

“ใช่ค่ะ พวกนี้เขาทำงานเป็นทีม จะมีตัวละครนึงที่บอกว่าเขาหาเงินไม่ได้ เขาต้องเอาโฉนดที่ดินไปจำนอง อีกคนบอกว่าลูกสาวป่วย ส่งรูปอยู่บนเตียงมาว่าอยากได้เงินคืนจะเอาไปรักษาลูกสาว แล้วก็มีบอกว่ากำลังขับรถไปหาเงิน มีทักมาส่วนตัว อันนี้เขาส่งในกลุ่มให้เห็นว่าเขาเดือดร้อนมากนะกับสิ่งที่เราทำพลาด ทุกคนต้องการเงินคืน ให้เราเห็นใจด้วยค่ะ”

ให้แบกความรู้สึกผิด ทำให้ยิ่งรู้สึกว่าต้องทำสิ่งนี้ไปเรื่อยๆ ณ โมเมนต์นั้น ผ่านเหตุการณ์มา ตั้งสติได้แล้ว ไปแจ้งความ เห็นว่าทุกอย่างสายไปหมดแล้ว?

“พวกนี้พอเราโอนไปแล้ว เขาโอนออกไวมากอยู่แล้ว ไม่เกิน 1-10 นาที เขาโอนออกหมดแล้ว เราอายัดบัญชีตอนประมาณ 4 ทุ่ม มันน่าจะไม่ทัน ตร.แจ้งว่าถึงแม้อายัดภายใน 5 นาทีแรกก็ยังไม่ทัน พวกนี้เขาโอนไปเร็วมาก ณ เวลานี้ยังไม่ทราบว่าบัญชีปลายทางที่เรียกว่าบัญชีม้าจะเหลือเงินเท่าไหร่ค่ะ” 

ผ่านมากี่วันแล้ว?

“เหตุการณ์เกิดวันที่ 9 ค่ะ ขั้นต้นหลังเราแจ้งความแล้ว ทาง ตร. ก็อายัดบัญชีถาวรของบัญชีม้าทั้งหมดที่เราโอนไป เขาอยู่ในขั้นดำเนินการตรวจสอบ ทีนี้ต้องรอสเตทเมนต์ทางธนาคารปลายทาง ซึ่งแจ้งว่าตั้งแต่เขาฟรีซบัญชีไปแล้ว เขามีโอนออกเท่าไหร่ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอน ตร.ดำเนินการเช็กว่าบัญชีเหลือเท่าไหร่ ซึ่ง ตร.แจ้งว่าพวกนี้เขาจะแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลเร็วมาก แล้วมันจะตามยาก”

เบสท์ทำใจแล้วว่าไม่น่าได้คืน?

“ทำใจว่าโอกาสได้คืนน่าจะยาก เพราะเงินออกไปแล้ว และเร็วมาก แต่ไม่หมดหวังนะคะ เบสท์เชื่อมั่น ตร.ไทยค่ะ ตร.ไทยเก่ง น่าจะจับตัวคนร้ายมาได้ แต่การจับคนร้ายได้ เราอาจไม่ได้เงินคืนหรือเปล่า บัญชีม้าอาจไม่มีเงินชดใช้ บัญชีม้าบางทีเป็นตาสีตาสาเป็นเด็ก เขาไม่มีเงินชดใช้เรา”

ความหวังริบหรี่มากที่จะได้เงินคืน ครอบครัวเป็นไงบ้าง?

“ตอนแรกที่เขารู้เรื่อง เขาก็บอกว่าทำไมถึงโง่โอนให้เขาแบบนี้ เราก็พยายามอธิบายว่าพอคนไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น จะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงโอนออก ซึ่งโดยส่วนตัวเบสท์ใช้เงินคิดแล้วคิดอีก เป็นคนรู้ค่าของเงิน ค่อนข้างประหยัดค่ะ การที่ใช้ที โอนออกที ค่อนข้างยากสำหรับเรา พ่อแม่คนรอบตัวไม่มีใครเชื่อเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดกับเรา ไม่มีทางเลย

แต่ตอนหลังพอหายจากตกใจ พ่อแม่ก็ให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร เงินที่เสียไปแล้วก็ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วในมุมเบสท์ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราสามารถทำงานได้อยู่ เราสามารถมีรายได้ ทำงานมีเงินเข้ามาได้ เงินก้อนนี้ไม่ใช่ก้อนสุดท้ายในชีวิตของเรา หลายๆ คนที่ติดต่อเข้ามาเขาเป็นผู้เสียหาย มาร้องทุกข์กับเรา ว่าเงินก้อนนี้เป็นก้อนสุดท้ายในชีวิตของเขา เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เขาเครียด เบสท์ก็พยายามให้กำลังใจผู้เสียหายทุกคนว่าจริงๆ แล้วเรายังทำงานต่อได้นะ ให้กำลังใจซึ่งกันและกันค่ะ ตอนนี้ทุกคนเครียดหมด”

เบสท์ ชนิดาภา เปิดโปงกลลวงมิจฉาชีพ ปั่นหัวหลอกจนสูญเงินกว่า 1.2 ล้าน

ตอนที่ไปแจ้งความ มีเคสที่โดนรีวิวแบบนี้กี่เคส?

“ที่รวบรวมมาได้ เป็นเพจเดียวกัน รีวิวเหมือนกัน ประมาณ 10 คนได้ค่ะ มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ณ ตอนนี้ แต่จะมีคนอื่นๆ ที่เป็นเคสอื่น รีวิวเสื้อผ้า แพ็กของ ผู้เสียหายทุกคน เขาอยากทำงาน อยากหารายได้เสริม คนขยันที่โดน พวกนี้เขายิงแอดเป็นทาร์เก็ตด้วย เป็นกลุ่มคนที่เป็นวัยทำงาน มีรายได้ เป็นกลุ่มคนเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายไปสมัครเขาไม่รับนะคะ เขาบอกว่าผู้หญิงเป็นเพศเซนซิทีฟ ขี้สงสาร และใจไม่แข็งเท่าผู้ชาย ผู้ชายเขาไม่รับเลย เหยื่อมีแต่ผู้หญิงทั้งหมดค่ะ”

ไม่โดนก็ไม่รู้ เวลาโดนแล้วออกมาเป็นกระบอกเสียง แทนที่จะชื่นชม กลายเป็นว่ารุมด่า รุมสาป คอมเมนต์อ่านแล้วจะไปว่าเขาทำไม เช่น สวยแต่โง่ หรือลามไปเรื่องการศึกษา เรียนก็สูงแต่ทำไมไม่ฉลาด เบสท์รู้อยู่แล้วว่าลงแล้วจะเป็นยังไง คำไหนที่คิดว่าแรงมาก?

“ที่โดนก็แรงทุกคำค่ะ จะมีสวยแต่โง่ การศึกษาสูงซะเปล่า โลภ น่าจะโดนเยอะกว่านี้เนอะ มีหลายรูปแบบมาก เอาจริงๆ เบสท์ตั้งรับไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเราออกมาให้ข่าว หรือแชร์ประสบการณ์ ต้องมีคนรุมต่อว่ารุมด่าเรา บางคนสมน้ำหน้า มีหลายรูปแบบมาก พอเราเห็น เราก็รู้สึกว่าจริงๆ แล้วสังคมไทยเดี๋ยวนี้ชอบเบลมเหยื่อ  ทำให้เหยื่อไม่กล้าออกมาแชร์ หลายๆ คนที่ติดต่อเบสท์มาบอกว่าพอหนูโพสต์ไปคนก็รุมด่าหนูว่าโง่ หรือบางคนโดนแล้วไม่บอกคุณพ่อคุณแม่เพราะกลัวโดนว่า หรือโดนแล้วหมดเป็นแสนเป็นล้านแต่ไม่กล้าออกมาแชร์เพราะกลัวว่าสังคมจะรุมด่า ซึ่งโดนด่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ เราทำใจไว้อยู่แล้ว เราตั้งรับไว้อยู่แล้วว่าต้องโดน ก็รู้สึกแย่เหมือนกันค่ะ

เบสท์ออกมาไม่ได้ต้องการให้คนสงสาร หรือเห็นใจเรา เราอยากออกมาเตือนภัย ถือว่าเป็นการแชร์ประสบการณ์ การที่เราโดนมันเป็นยังไง อย่างข่าวเบสท์ที่ออกไป เราได้ช่วยเหลือหลายๆ คนนะคะ มีคนส่งข้อความมาบอกว่าต้องขอบคุณเบสท์มากๆ พอกำลังตกหลุมพราง กำลังคลิก พอเห็นข่าวเราในทีวี เห็นข่าวในอินเตอร์เน็ต เขาหยุดทัน หรือบางคนที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว กำลังจะโอนต่อก็หยุดโอนเพราะเห็นจากข่าวเรา

ซึ่งคนจะบอกว่าไม่อ่านข่าวบ้างเหรอ ไม่ตามข่าวบ้างเหรอ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่เบสท์เจอมิจฉาชีพหลอกอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว โทรมาเป็นคอลเซ็นเตอร์ หรือแม้กระทั่งส่งอีเมล์มาติดต่อให้เรารีวิวสินค้าแบรนด์เนม แต่ต้องให้เราโอนค่าชิปปิ้งฟรีไปก่อน อันนี้เราไม่พลาด ไม่หลงกล เพราะทุกอย่างมีเวลาคิดค่ะ มีเวลาไตร่ตรอง

แต่เคสนี้ทุกอย่างบีบด้วยเวลา ทำให้เราไม่มีเวลาฉุกคิด ระมัดระวังตัว เอ๊ะหนึ่งเอ๊ะสองมันเลยไม่มี เพราะเราอยากได้เงินคืน ฉะนั้นหลายคนอาจต่อว่าเบสท์ว่าทำไมไม่อ่าน หนูก็ไม่ได้ตอบโต้ แต่ใช้วิธีการชี้แจงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าสาเหตุอะไรเราถึงตกหลุมพรางเขา เพื่อเป็นการเตือนภัยเขาว่าจริงๆ ถึงเราเป็นคนระมัดระวังตัว แต่จริงๆ บางทีมันก็ไม่พอค่ะ”

อยากบอกอะไรคนที่บอกว่าสวยแต่โง่?

“อยากบอกว่าเรื่องพวกนี้ ถ้าไม่เจอกับตัวไม่มีวันเข้าใจ ไม่มีวันรู้ แม้กระทั่งเบสท์โดนคนพูดว่าคนโดนมาแล้ว แต่ฉันรอดมาได้ เพราะเธอโง่เอง เธอไม่ฉลาดเอง ก็โดนทุกคำ ไม่ว่าคำไหนที่เราออกมาพูด ก็จะโดนแซะกลับมาเสมอ ก็จะบอกว่าคนเป็นเหยื่อเหมือนกัน ทุกคนพูดว่าเขาเข้าใจเบสท์ เพราะเขาก็เป็นเหมือนกัน”

เครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ แฟนให้กำลังใจยังไง?

“อย่างแรกเขาไม่ซ้ำเติม เขาไม่ได้ต่อว่าเรา ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เขาให้กำลังใจ เขาแค่งงว่ามันเกิดขึ้นกับเราได้ยังไง เพราะเขาชอบแซวว่าปกติเงินกระเด็นออกจากบัญชีได้สักบาทมันยากมากคนรอบตัวจะรู้ พอเกิดเหตุการณ์นี้ทุกคนก็บอกว่าไม่น่าเชื่อนะว่าเกิดขึ้นกับเรา”

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ

พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ

16 พ.ค. 2568 18:42 น.

พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ

เรียกว่ายังมีมิตรภาพที่ดีต่อกันเสมอ สำหรับนางเอกนัยน์ตาคม พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช และอดีตสามีอย่างนักธุรกิจหนุ่ม เพชร อิทธิ ชวลิตธำรง ที่แม้จะเลิกรากันไปนานหลายปีแล้ว แต่ทั้งคู่ยังคงเป็นเพื่อนพี่น้องที่รักและหวังดีต่อกันเสมอ ซึ่งทั้งคู่จะเจอกันเวลาไลฟ์ PK ใน TikTok และมีแฟนๆ เข้ามาชมไลฟ์กันแน่น

พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ
พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ

และล่าสุดเมื่อพิ้งกี้ไลฟ์สดคู่กับเพชรใน TikTok งานนี้ทำเอาแฟนๆ ที่ได้ดูไลฟ์ต่างซึ้งใจ เมื่อทั้งคู่ต่างส่งมินิฮาร์ตให้กัน อีกทั้งยังมีบทสนทนาที่สื่อให้เห็นถึงมิตรภาพที่ดีที่มีต่อกันมาเสมอ ซึ่งพิ้งกี้บอกว่า “ทุกคน เราโตกัน วัยขนาดนี้แล้วเนอะ ผมหงอกเราก็น่าจะขึ้นไม่ต่างกันเนอะ อ้าว พี่เพชรช่วยพูดหน่อยสิ ไม่อยากคุยเองคนเดียว” ซึ่งพิ้งกี้ทำท่าน้ำตาจะไหล เพชรรีบบอก “คุณเปิดประเด็นมา คุณก็ต้องต่อนะครับคุณสาวิกา”

พิ้งกี้บอกว่า “ผมน่าจะ… ไม่เอา…ผมพูดไม่ได้ รู้สึกว่ามัน…มันเป็นช่วงวัยที่แบบว่า เราโตแล้ว” ด้านเพชรเปิดเพลงและพูดต่อว่า “มีอยู่ช่วงนึงชอบฟังเพลงนี้ครับ” ก่อนจะอ่านคอมเมนต์และตอบว่า “ผมไม่ได้ขายขนมจีบครับ” พิ้งกี้พูดต่อ “พี่เพชรเป็นคนน่ารักนะทุกคน ใครได้พี่เพชรเป็นแฟนน่าจะมีความสุขนะ พี่เพชรหล่อด้วยตอนนี้”

พิ้งกี้ ไลฟ์กับ เพชร เผยคำพูดซึ้งจากอดีตสามี ผมอยู่ข้างหลังคุณเสมอ

จากนั้นเพชรตอบว่า “หล่อสวยมันก็จางไปได้นะ แต่เรื่องที่อยู่ในใจสำคัญกว่า กี้ก็รู้ คุณก็เคยเจอตอนผมอ้วน ตอนผมผอม คุณเจอผมมาทุกแบบ” พิ้งกี้เสริม “ตอนนี้เพิ่มเติมคือความอบอุ่นขึ้น ตรงนี้น่าจะรับรู้เนอะ” จากนั้นทั้งคู่ส่งสายตาและมีรอยยิ้มให้กัน

เพชรพูดอีก “ขอบคุณมากที่ไม่ว่าวันไหน เมื่อข้างหลังผมไม่มีใคร ผมมองไปผมก็เจอคุณ” พิ้งกี้ยิ้มก่อนบอกว่า “อยู่ตรงนี้เสมอนะ” เพชรพูดต่อ “และผมก็อยู่ข้างหลังคุณเสมอ คุณก็รู้ แค่ไม่ได้อยู่ข้างๆ กันเท่านั้นเอง ตรงนั้นเว้นไว้ให้คนที่รู้ใจคุณแล้วกัน” ก่อนที่เพชรจะหัวเราะ พิ้งกี้ยิ้มตอบ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

16 พ.ค. 2568 17:18 น.

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

หลังจากที่ผู้จัดละครดัง ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา ไม่ได้โพสต์รูปกับ คิมยูมิน นายแบบหนุ่มเกาหลีมาได้พักใหญ่ จนทำให้คนจับตามองว่าสรุปแล้วความสัมพันธ์เป็นอย่างไร ล่าสุด ไก่ วรายุฑ มาร่วมงานเปิดตัวรายการใหม่ “Boys Vibe The Project” ณ ชั้น G ลาน TV Wall เซ็นทรัลลาดพร้าว เจ้าตัวก็พูดตรงๆ ว่าตอนนี้โสด เพราะเลิกรากับหนุ่มเกาหลีแล้ว อีกทั้งยอมรับว่าอยากรีเทิร์นรักกับนักแสดงหนุ่ม ตั้น พิเชษฐ์ไชย ผลดี แต่ตื๊อแล้วเขายังเฉย ไม่ใจอ่อนสักที

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

ถามถึงเรื่องหัวใจ?

“หัวใจกระชุ่มกระชวยเป็นสีชมพูด้วยตัวเองค่ะ เป็นโสดค่ะ เพราะน้องที่เกาหลีเขาเข้ากรมไปแล้ว จะไม่เจอกัน 2 ปีกว่า ก็บอกไปว่างั้นก็ไม่ต้องเจอกันเลย 2 ปีกว่า”

หมายความว่าเราเป็นคนตัดขาด?

“เราเป็นคนบอกเอง เพราะรอ 2 ปี รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ต่างคนต่างไป ก็พูดกับเขาตรงๆ ยังคุยกันค่ะ ก็แค่นั้นเอง เขาก็ไม่เฮิร์ตหรอก เขาก็ยังเด็กอยู่ไง พอเป็นทหารเขาก็รับใช้ชาติของประเทศเขาไง ก็ลืมเราแล้วแหละ เพราะว่าไม่ได้เจอกัน”

แล้วพี่ไก่มีเศร้าบ้างไหม?

“ไม่นะ เฉยๆ เพราะมันไม่ได้ของจริงไง ถ้ามันจริงเราก็ต้องแซดมากกว่านี้ใช่มั้ย คือมันก็รักบ้าง แต่ว่าไม่ได้ถึงขนาดที่แบบโอ๊ย…จะเป็นจะตาย มันเฉยๆ ผ่านมาเยอะก็เลยชิน หัวใจชินชา ด้านชา”

อีก 2 ปีลุ้นใหม่ได้ไหม?

“ไม่รู้พี่จะอยู่ไหมถึง 2 ปี ไม่หรอก เราก็ขำๆ สนุกๆ ไปเรื่อยๆ อะไรเป็นความสุข อะไรของตัวเองที่หาได้ก็หาไป เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะเป็นอะไรหรือเปล่า ตรงไหนอยู่แล้วมีความสุข ตรงไหนเพื่อน ตรงไหนสนุกสนาน เราก็อยู่ตรงนั้นดีกว่า”

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

ก่อนหน้านี้ก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากรีเทิร์นกับตั้น?

“ก็คุยกับเขาบ่อยๆ อยู่ ก็ตี๊อเขา เขาก็ไม่ใจอ่อนสักที ทุกวันนี้ก็ยังแอบคุยกัน ถามว่าง้อไหมก็บอกเขาตรงๆ นะ ว่าไงล่ะ เอาไงดี เขาก็ขำๆ หัวเราะๆ ตื๊อแล้ว ชวนแล้ว อะไรแล้ว เขาเฉยก็คงเฉยแหละ เราทำอะไรเขาไม่ได้ ของอย่างนี้ วันเวลามันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ”

ตอนที่มีข่าวออกมาได้คุยกับเขาไหม?

“ก็คุยค่ะ เขาไม่เครียด เขาบอกว่าพี่ไก่อยากจะตอบอะไรก็ตอบไป อยากจะพูดอะไรก็พูดไป เขาได้ทั้งหมด ไม่มีปัญหา พอถามว่ากลับมาดีกันไหมก็หัวเราะ แต่ไม่ได้โกรธกันนะ ไม่ได้ปฏิเสธแต่ไม่ได้ยอมรับ”

ถ้าวันนึงเขาใจอ่อนล่ะ?

“จะกระโจนเลยค่ะ (หัวเราะ) เขาเป็นคนน่ารัก เป็นคนดี นิสัยดี ครอบครัวดี คุณพ่อคุณแม่ พี่ติ๊ก (เจษฎาภรณ์ ผลดี) น่ารักหมดทุกคน เราก็รู้สึกดี เขาก็ไม่เคยทำอะไรให้เราโกรธหรือเสียใจ ก็โชคดีที่เจอแต่คนดีๆ ถามว่าจะงัดไม้เด็ดอะไรอีกรอบไหม หมดแล้วนะ (หัวเราะ) หมดวิชาแล้ว ไม่มีวิชาแล้ว”

แต่เขาก็โสดใช่ไหม?

“เขาก็โสด ไม่ได้แต่งงาน เขาก็ไม่มีแฟน เขาก็อยู่กับคุณแม่”

ไก่ วรายุฑ เลิกนายแบบเกาหลี อยากรีเทิร์น ตั้น พิเชษฐ์ไชย แต่อีกฝ่ายยังนิ่ง

แต่เราโอเคใช่ไหมที่เขายังไม่ได้ตอบรับ?

“ก็ไม่เป็นไร ก็คุยไปเรื่อยๆ เผื่อวันนึงเขาเผลอ รอเขาเผลอหลุดปากมา (ยิ้ม)”

แต่ไม่ได้มีนัดเจอกันใช่ไหม?

“ยังค่ะ ยังไม่มี ไม่เจอกันนานนะ แต่บางทีก็วิดีโอคอลคุยกัน ขอเห็นหน้าหน่อยสิ ก็ขำๆ ทุกวันนี้แฮปปี้ มีความสุขอยู่กับงาน ไม่มีแฟนก็ได้ แต่ก็อยากมีนะ (ยิ้ม)”

แสดงว่าเราก็อยากมีคู่แท้?

“ใครๆ ก็อยากมีนะในชีวิตนี้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้เดือดร้อน ถ้ามีมันก็ดีนะ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่มี ก็หาความสุขกับเพื่อน อยู่กับเพื่อน ไปเที่ยวโน่นนี่นั่นก็แฮปปี้แล้ว”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

16 พ.ค. 2568 15:07 น.

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

ต้องบอกว่าปังแบบจึ้งใจทุกลุคจริงๆ สำหรับนางเอกตัวแม่ของวงการบันเทิง ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ได้รับโอกาสไปร่วมงานที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 ซึ่งในปีนี้แม่ก็จัดเต็มแบบไม่กั๊กอีกเช่นเคย งานนี้แฟนๆ อวยยศให้แม่กันแบบรัวๆ

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

และล่าสุดกับลุคปาร์ตี้ของ ชมพู่ อารยา ในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2025 งานนี้แม่ชมสวยแซ่บสะดุดตาด้วยเสื้อครอปจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่ร้อยเรียงลูกปัด มุก และคริสตัลได้อย่างลงตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากตะเบงมานที่ออกแบบมาได้ร่วมสมัย รวมไปถึงกางเกง Harlem Pants เนื้อผ้า Organdy ที่มีความโปร่ง เบาสบาย บอกเลยว่าลุคนี้ของคุณแม่น้องเกลเซ็กซี่ได้ใจแฟนๆ อีกแล้ว

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน
ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

และในงานนี้แม่ชมยังมีช็อตถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ คิมโกอึน นางเอกคนดังจากเกาหลีใต้ ซึ่ง ชมพู่ มาร่วมงานในฐานะ Friend of Nespresso ในขณะที่คิมโกอึนเป็นเอเชียเเบรนด์เเอมบาสซาเดอร์ชาวเกาหลีใต้ของ Nespresso เรียกว่าปะทะความสวยกันไปเลยจ้า!!

ชมพู่ อารยา อวดลุคสุดเซ็กซี่ร่วมปาร์ตี้ที่คานส์ ถ่ายรูปร่วมเฟรม คิมโกอึน

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ

พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ

16 พ.ค. 2568 12:43 น.

พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ

เรียกว่าเป็นประเด็นให้แฟนๆ คอหวยตาลุกกันเลยทีเดียว เมื่อนางเอกนัยน์ตาคม พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช โพสต์ข้อความลงในแฟนเพจว่า “ขับรถถอยหลัง ชนกำแพงบ้านตัวเอง ไปที่เลขที่บ้านหรือรถดี” จากนั้นคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ไว้ว่า “กำแพงก้ออยู่ที่เดิมตลอดอ่ะเนอะ 5555”

พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ
พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ

ส่องคอมเมนต์จากแฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเพียบ อาทิ ทั้งรถทั้งบ้านค่ะ เผื่อทั้งบนทั้งล่าง, ทะเบียนรถค่ะ, ตามค่ะ, เคยชนค่ะ ออกเลขบ้าน 3 ตัวเต็มๆ ขอเลขบ้านและรถด้วยนะคะ, ขอเลขบ้านกับรถหน่อยค่ะ 5555555, อายุคนขับด้วยค่ะ ฯลฯ

งานนี้แอดมินเพจพิ้งกี้ก็เป็นใจให้คอหวยมากๆ คอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ไว้ว่า “ไม่จริงจังนะไม่จริงจัง แอดมินจำได้ว่า (อีโมจิรถ) 253 (อีโมจิบ้าน) 12” พร้อมทั้งใส่อีโมจิทำท่าปิดปากด้วย แต่ทั้งนี้จะเป็นเลขที่ออกหรือไม่ต้องรอลุ้นกับการประกาศรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 พ.ค. 2568 นะจ๊ะ

พิ้งกี้ สาวิกา ขับรถชนกำแพงบ้าน คอหวยขอตามทั้งเลขบ้านเลขรถ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก

 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก

16 พ.ค. 2568 11:50 น.

เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก

หลังจากที่นางเอกสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ บินลัดฟ้าไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อร่วมเดินพรมแดงในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2025 (2025 Cannes Film Festival) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 78 โดยจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 ไปจนถึงวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 โดยไปในฐานะ Spokesperson ของแบรนด์เครื่องสำอางดังอย่างลอรีอัล ปารีส นั่นเอง

 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก

ล่าสุด ณิชา ณัฏฐณิชา เสิร์ฟลุคเดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว โดยณิชาสวมชุดสั่งตัดพิเศษจากแบรนด์ Georges Chakra ซึ่งเป็นเดรสกำมะหยี่ดีไซน์เกาะอกทรงคอร์เซ็ต เน้นหุ่นที่สวยเป๊ะปัง ส่วนช่วงอกเน้นดีไซน์ให้โค้งมน คลุมทับด้วยโค้ตผ้าทาฟต้าซาตินสีขาวที่ตัดกับชุดเดรสสีดำ ช่วงแขนดีไซน์ให้ดูพองแบบทรงบูฟองต์เพิ่มความหรูหรา

ในส่วนเครื่องประดับ ณิชาเลือกเครื่องประดับจากแบรนด์ APM Monaco มาสวมใส่ และเลือกสวมรองเท้าจากแบรนด์ SAINT LAURENT ซึ่ง Total Look ของณิชาในวันนี้ถ่ายทอดเสน่ห์แบบฮอลลีวูดคลาสสิกได้ดีเลยทีเดียว ต้องบอกว่าลุคนี้ของณิชาสวยเจิดจรัสออร่ามากจริงๆ

 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก
 เปิดลุค ณิชา ณัฏฐณิชา เดินพรมแดงที่คานส์ครั้งแรก สวยเจิดจรัสออร่ามาก

ซึ่งณิชาก็ได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรม @nychaa ให้ทุกคนได้เห็นลุคสวยปังของเธอ งานนี้ทำเอาเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงรวมถึงแฟนๆ ต่างแสดงความคิดเห็น อาทิ ตัวแทนประเทศไทย, ดีที่สุด, สวย, สวยมากกกกกกกกกกกกกกกก, สวยมากๆๆ, มากกกกกกกกกกก, STUNNING LADYYYYY, สวยที่สุด เริ่ดที่สุด กรี๊ดดดๆ ฯลฯ

https://www.instagram.com/p/DJrqhI5yQdf/embed/captioned/?cr=1&v=14&wp=538&rd=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th&rp=%2Fentertain%2Fnews%2F2858690#%7B%22ci%22%3A0%2C%22os%22%3A2631.5%2C%22ls%22%3A180.90000000596046%2C%22le%22%3A2246.4000000059605%7D

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ เทรนด์ใหม่ชาวจีนใช้กล้อง CCTV แคปภาพ

ไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ เทรนด์ใหม่ชาวจีนใช้กล้อง CCTV แคปภาพ

17 พ.ค. 2568 11:26 น.

ไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่ เทรนด์ใหม่ชาวจีนใช้กล้อง CCTV แคปภาพ

นักท่องเที่ยวชาวจีนแห่สร้างกระแสใหม่ในการท่องเที่ยว ด้วยการใช้กล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ เป็นเครื่องมือในการถ่ายภาพหมู่หรือภาพที่ระลึก แทนการใช้ไม้เซลฟี่หรือกล้องถ่ายรูปแบบเดิม

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย “เสี่ยวหงซู” หรือ “เรดโน๊ต” ที่กำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกับ TikTok ในจีน เต็มไปด้วยการแชร์ภาพถ่ายแบบใหม่แบบสับ โดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ต่างใช้กล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ผ่านทาง Wechat หรือเว็บไซต์ทางการ เป็นเครื่องมือในการถ่ายภาพหมู่หรือภาพที่ระลึก แทนการใช้ไม้เซลฟี่หรือกล้องถ่ายรูปแบบเดิม

โดยหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมคือ ภูเขาวาวู ในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาหิมะและผืนป่า โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชื่อ เว่ย ซี ได้เขียนเล่าประสบการณ์ในแอป เสี่ยวหงซู โดยเล่าว่าเธอและเพื่อนๆ ของเธอ เดินทางมาที่นี่และสังเกตเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดของทางการติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ เธอจึงเกิดไอเดียขึ้นมาว่า ในเมื่อเธอสามารถเข้าถึงภาพจากกล้องวงจรปิดเหล่านี้ได้อยู่แล้ว ก็สามารถไปยืนโพสต์ท่าต่อหน้ากล้อง แล้วแคปภาพจากไลฟ์ฟีดมาเป็นภาพที่ระลึกได้เลย ซึ่งแม้คุณภาพของภาพจะไม่คมชัดเท่ากล้องถ่ายรูปจริงๆ แต่เธอก็รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและแปลกใหม่ 

เว่ย ซียังระบุด้วยว่า กล้องวงจรปิดเหล่านี้มีประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การตรวจสอบสภาพอากาศบนยอดเขาก่อนขึ้นไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจว่าจะขึ้นเขาไปหรือไม่ แถมยังสามารถเก้บภาพมุมที่หลากหลายอีกด้วย

เจียง ไป่ไป่ผู้ใช้แอป “เสี่ยวหงซู” อีกราย  เล่าว่า เขาทำกล้องถ่ายรูปหายระหว่างเยี่ยมชมสุสานซุนยัดเซ็นในเมืองหนานจิง และตัดสินใจใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดแทน เพราะอย่างน้อยภาพจากกล้องก็เป็นหลักฐานได้ว่าเขาเคยมาที่นี่จริงๆ ซึ่งแม้จะมีความล่าช้าเล็กน้อยจากการถ่ายทอดสด เจียงและเพื่อนก็สามารถโพสต์ท่าค้างไว้ให้กล้องจับภาพได้ทัน

จีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิดมากที่สุดในโลก โดยมีการติดตั้งกล้องมากกว่า 600 ล้านตัว ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม ซึ่งแม้ทางการจีนจะเน้นย้ำว่า การใช้ระบบเฝ้าระวังเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ และช่วยให้ตำรวจสามารถตรวจจับใบหน้าและป้ายทะเบียนรถได้อย่างรวดเร็วผ่านฐานข้อมูล แต่ระบบดังกล่าวก็มีด้านที่เป็นข้อกังวล โดยเฉพาะการนำกล้องไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การถ่ายภาพแอบแฝง ซึ่งนำไปสู่การปราบปรามกล้องสอดแนมผิดกฎหมายในหลายพื้นที่.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน

เอกอัครราชทูตจีนตอบชัดประเด็นเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับไทย

เอกอัครราชทูตจีนตอบชัดประเด็นเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับไทย

17 พ.ค. 2568 10:05 น.

เอกอัครราชทูตจีนตอบชัดประเด็นเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับไทย

เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง ตอบคำถามแนวทางการเจรจาเศรษฐกิจการค้ากับสหรัฐฯ ยืนยันพร้อมอยู่เคียงข้างไทยต่อต้านการกลั่นแกล้งทางภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัมมนาหัวข้อ “ภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจโลก และบทบาทของจีน: โอกาสและความท้าทายสำหรับประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยวุฒิสภาไทย ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยเป็นต้นพร้อมได้ตอบคำถามจากสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีข้อความดังนี้:

สวัสดีทุกท่านครับ ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมสัมมนาในวันนี้ ทุกท่านให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศและการพัฒนาของประเทศไทย และความสัมพันธ์จีน-ไทยมาโดยตลอด ผมยินดีที่จะแบ่งปันทัศนะมุมมองของผมกับท่านทั้งหลายและหวังว่าจะได้รับรู้ความคิดเห็นเชิงลึกเพิ่มเติมจากท่านด้วย หากท่านถามว่าปัญหาอะไรที่น่ากังวลที่สุดในโลกขณะนี้ ปัญหาที่กำลังทำให้เกิดความไม่สงบไปทั่วโลก ผมคิดว่าผู้คนร้อยละร้อยจะให้คำตอบเดียวกัน นั่นก็คือ การใช้มาตรการภาษีศุลกากรในทางที่ผิดของรัฐบาลทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา สิ่งที่ทุกคนอยากฟังอยากรู้จากผมมากที่สุดคือจีนคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้? นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ผมอยากจะพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับท่านทั้งหลายในประเด็นนี้พอดี

สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองเป็นเป้าหมายร่วมกันที่มนุษยชาติที่แสวงหามาตลอดประวัติศาสตร์อารยธรรมหลายพันปี ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 80 ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าสงครามและความขัดแย้งจะไม่เคยหายไปจากโลกใบนี้ในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา แต่มนุษยชาติก็ไม่ได้ประสบกับสงครามโลกอีกเลย ในแง่นี้เราทุกคนโชคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตสิ้นสุดลงในทศวรรษ 1990 กระบวนการก่อตั้งตลาดโลกแบบรวมเป็นหนึ่งเดียวกันก็เร่งตัวขึ้น และปัจจัยการผลิตก็ไหลเวียนไปทั่วโลกอย่างอิสระ ก่อให้เกิดคลื่นโลกาภิวัตน์และส่งเสริมให้เศรษฐกิจโลกพัฒนาอย่างรวดเร็ว และ 30 ปีที่ผ่านมานี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเวลาทองของการพัฒนาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

การพัฒนาเศรษฐกิจมีกฎของมันเอง กล่าวคือ ความไม่สมดุลของการพัฒนา ประการแรกคือความไม่สมดุลระหว่างประเทศ แม้ว่าการพัฒนาโดยรวมจะดี แต่ก็ยังมีบางประเทศที่พัฒนาเร็วกว่าและบางประเทศที่พัฒนาช้ากว่าอยู่เสมอ ประเทศที่พัฒนาแล้วได้รับผลประโยชน์จากโลกาภิวัตน์มากขึ้นโดยอาศัยเงินทุนและข้อได้เปรียบทางเทคโนโลยี และประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศซึ่งเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจเกิดใหม่ก็ประสบความสำเร็จในการพัฒนาที่ดีขึ้นเช่นกันโดยมีส่วนร่วมเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศที่ได้รับประโยชน์จากโลกาภิวัตน์เพียงเล็กน้อย และบางประเทศยังเสี่ยงต่อการเป็นประเทศชายขอบอีกด้วย ประการที่สองคือความไม่สมดุลระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในประเทศ ลองยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ในคลื่นโลกาภิวัตน์ ทุนทางการเงินของอเมริกาและอุตสาหกรรมข้อมูลสมัยใหม่สร้างมูลค่ามหาศาล แต่ภาคการผลิตแบบดั้งเดิมจำนวนมากกลับหดตัวอย่างรุนแรงเนื่องจากเงินทุนไหลออก ส่งผลให้เกิดเขตอุตสาหกรรมถดถอยที่เรียกกว่า “เขตขึ้นสนิม”และความยากจนของชนชั้นแรงงานจำนวนมาก และความมั่งคั่งทางสังคมก็กระจุกตัวอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่คนเป็นอย่างมาก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการทบทวนความคิดในระดับโลกเกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ โดยทั่วไป ผู้คนคาดหวังที่จะแก้ไขทิศทางของโลกาภิวัตน์และช่วยให้สามารถพัฒนาต่อไปในลักษณะที่มีเสถียรภาพและมั่นคงตามหลักการของการเปิดกว้าง ความครอบคลุม และผลประโยชน์ร่วม อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกา ซึ่งสนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนมาโดยตลอด ได้เปลี่ยนแปลงไป 180 องศา “Make America Great Again (MAGA)” คือสโลแกนหาเสียงของนายทรัมป์ ซึ่งสะท้อนความรู้สึกชาวอเมริกันเป็นอย่างมาก คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะดี เนื่องจากทุกประเทศมีสิทธิที่จะยิ่งใหญ่ แต่ปัญหามีอยู่ที่ประเทศเหล่านั้นกำลังพยายามบรรลุความยิ่งใหญ่ของตนเองโดยทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก เมื่อเกิดปัญหาในการพัฒนาประเทศ เรามักจะมองหาปัญหาของตนเองก่อน จากนั้นพยายามเปลี่ยนแปลงตนเองและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกให้ดีขึ้น การพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศจีนเกิดขึ้นได้จากการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง

แต่เราพบว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นแบบนี้อย่างที่เราเข้าใจกัน แทนที่จะแก้ไขปัญหาของตัวเอง สหรัฐฯ กลับกล่าวโทษทั้งโลก โดยอ้างว่าโลกเอาเปรียบสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ปล้นเทคโนโลยีและทุนของสหรัฐฯ ไป รวมทั้งงานของประชาชนชาวอเมริกันไปด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้โดยสิ้นเชิงและได้เปิดสงครามภาษีกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก สาระสำคัญของการละเมิดระบบภาษีนี้คืออะไร? มันคือการเก็บภาษีอย่างหนักกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกผ่านทางภาษีศุลกากร และใช้ภาษีศุลกากรเป็นอาวุธในการแบล็กเมล์ประเทศต่างๆ ทั่วโลก นักวิจารณ์ระหว่างประเทศบางรายชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเองก็ป่วย แต่กลับให้ประเทศอื่นรับประทานยาด้วย ผมขอพูดว่านี่เป็นรูปแบบการครอบงำทางเศรษฐกิจและการกลั่นแกล้งที่เห็นแก่ตัวอย่างยิ่ง

การแบ่งงานกันทำระหว่างประเทศและการค้าเสรีเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศนั้นขึ้นอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติและข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของแต่ละประเทศ และความสมัครใจและผลประโยชน์ร่วมกันถือเป็นคุณลักษณะพื้นฐาน หากการเกินดุลการค้าสินค้าของต่างประเทศกับสหรัฐฯ เป็นการเอาเปรียบสหรัฐฯ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในด้านการค้าบริการ สหรัฐฯ จะมีดุลการค้ากับพันธมิตรการค้าโลกมูลค่า 295,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ถือเป็นการทำลายหุ้นส่วนการค้าโลกหรือไม่ หุ้นส่วนการค้าโลกควรลงโทษสหรัฐฯ หรือไม่? สิ่งที่เรียกกันว่า “ภาษีศุลกากรตอบโต้” ของสหรัฐฯ นั้นขัดกับหลักตรรกะทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

สหรัฐอเมริกาคือผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบการค้าเสรีโลก ผู้บริโภคชาวอเมริกันพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพสูงและราคาถูกจากทั่วโลก บริษัทข้ามชาติของอเมริกาถ่ายโอนกำลังการผลิตระดับล่างไปยังประเทศกำลังพัฒนาเพื่อสร้างกำไรสูง สหรัฐอเมริกาเน้นความพยายามในด้านการเงิน เทคโนโลยีขั้นสูง และด้านอื่นๆ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการผูกขาด นาย Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) เคยเขียนบทวิจารณ์ต่อสาธารณะว่า ”สหรัฐอเมริกาคือผู้ชนะรายใหญ่ในด้านการค้า” สหรัฐอเมริกาเพิกเฉยต่อตรรกะและข้อเท็จจริงพื้นฐานเหล่านี้ และก่อสงครามภาษี ซึ่งส่งผลเสียต่อผู้อื่นแต่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

การที่สหรัฐฯ ก่อสงครามภาษีศุลกากรได้คุกคามระบบการค้าเสรีของโลกอย่างร้ายแรง ทำลายความสงบเรียบร้อยทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออำนาจอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ซึ่งถูกต่อต้านอย่างหนักและถูกประณามอย่างรุนแรงจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงต่อสาธารณะว่านโยบาย ”ภาษีศุลกากรตอบโต้” ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก และส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของผู้บริโภคทั่วโลก นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์ของแคนาดาเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “โศกนาฏกรรมของการค้าโลก” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ เรียกร้องให้ประเทศอาเซียนอย่าประมาทเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง แห่งสิงคโปร์ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ จะผลักดันให้โลกเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการใช้อำนาจตามอำเภอใจ กีดกันทางการค้า และอันตรายมากขึ้น จีนเป็นเป้าหมายหลักของสงครามภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ โดยอัตราภาษีสูงถึงระดับที่น่าตกใจถึง 145% เมื่อเผชิญกับการจัดการแบบไร้ยางอายและการกลั่นแกล้งของสหรัฐฯ จีนตระหนักได้ว่าการประนีประนอมและการยอมจำนนจะไม่ทำให้เกิดการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน แต่จะทำให้ผู้รังแกก้าวร้าวมากขึ้นแทน จีนได้ใช้มาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดและเข้มแข็งต่อการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลของสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องระบบการค้าเสรีของโลกและรักษาความยุติธรรมให้กับมวลมนุษยชาติด้วย

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งเดือนแล้วนับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนว่าเขาจะเรียกเก็บ ”ภาษีศุลกากรตอบโต้” อันไร้สาระจากทั่วโลก สหรัฐอเมริกายังคงติดอยู่กับปัญหาที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งตนเองเป็นผู้สร้างขึ้น ขณะที่ต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงสหภาพยุโรป แคนาดา และญี่ปุ่น แถมมีการร้องเรียนเพิ่มมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา ในช่วงสี่เดือนแรกของปีนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อยู่ที่ติดลบ 0.4% และการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกัน 70% เชื่อว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย นักเศรษฐศาสตร์กว่า 1,200 คนร่วมกันออก ”ปฏิญาณต่อต้านภาษีศุลกากร” ผู้ว่าการรัฐ 13 รัฐฟ้องร้องทรัมป์ต่อศาล โดยอ้างว่านโยบายภาษีศุลกากรของเขานั้นผิดกฎหมาย และคะแนนความนิยมของรัฐบาลทรัมป์ก็ลดลงเหลือ 36% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์ มีคำพูดโบราณของจีนกล่าวไว้ว่า “ยกหินขึ้นมาขว้างทับเท้าตัวเอง” การกำหนดภาษีศุลกากรในทางที่ผิดกำลังส่งผลเสียร้ายแรงต่อประเทศสหรัฐอเมริกาเอง

ระหว่างวันที่ 10 ถึง 11 พฤษภาคม ตัวแทนของจีนและสหรัฐฯ ได้จัดการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญ และออก ”แถลงการณ์ร่วม” ฉันทามติที่สำคัญที่สุดที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุได้คือ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม เป็นต้นไป สหรัฐฯ จะยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสามรอบที่เรียกเก็บจากจีนตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนปีนี้ โดยคงอัตราภาษีไว้ 10% และระงับการเรียกเก็บอัตราภาษีอีก 24% เป็นเวลา 90 วัน จีนจะปรับภาษีตอบโต้ต่อสหรัฐฯ เช่นกัน และทั้งสองฝ่ายจะจัดตั้งกลไกในการดำเนินการเจรจาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าต่อไป ถือเป็นความก้าวหน้าเชิงบวกที่เกิดขึ้นจากการปรึกษาหารือบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ความร่วมมือ และความเคารพซึ่งกันและกัน และเป็นผลจากการต่อสู้ การกระทำครั้งนี้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของโลกด้วย เราหวังว่าสหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับจีนต่อไป แก้ไขปัญหาการขึ้นภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวตามใจชอบ รักษาการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯให้แข็งแกร่งและร่วมกันสร้างความแน่นอนและเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจโลกมากขึ้น ในช่วงเริ่มต้นของสงครามการค้ารอบนี้ จีนประกาศชัดเจนว่าไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้า หากสหรัฐฯต้องการพูดคุย ประตูของจีนเปิดอยู่เสมอ หากสหรัฐฯต้องการต่อสู้ เราพร้อมจะสู้จนถึงที่สุด เราจะทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ ในโลกต่อไปเพื่อรักษาความยุติธรรมและความเป็นธรรมในระดับโลก ปกป้องระบบการค้าเสรีของโลกและระเบียบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ต่อต้านลัทธิฝ่ายเดียวและอนุรักษ์นิยม และต่อต้านการใช้อำนาจบาตรใหญ่และการกลั่นแกล้งในทุกรูปแบบ

เอกอัครราชทูตจีนตอบชัดประเด็นเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ ยืนยันพร้อมร่วมมือกับไทย

ในช่วง 3 ปีกว่าที่ผมทำงานในประเทศไทย ผมรู้สึกด้วยตัวเองว่าประเทศจีนและประเทศไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่เชื่อมโยงกันด้วยภูเขาและแม่น้ำ เป็นญาติที่ดีที่มีสายสัมพันธ์ทางสายเลือด และเป็นหุ้นส่วนที่ดีที่มีชะตากรรมร่วมกัน เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมไปถึงความเสี่ยงและความท้าทายจากปัจจัยภายนอกต่างๆ จีนและไทยควรสืบสานประเพณีอันดีของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อกัน และตอบสนองต่อความท้าทายร่วมกัน ประเทศจีนยึดมั่นในการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและเปิดกว้าง และยินดีที่จะแบ่งปันโอกาสในการพัฒนาให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย จีนไม่เพียงแต่เป็นประเทศผู้ผลิตหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นตลาดหลักด้วย โดยมีตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่เกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีโอกาสการลงทุนและความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนและไทยมากมาย และมีแนวโน้มที่กว้างขวาง ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยได้เดินทางไปเยือนประเทศจีนและได้บรรลุฉันทามติที่สำคัญกับผู้นำจีนเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนระดับสูงระหว่างจีนและไทยที่สำคัญยิ่งขึ้น จะเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของความสัมพันธ์ฉันท์มิตรอันดีระหว่างจีนและไทย บนพื้นฐานการเยือนประเทศไทยอย่างประสบความสำเร็จของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในปี 2022 และทั้งสองฝ่ายได้กำหนดเป้าหมายของการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทั้งสองประเทศ เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์มากขึ้น และเพื่อเติมพลังบวกให้กับสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลกและภูมิภาค ท่ามกลางสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความวุ่นวาย

ถาม: การเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้ประสบความคืบหน้าไปในทางบวก ประเทศไทยสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากเรื่องนี้ในการรับมือกับนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ?

ตอบ: จีนและสหรัฐฯ บรรลุฉันทามติที่สำคัญในการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้า ต่อไปนี้ทั้งสองฝ่ายจะยังคงแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันโดยการปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียมกัน ผมขอเสนอให้เพื่อนๆ ชาวไทยให้ความสำคัญสามประเด็นต่อไปนี้ ประการแรก เมื่อเผชิญหน้ากับการกลั่นแกล้งเรื่องภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จีนยืนหยัดอยู่แถวหน้าอย่างกล้าหาญและตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด ประการที่สอง สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนทัศนคติและแนวทางปฏิบัติ ประการที่สาม ภาษีศุลกากรบางส่วนที่สหรัฐฯ กำหนดกับจีนหลังวันที่ 2 เมษายน ยังคงอยู่ เมื่อรวมกับภาษีศุลกากรที่บังคับใช้ก่อนหน้านี้ ภาระภาษียังคงเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก โดยสรุป นโยบายภาษีศุลกากรที่สูงของรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการโจมตีจากทุกด้านและไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกควรเสริมสร้างความเชื่อมั่นและต่อต้านอย่างเด็ดขาด ในที่สุดความยุติธรรมต้องชนะ

ถาม: เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะกดดันประเทศอื่นๆ ในการเจรจาภาษีศุลกากรและขอให้จำกัดการค้ากับจีนนั้น จีนระบุว่าจีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อฝ่ายใดๆ ที่บรรลุข้อตกลงโดยเสียสละผลประโยชน์ของจีน หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จีนจะมีมาตรการรับมืออย่างไร?

ตอบ: จีนเชื่อว่าแต่ละประเทศมีเงื่อนไขของชาติที่แตกต่างกัน เมื่อเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงในปัจจุบัน เราต้องรักษาจุดยืนร่วมกันและมีผลประโยชน์ร่วมกันที่ต้องปกป้อง ในขณะเดียวกัน เรายังเข้าใจว่าประเทศต่างๆ ก็ได้ดำเนินมาตรการตอบสนองผลประโยชน์ของตนเองโดยพิจารณาจากเงื่อนไขที่แท้จริงของตนเองด้วย เนื่องจากเป็นประเทศหลัก จีนจึงมีความรับผิดชอบในการรักษาการพัฒนาเศรษฐกิจโลกให้แข็งแรงและมั่นคง พูดตรงๆ ก็คือ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการ ”ภาษีศุลกากรตอบโต้” รัฐบาลสหรัฐฯยังได้กำหนดช่วงเวลาพิจารณา 90 วันด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งมาจาก มาตรการตอบโต้ที่เด็ดขาดของจีน ผู้นำจีนเคยบอกผู้นำไทยว่าจีนยินดีที่จะเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้และไว้ใจได้ของไทยอยู่เสมอ เราพูดอย่างนี้และเราทำอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่จีนทำระหว่างวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียเมื่อปี 1997 และจะทำแบบเดียวกันเพื่อตอบสนองต่อนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ในปี 2025 จีนยืนหยัดอย่างกล้าหาญอยู่แนวหน้าในการต่อต้านการกลั่นแกล้งทางภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ไม่เพียงเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์ของส่วนอื่น ๆ ของโลกด้วย เรายังเชื่อว่าเพื่อนของเราจะไม่แทงเราจากด้านหลัง เราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่และภูมิปัญญาเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาซับซ้อนที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม

ถาม: โปรดแนะนำผลเชิงบวกที่เกิดจากความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและไทยซึ่งนำมาสู่ประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ไหมครับ?

ตอบ: ความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างจีนและไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาและรักษาโมเมนตัมการพัฒนาที่ดีไว้ได้ ทั้งนี้เกิดจากนโยบายที่มีประสิทธิผลของทั้งสองรัฐบาล และไม่อาจแยกจากการมีส่วนร่วมเชิงบวกของสังคมทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจ ความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศนั้นมีหลายมิติ และผลลัพธ์ของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ประเทศไทยเป็นประเทศอาเซียนประเทศแรกที่นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยมีความก้าวหน้าในเชิงบวกในด้านต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ บริษัทจีน เช่น Huawei ได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและมีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญในเรื่องนี้ ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสีเขียว ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจีนได้มาลงทุนและเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญในประเทศไทยแล้วและกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความสัมพันธ์ความร่วมมือที่ดีกับซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน บริษัทผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ของจีนกำลังลงทุนอย่างแข็งขันในประเทศไทยเพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของไทย นอกจากนี้ จีนยังมีความก้าวหน้าเชิงบวกในสาขาปฏิกิริยาฟิวชันนิวเคลียร์แบบควบคุมอีกด้วย ตามคำร้องขอของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จีนได้มอบอุปกรณ์วิจัยทางวิทยาศาสตร์ฟิวชันนิวเคลียร์แบบควบคุม ”โทคาแมก” ให้แก่ไทย ทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์วิจัยทางวิทยาศาสตร์นี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นางสาวแพทองธาน ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย เยือนจีนอย่างเป็นทางการ และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเอกสารความร่วมมือหลายฉบับครอบคลุมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาสีเขียว และสาขาอื่นๆ ในปี 2024 ประเทศจีนได้มีกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ที่เป็นครึ่งหนึ่งของโลก และครึ่งหนึ่งของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใหม่ของโลกได้อยู่ที่ประเทศจีน ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยในอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นอนาคตยังมีโอกาสอีกมาก ความร่วมมือครั้งนี้ซึ่งเป็นกำลังหลักความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและไทย จะส่งเสริมการพัฒนาของไทยได้อย่างมีประสิทธิผลและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก ในช่วงอันใกล้นี้ มีรายงานเชิงลบเกี่ยวกับทุนและสินค้าจีนเป็นจำนวนไม่น้อย ผมเชื่อว่าสำหรับปัญหาที่มีอยู่ การกำกับดูแลควรได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ในขณะเดียวกันเราควรตระหนักว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่กระแสหลักของความร่วมมือระหว่างจีนและไทย ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยมีความเข้มแข็งและเกิดประโยชน์ร่วมกัน เราควรเสริมสร้างความเชื่อมั่นของเรา ขยายความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง และรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองประเทศอย่างมีสติ

ถาม: หากการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่เจนีวาไม่สามารถบรรลุฉันทามติตามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จีนจะทำอย่างไร

ตอบ: ท่านได้ตั้งคำถามเชิงสมมติฐานแต่ก็เป็นคำถามเชิงปฏิบัติเช่นกัน จีนเชื่อเสมอมาว่าไม่มีผู้ชนะในสงครามภาษีและสงครามการค้า หากสหรัฐฯ ริเริ่มสงครามการค้า ประเทศต่างๆ ทั้งหมดจะได้รับผลกระทบ รวมถึงสหรัฐฯ เองด้วย ในความเป็นจริงความเจ็บปวดที่ต้องทนทุกข์ของสหรัฐฯ อาจยิ่งใหญ่มากขึ้นตามกาลเวลาที่ผ่านไป เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าสงครามการค้าที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ จะอยู่ไม่ได้นาน ดังนั้น หากสามารถบรรลุ “การลงจอดอย่างนุ่มนวล” หรือ ( soft-landing ) ผ่านการเจรจาได้ ก็จะถือเป็นผลลัพธ์ที่ดี หากไม่สามารถ “ลงจอดอย่างนุ่มนวล” ได้ ก็คงไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร เราจะต้องทนทุกข์ทรมานกับช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ผลกระทบตอบโต้จากสงครามการค้าที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ จะสร้างอันตรายให้กับสหรัฐฯ มากขึ้น  ผมเป็นคนมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าโลกยังคงหมุนไปข้างหน้าเสมอ และสิ่งผิดพลาดใดๆก็ตามจะไม่คงอยู่ยาวนาน แน่นอนว่าเราต้องสามัคคีกันมากขึ้น ช่วยเหลือกันและกัน และเอาชนะความยากลำบากไปด้วยกัน ประเทศจีนกำลังดำเนินการขยายตลาดเปิดกว้างไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศไทย และให้ความสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับสินค้าจากประเทศต่างๆ เพื่อเข้าสู่ตลาดจีน นี้เป็นการดำเนินการโดยคำนึงถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ในไตรมาสแรกของปีนี้ ปริมาณการค้าทวิภาคีระหว่างจีนและไทยอยู่ที่ 37,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยการส่งออกของจีนไปไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ตัวเลขนี้มีความหมายมากและสามารถอธิบายปัญหาต่างๆ ได้มากมาย

ถาม: ประเทศสมาชิกอาเซียนยังได้รับผลกระทบเชิงลบต่อกันเนื่องจากการใช้นโยบายรับมือกับภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?

ตอบ: ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักถูกเรียกเก็บ ”ภาษีศุลกากรตอบโต้” ในอัตราสูงจากสหรัฐอเมริกา และแต่ละประเทศก็มีสถานการณ์ของตนเอง ในขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังนำมาตรการตอบโต้ต่อนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ตามสถานการณ์ของตนเอง ประเทศต่างๆ ควรเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกัน เราได้ทราบแล้วว่าก่อนหน้านี้อาเซียนเคยจัดการประชุมฉุกเฉินของรัฐมนตรีเศรษฐกิจและได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันแล้ว ในอนาคตอาเซียนยังอาจมีการประชุมระดับรัฐมนตรีหรือระดับผู้นำอีกด้วย เราเชื่อว่าอาเซียนจะเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานภายในอีก ผมเชื่อว่าในช่วงเวลาพิเศษนี้ อาเซียนในฐานะองค์กรที่ประกอบด้วยเศรษฐกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 10 ประเทศในภูมิภาค สามารถสร้างเวทีสำหรับการสื่อสารและการประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก และเป็นกำแพงป้องกันประเทศสมาชิกจากคลื่นลมและฝนได้ ชาวตะวันออกทุกคนเชื่อว่าความแข็งแกร่งร่วมกันเป็นสิ่งที่ทรงพลัง เมื่อเกิดพายุ เราต้องสามัคคีกันเพื่อความอยู่รอด

ถาม: จีนจะขยายตลาดให้กับสินค้าส่งออกของประเทศขนาดเล็กและขนาดกลางเช่นไทย เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้าหรือไม่?

ตอบ: นี่เป็นนโยบายและการกระทำที่จีนกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จีนเน้นย้ำเสมอมาถึงความเต็มใจที่จะแบ่งปันโอกาสการพัฒนาของจีนให้กับประเทศอื่นๆ และปรับปรุงระบบเศรษฐกิจที่เปิดสู่ภายนอกระดับสูงอย่างจริงจัง ระดับภาษีศุลกากรของจีนถือเป็นระดับต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และใกล้เคียงกับระดับภาษีศุลกากรเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้ว งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีนหรือ China International Import Expo ได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกที่จะเข้าสู่ตลาดจีน และจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ทุกปี มณฑลไหหลำของจีนจะสร้างเกาะทั้งเกาะให้เป็นเกาะการค้าเสรีภายในปีนี้ คาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีจีน-อาเซียน 3.0 ภายในปีนี้ ประเทศจีนมีคนรายได้ปานกลาง 500 ล้านคน และตลาดผู้บริโภคมีมูลค่าเกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เรายินดีต้อนรับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงจากประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งประเทศไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากขึ้น.

ที่มา : สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สงครามการค้า

ระทึก ไฟไหม้อาคารจอดรถสนามบินแจ็คสันวิลล์ของสหรัฐฯ ต้องปิดสนามบินชั่วคราว (คลิป)

ระทึก ไฟไหม้อาคารจอดรถสนามบินแจ็คสันวิลล์ของสหรัฐฯ ต้องปิดสนามบินชั่วคราว (คลิป)

17 พ.ค. 2568 09:18 น.

ระทึก ไฟไหม้อาคารจอดรถสนามบินแจ็คสันวิลล์ของสหรัฐฯ ต้องปิดสนามบินชั่วคราว (คลิป)

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในอาคารจอดรถ สนามบินนานาชาติแจ็กสันวิลล์ ในรัฐฟลอริดา ทำให้สนามบินต้องปิดให้บริการชั่วคราว และระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออก

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่ในอาคารจอดรถ สนามบินนานาชาติแจ็กสันวิลล์ ในรัฐฟลอริดา ก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปทั้งชั้น ในช่วงเที่ยงของวันศุกร์ตามเวลาในท้องถิ่น จนทำให้สนามบินต้องปิดให้บริการชั่วคราว และระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้ในอาคารจอดรถแบบรายชั่วโมงซึ่งอยู่ใกล้กับอาคารผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม นับว่ายังเคราะห์ดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาคารจอดรถชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 มีการพังถล่มลงมาบางส่วน และมีรถยนต์ราว 50 คันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปภายในตัวอาคารได้ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงใช้โดรนบินเข้าไปตรวจสอบ และสำรวจความเสียหาย โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของเพลิงไหม้ดังกล่าว ขณะที่สนามบินสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้วในช่วงเย็นของวันเดียวกัน หลังต้องปิดสนามบินไปนาน 4 ชั่วโมง.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

สนามบินมาดริดคุมเข้ม ไม่มีตั๋วไม่ให้เข้า แก้ปัญหาคนเร่ร่อนเนียนเข้ามานอน

สนามบินมาดริดคุมเข้ม ไม่มีตั๋วไม่ให้เข้า แก้ปัญหาคนเร่ร่อนเนียนเข้ามานอน

17 พ.ค. 2568 08:45 น.

สนามบินมาดริดคุมเข้ม ไม่มีตั๋วไม่ให้เข้า แก้ปัญหาคนเร่ร่อนเนียนเข้ามานอน

สนามบินมาดริดเตรียมจำกัดการเข้า-ออกสำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทาง เพื่อแก้ปัญหาคนเร่ร่อนเข้ามานอนค้างคืนในอาคารผู้โดยสาร

หน่วยงานบริหารสนามบินของสเปนประกาศว่า จะเริ่มจำกัดการเข้าใช้สนามบินมาดริดในบางช่วงเวลาของวัน จะอนุญาตให้เฉพาะผู้โดยสารที่มีบัตรโดยสาร, พนักงานสนามบิน และผู้ที่มาส่งผู้โดยสารที่มีตั๋วเท่านั้น ที่สามารถเข้าใช้พื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารได้ ในช่วงเวลาที่ไม่มีเที่ยวบินขาเข้าและขาออกมากนัก เพื่อยับยั้งปัญหาที่มีคนไร้บ้านจำนวนมากที่ทำเนียนเข้ามาอาศัยหลับนอนในอาคารผู้โดยสารของสนามบินตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สนามบินมาดริดคุมเข้ม ไม่มีตั๋วไม่ให้เข้า แก้ปัญหาคนเร่ร่อนเนียนเข้ามานอน

มาตรการดังกล่าวจะเริ่มทยอยบังคับใช้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า แต่ยังไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะเริ่มตั้งแต่วันไหน และช่วงเวลาใดของวัน

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สนามบินในกรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ได้กลายเป็นที่พักพิงของคนไร้บ้าน โดยมีการตั้งแคมป์ในบางอาคารผู้โดยสาร พร้อมกับมีผู้คนใช้ถุงนอนนอนอยู่ตามพื้นที่ใกล้ผนังและห้องน้ำ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าจำนวนคนไร้บ้านที่อยู่ในสนามบินมีมากถึงหลักร้อยคน

ในสัปดาห์นี้ หน่วยงานกำกับดูแลสนามบินของสเปน หรือ AENA  เปิดเผยว่าพวกเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของกรุงมาดริดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้กลับยังได้รับความช่วยเหลือไม่เพียงพอ

AENA ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า “สนามบินไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่ออยู่อาศัย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทาง ซึ่งไม่สามารถมอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพักค้างคืนได้เลย”

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้กลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เนื่องจากการโยนความรับผิดชอบกันไปมาระหว่างหน่วยงานต่างระดับของรัฐบาล ก่อนที่ฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนจะเริ่มขึ้นอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ ประเทศสเปนมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำสถิติสูงสุดในปี 2024 โดยมีนักท่องเที่ยวถึง 94 ล้านคน

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปน