คปท.จัดหนักไม่พัก! นัดระดมพลเคลื่อนขบวนไล่บี้ ‘ทักษิณ’ยาวตลอดทั้งสัปดาห์

คปท.จัดหนักไม่พัก! นัดระดมพลเคลื่อนขบวนไล่บี้ 'ทักษิณ'ยาวตลอดทั้งสัปดาห์

คปท.จัดหนักไม่พัก! นัดระดมพลเคลื่อนขบวนไล่บี้ ‘ทักษิณ’ยาวตลอดทั้งสัปดาห์

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.18 น.

10 พ.ค.68 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า “ใส่รองเท้าผ้าใบแล้วไปต่อ 

วันจันทร์ที่ 12 พ.ค. รวมพลไทยไม่เสียดินแดน จ.สุรินทร์ ขึ้นปราสาทตาเมือนธม
อังคารที่ 13 พ.ค. หน้าทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ออกไป รับผิดชอบ ชั้น 14
พุธที่ 14 พ.ค. สถานทูต มาเลเชีย ยื่นหนังสือให้นายอันวาร์ อิบราฮิม ทบทวนตั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขหลบหนีคดี
พฤหัสที่ 15 พ.ค. ไปกระทรวงสาธารณสุข ยื่นหนังสือ ไม่ให้ รมว.แทรกแซง มติแพทยสภา
มีใจก็มาร่วมกัน
คปท. ศปปส. กองทัพธรรม” 

.-008 

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานแจกันดอกไม้-ของขวัญ เยี่ยมไข้’อนุทิน’เข้าผ่าตัด

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานแจกันดอกไม้-ของขวัญ เยี่ยมไข้'อนุทิน'เข้าผ่าตัด

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานแจกันดอกไม้-ของขวัญ เยี่ยมไข้’อนุทิน’เข้าผ่าตัด

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.38 น.

“อนุทิน”สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวง -พระราชินี” ให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้และของขวัญพระราชทานเยี่ยมไข้

10 พ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul ว่าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี องค์พระผู้เป็นเจ้าชีวิต ได้ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญแจกันดอกไม้และของขวัญที่ล้นเกล้าฯทั้งสองพระองค์พระราชทานมาเยี่ยมไข้ที่โรงพยาบาลในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ได้เข้าผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา

009

‘วิรังรอง’ตั้งข้อสงสัย ทำไมหมอเขียนใบส่งตัวล่วงหน้า คดี’ทักษิณ’ โดนแค่ตักเตือน?

'วิรังรอง'ตั้งข้อสงสัย ทำไมหมอเขียนใบส่งตัวล่วงหน้า คดี'ทักษิณ' โดนแค่ตักเตือน?

‘วิรังรอง’ตั้งข้อสงสัย ทำไมหมอเขียนใบส่งตัวล่วงหน้า คดี’ทักษิณ’ โดนแค่ตักเตือน?

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2568  นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  ดิฉันสงสัยว่า เหตุใด แพทย์หญิง รวมทิพย์ สุภานันท์ ในฐานะแพทย์ผู้ตรวจร่างกาย ขณะรับตัวผู้ต้องขังใหม่ รพ. ราชทัณฑ์ โดนลงโทษแค่ตักเตือนเนื่องจากการเขียนใบส่งตัวล่วงหน้า

การเขียนใบส่งตัวล่วงหน้าถือว่ามี”เจตนา” กระทำความผิดชัดเจน ไม่ต่างจากแพทย์ที่ออกใบรับรองแพทย์อันเป็นเท็จ ผิดทั้งจริยธรรม จรรยาบรรณ ผิดต่อวิชาชีพ และยังทำให้เห็นว่า น่าจะมีการตระเตรียมวางแผนการไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นกระบวนการรับช่วงต่อกันที่สำคัญ นักโทษคนนั้นคือนักโทษชายที่โดนคดีอาญาทุจริตคอร์รัปชัน โกงบ้านรับประทานเมืองแล้วหนี ทั้งยังเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับในคดีอาญา ม. ๑๑๒ อีกด้วย

ใบส่งตัวที่ แพทย์หญิง รวมทิพย์ สุภานันท์ ออกให้นักโทษชายล่วงหน้า จึงถือเป็น “ต้นเหตุ” แห่งปัญหาชั้น ๑๔ “ที่ทำให้นักโทษไม่ต้องติดคุกแม้สักวันเดียว” แม้จะอ้างว่ามีผู้ทำใบส่งตัวล่วงหน้าไว้ให้เรียบร้อยแล้วและถูกบังคับให้เซ็นชื่อก็ตาม ดิฉันก็ยังเชื่อว่า “คนชั่ว ทำความชั่วง่าย คนดีทำความชั่วยาก” และยิ่งเป็นถึงแพทย์ อาชีพที่ผู้คนยกย่องนับถือให้เกียรติ ย่อมควรจะเข้าใจผลที่จะต้องติดตามมา

ถ้าแพทย์หญิง รวมทิพย์ สุภานันท์ ไม่ออกใบส่งตัวให้ นักโทษชายก็จะต้องได้รับโทษติดคุก หรือถ้าป่วยก็รักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตามสภาพ เรื่องทั้งหมดคงไม่วุ่นวาย กระทบไปทุกองค์กร ทั้งองค์กรอิสระ ทั้งวงการแพทย์ ตุลาการ ตำรวจ อย่างที่ผ่านมาและยังเป็นอยู่

ดิฉันมิอาจก้าวล่วงมติแพทยสภา และไม่ทราบกฎระเบียบแนวทางวินิจฉัยและการลงโทษของแพทยสภา จึงเกิดความสงสัย และคิดว่ามีประชาชนจำนวนมากอาจสงสัยเหมือนดิฉัน 

มติของคณะกรรมการแพทยสภาทำให้คนไทยชื่นใจมีกำลังใจ แต่หากท่านจะกรุณาชี้แจงประเด็นดังกล่าวที่ดิฉันกล่าวมาข้างบนนี้ ให้ประชาชนทราบ “เหตุผลของการลงโทษที่เบากว่าการลงโทษแพทย์อีก ๒ ท่าน” เพื่อให้เป็นที่เข้าใจตรงกัน ดิฉันขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

สุดท้ายนี้ เมื่อพิจารณาถึงการที่นักโทษชายได้ขอพระราชทานอภัยโทษ และได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจาก ๘ ปี จนเหลือเพียง ๑ ปี ประชาชนคนธรรมดาอย่างดิฉัน เห็นว่า แพทย์หญิง รวมทิพย์ สุภานันท์ ควรได้รับโทษ “อย่างน้อยที่สุด” เท่ากับแพทย์อีก ๒ ท่าน เพราะไม่คำนึงถึงพระบรมราชโองการ เป็นผู้กระทำการอันเป็นเหตุตั้งต้นของปัญหาทั้งมวลเรื่องชั้น ๑๔ 

วิรังรอง ทัพพะรังสี

๙ พ.ค. ๒๕๖๘

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ หนองน้ำสาธารณะหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

'ธรรมนัส'ลงพื้นที่ หนองน้ำสาธารณะหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่ หนองน้ำสาธารณะหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

“ร.อ.ธรรมนัส”ลงพื้นที่หนองน้ำสาธารณะหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย รับฟังปัญหา ปชช.พร้อมเดินหน้าพัฒนาหนองน้ำสาธารณะ ควบคู่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เขต 1 พรรคกล้าธรรม ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่หนองน้ำสาธารณะหนองหลวง อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับ และมี ดร.ฐิติพร หลาวประเสริฐ รองอธิบดีกรมประมง นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนมาร่วมต้อนรับจำนวนมาก

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่วมปล่อยพันธุ์ปลานิลและปลาตะเพียน รวม 20,000 ตัว ลงในหนองน้ำสาธารณะหนองหลวง ที่เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากประชาชนส่วนหนึ่งใช้ในการทำการเกษตร ทำประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ คืออำเภอเวียงชัย และอำเภอเมืองเชียงราย ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับปากกับประชาชนในพื้นที่ว่า จะนำปัญหาและความต้องการของประชาชนที่ได้รับฟังในวันนี้ไปเสนอต่อคณะ กมธ.บริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

“ผมจะเสนอให้มีการดำเนินการขุดลอกและปรับปรุงระบบระบายน้ำ และส่งเสริมให้หนองหลวงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำแผนแม่บทในการพัฒนา เพื่อขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

‘เลขาฯกกต.เข้มบัตรเลือกตั้ง หวั่นผู้ใช้สิทธิ์หย่อนผิดหีบ

‘เลขาฯกกต.เข้มบัตรเลือกตั้ง หวั่นผู้ใช้สิทธิ์หย่อนผิดหีบ

‘เลขาฯกกต.เข้มบัตรเลือกตั้ง หวั่นผู้ใช้สิทธิ์หย่อนผิดหีบ

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

‘เลขาฯกกต.’ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมหน่วยเลือกตั้งบ้านฉาง จ.ระยอง กำชับเรื่องบัตรเลือกตั้ง หวั่นผู้ใช้สิทธิ์สับสนหย่อนผิดหีบ

   ที่จังหวัดระยอง วันนี้ (10 พฤษภาคม) นายแสวง  บุญมี  เลขาธิการ กกต. ลงพื้นที่บ้านฉาง  เขตเลือกตั้งที่ 2  หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เพื่อตรวจเยี่ยมและเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศ มนตรีเมืองบ้านฉาง  ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(11 พฤษภา คม) ยืนยันว่ามีความพร้อม 100% ขณะที่ในพื้นที่มีฝนตกลงมาทำให้เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) ต้องมีการตรวจพื้นที่เพิ่มโดยเฉพาะไฟส่องสว่างเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยสมบูรณ์และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนก่อนจัดการเลือกตั้ง

       โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ให้สื่อสารกับ    ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในส่วนบัตรเลือกตั้ง ทั้งเรื่องขนาดบัตรและสีบัตรเลือกตั้ง ซึ่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศ   บาลจะมีขนาดใหญ่กว่าและเป็นสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้งนายกเทศมนตรี จะมีขนาดบัตรเล็กกว่าและมีสีเหลืองทอง  ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถแยกแยะได้ง่าย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เน้นย้ำเรื่องการสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  เพื่อป้องกันการหย่อนบัตรผิดหีบเลือกตั้ง

       สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีเมืองบ้านฉาง มีทั้งหมด 26 หน่วย 3 เขตเลือกตั้ง  ขณะที่ปัจจุบันมีข้อร้องเรียนประมาณ 2-3 เรื่อง มีทั้งเรื่องการหาเสียง รวมถึงป้ายหาเสียง ซึ่งยัง    อยู่ในกระบวนการขั้นตอนการพิจารณาของกกต.

‘บุญจันทร์’ พร้อมแจง ‘กกต.’ ปม ‘ฮั้ว สว.’ 19 พ.ค.นี้ทุกประเด็น

‘บุญจันทร์’ พร้อมแจง ‘กกต.’ ปม ‘ฮั้ว สว.’ 19 พ.ค.นี้ทุกประเด็น

‘บุญจันทร์’ พร้อมแจง ‘กกต.’ ปม ‘ฮั้ว สว.’ 19 พ.ค.นี้ทุกประเด็น

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวว่า เห็นข่าวจากสื่อว่าตนเป็น1ในสว.ที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือกสว. พร้อมจะไปชี้แจงกับกกต.ทันที ในวันที่19พ.ค.นี้ ไม่เลื่อน ไม่รออะไร เพราะมั่นใจไม่ได้ทำผิด ไม่เคยฮั้ว ตนเป็นสว.กลุ่ม2สายกฎหมาย ศึกษาทุกอย่างมาเป็นอย่างดี ไม่ได้ทำผิดอะไรแน่นอน ส่วนการถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นเรื่องธรรมดาของคนสอบตกที่มาร้องเรียน ก็พร้อมไปชี้แจง ได้คุยกับเพื่อนๆสว.ว่า อยากให้เรียกสว.ไปชี้แจงทั้ง 200คน จะได้สิ้นข้อสงสัยไปพร้อมกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าเป็นเกมการเมือง เรามาเป็นสว.พร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่อยู่แล้ว ที่ผ่านมายังไม่เคยถูก คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เรียกไปชี้แจง จึงไม่รู้ว่า กกต.สงสัยกรณีฮั้วในประเด็นใด แต่พร้อมชี้แจงทุกประเด็น 

“จะเอาเวลาที่ไหนไปฮั้วหรือทำความรู้จักกัน ไม่มีเวลาไปฮั้ว มาถึงก็นั่งดูประวัติของคนอื่นๆแล้วเลือกตามความรู้ ความสามารถ ดูจากประวัติแต่ละคนไม่มีฮั้วแน่นอน” พล.ต.ท.บุญจันทร์ กล่าว

‘อ.ไชยันต์’ชี้เคส’ผู้ป่วยชั้น 14′ สะท้อนทฤษฎี’ทรราช’ แทรกแซงความยุติธรรม

'อ.ไชยันต์'ชี้เคส'ผู้ป่วยชั้น 14' สะท้อนทฤษฎี'ทรราช' แทรกแซงความยุติธรรม

‘อ.ไชยันต์’ชี้เคส’ผู้ป่วยชั้น 14′ สะท้อนทฤษฎี’ทรราช’ แทรกแซงความยุติธรรม

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า กรณีผลสอบของแพทยสภากรณี “ผู้ป่วยชั้น 14”

แสดงให้เห็นความสำคัญของ ทฤษฎี spheres of justice ของ Walzer ทฤษฎีความยุติธรรมของ Michael Walzer ให้ความสำคัญกับ มาตรฐานความยุติธรรมในแต่ละกลุ่ม (spheres) และแต่ละกลุ่มจะมีความอิสระ (autonomy/ auto + nomos, nomos คือ กฎเกณฑ์กติกา ธรรมเนียมปฏิบัติที่แต่ละกลุ่มตกลงสร้างขึ้นมา) จะมีการแทรกแซงล่วงล้ำความยุติธรรมและความอิสระของแต่ละกลุ่มไม่ได้ เช่น คนใช้อำนาจเงิน หรืออิทธิพลทางการเมือง เข้าแทรกแซง sphere การศึกษา เพื่อให้คนของตนเข้าเรียนหรือสอบผ่าน

กระนั้น การใช้มาตรฐานเรื่องเงินจะยุติธรรมและไม่ผิดสำหรับบาง spheres. เช่น การประมูล การทำธุรกิจ แต่การยัดเยียดใช้มาตรฐานความยุติธรรมของ sphere หนึ่งกับอีก sphere หนึ่งนั้น  Walzer ใช้คำแรง เขาเรียกมันว่า เป็นการกระทำของ ทรราช เพราะ ทรราช คือ คนที่ต้องการมีอำนาจอิทธิพลเหนือทุก spheres

ดังนั้น ถ้าแต่ละ spheres มีอิสระและความเข้มแข็ง สังคมก็จะดำเนินไปได้อย่างยุติธรรม และสมาชิกในแต่ละ spheres ก็จะมีความเป็นอิสระ และมีเสรีภาพที่จะประกอบการตามมาตรฐานของกลุ่มตน Walzer ยังเสนอว่า ทุก spheres มีสถานะที่เท่าเทียมกัน เราจะไปตัดสินคนต่าง spheres ด้วยมาตรฐานของ sphere เราไม่ได้ เช่น หมอเหนือกว่าบุรุษไปรษณีย์  เพราะหมอก็สำคัญในเรื่องสาธารณสุข  บุรุษไปรษณีย์ก็สำคัญในเรื่อง logistics  บัวขาว บัญชาเมฆ ก็สุดยอดในเรื่องกีฬามวย นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ก็สุดยอดในสายของเขา มาเปรียบกันโดยใช้มาตรฐานของแต่ละกลุ่ม มันหาจุดจบไม่ได้ จะเห็นได้ว่า Walzer ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย หรือ พหุนิยม

ขณะเดียวกัน เขาเห็นว่า ภายในแต่ละ sphere มีความไม่เท่าเทียมกันได้ เช่น หมอท่านนี้เก่งกว่าในเรื่อง A กว่าหมอท่านอื่นๆที่เชี่ยวชาญเรื่อง A

ดังนั้น เขาจึงชวนให้เรามอง ความเท่าเทียมกันให้มีมิติ ไม่ใช่ต้องเท่าเทียมกันไปหมด แบบง่ายๆ (simple) เขาเรียกแนวคิดความเท่าเทียมของเขาว่า complex equality ผู้สนใจสามารถหาหนังสือของเขามาอ่านได้ครับ Spheres of Justice: A Defense of Pluralism and Equality(ส่วนหนึ่งของทฤษฎีความยุติธรรมที่สอนในวิชา ความรู้เบื้องต้นทฤษฎีการเมืองและสังคม วิชาบังคับของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ)

‘สรชาติ’มั่นใจล้างข้อกล่าวหา ‘ฮั้ว สว.’ได้ กังขา ‘ดีเอสไอ’ ใช้วิธีสุ่มเรียกแทนการดูจากพฤติกรรมน่าสงสัย

‘สรชาติ’มั่นใจล้างข้อกล่าวหา ‘ฮั้ว สว.’ได้ กังขา ‘ดีเอสไอ’ ใช้วิธีสุ่มเรียกแทนการดูจากพฤติกรรมน่าสงสัย

‘สรชาติ’มั่นใจล้างข้อกล่าวหา ‘ฮั้ว สว.’ได้ กังขา ‘ดีเอสไอ’ ใช้วิธีสุ่มเรียกแทนการดูจากพฤติกรรมน่าสงสัย

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.00 น.

‘สรชาติ’ มั่นใจล้างข้อกล่าวหา ‘ฮั้ว สว.’ได้  กังขา ‘ดีเอสไอ’ ใช้วิธีสุ่มเรียกรายกลุ่มแทนการดูจากพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ชัวร์เป็นเกมการเมืองเล่นงาน

วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 นายสรชาติ วิชยสุวรรณพรหม 1 ในสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ที่ถูกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. กล่าวว่า ได้รับทราบถูกหมายเรียกจากคณะกรรมการกาาเลือกตั้ง(กกต.)จังหวัด โทรศัทพ์มาแจ้งให้ทราบ แต่ยังไม่เห็นหมายเรียกที่เป็นตัวเอกสาร โดยให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 19พ.ค.นี้ แต่คงขอเลื่อนออกไป 1-2 สัปดาห์ เพราะติดภารกิจ แต่พร้อมไปรับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มั่นใจชี้แจงได้ ไม่กังวลไม่หนักใจ  

“ยืนยันว่าไม่ได้ฮั้ว ไม่มีคะแนนจัดตั้ง หรือมีเส้นทางการเงินใดๆ การถูกเรียกครั้งนี้เท่าที่ดูเป็นการใช้วิธีสุ่มเรียกตัวแทนจาก20กลุ่มมากลุ่มละ1-3คน โดยสุ่มจากคนที่ได้ที่1ในแต่ละกลุ่ม และจังหวัดที่ได้รับเลือกเป็นสว.มากๆ ไม่ได้ดูจากการกระทำหรือการมีพฤติกรรมน่าสงสัย” นายสรชาติ กล่าว

นายสรชาติ กล่าวต่อว่า  ในกลุ่ม13ของตน กลุ่มวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ถูกหมายเรียก2คน ทั้งที่ในการเลือกระดับอำเภอและระดับจังหวัด ตนได้รับเลือกเข้ามาลำดับสุดท้ายทั้ง2ระดับ โดยระดับอำเภอได้ 2คะแนน ลำดับ1ได้ 6คะแนน ส่วนระดับจังหวัดได้ 4คะแนน ลำดับ1ได้16คะแนน แต่ระดับประเทศได้ 66คะแนน มาเป็นที่1 ทำให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนสุ่มเรียกมาให้ข้อมูล กรณีดังกล่าวกกต.เคยเรียกตนไปชี้แจงแล้ว โดยชี้แจงว่า จะเอาคะแนนระดับอำเภอและจังหวัด มาเทียบกับระดับประเทศไม่ได้ เพราะระดับประเทศมีตรรกะอื่นๆมาเกี่ยวข้อง อาทิ  การมีชื่อเสียงป็นที่รู้จัก ตนเป็นอดีตสส.หนองบัวลำภู มีลูกศิษย์มากมาย จึงได้คะแนนมาก กกต.ก็ไม่ติดใจอะไร รายละเอียดเหล่านี้กกต.รู้ดี เป็นเรื่องที่เก็บข้อมูลไว้หมดแล้ว แต่การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ใช้ข้อมูลส่วนใหญ่จากดีเอสไอเป็นหลัก ส่งมาให้กกต. ใช้ข้อมูลสุ่มมา โดยไม่รู้ว่ากกต.มีข้อมูลเหล่านี้แล้ว เมื่อดีเอสไอกดดันมา กกต.ก็จำเป็นต้องรับเรื่องเรียกสอบไว้ก่อน ยืนยันมั่นใจชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้

นายสรชาติ กล่าวว่า ส่วนที่มองว่าการออกหมายเรียกสว.มารับทราบข้อหาคดีฮั้วเลือกสว. เป็นเกมการต่อรองระหว่างขั้วอำนาจทางการเมืองนั้น ไม่แน่ใจ แต่การออกหมายเรียกไม่ควรใช้วิธีสุ่มที่ไม่เป็นเหตุผล โดยไม่รู้พื้นฐานข้อเท็จจริงที่กกต.สอบไว้หมดแล้ว กรณีดังกล่าว สว.ยังไม่ได้หารือกันจะดำเนินการอย่างไร ยังเร็วเกินไป เพราะแต่ละคนเพิ่งได้หมายเรียก ทุกคนยังอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่มีโอกาสได้หารือกันเท่าไร

‘พีระพันธุ์’ ประกาศ ปี 68 คือปีแห่งการลดค่าไฟ ลุยโครงสร้างพลังงานใหม่

'พีระพันธุ์' ประกาศ ปี 68 คือปีแห่งการลดค่าไฟ ลุยโครงสร้างพลังงานใหม่

‘พีระพันธุ์’ ประกาศ ปี 68 คือปีแห่งการลดค่าไฟ ลุยโครงสร้างพลังงานใหม่

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

“พีระพันธุ์” ประกาศ ปี 68 คือปีแห่งการลดค่าไฟ – เดินหน้าโครงสร้างพลังงานใหม่ ช่วยประชาชนจ่ายน้อยลง ใช้พลังงานในราคาเป็นธรร

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์​รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ “เสียงจากใจ ไทยคู่ฟ้า” ออกอากาศเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2568 ว่า รัฐบาลขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ส่งเสียงสะท้อนในเชิงบวก ต่อการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน โดยเฉพาะมาตรการลดค่าไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้เร่งรัดการดำเนินนโยบายดังกล่าว โดยได้ประกาศให้ปี 2568 เป็น “ปีแห่งการลดค่าไฟฟ้า” โดยมีการปรับลดราคาค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง. 

โดยเมื่อปี 2566 ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.77 บาทต่อหน่วย, ปี 2567 ทั้งปี ค่าไฟอยู่ที่ 4.17 บาทต่อหน่วย,  ต้นปี 2568 ลดลงเหลือ 4.15 บาทต่อหน่วย ล่าสุด ระหว่างเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีมติให้ค่าไฟฟ้าในช่วงปลายปี 2568 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ถือเป็นการยืนยันว่าอัตราค่าไฟฟ้าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำตลอดทั้งปี

รองโฆษกฯ ย้ำว่า มาตรการลดค่าไฟฟ้าครั้งนี้ไม่ใช่การใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่เป็นการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง อาทิ การปรับลดค่า Ft และการเจรจาลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกับภาคเอกชน โดยอาศัยต้นทุนด้านเทคโนโลยีที่ลดลง

ในส่วนของราคาน้ำมัน รัฐบาลขอยืนยันว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการแต่อย่างใด เนื่องจากกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนลงในระดับที่เหมาะสม เพื่อชดเชยภาระภาษีดังกล่าว

ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติปรับลดราคาน้ำมันลง 1 บาทต่อลิตร ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

“รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงาน ลดภาระค่าครองชีพ และวางรากฐานความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนไทยทุกคน” นางสาวศศิกานต์​ กล่าว

เปิดปม’พีระพันธุ์’ ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนั่งเลขาธิการนายกฯประยุทธ์ ลงสมัคร สส.

เปิดปม'พีระพันธุ์' ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนั่งเลขาธิการนายกฯประยุทธ์ ลงสมัคร สส.

เปิดปม’พีระพันธุ์’ ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนั่งเลขาธิการนายกฯประยุทธ์ ลงสมัคร สส.

วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

เปิดปม “พีระพันธุ์” ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง นั่งเลขาธิการนายกฯประยุทธ์ ลงสมัคร สส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบว่านายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ รมว.พลังงาน ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและทำผิด พรป. สส. ปี 2561 หรือไม่ 

เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 นายพีระพันธุ์ ลงสมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อาจจะเข้าข่ายความผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. ที่ห้ามเจ้าพนักงานรัฐลงสมัคร โดยนายพีระพันธุ์ลาออกจาก สส. ในภายหลัง

โดยนายพีระพันธุ์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2565 จากนั้นวันที่ 4 เมษายน 2566 กกต. เปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อวันแรก พรรครวมไทยสร้างชาติยื่นรายชื่อผู้สมัคร 100 คน โดยนายพีระพันธุ์ เป็นผู้สมัครหมายเลข 1 จับสลากได้เบอร์ 22

ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 วันเลือกตั้ง สส. วันที่ 19 มิถุนายน 2566 สำนักงาน กกต. ประกาศรับรอง นายพีระพันธุ์เป็น สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในวันที่ 30 มิถุนายน 2566 นายพีระพันธุ์ ส่งหนังสือถึงเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ขอลาออกจาก สส.โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องด้วยปัจจุบันผมดำรงตำแหน่ง เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ จึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2566”

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นายพีระพันธุ์ ขอให้การลาออกมีผลย้อนหลังไปถึง 47 วัน ไปตรงกับวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง โดยขณะนั้นนายพีระพันธุ์ ยังไม่ได้เป็น สส. เนื่องจาก กกต. รับรองความเป็น สส. ในวันที่ 19 มิถุนายน 2566

ในกรณีดังกล่าวจึงอาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 98(15) และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 (พรป. ส.ส. 61) มาตรา42 (17) ซึ่งทั้ง 2 มาตรา กำหนดบุคคลที่ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส. 18 ประเภท หนึ่งในนั้นคือ คนที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ ดังนี้ 1.ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย 2.มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการหรือหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายและปฏิบัติงานประจำ 3.อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของรัฐ 4.มีเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทน ตามกฎหมาย